๑. ปฐมกถินสิกฺขาปทวณฺณนา
ตึส นิสฺสคฺคิยา ธมฺมา, เย วุตฺตา สมิตาวินา;
เตสํ ทานิ กริสฺสามิ, อปุพฺพปทวณฺณนํ.
๔๕๙. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ โคตมเก เจติเย. เตน โข ปน สมเยน ภควตา ภิกฺขูนํ ติจีวรํ อนุญฺญาตํ โหตีติ เอตฺถ ติจีวรนฺติ อนฺตรวาสโก อุตฺตราสงฺโค สงฺฆาฏีติ อิทํ จีวรตฺตยํ ปริภุญฺชิตุํ อนุญฺญาตํ โหติ. ยตฺถ ปเนตํ อนุญฺญาตํ, ยทา จ อนุญฺญาตํ, เยน จ การเณน อนุญฺญาตํ, ตํ สพฺพํ จีวรกฺขนฺธเก ชีวกวตฺถุสฺมึ (มหาว. ๓๒๖ อาทโย) อาคตเมว. อญฺเญเนว ติจีวเรน คามํ ปวิสนฺตีติ เยน วิหาเร อจฺฉนฺติ นฺหานญฺจ โอตรนฺติ, ตโต อญฺเญน, เอวํ ทิวเส ทิวเส นว จีวรานิ ธาเรนฺติ.
๔๖๐. อุปฺปนฺนํ โหตีติ อนุปญฺญตฺติยา ทฺวารํ ททมานํ ปฏิลาภวเสน อุปฺปนฺนํ โหติ, โน นิปฺผตฺติวเสน.
อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ทาตุกาโม โหตีติ อายสฺมา กิร อานนฺโท ภควนฺตํ ฐเปตฺวา อญฺโญ เอวรูโป คุณวิสิฏฺโฐ ปุคฺคโล นตฺถีติ คุณพหุมาเนน อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ อติมมายติ. โส สทาปิ มนาปํ จีวรํ ลภิตฺวา รชิตฺวา กปฺปพินฺทุํ ทตฺวา เถรสฺเสว เทติ, ปุเรภตฺเต ปณีตํ ยาคุขชฺชกํ วา ปิณฺฑปาตํ วา ลภิตฺวาปิ เถรสฺเสว เทติ, ปจฺฉาภตฺเต มธุผาณิตาทีนิ ลภิตฺวาปิ เถรสฺเสว เทติ, อุปฏฺฐากกุเลหิ ทารเก นิกฺขาเมตฺวา ปพฺพาเชตฺวาปิ เถรสฺส สนฺติเก อุปชฺฌํ คาหาเปตฺวา สยํ อนุสาวนกมฺมํ กโรติ. อายสฺมาปิ สาริปุตฺโต ‘‘ปิตุ กตฺตพฺพกิจฺจํ นาม เชฏฺฐปุตฺตสฺส ภาโร, ตํ มยา ภควโต กตฺตพฺพํ กิจฺจํ อานนฺโท กโรติ, อหํ อานนฺทํ นิสฺสาย อปฺโปสฺสุกฺโก วิหริตุํ ลภามี’’ติ อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อติวิย มมายติ, โสปิ มนาปํ จีวรํ ลภิตฺวา อานนฺทตฺเถรสฺเสว เทตีติ สพฺพํ ปุริมสทิสเมว. เอวํ คุณพหุมาเนน มมายนฺโต ตทา อุปฺปนฺนมฺปิ ตํ จีวรํ อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ทาตุกาโม โหตีติ เวทิตพฺโพ.
นวมํ วา ภควา ทิวสํ ทสมํ วาติ เอตฺถ ปน สเจ ภเวยฺย ‘‘กถํ เถโร ชานาตี’’ติ? พหูหิ การเณหิ ชานาติ. สาริปุตฺตตฺเถโร กิร ชนปทจาริกํ ปกฺกมนฺโต อานนฺทตฺเถรํ อาปุจฺฉิตฺวาว ปกฺกมติ ‘‘อหํ เอตฺตเกน นาม กาเลน อาคจฺฉิสฺสามิ, เอตฺถนฺตเร ภควนฺตํ มา ปมชฺชี’’ติ. สเจ สมฺมุขา น อาปุจฺฉติ, ภิกฺขู เปเสตฺวาปิ อาปุจฺฉิตฺวาว คจฺฉติ. สเจ อญฺญตฺถ วสฺสํ วสติ, เย ปฐมตรํ ภิกฺขู อาคจฺฉนฺติ, เต เอวํ ปหิณติ ‘‘มม วจเนน ภควโต จ ปาเท สิรสา วนฺทถ, อานนฺทสฺส จ อาโรคฺยํ วตฺวา มํ ‘อสุกทิวเส นาม อาคมิสฺสตี’ติ วทถา’’ติ สทา จ ยถาปริจฺฉินฺนทิวเสเยว เอติ. อปิจายสฺมา อานนฺโท อนุมาเนนปิ ชานาติ ‘‘เอตฺตเก ทิวเส ภควตา วิโยคํ สหนฺโต อธิวาเสนฺโต อายสฺมา สาริปุตฺโต วสิ, อิโต ทานิ ปฏฺฐาย อสุกํ นาม ทิวสํ น อติกฺกมิสฺสติ อทฺธา อาคมิสฺสตี’’ติ. เยสํ เยสญฺหิ ปญฺญา มหตี เตสํ เตสํ ภควติ เปมญฺจ คารโว จ มหา โหตีติ อิมินา นเยนาปิ ชานาติ. เอวํ พหูหิ การเณหิ ชานาติ. เตนาห – ‘‘นวมํ วา ภควา ทิวสํ ทสมํ วา’’ติ. เอวํ วุตฺเต ยสฺมา อิทํ สิกฺขาปทํ ปณฺณตฺติวชฺชํ, น โลกวชฺชํ; ตสฺมา อายสฺมตา อานนฺเทน วุตฺตสทิสเมว ปริจฺเฉทํ กโรนฺโต ‘‘อถ โข ภควา…เป… ธาเรตุ’’นฺติ. สเจ ปน เถเรน อทฺธมาโส วา มาโส วา อุทฺทิฏฺโฐ อภวิสฺส, โสปิ ภควตา อนุญฺญาโต อสฺส.
