๑๓. กุลทูสกสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๓๑. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควาติ กุลทูสกสิกฺขาปทํ. ตตฺถ อสฺสชิปุนพฺพสุกา นามาติ อสฺสชิ เจว ปุนพฺพสุโก จ. กีฏาคิริสฺมินฺติ เอวํนามเก ชนปเท. อาวาสิกา โหนฺตีติ เอตฺถ อาวาโส เอเตสํ อตฺถีติ อาวาสิกา. ‘‘อาวาโส’’ติ วิหาโร วุจฺจติ. โส เยสํ อายตฺโต นวกมฺมกรณปุราณปฏิสงฺขรณาทิภารหารตาย, เต อาวาสิกา. เย ปน เกวลํ วิหาเร วสนฺติ, เต เนวาสิกาติ วุจฺจนฺติ. อิเม อาวาสิกา อเหสุํ. อลชฺชิโน ปาปภิกฺขูติ นิลฺลชฺชา ลามกภิกฺขู, เต หิ ฉพฺพคฺคิยานํ เชฏฺฐกฉพฺพคฺคิยา.
สาวตฺถิยํ กิร ฉ ชนา สหายกา ‘‘กสิกมฺมาทีนิ ทุกฺกรานิ, หนฺท มยํ สมฺมา ปพฺพชาม! ปพฺพชนฺเตหิ จ อุปฺปนฺเน กิจฺเจ นิตฺถรณกฏฺฐาเน ปพฺพชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ สมฺมนฺตยิตฺวา ทฺวินฺนํ อคฺคสาวกานํ สนฺติเก ปพฺพชึสุ. เต ปญฺจวสฺสา หุตฺวา มาติกํ ปคุณํ กตฺวา มนฺตยึสุ ‘‘ชนปโท นาม กทาจิ สุภิกฺโข โหติ กทาจิ ทุพฺภิกฺโข, มยํ มา เอกฏฺฐาเน วสิมฺห, ตีสุ ฐาเนสุ วสามา’’ติ. ตโต ปณฺฑุกโลหิตเก อาหํสุ – ‘‘อาวุโส, สาวตฺถิ นาม สตฺตปญฺญาสาย กุลสตสหสฺเสหิ อชฺฌาวุตฺถา, อสีติคามสหสฺสปฏิมณฺฑิตานํ ติโยชนสติกานํ ทฺวินฺนํ กาสิโกสลรฏฺฐานํ อายมุขภูตา, ตตฺร ตุเมฺห ธุรฏฺฐาเนเยว ปริเวณานิ กาเรตฺวา อมฺพปนสนาฬิเกราทีนิ โรเปตฺวา ปุปฺเผหิ จ ผเลหิ จ กุลานิ สงฺคณฺหนฺตา กุลทารเก ปพฺพาเชตฺวา ปริสํ วฑฺเฒถา’’ติ.
เมตฺติยภูมชเก อาหํสุ – ‘‘อาวุโส, ราชคหํ นาม อฏฺฐารสหิ มนุสฺสโกฏีหิ อชฺฌาวุตฺถํ อสีติคามสหสฺสปฏิมณฺฑิตานํ ติโยชนสติกานํ ทฺวินฺนํ องฺคมคธรฏฺฐานํ อายมุขภูตํ, ตตฺร ตุเมฺห ธุรฏฺฐาเนเยว…เป… ปริสํ วฑฺเฒถา’’ติ.
อสฺสชิปุนพฺพสุเก อาหํสุ – ‘‘อาวุโส, กีฏาคิริ นาม ทฺวีหิ เมเฆหิ อนุคฺคหิโต ตีณิ สสฺสานิ ปสวนฺติ, ตตฺร ตุเมฺห ธุรฏฺฐาเนเยว ปริเวณานิ กาเรตฺวา…เป… ปริสํ วฑฺเฒถา’’ติ. เต ตถา อกํสุ. เตสุ เอกเมกสฺส ปกฺขสฺส ปญฺจ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ ปริวารา, เอวํ สมธิกํ ทิยฑฺฒภิกฺขุสหสฺสํ โหติ. ตตฺร ปณฺฑุกโลหิตกา สปริวารา สีลวนฺโตว ภควตา สทฺธึ ชนปทจาริกมฺปิ จรนฺติ, เต อกตวตฺถุํ อุปฺปาเทนฺติ, ปญฺญตฺตสิกฺขาปทํ ปน น มทฺทนฺติ, อิตเร สพฺเพ อลชฺชิโน อกตวตฺถุญฺจ อุปฺปาเทนฺติ, ปญฺญตฺตสิกฺขาปทญฺจ มทฺทนฺติ, เตน วุตฺตํ – ‘‘อลชฺชิโน ปาปภิกฺขู’’ติ.
เอวรูปนฺติ เอวํชาติกํ. อนาจารํ อาจรนฺตีติ อนาจริตพฺพํ อาจรนฺติ, อกาตพฺพํ กโรนฺติ. มาลาวจฺฉนฺติ ตรุณปุปฺผรุกฺขํ, ตรุณกา หิ ปุปฺผรุกฺขาปิ ปุปฺผคจฺฉาปิ มาลาวจฺฉา เตฺวว วุจฺจนฺติ, เต จ อเนกปฺปการํ มาลาวจฺฉํ สยมฺปิ โรเปนฺติ, อญฺเญนปิ โรปาเปนฺติ, เตน วุตฺตํ – ‘‘มาลาวจฺฉํ โรเปนฺติปิ โรปาเปนฺติปี’’ติ. สิญฺจนฺตีติ สยเมว อุทเกน สิญฺจนฺติ. สิญฺจาเปนฺตีติ อญฺเญนปิ สิญฺจาเปนฺติ.
เอตฺถ ปน อกปฺปิยโวหาโร กปฺปิยโวหาโร ปริยาโย โอภาโส นิมิตฺตกมฺมนฺติ อิมานิ ปญฺจ ชานิตพฺพานิ. ตตฺถ อกปฺปิยโวหาโร นาม อลฺลหริตานํ โกฏฺฏนํ โกฏฺฏาปนํ, อาวาฏสฺส ขณนํ ขณาปนํ, มาลาวจฺฉสฺส โรปนํ โรปาปนํ, อาฬิยา พนฺธนํ พนฺธาปนํ, อุทกสฺส เสจนํ เสจาปนํ, มาติกาย สมฺมุขกรณํ กปฺปิยอุทกสิญฺจนํ หตฺถมุขปาทโธวนนฺหาโนทกสิญฺจนนฺติ. กปฺปิยโวหาโร นาม ‘‘อิมํ รุกฺขํ ชาน, อิมํ อาวาฏํ ชาน, อิมํ มาลาวจฺฉํ ชาน, เอตฺถ อุทกํ ชานา’’ติ วจนํ สุกฺขมาติกาย อุชุกรณญฺจ. ปริยาโย นาม ‘‘ปณฺฑิเตน นาม มาลาวจฺฉาทโย โรปาเปตพฺพา นจิรสฺเสว อุปการาย สํวตฺตนฺตี’’ติอาทิวจนํ. โอภาโส นาม กุทาลขณิตฺตาทีนิ จ มาลาวจฺเฉ จ คเหตฺวา ฐานํ, เอวํ ฐิตญฺหิ สามเณราทโย ทิสฺวา เถโร การาเปตุกาโมติ คนฺตฺวา กโรนฺติ. นิมิตฺตกมฺมํ นาม กุทาล-ขณิตฺติ-วาสิ-ผรสุ-อุทกภาชนานิ อาหริตฺวา สมีเป ฐปนํ.
อิมานิ ปญฺจปิ กุลสงฺคหตฺถาย โรปเน น วฏฺฏนฺติ, ผลปริโภคตฺถาย กปฺปิยากปฺปิยโวหารทฺวยเมว น วฏฺฏติ, อิตรตฺตยํ วฏฺฏติ. มหาปจฺจริยํ ปน ‘‘กปฺปิยโวหาโรปิ วฏฺฏติ. ยญฺจ อตฺตโน ปริโภคตฺถาย วฏฺฏติ, ตํ อญฺญปุคฺคลสฺส วา สงฺฆสฺส วา เจติยสฺส วา อตฺถายปิ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ.
