๗. อรูปธมฺมววตฺตนวคฺโค
๑. สติอุปฺปชฺชนปโญฺห
๑. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, กติหากาเรหิ สติ อุปฺปชฺชตี’’ติ? ‘‘สตฺตรสหากาเรหิ, มหาราช, สติ อุปฺปชฺชตี’’ติ. ‘‘กตเมหิ สตฺตรสหากาเรหี’’ติ? ‘‘อภิชานโตปิ, มหาราช, สติ อุปฺปชฺชติ, กฏุมิกายปิ สติ อุปฺปชฺชติ, โอฬาริกวิญฺญาณโตปิ สติ อุปฺปชฺชติ, หิตวิญฺญาณโตปิ สติ อุปฺปชฺชติ, อหิตวิญฺญาณโตปิ สติ อุปฺปชฺชติ, สภาคนิมิตฺตโตปิ สติ อุปฺปชฺชติ, วิสภาคนิมิตฺตโตปิ สติ อุปฺปชฺชติ, กถาภิญฺญาณโตปิ สติ อุปฺปชฺชติ, ลกฺขณโตปิ สติ อุปฺปชฺชติ, สารณโตปิ สติ อุปฺปชฺชติ, มุทฺทาโตปิ สติ อุปฺปชฺชติ, คณนาโตปิ สติ อุปฺปชฺชติ, ธารณโตปิ สติ อุปฺปชฺชติ, ภาวนโตปิ สติ อุปฺปชฺชติ, โปตฺถกนิพนฺธนโตปิ สติ อุปฺปชฺชติ, อุปนิกฺเขปโตปิ สติ อุปฺปชฺชติ, อนุภูตโตปิ สติ อุปฺปชฺชตีติ.
‘‘กถํ อภิชานโต สติ อุปฺปชฺชติ? ยถา, มหาราช, อายสฺมา จ อานนฺโท ขุชฺชุตฺตรา จ อุปาสิกา, เย วา ปน อญฺเญปิ เกจิ ชาติสฺสรา ชาตึ สรนฺติ, เอวํ อภิชานโต สติ อุปฺปชฺชติ.
‘‘กถํ กฏุมิกาย สติ อุปฺปชฺชติ? โย ปกติยา มุฏฺฐสฺสติโก, ปเร จ ตํ สราปนตฺถํ นิพนฺธนฺติ, เอวํ กฏุมิกาย สติ อุปฺปชฺชติ.
‘‘กถํ โอฬาริกวิญฺญาณโต สติ อุปฺปชฺชติ? ยทา รชฺเช วา อภิสิตฺโต โหติ, โสตาปตฺติผลํ วา ปตฺโต โหติ, เอวํ โอฬาริกวิญฺญาณโต สติ อุปฺปชฺชติ.
‘‘กถํ หิตวิญฺญาณโต สติ อุปฺปชฺชติ? ยมฺหิ สุขาปิโต, ‘อมุกสฺมึ เอวํ สุขาปิโต’ติ สรติ, เอวํ หิตวิญฺญาณโต สติ อุปฺปชฺชติ.
‘‘กถํ อหิตวิญฺญาณโต สติ อุปฺปชฺชติ? ยมฺหิ ทุกฺขาปิโต, ‘อมุกสฺมึ เอวํ ทุกฺขาปิโต’ติ สรติ, เอวํ อหิตวิญฺญาณโต สติ อุปฺปชฺชติ.
‘‘กถํ สภาคนิมิตฺตโต สติ อุปฺปชฺชติ? สทิสํ ปุคฺคลํ ทิสฺวา มาตรํ วา ปิตรํ วา ภาตรํ วา ภคินึ วา สรติ, โอฏฺฐํ วา โคณํ วา คทฺรภํ วา ทิสฺวา อญฺญํ ตาทิสํ โอฏฺฐํ วา โคณํ วา คทฺรภํ วา สรติ, เอวํ สภาคนิมิตฺตโต สติ อุปฺปชฺชติ.
‘‘กถํ วิสภาคนิมตฺตโต สติ อุปฺปชฺชติ? อสุกสฺส นาม วณฺโณ เอทิโส, สทฺโท เอทิโส, คนฺโธ เอทิโส, รโส เอทิโส, โผฏฺฐพฺโพ เอทิโสติ สรติ, เอวมฺปิ วิสภาคนิมิตฺตโตปิ สติ อุปฺปชฺชติ.
‘‘กถํ กถาภิญฺญาณโต สติ อุปฺปชฺชติ? โย ปกติยา มุฏฺฐสฺสติโก โหติ, ตํ ปเร สราเปนฺติ, เตน โส สรติ, เอวํ กถาภิญฺญาณโต สติ อุปฺปชฺชติ.
‘‘กถํ ลกฺขณโต สติ อุปฺปชฺชติ? โย ปกติยา พลีพทฺทานํ องฺเคน ชานาติ, ลกฺขเณน ชานาติ, เอวํ ลกฺขณโต สติ อุปฺปชฺชติ.
‘‘กถํ สารณโต สติ อุปฺปชฺชติ? โย ปกติยา มุฏฺฐสฺสติโก โหติ, โย ตํ ‘สราหิ โภ, สราหิ โภ’ติ ปุนปฺปุนํ สราเปติ, เอวํ สารณโต สติ อุปฺปชฺชติ.
‘‘กถํ มุทฺทาโต สติ อุปฺปชฺชติ? ลิปิยา สิกฺขิตตฺตา ชานาติ ‘อิมสฺส อกฺขรสฺส อนนฺตรํ อิมํ อกฺขรํ กาตพฺพ’นฺติ เอวํ มุทฺทาโต สติ อุปฺปชฺชติ.
‘‘กถํ คณนาโต สติ อุปฺปชฺชติ? คณนาย สิกฺขิตตฺตา คณกา พหุมฺปิ คเณนฺติ, เอวํ คณนาโต สติ อุปฺปชฺชติ.
‘‘กถํ ธารณโต สติ อุปฺปชฺชติ? ธารณาย สิกฺขิตตฺตา ธารณกา พหุมฺปิ ธาเรนฺติ, เอวํ ธารณโต สติ อุปฺปชฺชติ.
‘‘กถํ ภาวนาโต สติ อุปฺปชฺชติ? อิธ ภิกฺขุ อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรติ, เสยฺยถีทํ, เอกมฺปิ ชาตึ เทฺวปิ ชาติโย…เป… อิติ สาการํ สอุทฺเทสํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรติ, เอวํ ภาวนาโต สติ อุปฺปชฺชติ.
‘‘กถํ โปตฺถกนิพนฺธนโต สติ อุปฺปชฺชติ? ราชาโน อนุสาสนิยํ อสฺสรนฺตา [อนุสฺสรนฺตา (สพฺพตฺถ)] เอตํ โปตฺถกํ อาหรถาติ, เตน โปตฺถเกน อนุสฺสรนฺติ, เอวํ โปตฺถกนิพนฺธนโต สติ อุปฺปชฺชติ.
‘‘กถํ อุปนิกฺเขปโต สติ อุปฺปชฺชติ? อุปนิกฺขิตฺตํ ภณฺฑํ ทิสฺวา สรติ, เอวํ อุปนิกฺเขปโต สติ อุปฺปชฺชติ.