๔๖๒-๓. นิฏฺฐิตจีวรสฺมินฺติ เยน เกนจิ นิฏฺฐาเนน นิฏฺฐิเต จีวรสฺมึ. ยสฺมา ปน ตํ จีวรํ กรเณนปิ นิฏฺฐิตํ โหติ, นสฺสนาทีหิปิ ตสฺมาสฺส ปทภาชเน อตฺถมตฺตเมว ทสฺเสตุํ ภิกฺขุโน จีวรํ กตํ วา โหตีติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ กตนฺติ สูจิกมฺมปริโยสาเนน กตํ, สูจิกมฺมปริโยสานํ นาม ยํกิญฺจิ สูจิยา กตฺตพฺพํ ปาสปฏฺฏคณฺฐิกปฏฺฏปริโยสานํ กตฺวา สูจิยา ปฏิสามนํ. นฏฺฐนฺติ โจราทีหิ หฏํ, เอตมฺปิ หิ กรณปลิโพธสฺส นิฏฺฐิตตฺตา นิฏฺฐิตนฺติ วุจฺจติ. วินฏฺฐนฺติ อุปจิกาทีหิ ขายิตํ. ทฑฺฒนฺติ อคฺคินา ทฑฺฒํ. จีวราสา วา อุปจฺฉินฺนาติ ‘‘อสุกสฺมึ นาม กุเล จีวรํ ลภิสฺสามี’’ติ ยา จีวราสา อุปฺปนฺนา โหติ, สา วา อุปจฺฉินฺนา, เอเตสมฺปิ หิ กรณปลิโพธสฺเสว นิฏฺฐิตตฺตา นิฏฺฐิตภาโว เวทิตพฺโพ.
อุพฺภตสฺมึ กถิเนติ กถิเน จ อุพฺภตสฺมึ. เอเตน ทุติยสฺส ปลิโพธสฺส อภาวํ ทสฺเสติ. ตํ ปน กถินํ ยสฺมา อฏฺฐสุ วา มาติกาสุ เอกาย อนฺตรุพฺภาเรน วา อุทฺธรียติ, เตนสฺส นิทฺเทเส ‘‘อฏฺฐนฺนํ มาติกาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ‘‘อฏฺฐิมา, ภิกฺขเว, มาติกา กถินสฺส อุพฺภาราย – ปกฺกมนนฺติกา, นิฏฺฐานนฺติกา, สนฺนิฏฺฐานนฺติกา, นาสนนฺติกา, สวนนฺติกา, อาสาวจฺเฉทิกา, สีมาติกฺกนฺติกา, สหุพฺภารา’’ติ เอวํ อฏฺฐ มาติกาโย กถินกฺขนฺธเก อาคตา. อนฺตรุพฺภาโรปิ ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ; ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ กถินํ อุทฺธเรยฺย, เอสา ญตฺติ. สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ; สงฺโฆ กถินํ อุทฺธรติ, ยสฺสายสฺมโต ขมติ, กถินสฺส อุพฺภาโร, โส ตุณฺหสฺส; ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย. อุพฺภตํ สงฺเฆน กถินํ, ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ (ปาจิ. ๙๒๖) เอวํ ภิกฺขุนีวิภงฺเค อาคโต. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ ตํ อาคตฏฺฐาเนเยว วณฺณยิสฺสาม. อิธ ปน วุจฺจมาเน ปาฬิ อาหริตพฺพา โหติ, อตฺโถปิ วตฺตพฺโพ. วุตฺโตปิ จ น สุวิญฺเญยฺโย โหติ, อฏฺฐาเน วุตฺตตฺตาย.
ทสาหปรมนฺติ ทส อหานิ ปรโม ปริจฺเฉโท อสฺสาติ ทสาหปรโม, ตํ ทสาหปรมํ กาลํ ธาเรตพฺพนฺติ อตฺโถ. ปทภาชเน ปน อตฺถมตฺตเมว ทสฺเสตุํ ‘‘ทสาหปรมตา ธาเรตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. อิทญฺหิ วุตฺตํ โหติ ‘‘ทสาหปรม’’นฺติ เอตฺถ ยา ทสาหปรมตา ทสาหปรมภาโว, อยํ เอตฺตโก กาโล ยาว นาติกฺกมติ ตาว ธาเรตพฺพนฺติ.
อธิฏฺฐิตวิกปฺปิเตสุ อปริยาปนฺนตฺตา อติเรกํ จีวรนฺติ อติเรกจีวรํ. เตเนวสฺส ปทภาชเน วุตฺตํ ‘‘อนธิฏฺฐิตํ อวิกปฺปิต’’นฺติ.
ฉนฺนํ จีวรานํ อญฺญตรนฺติ โขมํ, กปฺปาสิกํ, โกเสยฺยํ, กมฺพลํ, สาณํ, ภงฺคนฺติ อิเมสํ ฉนฺนํ จีวรานํ อญฺญตรํ. เอเตน จีวรสฺส ชาตึ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปมาณํ ทสฺเสตุํ ‘‘วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิม’’นฺติ อาห. ตสฺส ปมาณํ ทีฆโต เทฺว วิทตฺถิโย, ติริยํ วิทตฺถิ. ตตฺรายํ ปาฬิ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อายาเมน อฏฺฐงฺคุลํ สุคตงฺคุเลน จตุรงฺคุลวิตฺถตํ ปจฺฉิมํ จีวรํ วิกปฺเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘).
ตํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ ตํ ยถาวุตฺตชาติปฺปมาณํ จีวรํ ทสาหปรมํ กาลํ อติกฺกามยโต, เอตฺถนฺตเร ยถา อติเรกจีวรํ น โหติ ตถา อกุพฺพโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ, ตญฺจ จีวรํ นิสฺสคฺคิยํ โหติ, ปาจิตฺติยาปตฺติ จสฺส โหตีติ อตฺโถ. อถ วา นิสฺสชฺชนํ นิสฺสคฺคิยํ, ปุพฺพภาเค กตฺตพฺพสฺส วินยกมฺมสฺเสตํ นามํ. นิสฺสคฺคิยมสฺส อตฺถีติ นิสฺสคฺคิยมิจฺเจว. กินฺตํ? ปาจิตฺติยํ. ตํ อติกฺกามยโต สนิสฺสคฺคิยวินยกมฺมํ ปาจิตฺติยํ โหตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. ปทภาชเน ปน ปฐมํ ตาว อตฺถวิกปฺปํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ โหตี’’ติ มาติกํ ฐเปตฺวา ‘‘เอกาทเส อรุณุคฺคมเน นิสฺสคฺคิยํ โหติ, นิสฺสชฺชิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. ปุน ยสฺส จ นิสฺสชฺชิตพฺพํ, ยถา จ นิสฺสชฺชิตพฺพํ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺฆสฺส วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ เอกาทเส อรุณุคฺคมเนติ เอตฺถ ยํ ทิวสํ จีวรํ อุปฺปนฺนํ ตสฺส โย อรุโณ, โส อุปฺปนฺนทิวสนิสฺสิโต, ตสฺมา จีวรุปฺปาททิวสเอน สทฺธึ เอกาทเส อรุณุคฺคมเน นิสฺสคฺคิยํ โหตีติ เวทิตพฺพํ. สเจปิ พหูนิ เอกชฺฌํ พนฺธิตฺวา วา เวเฐตฺวา วา ฐปิตานิ เอกาว อาปตฺติ. อพทฺธาเวฐิเตสุ วตฺถุคณนาย อาปตฺติโย.
