๘. สนฺนิธิการกสิกฺขาปทวณฺณนา

๒๕๒. อฏฺฐมสิกฺขาปเท – เพลฏฺฐสีโส นาม ชฏิลสหสฺสพฺภนฺตโร มหาเถโร. อรญฺเญ วิหรตีติ เชตวนสฺส อวิทูเร ปธานฆเร เอกสฺมึ อาวาเส วสติ. สุกฺขกุรนฺติ อสูปพฺยญฺชนํ โอทนํ. โส กิร อนฺโตคาเม ภุญฺชิตฺวา ปจฺฉา ปิณฺฑาย จริตฺวา ตาทิสํ โอทนํ อาหรติ, ตญฺจ โข อปฺปิจฺฉตาย, น ปจฺจยคิทฺธตาย. เถโร กิร สตฺตาหํ นิโรธสมาปตฺติยา วีตินาเมตฺวา สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ตํ ปิณฺฑปาตํ อุทเกน เตเมตฺวา ภุญฺชติ, ตโต ปุน สตฺตาหํ สมาปตฺติยา นิสีทติ. เอวํ เทฺวปิ ตีณิปิ จตฺตาริปิ สตฺตาหานิ วีตินาเมตฺวา คามํ ปิณฺฑาย ปวิสติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘จิเรน คามํ ปิณฺฑาย ปวิสตี’’ติ.

๒๕๓. กาโร กรณํ กิริยาติ อตฺถโต เอกํ, สนฺนิธิกาโร อสฺสาติ สนฺนิธิการํ; สนฺนิธิการเมว สนฺนิธิการกํ. ปฏิคฺคเหตฺวา เอกรตฺตํ วีตินามิตสฺเสตํ อธิวจนํ. เตเนวสฺส ปทภาชเน วุตฺตํ – ‘‘สนฺนิธิการกํ นาม อชฺช ปฏิคฺคหิตํ อปรชฺชู’’ติ.

ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ เอวํ สนฺนิธิกตํ ยํกิญฺจิ ยาวกาลิกํ วา ยามกาลิกํ วา อชฺโฌหริตุกามตาย คณฺหนฺตสฺส ปฏิคฺคหเณ ตาว อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อชฺโฌหรโต ปน เอกเมกสฺมึ อชฺโฌหาเร ปาจิตฺติยํ. สเจปิ ปตฺโต ทุทฺโธโต โหติ, ยํ องฺคุลิยา ฆํสนฺตสฺส เลขา ปญฺญายติ, คณฺฐิกปตฺตสฺส วา คณฺฐิกนฺตเร เสฺนโห ปวิฏฺโฐ โหติ, โส อุเณฺห โอตาเปนฺตสฺส ปคฺฆรติ, อุณฺหยาคุยา วา คหิตาย สนฺทิสฺสติ, ตาทิเส ปตฺเตปิ ปุนทิวเส ภุญฺชนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ. ตสฺมา ปตฺตํ โธวิตฺวา ปุน ตตฺถ อจฺโฉทกํ วา อาสิญฺจิตฺวา องฺคุลิยา วา ฆํสิตฺวา นิเสฺนหภาโว ชานิตพฺโพ. สเจ หิ อุทเก วา เสฺนหภาโว ปตฺเต วา องฺคุลิเลขา ปญฺญายติ, ทุทฺโธโต โหติ. เตลวณฺณปตฺเต ปน องฺคุลิเลขา ปญฺญายติ, สา อพฺโพหาริกา. ยํ ภิกฺขู นิรเปกฺขา สามเณรานํ ปริจฺจชนฺติ, ตญฺเจ สามเณรา นิทหิตฺวา เทนฺติ, สพฺพํ วฏฺฏติ. สยํ ปฏิคฺคเหตฺวา อปริจฺจตฺตเมว หิ ทุติยทิวเส น วฏฺฏติ. ตโต หิ เอกสิตฺถมฺปิ อชฺโฌหรโต ปาจิตฺติยเมว.

