๗. ลกฺขณสุตฺตํ
ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณานิ
๑๙๘. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทฺทนฺเต’’ติ [ภทนฺเตติ (สี. สฺยา. ปี.)] เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –
๑๙๙. ‘‘ทฺวตฺตึสิมานิ, ภิกฺขเว, มหาปุริสสฺส มหาปุริสลกฺขณานิ, เยหิ สมนฺนาคตสฺส มหาปุริสสฺส เทฺวว คติโย ภวนฺติ อนญฺญา. สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี ธมฺมิโก ธมฺมราชา จาตุรนฺโต วิชิตาวี ชนปทตฺถาวริยปฺปตฺโต สตฺตรตนสมนฺนาคโต. ตสฺสิมานิ สตฺต รตนานิ ภวนฺติ; เสยฺยถิทํ, จกฺกรตนํ หตฺถิรตนํ อสฺสรตนํ มณิรตนํ อิตฺถิรตนํ คหปติรตนํ ปริณายกรตนเมว สตฺตมํ. ปโรสหสฺสํ โข ปนสฺส ปุตฺตา ภวนฺติ สูรา วีรงฺครูปา ปรเสนปฺปมทฺทนา. โส อิมํ ปถวึ สาครปริยนฺตํ อทณฺเฑน อสตฺเถน ธมฺเมน อภิวิชิย อชฺฌาวสติ. สเจ โข ปน อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชติ, อรหํ โหติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก วิวฏฺฏจฺฉโท [วิวฏจฺฉโท (สฺยา. ก.), วิวตฺตจฺฉโท (สี. ปี.)].
๒๐๐. ‘‘กตมานิ จ ตานิ, ภิกฺขเว, ทฺวตฺตึส มหาปุริสสฺส มหาปุริสลกฺขณานิ, เยหิ สมนฺนาคตสฺส มหาปุริสสฺส เทฺวว คติโย ภวนฺติ อนญฺญา? สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี…เป… สเจ โข ปน อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชติ, อรหํ โหติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก วิวฏฺฏจฺฉโท.
‘‘อิธ, ภิกฺขเว, มหาปุริโส สุปฺปติฏฺฐิตปาโท โหติ. ยมฺปิ, ภิกฺขเว, มหาปุริโส สุปฺปติฏฺฐิตปาโท โหติ, อิทมฺปิ, ภิกฺขเว, มหาปุริสสฺส มหาปุริสลกฺขณํ ภวติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, มหาปุริสสฺส เหฏฺฐาปาทตเลสุ จกฺกานิ ชาตานิ โหนฺติ สหสฺสารานิ สเนมิกานิ สนาภิกานิ สพฺพาการปริปูรานิ [สพฺพาการปริปูรานิ สุวิภตฺตนฺตรานิ (สี. ปี.)]