นิสฺสชฺชิตฺวา อาปตฺติ เทเสตพฺพาติ กถํ เทเสตพฺพา? ยถา ขนฺธเก วุตฺตํ, กถญฺจ ตตฺถ วุตฺตํ? เอวํ วุตฺตํ – ‘‘เตน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย – ‘อหํ, ภนฺเต, อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโน, ตํ ปฏิเทเสมี’’’ติ (จูฬว. ๒๓๙). อิธ ปน สเจ เอกํ จีวรํ โหติ ‘‘เอกํ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ วตฺตพฺพํ. สเจ เทฺว, ‘‘เทฺว’’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ พหูนิ ‘‘สมฺพหุลานี’’ติ วตฺตพฺพํ. นิสฺสชฺชเนปิ สเจ เอกํ ยถาปาฬิเมว ‘‘อิทํ เม, ภนฺเต, จีวร’’นฺติ วตฺตพฺพํ. สเจ เทฺว วา พหูนิ วา, ‘‘อิมานิ เม, ภนฺเต, จีวรานิ ทสาหาติกฺกนฺตานิ นิสฺสคฺคิยานิ, อิมานาหํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามี’’ติ วตฺตพฺพํ. ปาฬึ วตฺตุํ อสกฺโกนฺเตน อญฺญถาปิ วตฺตพฺพํ.
พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน อาปตฺติ ปฏิคฺคเหตพฺพาติ ขนฺธเก วุตฺตนเยเนว ปฏิคฺคเหตพฺพา. เอวญฺหิ ตตฺถ วุตฺตํ – ‘‘พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ –
‘สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ, อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ อาปตฺตึ สรติ วิวรติ อุตฺตานึ กโรติ เทเสติ, ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, อหํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน อาปตฺตึ ปฏิคฺคเณฺหยฺย’นฺติ.
เตน วตฺตพฺโพ ‘ปสฺสสี’ติ? ‘อาม, ปสฺสามี’ติ. อายตึ สํวเรยฺยาสี’’ติ (จูฬว. ๒๓๙). ทฺวีสุ ปน สมฺพหุลาสุ วา ปุริมนเยเนว วจนเภโท ญาตพฺโพ.
จีวรทาเนปิ ‘‘สงฺโฆ อิมํ จีวรํ อิมานิ จีวรานี’’ติ วตฺถุวเสน วจนเภโท เวทิตพฺโพ. คณสฺส จ ปุคฺคลสฺส จ นิสฺสชฺชเนปิ เอเสว นโย.
อาปตฺติเทสนาปฏิคฺคหเณสุ ปเนตฺถ อยํ ปาฬิ – ‘‘เตน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุนา สมฺพหุเล ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺสุ วจนียา – ‘อหํ, ภนฺเต, อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโน ตํ ปฏิเทเสมี’ติ. พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน เต ภิกฺขู ญาเปตพฺพา –
‘สุณนฺตุ เม อายสฺมนฺตา, อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ อาปตฺตึ สรติ วิวรติ อุตฺตานึ กโรติ เทเสติ. ยทายสฺมนฺตานํ ปตฺตกลฺลํ, อหํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน อาปตฺตึ ปฏิคฺคเณฺหยฺย’นฺติ.
เตน วตฺตพฺโพ ‘ปสฺสสี’ติ? ‘อาม, ปสฺสามี’ติ. ‘อายตึ สํวเรยฺยาสี’ติ.
เตน ภิกฺขุนา เอกํ ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย – ‘อหํ, อาวุโส, อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโน ตํ ปฏิเทเสมี’ติ. เตน วตฺตพฺโพ ‘ปสฺสสี’ติ, อาม ปสฺสามีติ อายตึ สํวเรยฺยาสี’’ติ (จูฬว. ๒๓๙). ตตฺถ ปุริมนเยเนว อาปตฺติยา นามคฺคหณํ วจนเภโท จ เวทิตพฺโพ.
ยถา จ คณสฺส นิสฺสชฺชเน เอวํ ทฺวินฺนํ นิสฺสชฺชเนปิ ปาฬิ เวทิตพฺพา. ยทิ หิ วิเสโส ภเวยฺย, ยเถว ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติณฺณนฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ, เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, กาตพฺโพ. พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน เต ภิกฺขู ญาเปตพฺพา’’ติอาทินา นเยน ‘‘ติณฺณนฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุ’’นฺติ วตฺวา ปุน ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทฺวินฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ กาตุํ, เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, กาตพฺโพ. เถเรน ภิกฺขุนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺค’’นฺติอาทินา (มหาว. ๑๖๘) นเยน วิสุํเยว ทฺวินฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสโถ วุตฺโต, เอวมิธาปิ วิสุํ ปาฬึ วเทยฺย, ยสฺมา ปน นตฺถิ, ตสฺมา อวตฺวา คโตติ, คณสฺส วุตฺตา ปาฬิเยเวตฺถ ปาฬิ.
อาปตฺติปฏิคฺคหเณ ปน อยํ วิเสโส, ยถา คณสฺส นิสฺสชฺชิตฺวา อาปตฺติยา เทสิยมานาย อาปตฺติปฏิคฺคาหโก ภิกฺขุ ญตฺตึ ฐเปติ, เอวํ อฏฺฐเปตฺวา ทฺวีสุ อญฺญตเรน ยถา เอกปุคฺคโล ปฏิคฺคณฺหาติ, เอวํ อาปตฺติ ปฏิคฺคเหตพฺพา. ทฺวินฺนญฺหิ ญตฺติฏฺฐปนา นาม นตฺถิ, ยทิ สิยา ทฺวินฺนํ ปาริสุทฺธิอุโปสถํ วิสุํ น วเทยฺย.
นิสฺสฏฺฐจีวรทาเนปิ ยถา ‘‘อิมํ จีวรํ อายสฺมโต ทมฺมี’’ติ เอโก วทติ, เอวํ ‘‘อิมํ มยํ จีวรํ อายสฺมโต เทมา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. อิโต ครุกตรานิ หิ ญตฺติทุติยกมฺมานิปิ ‘‘อปโลเกตฺวา กาตพฺพานี’’ติ วุตฺตานิ อตฺถิ, เตสํ เอตํ อนุโลมํ นิสฺสฏฺฐจีวรํ ปน ทาตพฺพเมว อทาตุํ น ลพฺภติ, วินยกมฺมมตฺตเญฺหตํ. น ตํ เตน สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา ปุคฺคลสฺส วา ทินฺนเมว โหตีติ.