อกปฺปิยมํเสสุ มนุสฺสมํเส ถุลฺลจฺจเยน สทฺวึ ปาจิตฺติยํ, อวเสเสสุ ทุกฺกเฏน สทฺธึ. ยามกาลิกํ สติ ปจฺจเย อชฺโฌหรโต ปาจิตฺติยํ. อาหารตฺถาย อชฺโฌหรโต ทุกฺกเฏน สทฺธึ ปาจิตฺติยํ. สเจ ปวาริโต หุตฺวา อนติริตฺตกตํ อชฺโฌหรติ, ปกติอามิเส เทฺว ปาจิตฺติยานิ, มนุสฺสมํเส ถุลฺลจฺจเยน สทฺธึ เทฺว, เสสอกปฺปิยมํเส ทุกฺกเฏน สทฺธึ, ยามกาลิกํ สติ ปจฺจเย สามิเสน มุเขน อชฺโฌหรโต เทฺว, นิรามิเสน เอกเมว. อาหารตฺถาย อชฺโฌหรโต วิกปฺปทฺวเยปิ ทุกฺกฏํ วฑฺฒติ. สเจ วิกาเล อชฺโฌหรติ, ปกติโภชเน สนฺนิธิปจฺจยา จ วิกาลโภชนปจฺจยา จ เทฺว ปาจิตฺติยานิ, อกปฺปิยมํเสสุ ถุลฺลจฺจยญฺจ ทุกฺกฏญฺจ วฑฺฒติ. ยามกาลิเกสุ วิกาลปจฺจยา อนาปตฺติ, อนติริตฺตปจฺจยา ปน วิกาเล สพฺพวิกปฺเปสุ อนาปตฺติ.

๒๕๕. สตฺตาหกาลิกํ ยาวชีวิกํ อาหารตฺถายาติ อาหารตฺถาย ปฏิคฺคณฺหโต ปฏิคฺคหณปจฺจยา ตาว ทุกฺกฏํ, อชฺโฌหรโต ปน สเจ นิรามิสํ โหติ, อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร ทุกฺกฏํ. อถ อามิสสํสฏฺฐํ ปฏิคฺคเหตฺวา ฐปิตํ โหติ, ยถาวตฺถุกํ ปาจิตฺติยเมว.

๒๕๖. อนาปตฺติ ยาวกาลิกนฺติอาทิมฺหิ วิกาลโภชนสิกฺขาปเท นิทฺทิฏฺฐํ ขาทนียโภชนียํ ยาว มชฺฌนฺติกสงฺขาโต กาโล, ตาว ภุญฺชิตพฺพโต ยาวกาลิกํ. สทฺธึ อนุโลมปาเนหิ อฏฺฐวิธํ ปานํ ยาว รตฺติยา ปจฺฉิมยามสงฺขาโต ยาโม, ตาว ปริภุญฺชิตพฺพโต ยาโม กาโล อสฺสาติ ยามกาลิกํ. สปฺปิอาทิ ปญฺจวิธํ เภสชฺชํ สตฺตาหํ นิเธตพฺพโต สตฺตาโห กาโล อสฺสาติ สตฺตาหกาลิกํ. ฐเปตฺวา อุทกํ อวเสสํ สพฺพมฺปิ ยาวชีวํ ปริหริตฺวา สติ ปจฺจเย ปริภุญฺชิตพฺพโต ยาวชีวกนฺติ วุจฺจติ.

ตตฺถ อรุโณทเยว ปฏิคฺคหิตํ ยาวกาลิกํ สตกฺขตฺตุมฺปิ นิทหิตฺวา ยาวกาโล นาติกฺกมติ ตาว, ยามกาลิกํ เอกํ อโหรตฺตํ, สตฺตาหกาลิกํ สตฺตรตฺตํ, อิตรํ สติ ปจฺจเย, ยาวชีวมฺปิ ปริภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. อฏฺฐกถาสุ ปน อิมสฺมึ ฐาเน ปานกถา กปฺปิยานุโลมกถา ‘‘กปฺปติ นุ โข ยาวกาลิเกน ยามกาลิก’’นฺติอาทิกถา จ กปฺปิยภูมิกถา จ วิตฺถาริตา, ตํ มยํ อาคตฏฺฐาเนเยว กถยิสฺสาม.

เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กายโต จ กายจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

สนฺนิธิการกสิกฺขาปทํ อฏฺฐมํ.