. ยมฺปิ, ภิกฺขเว, มหาปุริสสฺส เหฏฺฐาปาทตเลสุ จกฺกานิ ชาตานิ โหนฺติ สหสฺสารานิ สเนมิกานิ สนาภิกานิ สพฺพาการปริปูรานิ, อิทมฺปิ, ภิกฺขเว, มหาปุริสสฺส มหาปุริสลกฺขณํ ภวติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, มหาปุริโส อายตปณฺหิ โหติ…เป… ทีฆงฺคุลิ โหติ… มุทุตลุนหตฺถปาโท โหติ… ชาลหตฺถปาโท โหติ… อุสฺสงฺขปาโท โหติ… เอณิชงฺโฆ โหติ… ฐิตโกว อโนนมนฺโต อุโภหิ ปาณิตเลหิ ชณฺณุกานิ ปริมสติ ปริมชฺชติ… โกโสหิตวตฺถคุโยฺห โหติ… สุวณฺณวณฺโณ โหติ กญฺจนสนฺนิภตฺตโจ… สุขุมจฺฉวิ โหติ, สุขุมตฺตา ฉวิยา รโชชลฺลํ กาเย น อุปลิมฺปติ… เอเกกโลโม โหติ, เอเกกานิ โลมานิ โลมกูเปสุ ชาตานิ… อุทฺธคฺคโลโม โหติ, อุทฺธคฺคานิ โลมานิ ชาตานิ นีลานิ อญฺชนวณฺณานิ กุณฺฑลาวฏฺฏานิ [กุณฺฑลาวตฺตานิ (พหูสุ)] ทกฺขิณาวฏฺฏกชาตานิ [ทกฺขิณาวตฺตกชาตานิ (สี. สฺยา. ปี.)] … พฺรหฺมุชุคตฺโต โหติ… สตฺตุสฺสโท โหติ… สีหปุพฺพทฺธกาโย โหติ… จิตนฺตรํโส [ปิตนฺตรํโส (สฺยา.)] โหติ… นิโคฺรธปริมณฺฑโล โหติ, ยาวตกฺวสฺส กาโย ตาวตกฺวสฺส พฺยาโม ยาวตกฺวสฺส พฺยาโม ตาวตกฺวสฺส กาโย… สมวฏฺฏกฺขนฺโธ โหติ… รสคฺคสคฺคี โหติ… สีหหนุ โหติ… จตฺตาลีสทนฺโต โหติ … สมทนฺโต โหติ… อวิรฬทนฺโต โหติ… สุสุกฺกทาโฐ โหติ… ปหูตชิโวฺห โหติ… พฺรหฺมสฺสโร โหติ กรวีกภาณี… อภินีลเนตฺโต โหติ… โคปขุโม โหติ… อุณฺณา ภมุกนฺตเร ชาตา โหติ, โอทาตา มุทุตูลสนฺนิภา. ยมฺปิ, ภิกฺขเว, มหาปุริสสฺส อุณฺณา ภมุกนฺตเร ชาตา โหติ, โอทาตา มุทุตูลสนฺนิภา, อิทมฺปิ, ภิกฺขเว, มหาปุริสสฺส มหาปุริสลกฺขณํ ภวติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, มหาปุริโส อุณฺหีสสีโส โหติ. ยมฺปิ, ภิกฺขเว, มหาปุริโส อุณฺหีสสีโส โหติ, อิทมฺปิ, ภิกฺขเว, มหาปุริสสฺส มหาปุริสลกฺขณํ ภวติ.
‘‘อิมานิ โข ตานิ, ภิกฺขเว, ทฺวตฺตึส มหาปุริสสฺส มหาปุริสลกฺขณานิ, เยหิ สมนฺนาคตสฺส มหาปุริสสฺส เทฺวว คติโย ภวนฺติ อนญฺญา. สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี…เป… สเจ โข ปน อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชติ, อรหํ โหติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก วิวฏฺฏจฺฉโท.
‘‘อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ทฺวตฺตึส มหาปุริสสฺส มหาปุริสลกฺขณานิ พาหิรกาปิ อิสโย ธาเรนฺติ, โน จ โข เต ชานนฺติ – ‘อิมสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา อิทํ ลกฺขณํ ปฏิลภตี’ติ.