‘‘กถํ อนุภูตโต สติ อุปฺปชฺชติ? ทิฏฺฐตฺตา รูปํ สรติ, สุตตฺตา สทฺทํ สรติ, ฆายิตตฺตา คนฺธํ สรติ, สายิตตฺตา รสํ สรติ, ผุฏฺฐตฺตา โผฏฺฐพฺพํ สรติ, วิญฺญาตตฺตา ธมฺมํ สรติ, เอวํ อนุภูตโต สติ อุปฺปชฺชติ. อิเมหิ โข, มหาราช, สตฺตรสหากาเรหิ สติ อุปฺปชฺชตี’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
สติอุปฺปชฺชนปโญฺห ปฐโม.
๒. พุทฺธคุณสติปฏิลาภปโญฺห
๒. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห เอตํ ภณถ ‘โย วสฺสสตํ อกุสลํ กเรยฺย, มรณกาเล จ เอกํ พุทฺธคุณํ สตึ ปฏิลเภยฺย, โส เทเวสุ อุปฺปชฺเชยฺยา’ติ เอตํ น สทฺทหามิ, เอวญฺจ ปน วเทถ ‘เอเตน ปาณาติปาเตน นิรเย อุปฺปชฺเชยฺยา’ติ เอตมฺปิ น สทฺทหามี’’ติ.
‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, มหาราช, ขุทฺทโกปิ ปาสาโณ วินา นาวาย อุทเก อุปฺปิลเวยฺยา’’ติ. ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ นุ โข, มหาราช, วาหสตมฺปิ ปาสาณานํ นาวาย อาโรปิตํ อุทเก อุปฺปิลเวยฺยา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, นาวา, เอวํ กุสลานิ กมฺมานิ ทฏฺฐพฺพานี’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
พุทฺธคุณสติปฏิลาภปโญฺห ทุติโย.
๓. ทุกฺขปฺปหานวายมปโญฺห
๓. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, กึ ตุเมฺห อตีตสฺส ทุกฺขสฺส ปหานาย วายมถา’’ติ? ‘‘น หิ, มหาราชา’’ติ. ‘‘กึ ปน, ภนฺเต, อนาคตสฺส ทุกฺขสฺส ปหานาย วายมถา’’ติ? ‘‘น หิ, มหาราชา’’ติ. ‘‘กึ ปน ปจฺจุปฺปนฺนสฺส ทุกฺขสฺส ปหานาย วายมถา’’ติ? ‘‘น หิ, มหาราชา’’ติ. ‘‘ยทิ ตุเมฺห น อตีตสฺส ทุกฺขสฺส ปหานาย วายมถ, น อนาคตสฺส ทุกฺขสฺส ปหานาย วายมถ, น ปจฺจุปฺปนฺนสฺส ทุกฺขสฺส ปหานาย วายมถ, อถ กิมตฺถาย วายมถา’’ติ. เถโร อาห ‘กินฺติ, มหาราช, อิทญฺจ ทุกฺขํ นิรุชฺเฌยฺย, อญฺญญฺจ ทุกฺขํ นุปฺปชฺเชยฺยา’ติ เอตทตฺถาย วายมามา’’ติ.
‘‘อตฺถิ ปน เต, ภนฺเต นาคเสน, อนาคตํ ทุกฺข’’นฺติ? ‘‘นตฺถิ [กถา. ๘๒๘, ๘๒๙ ปสฺสิตพฺพํ], มหาราชา’’ติ ‘‘ตุเมฺห โข, ภนฺเต นาคเสน, อติปณฺฑิตา, เย ตุเมฺห อสนฺตานํ อนาคตานํ ทุกฺขานํ ปหานาย วายมถา’’ติ? ‘‘อตฺถิ ปน เต, มหาราช, เกจิ ปฏิราชาโน ปจฺจตฺถิกา ปจฺจามิตฺตา ปจฺจุปฏฺฐิตา โหนฺตี’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, อตฺถี’’ติ. ‘‘กึนุ โข, มหาราช, ตทา ตุเมฺห ปริขํ ขณาเปยฺยาถ, ปาการํ จินาเปยฺยาถ โคปุรํ การาเปยฺยาถ, อฏฺฏาลกํ การาเปยฺยาถ, ธญฺญํ อติหราเปยฺยาถา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ปฏิกจฺเจว ตํ ปฏิยตฺตํ โหตี’’ติ. ‘‘กึ ตุเมฺห, มหาราช, ตทา หตฺถิสฺมึ สิกฺเขยฺยาถ, อสฺสสฺมึ สิกฺเขยฺยาถ, รถสฺมึ สิกฺเขยฺยาถ, ธนุสฺมึ สิกฺเขยฺยาถ, ถรุสฺมึ สิกฺเขยฺยาถา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ปฏิกจฺเจว ตํ สิกฺขิตํ โหตี’’ติ. ‘‘กิสฺสตฺถายา’’ติ? ‘‘อนาคตานํ, ภนฺเต, ภยานํ ปฏิพาหนตฺถายา’’ติ. ‘‘กึ นุ โข, มหาราช, อตฺถิ อนาคตํ ภย’’นฺติ? ‘‘นตฺถิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘ตุเมฺห จ โข, มหาราช, อติปณฺฑิตา, เย ตุเมฺห อสนฺตานํ อนาคตานํ ภยานํ ปฏิพาหนตฺถาย ปฏิยาเทถา’’ติ.
‘‘ภิยฺโย โอปมฺมํ กโรหีติ. ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, มหาราช, ยทา ตฺวํ ปิปาสิโต ภเวยฺยาสิ, ตทา ตฺวํ อุทปานํ ขณาเปยฺยาสิ, โปกฺขรณึ ขณาเปยฺยาสิ, ตฬากํ ขณาเปยฺยาสิ ‘ปานียํ ปิวิสฺสามี’’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ปฏิกจฺเจว ตํ ปฏิยตฺตํ โหตี’’ติ. ‘‘กิสฺสตฺถายา’’ติ? ‘‘อนาคตานํ, ภนฺเต, ปิปาสานํ ปฏิพาหนตฺถาย ปฏิยตฺตํ โหตี’’ติ. ‘‘อตฺถิ ปน, มหาราช, อนาคตา ปิปาสา’’ติ? ‘‘นตฺถิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘ตุเมฺห โข, มหาราช, อติปณฺฑิตา, เย ตุเมฺห อสนฺตานํ อนาคตานํ ปิปาสานํ ปฏิพาหนตฺถาย ตํ ปฏิยาเทถา’’ติ.
‘‘ภิยฺโย โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, มหาราช, ยทา ตฺวํ พุภุกฺขิโต ภเวยฺยาสิ, ตทา ตฺวํ เขตฺตํ กสาเปยฺยาสิ, สาลึ วปาเปยฺยาสิ ‘ภตฺตํ ภุญฺชิสฺสามี’’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ปฏิกจฺเจว ตํ ปฏิยตฺตํ โหตี’’ติ. ‘‘กิสฺสตฺถายา’’ติ. ‘‘อนาคตานํ, ภนฺเต, พุภุกฺขานํ ปฏิพาหนตฺถายา’’ติ. ‘‘อตฺถิ ปน, มหาราช, อนาคตา พุภุกฺขา’’ติ? ‘‘นตฺถิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘ตุเมฺห โข, มหาราช, อติปณฺฑิตา, เย ตุเมฺห อสนฺตานํ อนาคตานํ พุภุกฺขานํ ปฏิพาหนตฺถาย ปฏิยาเทถา’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
ทุกฺขปฺปหานวายมปโญฺห ตติโย.