๔๖๘. ทสาหาติกฺกนฺเต อติกฺกนฺตสญฺญีติ ทสาหํ อติกฺกนฺเต จีวเร ‘‘อติกฺกนฺตํ อิท’’นฺติ เอวํสญฺญี, ทสาเห วา อติกฺกนฺเต ‘‘อติกฺกนฺโต ทสาโห’’ติ เอวํสญฺญี. นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยนฺติ น อิธ สญฺญา รกฺขติ. โยปิ เอวํสญฺญี, ตสฺสปิ ตํ จีวรํ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยาปตฺติ จ. สนิสฺสคฺคิยวินยกมฺมํ วา ปาจิตฺติยนฺติ อุโภปิ อตฺถวิกปฺปา ยุชฺชนฺติ. เอส นโย สพฺพตฺถ.
อวิสฺสชฺชิเต วิสฺสชฺชิตสญฺญีติ กสฺสจิ อทินฺเน อปริจฺจตฺเต ‘‘ปริจฺจตฺตํ มยา’’ติ เอวํสญฺญี.
อนฏฺเฐ นฏฺฐสญฺญีติ อตฺตโน จีวเรน สทฺธึ พหูนิ อญฺเญสํ จีวรานิ เอกโต ฐปิตานิ โจรา หรนฺติ. ตเตฺรส อตฺตโน จีวเร อนฏฺเฐ นฏฺฐสญฺญี โหติ. เอส นโย อวินฏฺฐาทีสุปิ.
อวิลุตฺเตติ เอตฺถ ปน คพฺภํ ภินฺทิตฺวา ปสยฺหาวหารวเสน อวิลุตฺเตติ เวทิตพฺพํ.
อนิสฺสชฺชิตฺวา ปริภุญฺชติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ สกึ นิวตฺถํ วา สกึ ปารุตํ วา กายโต อโมเจตฺวา ทิวสมฺปิ วิจรติ, เอกาว อาปตฺติ. โมเจตฺวา โมเจตฺวา นิวาเสติ วา ปารุปติ วา ปโยเค ปโยเค ทุกฺกฏํ. ทุนฺนิวตฺถํ วา ทุปฺปารุตํ วา สณฺฐเปนฺตสฺส อนาปตฺติ. อญฺญสฺส ตํ ปริภุญฺชโตปิ อนาปตฺติ, ‘‘อนาปตฺติ อญฺเญน กตํ ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชตี’’ติ (ปารา. ๕๗๐) อาทิวจนญฺเจตฺถ สาธกํ. อนติกฺกนฺเต อติกฺกนฺตสญฺญิโน เวมติกสฺส จ ทุกฺกฏํ ปริโภคํ สนฺธาย วุตฺตํ.
๔๖๙. ‘‘อนาปตฺติ อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ, วิกปฺเปตี’’ติ เอตฺถ ปน อธิฏฺฐานุปคํ วิกปฺปนุปคญฺจ เวทิตพฺพํ. ตตฺรายํ ปาฬิ – อถ โข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ – ‘‘ยานิ ตานิ ภควตา อนุญฺญาตานิ ‘ติจีวร’นฺติ วา ‘วสฺสิกสาฏิกา’ติ วา ‘นิสีทน’นฺติ วา ‘ปจฺจตฺถรณ’นฺติ วา ‘กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาที’ติ วา มุขปุญฺฉนโจฬกนฺติ วา ปริกฺขารโจฬนฺติ วา สพฺพานิ ตานิ อธิฏฺฐาตพฺพานีติ นุ โข อุทาหุ วิกปฺเปตพฺพานี’’ติ, ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ –
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุํ; วสฺสิกสาฏิกํ วสฺสานํ จาตุมาสํ อธิฏฺฐาตุํ ตโต ปรํ วิกปฺเปตุํ; นิสีทนํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุํ; ปจฺจตฺถรณํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุํ; กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทึ ยาวอาพาธา อธิฏฺฐาตุํ ตโต ปรํ วิกปฺเปตุํ; มุขปุญฺฉนโจฬํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุํ; ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘).
‘‘ตตฺถ ติจีวรํ’’ อธิฏฺฐหนฺเตน รชิตฺวา กปฺปพินฺทุํ ทตฺวา ปมาณยุตฺตเมว อธิฏฺฐาตพฺพํ. ตสฺส ปมาณํ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน สุคตจีวรโต อูนกํ วฏฺฏติ, ลามกปริจฺเฉเทน สงฺฆาฏิยา อุตฺตราสงฺคสฺส จ ทีฆโต มุฏฺฐิปญฺจกํ ติริยํ มุฏฺฐิตฺติกํ ปมาณํ วฏฺฏติ. อนฺตรวาสโก ทีฆโต มุฏฺฐิปญฺจโก ติริยํ ทฺวิหตฺโถปิ วฏฺฏติ. ปารุปเณนปิ หิ สกฺกา นาภึ ปฏิจฺฉาเทตุนฺติ. วุตฺตปฺปมาณโต ปน อติเรกํ อูนกญฺจ ปริกฺขารโจฬนฺติ อธิฏฺฐาตพฺพํ.
ตตฺถ ยสฺมา ‘‘เทฺว จีวรสฺส อธิฏฺฐานา – กาเยน วา อธิฏฺเฐติ, วาจาย วา อธิฏฺเฐตี’’ติ (ปริ. ๓๒๒) วุตฺตํ, ตสฺมา ปุราณสงฺฆาฏึ ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ ปจฺจุทฺธริตฺวา นวํ สงฺฆาฏึ หตฺเถน คเหตฺวา ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ จิตฺเตน อาโภคํ กตฺวา กายวิการํ กโรนฺเตน กาเยน อธิฏฺฐาตพฺพา. อิทํ กาเยน อธิฏฺฐานํ, ตํ เยน เกนจิ สรีราวยเวน อผุสนฺตสฺส น วฏฺฏติ. วาจาย อธิฏฺฐาเน ปน วจีเภทํ กตฺวา วาจาย อธิฏฺฐาตพฺพา. ตตฺร ทุวิธํ อธิฏฺฐานํ – สเจ หตฺถปาเส โหติ ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ วาจา ภินฺทิตพฺพา. อถ อนฺโตคพฺเภ วา อุปริปาสาเท วา สามนฺตวิหาเร วา โหติ ฐปิตฏฺฐานํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘เอตํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ วาจา ภินฺทิตพฺพา. เอส นโย อุตฺตราสงฺเค อนฺตรวาสเก จ. นามมตฺตเมว หิ วิเสโส. ตสฺมา สพฺพานิ สงฺฆาฏึ อุตฺตราสงฺคํ อนฺตรวาสกนฺติ เอวํ อตฺตโน นาเมเนว อธิฏฺฐาตพฺพานิ. สเจ อธิฏฺฐหิตฺวา ฐปิตวตฺเถหิ สงฺฆาฏิอาทีนิ กโรติ, นิฏฺฐิเต รชเน จ กปฺเป จ อิมํ ‘‘ปจฺจุทฺธรามี’’ติ ปจฺจุทฺธริตฺวา ปุน อธิฏฺฐาตพฺพานิ. อธิฏฺฐิเตน ปน สทฺธึ มหนฺตตรเมว ทุติยปฏฺฏํ วา ขณฺฑํ วา สํสิพฺพนฺเตน ปุน อธิฏฺฐาตพฺพเมว. สเม วา ขุทฺทเก วา อธิฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถิ.
