(๒๖-๒๗) จตฺตาลีสอวิรฬทนฺตลกฺขณานิ

๒๓๔. ‘‘ยมฺปิ, ภิกฺขเว ตถาคโต ปุริมํ ชาตึ ปุริมํ ภวํ ปุริมํ นิเกตํ ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน ปิสุณํ วาจํ ปหาย ปิสุณาย วาจาย ปฏิวิรโต อโหสิ. อิโต สุตฺวา น อมุตฺร อกฺขาตา อิเมสํ เภทาย, อมุตฺร วา สุตฺวา น อิเมสํ อกฺขาตา อมูสํ เภทาย, อิติ ภินฺนานํ วา สนฺธาตา, สหิตานํ วา อนุปฺปทาตา, สมคฺคาราโม สมคฺครโต สมคฺคนนฺที สมคฺคกรณึ วาจํ ภาสิตา อโหสิ. โส ตสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา…เป… โส ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคโต สมาโน อิมานิ เทฺว มหาปุริสลกฺขณานิ ปฏิลภติ. จตฺตาลีสทนฺโต จ โหติ อวิรฬทนฺโต จ.

‘‘โส เตหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี…เป… ราชา สมาโน กึ ลภติ? อเภชฺชปริโส โหติ, อเภชฺชาสฺส โหนฺติ ปริสา, พฺราหฺมณคหปติกา เนคมชานปทา คณกมหามตฺตา อนีกฏฺฐา โทวาริกา อมจฺจา ปาริสชฺชา ราชาโน โภคิยา กุมารา. ราชา สมาโน อิทํ ลภติ … พุทฺโธ สมาโน กึ ลภติ? อเภชฺชปริโส โหติ, อเภชฺชาสฺส โหนฺติ ปริสา, ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย อุปาสกา อุปาสิกาโย เทวา มนุสฺสา อสุรา นาคา คนฺธพฺพา. พุทฺโธ สมาโน อิทํ ลภติ’’. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ.

๒๓๕. ตตฺเถตํ วุจฺจติ –

‘‘เวภูติยํ สหิตเภทการึ,

เภทปฺปวฑฺฒนวิวาทการึ;

กลหปฺปวฑฺฒนอากิจฺจการึ,

สหิตานํ เภทชนนึ น ภณิ.

‘‘อวิวาทวฑฺฒนกรึ สุคิรํ,

ภินฺนานุสนฺธิชนนึ อภณิ;

กลหํ ชนสฺส ปนุที สมงฺคี,

สหิเตหิ นนฺทติ ปโมทติ จ.

‘‘สุคตีสุ โส ผลวิปากํ,

อนุภวติ ตตฺถ โมทติ;

ทนฺตา อิธ โหนฺติ อวิรฬา สหิตา,

จตุโร ทสสฺส มุขชา สุสณฺฐิตา.

‘‘ยทิ ขตฺติโย ภวติ ภูมิปติ,

อวิเภทิยาสฺส ปริสา ภวติ;

สมโณ จ โหติ วิรโช วิมโล,

ปริสาสฺส โหติ อนุคตา อจลา’’ติ.