๑๓. เตรสมสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๒๒๖. เตรสเม – ปริกฺเขปํ อติกฺกาเมนฺติยาติ เอเกน ปาเทน อติกฺกนฺเต ทุกฺกฏํ, ทุติเยน ปาจิตฺติยํ. อุปจาเรปิ เอเสว นโย.

๑๒๒๗. อจฺฉินฺนจีวริกายาติอาทีสุ สงฺกจฺจิกจีวรเมว จีวรนฺติ เวทิตพฺพํ. อาปทาสูติ มหคฺฆํ โหติ สงฺกจฺจิกํ, ปารุปิตฺวา คจฺฉนฺติยาว อุปทฺทโว อุปฺปชฺชติ, เอวรูปาสุ อาปทาสุ อนาปตฺติ. เสสํ อุตฺตานเมว. เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

เตรสมสิกฺขาปทํ.

ฉตฺตุปาหนวคฺโค นวโม.

อุทฺทิฏฺฐา โข อยฺยาโย ฉสฏฺฐิสตํ ปาจิตฺติยา ธมฺมาติ เอตฺถ สพฺพาเนว ภิกฺขุนีนํ ขุทฺทเกสุ ฉนฺนวุติ, ภิกฺขูนํ เทฺวนวุตีติ อฏฺฐาสีติสตํ สิกฺขาปทานิ, ตโต สกลํ ภิกฺขุนีวคฺคํ, ปรมฺปรโภชนํ, อนติริตฺตโภชนํ, อนติริตฺเตน อภิหฏฺฐุํ ปวารณํ, ปณีตโภชนวิญฺญตฺติ, อเจลกสิกฺขาปทํ, ทุฏฺฐุลฺลปฏิจฺฉาทนํ, อูนวีสติวสฺสุปสมฺปาทนํ, มาตุคาเมน สทฺธึ สํวิธาย อทฺธานคมนํ, ราชนฺเตปุรปฺปเวสนํ, สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา วิกาเล คามปฺปเวสนํ, นิสีทนํ วสฺสิกสาฏิกนฺติ อิมานิ ทฺวาวีสติ สิกฺขาปทานิ อปเนตฺวา เสสานิ สตญฺจ ฉสฏฺฐิ จ สิกฺขาปทานิ ปาติโมกฺขุทฺเทสมคฺเคน อุทฺทิฏฺฐานิ โหนฺตีติ เวทิตพฺพานิ. เตนาห – ‘‘อุทฺทิฏฺฐา โข อยฺยาโย ฉสฏฺฐิสตํ ปาจิตฺติยา ธมฺมา…เป… เอวเมตํ ธารยามี’’ติ.

ตตฺรายํ สงฺเขปโต สมุฏฺฐานวินิจฺฉโย – คิรคฺคสมชฺชํ, จิตฺตาคารสิกฺขาปทํ, สงฺฆาณิ, อิตฺถาลงฺกาโร, คนฺธวณฺณโก, วาสิตกปิญฺญาโก, ภิกฺขุนีอาทีหิ อุมฺมทฺทนปริมทฺทนานีติ อิมานิ ทส สิกฺขาปทานิ อจิตฺตกานิ โลกวชฺชานิ. อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย – วินาปิ จิตฺเตน อาปชฺชิตพฺพตฺตา อจิตฺตกานิ, จิตฺเต ปน สติ อกุสเลเนว อาปชฺชิตพฺพตฺตา โลกวชฺชานิ. อวเสสานิ อจิตฺตกานิ, ปณฺณตฺติวชฺชาเนว. โจรีวุฏฺฐาปนํ, คามนฺตรํ, อารามสิกฺขาปทํ คพฺภินิวคฺเค อาทิโต ปฏฺฐาย สตฺต, กุมาริภูตวคฺเค อาทิโต ปฏฺฐาย ปญฺจ, ปุริสสํสฏฺฐํ ปาริวาสิยฉนฺททานํ, อนุวสฺสวุฏฺฐาปนํ, เอกนฺตริกวุฏฺฐาปนนฺติ อิมานิ เอกูนวีสติ สิกฺขาปทานิ สจิตฺตกานิ ปณฺณตฺติวชฺชานิ, อวเสสานิ สจิตฺตกานิ โลกวชฺชาเนวาติ.

สมนฺตปาสาทิกาย วินยสํวณฺณนาย ภิกฺขุนีวิภงฺเค

ขุทฺทกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ปาจิตฺติยกณฺฑํ นิฏฺฐิตํ.