อารามตฺถาย ปน วนตฺถายจ ฉายตฺถาย จ อกปฺปิยโวหารมตฺตเมว น จ วฏฺฏติ, เสสํ วฏฺฏติ, น เกวลญฺจ เสสํ ยํกิญฺจิ มาติกมฺปิ อุชุํ กาตุํ กปฺปิยอุทกํ สิญฺจิตุํ นฺหานโกฏฺฐกํ กตฺวา นฺหายิตุํ หตฺถปาทมุขโธวนุทกานิ จ ตตฺถ ฉฑฺเฑตุมฺปิ วฏฺฏติ. มหาปจฺจริยํ ปน กุรุนฺทิยญฺจ ‘‘กปฺปิยปถวิยํ สยํ โรเปตุมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. อารามาทิอตฺถาย ปน โรปิตสฺส วา โรปาปิตสฺส วา ผลํ ปริภุญฺชิตุมฺปิ วฏฺฏติ.
โอจินนโอจินาปเน ปกติยาปิ ปาจิตฺติยํ. กุลทูสนตฺถาย ปน ปาจิตฺติยญฺเจว ทุกฺกฏญฺจ. คนฺถนาทีสุ จ อุรจฺฉทปริโยสาเนสุ กุลทูสนตฺถาย อญฺญตฺถาย วา กโรนฺตสฺส ทุกฺกฏเมว. กสฺมา? อนาจารตฺตา, ‘‘ปาปสมาจาโร’’ติ เอตฺถ วุตฺตปาปสมาจารตฺตา จ. อารามาทิอตฺถาย รุกฺขโรปเน วิย วตฺถุปูชนตฺถาย กสฺมา น อนาปตฺตีติ เจ? อนาปตฺติเยว. ยถา หิ ตตฺถ กปฺปิยโวหาเรน ปริยายาทีหิ จ อนาปตฺติ ตถา วตฺถุปูชตฺถายปิ อนาปตฺติเยว.
นนุ จ ตตฺถ ‘‘กปฺปิยปถวิยํ สยํ โรเปตุมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตนฺติ? วุตฺตํ, น ปน มหาอฏฺฐกถายํ. อถาปิ มญฺเญยฺยาสิ อิตราสุ วุตฺตมฺปิ ปมาณํ. มหาอฏฺฐกถายญฺจ กปฺปิยอุทกเสจนํ วุตฺตํ, ตํ กถนฺติ? ตมฺปิ น วิรุชฺฌติ. ตตฺร หิ อวิเสเสน ‘‘รุกฺขํ โรเปนฺติปิ โรปาเปนฺติปิ, สิญฺจนฺติปิ สิญฺจาเปนฺติปี’’ติ วตฺตพฺเพ ‘‘มาลาวจฺฉ’’นฺติ วทนฺโต ญาเปติ ‘‘กุลสงฺคหตฺถาย ปุปฺผผลูปคเมว สนฺธาเยตํ วุตฺตํ, อญฺญตฺร ปน ปริยาโย อตฺถี’’ติ. ตสฺมา ตตฺถ ปริยายํ, อิธ จ ปริยายาภาวํ ญตฺวา ยํ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ, ตํ สุวุตฺตเมว. วุตฺตญฺเจตํ –
‘‘พุทฺเธน ธมฺโม วินโย จ วุตฺโต;
โย ตสฺส ปุตฺเตหิ ตเถว ญาโต;
โส เยหิ เตสํ มติมจฺจชนฺตา;
ยสฺมา ปุเร อฏฺฐกถา อกํสุ.
‘‘ตสฺมา หิ ยํ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ;
ตํ วชฺชยิตฺวาน ปมาทเลขํ;
สพฺพมฺปิ สิกฺขาสุ สคารวานํ;
ยสฺมา ปมาณํ อิธ ปณฺฑิตาน’’นฺติ.
สพฺพํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ตตฺถ สิยา ยทิ วตฺถุปูชนตฺถายปิ คนฺถานาทีสุ อาปตฺติ, หรณาทีสุ กสฺมา อนาปตฺตีติ? กุลิตฺถีอาทีนํ อตฺถาย หรณโต หรณาธิกาเร หิ วิเสเสตฺวา เต กุลิตฺถีนนฺติอาทิ วุตฺตํ, ตสฺมา พุทฺธาทีนํ อตฺถาย หรนฺตสฺส อนาปตฺติ.
ตตฺถ เอกโตวณฺฏิกนฺติ ปุปฺผานํ วณฺเฏ เอกโต กตฺวา กตมาลํ. อุภโตวณฺฏิกนฺติ อุโภหิ ปสฺเสหิ ปุปฺผวณฺเฏ กตฺวา กตมาลํ. มญฺชริกนฺติอาทีสุ ปน มญฺชรี วิย กตา ปุปฺผวิกติ มญฺชริกาติ วุจฺจติ. วิธูติกาติ สูจิยา วา สลากาย วา สินฺทุวารปุปฺผาทีนิ วิชฺฌิตฺวา กตา. วฏํสโกติ วตํสโก. อาเวฬาติ กณฺณิกา. อุรจฺฉโทติ หารสทิสํ อุเร ฐปนกปุปฺผทามํ. อยํ ตาว เอตฺถ ปทวณฺณนา.
อยํ ปน อาทิโต ปฏฺฐาย วิตฺถาเรน อาปตฺติวินิจฺฉโย. กุลทูสนตฺถาย อกปฺปิยปถวิยํ มาลาวจฺฉํ โรเปนฺตสฺส ปาจิตฺติยญฺเจว ทุกฺกฏญฺจ, ตถา อกปฺปิยโวหาเรน โรปาเปนฺตสฺส. กปฺปิยปถวิยํ โรปเนปิ โรปาปเนปิ ทุกฺกฏเมว. อุภยตฺถาปิ สกึ อาณตฺติยา พหุนฺนมฺปิ โรปเน เอกเมว สปาจิตฺติยทุกฺกฏํ วา สุทฺธทุกฺกฏํ วา โหติ. ปริโภคตฺถาย หิ กปฺปิยภูมิยํ วา อกปฺปิยภูมิยํ วา กปฺปิยโวหาเรน โรปาปเน อนาปตฺติ. อารามาทิอตฺถายปิ อกปฺปิยปถวิยํ โรเปนฺตสฺส วา อกปฺปิยวจเนน โรปาเปนฺตสฺส วา ปาจิตฺติยํ. อยํ ปน นโย มหาอฏฺฐกถายํ น สุฏฺฐุ วิภตฺโต, มหาปจฺจริยํ วิภตฺโตติ.
สิญฺจนสิญฺจาปเน ปน อกปฺปิยอุทเกน สพฺพตฺถ ปาจิตฺติยํ, กุลทูสนปริโภคตฺถาย ทุกฺกฏมฺปิ. กปฺปิเยน เตสํเยว ทฺวินฺนมตฺถาย ทุกฺกฏํ. ปริโภคตฺถาย เจตฺถ กปฺปิยโวหาเรน สิญฺจาปเน อนาปตฺติ. อาปตฺติฏฺฐาเน ปน ธาราวจฺเฉทวเสน ปโยคพหุลตาย อาปตฺติพหุลตา เวทิตพฺพา.
กุลทูสนตฺถาย โอจินเน ปุปฺผคณนาย ทุกฺกฏปาจิตฺติยานิ อญฺญตฺถ ปาจิตฺติยาเนว. พหูนิ ปน ปุปฺผานิ เอกปโยเคน โอจินนฺโต ปโยควเสน กาเรตพฺโพ. โอจินาปเน กุลทูสนตฺถาย สกึ อาณตฺโต พหุมฺปิ โอจินติ, เอกเมว สปาจิตฺติยทุกฺกฏํ, อญฺญตฺร ปาจิตฺติยเมว.
