๗. สปฺปาณกวคฺโค
๑. สญฺจิจฺจปาณสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๘๒. สปฺปาณกวคฺคสฺส ปฐมสิกฺขาปเท – อิสฺสาโส โหตีติ คิหิกาเล ธนุคฺคหาจริโย โหติ. ชีวิตา โวโรปิตาติ ชีวิตา วิโยชิตา.
สิกฺขาปเทปิ โวโรเปยฺยาติ วิโยเชยฺย. ยสฺมา ปน โวหารมตฺตเมเวตํ; น เหตฺถ กิญฺจิ วิโยชิเต สีสาลงฺกาเร สีสํ วิย ชีวิตา โวโรปิเต ปาเณปิ ชีวิตํ นาม วิสุํ ติฏฺฐติ, อญฺญทตฺถุ อนฺตรธานเมว คจฺฉติ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ปทภาชเน ‘‘ชีวิตินฺทฺริยํ อุปจฺฉินฺทตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. อิมสฺมิญฺจ สิกฺขาปเท ติรจฺฉานคโตเยว ‘‘ปาโณ’’ติ เวทิตพฺโพ. ตํ ขุทฺทกมฺปิ มหนฺตมฺปิ มาเรนฺตสฺส อาปตฺตินานากรณํ นตฺถิ. มหนฺเต ปน อุปกฺกมมหนฺตตฺตา อกุสลมหตฺตํ โหติ. ปาเณ ปาณสญฺญีติ อนฺตมโส มญฺจปีฐํ โสเธนฺโต มงฺคุลพีชเกปิ ปาณสญฺญี นิกฺการุณิกตาย ตํ ภินฺทนฺโต อปเนติ, ปาจิตฺติยํ. ตสฺมา เอวรูเปสุ ฐาเนสุ การุญฺญํ อุปฏฺฐเปตฺวา อปฺปมตฺเตน วตฺตํ กาตพฺพํ. เสสํ มนุสฺสวิคฺคเห วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ สทฺธึ สมุฏฺฐานาทีหีติ.
สญฺจิจฺจปาณสิกฺขาปทํ ปฐมํ.
๒. สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๘๗. ทุติเย – สปฺปาณกนฺติ เย ปาณกา ปริโภเคน มรนฺติ, เตหิ ปาณเกหิ สปฺปาณกํ, ตาทิสญฺหิ ชานํ ปริภุญฺชโต ปโยเค ปโยเค ปาจิตฺติยํ. ปตฺตปูรมฺปิ อวิจฺฉินฺทิตฺวา เอกปโยเคน ปิวโต เอกา อาปตฺติ. ตาทิเสน อุทเกน สามิสํ ปตฺตํ อาวิญฺฉิตฺวา โธวโตปิ ตาทิเส อุทเก อุณฺหยาคุปตฺตํ นิพฺพาปยโตปิ ตํ อุทกํ หตฺเถน วา อุฬุงฺเกน วา คเหตฺวา นฺหายโตปิ ปโยเค ปโยเค ปาจิตฺติยํ. อุทกโสณฺฑึ วา โปกฺขรณึ วา ปวิสิตฺวา พหินิกฺขมนตฺถาย วีจึ อุฏฺฐาปยโตปิ. โสณฺฑึ วา โปกฺขรณึ วา โสเธนฺเตหิ ตโต คหิตอุทกํ อุทเกเยว อาสิญฺจิตพฺพํ. สมีปมฺหิ อุทเก อสติ กปฺปิยอุทกสฺส อฏฺฐ วา ทส วา ฆเฏ อุทกสณฺฐานกปฺปเทเส อาสิญฺจิตฺวา ตตฺถ อาสิญฺจิตพฺพํ. ‘‘ปวฏฺฏิตฺวา อุทเก ปติสฺสตี’’ติ อุณฺหปาสาเณ อุทกํ นาสิญฺจิตพฺพํ. กปฺปิยอุทเกน ปน ปาสาณํ นิพฺพาเปตฺวา อาสิญฺจิตุํ วฏฺฏติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
ติสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ,
วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ. เอตฺถ จ ปฏงฺคปาณกานํ ปตนํ ญตฺวาปิ สุทฺธจิตฺตตาย ทีปชาลเน วิย สปฺปาณกภาวํ ญตฺวาปิ อุทกสญฺญาย ปริภุญฺชิตพฺพโต ปณฺณตฺติวชฺชตา เวทิตพฺพาติ.
