๕. จิตฺตาคารวคฺโค
๑. ปฐมสิกฺขาปทวณฺณนา
๙๗๘. จิตฺตาคารวคฺคสฺส ปฐมสิกฺขาปเท – ราชาคารนฺติ รญฺโญ กีฬนฆรํ. จิตฺตาคารนฺติ กีฬนจิตฺตสาลํ. อารามนฺติ กีฬนอุปวนํ. อุยฺยานนฺติ กีฬนุยฺยานํ. โปกฺขรณีนฺติ กีฬนโปกฺขรณึ. ตสฺมาเยว ปทภาชเน ‘‘ยตฺถ กตฺถจิ รญฺโญ กีฬิตุ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ทสฺสนาย คจฺฉติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ เอตฺถ ปทวารคณนาย ทุกฺกฏํ. ยตฺถ ฐิตา ปสฺสตีติ เอตฺถ ปน สเจ เอกสฺมึเยว ฐาเน ฐิตา ปทํ อนุทฺธรมานา ปญฺจปิ ปสฺสติ, เอกเมว ปาจิตฺติยํ. ตํ ตํ ทิสาภาคํ โอโลเกตฺวา ปสฺสนฺติยา ปน ปาเฏกฺกา อาปตฺติโย. ภิกฺขุสฺส ปน สพฺพตฺถ ทุกฺกฏํ.
๙๘๑. อาราเม ฐิตาติ อชฺฌาราเม ราชาคาราทีนิ กโรนฺติ, ตานิ ปสฺสนฺติยา อนาปตฺติ. คจฺฉนฺตี วา อาคจฺฉนฺตี วาติ ปิณฺฑปาตาทีนํ อตฺถาย คจฺฉนฺติยา มคฺโค โหติ, ตานิ ปสฺสติ, อนาปตฺติ. สติ กรณีเย คนฺตฺวาติ รญฺโญ สนฺติกํ เกนจิ กรณีเยน คนฺตฺวา ปสฺสติ, อนาปตฺติ. อาปทาสูติ เกนจิ อุปทฺทุตา ปวิสิตฺวา ปสฺสติ, อนาปตฺติ. เสสํ อุตฺตานเมว.
เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ปฐมสิกฺขาปทํ.
๒. ทุติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๙๘๒. ทุติเย – อภินิสีทนาภินิปชฺชเนสุ ปโยคคณนาย อาปตฺติโย เวทิตพฺพา. เสสํ อุตฺตานเมว.
เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ทุติยสิกฺขาปทํ.
๓. ตติยสิกฺขาปทวณฺณนา
๙๘๘. ตติเย – อุชฺชวุชฺชเวติ ยตฺตกํ หตฺเถน อญฺฉิตํ โหติ, ตสฺมึ ตกฺกมฺหิ เวฐิเต เอกา อาปตฺติ. กนฺตนโต ปน ปุพฺเพ กปฺปาสวิจินนํ อาทึ กตฺวา สพฺพปโยเคสุ หตฺถวารคณนาย ทุกฺกฏํ.
๙๘๙. กนฺติตสุตฺตนฺติ ทสิกสุตฺตาทึ สงฺฆาเฏตฺวา กนฺตติ, ทุกฺกนฺติตํ วา ปฏิกนฺตติ. เสสํ อุตฺตานเมว. เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ตติยสิกฺขาปทํ.
๔. จตุตฺถสิกฺขาปทวณฺณนา
๙๙๒. จตุตฺเถ – ยาคุํ วาติอาทีสุ ตณฺฑุลโกฏฺฏนํ อาทึ กตฺวา สพฺเพสุ ปุพฺพปโยเคสุ ปโยคคณนาย ทุกฺกฏํ. ยาคุภตฺเตสุ ภาชนคณนาย, ขาทนียาทีสุ รูปคณนาย ปาจิตฺติยานิ.
