๘. สหธมฺมิกวคฺโค
๑. สหธมฺมิกสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๓๔. สหธมฺมิกวคฺคสฺส ปฐมสิกฺขาปเท – เอตสฺมึ สิกฺขาปเทติ เอตสฺมึ สิกฺขาปเท ยํ วุตฺตํ, ตํ น ตาว สิกฺขิสฺสามิ. อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ เอตฺถ ปน วาจาย วาจาย อาปตฺติ เวทิตพฺพา. สิกฺขมาเนน ภิกฺขเว ภิกฺขุนาติ โอวาทํ สิรสา สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สิกฺขิตุกาเมเนว หุตฺวา อาชานิตพฺพญฺเจว ปุจฺฉิตพฺพญฺจ อุปปริกฺขิตพฺพญฺจ. เสสเมตฺถ ทุพฺพจสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว ปทตฺถโต เวทิตพฺพํ. วินิจฺฉยโต อุตฺตานเมว.
ติสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
สหธมฺมิกสิกฺขาปทํ ปฐมํ.
๒. วิเลขนสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๓๘. ทุติเย – วินยกถํ กเถตีติ วินยกถา นาม กปฺปิยากปฺปิยอาปตฺตานาปตฺติสํวรปหานปฏิสํยุตฺตกถา, ตํ กเถติ. วินยสฺส วณฺณํ ภาสตีติ วินยสฺส วณฺโณ นาม ปญฺจนฺนมฺปิ สตฺตนฺนมฺปิ อาปตฺติกฺขนฺธานํ วเสน มาติกํ นิกฺขิปิตฺวา ปทภาชเนน วณฺณนา, ตํ ภาสติ. วินยปริยตฺติยา วณฺณํ ภาสตีติ วินยํ ปริยาปุณนฺตานํ วินยปริยตฺติมูลกํ วณฺณํ คุณํ อานิสํสํ ภาสติ. วินยธโร หิ วินยปริยตฺติมูลเก ปญฺจานิสํเส ฉานิสํเส สตฺตานิสํเส อฏฺฐานิสํเส นวานิสํเส ทสานิสํเส เอกาทสานิสํเส จ ลภติ เต สพฺเพ ภาสตีติ อตฺโถ. กตเม ปญฺจานิสํเส ลภตีติ? อตฺตโน สีลกฺขนฺธสุคุตฺติอาทิเก. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา วินยธเร ปุคฺคเล – อตฺตโน สีลกฺขนฺโธ สุคุตฺโต โหติ สุรกฺขิโต, กุกฺกุจฺจปกตานํ ปฏิสรณํ โหติ, วิสารโท สงฺฆมชฺเฌ โวหรติ, ปจฺจตฺถิเก สหธมฺเมน สุนิคฺคหิตํ นิคฺคณฺหาติ, สทฺธมฺมฏฺฐิติยา ปฏิปนฺโน โหตี’’ติ (ปริ. ๓๒๕).
กถมสฺส อตฺตโน สีลกฺขนฺโธ สุคุตฺโต โหติ สุรกฺขิโต? อิเธกจฺโจ ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปชฺชนฺโต ฉหากาเรหิ อาปชฺชติ – อลชฺชิตา, อญฺญาณตา, กุกฺกุจฺจปกตตา, อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญิตา, กปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญิตา, สติสมฺโมสาติ.
กถํ อลชฺชิตาย อาปตฺตึ อาปชฺชติ? อกปฺปิยภาวํ ชานนฺโตเยว มทฺทิตฺวา วีติกฺกมํ กโรติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘สญฺจิจฺจ อาปตฺตึ อาปชฺชติ, อาปตฺตึ ปริคูหติ;
อคติคมนญฺจ คจฺฉติ, เอทิโส วุจฺจติ อลชฺชิปุคฺคโล’’ติ. (ปริ. ๓๕๙);
กถํ อญฺญาณตาย อาปชฺชติ? อญฺญาณปุคฺคโล หิ มนฺโท โมมูโห กตฺตพฺพากตฺตพฺพํ อชานนฺโต อกตฺตพฺพํ กโรติ, กตฺตพฺพํ วิราเธติ; เอวํ อญฺญาณตาย อาปชฺชติ.
