๓. วตฺถคุยฺหนิทสฺสนปโญฺห

๓. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ตถาคเตน –

‘‘‘กาเยน สํวโร สาธุ [ธ. ป. ๓๖๑], สาธุ วาจาย สํวโร;

มนสา สํวโร สาธุ, สาธุ สพฺพตฺถ สํวโร’ติ.

‘‘ปุน จ ตถาคโต จตุนฺนํ ปริสานํ มชฺเฌ นิสีทิตฺวา ปุรโต เทวมนุสฺสานํ เสลสฺส พฺราหฺมณสฺส โกโสหิตํ วตฺถคุยฺหํ ทสฺเสสิ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ภณิตํ ‘กาเยน สํวโร สาธู’ติ, เตน หิ เสลสฺส พฺราหฺมณสฺส โกโสหิตํ วตฺถคุยฺหํ ทสฺเสสีติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ เสลสฺส พฺราหฺมณสฺส โกโสหิตํ วตฺถคุยฺหํ ทสฺเสติ, เตน หิ ‘กาเยน สํวโร สาธู’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, โส ตยา นิพฺพาหิตพฺโพ’’ติ.

‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘กาเยน สํวโร สาธู’ติ, เสลสฺส จ พฺราหฺมณสฺส โกโสหิตํ วตฺถคุยฺหํ ทสฺสิตํ. ยสฺส โข, มหาราช, ตถาคเต กงฺขา อุปฺปนฺนา, ตสฺส โพธนตฺถาย ภควา อิทฺธิยา ตปฺปฏิภาคํ กายํ ทสฺเสติ, โส เยว ตํ ปาฏิหาริยํ ปสฺสตี’’ติ.

‘‘โก ปเนตํ, ภนฺเต นาคเสน, สทฺทหิสฺสติ, ยํ ปริสคโต เอโก เยว ตํ คุยฺหํ ปสฺสติ, อวเสสา ตตฺเถว วสนฺตา น ปสฺสนฺตีติ. อิงฺฆ เม ตฺวํ ตตฺถ การณํ อุปทิส, การเณน มํ สญฺญาเปหี’’ติ. ‘‘ทิฏฺฐปุพฺโพ ปน ตยา, มหาราช, โกจิ พฺยาธิโต ปุริโส ปริกิณฺโณ ญาติมิตฺเตหี’’ติ. ‘‘อาม ภนฺเต’’ติ. ‘‘อปิ นุ โข สา, มหาราช, ปริสา ปสฺสเตตํ เวทนํ, ยาย โส ปุริโส เวทนาย เวทยตี’’ติ. ‘‘น หิ ภนฺเต, อตฺตนา เยว โส, ภนฺเต, ปุริโส เวทยตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ยสฺเสว ตถาคเต กงฺขา อุปฺปนฺนา, ตสฺเสว ตถาคโต โพธนตฺถาย อิทฺธิยา ตปฺปฏิภาคํ กายํ ทสฺเสติ, โส เยว ตํ ปาฏิหาริยํ ปสฺสติ.

‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, กญฺจิเทว ปุริสํ ภูโต อาวิเสยฺย, อปิ นุ โข สา, มหาราช, ปริสา ปสฺสติ ตํ ภูตาคมน’’นฺติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, โส เยว อาตุโร ตสฺส ภูตสฺส อาคมนํ ปสฺสตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ยสฺเสว ตถาคเต กงฺขา อุปฺปนฺนา, ตสฺเสว ตถาคโต โพธนตฺถาย อิทฺธิยา ตปฺปฏิภาคํ กายํ ทสฺเสติ, โส เยว ตํ ปาฏิหาริยํ ปสฺสตี’’ติ.

‘‘ทุกฺกรํ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา กตํ, ยํ เอกสฺสปิ อทสฺสนียํ, ตํ ทสฺเสนฺเตนา’’ติ. ‘‘น, มหาราช, ภควา คุยฺหํ ทสฺเสสิ, อิทฺธิยา ปน ฉายํ ทสฺเสสี’’ติ. ‘‘ฉายายปิ, ภนฺเต, ทิฏฺฐาย ทิฏฺฐํ เยว โหติ คุยฺหํ, ยํ ทิสฺวา นิฏฺฐํ คโต’’ติ. ‘‘ทุกฺกรญฺจาปิ, มหาราช, ตถาคโต กโรติ โพธเนยฺเย สตฺเต โพเธตุํ. ยทิ, มหาราช, ตถาคโต กิริยํ หาเปยฺย, โพธเนยฺยา สตฺตา น พุชฺเฌยฺยุํ. ยสฺมา จ โข, มหาราช, โยคญฺญู ตถาคโต โพธเนยฺเย สตฺเต โพเธตุํ, ตสฺมา ตถาคโต เยน เยน โยเคน โพธเนยฺยา พุชฺฌนฺติ, เตน เตน โยเคน โพธเนยฺเย โพเธติ.

