๔. โภชนวคฺโค
๑. อาวสถปิณฺฑสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๐๓. โภชนวคฺคสฺส ปฐมสิกฺขาปเท – อาวสถปิณฺโฑติ อาวสเถ ปิณฺโฑ. สมนฺตา ปริกฺขิตฺตํ อทฺธิกคิลานคพฺภินิปพฺพชิตานํ ยถานุรูปํ ปญฺญตฺตมญฺจปีฐํ อเนกคพฺภปมุขปริจฺเฉทํ อาวสถํ กตฺวา ตตฺถ ปุญฺญกามตาย ปิณฺโฑ ปญฺญตฺโต โหติ, ยาคุภตฺตเภสชฺชาทิ สพฺพํ เตสํ เตสํ ทานตฺถาย ฐปิตํ โหตีติ อตฺโถ. หิยฺโยปีติ เสฺวปิ. อปสกฺกนฺตีติ อปคจฺฉนฺติ. มนุสฺสา อุชฺฌายนฺตีติ ติตฺถิเย อปสฺสนฺตา ‘‘ติตฺถิยา กุหึ คตา’’‘‘อิเม ปสฺสิตฺวา ปกฺกนฺตา’’ติ สุตฺวา อุชฺฌายนฺติ. กุกฺกุจฺจายนฺโตติ กุกฺกุจฺจํ กโรนฺโต, อกปฺปิยสญฺญํ อุปฺปาเทนฺโตติ อตฺโถ.
๒๐๖. สกฺโกติ ตมฺหา อาวสถา ปกฺกมิตุนฺติ อทฺธโยชนํ วา โยชนํ วา คนฺตุํ สกฺโกติ. น สกฺโกตีติ เอตฺตกเมว น สกฺโกติ. อโนทิสฺสาติ อิเมสํเยว วา เอตฺตกานํเยว วาติ เอกํ ปาสณฺฑํ อนุทฺทิสิตฺวา สพฺเพสํ ปญฺญตฺโต โหติ. ยาวทตฺโถติ โภชนมฺปิ เอตฺตกนฺติ อปริจฺฉินฺทิตฺวา ยาวทตฺโถ ปญฺญตฺโต โหติ. สกึ ภุญฺชิตพฺพนฺติ เอกทิวสํ ภุญฺชิตพฺพํ, ทุติยทิวสโต ปฏฺฐาย ปฏิคฺคหเณ ทุกฺกฏํ, อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร ปาจิตฺติยํ.
อยํ ปเนตฺถ วินิจฺฉโย – เอกกุเลน วา นานากุเลหิ วา เอกโต หุตฺวา เอกสฺมึ ฐาเน วา นานาฐาเนสุ วา ‘‘อชฺช เอกสฺมึ; เสฺว เอกสฺมิ’’นฺติ เอวํ อนิยมิตฏฺฐาเน วา ปญฺญตฺตํ เอกสฺมึ ฐาเน เอกทิวสํ ภุญฺชิตฺวา ทุติยทิวเส ตสฺมึ ฐาเน อญฺญสฺมึ วา ภุญฺชิตุํ น วฏฺฏติ. นานากุเลหิ ปน นานาฐาเนสุ ปญฺญตฺตํ เอกสฺมึ ฐาเน เอกทิวสํ ภุญฺชิตฺวา ทุติยทิวเส อญฺญตฺถ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. ปฏิปาฏึ ปน เขเปตฺวา ปุน อาทิโต ปฏฺฐาย ภุญฺชิตุํ น วฏฺฏตีติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. เอกปูคนานาปูคเอกคามนานาคาเมสุปิ เอเสว นโย. โยปิ เอกกุลสฺส วา นานากุลานํ วา เอกโต ปญฺญตฺโต ตณฺฑุลาทีนํ อภาเวน อนฺตรนฺตรา ฉิชฺชติ, โสปิ น ภุญฺชิตพฺโพ. สเจ ปน ‘‘น สกฺโกม ทาตุ’’นฺติ อุปจฺฉินฺทิตฺวา ปุน กลฺยาณจิตฺเต อุปฺปนฺเน ทาตุํ อารภนฺติ, เอตํ ปุน เอกทิวสํ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ.