กถํ กุกฺกุจฺจปกตตาย อาปชฺชติ? กปฺปิยากปฺปิยํ นิสฺสาย กุกฺกุจฺเจ อุปฺปนฺเน วินยธรํ ปุจฺฉิตฺวา กปฺปิยญฺเจ กตฺตพฺพํ สิยา, อกปฺปิยญฺเจ น กตฺตพฺพํ, อยํ ปน ‘‘วฏฺฏตี’’ติ มทฺทิตฺวา วีติกฺกมติเยว; เอวํ กุกฺกุจฺจปกตตาย อาปชฺชติ.
กถํ อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญิตาย อาปชฺชติ? อจฺฉมํสํ สูกรมํสนฺติ ขาทติ, ทีปิมํสํ มิคมํสนฺติ ขาทติ, อกปฺปิยโภชนํ กปฺปิยโภชนนฺติ ภุญฺชติ, วิกาเล กาลสญฺญาย ภุญฺชติ, อกปฺปิยปานกํ กปฺปิยปานกนฺติ ปิวติ; เอวํ อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญิตาย อาปชฺชติ.
กถํ กปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญิตาย อาปชฺชติ? สูกรมํสํ อจฺฉมํสนฺติ ขาทติ, มิคมํสํ ทีปิมํสนฺติ ขาทติ, กปฺปิยโภชนํ อกปฺปิยโภชนนฺติ ภุญฺชติ, กาเล วิกาลสญฺญาย ภุญฺชติ, กปฺปิยปานกํ อกปฺปิยปานกนฺติ ปิวติ; เอวํ กปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญิตาย อาปชฺชติ.
กถํ สติสมฺโมสาย อาปชฺชติ? สหเสยฺยจีวรวิปฺปวาสเภสชฺชจีวรกาลาติกฺกมนปจฺจยา อาปตฺติญฺจ สติสมฺโมสาย อาปชฺชติ; เอวมิเธกจฺโจ ภิกฺขุ อิเมหิ ฉหากาเรหิ อาปตฺตึ อาปชฺชติ.
วินยธโร ปน อิเมหิ ฉหากาเรหิ อาปตฺตึ นาปชฺชติ. กถํ ลชฺชิตาย นาปชฺชติ? โส หิ ‘‘ปสฺสถ โภ, อยํ กปฺปิยากปฺปิยํ ชานนฺโตเยว ปณฺณตฺติวีติกฺกมํ กโรตี’’ติ อิมํ ปรูปวาทํ รกฺขนฺโตปิ นาปชฺชติ; เอวํ ลชฺชิตาย นาปชฺชติ. สหสา อาปนฺนมฺปิ เทสนาคามินึ เทเสตฺวา วุฏฺฐานคามินิยา วุฏฺฐหิตฺวา สุทฺธนฺเต ปติฏฺฐาติ. ตโต –
‘‘สญฺจิจฺจ อาปตฺตึ น อาปชฺชติ, อาปตฺตึ น ปริคูหติ;
อคติคมนญฺจ น คจฺฉติ, เอทิโส วุจฺจติ ลชฺชิปุคฺคโล’’ติ. (ปริ. ๓๕๙)
อิมสฺมึ ลชฺชิภาเว ปติฏฺฐิโตว โหติ.
กถํ ญาณตาย นาปชฺชติ? โส หิ กปฺปิยากปฺปิยํ ชานาติ, ตสฺมา กปฺปิยเมว กโรติ, อกปฺปิยํ น กโรติ; เอวํ ญาณตาย นาปชฺชติ.
กถํ อกุกฺกุจฺจปกตตาย นาปชฺชติ? โส หิ กปฺปิยากปฺปิยํ นิสฺสาย กุกฺกุจฺเจ อุปฺปนฺเน วตฺถุํ โอโลเกตฺวา มาติกํ ปทภาชนํ อนฺตราปตฺตึ อาปตฺตึ อนาปตฺติญฺจ โอโลเกตฺวา กปฺปิยญฺเจ โหติ กโรติ, อกปฺปิยญฺเจ น กโรติ; เอวํ อกุกฺกุจฺจปกตตาย นาปชฺชติ.