คนฺถนาทีสุ สพฺพาปิ ฉ ปุปฺผวิกติโย เวทิตพฺพา – คนฺถิมํ, โคปฺผิมํ, เวธิมํ, เวฐิมํ, ปูริมํ, วายิมนฺติ. ตตฺถ ‘‘คนฺถิมํ’’ นาม สทณฺฑเกสุ วา อุปฺปลปทุมาทีสุ อญฺเญสุ วา ทีฆวณฺเฏสุ ปุปฺเผสุ ทฏฺฐพฺพํ. ทณฺฑเกน ทณฺฑกํ วณฺเฏน วา วณฺฏํ คนฺเถตฺวา กตเมว หิ คนฺถิมํ. ตํ ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา กาตุมฺปิ อกปฺปิยวจเนน การาเปตุมฺปิ น วฏฺฏติ. เอวํ ชาน, เอวํ กเต โสเภยฺย, ยถา เอตานิ ปุปฺผานิ น วิกิริยนฺติ ตถา กโรหีติอาทินา ปน กปฺปิยวจเนน กาเรตุํ วฏฺฏติ.
‘‘โคปฺผิมํ’’ นาม สุตฺเตน วา วากาทีหิ วา วสฺสิกปุปฺผาทีนํ เอกโตวณฺฏิกอุภโตวณฺฏิกมาลาวเสน โคปฺผนํ, วากํ วา รชฺชุํ วา ทิคุณํ กตฺวา ตตฺถ อวณฺฏกานิ นีปปุปฺผาทีนิ ปเวเสตฺวา ปฏิปาฏิยา พนฺธนฺติ, เอตมฺปิ โคปฺผิมเมว. สพฺพํ ปุริมนเยเนว น วฏฺฏติ.
‘‘เวธิมํ’’ นาม สวณฺฏกานิ วสฺสิกปุปฺผาทีนิ วณฺเฏสุ, อวณฺฏกานิ วา วกุลปุปฺผาทีนิ อนฺโตฉิทฺเท สูจิตาลหีราทีหิ วินิวิชฺฌิตฺวา อาวุนนฺติ, เอตํ เวธิมํ นาม, ตมฺปิ ปุริมนเยเนว น วฏฺฏติ. เกจิ ปน กทลิกฺขนฺธมฺหิ กณฺฏเก วา ตาลหีราทีนิ วา ปเวเสตฺวา ตตฺถ ปุปฺผานิ วิชฺฌิตฺวา ฐเปนฺติ, เกจิ กณฺฏกสาขาสุ, เกจิ ปุปฺผจฺฉตฺตปุปฺผกูฏาคารกรณตฺถํ ฉตฺเต จ ภิตฺติยญฺจ ปเวเสตฺวา ฐปิตกณฺฏเกสุ, เกจิ ธมฺมาสนวิตาเน พทฺธกณฺฏเกสุ, เกจิ กณิการปุปฺผาทีนิ สลากาหิ วิชฺฌนฺติ, ฉตฺตาธิฉตฺตํ วิย จ กโรนฺติ, ตํ อติโอฬาริกเมว. ปุปฺผวิชฺฌนตฺถํ ปน ธมฺมาสนวิตาเน กณฺฏกมฺปิ พนฺธิตุํ กณฺฏกาทีหิ วา เอกปุปฺผมฺปิ วิชฺฌิตุํ ปุปฺเผเยว วา ปุปฺผํ ปเวเสตุํ น วฏฺฏติ. ชาลวิตานเวทิก-นาคทนฺตก ปุปฺผปฏิจฺฉกตาลปณฺณคุฬกาทีนํ ปน ฉิทฺเทสุ อโสกปิณฺฑิยา วา อนฺตเรสุ ปุปฺผานิ ปเวเสตุํ น โทโส. เอตํ เวธิมํ นาม น โหติ. ธมฺมรชฺชุยมฺปิ เอเสว นโย.
‘‘เวฐิมํ’’ นาม ปุปฺผทามปุปฺผหตฺถเกสุ ทฏฺฐพฺพํ. เกจิ หิ มตฺถกทามํ กโรนฺตา เหฏฺฐา ฆฏกาการํ ทสฺเสตุํ ปุปฺเผหิ เวเฐนฺติ, เกจิ อฏฺฐฏฺฐ วา ทส ทส วา อุปฺปลปุปฺผาทีนิ สุตฺเตน วา วาเกน วา ทณฺฑเกสุ พนฺธิตฺวา อุปฺปลหตฺถเก วา ปทุมหตฺถเก วา กโรนฺติ, ตํ สพฺพํ ปุริมนเยเนว น วฏฺฏติ. สามเณเรหิ อุปฺปาเฏตฺวา ถเล ฐปิตอุปฺปลาทีนิ กาสาเวน ภณฺฑิกมฺปิ พนฺธิตุํ น วฏฺฏติ. เตสํเยว ปน วาเกน วา ทณฺฑเกน วา พนฺธิตุํ อํสภณฺฑิกํ วา กาตุํ วฏฺฏติ. อํสภณฺฑิกา นาม ขนฺเธ ฐปิตกาสาวสฺส อุโภ อนฺเต อาหริตฺวา ภณฺฑิกํ กตฺวา ตสฺมึ ปสิพฺพเก วิย ปุปฺผานิ ปกฺขิปนฺติ, อยํ วุจฺจติ อํสภณฺฑิกา, เอตํ กาตุํ วฏฺฏติ. ทณฺฑเกหิ ปทุมินิปณฺณํ วิชฺฌิตฺวา อุปฺปลาทีนิ ปณฺเณน เวเฐตฺวา คณฺหนฺติ, ตตฺราปิ ปุปฺผานํ อุปริ ปทุมินิปณฺณเมว พนฺธิตุํ วฏฺฏติ. เหฏฺฐา ทณฺฑกํ ปน พนฺธิตุํ น วฏฺฏติ.
‘‘ปูริมํ’’ นาม มาลาคุเณ จ ปุปฺผปเฏ จ ทฏฺฐพฺพํ. โย หิ มาลาคุเณน เจติยํ วา โพธึ วา เวทิกํ วา ปริกฺขิปนฺโต ปุน อาเนตฺวา ปูริมฐานํ อติกฺกาเมติ, เอตฺตาวตาปิ ปูริมํ นาม โหติ. โก ปน วาโท อเนกกฺขตฺตุํ ปริกฺขิปนฺตสฺส, นาคทนฺต-กนฺตเรหิ ปเวเสตฺวา หรนฺโต โอลมฺพกํ กตฺวา ปุน นาคทนฺตกํ ปริกฺขิปติ, เอตมฺปิ ปูริมํ นาม. นาคทนฺตเก ปน ปุปฺผวลยํ ปเวเสตุํ วฏฺฏติ. มาลาคุเณหิ ปุปฺผปฏํ กโรนฺติ. ตตฺราปิ เอกเมว มาลาคุณํ หริตุํ วฏฺฏติ. ปุน ปจฺจาหรโต ปูริมเมว โหติ, ตํ สพฺพํ ปุริมนเยเนว น วฏฺฏติ. มาลาคุเณหิ ปน พหูหิปิ กตํ ปุปฺผทามํ ลภิตฺวา อาสนมตฺถกาทีสุ พนฺธิตุํ วฏฺฏติ. อติทีฆํ ปน มาลาคุณํ เอกวารํ หริตฺวา วา ปริกฺขิปิตฺวา วา ปุน อญฺญสฺส ภิกฺขุโน ทาตุํ วฏฺฏติ. เตนาปิ ตเถว กาตุํ วฏฺฏติ.