ติจีวรํ ปน ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏติ น วฏฺฏตีติ? มหาปทุมตฺเถโร กิราห – ‘‘ติจีวรํ ติจีวรเมว อธิฏฺฐาตพฺพํ. สเจ ปริกฺขารโจฬาธิฏฺฐานํ ลเภยฺย อุโทสิตสิกฺขาปเท ปริหาโร นิรตฺถโก ภเวยฺยา’’ติ. เอวํ วุตฺเต กิร อวเสสา ภิกฺขู อาหํสุ – ‘‘ปริกฺขารโจฬมฺปิ ภควตาว อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ วุตฺตํ, ตสฺมา วฏฺฏตี’’ติ. มหาปจฺจริยมฺปิ วุตฺตํ ‘‘ปริกฺขารโจฬํ นาม ปาเฏกฺกํ นิธานมุขเมตนฺติ ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬนฺติ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. อุโทสิตสิกฺขาปเท ปน ติจีวรํ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริหรนฺตสฺส ปริหาโร วุตฺโต’’ติ. อุภโตวิภงฺคภาณโก ปุณฺณวาลิกวาสี มหาติสฺสตฺเถโรปิ กิร อาห – ‘‘มยํ ปุพฺเพ มหาเถรานํ อสฺสุมฺห, อรญฺญวาสิโน ภิกฺขู รุกฺขสุสิราทีสุ จีวรํ ฐเปตฺวา ปธานํ ปทหนตฺถาย คจฺฉนฺติ. สามนฺตวิหาเร ธมฺมสวนตฺถาย คตานญฺจ เนสํ สูริเย อุฏฺฐิเต สามเณรา วา ทหรภิกฺขู วา ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา คจฺฉนฺติ, ตสฺมา สุขปริโภคตฺถํ ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬนฺติ อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. มหาปจฺจริยมฺปิ วุตฺตํ ปุพฺเพ อารญฺญิกา ภิกฺขู อพทฺธสีมายํ ทุปฺปริหารนฺติ ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬเมว อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชึสู’’ติ.
‘‘วสฺสิกสาฏิกา’’ อนติริตฺตปฺปมาณา นามํ คเหตฺวา วุตฺตนเยเนว จตฺตาโร วสฺสิเก มาเส อธิฏฺฐาตพฺพา, ตโต ปรํ ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพา. วณฺณเภทมตฺตรตฺตาปิ เจสา วฏฺฏติ. เทฺว ปน น วฏฺฏนฺติ. ‘‘นิสีทนํ’’ วุตฺตนเยน อธิฏฺฐาตพฺพเมว, ตญฺจ โข ปมาณยุตฺตํ เอกเมว, เทฺว น วฏฺฏนฺติ. ‘‘ปจฺจตฺถรณ’’มฺปิ อธิฏฺฐาตพฺพเมว, ตํ ปน มหนฺตมฺปิ วฏฺฏติ, เอกมฺปิ วฏฺฏติ, พหูนิปิ วฏฺฏนฺติ. นีลมฺปิ ปีตกมฺปิ สทสมฺปิ ปุปฺผทสมฺปีติ สพฺพปฺปการํ วฏฺฏติ. สกึ อธิฏฺฐิตํ อธิฏฺฐิตเมว โหติ. ‘‘กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิ’’ ยาว อาพาโธ อตฺถิ, ตาว ปมาณิกา อธิฏฺฐาตพฺพา. อาพาเธ วูปสนฺเต ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพา, เอกาว วฏฺฏติ. ‘‘มุขปุญฺฉนโจฬํ’’ อธิฏฺฐาตพฺพเมว, ยาว เอกํ โธวิยติ, ตาว อญฺญํ ปริโภคตฺถาย อิจฺฉิตพฺพนฺติ เทฺว วฏฺฏนฺติ. อปเร ปน เถรา ‘‘นิธานมุขเมตํ พหูนิปิ วฏฺฏนฺตี’’ติ วทนฺติ. ปริกฺขารโจเฬ คณนา นตฺถิ, ยตฺตกํ อิจฺฉติ ตตฺตกํ อธิฏฺฐาตพฺพเมว. ถวิกาปิ ปริสฺสาวนมฺปิ วิกปฺปนุปคํ ปจฺฉิมจีวรปฺปมาณํ ‘‘ปริกฺขารโจฬก’’นฺติ อธิฏฺฐาตพฺพเมว. พหูนิ เอกโต กตฺวา ‘‘อิมานิ จีวรานิ ปริกฺขารโจฬานิ อธิฏฺฐามี’’ติ อธิฏฺฐาตุมฺปิ วฏฺฏติเยว. เภสชฺชนวกมฺมมาตาปิตุอาทีนํ อตฺถาย ฐเปนฺเตนปิ อธิฏฺฐาตพฺพเมว. มหาปจฺจริยํ ปน ‘‘อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ. มญฺจภิสิ ปีฐกภิสิ พิมฺโพหนํ ปาวาโร โกชโวติ เอเตสุ ปน เสนาสนปริกฺขารตฺถาย ทินฺนปจฺจตฺถรเณ จ อธิฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถิเยว.