กถํ อกปฺปิยาทิสญฺญิตาย นาปชฺชติ? โส หิ กปฺปิยากปฺปิยํ ชานาติ, ตสฺมา อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญี น โหติ, กปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญี น โหติ; สุปฺปติฏฺฐิตา จสฺส สติ โหติ, อธิฏฺฐาตพฺพํ อธิฏฺเฐติ, วิกปฺเปตพฺพํ วิกปฺเปติ. อิติ อิเมหิ ฉหากาเรหิ อาปตฺตึ นาปชฺชติ. อาปตฺตึ อนาปชฺชนฺโต อขณฺฑสีโล โหติ ปริสุทฺธสีโล; เอวมสฺส อตฺตโน สีลกฺขนฺโธ สุคุตฺโต โหติ สุรกฺขิโต.
กถํ กุกฺกุจฺจปกตานํ ปฏิสรณํ โหติ? ติโรรฏฺเฐสุ ติโรชนปเทสุ จ อุปฺปนฺนกุกฺกุจฺจา ภิกฺขู ‘‘อสุกสฺมึ กิร วิหาเร วินยธโร วสตี’’ติ ทูรโตปิ ตสฺส สนฺติกํ อาคนฺตฺวา กุกฺกุจฺจํ ปุจฺฉนฺติ, โส เตหิ กตสฺส กมฺมสฺส วตฺถุํ โอโลเกตฺวา อาปตฺตานาปตฺติครุกลหุกาทิเภทํ สลฺลกฺเขตฺวา เทสนาคามินึ เทสาเปตฺวา วุฏฺฐานคามินิยา วุฏฺฐาเปตฺวา สุทฺธนฺเต ปติฏฺฐาเปติ; เอวํ กุกฺกุจฺจปกตานํ ปฏิสรณํ โหติ.
วิสารโท สงฺฆมชฺเฌ โวหรตีติ อวินยธรสฺส หิ สงฺฆมชฺเฌ กเถนฺตสฺส ภยํ สารชฺชํ โอกฺกมติ, วินยธรสฺส ตํ น โหติ. กสฺมา? ‘‘เอวํ กเถนฺตสฺส โทโส โหติ; เอวํ น โทโส’’ติ ญตฺวา กถนโต.
ปจฺจตฺถิเก สหธมฺเมน สุนิคฺคหิตํ นิคฺคณฺหาตีติ เอตฺถ ทฺวิธา ปจฺจตฺถิกา นาม – อตฺตปจฺจตฺถิกา จ สาสนปจฺจตฺถิกา จ. ตตฺถ เมตฺติยภุมฺมชกา จ ภิกฺขู วฑฺโฒ จ ลิจฺฉวี อมูลเกน อนฺติมวตฺถุนา โจเทสุํ, อิเม อตฺตปจฺจตฺถิกา นาม. เย วา ปนญฺเญปิ ทุสฺสีลา ปาปธมฺมา, สพฺเพ เต อตฺตปจฺจตฺถิกา. วิปรีตทสฺสนา ปน อริฏฺฐภิกฺขุกณฺฏกสามเณรเวสาลิกวชฺชิปุตฺตกา ปรูปหารอญฺญาณกงฺขาปรวิตรณาทิวาทา มหาสงฺฆิกาทโย จ อพุทฺธสาสนํ ‘‘พุทฺธสาสน’’นฺติ วตฺวา กตปคฺคหา สาสนปจฺจตฺถิกา นาม. เต สพฺเพปิ สหธมฺเมน สการเณน วจเนน ยถา ตํ อสทฺธมฺมํ ปติฏฺฐาเปตุํ น สกฺโกนฺติ, เอวํ สุนิคฺคหิตํ กตฺวา นิคฺคณฺหาติ.
สทฺธมฺมฏฺฐิติยา ปฏิปนฺโน โหตีติ เอตฺถ ปน ติวิโธ สทฺธมฺโม ปริยตฺติปฏิปตฺติอธิคมวเสน. ตตฺถ เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ ปริยตฺติสทฺธมฺโม นาม. เตรส ธุตงฺคคุณา จุทฺทส ขนฺธกวตฺตานิ เทฺวอสีติ มหาวตฺตานีติ อยํ ปฏิปตฺติสทฺธมฺโม นาม. จตฺตาโร มคฺคา จ ผลานิ จาติ อยํ อธิคมสทฺธมฺโม นาม.