‘‘วายิมํ’’ นาม ปุปฺผชาลปุปฺผปฏปุปฺผรูเปสุ ทฏฺฐพฺพํ. เจติเยสุ ปุปฺผชาลํ กโรนฺตสฺส เอกเมกมฺหิ ชาลจฺฉิทฺเท ทุกฺกฏํ. ภิตฺติจฺฉตฺตโพธิตฺถมฺภาทีสุปิ เอเสว นโย. ปุปฺผปฏํ ปน ปเรหิ ปูริตมฺปิ วายิตุํ น ลพฺภติ. โคปฺผิมปุปฺเผเหว หตฺถิอสฺสาทิรูปกานิ กโรนฺติ, ตานิปิ วายิมฏฺฐาเน ติฏฺฐนฺติ. ปุริมนเยเนว สพฺพํ น วฏฺฏติ. อญฺเญหิ กตปริจฺเฉเท ปน ปุปฺผานิ ฐเปนฺเตน หตฺถิอสฺสาทิรูปกมฺปิ กาตุํ วฏฺฏติ. มหาปจฺจริยํ ปน กลมฺพเกน อฑฺฒจนฺทเกน จ สทฺธึ อฏฺฐปุปฺผวิกติโย วุตฺตา. ตตฺถ กลมฺพโกติ อฑฺฒจนฺทกนฺตเร ฆฏิกทามโอลมฺพโก วุตฺโต. ‘‘อฑฺฒจนฺทโก’’ติ อฑฺฒจนฺทากาเรน มาลาคุณปริกฺเขโป. ตทุภยมฺปิ ปูริเมเยว ปวิฏฺฐํ. กุรุนฺทิยํ ปน ‘‘เทฺว ตโย มาลาคุเณ เอกโต กตฺวา ปุปฺผทามกรณมฺปิ วายิมํเยวา’’ติ วุตฺตํ. ตมฺปิ อิธ ปูริมฏฺฐาเนเยว ปวิฏฺฐํ, น เกวลญฺจ ปุปฺผคุฬทามเมว ปิฏฺฐมยทามมฺปิ เคณฺฑุกปุปฺผทามมฺปิ กุรุนฺทิยํ วุตฺตํ, ขรปตฺตทามมฺปิ สิกฺขาปทสฺส สาธารณตฺตา ภิกฺขูนมฺปิ ภิกฺขุนีนมฺปิ เนว กาตุํ น การาเปตุํ วฏฺฏติ. ปูชานิมิตฺตํ ปน กปฺปิยวจนํ สพฺพตฺถ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ปริยายโอภาสนิมิตฺตกมฺมานิ วฏฺฏนฺติเยว.
ตุวฏฺเฏนฺตีติ นิปชฺชนฺติ. ลาเสนฺตีติ ปีติยา อุปฺปิลวมานา วิย อุฏฺฐหิตฺวา ลาสิยนาฏกํ นาเฏนฺติ, เรจกํ เทนฺติ. นจฺจนฺติยาปิ นจฺจนฺตีติ ยทา นาฏกิตฺถี นจฺจติ, ตทา เตปิ ตสฺสา ปุรโต วา ปจฺฉโต วา คจฺฉนฺตา นจฺจนฺติ. นจฺจนฺติยาปิ คายนฺตีติ ยทา สา นจฺจติ, ตทา นจฺจานุรูปํ คายนฺติ. เอส นโย สพฺพตฺถ. อฏฺฐปเทปิ กีฬนฺตีติ อฏฺฐปทผลเก ชูตํ กีฬนฺติ. ตถา ทสปเท, อากาเสปีติ อฏฺฐปททสปเทสุ วิย อากาเสเยว กีฬนฺติ. ปริหารปเถปีติ ภูมิยํ นานาปถมณฺฑลํ กตฺวา ตตฺถ ปริหริตพฺพปถํ ปริหรนฺตา กีฬนฺติ. สนฺติกายปิ กีฬนฺตีติ สนฺติกกีฬาย กีฬนฺติ, เอกชฺฌํ ฐปิตา สาริโย วา ปาสาณสกฺขราโย วา อจาเลนฺตา นเขเนว อปเนนฺติ จ อุปเนนฺติ จ, สเจ ตตฺถ กาจิ จลติ, ปราชโย โหติ. ขลิกายาติ ชูตผลเก ปาสกกีฬาย กีฬนฺติ. ฆฏิกายาติ ฆฏิกา วุจฺจติ ทณฺฑกกีฬา, ตาย กีฬนฺติ. ทีฆทณฺฑเกน รสฺสทณฺฑกํ ปหรนฺตา วิจรนฺติ.
สลากหตฺเถนาติ ลาขาย วา มญฺชฏฺฐิยา วา ปิฏฺฐอุทเก วา สลากหตฺถํ เตเมตฺวา ‘‘กึ โหตู’’ติ ภูมิยํ วา ภิตฺติยํ วา ตํ ปหริตฺวา หตฺถิอสฺสาทีรูปานิ ทสฺเสนฺตา กีฬนฺติ. อกฺเขนาติ คุเฬน. ปงฺคจีเรนาติ ปงฺคจีรํ วุจฺจติ ปณฺณนาฬิกา, ตํ ธมนฺตา กีฬนฺติ. วงฺกเกนาติ คามทารกานํ กีฬนเกน ขุทฺทกนงฺคเลน. โมกฺขจิกายาติ โมกฺขจิกา วุจฺจติ สมฺปริวตฺตกกีฬา, อากาเส วา ทณฺฑํ คเหตฺวา, ภูมิยํ วา สีสํ ฐเปตฺวา เหฏฺฐุปริยภาเวน ปริวตฺตนฺตา กีฬนฺตีติ อตฺโถ. จิงฺคุลเกนาติ จิงฺคุลกํ วุจฺจติ ตาลปณฺณาทีหิ กตํ วาตปฺปหาเรน ปริพฺภมนจกฺกํ, เตน กีฬนฺติ. ปตฺตาฬฺหเกนาติ ปตฺตาฬฺหกํ วุจฺจติ ปณฺณนาฬิ, ตาย วาลิกาทีนิ มินนฺตา กีฬนฺติ. รถเกนาติ ขุทฺทกรเถน. ธนุเกนาติ ขุทฺทกธนุนา.
อกฺขริกายาติ อกฺขริกา วุจฺจติ อากาเส วา ปิฏฺฐิยํ วา อกฺขรชานนกีฬา, ตาย กีฬนฺติ. มเนสิกายาติ มเนสิกา วุจฺจติ มนสา จินฺติตชานนกีฬา, ตาย กีฬนฺติ. ยถาวชฺเชนาติ ยถาวชฺชํ วุจฺจติ กาณกุณิกขญฺชาทีนํ ยํ ยํ วชฺชํ ตํ ตํ ปโยเชตฺวา ทสฺสนกีฬา ตาย กีฬนฺติ, เวลมฺภกา วิย. หตฺถิสฺมิมฺปิ สิกฺขนฺตีติ หตฺถินิมิตฺตํ ยํ สิปฺปํ สิกฺขิตพฺพํ, ตํ สิกฺขนฺติ. เอเสว นโย อสฺสาทีสุ. ธาวนฺติปีติ ปรมฺมุขา คจฺฉนฺตา ธาวนฺติ. อาธาวนฺติปีติ ยตฺตกํ ธาวนฺติ, ตตฺตกเมว อภิมุขา ปุน อาคจฺฉนฺตา อาธาวนฺติ. นิพฺพุชฺฌนฺตีติ มลฺลยุทฺธํ กโรนฺติ. นลาฏิกมฺปิ เทนฺตีติ ‘‘สาธุ, สาธุ, ภคินี’’ติ อตฺตโน นลาเฏ องฺคุลึ ฐเปตฺวา ตสฺสา นลาเฏ ฐเปนฺติ. วิวิธมฺปิ อนาจารํ อาจรนฺตีติ อญฺญมฺปิ ปาฬิยํ อนาคตํ มุขฑิณฺฑิมาทิวิวิธํ อนาจารํ อาจรนฺติ.