อธิฏฺฐิตจีวรํ ปน ปริภุญฺชโต กถํ อธิฏฺฐานํ วิชหตีติ? อญฺญสฺส ทาเนน, อจฺฉินฺทิตฺวา คหเณน, วิสฺสาสคฺคาเหน, หีนายาวตฺตเนน, สิกฺขาปจฺจกฺขาเนน, กาลํกิริยาย, ลิงฺคปริวตฺตเนน, ปจฺจุทฺธรเณน, ฉิทฺทภาเวนาติ อิเมหิ นวหิ การเณหิ วิชหติ. ตตฺถ ปุริเมหิ อฏฺฐหิ สพฺพจีวรานิ อธิฏฺฐานํ วิชหนฺติ, ฉิทฺทภาเวน ปน ติจีวรสฺเสว สพฺพอฏฺฐกถาสุ อธิฏฺฐานวิชหนํ วุตฺตํ, ตญฺจ นขปิฏฺฐิปฺปมาเณน ฉิทฺเทน. ตตฺถ นขปิฏฺฐิปฺปมาณํ กนิฏฺฐงฺคุลินขวเสน เวทิตพฺพํ, ฉิทฺทญฺจ วินิพฺพิทฺธฉิทฺทเมว. ฉิทฺทสฺส หิ อพฺภนฺตเร เอกตนฺตุ เจปิ อจฺฉินฺโน โหติ, รกฺขติ. ตตฺถ สงฺฆาฏิยา จ อุตฺตราสงฺคสฺส จ ทีฆนฺตโต วิทตฺถิปฺปมาณสฺส ติริยนฺตโต อฏฺฐงฺคุลปฺปมาณสฺส ปเทสสฺส โอรโต ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ ภินฺทติ, ปรโต น ภินฺทติ. อนฺตรวาสกสฺส ปน ทีฆนฺตโต วิทตฺถิปฺปมาณสฺเสว ติริยนฺตโต จตุรงฺคุลปฺปมาณสฺส ปเทสสฺส โอรโต ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ ภินฺทติ, ปรโต น ภินฺทติ. ตสฺมา ชาเต ฉิทฺเท ตํ จีวรํ อติเรกจีวรฏฺฐาเน ติฏฺฐติ, สูจิกมฺมํ กตฺวา ปุน อธิฏฺฐาตพฺพํ. มหาสุมตฺเถโร ปนาห – ‘‘ปมาณจีวรสฺส ยตฺถ กตฺถจิ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ ภินฺทติ, มหนฺตสฺส ปน ปมาณโต พหิ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ น ภินฺทติ, อนฺโตชาตํ ภินฺทตี’’ติ. กรวีกติสฺสตฺเถโร อาห – ‘‘ขุทฺทกํ มหนฺตํ น ปมาณํ, เทฺว จีวรานิ ปารุปนฺตสฺส วามหตฺเถ สงฺฆริตฺวา ฐปิตฏฺฐาเน ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ น ภินฺทติ, โอรภาเค ภินฺทติ. อนฺตรวาสกสฺสปิ โอวฏฺฏิกํ กโรนฺเตน สงฺฆริตฏฺฐาเน ฉิทฺทํ น ภินฺทติ, ตโต โอรํ ภินฺทตี’’ติ. อนฺธกฏฺฐกถายํ ปน ติจีวเร มหาสุมตฺเถรวาทํ ปมาณํ กตฺวา อุตฺตริมฺปิ อิทํ วุตฺตํ ‘‘ปจฺฉิมปฺปมาณํ อธิฏฺฐานํ รกฺขตี’’ติ. ปริกฺขารโจเฬ ทีฆโส อฏฺฐงฺคุเล สุคตงฺคุเลน ติริยํ จตุรงฺคุเล ยตฺถ กตฺถจิ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ วิชหติ. มหนฺเต โจเฬ ตโต ปเรน ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ น วิชหติ. เอส นโย สพฺเพสุ อธิฏฺฐาตพฺพเกสุ จีวเรสู’’ติ.
ตตฺถ ยสฺมา สพฺเพสมฺปิ อธิฏฺฐาตพฺพกจีวรานํ วิกปฺปนุปคปจฺฉิมปฺปมาณโต อญฺญํ ปจฺฉิมปฺปมาณํ นาม นตฺถิ, ยญฺหิ นิสีทน-กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิ-วสฺสิกสาฏิกานํ ปมาณํ วุตฺตํ, ตํ อุกฺกฏฺฐํ, ตโต อุตฺตริ ปฏิสิทฺธตฺตา น ปจฺฉิมํ ตโต เหฏฺฐา อปฺปฏิสิทฺธตฺตา. ติจีวรสฺสาปิ สุคตจีวรปฺปมาณโต อูนกตฺตํ อุกฺกฏฺฐปฺปมาณเมว. ปจฺฉิมํ ปน วิสุํ สุตฺเต วุตฺตํ นตฺถิ. มุขปุญฺฉนปจฺจตฺถรณปริกฺขารโจฬานํ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท นตฺถิเยว. วิกปฺปนุปคปจฺฉิเมน ปน ปจฺฉิมปริจฺเฉโท วุตฺโต. ตสฺมา ยํ ตาว อนฺธกฏฺฐกถายํ ‘‘ปจฺฉิมปฺปมาณํ อธิฏฺฐานํ รกฺขตี’’ติ วตฺวา ตตฺถ ปริกฺขารโจฬสฺเสว สุคตงฺคุเลน อฏฺฐงฺคุลจตุรงฺคุลปจฺฉิมปฺปมาณํ ทสฺเสตฺวา อิตเรสํ ติจีวราทีนํ มุฏฺฐิปญฺจกาทิปเภทํ ปจฺฉิมปฺปมาณํ สนฺธาย ‘‘เอส นโย สพฺเพสุ อธิฏฺฐาตพฺพเกสุจีวเรสู’’ติ วุตฺตํ, ตํ น สเมติ.
กรวีกติสฺสตฺเถรวาเทปิ ทีฆนฺตโตเยว ฉิทฺทํ ทสฺสิตํ, ติริยนฺตโต น ทสฺสิตํ, ตสฺมา โส อปริจฺฉินฺโน. มหาสุมตฺเถรวาเท ‘‘ปมาณจีวรสฺส ยตฺถ กตฺถจิ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ ภินฺทติ, มหนฺตสฺส ปน ปมาณโต พหิ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ น ภินฺทตี’’ติ วุตฺตํ. อิทํ ปน น วุตฺตํ – ‘‘อิทํ นาม ปมาณจีวรํ อิโต อุตฺตริ มหนฺตํ จีวร’’นฺติ. อปิเจตฺถ ติจีวราทีนํ มุฏฺฐิปญฺจกาทิเภทํ ปจฺฉิมปฺปมาณนฺติ อธิปฺเปตํ. ตตฺถ ยทิ ปจฺฉิมปฺปมาณโต พหิ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ น ภินฺเทยฺย, อุกฺกฏฺฐปตฺตสฺสาปิ มชฺฌิมปตฺตสฺส วา โอมกปฺปมาณโต พหิ ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ น ภินฺเทยฺย, น จ น ภินฺทติ. ตสฺมา อยมฺปิ วาโท อปริจฺฉินฺโน.
