๑๐. ติปทุมิยตฺเถรอปทานํ
๔๘. ‘‘ปทุมุตฺตโร นาม ชิโน, สพฺพธมฺมาน ปารคู;
ทนฺโต ทนฺตปริวุโต, นครา นิกฺขมี ตทา.
๔๙. ‘‘นคเร หํสวติยํ, อโหสึ มาลิโก ตทา;
ยํ ตตฺถ อุตฺตมํ โตณิ, ปทฺมปุปฺผานิ [อุตฺตมํ ปุปฺผํ, ตีณิ ปุปฺผานิ (สี.)] อคฺคหึ.
๕๐. ‘‘อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, ปฏิมคฺคนฺตราปเณ;
สห [โสหํ (สี.)] ทิสฺวาน สมฺพุทฺธํ, เอวํ จินฺเตสหํ ตทา.
๕๑. ‘‘กึ เม อิเมหิ ปุปฺเผหิ, รญฺโญ อุปนิเตหิ เม;
คามํ วา คามเขตฺตํ วา, สหสฺสํ วา ลเภยฺยหํ.
๕๒. ‘‘อทนฺตทมนํ วีรํ, สพฺพสตฺตสุขาวหํ;
โลกนาถํ ปูชยิตฺวา, ลจฺฉามิ อมตํ ธนํ.
๕๓. ‘‘เอวาหํ จินฺตยิตฺวาน, สกํ จิตฺตํ ปสาทยึ;
ตีณิ โลหิตเก คยฺห, อากาเส อุกฺขิปึ ตทา.
๕๔. ‘‘มยา อุกฺขิตฺตมตฺตมฺหิ, อากาเส ปตฺถรึสุ เต;
ธารึสุ มตฺถเก ตตฺถ, อุทฺธํวณฺฏา อโธมุขา.
๕๕. ‘‘เย เกจิ มนุชา ทิสฺวา, อุกฺกุฏฺฐึ สมฺปวตฺตยุํ;
เทวตา อนฺตลิกฺขมฺหิ, สาธุการํ ปวตฺตยุํ.
๕๖. ‘‘อจฺเฉรํ โลเก อุปฺปนฺนํ, พุทฺธเสฏฺฐสฺส วาหสา;
สพฺเพ ธมฺมํ สุณิสฺสาม, ปุปฺผานํ วาหสา มยํ.
๕๗. ‘‘ปทุมุตฺตโร โลกวิทู, อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห;
วีถิยญฺหิ ฐิโต สนฺโต, อิมา คาถา อภาสถ.
๕๘. ‘‘‘โย โส พุทฺธํ อปูเชสิ, รตฺตปเทฺมหิ [รตฺตปทุเมหิ (สี. สฺยา.)] มาณโว;
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ, สุณาถ มม ภาสโต.
๕๙. ‘‘‘ตึสกปฺปสหสฺสานิ, เทวโลเก รมิสฺสติ;
ตึสกปฺปานิ [ตึสกฺขตฺตุญฺจ (สฺยา.)] เทวินฺโท, เทวรชฺชํ กริสฺสติ.
๖๐. ‘‘‘มหาวิตฺถาริกํ นาม, พฺยมฺหํ เหสฺสติ ตาวเท;
ติโยชนสตุพฺพิทฺธํ, ทิยฑฺฒสตวิตฺถตํ.
๖๑. ‘‘‘จตฺตาริสตสหสฺสานิ, นิยฺยูหา จ สุมาปิตา;
กูฏาคารวรูเปตา, มหาสยนมณฺฑิตา.
๖๒. ‘‘‘โกฏิสตสหสฺสิโย, ปริวาเรสฺสนฺติ อจฺฉรา;
กุสลา นจฺจคีตสฺส, วาทิเตปิ ปทกฺขิณา.
๖๓. ‘‘‘เอตาทิเส พฺยมฺหวเร, นารีคณสมากุเล;
วสฺสิสฺสติ ปุปฺผวสฺโส, ทิพฺโพ [ปท (ก.)] โลหิตโก สทา.
๖๔. ‘‘‘ภิตฺติขีเล นาคทนฺเต, ทฺวารพาหาย โตรเณ;
จกฺกมตฺตา โลหิตกา, โอลมฺพิสฺสนฺติ ตาวเท.
๖๕. ‘‘‘ปตฺเตน ปตฺตสญฺฉนฺเน, อนฺโตพฺยมฺหวเร อิมํ;
อตฺถริตฺวา ปารุปิตฺวา, ตุวฏฺฏิสฺสนฺติ ตาวเท.
๖๖. ‘‘‘ภวนํ ปริวาเรตฺวา, สมนฺตา สตโยชเน;
เตปิ ปทฺมา [เต วิสุทฺธา (สี. สฺยา.)] โลหิตกา, ทิพฺพคนฺธํ ปวายเร.
๖๗. ‘‘‘ปญฺจสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี ภวิสฺสติ;
ปเทสรชฺชํ วิปุลํ, คณนาโต อสงฺขิยํ.
๖๘. ‘‘‘สมฺปตฺติโย ทุเว ภุตฺวา, อนีติ อนุปทฺทโว;
สมฺปตฺเต ปริโยสาเน, นิพฺพานํ ปาปุณิสฺสติ’ [ผสฺสยิสฺสติ (สี.), ปสฺสยิสฺสติ (ก.)].
๖๙. ‘‘สุทิฏฺโฐ วต เม พุทฺโธ, วาณิชฺชํ สุปโยชิตํ;
ปทฺมานิ ตีณิ ปูเชตฺวา, อนุโภสึ ติสมฺปทา [อนุภูยนฺติ สมฺปทา (ก.)].
๗๐. ‘‘อชฺช เม ธมฺมปฺปตฺตสฺส, วิปฺปมุตฺตสฺส สพฺพโส;
สุปุปฺผิตํ โลหิตกํ, ธารยิสฺสติ มตฺถเก.
๗๑. ‘‘มม กมฺมํ กเถนฺตสฺส, ปทุมุตฺตรสตฺถุโน;
สตปาณสหสฺสานํ, ธมฺมาภิสมโย อหุ.
๗๒. ‘‘สตสหสฺสิโต กปฺเป, ยํ พุทฺธมภิปูชยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, ติปทุมานิทํ ผลํ.
๗๓. ‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ, ภวา สพฺเพ สมูหตา;
สพฺพาสวา ปริกฺขีณา, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว.
๗๔. ‘‘ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ’’.
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ติปทุมิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ.
ติปทุมิยตฺเถรสฺสาปทานํ ทสมํ.
นาคสมาลวคฺโค อฏฺฐโม.