สปฺปาณกสิกฺขาปทํ ทุติยํ.
๓. อุกฺโกฏนสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๙๒. ตติยสิกฺขาปเท – อุกฺโกเฏนฺตีติ ตสฺส ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘อกตํ กมฺม’’นฺติอาทีนิ วทนฺตา อุจฺจาเลนฺติ; ยถาปติฏฺฐิตภาเวน ปติฏฺฐาตุํ น เทนฺติ.
๓๙๓. ยถาธมฺมนฺติ โย ยสฺส อธิกรณสฺส วูปสมนาย ธมฺโม วุตฺโต, เตเนว ธมฺเมนาติ อตฺโถ. นิหตาธิกรณนฺติ นิหตํ อธิกรณํ; สตฺถารา วุตฺตธมฺเมเนว วูปสมิตํ อธิกรณนฺติ อตฺโถ.
๓๙๕. ธมฺมกมฺเม ธมฺมกมฺมสญฺญีติ เยน กมฺเมน ตํ อธิกรณํ วูปสมิตํ, ตญฺเจ ธมฺมกมฺมํ โหติ, ตสฺมึ ธมฺมกมฺเม อยมฺปิ ธมฺมกมฺมสญฺญี หุตฺวา ยทิ อุกฺโกเฏติ, ปาจิตฺติยํ อาปชฺชตีติ อตฺโถ. เอเตน นเยน เสสปทานิปิ เวทิตพฺพานิ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน ‘‘อิเมสํ จตุนฺนํ อธิกรณานํ กติ อุกฺโกฏนา’’ติอาทินา นเยน ปริวาเร วุตฺโต. อฏฺฐกถาสุ ตํ สพฺพํ อาหริตฺวา ตสฺเสวตฺโถ วณฺณิโต. มยํ ปน ตํ ตตฺเถว วณฺณยิสฺสาม. อิธ อาหริตฺวา วณฺณิยมาเน หิ สุฏฺฐุตรํ สมฺโมโห ภเวยฺยาติ น วณฺณยิมฺห. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. ติสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
อุกฺโกฏนสิกฺขาปทํ ตติยํ.
๔. ทุฏฺฐุลฺลสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๙๙. จตุตฺเถ – ทุฏฺฐุลฺลา นาม อาปตฺตีติ เอตฺถ จตฺตาริ ปาราชิกานิ อตฺถุทฺธารวเสน ทสฺสิตานิ, สงฺฆาทิเสสาปตฺติ ปน อธิปฺเปตา, ตํ ฉาเทนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ. ธุรํ นิกฺขิตฺตมตฺเตติ ธุเร นิกฺขิตฺตมตฺเต. สเจปิ ธุรํ นิกฺขิปิตฺวา ปจฺฉา อาโรเจติ, น รกฺขติ; ธุรํ นิกฺขิตฺตมตฺเตเยว ปาจิตฺติยนฺติ วุตฺตํ โหติ. สเจ ปน เอวํ ธุรํ นิกฺขิปิตฺวา ปฏิจฺฉาทนตฺถเมว อญฺญสฺส อาโรเจติ, โสปิ อญฺญสฺสาติ เอเตนุปาเยน สมณสตมฺปิ สมณสหสฺสมฺปิ อาปตฺตึ อาปชฺชติเยว ตาว, ยาว โกฏิ น ฉิชฺชติ. กทา ปน โกฏิ ฉิชฺชตีติ? มหาสุมตฺเถโร ตาว วทติ – ‘‘อาปตฺตึ อาปนฺโน เอกสฺส อาโรเจติ, โส ปฏินิวตฺติตฺวา ตสฺเสว อาโรเจติ; เอวํ โกฏิ ฉิชฺชตี’’ติ. มหาปทุมตฺเถโร ปนาห – ‘‘อยญฺหิ วตฺถุปุคฺคโลเยว. อาปตฺตึ อาปนฺโน ปน เอกสฺส ภิกฺขุโน อาโรเจติ, อยํ อญฺญสฺส อาโรเจติ, โส ปฏินิวตฺติตฺวา เยนสฺส อาโรจิตํ, ตสฺเสว อาโรเจติ; เอวํ ตติเยน ปุคฺคเลน ทุติยสฺส อาโรจิเต โกฏิ ฉินฺนา โหตี’’ติ.
