(๑๗-๑๙) สีหปุพฺพทฺธกายาทิติลกฺขณํ
๒๒๔. ‘‘ยมฺปิ, ภิกฺขเว, ตถาคโต ปุริมํ ชาตึ ปุริมํ ภวํ ปุริมํ นิเกตํ ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน พหุชนสฺส อตฺถกาโม อโหสิ หิตกาโม ผาสุกาโม โยคกฺเขมกาโม – ‘กินฺติเม สทฺธาย วฑฺเฒยฺยุํ, สีเลน วฑฺเฒยฺยุํ, สุเตน วฑฺเฒยฺยุํ [สุเตน วฑฺเฒยฺยุํ, พุทฺธิยา วฑฺเฒยฺยุํ (สฺยา.)], จาเคน วฑฺเฒยฺยุํ, ธมฺเมน วฑฺเฒยฺยุํ, ปญฺญาย วฑฺเฒยฺยุํ, ธนธญฺเญน วฑฺเฒยฺยุํ, เขตฺตวตฺถุนา วฑฺเฒยฺยุํ, ทฺวิปทจตุปฺปเทหิ วฑฺเฒยฺยุํ, ปุตฺตทาเรหิ วฑฺเฒยฺยุํ, ทาสกมฺมกรโปริเสหิ วฑฺเฒยฺยุํ, ญาตีหิ วฑฺเฒยฺยุํ, มิตฺเตหิ วฑฺเฒยฺยุํ, พนฺธเวหิ วฑฺเฒยฺยุ’นฺติ. โส ตสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา…เป… โส ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคโต สมาโน อิมานิ ตีณิ มหาปุริสลกฺขณานิ ปฏิลภติ. สีหปุพฺพทฺธกาโย จ โหติ จิตนฺตรํโส จ สมวฏฺฏกฺขนฺโธ จ.
‘‘โส เตหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี…เป… ราชา สมาโน กึ ลภติ? อปริหานธมฺโม โหติ, น ปริหายติ ธนธญฺเญน เขตฺตวตฺถุนา ทฺวิปทจตุปฺปเทหิ ปุตฺตทาเรหิ ทาสกมฺมกรโปริเสหิ ญาตีหิ มิตฺเตหิ พนฺธเวหิ, น ปริหายติ สพฺพสมฺปตฺติยา. ราชา สมาโน อิทํ ลภติ… พุทฺโธ สมาโน กึ ลภติ? อปริหานธมฺโม โหติ, น ปริหายติ สทฺธาย สีเลน สุเตน จาเคน ปญฺญาย, น ปริหายติ สพฺพสมฺปตฺติยา. พุทฺโธ สมาโน อิทํ ลภติ’’. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ.
๒๒๕. ตตฺเถตํ วุจฺจติ –
‘‘สทฺธาย สีเลน สุเตน พุทฺธิยา,
จาเคน ธมฺเมน พหูหิ สาธุหิ;
ธเนน ธญฺเญน จ เขตฺตวตฺถุนา,
ปุตฺเตหิ ทาเรหิ จตุปฺปเทหิ จ.
‘‘ญาตีหิ มิตฺเตหิ จ พนฺธเวหิ จ,
พเลน วณฺเณน สุเขน จูภยํ;
กถํ น หาเยยฺยุํ ปเรติ อิจฺฉติ,
อตฺถสฺส มิทฺธี จ [อิทํ สมิทฺธญฺจ (ก.), อทฺธํ สมิทฺธญฺจ (สฺยา.)] ปนาภิกงฺขติ.
‘‘ส สีหปุพฺพทฺธสุสณฺฐิโต อหุ,
สมวฏฺฏกฺขนฺโธ จ จิตนฺตรํโส;
ปุพฺเพ สุจิณฺเณน กเตน กมฺมุนา,
อหานิยํ ปุพฺพนิมิตฺตมสฺส ตํ.
‘‘คิหีปิ ธญฺเญน ธเนน วฑฺฒติ,
ปุตฺเตหิ ทาเรหิ จตุปฺปเทหิ จ;
อกิญฺจโน ปพฺพชิโต อนุตฺตรํ,
ปปฺโปติ โพธึ อสหานธมฺมต’’นฺติ [สมฺโพธิมหานธมฺมตนฺติ (สฺยา. ก.) ฏีกา โอโลเกตพฺพา].