๒๐๘. อนาปตฺติ คิลานสฺสาติ คิลานสฺส อนุวสิตฺวา ภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺติ. คจฺฉนฺโต วาติ โย คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค เอกทิวสํ คตฏฺฐาเน จ เอกทิวสํ ภุญฺชติ, ตสฺสาปิ อนาปตฺติ. อาคจฺฉนฺเตปิ เอเสว นโย. คนฺตฺวา ปจฺจาคจฺฉนฺโตปิ อนฺตรามคฺเค เอกทิวสํ อาคตฏฺฐาเน จ เอกทิวสํ ภุญฺชิตุํ ลภติ. คจฺฉิสฺสามีติ ภุญฺชิตฺวา นิกฺขนฺตสฺส นที วา ปูรติ โจราทิภยํ วา โหติ, โส นิวตฺติตฺวา เขมภาวํ ญตฺวา คจฺฉนฺโต ปุน เอกทิวสํ ภุญฺชิตุํ ลภตีติ สพฺพมิทํ มหาปจฺจริยาทีสุ วุตฺตํ. โอทิสฺส ปญฺญตฺโต โหตีติ ภิกฺขูนํเยว อตฺถาย อุทฺทิสิตฺวา ปญฺญตฺโต โหติ. น ยาวทตฺโถติ ยาวทตฺถํ ปญฺญตฺโต น โหติ, โถกํ โถกํ ลพฺภติ, ตาทิสํ นิจฺจมฺปิ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. ปญฺจ โภชนานิ ฐเปตฺวา สพฺพตฺถาติ ยาคุขชฺชกผลาผลาทิเภเท สพฺพตฺถ อนาปตฺติ. ยาคุอาทีนิ หิ นิจฺจมฺปิ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. เสสํ อุตฺตานเมว. เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กายโต จ กายจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
อาวสถปิณฺฑสิกฺขาปทํ ปฐมํ.
๒. คณโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๐๙. ทุติยสิกฺขาปเท – ปริหีนลาภสกฺกาโรติ โส กิร อชาตสตฺตุนา ราชานํ มาราเปตฺวาปิ อภิมาเร โยเชตฺวาปิ รุหิรุปฺปาทํ กตฺวาปิ คุฬฺหปฏิจฺฉนฺโน อโหสิ. ยทา ปน ทิวาเยว ธนปาลกํ ปโยเชสิ, ตทา ปากโฏ ชาโต. ‘‘กถํ เทวทตฺโต หตฺถึ ปโยเชสี’’ติ ปริกถาย อุปฺปนฺนาย ‘‘น เกวลํ หตฺถึ ปโยเชสิ, ราชานมฺปิ มาราเปสิ, อภิมาเรปิ เปเสสิ, สิลมฺปิ ปวิชฺฌิ, ปาโป เทวทตฺโต’’ติ ปากโฏ อโหสิ. ‘‘เกน สทฺธึ อิทํ กมฺมมกาสี’’ติ จ วุตฺเต ‘‘รญฺญา อชาตสตฺตุนา’’ติ อาหํสุ. ตโต นาครา ‘‘กถญฺหิ นาม ราชา เอวรูปํ โจรํ สาสนกณฺฏกํ คเหตฺวา วิจริสฺสตี’’ติ อุฏฺฐหึสุ. ราชา นครสงฺโขภํ ญตฺวา เทวทตฺตํ นีหริ. ตโต ปฏฺฐาย จสฺส ปญฺจถาลิปากสตานิ อุปจฺฉินฺทิ, อุปฏฺฐานมฺปิสฺส น อคมาสิ, อญฺเญปิสฺส มนุสฺสา น กิญฺจิ ทาตพฺพํ วา กาตพฺพํ วา มญฺญึสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ปริหีนลาภสกฺกาโร’’ติ. กุเลสุ วิญฺญาเปตฺวา วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชตีติ ‘‘มา เม คโณ ภิชฺชี’’ติ ปริสํ โปเสนฺโต ‘‘ตฺวํ เอกสฺส ภิกฺขุโน ภตฺตํ เทหิ, ตฺวํ ทฺวินฺน’’นฺติ เอวํ วิญฺญาเปตฺวา สปริโส กุเลสุ ภุญฺชติ.
