๖. สุราปานวคฺโค
๑. สุราปานสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๒๖. สุราปานวคฺคสฺส ปฐมสิกฺขาปเท – ภทฺทวติกาติ เอโก คาโม, โส ภทฺทิกาย วติยา สมนฺนาคตตฺตา เอตํ นาม ลภิ. ปถาวิโนติ อทฺธิกา. เตชสา เตชนฺติ อตฺตโน เตชสา อานุภาเวน นาคสฺส เตชํ. กาโปติกาติ กโปตปาทสมวณฺณรตฺโตภาสา. ปสนฺนาติ สุรามณฺฑสฺเสตํ อธิวจนํ. อนนุจฺฉวิยํ ภิกฺขเว สาคตสฺสาติ ปญฺจาภิญฺญสฺส สโต มชฺชปานํ นาม น อนุจฺฉวิยนฺติ วุตฺตํ โหติ.
๓๒๘. ปุปฺผาสโว นาม มธุกปุปฺผาทีนํ รเสน กโต. ผลาสโว นาม มุทฺทิกผลาทีนิ มทฺทิตฺวา เตสํ รเสน กโต. มธฺวาสโว นาม มุทฺทิกานํ ชาติรเสน กโต; มกฺขิกมธุนาปิ กริยตีติ วทนฺติ. คุฬาสโว นาม อุจฺฉุรสาทีหิ กริยติ. สุรา นาม ปิฏฺฐกิณฺณปกฺขิตฺตา; นาฬิเกราทีนมฺปิ รเสน กตา สุราเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉติ, ตสฺสาเยว กิณฺณปกฺขิตฺตาย มณฺเฑ คหิเต เมรโยเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉตีติ วทนฺติ. อนฺตมโส กุสคฺเคนปิ ปิวตีติ เอตํ สุรํ วา เมรยํ วา พีชโต ปฏฺฐาย กุสคฺเคน ปิวโตปิ ปาจิตฺติยนฺติ อตฺโถ. เอเกน ปน ปโยเคน พหุมฺปิ ปิวนฺตสฺส เอกา อาปตฺติ. วิจฺฉินฺทิตฺวา วิจฺฉินฺทิตฺวา ปิวโต ปโยคคณนาย อาปตฺติโย.
๓๒๙. อมชฺชญฺจ โหติ มชฺชวณฺณํ มชฺชคนฺธํ มชฺชรสนฺติ โลณโสวีรกํ วา สุตฺตํ วา โหติ. สูปสมฺปาเกติ วาสคาหาปนตฺถํ อีสกํ มชฺชํ ปกฺขิปิตฺวา สูปํ ปจนฺติ, ตสฺมึ อนาปตฺติ. มํสสมฺปาเกปิ เอเสว นโย. เตลํ ปน วาตเภสชฺชตฺถํ มชฺเชน สทฺธึ ปจนฺติ, ตสฺมิมฺปิ อนติกฺขิตฺตมชฺเชเยว อนาปตฺติ, ยํ ปน อติกฺขิตฺตมชฺชํ โหติ, เอตฺถ มชฺชสฺส วณฺณคนฺธรสา ปญฺญายนฺติ, ตสฺมึ อาปตฺติเยว. อมชฺชํ อริฏฺฐนฺติ โย อริฏฺโฐ มชฺชํ น โหติ, ตสฺมึ อนาปตฺติ. อามลกาทีนํเยว กิร รเสน อริฏฺฐํ กโรนฺติ, โส มชฺชวณฺณคนฺธรโสเยว โหติ, น จ มชฺชํ; ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. โย ปน สมฺภารปกฺขิตฺโต, โส มชฺชํ โหติ, พีชโต ปฏฺฐาย น วฏฺฏติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ อกุสลจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ. วตฺถุอชานนตาย เจตฺถ อจิตฺตกตา เวทิตพฺพา, อกุสเลเนว ปาตพฺพตาย โลกวชฺชตาติ.
สุราปานสิกฺขาปทํ ปฐมํ.
๒. องฺคุลิปโตทกสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๓๐. ทุติเย – องฺคุลิปโตทเกนาติ องฺคุลีหิ อุปกจฺฉกาทิฆฏฺฏนํ วุจฺจติ. อุตฺตสนฺโตติ อติหาเสน กิลมนฺโต. อนสฺสาสโกติ อุปจฺฉินฺนอสฺสาสปสฺสาสสญฺจาโร หุตฺวา. อนุปสมฺปนฺนํ กาเยน กายนฺติ เอตฺถ ภิกฺขุนีปิ อนุปสมฺปนฺนฏฺฐาเน ฐิตา, ตมฺปิ ขิฑฺฑาธิปฺปาเยน ผุสนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทฺวิเวทนนฺติ.
องฺคุลิปโตทกสิกฺขาปทํ ทุติยํ.
๓. หสธมฺมสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๓๕. ตติเย – อปฺปกตญฺญุโนติ ยํ ภควตา ปกตํ ปญฺญตฺตํ, ตํ น ชานนฺตีติ อตฺโถ.
๓๓๖. อุทเก หสธมฺเมติ อุทกกีฬิกา วุจฺจติ. อุปริโคปฺผเกติ โคปฺผกานํ อุปริภาคปฺปมาเณ. หสาธิปฺปาโยติ กีฬาธิปฺปาโย. นิมุชฺชติ วาติอาทีสุ นิมุชฺชนตฺถาย โอโรหนฺตสฺส ปทวาเร ปทวาเร ทุกฺกฏํ. นิมุชฺชนุมฺมุชฺชเนสุ ปโยเค ปโยเค ปาจิตฺติยํ. นิมุชฺชิตฺวา อนฺโตอุทเกเยว คจฺฉนฺตสฺส หตฺถวารปทวาเรสุ สพฺพตฺถ ปาจิตฺติยํ. ปลวตีติ ตรติ. หตฺเถหิ ตรนฺตสฺส หตฺถวาเร หตฺถวาเร ปาจิตฺติยํ. ปาเทสุปิ เอเสว นโย. เยน เยน องฺเคน ตรติ, ตสฺส ตสฺส ปโยเค ปโยเค ปาจิตฺติยํ. ตีรโต วา รุกฺขโต วา อุทเก ปตติ, ปาจิตฺติยเมว. นาวาย กีฬตีติ ผิยาริตฺตาทีหิ นาวํ ปาเชนฺโต วา ตีเร อุสฺสาเรนฺโต วา นาวาย กีฬติ, ทุกฺกฏํ.
หตฺเถน วาติอาทีสุปิ ปโยเค ปโยเค ทุกฺกฏํ. เกจิ หตฺเถน อุทเก ขิตฺตาย กถลาย ปตนุปฺปตนวาเรสุ ทุกฺกฏํ วทนฺติ, ตํ น คเหตพฺพํ. ตตฺถ หิ เอกปโยคตฺตา เอกเมว ทุกฺกฏํ, อปิจ อุปริโคปฺผเก วุตฺตานิ อุมฺมุชฺชนาทีนิ ฐเปตฺวา อญฺเญน เยน เกนจิ อากาเรน อุทกํ โอตริตฺวา วา อโนตริตฺวา วา ยตฺถ กตฺถจิ ฐิตํ อุทกํ อนฺตมโส พินฺทุํ คเหตฺวา ขิปนกีฬายปิ กีฬนฺตสฺส ทุกฺกฏเมว, อตฺถโชตกํ ปน อกฺขรํ ลิขิตุํ วฏฺฏติ, อยเมตฺถ วินิจฺฉโย. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
หสธมฺมสิกฺขาปทํ ตติยํ.
๔. อนาทริยสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๔๒. จตุตฺเถ – กถายํ นสฺเสยฺยาติ กถํ อยํ ธมฺโม ตนฺติ ปเวณี นสฺเสยฺย. ตํ วา น สิกฺขิตุกาโมติ เยน ปญฺญตฺเตน วุจฺจติ, ตํ ปญฺญตฺตํ น สิกฺขิตุกาโม. อปญฺญตฺเตนาติ สุตฺเต วา อภิธมฺเม วา อาคเตน.
๓๔๔. เอวํ อมฺหากํ อาจริยานํ อุคฺคโหติ เอตฺถ คารโยฺห อาจริยุคฺคโห น คเหตพฺโพ; ปเวณิยา อาคโต อาจริยุคฺคโหว คเหตพฺโพ. กุรุนฺทิยํ ปน ‘‘โลกวชฺเช อาจริยุคฺคโห น วฏฺฏติ, ปณฺณตฺติวชฺเช ปน วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. มหาปจฺจริยํ ‘‘สุตฺตํ สุตฺตานุโลมญฺจ อุคฺคหิตกานํเยว อาจริยานํ อุคฺคโห ปมาณํ, อชานนฺตานํ กถา อปฺปมาณนฺติ วุตฺตํ. ตํ สพฺพํ ปเวณิยา อาคเตสโมธานํ คจฺฉติ. เสสํ อุตฺตานเมวาติ.
ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
อนาทริยสิกฺขาปทํ จตุตฺถํ.
๕. ภึสาปนสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๔๕. ปญฺจเม – รูปูปหาราทโย มนุสฺสวิคฺคเห วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. เสสํ อุตฺตานเมว. สมุฏฺฐานาทีนิ อนาทริยสทิสาเนวาติ.
ภึสาปนสิกฺขาปทํ ปญฺจมํ.
๖. โชติสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๕๐. ฉฏฺเฐ – ภคฺคาติ ชนปทสฺส นามํ. สํสุมารคิรนฺติ นครสฺส. เภสกฬาวนนฺติ ตนฺนิสฺสิตวนสฺส. ตํ ปน มิคานํ ผาสุวิหารตฺถาย ทินฺนตฺตา มิคทาโยติ วุจฺจติ. สมาทหิตฺวาติ ชาเลตฺวา. ปริปาเตสีติ อนุพนฺธิ.
๓๕๒. ปทีเปปีติ ปทีปุชฺชลเนปิ. โชติเกปีติ ปตฺตปจนเสทกมฺมาทีสุ โชติกรเณ. ตถารูปปจฺจยาติ ปทีปาทิปจฺจยา.
๓๕๔-๕. สยํ สมาทหตีติ เอตฺถ โชตึ สมาทหิตุกามตาย อรณิสณฺฐปนโต ปฏฺฐาย ยาว ชาลา น อุฏฺฐหติ, ตาว สพฺพปโยเคสุ ทุกฺกฏํ. ปฏิลาตํ อุกฺขิปตีติ ทยฺหมานํ อลาตํ ปติตํ อุกฺขิปติ, ปุน ยถาฐาเน ฐเปตีติ อตฺโถ. เอวํ อวิชฺฌาตํ อุกฺขิปิตฺวา ปกฺขิปนฺตสฺเสว ทุกฺกฏํ, วิชฺฌาตํ ปุน ชาลาเปนฺตสฺส ปาจิตฺติยเมว.
๓๕๖. ตถารูปปจฺจยาติ ฐเปตฺวา ปทีปาทีนิ อญฺเญนปิ ตถารูเปน ปจฺจเยน สมาทหนฺตสฺส อนาปตฺติ. อาปทาสูติ ทุฏฺฐวาฬมิคอมนุสฺเสหิ อุปทฺทโว โหติ, ตตฺถ สมาทหนฺตสฺสาปิ อนาปตฺติ. เสสํ อุตฺตานเมวาติ. ฉสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
โชติสิกฺขาปทํ ฉฏฺฐํ.
๗. นหานสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๖๔. สตฺตเม – จุณฺเณน วา มตฺติกาย วาติ เอตฺถ จุณฺณมตฺติกานํ อภิสงฺขรณกาลโต ปฏฺฐาย สพฺพปโยเคสุ ทุกฺกฏํ.
๓๖๖. ปารํ คจฺฉนฺโต นฺหายตีติ เอตฺถ สุกฺขาย นทิยา วาลิกํ อุกฺกิริตฺวา กตอาวาฏเกสุปิ นฺหายิตุํ วฏฺฏติ. อาปทาสูติ ภมราทีหิ อนุพทฺธสฺส อุทเก นิมุชฺชิตุํ วฏฺฏตีติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
นหานสิกฺขาปทํ สตฺตมํ.
๘. ทุพฺพณฺณกรณสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๖๘-๙. อฏฺฐเม – นวํ ปน ภิกฺขุนา จีวรลาเภนาติ เอตฺถ อลภีติ ลโภ; ลโภเยว ลาโภ. กึ อลภิ? จีวรํ. กีทิสํ? นวํ. อิติ ‘‘นวจีวรลาเภนา’’ติ วตฺตพฺเพ อนุนาสิกโลปํ อกตฺวา ‘‘นวจีวรลาเภนา’’ติ วุตฺตํ; ปฏิลทฺธนวจีวเรนาติ อตฺโถ. มชฺเฌ ฐิตปททฺวเย ปนาติ นิปาโต. ภิกฺขุนาติ เยน ลทฺธํ ตสฺส นิทสฺสนํ. ปทภาชเน ปน พฺยญฺชนํ อนาทิยิตฺวา ยํ ลทฺธํ ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘จีวรํ นาม ฉนฺนํ จีวราน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. จีวรนฺติ เอตฺถ ยํ นิวาเสตุํ วา ปารุปิตุํ วา สกฺกา โหติ, ตเทว เวทิตพฺพํ. เตเนว ‘‘วิกปฺปนุปคปจฺฉิม’’นฺติ น วุตฺตํ. กํสนีลนฺติ จมฺมการนีลํ. มหาปจฺจริยํ ปน ‘‘อโยมลํ โลหมลํ เอตํ กํสนีลํ นามา’’ติ วุตฺตํ. ปลาสนีลนฺติ โย โกจิ นีลวณฺโณ ปณฺณรโส. ทุพฺพณฺณกรณํ อาทาตพฺพนฺติ เอตํ กปฺปพินฺทุํ สนฺธาย วุตฺตํ; น นีลาทีหิ สกลจีวรสฺส ทุพฺพณฺณกรณํ. ตญฺจ ปน กปฺปํ อาทิยนฺเตน จีวรํ รชิตฺวา จตูสุ วา โกเณสุ ตีสุ วา ทฺวีสุ วา เอกสฺมึ วา โกเณ โมรสฺส อกฺขิมณฺฑลมตฺตํ วา มงฺกุลปิฏฺฐิมตฺตํ วา อาทาตพฺพํ. มหาปจฺจริยํ ‘‘ปตฺเต วา คณฺฐิยํ วา น วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. มหาอฏฺฐกถายํ ปน ‘‘วฏฺฏติเยวา’’ติ วุตฺตํ. ปาฬิกปฺปกณฺณิกกปฺปาทโย ปน สพฺพตฺถ ปฏิสิทฺธา, ตสฺมา ฐเปตฺวา เอกํ วฏฺฏพินฺทุํ อญฺเญน เกนจิปิ วิกาเรน กปฺโป น กาตพฺโพ.
๓๗๑. อคฺคเฬติอาทีสุ เอตานิ อคฺคฬาทีนิ กปฺปกตจีวเร ปจฺฉา อาโรเปตฺวา กปฺปกรณกิจฺจํ นตฺถิ. เสสํ อุตฺตานเมว. เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กิริยากิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ; กายกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ทุพฺพณฺณกรณสิกฺขาปทํ อฏฺฐมํ.
๙. วิกปฺปนสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๗๔. นวเม – ตสฺส วา อทินฺนนฺติ จีวรสามิกสฺส ‘‘ปริภุญฺช วา วิสฺสชฺเชหิ วา ยถาปจฺจยํ วา กโรหี’’ติ เอวํ วตฺวา อทินฺนํ. ตสฺส วา อวิสฺสสนฺโตติ เยน วินยกมฺมํ กตํ, ตสฺส อวิสฺสาเสน วา. เตน ปน ทินฺนํ วา ตสฺส วิสฺสาเสน วา ปริภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺติ. เสสเมตฺถ ตึสกวณฺณนายํ วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานเมวาติ. กถินสมุฏฺฐานํ – กายวาจโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยากิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
วิกปฺปนสิกฺขาปทํ นวมํ.
๑๐. จีวราปนิธานสิกฺขาปทวณฺณนา
๓๗๗-๘๑. ทสเม – อปนิเธนฺตีติ อปเนตฺวา นิเธนฺติ. หสาเปกฺโขติ หสาธิปฺปาโย. อญฺญํ ปริกฺขารนฺติ ปาฬิยา อนาคตํ ปตฺตตฺถวิกาทึ. ธมฺมึ กถํ กตฺวาติ ‘‘สมเณน นาม อนิหิตปริกฺขาเรน ภวิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ เอวํ ธมฺมกถํ กเถตฺวา ทสฺสามีติ นิกฺขิปโต อนาปตฺติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. ติสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
จีวราปนิธานสิกฺขาปทํ ทสมํ.
สมตฺโต วณฺณนากฺกเมน สุราปานวคฺโค ฉฏฺโฐ.