(๑๕-๑๖) ปริมณฺฑลอโนนมชณฺณุปริมสนลกฺขณานิ

๒๒๒. ‘‘ยมฺปิ, ภิกฺขเว, ตถาคโต ปุริมํ ชาตึ ปุริมํ ภวํ ปุริมํ นิเกตํ ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน มหาชนสงฺคหํ [มหาชนสงฺคาหกํ (ก.)] สเมกฺขมาโน [สมเปกฺขมาโน (ก.)] สมํ ชานาติ สามํ ชานาติ, ปุริสํ ชานาติ ปุริสวิเสสํ ชานาติ – ‘อยมิทมรหติ อยมิทมรหตี’ติ ตตฺถ ตตฺถ ปุริสวิเสสกโร อโหสิ. โส ตสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา…เป… โส ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคโต สมาโน อิมานิ เทฺว มหาปุริสลกฺขณานิ ปฏิลภติ. นิโคฺรธ ปริมณฺฑโล จ โหติ, ฐิตโกเยว จ อโนนมนฺโต อุโภหิ ปาณิตเลหิ ชณฺณุกานิ ปริมสติ ปริมชฺชติ.

‘‘โส เตหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี…เป… ราชา สมาโน กึ ลภติ? อฑฺโฒ โหติ มหทฺธโน มหาโภโค ปหูตชาตรูปรชโต ปหูตวิตฺตูปกรโณ ปหูตธนธญฺโญ ปริปุณฺณโกสโกฏฺฐาคาโร. ราชา สมาโน อิทํ ลภติ…เป… พุทฺโธ สมาโน กึ ลภติ? อฑฺโฒ โหติ มหทฺธโน มหาโภโค. ตสฺสิมานิ ธนานิ โหนฺติ, เสยฺยถิทํ, สทฺธาธนํ สีลธนํ หิริธนํ โอตฺตปฺปธนํ สุตธนํ จาคธนํ ปญฺญาธนํ. พุทฺโธ สมาโน อิทํ ลภติ’’. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ.

๒๒๓. ตตฺเถตํ วุจฺจติ –

‘‘ตุลิย ปฏิวิจย จินฺตยิตฺวา,

มหาชนสงฺคหนํ [มหาชนํ สงฺคาหกํ (ก.)] สเมกฺขมาโน;

อยมิทมรหติ ตตฺถ ตตฺถ,

ปุริสวิเสสกโร ปุเร อโหสิ.

‘‘มหิญฺจ ปน [สมา จ ปน (สฺยา.), ส หิ จ ปน (สี. ปี.)] ฐิโต อโนนมนฺโต,

ผุสติ กเรหิ อุโภหิ ชณฺณุกานิ;

มหิรุหปริมณฺฑโล อโหสิ,

สุจริตกมฺมวิปากเสสเกน.

‘‘พหุวิวิธนิมิตฺตลกฺขณญฺญู,

อตินิปุณา มนุชา พฺยากรึสุ;

พหุวิวิธา คิหีนํ อรหานิ,

ปฏิลภติ ทหโร สุสุ กุมาโร.

‘‘อิธ จ มหีปติสฺส กามโภคี,

คิหิปติรูปกา พหู ภวนฺติ;

ยทิ จ ชหติ สพฺพกามโภคํ,

ลภติ อนุตฺตรํ อุตฺตมธนคฺค’’นฺติ.