๒๑๑. จีวรํ ปริตฺตํ อุปฺปชฺชตีติ ภตฺตํ อคณฺหนฺตานํ จีวรํ น เทนฺติ, ตสฺมา ปริตฺตํ อุปฺปชฺชติ.
๒๑๒. จีวรการเก ภิกฺขู ภตฺเตน นิมนฺเตนฺตีติ คาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา จิเรน จีวรํ นิฏฺฐาเปนฺเต ทิสฺวา ‘‘เอวํ ลหุํ นิฏฺฐาเปตฺวา จีวรํ ปริภุญฺชิสฺสนฺตี’’ติ ปุญฺญกามตาย นิมนฺเตนฺติ.
๒๑๕. นานาเวรชฺชเกติ นานาวิเธหิ อญฺญรชฺเชหิ อาคเต. ‘‘นานาวิรชฺชเก’’ติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ.
๒๑๗-๘. คณโภชเนติ คณสฺส โภชเน. อิธ จ คโณ นาม จตฺตาโร ภิกฺขู อาทึ กตฺวา ตตุตฺตรึ ภิกฺขู อธิปฺเปตา, เตเนว สพฺพนฺติมํ ปริจฺเฉทํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยตฺถ จตฺตาโร ภิกฺขู…เป… เอตํ คณโภชนํ นามา’’ติ. ตํ ปเนตํ คณโภชนํ ทฺวีหากาเรหิ ปสวติ นิมนฺตนโต วา วิญฺญตฺติโต วา. กถํ นิมนฺตนโต ปสวติ? จตฺตาโร ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ตุเมฺห, ภนฺเต, โอทเนน นิมนฺเตมิ, โอทนํ เม คณฺหถ อากงฺขถ โอโลเกถ อธิวาเสถ ปฏิมาเนถา’’ติ เอวํ เยน เกนจิ เววจเนน วา ภาสนฺตเรน วา ปญฺจนฺนํ โภชนานํ นามํ คเหตฺวา นิมนฺเตติ. เอวํ เอกโต นิมนฺติตา ปริจฺฉินฺนกาลวเสน อชฺชตนาย วา สฺวาตนาย วา เอกโต คจฺฉนฺติ, เอกโต คณฺหนฺติ, เอกโต ภุญฺชนฺติ, คณโภชนํ โหติ, สพฺเพสํ อาปตฺติ. เอกโต นิมนฺติตา เอกโต วา นานโต วา คจฺฉนฺติ, เอกโต คณฺหนฺติ, นานโต ภุญฺชนฺติ, อาปตฺติเยว. ปฏิคฺคหณเมว หิ เอตฺถ ปมาณํ. เอกโต นิมนฺติตา เอกโต วา นานโต วา คจฺฉนฺติ, นานโต คณฺหนฺติ, เอกโต วา นานโต วา ภุญฺชนฺติ, อนาปตฺติ. จตฺตาริ ปริเวณานิ วา วิหาเร วา คนฺตฺวา นานโต นิมนฺติตา เอกฏฺฐาเน ฐิเตสุเยว วา เอโก ปุตฺเตน เอโก ปิตราติ เอวมฺปิ นานโต นิมนฺติตา เอกโต วา นานโต วา คจฺฉนฺตุ, เอกโต วา นานโต วา ภุญฺชนฺตุ, สเจ เอกโต คณฺหนฺติ, คณโภชนํ โหติ, สพฺเพสํ อาปตฺติ. เอวํ ตาว นิมนฺตนโต ปสวติ.