๔. พฺรหฺมโลกปโญฺห
๔. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, กีวทูโร อิโต พฺรหฺมโลโก’’ติ? ‘‘ทูโร โข, มหาราช, อิโต พฺรหฺมโลโก กูฏาคารมตฺตา สิลา ตมฺหา ปติตา อโหรตฺเตน อฏฺฐจตฺตาลีสโยชนสหสฺสานิ ภสฺสมานา จตูหิ มาเสหิ ปถวิยํ ปติฏฺฐเหยฺยา’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห เอวํ ภณถ ‘เสยฺยถาปิ พลวา ปุริโส สมิญฺชิตํ วา พาหํ ปสาเรยฺย, ปสาริตํ วา พาหํ สมิญฺเชยฺย, เอวเมว อิทฺธิมา ภิกฺขุ เจโตวสิปฺปตฺโต ชมฺพุทีเป อนฺตรหิโต พฺรหฺมโลเก ปาตุภเวยฺยา’ติ เอตํ วจนํ น สทฺทหามิ, เอวํ อติสีฆํ ตาว พหูนิ โยชนสตานิ คจฺฉิสฺสตี’’ติ.
เถโร อาห ‘‘กุหึ ปน, มหาราช, ตว ชาตภูมี’’ติ? ‘‘อตฺถิ, ภนฺเต, อลสนฺโท นาม ทีโป, ตตฺถาหํ ชาโต’’ติ. ‘‘กีว ทูโร, มหาราช, อิโต อลสนฺโท โหตี’’ติ? ‘‘ทฺวิมตฺตานิ, ภนฺเต, โยชนสตานี’’ติ. ‘‘อภิชานาสิ นุ ตฺวํ, มหาราช, ตตฺถ กิญฺจิเทว กรณียํ กริตฺวา สริตา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, สรามี’’ติ. ‘‘ลหุํ โข ตฺวํ, มหาราช, คโตสิ ทฺวิมตฺตานิ โยชนสตานี’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
พฺรหฺมโลกปโญฺห จตุตฺโถ.
๕. ทฺวินฺนํ โลกุปฺปนฺนานํ สมกภาวปโญฺห
๕. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, โย อิธ กาลงฺกโต พฺรหฺมโลเก อุปฺปชฺเชยฺย, โย จ อิธ กาลงฺกโต กสฺมีเร อุปฺปชฺเชยฺย, โก จิรตรํ โก สีฆตร’’นฺติ? ‘‘สมกํ, มหาราชา’’ติ.
‘‘โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘กุหึ ปน, มหาราช, ตว ชาตนคร’’นฺติ? ‘‘อตฺถิ, ภนฺเต, กลสิคาโม นาม, ตตฺถาหํ ชาโต’’ติ. ‘‘กีว ทูโร, มหาราช, อิโต กลสิคาโม โหตี’’ติ. ‘‘ทฺวิมตฺตานิ, ภนฺเต, โยชนสตานี’’ติ. ‘‘กีว ทูรํ, มหาราช, อิโต กสฺมีรํ โหตี’’ติ? ‘‘ทฺวาทส, ภนฺเต, โยชนานี’’ติ. ‘‘อิงฺฆ, ตฺวํ มหาราช, กลสิคามํ จินฺเตหี’’ติ. ‘‘จินฺติโต, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อิงฺฆ, ตฺวํ มหาราช, กสฺมีรํ จินฺเตหี’’ติ. ‘‘จินฺติตํ ภนฺเต’’ติ. ‘‘กตมํ นุ โข, มหาราช, จิเรน จินฺติตํ, กตมํ สีฆตร’’นฺติ? ‘‘สมกํ ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, โย อิธ กาลงฺกโต พฺรหฺมโลเก อุปฺปชฺเชยฺย, โย จ อิธ กาลงฺกโต กสฺมีเร อุปฺปชฺเชยฺย, สมกํ เยว อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ.
‘‘ภิยฺโย โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, มหาราช, เทฺว สกุณา อากาเสน คจฺเฉยฺยุํ, เตสุ เอโก อุจฺเจ รุกฺเข นิสีเทยฺย, เอโก นีเจ รุกฺเข นิสีเทยฺย, เตสํ สมกํ ปติฏฺฐิตานํ กตมสฺส ฉายา ปฐมตรํ ปถวิยํ ปติฏฺฐเหยฺย, กตมสฺส ฉายา จิเรน ปถวิยํ ปติฏฺฐเหยฺยา’’ติ? ‘‘สมกํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, โย อิธ กาลงฺกโต พฺรหฺมโลเก อุปฺปชฺเชยฺย, โย จ อิธ กาลงฺกโต กสฺมีเร อุปฺปชฺเชยฺย, สมกํ เยว อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
ทฺวินฺนํ โลกุปฺปนฺนานํ สมกภาวปโญฺห ปญฺจโม.
๖. โพชฺฌงฺคปโญฺห
๖. ราชา อาห ‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, โพชฺฌงฺคา’’ติ? ‘‘สตฺต โข, มหาราช, โพชฺฌงฺคา’’ติ. ‘‘กติหิ ปน, ภนฺเต, โพชฺฌงฺเคหิ พุชฺฌตี’’ติ? ‘‘เอเกน โข, มหาราช, โพชฺฌงฺเคน พุชฺฌติ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺเคนา’’ติ. ‘‘อถ กิสฺส นุ โข, ภนฺเต, วุจฺจนฺติ ‘สตฺต โพชฺฌงฺคา’’’ติ? ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, มหาราช, อสิ โกสิยา ปกฺขิตฺโต อคฺคหิโต หตฺเถน อุสฺสหติ เฉชฺชํ ฉินฺทิตุ’’นฺติ. ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺเคน วินา ฉหิ โพชฺฌงฺเคหิ น พุชฺฌตี’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
โพชฺฌงฺคปโญฺห ฉฏฺโฐ.
๗. ปาปปุญฺญานํ อปฺปานปฺปภาวปโญฺห
๗. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, กตรํ นุ โข พหุตรํ ปุญฺญํ วา อปุญฺญํ วา’’ติ? ‘‘ปุญฺญํ โข, มหาราช, พหุตรํ, อปุญฺญํ โถก’’นฺติ. ‘‘เกน การเณนา’’ติ? ‘‘อปุญฺญํ โข, มหาราช, กโรนฺโต วิปฺปฏิสารี โหติ ‘ปาปกมฺมํ มยา กต’นฺติ, เตน ปาปํ น วฑฺฒติ. ปุญฺญํ โข, มหาราช, กโรนฺโต อวิปฺปฏิสารี โหติ, อวิปฺปฏิสาริโน ปาโมชฺชํ ชายติ, ปมุทิตสฺส ปีติ ชายติ, ปีติมนสฺส กาโย ปสฺสมฺภติ, ปสฺสทฺธกาโย สุขํ เวเทติ, สุขิโน จิตฺตํ สมาธิยติ, สมาหิโต ยถาภูตํ ปชานาติ, เตน การเณน ปุญฺญํ วฑฺฒติ. ปุริโส โข, มหาราช, ฉินฺนหตฺถปาโท ภควโต เอกํ อุปฺปลหตฺถํ ทตฺวา เอกนวุติกปฺปานิ วินิปาตํ น คจฺฉิสฺสติ. อิมินาปิ, มหาราช, การเณน ภณามิ ‘ปุญฺญํ พหุตรํ, อปุญฺญํ โถก’’’นฺติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
ปาปปุญฺญานํ อปฺปานปฺปภาวปโญฺห สตฺตโม.