(๑) สุปฺปติฏฺฐิตปาทตาลกฺขณํ
๒๐๑. ‘‘ยมฺปิ, ภิกฺขเว, ตถาคโต ปุริมํ ชาตึ ปุริมํ ภวํ ปุริมํ นิเกตํ ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน ทฬฺหสมาทาโน อโหสิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, อวตฺถิตสมาทาโน กายสุจริเต วจีสุจริเต มโนสุจริเต ทานสํวิภาเค สีลสมาทาเน อุโปสถุปวาเส มตฺเตยฺยตาย เปตฺเตยฺยตาย สามญฺญตาย พฺรหฺมญฺญตาย กุเล เชฏฺฐาปจายิตาย อญฺญตรญฺญตเรสุ จ อธิกุสเลสุ ธมฺเมสุ. โส ตสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา อุปจิตตฺตา อุสฺสนฺนตฺตา วิปุลตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ. โส ตตฺถ อญฺเญ เทเว ทสหิ ฐาเนหิ อธิคฺคณฺหาติ ทิพฺเพน อายุนา ทิพฺเพน วณฺเณน ทิพฺเพน สุเขน ทิพฺเพน ยเสน ทิพฺเพน อาธิปเตยฺเยน ทิพฺเพหิ รูเปหิ ทิพฺเพหิ สทฺเทหิ ทิพฺเพหิ คนฺเธหิ ทิพฺเพหิ รเสหิ ทิพฺเพหิ โผฏฺฐพฺเพหิ. โส ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคโต สมาโน อิมํ มหาปุริสลกฺขณํ ปฏิลภติ. สุปฺปติฏฺฐิตปาโท โหติ. สมํ ปาทํ ภูมิยํ นิกฺขิปติ, สมํ อุทฺธรติ, สมํ สพฺพาวนฺเตหิ ปาทตเลหิ ภูมึ ผุสติ.
๒๐๒. ‘‘โส เตน ลกฺขเณน สมนฺนาคโต สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี ธมฺมิโก ธมฺมราชา จาตุรนฺโต วิชิตาวี ชนปทตฺถาวริยปฺปตฺโต สตฺตรตนสมนฺนาคโต. ตสฺสิมานิ สตฺต รตนานิ ภวนฺติ; เสยฺยถิทํ, จกฺกรตนํ หตฺถิรตนํ อสฺสรตนํ มณิรตนํ อิตฺถิรตนํ คหปติรตนํ ปริณายกรตนเมว สตฺตมํ. ปโรสหสฺสํ โข ปนสฺส ปุตฺตา ภวนฺติ สูรา วีรงฺครูปา ปรเสนปฺปมทฺทนา. โส อิมํ ปถวึ สาครปริยนฺตํ อขิลมนิมิตฺตมกณฺฏกํ อิทฺธํ ผีตํ เขมํ สิวํ นิรพฺพุทํ อทณฺเฑน อสตฺเถน ธมฺเมน อภิวิชิย อชฺฌาวสติ. ราชา สมาโน กึ ลภติ? อกฺขมฺภิโย [อวิกฺขมฺภิโย (สี. ปี.)] โหติ เกนจิ มนุสฺสภูเตน ปจฺจตฺถิเกน ปจฺจามิตฺเตน. ราชา สมาโน อิทํ ลภติ. ‘‘สเจ โข ปน อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชติ, อรหํ โหติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก วิวฏฺฏจฺฉโท. พุทฺโธ สมาโน กึ ลภติ? อกฺขมฺภิโย โหติ อพฺภนฺตเรหิ วา พาหิเรหิ วา ปจฺจตฺถิเกหิ ปจฺจามิตฺเตหิ ราเคน วา โทเสน วา โมเหน วา สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมึ. พุทฺโธ สมาโน อิทํ ลภติ’’. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ.
๒๐๓. ตตฺเถตํ วุจฺจติ –
‘‘สจฺเจ จ ธมฺเม จ ทเม จ สํยเม,
โสเจยฺยสีลาลยุโปสเถสุ จ;
ทาเน อหึสาย อสาหเส รโต,
ทฬฺหํ สมาทาย สมตฺตมาจริ [สมนฺตมาจริ (สฺยา. ก.)].
‘‘โส เตน กมฺเมน ทิวํ สมกฺกมิ [อปกฺกมิ (สฺยา. ก.)],
สุขญฺจ ขิฑฺฑารติโย จ อนฺวภิ [อํนฺวภิ (ฏีกา)];
ตโต จวิตฺวา ปุนราคโต อิธ,
สเมหิ ปาเทหิ ผุสี วสุนฺธรํ.