ตตฺถ เกจิ เถรา ‘‘โย โว, อานนฺท, มยา ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต, โส โว มมจฺจเยน สตฺถา’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๑๖) อิมินา สุตฺเตน ‘‘สาสนสฺส ปริยตฺติ มูล’’นฺติ วทนฺติ. เกจิ เถรา ‘‘อิเม จ สุภทฺท ภิกฺขู สมฺมา วิหเรยฺยุํ, อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสา’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๑๔) อิมินา สุตฺเตน ‘‘สาสนสฺส ปฏิปตฺติมูล’’นฺติ วตฺวา ‘‘ยาว ปญฺจ ภิกฺขู สมฺมา ปฏิปนฺนา สํวิชฺชนฺติ, ตาว สาสนํ ฐิตํ โหตี’’ติ อาหํสุ. อิตเร ปน เถรา ปริยตฺติยา อนฺตรหิตาย สุปฺปฏิปนฺนสฺสปิ ธมฺมาภิสมโย นตฺถี’’ติ อาหํสุ. สเจ ปญฺจ ภิกฺขู จตฺตาริ ปาราชิกานิ รกฺขณกา โหนฺติ, เต สทฺเธ กุลปุตฺเต ปพฺพาเชตฺวา ปจฺจนฺติเม ชนปเท อุปสมฺปาเทตฺวา ทสวคฺคํ คณํ ปูเรตฺวา มชฺฌิเม ชนปเทปิ อุปสมฺปทํ กริสฺสนฺติ, เอเตนุปาเยน วีสติวคฺคคณํ สงฺฆํ ปูเรตฺวา อตฺตโนปิ อพฺภานกมฺมํ กตฺวา สาสนํ วุฑฺฒึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ คมยิสฺสนฺติ. เอวมยํ วินยธโร ติวิธสฺสาปิ สทฺธมฺมสฺส จิรฏฺฐิติยา ปฏิปนฺโน โหตีติ เอวมยํ วินยธโร อิเม ตาว ปญฺจานิสํเส ปฏิลภตีติ เวทิตพฺโพ.
กตเม ฉ อานิสํเส ลภตีติ? ตสฺสาเธยฺโย อุโปสโถ, ปวารณา, สงฺฆกมฺมํ, ปพฺพชฺชา, อุปสมฺปทา, นิสฺสยํ เทติ สามเณรํ อุปฏฺฐาเปติ.
เย อิเม จาตุทฺทสิโก, ปนฺนรสิโก, สามคฺคิอุโปสโถ, สงฺเฆ อุโปสโถ, คเณ ปุคฺคเล อุโปสโถ, สุตฺตุทฺเทโส, ปาริสุทฺธิ, อธิฏฺฐานอุโปสโถติ นว อุโปสถา, สพฺเพ เต วินยธรายตฺตา.
ยาปิ จ อิมา จาตุทฺทสิกา ปนฺนรสิกา, สามคฺคิปวารณา, สงฺเฆ ปวารณา คเณ ปุคฺคเล ปวารณา, เตวาจิกา, เทฺววาจิกา, สมานวสฺสิกา ปวารณาติ นว ปวารณาโย, ตาปิ วินยธรายตฺตา เอว, ตสฺส สนฺตกา, โส ตาสํ สามี.
ยานิปิ อิมานิ อปโลกนกมฺมํ ญตฺติกมฺมํ ญตฺติทุติยกมฺมํ ญตฺติจตุตฺถกมฺมนฺติ จตฺตาริ สงฺฆกมฺมานิ, ตานิ วินยธรายตฺตานิ.
ยาปิ จายํ อุปชฺฌาเยน หุตฺวา กุลปุตฺตานํ ปพฺพชฺชา จ อุปสมฺปทา จ กาตพฺพา, อยมฺปิ วินยธรายตฺตาว. น หิ อญฺโญ ทฺวิปิฏกธโรปิ เอตํ กาตุํ ลภติ. โส เอว นิสฺสยํ เทติ, สามเณรํ อุปฏฺฐาเปติ. อญฺโญ เนว นิสฺสยํ ทาตุํ ลภติ, น สามเณรํ อุปฏฺฐาเปตุํ. สามเณรูปฏฺฐานํ ปจฺจาสีสนฺโต ปน วินยธรสฺส สนฺติเก อุปชฺฌํ คาหาเปตฺวา วตฺตปฏิปตฺตึ สาทิตุํ ลภติ. เอตฺถ จ นิสฺสยทานญฺเจว สามเณรูปฏฺฐานญฺจ เอกมงฺคํ.