๘. ชานนฺตาชานนฺตปาปกรณปโญฺห
๘. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, โย ชานนฺโต ปาปกมฺมํ กโรติ, โย อชานนฺโต ปาปกมฺมํ กโรติ, กสฺส พหุตรํ อปุญฺญ’’นฺติ? เถโร อาห ‘‘โย โข, มหาราช, อชานนฺโต ปาปกมฺมํ กโรติ, ตสฺส พหุตรํ อปุญฺญ’’นฺติ. ‘‘เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, โย อมฺหากํ ราชปุตฺโต วา ราชมหามตฺโต วา อชานนฺโต ปาปกมฺมํ กโรติ, ตํ มยํ ทิคุณํ ทณฺเฑมา’’ติ? ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, มหาราช, ตตฺตํ อโยคุฬํ อาทิตฺตํ สมฺปชฺชลิตํ สโชติภูตํ เอโก ชานนฺโต คเณฺหยฺย, เอโก อชานนฺโต คเณฺหยฺย, กตโม [กสฺส (ก.)] พลวตรํ ฑเยฺหยฺยา’’ติ. ‘‘โย โข, ภนฺเต, อชานนฺโต คเณฺหยฺย, โส [ตสฺส (ปี. ก.)] พลวตรํ ฑเยฺหยฺยา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, โย อชานนฺโต ปาปกมฺมํ กโรติ, ตสฺส พหุตรํ อปุญฺญ’’นฺติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
ชานนฺตาชานนฺตปาปกรณปโญฺห อฏฺฐโม.
๙. อุตฺตรกุรุกาทิคมนปโญฺห
๙. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, อตฺถิ โกจิ, โย อิมินา สรีเรน อุตฺตรกุรุํ วา คจฺเฉยฺย, พฺรหฺมโลกํ วา, อญฺญํ วา ปน ทีป’’นฺติ? ‘‘อตฺถิ, มหาราช, โย อิมินา จาตุมฺมหาภูติเกน กาเยน อุตฺตรกุรุํ วา คจฺเฉยฺย, พฺรหฺมโลกํ วา, อญฺญํ วา ปน ทีป’’นฺติ.
‘‘กถํ, ภนฺเต นาคเสน, อิมินา จาตุมฺมหาภูติเกน กาเยน อุตฺตรกุรุํ วา คจฺเฉยฺย, พฺรหฺมโลกํ วา, อญฺญํ วา ปน ทีป’’นฺติ? ‘‘อภิชานาสิ นุ, ตฺวํ มหาราช, อิมิสฺสา ปถวิยา วิทตฺถึ วา รตนํ วา ลงฺฆิตา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, อภิชานามิ ‘อหํ, ภนฺเต นาคเสน, อฏฺฐปิ รตนิโย ลงฺเฆมี’’’ติ. ‘‘กถํ, ตฺวํ มหาราช, อฏฺฐปิ รตนิโย ลงฺเฆสี’’ติ? ‘‘อหญฺหิ, ภนฺเต, จิตฺตํ อุปฺปาเทมิ ‘เอตฺถ นิปติสฺสามี’ติ สห จิตฺตุปฺปาเทน กาโย เม ลหุโก โหตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อิทฺธิมา ภิกฺขุ เจโตวสิปฺปตฺโต กายํ จิตฺเต สมาโรเปตฺวา จิตฺตวเสน เวหาสํ คจฺฉตี’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
อุตฺตรกุรุกาทิคมนปโญฺห นวโม.
๑๐. ทีฆฏฺฐิปโญฺห
๑๐. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห เอวํ ภณถ ‘อฏฺฐิกานิ ทีฆานิ โยชนสติกานิปี’ติ, รุกฺโขปิ ตาว นตฺถิ โยชนสติโก, กุโต ปน อฏฺฐิกานิ ทีฆานิ โยชนสติกานิ ภวิสฺสนฺตี’’ติ?
‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, มหาราช, สุตํ เต ‘มหาสมุทฺเท ปญฺจโยชนสติกาปิ มจฺฉา อตฺถี’’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, สุต’’นฺติ. ‘‘นนุ มหาราช, ปญฺจโยชนสติกสฺส มจฺฉสฺส อฏฺฐิกานิ ทีฆานิ ภวิสฺสนฺติ โยชนสติกานิปี’’ติ?
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
ทีฆฏฺฐิปโญฺห ทสโม.
๑๑. อสฺสาสปสฺสาสนิโรธปโญฺห
๑๑. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตุเมฺห เอวํ ภณถ ‘สกฺกา อสฺสาสปสฺสาเส นิโรเธตุ’’’นฺติ? ‘‘อาม, มหาราช, สกฺกา อสฺสาสปสฺสาเส นิโรเธตุ’’นฺติ. ‘‘กถํ, ภนฺเต นาคเสน, สกฺกา อสฺสาสปสฺสาเส นิโรเธตุ’’นฺติ. ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, มหาราช, สุตปุพฺโพ เต โกจิ กากจฺฉมาโน’’ติ. ‘‘อาม, ภนฺเต, สุตปุพฺโพ’’ติ. ‘‘กึ นุ โข, มหาราช, โส สทฺโท กาเย นมิเต วิรเมยฺยา’’ติ. ‘‘อาม, ภนฺเต, วิรเมยฺยา’’ติ. ‘‘โส หิ นาม, มหาราช, สทฺโท อภาวิตกายสฺส อภาวิตสีลสฺส อภาวิตจิตฺตสฺส อภาวิตปญฺญสฺส กาเย นมิเต วิรมิสฺสติ, กึ ปน ภาวิตกายสฺส ภาวิตสีลสฺส ภาวิตจิตฺตสฺส ภาวิตปญฺญสฺส จตุตฺถชฺฌานํ สมาปนฺนสฺส อสฺสาสปสฺสาสา น นิรุชฺฌิสฺสนฺตี’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
อสฺสาสปสฺสาสนิโรธปโญฺห เอกาทสโม.
๑๒. สมุทฺทปโญฺห
๑๒. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘สมุทฺโท สมุทฺโท’ติ วุจฺจติ, เกน การเณน อุทกํ ‘สมุทฺโท’ติ วุจฺจตี’’ติ? เถโร อาห ‘‘ยตฺตกํ, มหาราช, อุทกํ, ตตฺตกํ โลณํ. ยตฺตกํ โลณํ, ตตฺตกํ อุทกํ. ตสฺมา ‘สมุทฺโท’ติ วุจฺจตี’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
สมุทฺทปโญฺห ทฺวาทสโม.
๑๓. สมุทฺทเอกรสปโญฺห
๑๓. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, เกน การเณน สมุทฺโท เอกรโส โลณรโส’’ติ? ‘‘จิรสณฺฐิตตฺตา โข, มหาราช, อุทกสฺส สมุทฺโท เอกรโส โลณรโส’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
สมุทฺทเอกรสปโญฺห เตรสโม.
๑๔. สุขุมปโญฺห
๑๔. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, สกฺกา สพฺพํ สุขุมํ ฉินฺทิตุ’’นฺติ? ‘‘อาม, มหาราช, สกฺกา สพฺพํ สุขุมํ ฉินฺทิตุ’’นฺติ. ‘‘กึ ปน, ภนฺเต, สพฺพํ สุขุม’’นฺติ? ‘‘ธมฺโม โข, มหาราช, สพฺพสุขุโม, น โข, มหาราช, ธมฺมา สพฺเพ สุขุมา, ‘สุขุม’นฺติ วา ‘ถูล’นฺติ วา ธมฺมานเมตมธิวจนํ. ยํ กิญฺจิ ฉินฺทิตพฺพํ, สพฺพํ ตํ ปญฺญาย ฉินฺทติ, นตฺถิ ทุติยํ ปญฺญาย เฉทน’’นฺติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
สุขุมปโญฺห จุทฺทสโม.