กถํ วิญฺญตฺติโต? จตฺตาโร ภิกฺขู เอกโต ฐิตา วา นิสินฺนา วา อุปาสกํ ทิสฺวา ‘‘อมฺหากํ จตุนฺนมฺปิ ภตฺตํ เทหี’’ติ วา วิญฺญาเปยฺยุํ, ปาเฏกฺกํ วา ปสฺสิตฺวา ‘‘มยฺหํ เทหิ, มยฺหํ เทหี’’ติ เอวํ เอกโต วา นานโต วา วิญฺญาเปตฺวา เอกโต วา คจฺฉนฺตุ นานโต วา, ภตฺตํ คเหตฺวาปิ เอกโต วา ภุญฺชนฺตุ นานโต วา, สเจ เอกโต คณฺหนฺติ, คณโภชนํ โหติ, สพฺเพสํ อาปตฺติ. เอวํ วิญฺญตฺติโต ปสวติ.
ปาทาปิ ผลิตาติ ยถา มหาจมฺมสฺส ปรโต มํสํ ทิสฺสติ; เอวํ ผาลิตา, วาลิกาย วา สกฺขราย วา ปหฏมตฺเต ทุกฺขํ อุปฺปาเทนฺติ, น สกฺกา โหติ อนฺโตคาเม ปิณฺฑาย จริตุํ. อีทิเส เคลญฺเญ คิลานสมโยติ ภุญฺชิตพฺพํ, น เลสกปฺปิยํ กาตพฺพํ.
จีวเร กยิรมาเนติ ยทา สาฏกญฺจ สุตฺตญฺจ ลภิตฺวา จีวรํ กโรนฺติ ตทา; วิสุญฺหิ จีวรการสมโย นาม นตฺถิ. ตสฺมา โย ตตฺถ จีวเร กตฺตพฺพํ ยํกิญฺจิ กมฺมํ กโรติ, มหาปจฺจริยญฺหิ ‘‘อนฺตมโส สูจิเวธนโก’’ติปิ วุตฺตํ, เตน จีวรการสมโยติ ภุญฺชิตพฺพํ. กุรุนฺทิยํ ปน วิตฺถาเรเนว วุตฺตํ. โย จีวรํ วิจาเรติ, ฉินฺทติ, โมฆสุตฺตํ ฐเปติ, อาคนฺตุกปฏฺฏํ ฐเปติ, ปจฺจาคตํ สิพฺพติ, อาคนฺตุกปฏฺฏํ พนฺธติ, อนุวาตํ ฉินฺทติ ฆฏฺเฏติ อาโรเปติ, ตตฺถ ปจฺจาคตํ สิพฺพติ, สุตฺตํ กโรติ วเลติ, ปิปฺผลิกํ นิเสติ, ปริวตฺตนํ กโรติ, สพฺโพปิ จีวรํ กโรติเยวาติ วุจฺจติ. โย ปน สมีเป นิสินฺโน ชาตกํ วา ธมฺมปทํ วา กเถติ, อยํ น จีวรการโก. เอตํ ฐเปตฺวา เสสานํ คณโภชเน อนาปตฺตีติ.