โย ปนายํ สพฺพปฐโม อฏฺฐกถาวาโท, อยเมเวตฺถ ปมาณํ. กสฺมา? ปริจฺเฉทสพฺภาวโต. ติจีวรสฺส หิ ปจฺฉิมปฺปมาณญฺจ ฉิทฺทปฺปมาณญฺจ ฉิทฺทุปฺปตฺติเทสปฺปมาณญฺจ สพฺพอฏฺฐกถาสุเยว ปริจฺฉินฺทิตฺวา วุตฺตํ, ตสฺมา เสฺวว วาโท ปมาณํ. อทฺธา หิ โส ภควโต อธิปฺปายํ อนุคนฺตฺวา วุตฺโต. อิตเรสุ ปน เนว ปริจฺเฉโท อตฺถิ, น ปุพฺพาปรํ สเมตีติ.
โย ปน ทุพฺพลฏฺฐาเน ปฐมํ อคฺคฬํ ทตฺวา ปจฺฉา ทุพฺพลฏฺฐานํ ฉินฺทิตฺวา อปเนติ, อธิฏฺฐานํ น ภิชฺชติ. มณฺฑลปริวตฺตเนปิ เอเสว นโย. ทุปฏฺฏสฺส เอกสฺมึ ปฏเล ฉิทฺเท วา ชาเต คฬิเต วา อธิฏฺฐานํ น ภิชฺชติ, ขุทฺทกํ จีวรํ มหนฺตํ กโรติ, มหนฺตํ วา ขุทฺทกํ กโรติ, อธิฏฺฐานํ น ภิชฺชติ. อุโภ โกฏิโย มชฺเฌ กโรนฺโต สเจ ปฐมํ ฉินฺทิตฺวา ปจฺฉา ฆเฏติ, อธิฏฺฐานํ ภิชฺชติ. อถ ฆเฏตฺวา ฉินฺทติ, น ภิชฺชติ, รชเกหิ โธวาเปตฺวา เสตํ การาเปนฺตสฺสาปิ อธิฏฺฐานํ อธิฏฺฐานเมวาติ. อยํ ตาว ‘‘อนฺโตทสาหํ อธิฏฺเฐติ วิกปฺเปตี’’ติ เอตฺถ อธิฏฺฐาเน วินิจฺฉโย.
วิกปฺปเน ปน เทฺว วิกปฺปนา – สมฺมุขาวิกปฺปนา จ ปรมฺมุขาวิกปฺปนา จ. กถํ สมฺมุขาวิกปฺปนา โหตีติ? จีวรานํ เอกพหุภาวํ สนฺนิหิตาสนฺนิหิตภาวญฺจ ญตฺวา ‘‘‘อิมํ จีวร’นฺติ วา ‘อิมานิ จีวรานี’ติ วา ‘เอตํ จีวร’นฺติ วา ‘เอตานิ จีวรานี’’’ติ วา ‘‘ตุยฺหํ วิกปฺเปมี’’ติ วตฺตพฺพํ, อยเมกา สมฺมุขาวิกปฺปนา. เอตฺตาวตา นิเธตุํ วฏฺฏติ, ปริภุญฺชิตุํ ปน วิสฺสชฺเชตุํ วา อธิฏฺฐาตุํ วา น วฏฺฏติ. ‘‘มยฺหํ สนฺตกํ, มยฺหํ สนฺตกานิ ปริภุญฺช วา วิสฺสชฺเชหิ วา ยถาปจฺจยํ วา กโรหี’’ติ เอวํ ปน วุตฺเต ปจฺจุทฺธาโร นาม โหติ. ตโตปภุติ ปริโภคาทโยปิ วฏฺฏนฺติ.
อปโรปิ นโย – ตเถว จีวรานํ เอกพหุภาวํ สนฺนิหิตาสนฺนิหิตภาวญฺจ ญตฺวา ตสฺเสว ภิกฺขุโน สนฺติเก ‘‘‘อิมํ จีวร’นฺติ วา ‘อิมานิ จีวรานี’ติ วา ‘เอตํ จีวร’นฺติ วา ‘เอตานิ จีวรานี’’’ติ วา วตฺวา ปญฺจสุ สหธมฺมิเกสุ อญฺญตรสฺส อตฺตนา อภิรุจิตสฺส ยสฺส กสฺสจิ นามํ คเหตฺวา ‘‘‘ติสฺสสฺส ภิกฺขุโน วิกปฺเปมี’ติ วา ‘ติสฺสาย ภิกฺขุนิยา, สิกฺขมานาย, ติสฺสสฺส สามเณรสฺส, ติสฺสาย สามเณริยา วิกปฺเปมี’’’ติ วา วตฺตพฺพํ, อยํ อปราปิ สมฺมุขาวิกปฺปนา. เอตฺตาวตา นิเธตุํ วฏฺฏติ, ปริโภคาทีสุ ปน เอกมฺปิ น วฏฺฏติ. เตน ปน ภิกฺขุนา ‘‘ติสฺสสฺส ภิกฺขุโน สนฺตกํ…เป… ติสฺสาย สามเณริยา สนฺตกํ ปริภุญฺช วา วิสฺสชฺเชหิ วา ยถาปจฺจยํ วา กโรหี’’ติ วุตฺเต ปจฺจุทฺธาโร นาม โหติ. ตโตปภุติ ปริโภคาทโยปิ วฏฺฏนฺติ.
กถํ ปรมฺมุขาวิกปฺปนา โหตีติ? จีวรานํ ตเถว เอกพหุภาวํ สนฺนิหิตาสนฺนิหิตภาวญฺจ ญตฺวา ‘‘‘อิมํ จีวร’นฺติ วา ‘อิมานิ จีวรานี’ติ วา ‘เอตํ จีวร’นฺติ วา ‘เอตานิ จีวรานี’’’ติ วา วตฺวา ‘‘ตุยฺหํ วิกปฺปนตฺถาย ทมฺมี’’ติ วตฺตพฺพํ. เตน วตฺตพฺโพ – ‘‘โก เต มิตฺโต วา สนฺทิฏฺโฐ วา’’ติ? ตโต อิตเรน ปุริมนเยเนว ‘‘ติสฺโส ภิกฺขูติ วา…เป… ติสฺสา สามเณรี’’ติ วา วตฺตพฺพํ. ปุน เตน ภิกฺขุนา ‘‘อหํ ติสฺสสฺส ภิกฺขุโน ทมฺมีติ วา…เป… ติสฺสาย สามเณริยา ทมฺมี’’ติ วา วตฺตพฺพํ, อยํ ปรมฺมุขาวิกปฺปนา. เอตฺตาวตา นิเธตุํ วฏฺฏติ, ปริโภคาทีสุ ปน เอกมฺปิ น วฏฺฏติ. เตน ปน ภิกฺขุนา ทุติยสมฺมุขาวิกปฺปนายํ วุตฺตนเยเนว ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส สนฺตกํ ปริภุญฺช วา วิสฺสชฺเชหิ วา ยถาปจฺจยํ วา กโรหี’’ติ วุตฺเต ปจฺจุทฺธาโร นาม โหติ. ตโตปภุติ ปริโภคาทโยปิ วฏฺฏนฺติ.
