เมณฺฑกปญฺหารมฺภกถา
อฏฺฐมนฺตปริวชฺชนียฏฺฐานานิ
ภสฺสปฺปวาโท [ภสฺสปฺปเวที (สี. ปี.)] เวตณฺฑี, อติพุทฺธิ วิจกฺขโณ;
มิลินฺโท ญาณเภทาย, นาคเสนมุปาคมิ.
วสนฺโต ตสฺส ฉายาย, ปริปุจฺฉํ ปุนปฺปุนํ;
ปภินฺนพุทฺธิ หุตฺวาน, โสปิ อาสิ ติเปฏโก.
นวงฺคํ อนุมชฺชนฺโต, รตฺติภาเค รโหคโต;
อทฺทกฺขิ เมณฺฑเก ปเญฺห, ทุนฺนิเวเฐ สนิคฺคเห.
‘‘ปริยายภาสิตํ อตฺถิ, อตฺถิ สนฺธายภาสิตํ;
สภาวภาสิตํ อตฺถิ, ธมฺมราชสฺส สาสเน.
‘‘เตสมตฺถํ อวิญฺญาย, เมณฺฑเก ชินภาสิเต;
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน, วิคฺคโห ตตฺถ เหสฺสติ.
‘‘หนฺท กถึ ปสาเทตฺวา, เฉชฺชาเปสฺสามิ เมณฺฑเก;
ตสฺส นิทฺทิฏฺฐมคฺเคน, นิทฺทิสิสฺสนฺตฺยนาคเต’’ติ.
อถ โข มิลินฺโท ราชา ปภาตาย รตฺติยา อุทฺธสฺเต [อุฏฺฐิเต (สฺยา.), อุคฺคเต (สี. ปี.)] อรุเณ สีสํ นฺหตฺวา สิรสิ อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺเน สมฺมาสมฺพุทฺเธ อนุสฺสริตฺวา อฏฺฐ วตฺตปทานิ สมาทิยิ ‘‘อิโต เม อนาคตานิ สตฺต ทิวสานิ อฏฺฐ คุเณ สมาทิยิตฺวา ตโป จริตพฺโพ ภวิสฺสติ, โสหํ จิณฺณตโป สมาโน อาจริยํ อาราเธตฺวา เมณฺฑเก ปเญฺห ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ. อถ โข มิลินฺโท ราชา ปกติทุสฺสยุคํ อปเนตฺวา อาภรณานิ จ โอมุญฺจิตฺวา กาสาวํ นิวาเสตฺวา มุณฺฑกปฏิสีสกํ สีเส ปฏิมุญฺจิตฺวา มุนิภาวมุปคนฺตฺวา อฏฺฐ คุเณ สมาทิยิ ‘‘อิมํ สตฺตาหํ มยา น ราชตฺโถ อนุสาสิตพฺโพ, น ราคูปสญฺหิตํ จิตฺตํ อุปฺปาเทตพฺพํ, น โทสูปสญฺหิตํ จิตฺตํ อุปฺปาเทตพฺพํ, น โมหูปสญฺหิตํ จิตฺตํ อุปฺปาเทตพฺพํ, ทาสกมฺมกรโปริเส ชเนปิ นิวาตวุตฺตินา ภวิตพฺพํ, กายิกํ วาจสิกํ อนุรกฺขิตพฺพํ, ฉปิ อายตนานิ นิรวเสสโต อนุรกฺขิตพฺพานิ, เมตฺตาภาวนาย มานสํ ปกฺขิปิตพฺพ’’นฺติ. อิเม อฏฺฐ คุเณ สมาทิยิตฺวา เตเสฺวว อฏฺฐสุ คุเณสุ มานสํ ปติฏฺฐเปตฺวา พหิ อนิกฺขมิตฺวา สตฺตาหํ วีตินาเมตฺวา อฏฺฐเม ทิวเส ปภาตาย รตฺติยา ปเคว ปาตราสํ กตฺวา โอกฺขิตฺตจกฺขุ มิตภาณี สุสณฺฐิเตน อิริยาปเถน อวิกฺขิตฺเตน จิตฺเตน หฏฺเฐน อุทคฺเคน วิปฺปสนฺเนน เถรํ นาคเสนํ อุปสงฺกมิตฺวา เถรสฺส ปาเท สิรสา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต อิทมโวจ –
‘‘อตฺถิ เม, ภนฺเต นาคเสน, โกจิ อตฺโถ ตุเมฺหหิ สทฺธึ มนฺตยิตพฺโพ, น ตตฺถ อญฺโญ โกจิ ตติโย อิจฺฉิตพฺโพ, สุญฺเญ โอกาเส ปวิวิตฺเต อรญฺเญ อฏฺฐงฺคุปาคเต สมณสารุปฺเป. ตตฺถ โส ปโญฺห ปุจฺฉิตพฺโพ ภวิสฺสติ, ตตฺถ เม คุยฺหํ น กาตพฺพํ น รหสฺสกํ, อรหามหํ รหสฺสกํ สุณิตุํ สุมนฺตเน อุปคเต, อุปมายปิ โส อตฺโถ อุปปริกฺขิตพฺโพ, ยถา กึ วิย, ยถา นาม, ภนฺเต นาคเสน, มหาปถวี