๑๕. วิญฺญาณนานตฺถปโญฺห
๑๕. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘วิญฺญาณ’นฺติ วา ‘ปญฺญา’ติ วา ‘ภูตสฺมึ ชีโว’ติ วา อิเม ธมฺมา นานตฺถา เจว นานาพฺยญฺชนา จ, อุทาหุ เอกตฺถา พฺยญฺชนเมว นาน’’นฺติ? ‘‘วิชานนลกฺขณํ, มหาราช, วิญฺญาณํ, ปชานนลกฺขณา ปญฺญา, ภูตสฺมึ ชีโว นุปลพฺภตี’’ติ. ‘‘ยทิ ชีโว นุปลพฺภติ, อถ โก จรหิ จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ, โสเตน สทฺทํ สุณาติ, ฆาเนน คนฺธํ ฆายติ, ชิวฺหาย รสํ สายติ, กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสติ, มนสา ธมฺมํ วิชานาตี’’ติ? เถโร อาห ‘‘ยทิ ชีโว จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ…เป… มนสา ธมฺมํ วิชานาติ, โส ชีโว จกฺขุทฺวาเรสุ อุปฺปาฏิเตสุ มหนฺเตน อากาเสน พหิมุโข สุฏฺฐุตรํ รูปํ ปสฺเสยฺย, โสเตสุ อุปฺปาฏิเตสุ, ฆาเน อุปฺปาฏิเต, ชิวฺหาย อุปฺปาฏิตาย, กาเย อุปฺปาฏิเต มหนฺเตน อากาเสน สุฏฺฐุตรํ สทฺทํ สุเณยฺย, คนฺธํ ฆาเยยฺย, รสํ สาเยยฺย, โผฏฺฐพฺพํ ผุเสยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘เตน หิ, มหาราช, ภูตสฺมึ ชีโว นุปลพฺภตี’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
วิญฺญาณนานตฺถปโญฺห ปนฺนรสโม.
๑๖. อรูปธมฺมววตฺถานทุกฺกรปโญฺห
๑๖. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ทุกฺกรํ นุ โข ภควตา กต’’นฺติ? เถโร อาห ‘‘ทุกฺกรํ, มหาราช, ภควตา กต’’นฺติ. ‘‘กึ ปน, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ทุกฺกรํ กต’’นฺติ. ‘‘ทุกฺกรํ, มหาราช, ภควตา กตํ อิเมสํ อรูปีนํ จิตฺตเจตสิกานํ ธมฺมานํ เอการมฺมเณ วตฺตมานานํ ววตฺถานํ อกฺขาตํ ‘อยํ ผสฺโส, อยํ เวทนา, อยํ สญฺญา, อยํ เจตนา, อิทํ จิตฺต’’’นฺติ.
‘‘โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, โกจิเทว ปุริโส นาวาย มหาสมุทฺทํ อชฺโฌคาเหตฺวา หตฺถปุเฏน อุทกํ คเหตฺวา ชิวฺหาย สายิตฺวา ชาเนยฺย นุ โข, มหาราช, โส ปุริโส ‘‘อิทํ คงฺคาย อุทกํ, อิทํ ยมุนาย อุทกํ, อิทํ อจิรวติยา อุทกํ, อิทํ สรภุยา อุทกํ, อิทํ มหิยา อุทก’’’นฺติ? ‘‘ทุกฺกรํ, ภนฺเต, ชานิตุ’’นฺติ. ‘‘อิโต ทุกฺกรตรํ โข, มหาราช, ภควตา กตํ อิเมสํ อรูปีนํ จิตฺตเจตสิกานํ ธมฺมานํ เอการมฺมเณ วตฺตมานานํ ววตฺถานํ อกฺขาตํ ‘อยํ ผสฺโส, อยํ เวทนา, อยํ สญฺญา, อยํ เจตนา, อิทํ จิตฺต’’’นฺติ. ‘‘สุฏฺฐุ, ภนฺเต’’ติ ราชา อพฺภานุโมทีติ.
อรูปธมฺมววตฺถานทุกฺกรปโญฺห โสฬสโม.
อรูปธมฺมววตฺถานวคฺโค สตฺตโม.
อิมสฺมึ วคฺเค โสฬส ปญฺหา.
มิลินฺทปญฺหปุจฺฉาวิสชฺชนา
เถโร อาห ‘‘ชานาสิ โข, มหาราช, สมฺปติ กา เวลา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, ชานามิ ‘สมฺปติ ปฐโม ยาโม อติกฺกนฺโต, มชฺฌิโม ยาโม ปวตฺตติ, อุกฺกา ปทีปียนฺติ, จตฺตาริ ปฏากานิ อาณตฺตานิ คมิสฺสนฺติ ภณฺฑโต ราชเทยฺยานี’’’ติ.
โยนกา เอวมาหํสุ ‘‘กลฺโลสิ, มหาราช, ปณฺฑิโต เถโร’’ติ. ‘‘อาม, ภเณ, ปณฺฑิโต เถโร, เอทิโส อาจริโย ภเวยฺย มาทิโส จ อนฺเตวาสี, นจิรสฺเสว ปณฺฑิโต ธมฺมํ อาชาเนยฺยา’’ติ. ตสฺส ปญฺหเวยฺยากรเณน ตุฏฺโฐ ราชา เถรํ นาคเสนํ สตสหสฺสคฺฆนเกน กมฺพเลน อจฺฉาเทตฺวา ‘‘ภนฺเต นาคเสน, อชฺชตคฺเค เต อฏฺฐสตํ ภตฺตํ ปญฺญเปมิ, ยํ กิญฺจิ อนฺเตปุเร กปฺปิยํ, เตน จ ปวาเรมี’’ติ อาห. อลํ มหาราช ชีวามี’’ติ. ‘‘ชานามิ, ภนฺเต นาคเสน, ชีวสิ, อปิ จ อตฺตานญฺจ รกฺข, มมญฺจ รกฺขาหี’’ติ. ‘‘กถํ อตฺตานํ รกฺขสิ, ‘นาคเสโน มิลินฺทํ ราชานํ ปสาเทติ, น จ กิญฺจิ อลภี’ติ ปราปวาโท [ปรปฺปวาโท (ก.)] อาคจฺเฉยฺยาติ, เอวํ อตฺตานํ รกฺข. กถํ มมํ รกฺขสิ, ‘มิลินฺโท ราชา ปสนฺโน ปสนฺนาการํ น กโรตี’ติ ปราปวาโท อาคจฺเฉยฺยาติ, เอวํ มมํ รกฺขาหี’’ติ. ‘‘ตถา โหตุ, มหาราชา’’ติ. ‘‘เสยฺยถาปิ, ภนฺเต, สีโห มิคราชา สุวณฺณปญฺชเร ปกฺขิตฺโตปิ พหิมุโข เยว โหติ, เอวเมว โข อหํ, ภนฺเต, กิญฺจาปิ อคารํ อชฺฌาวสามิ พหิมุโข เยว ปน อจฺฉามิ. สเจ อหํ, ภนฺเต, อคารสฺมา อนาคาริยํ ปพฺพเชยฺยํ, น จิรํ ชีเวยฺยํ, พหู เม ปจฺจตฺถิกา’’ติ.
