๓. ติณสูลกฉาทนิยตฺเถรอปทานํ
๗๙. ‘‘ชาตึ ชรญฺจ มรณํ, ปจฺจเวกฺขึ อหํ ตทา;
เอกโก อภินิกฺขมฺม, ปพฺพชึ อนคาริยํ.
๘๐. ‘‘จรมาโนนุปุพฺเพน, คงฺคาตีรํ อุปาคมึ;
ตตฺถทฺทสาสึ ปถวึ, คงฺคาตีเร สมุนฺนตํ.
๘๑. ‘‘อสฺสมํ ตตฺถ มาเปตฺวา, วสามิ อสฺสเม อหํ;
สุกโต จงฺกโม มยฺหํ, นานาทิชคณายุโต.
๘๒. ‘‘มมุเปนฺติ จ วิสฺสตฺถา, กูชนฺติ จ มโนหรํ;
รมมาโน สห เตหิ, วสามิ อสฺสเม อหํ.
๘๓. ‘‘มม อสฺสมสามนฺตา, มิคราชา จตุกฺกโม;
อาสยา อภินิกฺขมฺม, คชฺชิ โส อสนี วิย.
๘๔. ‘‘นทิเต มิคราเช จ, หาโส เม อุทปชฺชถ;
มิคราชํ คเวสนฺโต, อทฺทสํ โลกนายกํ.
๘๕. ‘‘ทิสฺวานาหํ เทวเทวํ, ติสฺสํ โลกคฺคนายกํ;
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน, ปูชยึ นาคเกสรํ.
๘๖. ‘‘อุคฺคจฺฉนฺตํว สูริยํ, สาลราชํว ปุปฺผิตํ;
โอสธึว วิโรจนฺตํ, สนฺถวึ โลกนายกํ.
๘๗. ‘‘‘ตว ญาเณน สพฺพญฺญุ, โมเจสิมํ สเทวกํ;
ตวํ อาราธยิตฺวาน, ชาติยา ปริมุจฺจเร.
๘๘. ‘‘‘อทสฺสเนน สพฺพญฺญุ, พุทฺธานํ สพฺพทสฺสินํ;
ปตนฺติวีจินิรยํ, ราคโทเสหิ โอผุฏา [โอตฺถฏา (สฺยา.)].
๘๙. ‘‘‘ตว ทสฺสนมาคมฺม, สพฺพญฺญุ โลกนายก;
ปมุจฺจนฺติ ภวา สพฺพา, ผุสนฺติ อมตํ ปทํ.
๙๐. ‘‘‘ยทา พุทฺธา จกฺขุมนฺโต, อุปฺปชฺชนฺติ ปภงฺกรา;
กิเลเส ฌาปยิตฺวาน, อาโลกํ ทสฺสยนฺติ เต’.
๙๑. ‘‘กิตฺตยิตฺวาน สมฺพุทฺธํ, ติสฺสํ โลกคฺคนายกํ;
หฏฺโฐ หฏฺเฐน จิตฺเตน, ติณสูลํ อปูชยึ.
๙๒. ‘‘มม สงฺกปฺปมญฺญาย, ติสฺโส โลกคฺคนายโก;
สกาสเน นิสีทิตฺวา, อิมา คาถา อภาสถ.
๙๓. ‘‘‘โย มํ ปุปฺเผหิ ฉาเทสิ, ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ;
ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ, สุณาถ มม ภาสโต.
๙๔. ‘‘‘ปญฺจวีสติกฺขตฺตุํ โส, เทวรชฺชํ กริสฺสติ;
ปญฺจสตฺตติกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี ภวิสฺสติ.
๙๕. ‘‘‘ปเทสรชฺชํ วิปุลํ, คณนาโต อสงฺขิยํ;
ตสฺส กมฺมนิสฺสนฺเทน [กมฺมสฺส นิสฺสนฺโท (สี. สฺยา. ปี.)], ปุปฺผานํ ปูชนาย จ [โส (สฺยา. ปี.)].
๙๖. ‘‘‘สีสํนฺหาโต จยํ โปโส, ปุปฺผมากงฺขเต ยทิ [สายํ ปาโต จยํ โปโส, ปุปฺเผหิ มํ อฉาทยิ (สฺยา.)];
ปุญฺญกมฺเมน สํยุตฺตํ [สํยุตฺโต (สี. สฺยา. ปี.)], ปุรโต ปาตุภวิสฺสติ.
๙๗. ‘‘‘ยํ ยํ อิจฺฉติ กาเมหิ, ตํ ตํ ปาตุภวิสฺสติ;
สงฺกปฺปํ ปริปูเรตฺวา, นิพฺพายิสฺสตินาสโว’.
อฏฺฐารสมํ ภาณวารํ.
๙๘. ‘‘กิเลเส ฌาปยิตฺวาน, สมฺปชาโน ปติสฺสโต;
เอกาสเน นิสีทิตฺวา, อรหตฺตมปาปุณึ.
๙๙. ‘‘จงฺกมนฺโต นิปชฺชนฺโต, นิสินฺโน อุท วา ฐิโต;
พุทฺธเสฏฺฐํ สริตฺวาน, วิหรามิ อหํ สทา.
๑๐๐. ‘‘จีวเร ปิณฺฑปาเต จ, ปจฺจเย สยนาสเน;
ตตฺถ เม อูนตา นตฺถิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
๑๐๑. ‘‘โส ทานิ ปตฺโต อมตํ, สนฺตํ ปทมนุตฺตรํ;
สพฺพาสเว ปริญฺญาย, วิหรามิ อนาสโว.
๑๐๒. ‘‘เทฺวนวุเต อิโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิปูชยึ;
ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.
๑๐๓. ‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ…เป… วิหรามิ อนาสโว.
๑๐๔. ‘‘สฺวาคตํ วต เม อาสิ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.
๑๐๕. ‘‘ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ’’.
อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ติณสูลกฉาทนิโย [ติณสูลิกฉาทนิโย (ก.)] เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ.
ติณสูลกฉาทนิยตฺเถรสฺสาปทานํ ตติยํ.