๔๐๐. อทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตินฺติ อวเสเส ปญฺจาปตฺติกฺขนฺเธ. อนุปสมฺปนฺนสฺส ทุฏฺฐุลฺลํ วา อทุฏฺฐุลฺลํ วา อชฺฌาจารนฺติ เอตฺถ อนุปสมฺปนฺนสฺส สุกฺกวิสฺสฏฺฐิ จ กายสํสคฺโค จาติ อยํ ทุฏฺฐุลฺลอชฺฌาจาโร นาม. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมวาติ. ธุรนิกฺเขปสมุฏฺฐานํ – กายวาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ, อกิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
ทุฏฺฐุลฺลสิกฺขาปทํ จตุตฺถํ.
๕. อูนวีสติวสฺสสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๐๒. ปญฺจมสิกฺขาปเท – องฺคุลิโย ทุกฺขา ภวิสฺสนฺตีติ อกฺขรานิ ลิขนฺตสฺส องฺคุลิโย ทุกฺขา ภวิสฺสนฺตีติ จินฺเตสุํ. อุรสฺส ทุกฺโขติ คณนํ สิกฺขนฺเตน พหุํ จินฺเตตพฺพํ โหติ, เตนสฺส อุโร ทุกฺโข ภวิสฺสตีติ มญฺญึสุ. อกฺขีนิ ทุกฺขา ภวิสฺสนฺตีติ รูปสุตฺตํ สิกฺขนฺเตน กหาปณา ปริวตฺเตตฺวา ปริวตฺเตตฺวา ปสฺสิตพฺพา โหนฺติ, เตนสฺส อกฺขีนิ ทุกฺขานิ ภวิสฺสนฺตีติ มญฺญึสุ. ฑํสาทีสุ ฑํสาติ ปิงฺคลมกฺขิกาโย. ทุกฺขานนฺติ ทุกฺขมานํ. ติพฺพานนฺติ พหลานํ. ขรานนฺติ ติขิณานํ. กฏุกานนฺติ ผรุสานํ; อมนาปตาย วา กฏุกรสสทิสานํ. อสาตานนฺติ อมธุรานํ. ปาณหรานนฺติ ชีวิตหรานํ.
๔๐๔. สีมํ สมฺมนฺนตีติ นวํ สีมํ พนฺธติ. กุรุนฺทิยํ ปน อุทกุกฺเขปปริจฺฉินฺทเนปิ ทุกฺกฏํ วุตฺตํ. ปริปุณฺณวีสติวสฺโสติ ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐาย ปริปุณฺณวีสติวสฺโส; คพฺภวีโสปิ หิ ปริปุณฺณวีสติวสฺโสเตฺวว สงฺเขฺย คจฺฉติ. ยถาห –
‘‘เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา กุมารกสฺสโป คพฺภวีโส อุปสมฺปนฺโน โหติ. อถ โข อายสฺมโต กุมารกสฺสปสฺส เอตทโหสิ – ‘ภควตา ปญฺญตฺตํ, น อูนวีสติวสฺโส ปุคฺคโล อุปสมฺปาเทตพฺโพติ. อหญฺจมฺหิ คพฺภวีโส อุปสมฺปนฺโน. อุปสมฺปนฺโน นุโขมฺหิ, นนุ โข อุปสมฺปนฺโน’ติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ยํ ภิกฺขเว มาตุกุจฺฉิมฺหิ ปฐมํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ, ปฐมํ วิญฺญาณํ ปาตุภูตํ ตทุปาทาย สาวสฺส ชาติ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คพฺภวีสํ อุปสมฺปาเทตุ’’นฺติ (มหาว. ๑๒๔).
ตตฺถ โย ทฺวาทสมาเส มาตุกุจฺฉิสฺมึ วสิตฺวา มหาปวารณาย ชาโต, โส ตโต ปฏฺฐาย ยาว เอกูนวีสติเม วสฺเส มหาปวารณา, ตํ อติกฺกมิตฺวา ปาฏิปเท อุปสมฺปาเทตพฺโพ. เอเตนุปาเยน หายนวฑฺฒนํ เวทิตพฺพํ.
