(๒๔-๒๕) เอเกกโลมตาอุณฺณาลกฺขณานิ

๒๓๒. ‘‘ยมฺปิ, ภิกฺขเว, ตถาคโต ปุริมํ ชาตึ ปุริมํ ภวํ ปุริมํ นิเกตํ ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน มุสาวาทํ ปหาย มุสาวาทา ปฏิวิรโต อโหสิ, สจฺจวาที สจฺจสนฺโธ เถโต ปจฺจยิโก อวิสํวาทโก โลกสฺส. โส ตสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา อุปจิตตฺตา…เป… โส ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคโต สมาโน อิมานิ เทฺว มหาปุริสลกฺขณานิ ปฏิลภติ. เอเกกโลโม จ โหติ, อุณฺณา จ ภมุกนฺตเร ชาตา โหติ โอทาตา มุทุตูลสนฺนิภา.

‘‘โส เตหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต, สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี…เป… ราชา สมาโน กึ ลภติ? มหาสฺส ชโน อุปวตฺตติ, พฺราหฺมณคหปติกา เนคมชานปทา คณกมหามตฺตา อนีกฏฺฐา โทวาริกา อมจฺจา ปาริสชฺชา ราชาโน โภคิยา กุมารา. ราชา สมาโน อิทํ ลภติ… พุทฺโธ สมาโน กึ ลภติ? มหาสฺส ชโน อุปวตฺตติ, ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย อุปาสกา อุปาสิกาโย เทวา มนุสฺสา อสุรา นาคา คนฺธพฺพา. พุทฺโธ สมาโน อิทํ ลภติ’’. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ.

๒๓๓. ตตฺเถตํ วุจฺจติ –

‘‘สจฺจปฺปฏิญฺโญ ปุริมาสุ ชาติสุ,

อเทฺวชฺฌวาโจ อลิกํ วิวชฺชยิ;

น โส วิสํวาทยิตาปิ กสฺสจิ,

ภูเตน ตจฺเฉน ตเถน ภาสยิ [โตสยิ (สี. ปี.)].

‘‘เสตา สุสุกฺกา มุทุตูลสนฺนิภา,

อุณฺณา สุชาตา [อุณฺณาสฺส ชาตา (ก. สี.)] ภมุกนฺตเร อหุ;

น โลมกูเปสุ ทุเว อชายิสุํ,

เอเกกโลมูปจิตงฺควา อหุ.

‘‘ตํ ลกฺขณญฺญู พหโว สมาคตา,

พฺยากํสุ อุปฺปาทนิมิตฺตโกวิทา;

อุณฺณา จ โลมา จ ยถา สุสณฺฐิตา,

อุปวตฺตตี อีทิสกํ พหุชฺชโน.

‘‘คิหิมฺปิ สนฺตํ อุปวตฺตตี ชโน,

พหุ ปุรตฺถาปกเตน กมฺมุนา;

อกิญฺจนํ ปพฺพชิตํ อนุตฺตรํ,

พุทฺธมฺปิ สนฺตํ อุปวตฺตติ ชโน’’ติ.