๑๐. ทสมสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๑๖๔. ทสเม – อนาปุจฺฉาติ อนาปุจฺฉิตฺวา. ภิกฺขุนีหิ ทฺวิกฺขตฺตุํ อาปุจฺฉิตพฺพํ – ปพฺพชฺชากาเล จ อุปสมฺปทากาเล จ, ภิกฺขูนํ ปน สกึ อาปุจฺฉิเตปิ วฏฺฏติ.
๑๑๖๕. อชานนฺตีติ มาตาทีนํ อตฺถิภาวํ อชานนฺตี. เสสํ อุตฺตานเมว. อิทํ อปุพฺพสมุฏฺฐานสีสํ. จตุสมุฏฺฐานํ – วาจโต กายวาจโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ. กถํ? อพฺภานกมฺมาทีสุ เกนจิเทว กรณีเยน ขณฺฑสีมายํ นิสินฺนา ‘‘ปกฺโกสถ สิกฺขมานํ, อิเธว นํ อุปสมฺปาเทสฺสามา’’ติ อุปสมฺปาเทติ; เอวํ วาจโต สมุฏฺฐาติ. อุปสฺสยโต ปฏฺฐาย อุปสมฺปาเทสฺสามีติ วตฺวา ขณฺฑสีมํ คจฺฉนฺติยา กายวาจโต สมุฏฺฐาติ. ทฺวีสุปิ ฐาเนสุ ปณฺณตฺติภาวํ ชานิตฺวาว วีติกฺกมํ กโรนฺติยา วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ. อนนุชานาเปตฺวา อุปสมฺปาทนโต กิริยากิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ทสมสิกฺขาปทํ.