‘‘พฺยากํสุ เวยฺยญฺชนิกา สมาคตา,
สมปฺปติฏฺฐสฺส น โหติ ขมฺภนา;
คิหิสฺส วา ปพฺพชิตสฺส วา ปุน [ปน (สฺยา.)],
ตํ ลกฺขณํ ภวติ ตทตฺถโชตกํ.
‘‘อกฺขมฺภิโย โหติ อคารมาวสํ,
ปราภิภู สตฺตุภิ นปฺปมทฺทโน;
มนุสฺสภูเตนิธ โหติ เกนจิ,
อกฺขมฺภิโย ตสฺส ผเลน กมฺมุโน.
‘‘สเจ จ ปพฺพชฺชมุเปติ ตาทิโส,
เนกฺขมฺมฉนฺทาภิรโต วิจกฺขโณ;
อคฺโค น โส คจฺฉติ ชาตุ ขมฺภนํ,
นรุตฺตโม เอส หิ ตสฺส ธมฺมตา’’ติ.
(๒) ปาทตลจกฺกลกฺขณํ
๒๐๔. ‘‘ยมฺปิ, ภิกฺขเว, ตถาคโต ปุริมํ ชาตึ ปุริมํ ภวํ ปุริมํ นิเกตํ ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน พหุชนสฺส สุขาวโห อโหสิ, อุพฺเพคอุตฺตาสภยํ อปนุทิตา, ธมฺมิกญฺจ รกฺขาวรณคุตฺตึ สํวิธาตา, สปริวารญฺจ ทานํ อทาสิ. โส ตสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา อุปจิตตฺตา อุสฺสนฺนตฺตา วิปุลตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ…เป… โส ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคโต สมาโน อิมํ มหาปุริสลกฺขณํ ปฏิลภติ. เหฏฺฐาปาทตเลสุ จกฺกานิ ชาตานิ โหนฺติ สหสฺสารานิ สเนมิกานิ สนาภิกานิ สพฺพาการปริปูรานิ สุวิภตฺตนฺตรานิ.
‘‘โส เตน ลกฺขเณน สมนฺนาคโต สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี…เป… ราชา สมาโน กึ ลภติ? มหาปริวาโร โหติ; มหาสฺส โหนฺติ ปริวารา พฺราหฺมณคหปติกา เนคมชานปทา คณกมหามตฺตา อนีกฏฺฐา โทวาริกา อมจฺจา ปาริสชฺชา ราชาโน โภคิยา กุมารา. ราชา สมาโน อิทํ ลภติ. สเจ โข ปน อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชติ, อรหํ โหติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก วิวฏฺฏจฺฉโท. พุทฺโธ สมาโน กึ ลภติ? มหาปริวาโร โหติ; มหาสฺส โหนฺติ ปริวารา ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย อุปาสกา อุปาสิกาโย เทวา มนุสฺสา อสุรา นาคา คนฺธพฺพา. พุทฺโธ สมาโน อิทํ ลภติ’’. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ.
๒๐๕. ตตฺเถตํ วุจฺจติ –
‘‘ปุเร ปุรตฺถา ปุริมาสุ ชาติสุ,
มนุสฺสภูโต พหุนํ สุขาวโห;
อุพฺเภคอุตฺตาสภยาปนูทโน,
คุตฺตีสุ รกฺขาวรเณสุ อุสฺสุโก.
‘‘โส เตน กมฺเมน ทิวํ สมกฺกมิ,
สุขญฺจ ขิฑฺฑารติโย จ อนฺวภิ;
ตโต จวิตฺวา ปุนราคโต อิธ,
จกฺกานิ ปาเทสุ ทุเวสุ วินฺทติ.