๔๓๒. ปาสาทิเกนาติ ปสาทาวเหน, สารุปฺเปน สมณานุจฺฉวิเกน. อภิกฺกนฺเตนาติ คมเนน. ปฏิกฺกนฺเตนาติ นิวตฺตเนน. อาโลกิเตนาติ ปุรโต ทสฺสเนน. วิโลกิเตนาติ อิโต จิโต จ ทสฺสเนน. สมิญฺชิเตนาติ ปพฺพสงฺโกจเนน. ปสาริเตนาติ เตสํเยว ปสารเณน. สพฺพตฺถ อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺเถ กรณวจนํ, สติสมฺปชญฺเญหิ อภิสงฺขตตฺตา ปาสาทิก อภิกฺกนฺต-ปฏิกฺกนฺต-อาโลกิต-วิโลกิต-สมิญฺชิต-ปสาริโต หุตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. โอกฺขิตฺตจกฺขูติ เหฏฺฐา-ขิตฺตจกฺขุ. อิริยาปถสมฺปนฺโนติ ตาย ปาสาทิกอภิกฺกนฺตาทิตาย สมฺปนฺนอิริยาปโถ.
กฺวายนฺติ โก อยํ. อพลพโล วิยาติ อพโล กิร โพนฺโท วุจฺจติ, อติสยตฺเถ จ อิทํ อาเมฑิตํ, ตสฺมา อติโพนฺโท วิยาติ วุตฺตํ โหติ. มนฺทมนฺโทติ อภิกฺกนฺตาทีนํ อนุทฺธตตาย อติมนฺโท. อติสโณฺหติ เอวํ คุณเมว โทสโต ทสฺเสนฺติ. ภากุฏิกภากุฏิโก วิยาติ โอกฺขิตฺตจกฺขุตาย ภกุฏึ กตฺวา สงฺกุฏิตมุโข กุปิโต วิย วิจรตีติ มญฺญมานา วทนฺติ. สณฺหาติ นิปุณา, ‘‘อมฺม ตาต ภคินี’’ติ เอวํ อุปาสกชนํ ยุตฺตฏฺฐาเน อุปเนตุํ เฉกา, น ยถา อยํ; เอวํ อพลพโล วิยาติ อธิปฺปาโย. สขิลาติ สาขเลฺยน ยุตฺตา. สุขสมฺภาสาติ อิทํ ปุริมสฺส การณวจนํ. เยสญฺหิ สุขสมฺภาสา สมฺโมทนียกถา เนลา โหติ กณฺณสุขา, เต สขิลาติ วุจฺจนฺติ. เตนาหํสุ – ‘‘สขิลา สุขสมฺภาสา’’ติ. อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย – อมฺหากํ อยฺยา อุปาสเก ทิสฺวา มธุรํ สมฺโมทนียํ กถํ กเถนฺติ, ตสฺมา สขิลา สุขสมฺภาสา, น ยถา อยํ; เอวํ มนฺทมนฺทา วิยาติ. มิหิตปุพฺพงฺคมาติ มิหิตํ ปุพฺพงฺคมํ เอเตสํ วจนสฺสาติ มิหิตปุพฺพงฺคมา, ปฐมํ สิตํ กตฺวา ปจฺฉา วทนฺตีติ อตฺโถ. เอหิสฺวาคตวาทิโนติ อุปาสกํ ทิสฺวา ‘‘เอหิ สฺวาคตํ ตวา’’ติ เอวํวาทิโน, น ยถา อยํ; เอวํ สงฺกุฏิตมุขตาย ภากุฏิกภากุฏิกา วิย เอวํ มิหิตปุพฺพงฺคมาทิตาย อภากุฏิกภาวํ อตฺถโต ทสฺเสตฺวา ปุน สรูเปนปิ ทสฺเสนฺโต อาหํสุ – ‘‘อภากุฏิกา อุตฺตานมุขา ปุพฺพภาสิโน’’ติ. อุปฺปฏิปาฏิยา วา ติณฺณมฺปิ อาการานํ อภาวทสฺสนเมตนฺติ เวทิตพฺพํ. กถํ? เอตฺถ หิ ‘‘อภากุฏิกา’’ติ อิมินา ภากุฏิกภากุฏิกาการสฺส อภาโว ทสฺสิโต. ‘‘อุตฺตานมุขา’’ติ อิมินา มนฺทมนฺทาการสฺส, เย หิ จกฺขูนิ อุมฺมิเลตฺวา อาโลกเนน อุตฺตานมุขา โหนฺติ, น เต มนฺทมนฺทา. ปุพฺพภาสิโนติ อิมินา อพลพลาการสฺส อภาโว ทสฺสิโต, เย หิ อาภาสนกุสลตาย ‘‘อมฺม ตาตา’’ติ ปฐมตรํ อาภาสนฺติ, น เต อพลพลาติ.
เอหิ, ภนฺเต, ฆรํ คมิสฺสามาติ โส กิร อุปาสโก ‘‘น โข, อาวุโส, ปิณฺโฑ ลพฺภตี’’ติ วุตฺเต ‘‘ตุมฺหากํ ภิกฺขูหิเยว เอตํ กตํ, สกลมฺปิ คามํ วิจรนฺตา น ลจฺฉถา’’ติ วตฺวา ปิณฺฑปาตํ ทาตุกาโม ‘‘เอหิ, ภนฺเต, ฆรํ คมิสฺสามา’’ติ อาห. กึ ปนายํ ปยุตฺตวาจา โหติ, น โหตีติ? น โหติ. ปุจฺฉิตปโญฺห นามายํ กเถตุํ วฏฺฏติ. ตสฺมา อิทานิ เจปิ ปุพฺพเณฺห วา สายเนฺห วา อนฺตรฆรํ ปวิฏฺฐํ ภิกฺขุํ โกจิ ปุจฺเฉยฺย – ‘‘กสฺมา, ภนฺเต, จรถา’’ติ? เยนตฺเถน จรติ, ตํ อาจิกฺขิตฺวา ‘‘ลทฺธํ น ลทฺธ’’นฺติ วุตฺเต สเจ น ลทฺธํ, ‘‘น ลทฺธ’’นฺติ วตฺวา ยํ โส เทติ, ตํ คเหตุํ วฏฺฏติ.
ทุฏฺโฐติ น ปสาทาทีนํ วินาเสน ทุฏฺโฐ, ปุคฺคลวเสน ทุฏฺโฐ. ทานปถานีติ ทานานิเยว วุจฺจนฺติ. อถ วา ทานปถานีติ ทานนิพทฺธานิ ทานวตฺตานีติ วุตฺตํ โหติ. อุปจฺฉินฺนานีติ ทายเกหิ อุปจฺฉินฺนานิ, น เต ตานิ เอตรหิ เทนฺติ. ริญฺจนฺตีติ วิสุํ โหนฺติ นานา โหนฺติ, ปกฺกมนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. สณฺฐเหยฺยาติ สมฺมา ติฏฺเฐยฺย, เปสลานํ ภิกฺขูนํ ปติฏฺฐา ภเวยฺย.
เอวมาวุโสติ โข โส ภิกฺขุ สทฺธสฺส ปสนฺนสฺส อุปาสกสฺส สาสนํ สมฺปฏิจฺฉิ. เอวรูปํ กิร สาสนํ กปฺปิยํ หริตุํ วฏฺฏติ, ตสฺมา ‘‘มม วจเนน ภควโต ปาเท วนฺทถา’’ติ วา ‘‘เจติยํ ปฏิมํ โพธึ สงฺฆตฺเถรํ วนฺทถา’’ติ วา ‘‘เจติเย คนฺธปูชํ กโรถ, ปุปฺผปูชํ กโรถา’’ติ วา ‘‘ภิกฺขู สนฺนิปาเตถ, ทานํ ทสฺสาม, ธมฺมํ โสสฺสามาติ วา อีทิเสสุ สาสเนสุ กุกฺกุจฺจํ น กาตพฺพํ. กปฺปิยสาสนานิ เอตานิ น คิหีนํ คิหิกมฺมปฏิสํยุตฺตานีติ. กุโต จ ตฺวํ, ภิกฺขุ, อาคจฺฉสีติ นิสินฺโน โส ภิกฺขุ น อาคจฺฉติ อตฺถโต ปน อาคโต โหติ; เอวํ สนฺเตปิ วตฺตมานสมีเป วตฺตมานวจนํ ลพฺภติ, ตสฺมา น โทโส. ปริโยสาเน ‘‘ตโต อหํ ภควา อาคจฺฉามี’’ติ เอตฺถาปิ วจเน เอเสว นโย.