ทฺวินฺนํ วิกปฺปนานํ กึ นานากรณํ? สมฺมุขาวิกปฺปนายํ สยํ วิกปฺเปตฺวา ปเรน ปจฺจุทฺธราเปติ. ปรมฺมุขาวิกปฺปนาย ปเรเนว วิกปฺปาเปตฺวา ปเรเนว ปจฺจุทฺธราเปติ, อิทเมตฺถ นานากรณํ. สเจ ปน ยสฺส วิกปฺเปติ, โส ปญฺญตฺติโกวิโท น โหติ, น ชานาติ ปจฺจุทฺธริตุํ, ตํ จีวรํ คเหตฺวา อญฺญสฺส พฺยตฺตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปุน วิกปฺเปตฺวา ปจฺจุทฺธราเปตพฺพํ. วิกปฺปิตวิกปฺปนา นาเมสา วฏฺฏติ. อยํ ‘‘วิกปฺเปตี’’ติ อิมสฺมึ ปเท วินิจฺฉโย.
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุ’’นฺติอาทิวจนโต จ อิทํ ‘‘วิกปฺเปตี’’ติ อวิเสเสน วุตฺตวจนํ วิรุทฺธํ วิย ทิสฺสติ, น จ วิรุทฺธํ ตถาคตา ภาสนฺติ. ตสฺมา เอวมสฺส อตฺโถ เวทิตพฺโพ, ติจีวรํ ติจีวรสงฺเขเปเนว ปริหรโต อธิฏฺฐาตุเมว อนุชานามิ, น วิกปฺเปตุํ. วสฺสิกสาฏิกํ ปน จาตุมาสโต ปรํ วิกปฺเปตุเมว น อธิฏฺฐาตุํ. เอวญฺจ สติ โย ติจีวเร เอเกน จีวเรน วิปฺปวสิตุกาโม โหติ, ตสฺส ติจีวราธิฏฺฐานํ ปจฺจุทฺธริตฺวา วิปฺปวาสสุขตฺถํ วิกปฺปนาย โอกาโส ทินฺโน โหติ. ทสาหาติกฺกเม จ อนาปตฺตีติ เอเตนุปาเยน สพฺพตฺถ วิกปฺปนาย อปฺปฏิสิทฺธภาโว เวทิตพฺโพ.
วิสฺสชฺเชตีติ อญฺญสฺส เทติ. กถํ ปน ทินฺนํ โหติ, กถํ คหิตํ? ‘‘อิมํ ตุยฺหํ เทมิ ททามิ ทชฺชามิ โอโณเชมิ ปริจฺจชามิ นิสฺสชฺชามิ วิสฺสชฺชามีติ วา ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส เทมิ…เป… นิสฺสชฺชามี’’ติ วา วทติ, สมฺมุขาปิ ปรมฺมุขาปิ ทินฺนํเยว โหติ. ‘‘ตุยฺหํ คณฺหาหี’’ติ วุตฺเต ‘‘มยฺหํ คณฺหามี’’ติ วทติ, สุทินฺนํ สุคฺคหิตญฺจ. ‘‘ตว สนฺตกํ กโรหิ, ตว สนฺตกํ โหตุ, ตว สนฺตกํ กริสฺสสี’’ติ วุตฺเต ‘‘มม สนฺตกํ กโรมิ, มม สนฺตกํ โหตุ, มม สนฺตกํ กริสฺสามี’’ติ วทติ, ทุทฺทินฺนํ ทุคฺคหิตญฺจ. เนว ทาตา ทาตุํ ชานาติ, น อิตโร คเหตุํ. สเจ ปน ‘‘ตว สนฺตกํ กโรหี’’ติ วุตฺเต ‘‘สาธุ, ภนฺเต, มยฺหํ คณฺหามี’’ติ คณฺหาติ, สุคฺคหิตํ. สเจ ปน ‘‘เอโก คณฺหาหี’’ติ วทติ, อิตโร ‘‘น คณฺหามี’’ติ ปุน โส ‘‘ทินฺนํ มยา ตุยฺหํ, คณฺหาหี’’ติ วทติ, อิตโรปิ ‘‘น มยฺหํ อิมินา อตฺโถ’’ติ วทติ. ตโต ปุริโมปิ ‘‘มยา ทินฺน’’นฺติ ทสาหํ อติกฺกาเมติ, ปจฺฉิโมปิ ‘‘มยา ปฏิกฺขิตฺต’’นฺติ. กสฺส อาปตฺตีติ? น กสฺสจิ อาปตฺติ. ยสฺส ปน รุจฺจติ, เตน อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ.
โย ปน อธิฏฺฐาเน เวมติโก, เตน กึ กาตพฺพํ? เวมติกภาวํ อาโรเจตฺวา สเจ อนธิฏฺฐิตํ ภวิสฺสติ, เอวํ เม กปฺปิยํ โหตีติ วตฺวา วุตฺตนเยเนว นิสฺสชฺชิตพฺพํ. น หิ เอวํ ชานาเปตฺวา วินยกมฺมํ กโรนฺตสฺส มุสาวาโท โหติ. เกจิ ปน ‘‘เอเกน ภิกฺขุนา วิสฺสาสํ คเหตฺวา ปุน ทินฺนํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ, ตํ น ยุชฺชติ. น หิ ตสฺเสตํ วินยกมฺมํ, นาปิ ตํ เอตฺตเกน อญฺญํ วตฺถุํ โหติ.
นสฺสตีติอาทิ อุตฺตานตฺถเมว. โย น ทเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ เอตฺถ ‘‘มยฺหํ ทินฺนํ อิมินา’’ติ อิมาย สญฺญาย น เทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. ตสฺส สนฺตกภาวํ ปน ญตฺวา เลเสน อจฺฉินฺทนฺโต ภณฺฑํ อคฺฆาเปตฺวา กาเรตพฺโพติ.
สมุฏฺฐานาทีสุ อิทํ สิกฺขาปทํ กถินสมุฏฺฐานํ นาม กายวาจาโต จ กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, อนธิฏฺฐาเนน จ อวิกปฺปเนน จ อาปชฺชนโต อกิริยํ, สญฺญาย อภาเวปิ น มุจฺจติ, อชานนฺโตปิ อาปชฺชตีติ โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ปฐมกถินสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.