อทฺธโยชนนฺติ เอตฺตกมฺปิ อทฺธานํ คนฺตุกาเมน. โย ปน ทูรํ คนฺตุกาโม, ตตฺถ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. คจฺฉนฺเตนาติ อทฺธานํ คจฺฉนฺเตน, อทฺธโยชนพฺภนฺตเร คาวุเตปิ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. คเตน ภุญฺชิตพฺพนฺติ คเตน เอกทิวสํ ภุญฺชิตพฺพํ. นาวาภิรุหเนปิ เอเสว นโย. อยํ ปน วิเสโส – อภิรุเฬฺหน อิจฺฉิตฏฺฐานํ คนฺตฺวาปิ ยาว น โอโรหติ ตาว ภุญฺชิตพฺพนฺติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. จตุตฺเถ อาคเตติ อยํ อนฺติมปริจฺเฉโท, จตุตฺเถปิ อาคเต ยตฺถ น ยาเปนฺติ; โส มหาสมโย. ยตฺถ ปน สตํ วา สหสฺสํ วา สนฺนิปตนฺติ, ตตฺถ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ตสฺมา ตาทิเส กาเล ‘‘มหาสมโย’’ติ อธิฏฺฐหิตฺวา ภุญฺชิตพฺพํ. โย โกจิ ปริพฺพาชกสมาปนฺโนติ สหธมฺมิเกสุ วา ติตฺถิเยสุ วา อญฺญตโร, เอเตสญฺหิ เยน เกนจิ กเต ภตฺเต ‘‘สมณภตฺตสมโย’’ติ ภุญฺชิตพฺพํ.
๒๒๐. อนาปตฺติ สมเยติ สตฺตสุ สมเยสุ อญฺญตรสฺมึ อนาปตฺติ. เทฺว ตโย เอกโตติ เยปิ อกปฺปิยนิมนฺตนํ สาทิยิตฺวา เทฺว วา ตโย วา เอกโต คเหตฺวา ภุญฺชนฺติ, เตสมฺปิ อนาปตฺติ.
ตตฺถ อนิมนฺติตจตุตฺถํ, ปิณฺฑปาติกจตุตฺถํ, อนุปสมฺปนฺนจตุตฺถํ, ปตฺตจตุตฺถํ, คิลานจตุตฺถนฺติ ปญฺจนฺนํ จตุกฺกานํ วเสน วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. กถํ? อิเธกจฺโจ จตฺตาโร ภิกฺขู ‘‘ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ นิมนฺเตติ. เตสุ ตโย คตา, เอโก น คโต. อุปาสโก ‘‘เอโก ภนฺเต เถโร กุหิ’’นฺติ ปุจฺฉติ. นาคโต อุปาสกาติ. โส อญฺญํ ตงฺขณปฺปตฺตํ กญฺจิ ‘‘เอหิ ภนฺเต’’ติ ปเวเสตฺวา จตุนฺนมฺปิ ภตฺตํ เทติ, สพฺเพสํ อนาปตฺติ. กสฺมา? คณปูรกสฺส อนิมนฺติตตฺตา. ตโย เอว หิ ตตฺถ นิมนฺติตา คณฺหึสุ, เตหิ คโณ น ปูรติ, คณปูรโก จ อนิมนฺติโต, เตน คโณ ภิชฺชตีติ อิทํ อนิมนฺติตจตุตฺถํ.
ปิณฺฑปาติกจตุตฺเถ – นิมนฺตนกาเล เอโก ปิณฺฑปาติโก โหติ, โส นาธิวาเสติ. คมนเวลาย ปน ‘‘เอหิ ภนฺเต’’ติ วุตฺเต อนธิวาสิตตฺตา อนาคจฺฉนฺตมฺปิ ‘‘เอถ ภิกฺขํ ลจฺฉถา’’ติ คเหตฺวา คจฺฉนฺติ, โส ตํ คณํ ภินฺทติ. ตสฺมา สพฺเพสํ อนาปตฺติ.
อนุปสมฺปนฺนจตุตฺเถ – สามเณเรน สทฺธึ นิมนฺติตา โหนฺติ, โสปิ คณํ ภินฺทติ.
ปตฺตจตุตฺเถ – เอโก สยํ อคนฺตฺวา ปตฺตํ เปเสติ; เอวมฺปิ คโณ ภิชฺชติ. ตสฺมา สพฺเพสํ อนาปตฺติ.
คิลานจตุตฺเถ – คิลาเนน สทฺธึ นิมนฺติตา โหนฺติ, ตตฺถ คิลานสฺเสว อนาปตฺติ, อิตเรสํ ปน คณปูรโก โหติ. น หิ คิลาเนน คโณ ภิชฺชติ. ตสฺมา เตสํ อาปตฺติเยว. มหาปจฺจริยํ ปน อวิเสเสน วุตฺตํ.
