๕. ปทุมกูฏาคาริยตฺเถรอปทานํ

๓๕๓. ‘‘ปิยทสฺสี นาม ภควา, สยมฺภู โลกนายโก;

วิเวกกาโม สมฺพุทฺโธ, สมาธิกุสโล มุนิ.

๓๕๔. ‘‘วนสณฺฑํ สโมคยฺห, ปิยทสฺสี มหามุนิ;

ปํสุกูลํ ปตฺถริตฺวา, นิสีทิ ปุริสุตฺตโม.

๓๕๕. ‘‘มิคลุทฺโท ปุเร อาสึ, อรญฺเญ [วิปิเน (สี.), อิริเน (สฺยา. ก.)] กานเน อหํ;

ปสทํ มิคเมสนฺโต, อาหิณฺฑามิ อหํ ตทา.

๓๕๖. ‘‘ตตฺถทฺทสาสึ สมฺพุทฺธํ, โอฆติณฺณมนาสวํ;

ปุปฺผิตํ สาลราชํว, สตรํสึว อุคฺคตํ.

๓๕๗. ‘‘ทิสฺวานหํ เทวเทวํ, ปิยทสฺสึ มหายสํ;

ชาตสฺสรํ สโมคยฺห, ปทุมํ อาหรึ ตทา.

๓๕๘. ‘‘อาหริตฺวาน ปทุมํ, สตปตฺตํ มโนรมํ;

กูฏาคารํ กริตฺวาน, ฉาทยึ ปทุเมนหํ.

๓๕๙. ‘‘อนุกมฺปโก การุณิโก, ปิยทสฺสี มหามุนิ;

สตฺตรตฺตินฺทิวํ พุทฺโธ, กูฏาคาเร วสี ชิโน.

๓๖๐. ‘‘ปุราณํ ฉฑฺฑยิตฺวาน, นเวน ฉาทยึ อหํ;

อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวาน, อฏฺฐาสึ ตาวเท อหํ.

๓๖๑. ‘‘วุฏฺฐหิตฺวา สมาธิมฺหา, ปิยทสฺสี มหามุนิ;

ทิสํ อนุวิโลเกนฺโต, นิสีทิ โลกนายโก.

๓๖๒. ‘‘ตทา สุทสฺสโน นาม, อุปฏฺฐาโก มหิทฺธิโก;

จิตฺตมญฺญาย พุทฺธสฺส, ปิยทสฺสิสฺส สตฺถุโน.

๓๖๓. ‘‘อสีติยา สหสฺเสหิ, ภิกฺขูหิ ปริวาริโต;

วนนฺเต สุขมาสีนํ, อุเปสิ โลกนายกํ.

๓๖๔. ‘‘ยาวตา วนสณฺฑมฺหิ, อธิวตฺถา จ เทวตา;

พุทฺธสฺส จิตฺตมญฺญาย, สพฺเพ สนฺนิปตุํ ตทา.

๓๖๕. ‘‘สมาคเตสุ ยกฺเขสุ, กุมฺภณฺเฑ สหรกฺขเส;

ภิกฺขุสงฺเฆ จ สมฺปตฺเต, คาถา ปพฺยาหรี [สพฺยาหรี (สฺยา.), มาพฺยาหรี (สี.)] ชิโน.

๓๖๖. ‘‘‘โย มํ สตฺตาหํ ปูเชสิ, อาวาสญฺจ อกาสิ เม;

ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ, สุณาถ มม ภาสโต.

๓๖๗. ‘‘‘สุทุทฺทสํ สุนิปุณํ, คมฺภีรํ สุปฺปกาสิตํ;

ญาเณน กิตฺตยิสฺสามิ, สุณาถ มม ภาสโต.

๓๖๘. ‘‘‘จตุทฺทสานิ กปฺปานิ, เทวรชฺชํ กริสฺสติ;

กูฏาคารํ มหนฺตสฺส [พฺรหํ ตสฺส (สี. สฺยา.)], ปทฺมปุปฺเผหิ ฉาทิตํ.