โปราณกตฺเถรา ปน เอกูนวีสติวสฺสํ สามเณรํ นิกฺขมนียปุณฺณมาสึ อติกฺกมฺม ปาฏิปททิวเส อุปสมฺปาเทนฺติ, ตํ กสฺมาติ? วุจฺจเต – เอกสฺมึ วสฺเส ฉ จาตุทฺทสิกอุโปสถา โหนฺติ. อิติ วีสติยา วสฺเสสุ จตฺตาโร มาสา ปริหายนฺติ. ราชาโน ตติเย ตติเย วสฺเส วสฺสํ อุกฺกฑฺฒนฺติ. อิติ อฏฺฐารสสุ วสฺเสสุ ฉ มาสา วฑฺฒนฺติ, ตโต อุโปสถวเสน ปริหีเน จตฺตาโร มาเส อปเนตฺวา เทฺว มาสา อวเสสา โหนฺติ, เต เทฺว มาเส คเหตฺวา วีสติวสฺสานิ ปริปุณฺณานิ โหนฺตีติ นิกฺกงฺขา หุตฺวา นิกฺขมนียปุณฺณมาสึ อติกฺกมฺม ปาฏิปเท อุปสมฺปาเทนฺติ. เอตฺถ ปน โย ปวาเรตฺวา วีสติวสฺโส ภวิสฺสติ, ตํ สนฺธาย ‘‘เอกูนวีสติวสฺส’’นฺติ วุตฺตํ. ตสฺมา โย มาตุกุจฺฉิสฺมึ ทฺวาทสมาเส วสิ, โส เอกวีสติวสฺโส โหติ. โย สตฺตมาเส วสิ, โส สตฺตมาสาธิกวีสติวสฺโส. ฉมาสชาโต ปน น ชีวติ.
๔๐๖. อนาปตฺติ อูนวีสติวสฺสํ ปริปุณฺณวีสติวสฺสสญฺญีติ เอตฺถ กิญฺจาปิ อุปสมฺปาเทนฺตสฺส อนาปตฺติ, ปุคฺคโล ปน อนุปสมฺปนฺโนว โหติ. สเจ ปน โส ทสวสฺสจฺจเยน อญฺญํ อุปสมฺปาเทติ, ตญฺเจ มุญฺจิตฺวา คโณ ปูรติ, สูปสมฺปนฺโน. โสปิ จ ยาว น ชานาติ, ตาวสฺส เนว สคฺคนฺตราโย น โมกฺขนฺตราโย, ญตฺวา ปน ปุน อุปสมฺปชฺชิตพฺพํ. เสสํ อุตฺตานเมว.
ติสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ,
วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
อูนวีสติวสฺสสิกฺขาปทํ ปญฺจมํ.
๖. เถยฺยสตฺถสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๐๗. ฉฏฺเฐ – ปฏิยาโลกนฺติ สูริยาโลกสฺส ปฏิมุขํ; ปจฺฉิมทิสนฺติ อตฺโถ. กมฺมิยาติ สุงฺกฏฺฐาเน กมฺมิกา.
๔๐๙. ราชานํ วา เถยฺยํ คจฺฉนฺตีติ ราชานํ วา เถเนตฺวา วญฺเจตฺวา รญฺโญ สนฺตกํ กิญฺจิ คเหตฺวา อิทานิ น ตสฺส ทสฺสามาติ คจฺฉนฺติ.
๔๑๑. วิสงฺเกเตนาติ กาลวิสงฺเกเตน ทิวสวิสงฺเกเตน จ คจฺฉโต อนาปตฺติ. มคฺควิสงฺเกเตน ปน อฏวิวิสงฺเกเตน วา อาปตฺติเยว. เสสเมตฺถ ภิกฺขุนิวคฺเค วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานตฺถเมว. เถยฺยสตฺถสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
เถยฺยสตฺถสิกฺขาปทํ ฉฏฺฐํ.
๗. สํวิธานสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๑๒. สตฺตเม – ปธูเปนฺโต นิสีทีติ ปชฺฌายนฺโต อตฺตานํเยว ปริภาสนฺโต นิสีทิ. นายฺโย โส ภิกฺขุ มํ นิปฺปาเตสีติ อยฺโย อยํ ภิกฺขุ มํ น นิกฺขาเมสิ; น มํ คเหตฺวา อคมาสีติ อตฺโถ. เสสเมตฺถ ภิกฺขุนิยา สทฺธึ สํวิธานสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ สทฺธึ สมุฏฺฐานาทีหีติ.