๔๓๓. ปฐมํ อสฺสชิปุนพฺพสุกา ภิกฺขู โจเทตพฺพาติ ‘‘มยํ ตุเมฺห วตฺตุกามา’’ติ โอกาสํ กาเรตฺวา วตฺถุนา จ อาปตฺติยา จ โจเทตพฺพา. โจเทตฺวา ยํ น สรนฺติ, ตํ สาเรตพฺพา. สเจ วตฺถุญฺจ อาปตฺติญฺจ ปฏิชานนฺติ, อาปตฺติเมว วา ปฏิชานนฺติ, น วตฺถุํ, อาปตฺตึ โรเปตพฺพา. อถ วตฺถุเมว ปฏิชานนฺติ, นาปตฺตึ; เอวมฺปิ ‘‘อิมสฺมึ วตฺถุสฺมึ อยํ นาม อาปตฺตี’’ติ โรเปตพฺพา เอว. ยทิ เนว วตฺถุํ, นาปตฺตึ ปฏิชานนฺติ, อาปตฺตึ น โรเปตพฺพา อยเมตฺถ วินิจฺฉโย. ยถาปฏิญฺญาย ปน อาปตฺตึ โรเปตฺวา; เอวํ ปพฺพาชนียกมฺมํ กาตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต ‘‘พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา’’ติอาทิมาห, ตํ อุตฺตานตฺถเมว.
เอวํ ปพฺพาชนียกมฺมกเตน ภิกฺขุนา ยสฺมึ วิหาเร วสนฺเตน ยสฺมึ คาเม กุลทูสกกมฺมํ กตํ โหติ, ตสฺมึ วิหาเร วา ตสฺมึ คาเม วา น วสิตพฺพํ. ตสฺมึ วิหาเร วสนฺเตน สามนฺตคาเมปิ ปิณฺฑาย น จริตพฺพํ. สามนฺตวิหาเรปิ วสนฺเตน ตสฺมึ คาเม ปิณฺฑาย น จริตพฺพํ. อุปติสฺสตฺเถโร ปน ‘‘ภนฺเต นครํ นาม มหนฺตํ ทฺวาทสโยชนิกมฺปิ โหตี’’ติ อนฺเตวาสิเกหิ วุตฺโต ‘‘ยสฺสา วีถิยา กุลทูสกกมฺมํ กตํ ตตฺเถว วาริต’’นฺติ อาห. ตโต ‘‘วีถิปิ มหตี นครปฺปมาณาว โหตี’’ติ วุตฺโต ‘‘ยสฺสา ฆรปฏิปาฏิยา’’ติ อาห, ‘‘ฆรปฏิปาฏีปิ วีถิปฺปมาณาว โหตี’’ติ วุตฺโต อิโต จิโต จ สตฺต ฆรานิ วาริตานี’’ติ อาห. ตํ ปน สพฺพํ เถรสฺส มโนรถมตฺตเมว. สเจปิ วิหาโร ติโยชนปรโม โหติ ทฺวาทสโยชนปรมญฺจ นครํ, เนว วิหาเร วสิตุํ ลพฺภติ, น นคเร จริตุนฺติ.
๔๓๕. เต สงฺเฆน ปพฺพาชนียกมฺมกตาติ กถํ สงฺโฆ เตสํ กมฺมํ อกาสิ? น คนฺตฺวาว อชฺโฌตฺถริตฺวา อกาสิ, อถ โข กุเลหิ นิมนฺเตตฺวา สงฺฆภตฺเตสุ กยิรมาเนสุ ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน เถรา สมณปฏิปทํ กเถตฺวา ‘‘อยํ สมโณ, อยํ อสฺสมโณ’’ติ มนุสฺเส สญฺญาเปตฺวา เอกํ เทฺว ภิกฺขู สีมํ ปเว เสตฺวา เอเตเนวุปาเยน สพฺเพสํ ปพฺพาชนียกมฺมํ อกํสูติ. เอวํ ปพฺพาชนียกมฺมกตสฺส จ อฏฺฐารส วตฺตานิ ปูเรตฺวา ยาจนฺตสฺส กมฺมํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ. ปฏิปฺปสฺสทฺธกมฺเมนาปิ จ เตน เยสุ กุเลสุ ปุพฺเพ กุลทูสกกมฺมํ กตํ, ตโต ปจฺจยา น คเหตพฺพา, อาสวกฺขยปฺปตฺเตนาปิ น คเหตพฺพา, อกปฺปิยาว โหนฺติ. ‘‘กสฺมา น คณฺหถา’’ติ ปุจฺฉิเตน ‘‘ปุพฺเพ เอวํ กตตฺตา’’ติ วุตฺเต, สเจ วทนฺติ ‘‘น มยํ เตน การเณน เทม อิทานิ สีลวนฺตตาย เทมา’’ติ คเหตพฺพา. ปกติยา ทานฏฺฐาเนเยว กุลทูสกกมฺมํ กตํ โหติ. ตโต ปกติทานเมว คเหตุํ วฏฺฏติ, ยํ วฑฺเฒตฺวา เทนฺติ, ตํ น วฏฺฏติ.
น สมฺมา วตฺตนฺตีติ เต ปน อสฺสชิปุนพฺพสุกา อฏฺฐารสสุ วตฺเตสุ สมฺมา น วตฺตนฺติ. น โลมํ ปาเตนฺตีติ อนุโลมปฏิปทํ อปฺปฏิปชฺชนตาย น ปนฺนโลมา โหนฺติ. น เนตฺถารํ วตฺตนฺตีติ อตฺตโน นิตฺถรณมคฺคํ น ปฏิปชฺชนฺติ. น ภิกฺขู ขมาเปนฺตีติ ‘‘ทุกฺกฏํ, ภนฺเต, อเมฺหหิ, น ปุน เอวํ กริสฺสาม, ขมถ อมฺหาก’’นฺติ เอวํ ภิกฺขูนํ ขมาปนํ น กโรนฺติ. อกฺโกสนฺตีติ การกสงฺฆํ ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสนฺติ. ปริภาสนฺตีติ ภยํ เนสํ ทสฺเสนฺติ. ฉนฺทคามิตา…เป… ภยคามิตา ปาเปนฺตีติ เอเต ฉนฺทคามิโน จ…เป… ภยคามิโน จาติ เอวํ ฉนฺทคามิตายปิ…เป… ภยคามิตายปิ ปาเปนฺติ, โยเชนฺตีติ อตฺโถ. ปกฺกมนฺตีติ เตสํ ปริวาเรสุ ปญฺจสุ สมณสเตสุ เอกจฺเจ ทิสา ปกฺกมนฺติ. วิพฺภมนฺตีติ เอกจฺเจ คิหี โหนฺติ. กถญฺหิ นาม อสฺสชิปุนพฺพสุกา ภิกฺขูติ เอตฺถ ทฺวินฺนํ ปโมกฺขานํ วเสน สพฺเพปิ ‘‘อสฺสชิปุนพฺพสุกา’’ติ วุตฺตา.
๔๓๖-๗. คามํ วาติ เอตฺถ นครมฺปิ คามคฺคหเณเนว คหิตํ. เตนสฺส ปทภาชเน ‘‘คาโมปิ นิคโมปิ นครมฺปิ คาโม เจว นิคโม จา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ อปาการปริกฺเขโป สอาปโณ นิคโมติ เวทิตพฺโพ.