อถ โข อายสฺมา นาคเสโน มิลินฺทสฺส รญฺโญ ปญฺหํ วิสชฺเชตฺวา อุฏฺฐายาสนา สงฺฆารามํ อคมาสิ. อจิรปกฺกนฺเต จ อายสฺมนฺเต นาคเสเน มิลินฺทสฺส รญฺโญ เอตทโหสิ ‘‘กึ มยา ปุจฺฉิตํ, กึ ภทนฺเตน นาคเสเนน วิสชฺชิต’’นฺติ? อถ โข มิลินฺทสฺส รญฺโญ เอตทโหสิ ‘‘สพฺพํ มยา สุปุจฺฉิตํ, สพฺพํ ภทนฺเตน นาคเสเนน สุวิสชฺชิต’’นฺติ. อายสฺมโตปิ นาคเสนสฺส สงฺฆารามคตสฺส เอตทโหสิ ‘‘กึ มิลินฺเทน รญฺญา ปุจฺฉิตํ, กึ มยา วิสชฺชิต’’นฺติ. อถ โข อายสฺมโต นาคเสนสฺส เอตทโหสิ ‘‘สพฺพํ มิลินฺเทน รญฺญา สุปุจฺฉิตํ, สพฺพํ มยา สุวิสชฺชิต’’นฺติ.
อถ โข อายสฺมา นาคเสโน ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน มิลินฺทสฺส รญฺโญ นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. อถ โข มิลินฺโท ราชา อายสฺมนฺตํ นาคเสนํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ, เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข มิลินฺโท ราชา อายสฺมนฺตํ นาคเสนํ เอตทโวจ –
‘‘มา โข ภทนฺตสฺส เอวํ อโหสิ ‘นาคเสโน มยา ปญฺหํ ปุจฺฉิโต’ติ เตเนว โสมนสฺเสน ตํ รตฺตาวเสสํ วีตินาเมสีติ น เต เอวํ ทฏฺฐพฺพํ. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, ตํ รตฺตาวเสสํ เอตทโหสิ ‘กึ มยา ปุจฺฉิตํ, กึ ภทนฺเตน วิสชฺชิต’นฺติ, ‘สพฺพํ มยา สุปุจฺฉิตํ, สพฺพํ ภทนฺเตน สุวิสชฺชิต’’’นฺติ.
เถโรปิ เอวมาห – ‘‘มา โข มหาราชสฺส เอวํ อโหสิ ‘มิลินฺทสฺส รญฺโญ มยา ปโญฺห วิสชฺชิโต’ติ เตเนว โสมนสฺเสน ตํ รตฺตาวเสสํ วีตินาเมสีติ น เต เอวํ ทฏฺฐพฺพํ. ตสฺส มยฺหํ, มหาราช, ตํ รตฺตาวเสสํ เอตทโหสิ ‘กึ มิลินฺเทน รญฺญา ปุจฺฉิตํ, กึ มยา วิสชฺชิต’นฺติ, ‘สพฺพํ มิลินฺเทน รญฺญา สุปุจฺฉิตํ, สพฺพํ มยา สุวิสชฺชิต’’’นฺติ อิติห เต มหานาคา อญฺญมญฺญสฺส สุภาสิตํ สมนุโมทึสูติ.
มิลินฺทปญฺหปุจฺฉาวิสชฺชนา นิฏฺฐิตา.
เมณฺฑกปญฺหารมฺภกถา
อฏฺฐมนฺตปริวชฺชนียฏฺฐานานิ
ภสฺสปฺปวาโท [ภสฺสปฺปเวที (สี. ปี.)] เวตณฺฑี, อติพุทฺธิ วิจกฺขโณ;
มิลินฺโท ญาณเภทาย, นาคเสนมุปาคมิ.
วสนฺโต ตสฺส ฉายาย, ปริปุจฺฉํ ปุนปฺปุนํ;
ปภินฺนพุทฺธิ หุตฺวาน, โสปิ อาสิ ติเปฏโก.
นวงฺคํ อนุมชฺชนฺโต, รตฺติภาเค รโหคโต;
อทฺทกฺขิ เมณฺฑเก ปเญฺห, ทุนฺนิเวเฐ สนิคฺคเห.
‘‘ปริยายภาสิตํ อตฺถิ, อตฺถิ สนฺธายภาสิตํ;
สภาวภาสิตํ อตฺถิ, ธมฺมราชสฺส สาสเน.
‘‘เตสมตฺถํ อวิญฺญาย, เมณฺฑเก ชินภาสิเต;
อนาคตมฺหิ อทฺธาเน, วิคฺคโห ตตฺถ เหสฺสติ.
‘‘หนฺท กถึ ปสาเทตฺวา, เฉชฺชาเปสฺสามิ เมณฺฑเก;
ตสฺส นิทฺทิฏฺฐมคฺเคน, นิทฺทิสิสฺสนฺตฺยนาคเต’’ติ.
อถ โข มิลินฺโท ราชา ปภาตาย รตฺติยา อุทฺธสฺเต [อุฏฺฐิเต (สฺยา.), อุคฺคเต (สี. ปี.)] อรุเณ สีสํ นฺหตฺวา สิรสิ อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺเน สมฺมาสมฺพุทฺเธ อนุสฺสริตฺวา อฏฺฐ วตฺตปทานิ สมาทิยิ ‘‘อิโต เม อนาคตานิ สตฺต ทิวสานิ อฏฺฐ คุเณ สมาทิยิตฺวา ตโป จริตพฺโพ ภวิสฺสติ, โสหํ จิณฺณตโป สมาโน อาจริยํ อาราเธตฺวา เมณฺฑเก ปเญฺห ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ. อถ โข มิลินฺโท ราชา ปกติทุสฺสยุคํ อปเนตฺวา อาภรณานิ จ โอมุญฺจิตฺวา กาสาวํ นิวาเสตฺวา มุณฺฑกปฏิสีสกํ สีเส ปฏิมุญฺจิตฺวา มุนิภาวมุปคนฺตฺวา อฏฺฐ คุเณ สมาทิยิ ‘‘อิมํ สตฺตาหํ มยา น ราชตฺโถ อนุสาสิตพฺโพ, น ราคูปสญฺหิตํ จิตฺตํ อุปฺปาเทตพฺพํ, น โทสูปสญฺหิตํ จิตฺตํ อุปฺปาเทตพฺพํ, น โมหูปสญฺหิตํ จิตฺตํ อุปฺปาเทตพฺพํ, ทาสกมฺมกรโปริเส ชเนปิ นิวาตวุตฺตินา ภวิตพฺพํ, กายิกํ วาจสิกํ อนุรกฺขิตพฺพํ, ฉปิ อายตนานิ นิรวเสสโต อนุรกฺขิตพฺพานิ, เมตฺตาภาวนาย มานสํ ปกฺขิปิตพฺพ’’นฺติ. อิเม อฏฺฐ คุเณ สมาทิยิตฺวา เตเสฺวว อฏฺฐสุ คุเณสุ มานสํ ปติฏฺฐเปตฺวา พหิ อนิกฺขมิตฺวา สตฺตาหํ วีตินาเมตฺวา อฏฺฐเม ทิวเส ปภาตาย รตฺติยา ปเคว ปาตราสํ กตฺวา โอกฺขิตฺตจกฺขุ มิตภาณี สุสณฺฐิเตน อิริยาปเถน อวิกฺขิตฺเตน จิตฺเตน หฏฺเฐน อุทคฺเคน วิปฺปสนฺเนน เถรํ นาคเสนํ อุปสงฺกมิตฺวา เถรสฺส ปาเท สิรสา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต อิทมโวจ –