นิกฺเขปํ อรหติ นิกฺเขเป อุปคเต. เอวเมว โข, ภนฺเต นาคเสน, อรหามหํ รหสฺสกํ สุณิตุํ สุมนฺตเน อุปคเต’’ติ. ครุนา สห ปวิวิตฺตปวนํ ปวิสิตฺวา อิทมโวจ – ‘‘ภนฺเต นาคเสน, อิธ ปุริเสน มนฺตยิตุกาเมน อฏฺฐ ฐานานิ ปริวชฺชยิตพฺพานิ ภวนฺติ, น เตสุ ฐาเนสุ วิญฺญู ปุริโส อตฺถํ มนฺเตติ, มนฺติโตปิ อตฺโถ ปริปตติ น สมฺภวติ. กตมานิ อฏฺฐ ฐานานิ? วิสมฏฺฐานํ ปริวชฺชนียํ, สภยํ ปริวชฺชนียํ, อติวาตฏฺฐานํ ปริวชฺชนียํ, ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐานํ ปริวชฺชนียํ, เทวฏฺฐานํ ปริวชฺชนียํ, ปนฺโถ ปริวชฺชนีโย, สงฺคาโม [สงฺกโม (สี. ปี.)] ปริวชฺชนีโย, อุทกติตฺถํ ปริวชฺชนียํ. อิมานิ อฏฺฐ ฐานานิ ปริวชฺชนียานี’’ติ.
เถโร อาห ‘‘โก โทโส วิสมฏฺฐาเน, สภเย, อติวาเต, ปฏิจฺฉนฺเน, เทวฏฺฐาเน, ปนฺเถ, สงฺคาเม, อุทกติตฺเถ’’ติ? ‘‘วิสเม, ภนฺเต นาคเสน, มนฺติโต อตฺโถ วิกิรติ วิธมติ ปคฺฆรติ น สมฺภวติ, สภเย มโน สนฺตสฺสติ, สนฺตสฺสิโต น สมฺมา อตฺถํ สมนุปสฺสติ, อติวาเต สทฺโท อวิภูโต โหติ, ปฏิจฺฉนฺเน อุปสฺสุตึ ติฏฺฐนฺติ, เทวฏฺฐาเน มนฺติโต อตฺโถ ครุกํ ปริณมติ, ปนฺเถ มนฺติโต อตฺโถ ตุจฺโฉ ภวติ, สงฺคาเม จญฺจโล ภวติ, อุทกติตฺเถ ปากโฏ ภวติ. ภวตีห –
‘‘‘วิสมํ สภยํ อติวาโต, ปฏิจฺฉนฺนํ เทวนิสฺสิตํ;
ปนฺโถ จ สงฺคาโม ติตฺถํ, อฏฺเฐเต ปริวชฺชิยา’’’ติ.
อฏฺฐ มนฺตนสฺส ปริวชฺชนียฏฺฐานานิ.
อฏฺฐมนฺตวินาสกปุคฺคลา
‘‘ภนฺเต นาคเสน, อฏฺฐิเม ปุคฺคลา มนฺติยมานา มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทนฺติ. กตเม อฏฺฐ? ราคจริโต โทสจริโต โมหจริโต มานจริโต ลุทฺโธ อลโส เอกจินฺตี พาโลติ. อิเม อฏฺฐ ปุคฺคลา มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทนฺตี’’ติ.
เถโร อาห ‘‘เตสํ โก โทโส’’ติ? ‘‘ราคจริโต, ภนฺเต นาคเสน, ราควเสน มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทติ, โทสจริโต โทสวเสน มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทติ, โมหจริโต โมหวเสน มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทติ, มานจริโต มานวเสน มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทติ, ลุทฺโธ โลภวเสน มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทติ, อลโส อลสตาย มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทติ, เอกจินฺตี เอกจินฺติตาย มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทติ, พาโล พาลตาย มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทติ. ภวตีห –
‘‘‘รตฺโต ทุฏฺโฐ จ มูโฬฺห จ, มานี ลุทฺโธ ตถาลโส;
เอกจินฺตี จ พาโล จ, เอเต อตฺถวินาสกา’’’ติ.