กุลานิ ทูเสตีติ กุลทูสโก. ทูเสนฺโต จ น อสุจิกทฺทมาทีหิ ทูเสติ, อถ โข อตฺตโน ทุปฺปฏิปตฺติยา เตสํ ปสาทํ วินาเสติ. เตเนวสฺส ปทภาชเน ‘‘ปุปฺเผน วา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ โย หริตฺวา วา หราเปตฺวา วา ปกฺโกสิตฺวา วา ปกฺโกสาเปตฺวา วา สยํ วา อุปคตานํ ยํกิญฺจิ อตฺตโน สนฺตกํ ปุปฺผํ กุลสงฺคหตฺถาย เทติ, ทุกฺกฏํ. ปรสนฺตกํ เทติ, ทุกฺกฏเมว. เถยฺยจิตฺเตน เทติ, ภณฺฑคฺเฆน กาเรตพฺโพ. เอเสว นโย สงฺฆิเกปิ. อยํ ปน วิเสโส, เสนาสนตฺถาย นิยามิตํ อิสฺสรวตาย ททโต ถุลฺลจฺจยํ.
ปุปฺผํ นาม กสฺส ทาตุํ วฏฺฏติ, กสฺส น วฏฺฏตีติ? มาตาปิตูนฺนํ ตาว หริตฺวาปิ หราเปตฺวาปิ ปกฺโกสิตฺวาปิ ปกฺโกสาเปตฺวาปิ ทาตุํ วฏฺฏติ, เสสญาตกานํ ปกฺโกสาเปตฺวาว. ตญฺจ โข วตฺถุปูชนตฺถาย, มณฺฑนตฺถาย ปน สิวลิงฺคาทิปูชนตฺถาย วา กสฺสจิปิ ทาตุํ น วฏฺฏติ. มาตาปิตูนญฺจ หราเปนฺเตน ญาติสามเณเรเหว หราเปตพฺพํ. อิตเร ปน ยทิ สยเมว อิจฺฉนฺติ, วฏฺฏติ. สมฺมเตน ปุปฺผภาชเกน ภาชนกาเล สมฺปตฺตานํ สามเณรานํ อุปฑฺฒภาคํ ทาตุํ วฏฺฏติ. กุรุนฺทิยํ สมฺปตฺตคิหีนํ อุปฑฺฒภาคํ. มหาปจฺจริยํ ‘‘จูฬกํ ทาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. อสมฺมเตน อปโลเกตฺวา ทาตพฺพํ.
อาจริยุปชฺฌาเยสุ สคารวา สามเณรา พหูนิ ปุปฺผานิ อาหริตฺวา ราสึ กตฺวา ฐเปนฺติ, เถรา ปาโตว สมฺปตฺตานํ สทฺธิวิหาริกาทีนํ อุปาสกานํ วา ‘‘ตฺวํ อิทํ คณฺห, ตฺวํ อิทํ คณฺหา’’ติ เทนฺติ, ปุปฺผทานํ นาม น โหติ. ‘‘เจติยํ ปูเชสฺสามา’’ติ คเหตฺวา คจฺฉนฺตาปิ ปูชํ กโรนฺตาปิ ตตฺถ ตตฺถ สมฺปตฺตานํ เจติยปูชนตฺถาย เทนฺติ, เอตมฺปิ ปุปฺผทานํ นาม น โหติ. อุปาสเก อกฺกปุปฺผาทีหิ ปูเชนฺเต ทิสฺวา ‘‘วิหาเร กณิการปุปฺผาทีนิ อตฺถิ, อุปาสกา ตานิ คเหตฺวา ปูเชถา’’ติ วตฺตุมฺปิ วฏฺฏติ. ภิกฺขู ปุปฺผปูชํ กตฺวา ทิวาตรํ คามํ ปวิฏฺเฐ ‘‘กึ, ภนฺเต, อติทิวา ปวิฏฺฐตฺถา’’ติ ปุจฺฉนฺติ, ‘‘วิหาเร พหูนิ ปุปฺผานิ ปูชํ อกริมฺหา’’ติ วทนฺติ. มนุสฺสา ‘‘พหูนิ กิร วิหาเร ปุปฺผานี’’ติ ปุนทิวเส ปหูตํ ขาทนียํ โภชนียํ คเหตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา ปุปฺผปูชญฺจ กโรนฺติ, ทานญฺจ เทนฺติ, วฏฺฏติ. มนุสฺสา ‘‘มยํ, ภนฺเต, อสุกทิวสํ นาม ปูเชสฺสามา’’ติ ปุปฺผวารํ ยาจิตฺวา อนุญฺญาตทิวเส อาคจฺฉนฺติ, สามเณเรหิ จ ปเคว ปุปฺผานิ โอจินิตฺวา ฐปิตานิ โหนฺติ, เต รุกฺเขสุ ปุปฺผานิ อปสฺสนฺตา ‘‘กุหึ, ภนฺเต, ปุปฺผานี’’ติ วทนฺติ, สามเณเรหิ โอจินิตฺวา ฐปิตานิ ตุเมฺห ปน ปูเชตฺวา คจฺฉถ, สงฺโฆ อญฺญํ ทิวสํ ปูเชสฺสตีติ. เต ปูเชตฺวา ทานํ ทตฺวา คจฺฉนฺติ, วฏฺฏติ. มหาปจฺจริยํ ปน กุรุนฺทิยญฺจ ‘‘เถรา สามเณเรหิ ทาเปตุํ น ลภนฺติ. สเจ สยเมว ตานิ ปุปฺผานิ เตสํ เทนฺติ, วฏฺฏติ. เถเรหิ ปน ‘สามเณเรหิ โอจินิตฺวา ฐปิตานี’ติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ. สเจ ปน ปุปฺผวารํ ยาจิตฺวา อโนจิเตสุ ปุปฺเผสุ ยาคุภตฺตาทีนิ อาทาย อาคนฺตฺวา สามเณเร ‘‘โอจินิตฺวา เทถา’’ติ วทนฺติ. ญาตกสามเณรานํเยว โอจินิตฺวา ทาตุํ วฏฺฏติ. อญฺญาตเก อุกฺขิปิตฺวา รุกฺขสาขาย ฐเปนฺติ, น โอโรหิตฺวา ปลายิตพฺพํ, โอจินิตฺวา ทาตุํ วฏฺฏติ. สเจ ปน โกจิ ธมฺมกถิโก ‘‘พหูนิ อุปาสกา วิหาเร ปุปฺผานิ ยาคุภตฺตาทีนิ อาทาย คนฺตฺวา ปุปฺผปูชํ กโรถา’’ติ วทติ, ตสฺเสว น กปฺปตีติ มหาปจฺจริยญฺจ กุรุนฺทิยญฺจ วุตฺตํ. มหาอฏฺฐกถายํ ปน ‘‘เอตํ อกปฺปิยํ น วฏฺฏตี’’ติ อวิเสเสน วุตฺตํ.
ผลมฺปิ อตฺตโน สนฺตกํ วุตฺตนเยเนว มาตาปิตูนํญฺจ เสสญาตกานญฺจ ทาตุํ วฏฺฏติ. กุลสงฺคหตฺถาย ปน เทนฺตสฺส วุตฺตนเยเนว อตฺตโน สนฺตเก ปรสนฺตเก สงฺฆิเก เสนาสนตฺถาย นิยามิเต จ ทุกฺกฏาทีนิ เวทิตพฺพานิ. อตฺตโน สนฺตกํเยว คิลานมนุสฺสานํ วา สมฺปตฺตอิสฺสรานํ วา ขีณปริพฺพยานํ วา ทาตุํ วฏฺฏติ, ผลทานํ น โหติ. ผลภาชเกนาปิ สมฺมเตน สงฺฆสฺส ผลภาชนกาเล สมฺปตฺตมนุสฺสานํ อุปฑฺฒภาคํ ทาตุํ วฏฺฏติ. อสมฺมเตน อปโลเกตฺวา ทาตพฺพํ. สงฺฆาราเมปิ ผลปริจฺเฉเทน วา รุกฺขปริจฺเฉเทน วา กติกา กาตพฺพา. ตโต คิลานมนุสฺสานํ วา อญฺเญสํ วา ผลํ ยาจนฺตานํ ยถาปริจฺเฉเทน จตฺตาริ ปญฺจ ผลานิ ทาตพฺพานิ. รุกฺขา วา ทสฺเสตพฺพา ‘‘อิโต คเหตุํ ลพฺภตี’’ติ. ‘‘อิฆ ผลานิ สุนฺทรานิ, อิโต คณฺหถา’’ติ เอวํ ปน น วตฺตพฺพํ.