‘‘ยถา, มหาราช, ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต เยน เยน เภสชฺเชน อาตุโร อโรโค โหติ, เตน เตน เภสชฺเชน อาตุรํ อุปสงฺกมติ, วมนียํ วเมติ, วิเรจนียํ วิเรเจติ, อนุเลปนียํ อนุลิมฺเปติ, อนุวาสนียํ อนุวาเสติ. เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต เยน เยน โยเคน โพธเนยฺยา สตฺตา พุชฺฌนฺติ, เตน เตน โยเคน โพเธติ.

‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, อิตฺถี มูฬฺหคพฺภา ภิสกฺกสฺส อทสฺสนียํ คุยฺหํ ทสฺเสติ, เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต โพธเนยฺเย สตฺเต โพเธตุํ อทสฺสนียํ คุยฺหํ อิทฺธิยา ฉายํ ทสฺเสสิ. นตฺถิ, มหาราช, อทสฺสนีโย นาม โอกาโส ปุคฺคลํ อุปาทาย. ยทิ, มหาราช, โกจิ ภควโต หทยํ ทิสฺวา พุชฺเฌยฺย, ตสฺสปิ ภควา โยเคน หทยํ ทสฺเสยฺย, โยคญฺญู, มหาราช, ตถาคโต เทสนากุสโล.

‘‘นนุ, มหาราช, ตถาคโต เถรสฺส นนฺทสฺส อธิมุตฺตึ ชานิตฺวา ตํ เทวภวนํ เนตฺวา เทวกญฺญาโย ทสฺเสสิ ‘อิมินายํ กุลปุตฺโต พุชฺฌิสฺสตี’ติ, เตน จ โส กุลปุตฺโต พุชฺฌิ. อิติ โข, มหาราช, ตถาคโต อเนกปริยาเยน สุภนิมิตฺตํ หีเฬนฺโต ครหนฺโต ชิคุจฺฉนฺโต ตสฺส โพธนเหตุ กกุฏปาทินิโย อจฺฉราโย ทสฺเสสิ. เอวมฺปิ ตถาคโต โยคญฺญู เทสนากุสโล.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, ตถาคโต เถรสฺส จูฬปนฺถกสฺส ภาตรา นิกฺกฑฺฒิตสฺส ทุกฺขิตสฺส ทุมฺมนสฺส อุปคนฺตฺวา สุขุมํ โจฬขณฺฑํ อทาสิ ‘อิมินายํ กุลปุตฺโต พุชฺฌิสฺสตี’ติ, โส จ กุลปุตฺโต เตน การเณน ชินสาสเน วสีภาวํ ปาปุณิ. เอวมฺปิ, มหาราช, ตถาคโต โยคญฺญู เทสนากุสโล.

‘‘ปุน จปรํ, มหาราช, ตถาคโต พฺราหฺมณสฺส โมฆราชสฺส ยาว ตติยํ ปญฺหํ ปุฏฺโฐ น พฺยากาสิ ‘เอวมิมสฺส กุลปุตฺตสฺส มาโน อุปสมิสฺสติ, มานูปสมา อภิสมโย ภวิสฺสตี’ติ, เตน จ ตสฺส กุลปุตฺตสฺส มาโน อุปสมิ, มานูปสมา โส พฺราหฺมโณ ฉสุ อภิญฺญาสุ วสีภาวํ ปาปุณิ. เอวมฺปิ, มหาราช, ตถาคโต โยคญฺญู เทสนากุสโล’’ติ.

‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, สุนิพฺเพฐิโต ปโญฺห พหุวิเธหิ การเณหิ, คหนํ อคหนํ กตํ, อนฺธกาโร อาโลโก กโต, คณฺฐิ ภินฺโน, ภคฺคา ปรวาทา, ชินปุตฺตานํ จกฺขุํ ตยา อุปฺปาทิตํ, นิปฺปฏิภานา ติตฺถิยา, ตฺวํ คณิวรปวรมาสชฺชา’’ติ.

วตฺถคุยฺหนิทสฺสนปโญฺห ตติโย.