‘‘อตฺถิ เม, ภนฺเต นาคเสน, โกจิ อตฺโถ ตุเมฺหหิ สทฺธึ มนฺตยิตพฺโพ, น ตตฺถ อญฺโญ โกจิ ตติโย อิจฺฉิตพฺโพ, สุญฺเญ โอกาเส ปวิวิตฺเต อรญฺเญ อฏฺฐงฺคุปาคเต สมณสารุปฺเป. ตตฺถ โส ปโญฺห ปุจฺฉิตพฺโพ ภวิสฺสติ, ตตฺถ เม คุยฺหํ น กาตพฺพํ น รหสฺสกํ, อรหามหํ รหสฺสกํ สุณิตุํ สุมนฺตเน อุปคเต, อุปมายปิ โส อตฺโถ อุปปริกฺขิตพฺโพ, ยถา กึ วิย, ยถา นาม, ภนฺเต นาคเสน, มหาปถวี นิกฺเขปํ อรหติ นิกฺเขเป อุปคเต. เอวเมว โข, ภนฺเต นาคเสน, อรหามหํ รหสฺสกํ สุณิตุํ สุมนฺตเน อุปคเต’’ติ. ครุนา สห ปวิวิตฺตปวนํ ปวิสิตฺวา อิทมโวจ – ‘‘ภนฺเต นาคเสน, อิธ ปุริเสน มนฺตยิตุกาเมน อฏฺฐ ฐานานิ ปริวชฺชยิตพฺพานิ ภวนฺติ, น เตสุ ฐาเนสุ วิญฺญู ปุริโส อตฺถํ มนฺเตติ, มนฺติโตปิ อตฺโถ ปริปตติ น สมฺภวติ. กตมานิ อฏฺฐ ฐานานิ? วิสมฏฺฐานํ ปริวชฺชนียํ, สภยํ ปริวชฺชนียํ, อติวาตฏฺฐานํ ปริวชฺชนียํ, ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐานํ ปริวชฺชนียํ, เทวฏฺฐานํ ปริวชฺชนียํ, ปนฺโถ ปริวชฺชนีโย, สงฺคาโม [สงฺกโม (สี. ปี.)] ปริวชฺชนีโย, อุทกติตฺถํ ปริวชฺชนียํ. อิมานิ อฏฺฐ ฐานานิ ปริวชฺชนียานี’’ติ.
เถโร อาห ‘‘โก โทโส วิสมฏฺฐาเน, สภเย, อติวาเต, ปฏิจฺฉนฺเน, เทวฏฺฐาเน, ปนฺเถ, สงฺคาเม, อุทกติตฺเถ’’ติ? ‘‘วิสเม, ภนฺเต นาคเสน, มนฺติโต อตฺโถ วิกิรติ วิธมติ ปคฺฆรติ น สมฺภวติ, สภเย มโน สนฺตสฺสติ, สนฺตสฺสิโต น สมฺมา อตฺถํ สมนุปสฺสติ, อติวาเต สทฺโท อวิภูโต โหติ, ปฏิจฺฉนฺเน อุปสฺสุตึ ติฏฺฐนฺติ, เทวฏฺฐาเน มนฺติโต อตฺโถ ครุกํ ปริณมติ, ปนฺเถ มนฺติโต อตฺโถ ตุจฺโฉ ภวติ, สงฺคาเม จญฺจโล ภวติ, อุทกติตฺเถ ปากโฏ ภวติ. ภวตีห –
‘‘‘วิสมํ สภยํ อติวาโต, ปฏิจฺฉนฺนํ เทวนิสฺสิตํ;
ปนฺโถ จ สงฺคาโม ติตฺถํ, อฏฺเฐเต ปริวชฺชิยา’’’ติ.
อฏฺฐ มนฺตนสฺส ปริวชฺชนียฏฺฐานานิ.
อฏฺฐมนฺตวินาสกปุคฺคลา
‘‘ภนฺเต นาคเสน, อฏฺฐิเม ปุคฺคลา มนฺติยมานา มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทนฺติ. กตเม อฏฺฐ? ราคจริโต โทสจริโต โมหจริโต มานจริโต ลุทฺโธ อลโส เอกจินฺตี พาโลติ. อิเม อฏฺฐ ปุคฺคลา มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทนฺตี’’ติ.
เถโร อาห ‘‘เตสํ โก โทโส’’ติ? ‘‘ราคจริโต, ภนฺเต นาคเสน, ราควเสน มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทติ, โทสจริโต โทสวเสน มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทติ, โมหจริโต โมหวเสน มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทติ, มานจริโต มานวเสน มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทติ, ลุทฺโธ โลภวเสน มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทติ, อลโส อลสตาย มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทติ, เอกจินฺตี เอกจินฺติตาย มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทติ, พาโล พาลตาย มนฺติตํ อตฺถํ พฺยาปาเทติ. ภวตีห –
‘‘‘รตฺโต ทุฏฺโฐ จ มูโฬฺห จ, มานี ลุทฺโธ ตถาลโส;
เอกจินฺตี จ พาโล จ, เอเต อตฺถวินาสกา’’’ติ.
อฏฺฐ มนฺตวินาสกปุคฺคลา.
นวคุยฺหมนฺตวิธํสกํ
‘‘ภนฺเต นาคเสน, นวิเม ปุคฺคลา มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรนฺติ น ธาเรนฺติ. กตเม นว? ราคจริโต โทสจริโต โมหจริโต ภีรุโก อามิสครุโก อิตฺถี โสณฺโฑ ปณฺฑโก ทารโก’’ติ.
เถโร อาห ‘‘เตสํ โก โทโส’’ติ? ‘‘ราคจริโต, ภนฺเต นาคเสน, ราควเสน มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรติ น ธาเรติ, โทสจริโต, ภนฺเต, โทสวเสน มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรติ น ธาเรติ, มูโฬฺห โมหวเสน มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรติ น ธาเรติ, ภีรุโก ภยวเสน มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรติ น ธาเรติ, อามิสครุโก อามิสเหตุ มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรติ น ธาเรติ, อิตฺถี ปญฺญาย อิตฺตรตาย มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรติ น ธาเรติ, โสณฺฑิโก สุราโลลตาย มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรติ น ธาเรติ, ปณฺฑโก อเนกํสิกตาย มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรติ น ธาเรติ, ทารโก จปลตาย มนฺติตํ คุยฺหํ วิวรติ น ธาเรติ. ภวตีห –
‘‘‘รตฺโต ทุฏฺโฐ จ มูโฬฺห จ, ภีรุ อามิสครุโก [อามิสจกฺขุโก (สี. ปี.)];
อิตฺถี โสณฺโฑ ปณฺฑโก จ, นวโม ภวติ ทารโก.
‘‘นเวเต ปุคฺคลา โลเก, อิตฺตรา จลิตา จลา;
เอเตหิ มนฺติตํ คุยฺหํ, ขิปฺปํ ภวติ ปากฏ’’’นฺติ.
นว คุยฺหมนฺตวิธํสกา ปุคฺคลา.