จุณฺเณนาติ เอตฺถ อตฺตโน สนฺตกํ สิรีสจุณฺณํ วา อญฺญํ วา กสาวํ ยํกิญฺจิ กุลสงฺคหตฺถาย เทติ, ทุกฺกฏํ. ปรสนฺตกาทีสุปิ วุตฺตนเยเนว วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. อยํ ปน วิเสโส – อิธ สงฺฆสฺส รกฺขิตโคปิตาปิ รุกฺขจฺฉลฺลิ ครุภณฺฑเมว. มตฺติกทนฺตกฏฺฐเวฬูสุปิ ครุภณฺฑูปคํ ญตฺวา จุณฺเณ วุตฺตนเยเนว วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. ปณฺณทานํ ปน เอตฺถ น อาคตํ, ตมฺปิ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ปรโตปิ ครุภณฺฑวินิจฺฉเย สพฺพํ วิตฺถาเรน วณฺณยิสฺสาม.
เวชฺชิกาย วาติ เอตฺถ เวชฺชกมฺมวิธิ ตติยปาราชิกวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
ชงฺฆเปสนิเกนาติ เอตฺถ ชงฺฆเปสนิยนฺติ คิหีนํ ทูเตยฺยสาสนหรณกมฺมํ วุจฺจติ, ตํ น กาตพฺพํ. คิหีนญฺหิ สาสนํ คเหตฺวา คจฺฉนฺตสฺส ปเท ปเท ทุกฺกฏํ. ตํ กมฺมํ นิสฺสาย ลทฺธโภชนํ ภุญฺชนฺตสฺสาปิ อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร ทุกฺกฏํ. ปฐมํ สาสนํ อคฺคเหตฺวาปิ ปจฺฉา ‘‘อยํ ทานิ โส คาโม หนฺท ตํ สาสนํ อาโรเจมี’’ติ มคฺคา โอกฺกมนฺตสฺสาปิ ปเท ปเท ทุกฺกฏํ. สาสนํ อาโรเจตฺวา ลทฺธโภชนํ ภุญฺชโต ปุริมนเยเนว ทุกฺกฏํ. สาสนํ อคฺคเหตฺวา อาคเตน ปน ‘‘ภนฺเต ตสฺมึ คาเม อิตฺถนฺนามสฺส กา ปวตฺตี’’ติ ปุจฺฉิยมาเนน กเถตุํ วฏฺฏติ, ปุจฺฉิตปเญฺห โทโส นตฺถิ. ปญฺจนฺนํ ปน สหธมฺมิกานํ มาตาปิตูนํ ปณฺฑุปลาสสฺส อตฺตโน เวยฺยาวจฺจกรสฺส จ สาสนํ หริตุํ วฏฺฏติ, คิหีนญฺจ ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการํ กปฺปิยสาสนํ. อิทญฺหิ ชงฺฆเปสนิยกมฺมํ นาม น โหติ. อิเมหิ ปน อฏฺฐหิ กุลทูสกกมฺเมหิ อุปฺปนฺนปจฺจยา ปญฺจนฺนมฺปิ สหธมฺมิกานํ น กปฺปนฺติ, อภูตาโรจนรูปิยสํโวหาเรหิ อุปฺปนฺนปจฺจยสทิสาว โหนฺติ.
ปาปา สมาจารา อสฺสาติ ปาปสมาจาโร. เต ปน ยสฺมา มาลาวจฺฉโรปนาทโย อิธ อธิปฺเปตา, ตสฺมา ‘‘มาลาวจฺฉํ โรเปนฺติปี’’ติอาทินา นเยนสฺส ปทภาชนํ วุตฺตํ. ติโรกฺขาติ ปรมฺมุขา. กุลานิ จ เตน ทุฏฺฐานีติ เอตฺถ ปน ยสฺมา ‘‘กุลานี’’ติ โวหารมตฺตเมตํ, อตฺถโต หิ มนุสฺสา เตน ทุฏฺฐา โหนฺติ, ตสฺมาสฺส ปทภาชเน ‘‘ปุพฺเพ สทฺธา หุตฺวา’’ติอาทิมาห. ฉนฺทคามิโนติ ฉนฺเทน คจฺฉนฺตีติ ฉนฺทคามิโน. เอส นโย เสเสสุ. สมนุภาสิตพฺโพ ตสฺส ปฏินิสฺสคฺคายาติ เอตฺถ กุลทูสกกมฺเมน ทุกฺกฏเมว. ยํ ปน โส สงฺฆํ ปริภวิตฺวา ‘‘ฉนฺทคามิโน’’ติอาทิมาห. ตสฺส ปฏินิสฺสคฺคาย สมนุภาสนกมฺมํ กาตพฺพนฺติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมว.
สมุฏฺฐานาทีนิปิ ปฐมสงฺฆเภทสทิสาเนวาติ.
กุลทูสกสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิคมนวณฺณนา
๔๔๒. อุทฺทิฏฺฐา โข…เป… เอวเมตํ ธารยามีติ เอตฺถ ปฐมํ อาปตฺติ เอเตสนฺติ ปฐมาปตฺติกา, ปฐมํ วีติกฺกมกฺขเณเยว อาปชฺชิตพฺพาติ อตฺโถ. อิตเร ปน ยถา ตติเย จตุตฺเถ จ ทิวเส โหตีติ ชโร ‘‘ตติยโก จตุตฺถโก’’ติ จ วุจฺจติ; เอวํ ยาวตติเย สมนุภาสนกมฺเม โหนฺตีติ ยาวตติยกาติ เวทิตพฺพา.
ยาวตีหํ ชานํ ปฏิจฺฉาเทตีติ ยตฺตกานิ อหานิ ชานนฺโต ปฏิจฺฉาเทติ, ‘‘อหํ อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโน’’ติ สพฺรหฺมจารีนํ นาโรเจติ. ตาวตีหนฺติ ตตฺตกานิ อหานิ. อกามา ปริวตฺถพฺพนฺติ น กาเมน, น วเสน, อถ โข อกาเมน อวเสน ปริวาสํ สมาทาย วตฺถพฺพํ. อุตฺตริ ฉารตฺตนฺติ ปริวาสโต อุตฺตริ ฉ รตฺติโย. ภิกฺขุมานตฺตายาติ ภิกฺขูนํ มานนภาวาย, อาราธนตฺถายาติ วุตฺตํ โหติ. วีสติสงฺโฆ คโณ อสฺสาติ วีสติคโณ. ตตฺราติ ยตฺร สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน วีสติคโณ ภิกฺขุสงฺโฆ อตฺถิ ตตฺร. อพฺเภตพฺโพติ อภิเอตพฺโพ สมฺปฏิจฺฉิตพฺโพ, อพฺภานกมฺมวเสน โอสาเรตพฺโพติ วุตฺตํ โหติ, อวฺหาตพฺโพติ วา อตฺโถ. อนพฺภิโตติ น อพฺภิโต, อสมฺปฏิจฺฉิโต, อกตพฺภานกมฺโมติ วุตฺตํ โหติ, อนวฺหาโตติ วา อตฺโถ. สามีจีติ อนุธมฺมตา, โลกุตฺตรธมฺมํ อนุคตา โอวาทานุสาสนี, สามีจิ ธมฺมตาติ วุตฺตํ โหติ. เสสเมตฺถ วุตฺตนยเมวาติ.
สมนฺตปาสาทิกาย วินยสํวณฺณนาย
เตรสกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.