สํวิธานสิกฺขาปทํ สตฺตมํ.
๘. อริฏฺฐสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๑๗. อฏฺฐเม – คทฺเธ พาธยึสูติ คทฺธพาธิโน; คทฺธพาธิโน ปุพฺพปุริสา อสฺสาติ คทฺธพาธิปุพฺโพ, ตสฺส คทฺธพาธิปุพฺพสฺส คิชฺฌฆาตกกุลปฺปสุตสฺสาติ อตฺโถ.
สคฺคโมกฺขานํ อนฺตรายํ กโรนฺตีติ อนฺตรายิกา. เต กมฺมกิเลสวิปากอุปวาทอาณาวีติกฺกมวเสน ปญฺจวิธา. ตตฺถ ปญฺจานนฺตริยกมฺมา กมฺมนฺตรายิกา นาม. ตถา ภิกฺขุนีทูสกกมฺมํ, ตํ ปน โมกฺขสฺเสว อนฺตรายํ กโรติ, น สคฺคสฺส. นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิธมฺมา กิเลสนฺตรายิกา นาม. ปณฺฑกติรจฺฉานคตอุภโตพฺยญฺชนกานํ ปฏิสนฺธิธมฺมา วิปากนฺตรายิกา นาม. อริยูปวาทา อุปวาทนฺตรายิกา นาม, เต ปน ยาว อริเย น ขมาเปนฺติ ตาวเทว, น ตโต ปรํ. สญฺจิจฺจ อาปนฺนา อาปตฺติโย อาณาวีติกฺกมนฺตรายิกา นาม, ตาปิ ยาว ภิกฺขุภาวํ วา ปฏิชานาติ, น วุฏฺฐาติ วา น เทเสติ วา ตาวเทว, น ตโต ปรํ.
ตตฺรายํ ภิกฺขุ พหุสฺสุโต ธมฺมกถิโก เสสนฺตรายิเก ชานาติ, วินเย ปน อโกวิทตฺตา ปณฺณตฺติวีติกฺกมนฺตรายิเก น ชานาติ, ตสฺมา รโหคโต เอวํ จินฺเตสิ – ‘‘อิเม อาคาริกา ปญฺจ กามคุเณ ปริภุญฺชนฺตา โสตาปนฺนาปิ สกทาคามิโนปิ อนาคามิโนปิ โหนฺติ, ภิกฺขูปิ มนาปิกานิ จกฺขุวิญฺเญยฺยานิ รูปานิ ปสฺสนฺติ…เป… กายวิญฺเญยฺเย โผฏฺฐพฺเพ ผุสนฺติ, มุทุกานิ อตฺถรณปาวุรณาทีนิ ปริภุญฺชนฺติ, เอตํ สพฺพํ วฏฺฏติ. กสฺมา อิตฺถิรูปา…เป… อิตฺถิโผฏฺฐพฺพา เอว น วฏฺฏนฺติ, เอเตปิ วฏฺฏนฺตี’’ติ. เอวํ รเสน รสํ สํสนฺทิตฺวา สจฺฉนฺทราคปริโภคญฺจ นิจฺฉนฺทราคปริโภคญฺจ เอกํ กตฺวา ถูลวาเกหิ สทฺธึ อติสุขุมสุตฺตํ ฆเฏนฺโต วิย สาสเปน สทฺธึ สิเนรุํ อุปสํหรนฺโต วิย ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปาเทตฺวา ‘‘กึ ภควตา มหาสมุทฺทํ พนฺธนฺเตน วิย มหตา อุสฺสาเหน ปฐมปาราชิกํ ปญฺญตฺตํ, นตฺถิ เอตฺถ โทโส’’ติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สทฺธึ ปฏิวิรุชฺฌนฺโต ภพฺพปุคฺคลานํ อาสํ ฉินฺทนฺโต ชินสฺส อาณาจกฺเก ปหารมทาสิ. เตนาห – ‘‘ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามี’’ติอาทิ.