‘‘สมนฺตเนมีนิ สหสฺสรานิ จ,
พฺยากํสุ เวยฺยญฺชนิกา สมาคตา;
ทิสฺวา กุมารํ สตปุญฺญลกฺขณํ,
ปริวารวา เหสฺสติ สตฺตุมทฺทโน.
ตถา หี จกฺกานิ สมนฺตเนมินิ,
สเจ น ปพฺพชฺชมุเปติ ตาทิโส;
วตฺเตติ จกฺกํ ปถวึ ปสาสติ,
ตสฺสานุยนฺตาธ [ตสฺสานุยุตฺตา อิธ (สี. ปี.), ตสฺสานุยนฺตา อิธ (สฺยา. ก.)] ภวนฺติ ขตฺติยา.
‘‘มหายสํ สํปริวารยนฺติ นํ,
สเจ จ ปพฺพชฺชมุเปติ ตาทิโส;
เนกฺขมฺมฉนฺทาภิรโต วิจกฺขโณ,
เทวามนุสฺสาสุรสกฺกรกฺขสา [สตฺตรกฺขสา (ก.) สี. สฺยาอฏฺฐกถา โอโลเกตพฺพา].
‘‘คนฺธพฺพนาคา วิหคา จตุปฺปทา,
อนุตฺตรํ เทวมนุสฺสปูชิตํ;
มหายสํ สํปริวารยนฺติ น’’นฺติ.
(๓-๕) อายตปณฺหิตาทิติลกฺขณํ
๒๐๖. ‘‘ยมฺปิ, ภิกฺขเว, ตถาคโต ปุริมํ ชาตึ ปุริมํ ภวํ ปุริมํ นิเกตํ ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน ปาณาติปาตํ ปหาย ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต อโหสิ นิหิตทณฺโฑ นิหิตสตฺโถ ลชฺชี ทยาปนฺโน, สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปี วิหาสิ. โส ตสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา อุปจิตตฺตา อุสฺสนฺนตฺตา วิปุลตฺตา…เป… โส ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคโต สมาโน อิมานิ ตีณิ มหาปุริสลกฺขณานิ ปฏิลภติ. อายตปณฺหิ จ โหติ, ทีฆงฺคุลิ จ พฺรหฺมุชุคตฺโต จ.
‘‘โส เตหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี…เป… ราชา สมาโน กึ ลภติ? ทีฆายุโก โหติ จิรฏฺฐิติโก, ทีฆมายุํ ปาเลติ, น สกฺกา โหติ อนฺตรา ชีวิตา โวโรเปตุํ เกนจิ มนุสฺสภูเตน ปจฺจตฺถิเกน ปจฺจามิตฺเตน. ราชา สมาโน อิทํ ลภติ… พุทฺโธ สมาโน กึ ลภติ? ทีฆายุโก โหติ จิรฏฺฐิติโก, ทีฆมายุํ ปาเลติ, น สกฺกา โหติ อนฺตรา ชีวิตา โวโรเปตุํ ปจฺจตฺถิเกหิ ปจฺจามิตฺเตหิ สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมึ. พุทฺโธ สมาโน อิทํ ลภติ’’. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ.
๒๐๗. ตตฺเถตํ วุจฺจติ –
‘‘มารณวธภยตฺตโน [มรณวธภยตฺตโน (สี. ปี. ก.), มรณวธภยมตฺตโน (สฺยา.)] วิทิตฺวา,
ปฏิวิรโต ปรํ มารณายโหสิ;
เตน สุจริเตน สคฺคมคมา [เตน โส สุจริเตน สคฺคมคมาสิ (สฺยา.)],
สุกตผลวิปากมนุโภสิ.
‘‘จวิย ปุนริธาคโต สมาโน,
ปฏิลภติ อิธ ตีณิ ลกฺขณานิ;
ภวติ วิปุลทีฆปาสณฺหิโก,
พฺรหฺมาว สุชุ สุโภ สุชาตคตฺโต.
