(๑๑) เอณิชงฺฆลกฺขณํ
๒๑๔. ‘‘ยมฺปิ, ภิกฺขเว, ตถาคโต ปุริมํ ชาตึ ปุริมํ ภวํ ปุริมํ นิเกตํ ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน สกฺกจฺจํ วาเจตา อโหสิ สิปฺปํ วา วิชฺชํ วา จรณํ วา กมฺมํ วา – ‘กึ ติเม ขิปฺปํ วิชาเนยฺยุํ, ขิปฺปํ ปฏิปชฺเชยฺยุํ, น จิรํ กิลิสฺเสยฺยุ’’นฺติ. โส ตสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา…เป… โส ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคโต สมาโน อิมํ มหาปุริสลกฺขณํ ปฏิลภติ. เอณิชงฺโฆ โหติ.
‘‘โส เตน ลกฺขเณน สมนฺนาคโต สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี…เป… ราชา สมาโน กึ ลภติ? ยานิ ตานิ ราชารหานิ ราชงฺคานิ ราชูปโภคานิ ราชานุจฺฉวิกานิ ตานิ ขิปฺปํ ปฏิลภติ. ราชา สมาโน อิทํ ลภติ… พุทฺโธ สมาโน กึ ลภติ? ยานิ ตานิ สมณารหานิ สมณงฺคานิ สมณูปโภคานิ สมณานุจฺฉวิกานิ, ตานิ ขิปฺปํ ปฏิลภติ. พุทฺโธ สมาโน อิทํ ลภติ’’. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ.
๒๑๕. ตตฺเถตํ วุจฺจติ –
‘‘สิปฺเปสุ วิชฺชาจรเณสุ กมฺเมสุ [กมฺมสุ (สี. ปี.)],
กถํ วิชาเนยฺยุํ [วิชาเนยฺย (สี. ปี.), วิชาเนยฺยุ (สฺยา.)] ลหุนฺติ อิจฺฉติ;
ยทูปฆาตาย น โหติ กสฺสจิ,
วาเจติ ขิปฺปํ น จิรํ กิลิสฺสติ.
‘‘ตํ กมฺมํ กตฺวา กุสลํ สุขุทฺรยํ [สุขินฺทฺริยํ (ก.)],
ชงฺฆา มนุญฺญา ลภเต สุสณฺฐิตา;
วฏฺฏา สุชาตา อนุปุพฺพมุคฺคตา,
อุทฺธคฺคโลมา สุขุมตฺตโจตฺถตา.
‘‘เอเณยฺยชงฺโฆติ ตมาหุ ปุคฺคลํ,
สมฺปตฺติยา ขิปฺปมิธาหุ [ขิปฺปมิทาหุ (?)] ลกฺขณํ;
เคหานุโลมานิ ยทาภิกงฺขติ,
อปพฺพชํ ขิปฺปมิธาธิคจฺฉติ [ขิปฺปมิทาธิคจฺฉติ (?)].
‘‘สเจ จ ปพฺพชฺชมุเปติ ตาทิโส,
เนกฺขมฺมฉนฺทาภิรโต วิจกฺขโณ;
อนุจฺฉวิกสฺส ยทานุโลมิกํ,
ตํ วินฺทติ ขิปฺปมโนมวิกฺกโม [นิกฺกโม (สี. สฺยา. ปี.)]’’ติ.