อิติ อิเมสุ ฉสุ อานิสํเสสุ เอเกน สทฺธึ ปุริมา ปญฺจ ฉ โหนฺติ, ทฺวีหิ สทฺธึ สตฺต, ตีหิ สทฺธึ อฏฺฐ, จตูหิ สทฺธึ นว, ปญฺจหิ สทฺธึ ทส, สพฺเพหิ เปเตหิ สทฺธึ เอกาทสาติ เอวํ วินยธโร ปุคฺคโล ปญฺจ ฉ สตฺต อฏฺฐ นว ทส เอกาทส จ อานิสํเส ลภตีติ เวทิตพฺโพ. เอวํ ภควา อิเม อานิสํเส ทสฺเสนฺโต วินยปริยตฺติยา วณฺณํ ภาสตีติ เวทิตพฺโพ.
อาทิสฺส อาทิสฺสาติ ปุนปฺปุนํ ววตฺถเปตฺวา วิสุํ วิสุํ กตฺวา. อายสฺมโต อุปาลิสฺส วณฺณํ ภาสตีติ วินยปริยตฺตึ นิสฺสาย อุปาลิตฺเถรสฺส คุณํ ภาสติ โถเมติ ปสํสติ. กสฺมา? อปฺเปว นาม มม วณฺณนํ สุตฺวาปิ ภิกฺขู อุปาลิสฺส สนฺติเก วินยํ อุคฺคเหตพฺพํ ปริยาปุณิตพฺพํ มญฺเญยฺยุํ, เอวมิทํ สาสนํ อทฺธนิยํ ภวิสฺสติ, ปญฺจวสฺสสหสฺสานิ ปวตฺติสฺสตีติ.
เตธ พหู ภิกฺขูติ เต อิมํ ภควโต วณฺณนํ สุตฺวา ‘‘อิเม กิรานิสํเส เนว สุตฺตนฺติกา น อาภิธมฺมิกา ลภนฺตี’’ติ ยถาปริกิตฺติตานิสํสาธิคเม อุสฺสาหชาตา พหู ภิกฺขู เถรา จ นวา จ มชฺฌิมา จ อายสฺมโต อุปาลิสฺส สนฺติเก วินยํ ปริยาปุณนฺตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. อิธาติ นิปาตมตฺตเมว.
๔๓๙-๔๐. อุทฺทิสฺสมาเนติ อาจริเยน อนฺเตวาสิกสฺส อุทฺทิสฺสมาเน, โส ปน ยสฺมา อาจริเย อตฺตโน รุจิยา อุทฺทิสนฺเต วา อาจริยํ ยาจิตฺวา อนฺเตวาสิเกน อุทฺทิสาเปนฺเต วา โย นํ ธาเรติ, ตสฺมึ สชฺฌายํ กโรนฺเต วา อุทฺทิสฺสมาโน นาม โหติ, ตสฺมา ‘‘อุทฺทิสนฺเต วา อุทฺทิสาเปนฺเต วา สชฺฌายํ วา กโรนฺเต’’ติ ปทภาชนํ วุตฺตํ. ขุทฺทานุขุทฺทเกหีติ ขุทฺทเกหิ จ อนุขุทฺทเกหิ จ. ยาวเทวาติ เตสํ สํวตฺตนมริยาทปริจฺเฉทวจนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เอตานิ หิ เย อุทฺทิสนฺติ, อุทฺทิสาเปนฺติ สชฺฌายนฺติ วา, เตสํ ตาว สํวตฺตนฺติ ยาว ‘‘กปฺปติ นุ โข, น กปฺปติ นุ โข’’ติ กุกฺกุจฺจสงฺขาโต วิปฺปฏิสาโร วิเหสา วิจิกิจฺฉาสงฺขาโต มโนวิเลโข จ อุปฺปชฺชติเยว. อถ วา ยาวเทวาติ อติสยววตฺถาปนํ; ตสฺส สํวตฺตนฺตีติ อิมินา สมฺพนฺโธ, กุกฺกุจฺจาย วิเหสาย วิเลขาย อติวิย สํวตฺตนฺติเยวาติ วุตฺตํ โหติ. อุปสมฺปนฺนสฺส วินยํ วิวณฺเณตีติ อุปสมฺปนฺนสฺส สนฺติเก ตสฺส ตสฺมึ วิมตึ อุปฺปาเทตุกาโม วินยํ วิวณฺเณติ นินฺทติ ครหติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
ติสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
วิเลขนสิกฺขาปทํ ทุติยํ.
