(๙-๑๐) อุสฺสงฺขปาทอุทฺธคฺคโลมตาลกฺขณานิ

๒๑๒. ‘‘ยมฺปิ, ภิกฺขเว, ตถาคโต ปุริมํ ชาตึ ปุริมํ ภวํ ปุริมํ นิเกตํ ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน [สมาโน พหุโน ชนสฺส (สี. ปี.)] อตฺถูปสํหิตํ ธมฺมูปสํหิตํ วาจํ ภาสิตา อโหสิ, พหุชนํ นิทํเสสิ, ปาณีนํ หิตสุขาวโห ธมฺมยาคี. โส ตสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา…เป… โส ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคโต สมาโน อิมานิ เทฺว มหาปุริสลกฺขณานิ ปฏิลภติ. อุสฺสงฺขปาโท จ โหติ, อุทฺธคฺคโลโม จ.

‘‘โส เตหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต, สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี…เป… ราชา สมาโน กึ ลภติ? อคฺโค จ โหติ เสฏฺโฐ จ ปาโมกฺโข จ อุตฺตโม จ ปวโร จ กามโภคีนํ. ราชา สมาโน อิทํ ลภติ… พุทฺโธ สมาโน กึ ลภติ? อคฺโค จ โหติ เสฏฺโฐ จ ปาโมกฺโข จ อุตฺตโม จ ปวโร จ สพฺพสตฺตานํ. พุทฺโธ สมาโน อิทํ ลภติ’’. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ.

๒๑๓. ตตฺเถตํ วุจฺจติ –

‘‘อตฺถธมฺมสหิตํ [อตฺถธมฺมสํหิตํ (ก. สี. ปี.), อตฺถธมฺมุปสํหิตํ (ก.)] ปุเร คิรํ,

เอรยํ พหุชนํ นิทํสยิ;

ปาณินํ หิตสุขาวโห อหุ,

ธมฺมยาคมยชี [ธมฺมยาคํ อสฺสชิ (ก.)] อมจฺฉรี.

‘‘เตน โส สุจริเตน กมฺมุนา,

สุคฺคตึ วชติ ตตฺถ โมทติ;

ลกฺขณานิ จ ทุเว อิธาคโต,

อุตฺตมปฺปมุขตาย [อุตฺตมสุขตาย (สฺยา.), อุตฺตมปมุกฺขตาย (ก.)] วินฺทติ.

‘‘อุพฺภมุปฺปติตโลมวา สโส,

ปาทคณฺฐิรหุ สาธุสณฺฐิตา;

มํสโลหิตาจิตา ตโจตฺถตา,

อุปริจรณโสภนา [อุปริชานุโสภนา (สฺยา.), อุปริ จ ปน โสภนา (สี. ปี.)] อหุ.

‘‘เคหมาวสติ เจ ตถาวิโธ,

อคฺคตํ วชติ กามโภคินํ;

เตน อุตฺตริตโร น วิชฺชติ,

ชมฺพุทีปมภิภุยฺย อิริยติ.

‘‘ปพฺพชมฺปิ จ อโนมนิกฺกโม,

อคฺคตํ วชติ สพฺพปาณินํ;

เตน อุตฺตริตโร น วิชฺชติ,

สพฺพโลกมภิภุยฺย วิหรตี’’ติ.