อฏฺฐ มนฺตวินาสกปุคฺคลา.
นวคุยฺหมนฺตวิธํสกํ
‘‘ภนฺเต นาคเสน, นวิเม ปุคฺคลา มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรนฺติ น ธาเรนฺติ. กตเม นว? ราคจริโต โทสจริโต โมหจริโต ภีรุโก อามิสครุโก อิตฺถี โสณฺโฑ ปณฺฑโก ทารโก’’ติ.
เถโร อาห ‘‘เตสํ โก โทโส’’ติ? ‘‘ราคจริโต, ภนฺเต นาคเสน, ราควเสน มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรติ น ธาเรติ, โทสจริโต, ภนฺเต, โทสวเสน มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรติ น ธาเรติ, มูโฬฺห โมหวเสน มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรติ น ธาเรติ, ภีรุโก ภยวเสน มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรติ น ธาเรติ, อามิสครุโก อามิสเหตุ มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรติ น ธาเรติ, อิตฺถี ปญฺญาย อิตฺตรตาย มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรติ น ธาเรติ, โสณฺฑิโก สุราโลลตาย มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรติ น ธาเรติ, ปณฺฑโก อเนกํสิกตาย มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรติ น ธาเรติ, ทารโก จปลตาย มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรติ น ธาเรติ. ภวตีห –
‘‘‘รตฺโต ทุฏฺโฐ จ มูโฬฺห จ, ภีรุ อามิสครุโก [อามิสจกฺขุโก (สี. ปี.)];
อิตฺถี โสณฺโฑ ปณฺฑโก จ, นวโม ภวติ ทารโก.
‘‘นเวเต ปุคฺคลา โลเก, อิตฺตรา จลิตา จลา;
เอเตหิ มนฺติตํ คุยฺหํ, ขิปฺปํ ภวติ ปากฏ’’’นฺติ.
นว คุยฺหมนฺตวิธํสกา ปุคฺคลา.
อฏฺฐ ปญฺญาปฏิลาภการณํ
‘‘ภนฺเต นาคเสน, อฏฺฐหิ การเณหิ พุทฺธิ ปริณมติ ปริปากํ คจฺฉติ. กตเมหิ อฏฺฐหิ? วยปริณาเมน พุทฺธิ ปริณมติ ปริปากํ คจฺฉติ, ยสปริณาเมน พุทฺธิ ปริณมติ ปริปากํ คจฺฉติ, ปริปุจฺฉาย พุทฺธิ ปริณมติ ปริปากํ คจฺฉติ, ติตฺถสํวาเสน พุทฺธิ ปริณมติ ปริปากํ คจฺฉติ, โยนิโส มนสิกาเรน พุทฺธิ ปริณมติ ปริปากํ คจฺฉติ, สากจฺฉาย พุทฺธิ ปริณมติ ปริปากํ คจฺฉติ, เสฺนหูปเสวเนน พุทฺธิ ปริณมติ ปริปากํ คจฺฉติ, ปติรูปเทสวาเสน พุทฺธิ ปริณมติ ปริปากํ คจฺฉติ. ภวตีห –
‘‘‘วเยน ยสปุจฺฉาหิ, ติตฺถวาเสน โยนิโส;
สากจฺฉา เสฺนหสํเสวา, ปติรูปวเสน จ.
‘‘เอตานิ อฏฺฐ ฐานานิ, พุทฺธิวิสทการณา;
เยสํ เอตานิ สมฺโภนฺติ, เตสํ พุทฺธิ ปภิชฺชตี’’’ติ.
อฏฺฐ ปญฺญาปฏิลาภการณานิ.
อาจริยคุณํ
‘‘ภนฺเต นาคเสน, อยํ ภูมิภาโค อฏฺฐ มนฺตโทสวิวชฺชิโต, อหญฺจ โลเก ปรโม มนฺติสหาโย [มนฺตสหาโย (สี.)], คุยฺหมนุรกฺขี จาหํ ยาวาหํ ชีวิสฺสามิ ตาว คุยฺหมนุรกฺขิสฺสามิ, อฏฺฐหิ จ เม การเณหิ พุทฺธิ ปริณามํ คตา, ทุลฺลโภ เอตรหิ มาทิโส อนฺเตวาสี, สมฺมา ปฏิปนฺเน อนฺเตวาสิเก เย อาจริยานํ ปญฺจวีสติ อาจริยคุณา, เตหิ คุเณหิ อาจริเยน สมฺมา ปฏิปชฺชิตพฺพํ. กตเม ปญฺจวีสติ คุณา?