๓. โมหนสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๔๔. ตติเย – อนฺวทฺธมาสนฺติ อนุปฏิปาฏิยา อทฺธมาเส อทฺธมาเส; ยสฺมา ปน โส อุโปสถทิวเส อุทฺทิสิยติ, ตสฺมา ‘‘อนุโปสถิก’’นฺติ ปทภาชเน วุตฺตํ. อุทฺทิสฺสมาเนติ อุทฺทิสิยมาเน. ยสฺมา ปน โส ปาติโมกฺขุทฺเทสเก อุทฺทิสนฺเต อุทฺทิสิยมาโน นาม โหติ, ตสฺมา ‘‘อุทฺทิสนฺเต’’ติ ปทภาชเน วุตฺตํ. ยญฺจ ตตฺถ อาปตฺตึ อาปนฺโนติ ตสฺมึ อนาจาเร จิณฺเณ ยํ อาปตฺตึ อาปนฺโน. ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพติ อญฺญาเณน อาปนฺนตฺตา ตสฺสา อาปตฺติยา โมกฺโข นตฺถิ, ยถา ปน ธมฺโม จ วินโย จ ฐิโต, ตถา กาเรตพฺโพ. เทสนาคามินิญฺเจ อาปนฺโน โหติ, เทสาเปตพฺโพ, วุฏฺฐานคามินิญฺเจ, วุฏฺฐาเปตพฺโพติ อตฺโถ. สาธุกนฺติ สุฏฺฐุ. อฏฺฐึกตฺวาติ อตฺถิกภาวํ กตฺวา; อตฺถิโก หุตฺวาติ วุตฺตํ โหติ.
๔๔๗. ธมฺมกมฺเมติอาทีสุ โมหาโรปนกมฺมํ อธิปฺเปตํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. ติสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
โมหนสิกฺขาปทํ ตติยํ.
๔. ปหารสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๔๙. จตุตฺเถ – ปหารํ เทนฺตีติ ‘‘อาวุโส ปีฐกํ ปญฺญเปถ, ปาทโธวนํ อาหรถา’’ติอาทีนิ วตฺวา ตถา อกโรนฺตานํ ปหารํ เทนฺติ.
๔๕๑. ปหารํ เทติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ เอตฺถ ปหริตุกามตาย ปหาเร ทินฺเน สเจปิ มรติ ปาจิตฺติยเมว. ปหาเรน หตฺโถ วา ปาโท วา ภิชฺชติ, สีสํ วา ภินฺนํ โหติ, ปาจิตฺติยเมว. ‘‘ยถายํ สงฺฆมชฺเฌ น วิโรจติ, ตถา นํ กโรมี’’ติ เอวํ วิรูปกรณาธิปฺปาเยน กณฺณํ วา นาสํ วา ฉินฺทติ, ทุกฺกฏํ.
๔๕๒. อนุปสมฺปนฺนสฺสาติ คหฏฺฐสฺส วา ปพฺพชิตสฺส วา อิตฺถิยา วา ปุริสสฺส วา อนฺตมโส ติรจฺฉานคตสฺสาปิ ปหารํ เทติ, ทุกฺกฏํ. สเจ ปน รตฺตจิตฺโต อิตฺถึ ปหรติ, สงฺฆาทิเสโส.
