๓. กุรุราชจริยา

๒๐. ‘‘ปุนาปรํ ยทา โหมิ, อินฺทปตฺเถ [อินฺทปตฺเต (สี. ก.)] ปุรุตฺตเม;

ราชา ธนญฺจโย นาม, กุสเล ทสหุปาคโต.

๒๑. ‘‘กลิงฺครฏฺฐวิสยา, พฺราหฺมณา อุปคญฺฉุ มํ;

อายาจุํ มํ หตฺถินาคํ, ธญฺญํ มงฺคลสมฺมตํ.

๒๒. ‘‘‘อวุฏฺฐิโก ชนปโท, ทุพฺภิกฺโข ฉาตโก มหา;

ททาหิ ปวรํ นาคํ, นีลํ อญฺชนสวฺหยํ.

๒๓. ‘‘‘น เม ยาจกมนุปฺปตฺเต, ปฏิกฺเขโป อนุจฺฉโว;

มา เม ภิชฺชิ สมาทานํ, ทสฺสามิ วิปุลํ คชํ’.

๒๔. ‘‘นาคํ คเหตฺวา โสณฺฑาย, ภิงฺคาเร [ภิงฺกาเร (สี.)] รตนามเย;

ชลํ หตฺเถ อากิริตฺวา, พฺราหฺมณานํ อทํ คชํ.

๒๕. ‘‘ตสฺส นาเค ปทินฺนมฺหิ, อมจฺจา เอตทพฺรวุํ;

‘กึ นุ ตุยฺหํ วรํ นาคํ, ยาจกานํ ปทสฺสสิ.

๒๖. ‘‘‘ธญฺญํ มงฺคลสมฺปนฺนํ, สงฺคามวิชยุตฺตมํ;

ตสฺมึ นาเค ปทินฺนมฺหิ, กึ เต รชฺชํ กริสฺสติ.

๒๗. ‘‘‘รชฺชมฺปิ เม ทเท สพฺพํ, สรีรํ ทชฺชมตฺตโน;

สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ, ตสฺมา นาคํ อทาสห’’’นฺติ.

กุรุราชจริยํ ตติยํ.