สมยลทฺธโก สยเมว มุจฺจติ, เสสานํ คณปูรกตฺตา อาปตฺติกโร โหติ. ตสฺมา จีวรทานสมยลทฺธกาทีนมฺปิ วเสน จตุกฺกานิ เวทิตพฺพานิ. สเจ ปน อธิวาเสตฺวา คเตสุปิ จตูสุ ชเนสุ เอโก ปณฺฑิโต ภิกฺขุ ‘‘อหํ ตุมฺหากํ คณํ ภินฺทิสฺสามิ, นิมนฺตนํ สาทิยถา’’ติ วตฺวา ยาคุขชฺชกาวสาเน ภตฺตตฺถาย ปตฺตํ คณฺหนฺตานํ อทตฺวา ‘‘อิเม ตาว ภิกฺขู โภเชตฺวา วิสฺสชฺเชถ, อหํ ปจฺฉา อนุโมทนํ กตฺวา คมิสฺสามี’’ติ นิสินฺโน. เตสุ ภุตฺวา คเตสุ ‘‘เทถ ภนฺเต ปตฺต’’นฺติ อุปาสเกน ปตฺตํ คเหตฺวา ภตฺเต ทินฺเน ภุญฺชิตฺวา อนุโมทนํ กตฺวา คจฺฉติ, สพฺเพสํ อนาปตฺติ. ปญฺจนฺนญฺหิ โภชนานํเยว วเสน คณโภชเน วิสงฺเกตํ นตฺถิ. โอทเนน นิมนฺติตา กุมฺมาสํ คณฺหนฺตาปิ อาปตฺตึ อาปชฺชนฺติ. ตานิ จ เตหิ เอกโต น คหิตานิ. ยาคุอาทีสุ ปน วิสงฺเกตํ โหติ, ตานิ เตหิ เอกโต คหิตานีติ. เอวํ เอโก ปณฺฑิโต อญฺเญสมฺปิ อนาปตฺตึ กโรติ.
ตสฺมา สเจ โกจิ สงฺฆภตฺตํ กตฺตุกาเมน นิมนฺตนตฺถาย เปสิโต วิหารํ อาคมฺม ‘‘ภนฺเต, เสฺว อมฺหากํ ฆเร ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ อวตฺวา ‘‘ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วา ‘‘สงฺฆภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วา ‘‘สงฺโฆ ภตฺตํ คณฺหาตู’’ติ วา วทติ, ภตฺตุทฺเทสเกน ปณฺฑิเตน ภวิตพฺพํ, เนมนฺตนิกา คณโภชนโต ปิณฺฑปาติกา จ ธุตงฺคเภทโต โมเจตพฺพา. กถํ? เอวํ ตาว วตฺตพฺพํ – ‘‘เสฺว น สกฺกา อุปาสกา’’ติ. ‘‘ปุนทิวเส, ภนฺเต’’ติ. ‘‘ปุนทิวเสปิ น สกฺกา’’ติ. เอวํ ยาว อทฺธมาสมฺปิ หริตฺวา ปุน วตฺตพฺโพ – ‘‘ตฺวํ กึ อวจา’’ติ? สเจ ปุนปิ ‘‘สงฺฆภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทติ, ตโต ‘‘อิมํ ตาว อุปาสก ปุปฺผํ กปฺปิยํ กโรหิ, อิมํ ติณ’’นฺติ เอวํ วิกฺเขปํ กตฺวา ปุน ‘‘กึ กถยิตฺถา’’ติ ปุจฺฉิตพฺโพ. สเจ ปุนปิ ตเถว วทติ, ‘‘อาวุโส, ตฺวํ ปิณฺฑปาติเก วา มหาเถเร วา น ลจฺฉสิ, สามเณเร ลจฺฉสี’’ติ วตฺตพฺโพ. ‘‘นนุ, ภนฺเต อสุกสฺมิญฺจ อสุกสฺมิญฺจ คาเม ภทนฺเต โภเชสุํ, อหํ กสฺมา น ลภามี’’ติ จ วุตฺเต ‘‘เต นิมนฺเตตุํ ชานนฺติ, ตฺวํ น ชานาสี’’ติ. เต กถํ นิมนฺเตสุํ ภนฺเตติ? เต เอวมาหํสุ – ‘‘อมฺหากํ, ภนฺเต, ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ. สเจ โสปิ ตเถว วทติ, วฏฺฏติ. อถ ปุนปิ ‘‘ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทติ, ‘‘น ทานิ ตฺวํ, อาวุโส, พหู ภิกฺขู ลจฺฉสิ, ตโย เอว ลจฺฉสี’’ติ วตฺตพฺโพ. ‘‘นนุ, ภนฺเต, อสุกสฺมิญฺจ อสุกสฺมิญฺจ คาเม สกลํ ภิกฺขุสงฺฆํ โภเชสุํ, อหํ กสฺมา น ลภามี’’ติ? ‘‘ตฺวํ นิมนฺเตตุํ น ชานาสี’’ติ. ‘‘เต กถํ นิมนฺเตสุ’’นฺติ? เต ‘‘ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ อาหํสูติ. สเจ โสปิ ‘‘ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ วทติ, วฏฺฏติ. อถ ปุนปิ ‘‘ภตฺตเมวา’’ติ วทติ, ตโต วตฺตพฺโพ – ‘‘คจฺฉ ตฺวํ, นตฺถมฺหากํ ตว ภตฺเตนตฺโถ, นิพทฺธโคจโร เอส อมฺหากํ, มยเมตฺถ ปิณฺฑาย จริสฺสามา’’ติ. ตํ ‘‘จรถ, ภนฺเต’’ติ วตฺวา อาคตํ ปุจฺฉนฺติ – ‘‘กึ โภ ลทฺธา ภิกฺขู’’ติ. ‘‘กึ เอเตน พหุ เอตฺถ วตฺตพฺพํ, ‘เถรา เสฺว ปิณฺฑาย จริสฺสามา’ติ อาหํสุ. มา ทานิ ตุเมฺห ปมชฺชิตฺถา’’ติ. ทุติยทิวเส เจติยวตฺตํ กตฺวา ฐิตา ภิกฺขู สงฺฆตฺเถเรน วตฺตพฺพา – ‘‘อาวุโส, ธุรคาเม สงฺฆภตฺตํ อปณฺฑิตมนุสฺโส ปน อคมาสิ, คจฺฉาม ธุรคาเม ปิณฺฑาย จริสฺสามา’’ติ. ภิกฺขูหิ เถรสฺส วจนํ กาตพฺพํ, น ทุพฺพเจหิ ภวิตพฺพํ, คามทฺวาเร อฏฺฐตฺวาว ปิณฺฑาย จริตพฺพํ. เตสุ ปตฺตานิ คเหตฺวา นิสีทาเปตฺวา โภเชนฺเตสุ ภุญฺชิตพฺพํ. สเจ อาสนสาลาย ภตฺตํ ฐเปตฺวา รถิกาสุ อาหิณฺฑนฺตา อาโรเจนฺติ – ‘‘อาสนสาลาย, ภนฺเต, ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ น วฏฺฏติ.