๔๕๓. เกนจิ วิเหฐิยมาโนติ มนุสฺเสน วา ติรจฺฉานคเตน วา วิเหฐิยมาโน. โมกฺขาธิปฺปาโยติ ตโต อตฺตโน โมกฺขํ ปตฺถยมาโน. ปหารํ เทตีติ กายกายปฏิพทฺธนิสฺสคฺคิยานํ อญฺญตเรน ปหารํ เทติ, อนาปตฺติ. สเจปิ อนฺตรามคฺเค โจรํ วา ปจฺจตฺถิกํ วา วิเหเฐตุกามํ ทิสฺวา ‘‘อุปาสก, เอตฺเถว ติฏฺฐ, มา อาคมี’’ติ วตฺวา วจนํ อนาทิยิตฺวา อาคจฺฉนฺตํ ‘‘คจฺฉ เร’’ติ มุคฺคเรน วา สตฺถเกน วา ปหริตฺวา ยาติ, โส เจ เตน ปหาเรน มรติ, อนาปตฺติเยว. วาฬมิเคสุปิ เอเสว นโย. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. สมุฏฺฐานาทีนิ ปนสฺส ปฐมปาราชิกสทิสานิ, อิทํ ปน ทุกฺขเวทนนฺติ.
ปหารสิกฺขาปทํ จตุตฺถํ.
๕. ตลสตฺติกสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๕๔. ปญฺจเม – ตลสตฺติกํ อุคฺคิรนฺตีติ ปหารทานาการํ ทสฺเสตฺวา กายมฺปิ กายปฏิพทฺธมฺปิ อุจฺจาเรนฺติ. เต ปหารสมุจฺจิตา โรทนฺตีติ เต ปหารปริจิตา ปุพฺเพปิ ลทฺธปหารตฺตา อิทานิ จ ปหารํ ทสฺสนฺตีติ มญฺญมานา โรทนฺตีติ อตฺโถ. ‘‘ปหารสฺส มุจฺจิตา’’ติปิ สชฺฌายนฺติ, ตตฺถ ‘‘ปหารสฺส ภีตา’’ติ อตฺโถ.
๔๕๗. อุคฺคิรติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ เอตฺถ สเจ อุคฺคิริตฺวา วิรทฺโธ ปหารํ เทติ, อวสฺสํ ธาเรตุํ อสกฺโกนฺตสฺส ปหาโร สหสา ปตติ, น ปหริตุกามตาย ทินฺนตฺตา ทุกฺกฏํ. เตน ปหาเรน หตฺถาทีสุ ยํกิญฺจิ ภิชฺชติ, ทุกฺกฏเมว.
๔๕๘. โมกฺขาธิปฺปาโย ตลสตฺติกํ อุคฺคิรตีติ เอตฺถ ปุพฺเพ วุตฺเตสุ วตฺถูสุ ปุริมนเยเนว ตลสตฺติกํ อุคฺคิรนฺตสฺส อนาปตฺติ. สเจปิ วิรชฺฌิตฺวา ปหารํ เทติ, อนาปตฺติเยว. เสสํ ปุริมสทิสเมว สทฺธึ สมุฏฺฐานาทีหีติ.
ตลสตฺติกสิกฺขาปทํ ปญฺจมํ.
๖. อมูลกสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๕๙. ฉฏฺเฐ – อนุทฺธํเสนฺตีติ เต กิร สยํ อากิณฺณโทสตฺตา ‘‘เอวํ ภิกฺขู อเมฺห เนว โจเทสฺสนฺติ, น สาเรสฺสนฺตี’’ติ อตฺตปริตฺตาณํ กโรนฺตา ปฏิกจฺเจว ภิกฺขู อมูลเกน สงฺฆาทิเสเสน โจเทนฺติ. เสสเมตฺถ เตรสกมฺหิ อมูลกสิกฺขาปเท วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานเมว.
ติสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
อมูลกสิกฺขาปทํ ฉฏฺฐํ.
๗. สญฺจิจฺจสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๖๔. สตฺตเม – อุปทหนฺตีติ อุปฺปาเทนฺติ. กุกฺกุจฺจํ อุปทหติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ วาจาย วาจาย อาปตฺติ. อนุปสมฺปนฺนสฺสาติ สามเณรสฺส. มาตุคาเมน สทฺธึ รโห มญฺเญ ตยา นิสินฺนํ นิปนฺนํ ภุตฺตํ ปีตํ, สงฺฆมชฺเฌ อิทญฺจิทญฺจ กตนฺติอาทินา นเยน กุกฺกุจฺจํ อุปทหติ, วาจาย วาจาย ทุกฺกฏํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. สมุฏฺฐานาทีนิปิ อมูลกสทิสาเนวาติ.
