(๑๔) โกโสหิตวตฺถคุยฺหลกฺขณํ

๒๒๐. ยมฺปิ, ภิกฺขเว, ตถาคโต ปุริมํ ชาตึ ปุริมํ ภวํ ปุริมํ นิเกตํ ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน จิรปฺปนฏฺเฐ สุจิรปฺปวาสิโน ญาติมิตฺเต สุหชฺเช สขิโน สมาเนตา อโหสิ. มาตรมฺปิ ปุตฺเตน สมาเนตา อโหสิ, ปุตฺตมฺปิ มาตรา สมาเนตา อโหสิ, ปิตรมฺปิ ปุตฺเตน สมาเนตา อโหสิ, ปุตฺตมฺปิ ปิตรา สมาเนตา อโหสิ, ภาตรมฺปิ ภาตรา สมาเนตา อโหสิ, ภาตรมฺปิ ภคินิยา สมาเนตา อโหสิ, ภคินิมฺปิ ภาตรา สมาเนตา อโหสิ, ภคินิมฺปิ ภคินิยา สมาเนตา อโหสิ, สมงฺคีกตฺวา [สมคฺคึ กตฺวา (สี. สฺยา. ปี.)] จ อพฺภนุโมทิตา อโหสิ. โส ตสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา…เป… โส ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคโต สมาโน อิมํ มหาปุริสลกฺขณํ ปฏิลภติ – โกโสหิตวตฺถคุโยฺห โหติ.

‘‘โส เตน ลกฺขเณน สมนฺนาคโต สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี…เป… ราชา สมาโน กึ ลภติ? ปหูตปุตฺโต โหติ, ปโรสหสฺสํ โข ปนสฺส ปุตฺตา ภวนฺติ สูรา วีรงฺครูปา ปรเสนปฺปมทฺทนา. ราชา สมาโน อิทํ ลภติ… พุทฺโธ สมาโน กึ ลภติ? ปหูตปุตฺโต โหติ, อเนกสหสฺสํ โข ปนสฺส ปุตฺตา ภวนฺติ สูรา วีรงฺครูปา ปรเสนปฺปมทฺทนา. พุทฺโธ สมาโน อิทํ ลภติ’’. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ.

๒๒๑. ตตฺเถตํ วุจฺจติ –

‘‘ปุเร ปุรตฺถา ปุริมาสุ ชาติสุ,

จิรปฺปนฏฺเฐ สุจิรปฺปวาสิโน;

ญาตี สุหชฺเช สขิโน สมานยิ,

สมงฺคิกตฺวา อนุโมทิตา อหุ.

‘‘โส เตน [ส เตน (ก.)] กมฺเมน ทิวํ สมกฺกมิ,

สุขญฺจ ขิฑฺฑารติโย จ อนฺวภิ;

ตโต จวิตฺวา ปุนราคโต อิธ,

โกโสหิตํ วินฺทติ วตฺถฉาทิยํ.

‘‘ปหูตปุตฺโต ภวตี ตถาวิโธ,

ปโรสหสฺสญฺจ [ปโรสหสฺสสฺส (สี. ปี.)] ภวนฺติ อตฺรชา;

สูรา จ วีรา จ [สูรา จ วีรงฺครูปา (ก.)] อมิตฺตตาปนา,

คิหิสฺส ปีตึชนนา ปิยํวทา.

‘‘พหูตรา ปพฺพชิตสฺส อิริยโต,

ภวนฺติ ปุตฺตา วจนานุสาริโน;

คิหิสฺส วา ปพฺพชิตสฺส วา ปุน,

ตํ ลกฺขณํ ชายติ ตทตฺถโชตก’’นฺติ.

ปฐมภาณวาโร นิฏฺฐิโต.