‘‘สุภุโช สุสุ สุสณฺฐิโต สุชาโต,
มุทุตลุนงฺคุลิยสฺส โหนฺติ;
ทีฆา ตีภิ ปุริสวรคฺคลกฺขเณหิ,
จิรยปนาย [จิรยาปนาย (สฺยา.)] กุมารมาทิสนฺติ.
‘‘ภวติ ยทิ คิหี จิรํ ยเปติ,
จิรตรํ ปพฺพชติ ยทิ ตโต หิ;
ยาปยติ จ วสิทฺธิภาวนาย,
อิติ ทีฆายุกตาย ตํ นิมิตฺต’’นฺติ.
(๖) สตฺตุสฺสทตาลกฺขณํ
๒๐๘. ‘‘ยมฺปิ, ภิกฺขเว, ตถาคโต ปุริมํ ชาตึ ปุริมํ ภวํ ปุริมํ นิเกตํ ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน ทาตา อโหสิ ปณีตานํ รสิตานํ ขาทนียานํ โภชนียานํ สายนียานํ เลหนียานํ ปานานํ. โส ตสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา…เป… โส ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคโต สมาโน อิมํ มหาปุริสลกฺขณํ ปฏิลภติ, สตฺตุสฺสโท โหติ, สตฺตสฺส อุสฺสทา โหนฺติ; อุโภสุ หตฺเถสุ อุสฺสทา โหนฺติ, อุโภสุ ปาเทสุ อุสฺสทา โหนฺติ, อุโภสุ อํสกูเฏสุ อุสฺสทา โหนฺติ, ขนฺเธ อุสฺสโท โหติ.
‘‘โส เตน ลกฺขเณน สมนฺนาคโต สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี…เป… ราชา สมาโน กึ ลภติ? ลาภี โหติ ปณีตานํ รสิตานํ ขาทนียานํ โภชนียานํ สายนียานํ เลหนียานํ ปานานํ. ราชา สมาโน อิทํ ลภติ… พุทฺโธ สมาโน กึ ลภติ? ลาภี โหติ ปณีตานํ รสิตานํ ขาทนียานํ โภชนียานํ สายนียานํ เลหนียานํ ปานานํ. พุทฺโธ สมาโน อิทํ ลภติ’’. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ.
๒๐๙. ตตฺเถตํ วุจฺจติ –
‘‘ขชฺชโภชฺชมถ เลยฺย สายิยํ,
อุตฺตมคฺครสทายโก อหุ;
เตน โส สุจริเตน กมฺมุนา,
นนฺทเน จิรมภิปฺปโมทติ.
‘‘สตฺต จุสฺสเท อิธาธิคจฺฉติ,
หตฺถปาทมุทุตญฺจ วินฺทติ;
อาหุ พฺยญฺชนนิมิตฺตโกวิทา,
ขชฺชโภชฺชรสลาภิตาย นํ.
‘‘ยํ คิหิสฺสปิ [น ตํ คิหิสฺสาปิ (สฺยา.)] ตทตฺถโชตกํ,
ปพฺพชฺชมฺปิ จ ตทาธิคจฺฉติ;
ขชฺชโภชฺชรสลาภิรุตฺตมํ,
อาหุ สพฺพคิหิพนฺธนจฺฉิท’’นฺติ.
(๗-๘) กรจรณมุทุชาลตาลกฺขณานิ
๒๑๐. ‘‘ยมฺปิ, ภิกฺขเว, ตถาคโต ปุริมํ ชาตึ ปุริมํ ภวํ ปุริมํ นิเกตํ ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ ชนํ สงฺคาหโก อโหสิ – ทาเนน เปยฺยวชฺเชน [ปิยวาเจน (สฺยา. ก.)] อตฺถจริยาย สมานตฺตตาย. โส ตสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา…เป… โส ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคโต สมาโน อิมานิ เทฺว มหาปุริสลกฺขณานิ ปฏิลภติ. มุทุตลุนหตฺถปาโท จ โหติ ชาลหตฺถปาโท จ.