สญฺจิจฺจสิกฺขาปทํ สตฺตมํ.
๘. อุปสฺสุติสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๗๑. อฏฺฐเม – อธิกรณชาตานนฺติ เอเตหิ ภณฺฑนาทีหิ อุปฺปนฺนวิวาทาธิกรณานํ. อุปสฺสุตินฺติ สุติสมีปํ; ยตฺถ ฐตฺวา สกฺกา โหติ เตสํ วจนํ โสตุํ, ตตฺถาติ อตฺโถ. คจฺฉติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ เอตฺถ ปทวาเร ปทวาเร ทุกฺกฏํ. มนฺเตนฺตนฺติ อญฺเญน สทฺธึ อญฺญสฺมึ มนฺตยมาเน; ‘‘มนฺเตนฺเต’’ติ วา ปาโฐ, อยเมวตฺโถ.
๔๗๓. วูปสมิสฺสามีติ อุปสมํ คมิสฺสามิ, กลหํ น กริสฺสามิ. อตฺตานํ ปริโมเจสฺสามีติ มม อการกภาวํ กเถตฺวา อตฺตานํ โมเจสฺสามิ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
เถยฺยสตฺถสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, สิยา กิริยํ โสตุกามตาย คมนวเสน, สิยา อกิริยํ ฐิตฏฺฐานํ อาคนฺตฺวา มนฺตยมานานํ อชานาปนวเสน, รูปิยํ อญฺญวาทกํ อุปสฺสุตีติ อิมานิ หิ ตีณิ สิกฺขาปทานิ เอกปริจฺเฉทานิ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
อุปสฺสุติสิกฺขาปทํ อฏฺฐมํ.
๙. กมฺมปฏิพาหนสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๗๔. นวเม – สเจ จ มยํ ชาเนยฺยามาติ สเจ มยํ ชาเนยฺยาม; จกาโร ปน นิปาตมตฺตเมว. ธมฺมิกานนฺติ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน กตตฺตา ธมฺมา เอเตสุ อตฺถีติ ธมฺมิกานิ; เตสํ ธมฺมิกานํ จตุนฺนํ สงฺฆกมฺมานํ. ขิยฺยติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ เอตฺถ วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยํ. เสสํ อุตฺตานเมว. ติสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
กมฺมปฏิพาหนสิกฺขาปทํ นวมํ.
๑๐. ฉนฺทํอทตฺวาคมนสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๘๑. ทสเม – วตฺถุ วา อาโรจิตนฺติ โจทเกน จ จุทิตเกน จ อตฺตโน กถา กถิตา, อนุวิชฺชโก สมฺมโต, เอตฺตาวตาปิ วตฺถุเมว อาโรจิตํ โหติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
ธุรนิกฺเขปสมุฏฺฐานํ – กายวาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ, กิริยากิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
ฉนฺทํ อทตฺวา คมนสิกฺขาปทํ ทสมํ.
๑๑. ทุพฺพลสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๘๔. เอกาทสเม – ยถามิตฺตตาติ ยถามิตฺตตาย; โย โย มิตฺโต, ตสฺส ตสฺส เทตีติ วุตฺตํ โหติ. เอส นโย สพฺพปเทสุ. เสสํ อุชฺฌาปนกาทีสุ วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานตฺถเมว.
ติสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
ทุพฺพลสิกฺขาปทํ เอกาทสมํ.
๑๒. ปริณามนสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๘๙. ทฺวาทสเม – ยํ วตฺตพฺพํ สิยา, ตํ สพฺพํ ตึสเก ปริณามนสิกฺขาปเท วุตฺตนยเมว. อยเมว หิ วิเสโส – ตตฺถ อตฺตโน ปริณามิตตฺตา นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ, อิธ ปุคฺคลสฺส ปริณามิตตฺตา สุทฺธิกปาจิตฺติยนฺติ.
ติสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ปริณามนสิกฺขาปทํ ทฺวาทสมํ.
สมตฺโต วณฺณนากฺกเมน สหธมฺมิกวคฺโค อฏฺฐโม.