‘‘อิธ, ภนฺเต นาคเสน, อาจริเยน อนฺเตวาสิมฺหิ สตตํ สมิตํ อารกฺขา อุปฏฺฐเปตพฺพา, อเสวนเสวนา ชานิตพฺพา, ปมตฺตาปฺปมตฺตา ชานิตพฺพา, เสยฺยวกาโส ชานิตพฺโพ, เคลญฺญํ ชานิตพฺพํ, โภชนสฺส [โภชนียํ (สฺยา.)] ลทฺธาลทฺธํ ชานิตพฺพํ, วิเสโส ชานิตพฺโพ, ปตฺตคตํ สํวิภชิตพฺพํ, อสฺสาสิตพฺโพ ‘มา ภายิ, อตฺโถ เต อภิกฺกมตี’ติ, ‘อิมินา ปุคฺคเลน ปฏิจรตี’ติ [ปฏิจราหีติ (ก.)] ปฏิจาโร ชานิตพฺโพ, คาเม ปฏิจาโร ชานิตพฺโพ, วิหาเร ปฏิจาโร ชานิตพฺโพ, น เตน หาโส ทโว กาตพฺโพ [น เตน สห สลฺลาโป กาตพฺโพ (สี. ปี.)], เตน สห อาลาโป กาตพฺโพ, ฉิทฺทํ ทิสฺวา อธิวาเสตพฺพํ, สกฺกจฺจการินา ภวิตพฺพํ, อขณฺฑการินา ภวิตพฺพํ, อรหสฺสการินา ภวิตพฺพํ, นิรวเสสการินา ภวิตพฺพํ, ‘ชเนมิมํ [ชาเนมิมํ (สฺยา.)] สิปฺเปสู’ติ ชนกจิตฺตํ อุปฏฺฐเปตพฺพํ, ‘กถํ อยํ น ปริหาเยยฺยา’ติ วฑฺฒิจิตฺตํ อุปฏฺฐเปตพฺพํ, ‘พลวํ อิมํ กโรมิ สิกฺขาพเลนา’ติ จิตฺตํ อุปฏฺฐเปตพฺพํ, เมตฺตจิตฺตํ อุปฏฺฐเปตพฺพํ, อาปทาสุ น วิชหิตพฺพํ, กรณีเย นปฺปมชฺชิตพฺพํ, ขลิเต ธมฺเมน ปคฺคเหตพฺโพติ. อิเม โข, ภนฺเต, ปญฺจวีสติ อาจริยสฺส อาจริยคุณา, เตหิ คุเณหิ มยิ สมฺมา ปฏิปชฺชสฺสุ, สํสโย เม, ภนฺเต, อุปฺปนฺโน, อตฺถิ เมณฺฑกปญฺหา ชินภาสิตา, อนาคเต อทฺธาเน ตตฺถ วิคฺคโห อุปฺปชฺชิสฺสติ, อนาคเต จ อทฺธาเน ทุลฺลภา ภวิสฺสนฺติ ตุมฺหาทิสา พุทฺธิมนฺโต, เตสุ เม ปเญฺหสุ จกฺขุํ เทหิ ปรวาทานํ นิคฺคหายา’’ติ.
อุปาสกคุณํ
เถโร ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ทส อุปาสกสฺส อุปาสกคุเณ ปริทีเปสิ. ‘‘ทส อิเม, มหาราช, อุปาสกสฺส อุปาสกคุณา. กตเม ทส, อิธ, มหาราช, อุปาสโก สงฺเฆน สมานสุขทุกฺโข โหติ, ธมฺมาธิปเตยฺโย โหติ, ยถาพลํ สํวิภาครโต โหติ, ชินสาสนปริหานึ ทิสฺวา อภิวฑฺฒิยา วายมติ. สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ, อปคตโกตูหลมงฺคลิโก ชีวิตเหตุปิ น อญฺญํ สตฺถารํ อุทฺทิสติ, กายิกวาจสิกญฺจสฺส รกฺขิตํ โหติ, สมคฺคาราโม โหติ สมคฺครโต, อนุสูยโก โหติ, น จ กุหนวเสน สาสเน จรติ, พุทฺธํ สรณํ คโต โหติ, ธมฺมํ สรณํ คโต โหติ, สงฺฆํ สรณํ คโต โหติ. อิเม โข, มหาราช, ทส อุปาสกสฺส อุปาสกคุณา, เต สพฺเพ คุณา ตยิ สํวิชฺชนฺติ, ตํ เต ยุตฺตํ ปตฺตํ อนุจฺฉวิกํ ปติรูปํ ยํ ตฺวํ ชินสาสนปริหานึ ทิสฺวา อภิวฑฺฒึ อิจฺฉสิ, กโรมิ เต โอกาสํ, ปุจฺฉ มํ ตฺวํ ยถาสุข’’นฺติ.
เมณฺฑกปญฺหารมฺภกถา นิฏฺฐิตา.