‘‘โส เตหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี…เป… ราชา สมาโน กึ ลภติ? สุสงฺคหิตปริชโน โหติ, สุสงฺคหิตาสฺส โหนฺติ พฺราหฺมณคหปติกา เนคมชานปทา คณกมหามตฺตา อนีกฏฺฐา โทวาริกา อมจฺจา ปาริสชฺชา ราชาโน โภคิยา กุมารา. ราชา สมาโน อิทํ ลภติ… พุทฺโธ สมาโน กึ ลภติ? สุสงฺคหิตปริชโน โหติ, สุสงฺคหิตาสฺส โหนฺติ ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย อุปาสกา อุปาสิกาโย เทวา มนุสฺสา อสุรา นาคา คนฺธพฺพา. พุทฺโธ สมาโน อิทํ ลภติ’’. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ.
๒๑๑. ตตฺเถตํ วุจฺจติ –
‘‘ทานมฺปิ จตฺถจริยตญฺจ [ทานมฺปิ จ อตฺถจริยตมฺปิ จ (สี. ปี.)],
ปิยวาทิตญฺจ สมานตฺตตญฺจ [ปิยวทตญฺจ สมานฉนฺทตญฺจ (สี. ปี.)];
กริยจริยสุสงฺคหํ พหูนํ,
อนวมเตน คุเณน ยาติ สคฺคํ.
‘‘จวิย ปุนริธาคโต สมาโน,
กรจรณมุทุตญฺจ ชาลิโน จ;
อติรุจิรสุวคฺคุทสฺสเนยฺยํ,
ปฏิลภติ ทหโร สุสุ กุมาโร.
‘‘ภวติ ปริชนสฺสโว วิเธยฺโย,
มหิมํ อาวสิโต สุสงฺคหิโต;
ปิยวทู หิตสุขตํ ชิคีสมาโน [ชิคึ สมาโน (สี. สฺยา. ปี.)],
อภิรุจิตานิ คุณานิ อาจรติ.
‘‘ยทิ จ ชหติ สพฺพกามโภคํ,
กถยติ ธมฺมกถํ ชิโน ชนสฺส;
วจนปฏิกรสฺสาภิปฺปสนฺนา,
สุตฺวาน ธมฺมานุธมฺมมาจรนฺตี’’ติ.
(๙-๑๐) อุสฺสงฺขปาทอุทฺธคฺคโลมตาลกฺขณานิ
๒๑๒. ‘‘ยมฺปิ, ภิกฺขเว, ตถาคโต ปุริมํ ชาตึ ปุริมํ ภวํ ปุริมํ นิเกตํ ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน [สมาโน พหุโน ชนสฺส (สี. ปี.)] อตฺถูปสํหิตํ ธมฺมูปสํหิตํ วาจํ ภาสิตา อโหสิ, พหุชนํ นิทํเสสิ, ปาณีนํ หิตสุขาวโห ธมฺมยาคี. โส ตสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา…เป… โส ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคโต สมาโน อิมานิ เทฺว มหาปุริสลกฺขณานิ ปฏิลภติ. อุสฺสงฺขปาโท จ โหติ, อุทฺธคฺคโลโม จ.
‘‘โส เตหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต, สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี…เป… ราชา สมาโน กึ ลภติ? อคฺโค จ โหติ เสฏฺโฐ จ ปาโมกฺโข จ อุตฺตโม จ ปวโร จ กามโภคีนํ. ราชา สมาโน อิทํ ลภติ… พุทฺโธ สมาโน กึ ลภติ? อคฺโค จ โหติ เสฏฺโฐ จ ปาโมกฺโข จ อุตฺตโม จ ปวโร จ สพฺพสตฺตานํ. พุทฺโธ สมาโน อิทํ ลภติ’’. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ.