อฏฺฐ ปญฺญาปฏิลาภการณํ
‘‘ภนฺเต นาคเสน, อฏฺฐหิ การเณหิ พุทฺธิ ปริณมติ ปริปากํ คจฺฉติ. กตเมหิ อฏฺฐหิ? วยปริณาเมน พุทฺธิ ปริณมติ ปริปากํ คจฺฉติ, ยสปริณาเมน พุทฺธิ ปริณมติ ปริปากํ คจฺฉติ, ปริปุจฺฉาย พุทฺธิ ปริณมติ ปริปากํ คจฺฉติ, ติตฺถสํวาเสน พุทฺธิ ปริณมติ ปริปากํ คจฺฉติ, โยนิโส มนสิกาเรน พุทฺธิ ปริณมติ ปริปากํ คจฺฉติ, สากจฺฉาย พุทฺธิ ปริณมติ ปริปากํ คจฺฉติ, เสฺนหูปเสวเนน พุทฺธิ ปริณมติ ปริปากํ คจฺฉติ, ปติรูปเทสวาเสน พุทฺธิ ปริณมติ ปริปากํ คจฺฉติ. ภวตีห –
‘‘‘วเยน ยสปุจฺฉาหิ, ติตฺถวาเสน โยนิโส;
สากจฺฉา เสฺนหสํเสวา, ปติรูปวเสน จ.
‘‘เอตานิ อฏฺฐ ฐานานิ, พุทฺธิวิสทการณา;
เยสํ เอตานิ สมฺโภนฺติ, เตสํ พุทฺธิ ปภิชฺชตี’’’ติ.
อฏฺฐ ปญฺญาปฏิลาภการณานิ.
อาจริยคุณํ
‘‘ภนฺเต นาคเสน, อยํ ภูมิภาโค อฏฺฐ มนฺตโทสวิวชฺชิโต, อหญฺจ โลเก ปรโม มนฺติสหาโย [มนฺตสหาโย (สี.)], คุยฺหมนุรกฺขี จาหํ ยาวาหํ ชีวิสฺสามิ ตาว คุยฺหมนุรกฺขิสฺสามิ, อฏฺฐหิ จ เม การเณหิ พุทฺธิ ปริณามํ คตา, ทุลฺลโภ เอตรหิ มาทิโส อนฺเตวาสี, สมฺมา ปฏิปนฺเน อนฺเตวาสิเก เย อาจริยานํ ปญฺจวีสติ อาจริยคุณา, เตหิ คุเณหิ อาจริเยน สมฺมา ปฏิปชฺชิตพฺพํ. กตเม ปญฺจวีสติ คุณา?
‘‘อิธ, ภนฺเต นาคเสน, อาจริเยน อนฺเตวาสิมฺหิ สตตํ สมิตํ อารกฺขา อุปฏฺฐเปตพฺพา, อเสวนเสวนา ชานิตพฺพา, ปมตฺตาปฺปมตฺตา ชานิตพฺพา, เสยฺยวกาโส ชานิตพฺโพ, เคลญฺญํ ชานิตพฺพํ, โภชนสฺส [โภชนียํ (สฺยา.)] ลทฺธาลทฺธํ ชานิตพฺพํ, วิเสโส ชานิตพฺโพ, ปตฺตคตํ สํวิภชิตพฺพํ, อสฺสาสิตพฺโพ ‘มา ภายิ, อตฺโถ เต อภิกฺกมตี’ติ, ‘อิมินา ปุคฺคเลน ปฏิจรตี’ติ [ปฏิจราหีติ (ก.)] ปฏิจาโร ชานิตพฺโพ, คาเม ปฏิจาโร ชานิตพฺโพ, วิหาเร ปฏิจาโร ชานิตพฺโพ, น เตน หาโส ทโว กาตพฺโพ [น เตน สห สลฺลาโป กาตพฺโพ (สี. ปี.)], เตน สห อาลาโป กาตพฺโพ, ฉิทฺทํ ทิสฺวา อธิวาเสตพฺพํ, สกฺกจฺจการินา ภวิตพฺพํ, อขณฺฑการินา ภวิตพฺพํ, อรหสฺสการินา ภวิตพฺพํ, นิรวเสสการินา ภวิตพฺพํ, ‘ชเนมิมํ [ชาเนมิมํ (สฺยา.)] สิปฺเปสู’ติ ชนกจิตฺตํ อุปฏฺฐเปตพฺพํ, ‘กถํ อยํ น ปริหาเยยฺยา’ติ วฑฺฒิจิตฺตํ อุปฏฺฐเปตพฺพํ, ‘พลวํ อิมํ กโรมิ สิกฺขาพเลนา’ติ จิตฺตํ อุปฏฺฐเปตพฺพํ, เมตฺตจิตฺตํ อุปฏฺฐเปตพฺพํ, อาปทาสุ น วิชหิตพฺพํ, กรณีเย นปฺปมชฺชิตพฺพํ, ขลิเต ธมฺเมน ปคฺคเหตพฺโพติ. อิเม โข, ภนฺเต, ปญฺจวีสติ อาจริยสฺส อาจริยคุณา, เตหิ คุเณหิ มยิ สมฺมา ปฏิปชฺชสฺสุ, สํสโย เม, ภนฺเต, อุปฺปนฺโน, อตฺถิ เมณฺฑกปญฺหา ชินภาสิตา, อนาคเต อทฺธาเน ตตฺถ วิคฺคโห อุปฺปชฺชิสฺสติ, อนาคเต จ อทฺธาเน ทุลฺลภา ภวิสฺสนฺติ ตุมฺหาทิสา พุทฺธิมนฺโต, เตสุ เม ปเญฺหสุ จกฺขุํ เทหิ ปรวาทานํ นิคฺคหายา’’ติ.
อุปาสกคุณํ
เถโร ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ทส อุปาสกสฺส อุปาสกคุเณ ปริทีเปสิ. ‘‘ทส อิเม, มหาราช, อุปาสกสฺส อุปาสกคุณา. กตเม ทส, อิธ, มหาราช, อุปาสโก สงฺเฆน สมานสุขทุกฺโข โหติ, ธมฺมาธิปเตยฺโย โหติ, ยถาพลํ สํวิภาครโต โหติ, ชินสาสนปริหานึ ทิสฺวา อภิวฑฺฒิยา วายมติ. สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ, อปคตโกตูหลมงฺคลิโก ชีวิตเหตุปิ น อญฺญํ สตฺถารํ อุทฺทิสติ, กายิกวาจสิกญฺจสฺส รกฺขิตํ โหติ, สมคฺคาราโม โหติ สมคฺครโต, อนุสูยโก โหติ, น จ กุหนวเสน สาสเน จรติ, พุทฺธํ สรณํ คโต โหติ, ธมฺมํ สรณํ คโต โหติ, สงฺฆํ สรณํ คโต โหติ. อิเม โข, มหาราช, ทส อุปาสกสฺส อุปาสกคุณา, เต สพฺเพ คุณา ตยิ สํวิชฺชนฺติ, ตํ เต ยุตฺตํ ปตฺตํ อนุจฺฉวิกํ ปติรูปํ ยํ ตฺวํ ชินสาสนปริหานึ ทิสฺวา อภิวฑฺฒึ อิจฺฉสิ, กโรมิ เต โอกาสํ, ปุจฺฉ มํ ตฺวํ ยถาสุข’’นฺติ.
เมณฺฑกปญฺหารมฺภกถา นิฏฺฐิตา.