๓๖๙. ‘‘‘อากาเส ธารยิสฺสติ, ปุปฺผกมฺมสฺสิทํ [ปุพฺพกมฺมสฺสิทํ (สฺยา.)] ผลํ;

จตุพฺพีเส [จตุทฺทเส (สฺยา.)] กปฺปสเต, โวกิณฺณํ สํสริสฺสติ.

๓๗๐. ‘‘‘ตตฺถ ปุปฺผมยํ พฺยมฺหํ, อากาเส ธารยิสฺสติ;

ยถา ปทุมปตฺตมฺหิ, โตยํ น อุปลิมฺปติ.

๓๗๑. ‘‘‘ตเถวีมสฺส ญาณมฺหิ, กิเลสา โนปลิมฺปเร;

มนสา วินิวฏฺเฏตฺวา, ปญฺจ นีวรเณ อยํ.

๓๗๒. ‘‘‘จิตฺตํ ชเนตฺวา เนกฺขมฺเม, อคารา ปพฺพชิสฺสติ;

ตโต ปุปฺผมเย พฺยเมฺห, ธาเรนฺเต [ปุปฺผมยํ พฺยมฺหํ, ธาเรนฺตํ (สฺยา. ก.)] นิกฺขมิสฺสติ.

๓๗๓. ‘‘‘รุกฺขมูเล วสนฺตสฺส, นิปกสฺส สตีมโต;

ตตฺถ ปุปฺผมยํ พฺยมฺหํ, มตฺถเก ธารยิสฺสติ.

๓๗๔. ‘‘‘จีวรํ ปิณฺฑปาตญฺจ, ปจฺจยํ สยนาสนํ;

ทตฺวาน ภิกฺขุสงฺฆสฺส, นิพฺพายิสฺสตินาสโว’.

๓๗๕. ‘‘กูฏาคาเรน จรตา [จรณา (สี. ปี. ก.), จริเต (สฺยา.)], ปพฺพชฺชํ อภินิกฺขมึ;

รุกฺขมูเล วสนฺตมฺปิ [วสนฺตมฺหิ (สี.), วสโตปิ (?)], กูฏาคารํ ธรียติ.

๓๗๖. ‘‘จีวเร ปิณฺฑปาเต จ, เจตนา เม น วิชฺชติ;

ปุญฺญกมฺเมน สํยุตฺโต, ลภามิ ปรินิฏฺฐิตํ.

๓๗๗. ‘‘คณนาโต อสงฺเขยฺยา, กปฺปโกฏี พหู มม;

ริตฺตกา เต อติกฺกนฺตา, ปมุตฺตา โลกนายกา.

๓๗๘. ‘‘อฏฺฐารเส กปฺปสเต, ปิยทสฺสี วินายโก;

ตมหํ ปยิรุปาสิตฺวา, อิมํ โยนึ อุปาคโต.

๓๗๙. ‘‘อิธ ปสฺสามิ [อิธทฺทสาสึ (สี.)] สมฺพุทฺธํ, อโนมํ นาม จกฺขุมํ;

ตมหํ อุปคนฺตฺวาน, ปพฺพชึ อนคาริยํ.

๓๘๐. ‘‘ทุกฺขสฺสนฺตกโร พุทฺโธ, มคฺคํ เม เทสยี ชิโน;

ตสฺส ธมฺมํ สุณิตฺวาน, ปตฺโตมฺหิ อจลํ ปทํ.

๓๘๑. ‘‘โตสยิตฺวาน สมฺพุทฺธํ, โคตมํ สกฺยปุงฺควํ;

สพฺพาสเว ปริญฺญาย, วิหรามิ อนาสโว.

๓๘๒. ‘‘อฏฺฐารเส กปฺปสเต, ยํ พุทฺธมภิปูชยึ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

๓๘๓. ‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ, ภวา สพฺเพ สมูหตา;

สพฺพาสวา ปริกฺขีณา, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว.

๓๘๔. ‘‘สฺวาคตํ วต เม อาสิ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.

๓๘๕. ‘‘ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ’’.

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ปทุมกูฏาคาริโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ.

ปทุมกูฏาคาริยตฺเถรสฺสาปทานํ ปญฺจมํ.