๒๑๓. ตตฺเถตํ วุจฺจติ –
‘‘อตฺถธมฺมสหิตํ [อตฺถธมฺมสํหิตํ (ก. สี. ปี.), อตฺถธมฺมุปสํหิตํ (ก.)] ปุเร คิรํ,
เอรยํ พหุชนํ นิทํสยิ;
ปาณินํ หิตสุขาวโห อหุ,
ธมฺมยาคมยชี [ธมฺมยาคํ อสฺสชิ (ก.)] อมจฺฉรี.
‘‘เตน โส สุจริเตน กมฺมุนา,
สุคฺคตึ วชติ ตตฺถ โมทติ;
ลกฺขณานิ จ ทุเว อิธาคโต,
อุตฺตมปฺปมุขตาย [อุตฺตมสุขตาย (สฺยา.), อุตฺตมปมุกฺขตาย (ก.)] วินฺทติ.
‘‘อุพฺภมุปฺปติตโลมวา สโส,
ปาทคณฺฐิรหุ สาธุสณฺฐิตา;
มํสโลหิตาจิตา ตโจตฺถตา,
อุปริจรณโสภนา [อุปริชานุโสภนา (สฺยา.), อุปริ จ ปน โสภนา (สี. ปี.)] อหุ.
‘‘เคหมาวสติ เจ ตถาวิโธ,
อคฺคตํ วชติ กามโภคินํ;
เตน อุตฺตริตโร น วิชฺชติ,
ชมฺพุทีปมภิภุยฺย อิริยติ.
‘‘ปพฺพชมฺปิ จ อโนมนิกฺกโม,
อคฺคตํ วชติ สพฺพปาณินํ;
เตน อุตฺตริตโร น วิชฺชติ,
สพฺพโลกมภิภุยฺย วิหรตี’’ติ.
(๑๑) เอณิชงฺฆลกฺขณํ
๒๑๔. ‘‘ยมฺปิ, ภิกฺขเว, ตถาคโต ปุริมํ ชาตึ ปุริมํ ภวํ ปุริมํ นิเกตํ ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน สกฺกจฺจํ วาเจตา อโหสิ สิปฺปํ วา วิชฺชํ วา จรณํ วา กมฺมํ วา – ‘กึ ติเม ขิปฺปํ วิชาเนยฺยุํ, ขิปฺปํ ปฏิปชฺเชยฺยุํ, น จิรํ กิลิสฺเสยฺยุ’’นฺติ. โส ตสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา…เป… โส ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคโต สมาโน อิมํ มหาปุริสลกฺขณํ ปฏิลภติ. เอณิชงฺโฆ โหติ.
‘‘โส เตน ลกฺขเณน สมนฺนาคโต สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี…เป… ราชา สมาโน กึ ลภติ? ยานิ ตานิ ราชารหานิ ราชงฺคานิ ราชูปโภคานิ ราชานุจฺฉวิกานิ ตานิ ขิปฺปํ ปฏิลภติ. ราชา สมาโน อิทํ ลภติ… พุทฺโธ สมาโน กึ ลภติ? ยานิ ตานิ สมณารหานิ สมณงฺคานิ สมณูปโภคานิ สมณานุจฺฉวิกานิ, ตานิ ขิปฺปํ ปฏิลภติ. พุทฺโธ สมาโน อิทํ ลภติ’’. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ.
๒๑๕. ตตฺเถตํ วุจฺจติ –
‘‘สิปฺเปสุ วิชฺชาจรเณสุ กมฺเมสุ [กมฺมสุ (สี. ปี.)],
กถํ วิชาเนยฺยุํ [วิชาเนยฺย (สี. ปี.), วิชาเนยฺยุ (สฺยา.)] ลหุนฺติ อิจฺฉติ;
ยทูปฆาตาย น โหติ กสฺสจิ,
วาเจติ ขิปฺปํ น จิรํ กิลิสฺสติ.