อฏฺฐิกงฺกลูปมาติอาทิมฺหิ อฏฺฐิกงฺกลูปมา อปฺปสฺสาทฏฺเฐน. มํสเปสูปมา พหุสาธารณฏฺเฐน. ติณุกฺกูปมา อนุทหนฏฺเฐน. องฺคารกาสูปมา มหาภิตาปนฏฺเฐน. สุปินกูปมา อิตฺตรปจฺจุปฏฺฐานฏฺเฐน. ยาจิตกูปมา ตาวกาลิกฏฺเฐน. รุกฺขผลูปมา สพฺพงฺคปจฺจงฺคปลิภญฺชนฏฺเฐน. อสิสูนูปมา อธิกุฏฺฏนฏฺเฐน. สตฺติสูลูปมา วินิวิชฺฌนฏฺเฐน. สปฺปสิรูปมา สาสงฺกสปฺปฏิภยฏฺเฐนาติ อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาโร ปน ปปญฺจสูทนิยํ มชฺฌิมฏฺฐกถายํ (ม. นิ. ๑.๒๓๔ อาทโย; ๒.๔๒ อาทโย) คเหตพฺโพ. เอวํ พฺยาโขติ เอวํ วิย โข. เสสเมตฺถ ปุพฺเพ วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานเมว.
สมนุภาสนสมุฏฺฐานํ – กายวาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ, อกิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
อริฏฺฐสิกฺขาปทํ อฏฺฐมํ.
๙. อุกฺขิตฺตสมฺโภคสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๒๔-๕. นวเม – อกฏานุธมฺเมนาติ อนุธมฺโม วุจฺจติ อาปตฺติยา อทสฺสเน วา อปฺปฏิกมฺเม วา ปาปิกาย ทิฏฺฐิยา อปฺปฏินิสฺสคฺเค วา ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน อุกฺขิตฺตกสฺส อนุโลมวตฺตํ ทิสฺวา กตา โอสารณา; โส โอสารณสงฺขาโต อนุธมฺโม ยสฺส น กโต, อยํ อกฏานุธมฺโม นาม, ตาทิเสน สทฺธินฺติ อตฺโถ. เตเนวสฺส ปทภาชเน ‘‘อกฏานุธมฺโม นาม อุกฺขิตฺโต อโนสาริโต’’ติ วุตฺตํ.
เทติ วา ปฏิคฺคณฺหาติ วาติ เอกปโยเคน พหุมฺปิ ททโต วา คณฺหโต วา เอกํ ปาจิตฺติยํ. วิจฺฉินฺทิตฺวา วิจฺฉินฺทิตฺวา เทนฺตสฺส จ คณฺหนฺตสฺส จ ปโยคคณนาย ปาจิตฺติยานิ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. ติสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
อุกฺขิตฺตสมฺโภคสิกฺขาปทํ นวมํ.
๑๐. กณฺฏกสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๒๘. ทสเม – ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปนฺนนฺติ อริฏฺฐสฺส วิย เอตสฺสาปิ อโยนิโส อุมฺมุชฺชนฺตสฺส อุปฺปนฺนํ. นาเสตูติ เอตฺถ ติวิธา นาสนา – สํวาสนาสนา, ลิงฺคนาสนา, ทณฺฑกมฺมนาสนาติ. ตตฺถ อาปตฺติยา อทสฺสนาทีสุ อุกฺเขปนา สํวาสนาสนา นาม. ‘‘ทูสโก นาเสตพฺโพ (ปารา. ๖๖) เมตฺติยํ ภิกฺขุนึ นาเสถา’’ติ (ปารา. ๓๘๔) อยํ ลิงฺคนาสนา นาม. ‘‘อชฺชตคฺเค เต อาวุโส สมณุทฺเทส น เจว โส ภควา สตฺถา อปทิสิตพฺโพ’’ติ อยํ ทณฺฑกมฺมนาสนา นาม. อยํ อิธ อธิปฺเปตา. เตนาห – ‘‘เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว นาเสตพฺโพ…เป… วินสฺสา’’ติ. ตตฺถ จราติ คจฺฉ. ปิเรติ ปร อมามก. วินสฺสาติ นสฺส; ยตฺถ เต น ปสฺสาม, ตตฺถ คจฺฉาติ.
๔๒๙. อุปลาเปยฺยาติ สงฺคเณฺหยฺย. อุปฏฺฐาเปยฺยาติ เตน อตฺตโน อุปฏฺฐานํ การาเปยฺย. เสสํ อริฏฺฐสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ สทฺธึ สมุฏฺฐานาทีหีติ.
กณฺฏกสิกฺขาปทํ ทสมํ.
สมตฺโต วณฺณนากฺกเมน สปฺปาณกวคฺโค สตฺตโม.