๙๙๓. ยาคุปาเนติ มนุสฺเสหิ สงฺฆสฺสตฺถาย กริยมาเน ยาคุปาเน วา สงฺฆภตฺเต วา เตสํ สหายิกภาเวน ยํกิญฺจิ ปจนฺติยา อนาปตฺติ. เจติยปูชาย สหายิกา หุตฺวา คนฺธาทีนิ ปูเชติ, วฏฺฏติ. อตฺตโน เวยฺยาวจฺจกรสฺสาติ สเจปิ มาตาปิตโร อาคจฺฉนฺติ, ยํกิญฺจิ พีชนึ วา สมฺมุญฺชนิทณฺฑกํ วา การาเปตฺวา เวยฺยาวจฺจกรฏฺฐาเน ฐเปตฺวาว ยํกิญฺจิ ปจิตุํ วฏฺฏติ. เสสํ อุตฺตานเมว. สมุฏฺฐานาทีนิ ตติยสทิสาเนวาติ.
จตุตฺถสิกฺขาปทํ.
๕. ปญฺจมสิกฺขาปทวณฺณนา
๙๙๖. ปญฺจเม – อสติ อนฺตราเยติ ทสวิเธ อนฺตราเย อสติ. ธุรํ นิกฺขิปิตฺวา ปจฺฉา วินิจฺฉินนฺตี อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวาว วินิจฺฉินาติ.
๙๙๘. ปริเยสิตฺวา น ลภตีติ สหายิกา ภิกฺขุนิโย น ลภติ. เสสํ อุตฺตานเมว. ธุรนิกฺเขปสมุฏฺฐานํ – อกิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ ทุกฺขเวทนนฺติ.
ปญฺจมสิกฺขาปทํ.
๖. ฉฏฺฐสิกฺขาปทวณฺณนา
๙๙๙. ฉฏฺเฐ – สพฺพํ นคฺควคฺเค อาคาริกสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อยํ ปน วิเสโส, ตํ ฉสมุฏฺฐานํ. อิทํ ‘‘สหตฺถา’’ติ วุตฺตตฺตา เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ฉฏฺฐสิกฺขาปทํ.
๗. สตฺตมสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๐๐๗. สตฺตเม – ปุน ปริยาเยนาติ ปุนวาเร. อาปทาสูติ มหคฺฆจีวรํ สรีรโต โมเจตฺวา สุปฏิสามิตมฺปิ โจรา หรนฺติ, เอวรูปาสุ อาปทาสุ อนิสฺสชฺชิตฺวา นิวาเสนฺติยา อนาปตฺติ. เสสํ อุตฺตานเมวาติ.
กถินสมุฏฺฐานํ – กายวาจโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยากิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
สตฺตมสิกฺขาปทํ.
๘. อฏฺฐมสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๐๐๘. อฏฺฐเม – อนิสฺสชฺชิตฺวาติ รกฺขณตฺถาย อทตฺวา; ‘‘อิมํ ชคฺเคยฺยาสี’’ติ เอวํ อนาปุจฺฉิตฺวาติ อตฺโถ.
๑๐๑๒. ปริเยสิตฺวา น ลภตีติ ปฏิชคฺคิกํ น ลภติ. คิลานายาติ วจีเภทํ กาตุํ อสมตฺถาย. อาปทาสูติ รฏฺเฐ ภิชฺชนฺเต อาวาเส ฉฑฺเฑตฺวา คจฺฉนฺติ, เอวรูปาสุ อาปทาสุ อนาปตฺติ. เสสํ อุตฺตานเมว. สมุฏฺฐานาทีนิ อนนฺตรสิกฺขาปทสทิสาเนวาติ.
อฏฺฐมสิกฺขาปทํ.
๙. นวมสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๐๑๕-๖. นวเม – พาหิรกํ อนตฺถสํหิตนฺติ หตฺถิอสฺสรถธนุถรุสิปฺปอาถพฺพณขีลนวสีกรณโสสาปนมนฺตาคทปฺปโยคาทิเภทํ ปรูปฆาตกรํ. ปริตฺตนฺติ ยกฺขปริตฺตนาคมณฺฑลาทิเภทํ สพฺพมฺปิ วฏฺฏติ. เสสํ อุตฺตานเมว.
ปทโสธมฺมสมุฏฺฐานํ – วาจโต วาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
นวมสิกฺขาปทํ.
๑๐. ทสมสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๐๑๘. ทสเม วาเจยฺยาติ ปทํ วิเสโส, เสสํ นวเม วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ สทฺธึ สมุฏฺฐานาทีหีติ.
ทสมสิกฺขาปทํ.
จิตฺตาคารวคฺโค ปญฺจโม.