๒. ตีณุปฺปลมาลิยตฺเถรอปทานํ

๑๑. ‘‘จนฺทภาคานทีตีเร, อโหสึ วานโร ตทา;

อทฺทสํ วิรชํ พุทฺธํ, นิสินฺนํ ปพฺพตนฺตเร.

๑๒. ‘‘โอภาเสนฺตํ ทิสา สพฺพา, สาลราชํว ผุลฺลิตํ;

ลกฺขณพฺยญฺชนูเปตํ, ทิสฺวา อตฺตมโน อหุํ.

๑๓. ‘‘อุทคฺคจิตฺโต สุมโน, ปีติยา หฏฺฐมานโส;

ตีณิ อุปฺปลปุปฺผานิ, มตฺถเก อภิโรปยึ.

๑๔. ‘‘ปุปฺผานิ อภิโรเปตฺวา, วิปสฺสิสฺส มเหสิโน;

สคารโว ภวิตฺวาน [คมิตฺวาน (สี.), นมิตฺวาน (ก.)], ปกฺกามึ อุตฺตรามุโข.

๑๕. ‘‘คจฺฉนฺโต ปฏิกุฏิโก, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;

เสลนฺตเร ปติตฺวาน [ปปติตฺวา (สฺยา. ก.)], ปาปุณึ ชีวิตกฺขยํ.

๑๖. ‘‘เตน กมฺเมน สุกเตน, เจตนาปณิธีหิ จ;

ชหิตฺวา มานุสํ เทหํ [ปุริมํ ชาตึ (?) อุปริ ๓๘ วคฺเค ตติยาปทาเน เอวเมว ทิสฺสติ], ตาวตึสมคจฺฉหํ.

๑๗. ‘‘สตานํ ตีณิกฺขตฺตุญฺจ, เทวรชฺชํ อการยึ;

สตานํ ปญฺจกฺขตฺตุญฺจ, จกฺกวตฺตี อโหสหํ.

๑๘. ‘‘เอกนวุติโต กปฺเป, ยํ ปุปฺผมภิปูชยึ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

๑๙. ‘‘ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ’’.

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ตีณุปฺปลมาลิโย [ติอุปฺปลมาลิโย (สี.)] เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ.

ตีณุปฺปลมาลิยตฺเถรสฺสาปทานํ ทุติยํ.