อถ ปน ภตฺตํ อาทาย ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา ‘‘ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทนฺติ, ปฏิกจฺเจว วา วิหารํ อภิหริตฺวา ปติรูเป ฐาเน ฐเปตฺวา อาคตาคตานํ เทนฺติ, อยํ อภิหฏภิกฺขา นาม วฏฺฏติ. สเจ ปน ภตฺตสาลาย ทานํ สชฺเชตฺวา ตํ ตํ ปริเวณํ ปหิณนฺติ ‘‘ภตฺตสาลาย ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ, น วฏฺฏติ. เย ปน มนุสฺสา ปิณฺฑจาริเก ภิกฺขู ทิสฺวา อาสนสาลํ สมฺมชฺชิตฺวา ตตฺถ นิสีทาเปตฺวา โภเชนฺติ, น เต ปฏิกฺขิปิตพฺพา. เย ปน คาเม ภิกฺขํ อลภิตฺวา คามโต นิกฺขมนฺเต ภิกฺขู ทิสฺวา ‘‘ภนฺเต ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทนฺติ, เต ปฏิกฺขิปิตพฺพา, น วา นิวตฺติตพฺพํ. สเจ ‘‘นิวตฺตถ, ภนฺเต, ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทนฺติ, ‘‘นิวตฺตถา’’ติ วุตฺตปเท นิวตฺติตุํ วฏฺฏติ. ‘‘นิวตฺตถ ภนฺเต, ฆเร ภตฺตํ กตํ, คาเม ภตฺตํ กต’’นฺติ วทนฺติ, เคเห จ คาเม จ ภตฺตํ นาม ยสฺส กสฺสจิ โหตีติ นิวตฺติตุํ วฏฺฏติ. ‘‘นิวตฺตถ, ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ สมฺพนฺธํ กตฺวา วทนฺติ, นิวตฺติตุํ น วฏฺฏติ. อาสนสาลโต ปิณฺฑาย จริตุํ นิกฺขมนฺเต ทิสฺวา ‘‘นิสีทถ ภนฺเต ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วุตฺเตปิ เอเสว นโย. นิจฺจภตฺตนฺติ ธุวภตฺตํ วุจฺจติ. ‘‘นิจฺจภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทนฺติ, พหูนมฺปิ เอกโต คเหตุํ วฏฺฏติ. สลากภตฺตาทีสุปิ เอเสว นโย. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
คณโภชนสิกฺขาปทํ ทุติยํ.
๓. ปรมฺปรโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๒๑. ตติยสิกฺขาปเท – น โข อิทํ โอรกํ ภวิสฺสติ, ยถยิเม มนุสฺสา สกฺกจฺจํ ภตฺตํ กโรนฺตีติ, เยน นิยาเมน อิเม มนุสฺสา สกฺกจฺจํ ภตฺตํ กโรนฺติ, เตน ญายติ – ‘‘อิทํ สาสนํ อิทํ วา พุทฺธปฺปมุเข สงฺเฆ ทานํ น โข โอรกํ ภวิสฺสติ, ปริตฺตํ ลามกํ เนว ภวิสฺสตี’’ติ. กิรปติโกติ เอตฺถ ‘‘กิโร’’ติ ตสฺส กุลปุตฺตสฺส นามํ; อธิปจฺจฏฺเฐน ปน ‘‘กิรปติโก’’ติ วุจฺจติ. โส กิร อิสฺสโร อธิปติ มาสอุตุสํวจฺฉรนิยาเมน เวตนํ ทตฺวา กมฺมการเก กมฺมํ กาเรติ. พทรา ปฏิยตฺตาติ อุปจารวเสน วทติ. พทรมิสฺเสนาติ พทรสาฬเวน.
๒๒๒. อุสฺสูเร อาหริยิตฺถาติ อติทิวา อาหริยิตฺถ.
๒๒๖. มยฺหํ ภตฺตปจฺจาสํ อิตฺถนฺนามสฺส ทมฺมีติ อยํ ภตฺตวิกปฺปนา นาม สมฺมุขาปิ ปรมฺมุขาปิ วฏฺฏติ. สมฺมุขา ทิสฺวา ‘‘ตุยฺหํ วิกปฺเปมี’’ติ วตฺวา ภุญฺชิตพฺพํ, อทิสฺวา ปญฺจสุ สหธมฺมิเกสุ ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส วิกปฺเปมี’’ติ วตฺวา ภุญฺชิตพฺพํ. มหาปจฺจริยาทีสุ ปน ปรมฺมุขาวิกปฺปนาว วุตฺตา. สา จายํ ยสฺมา วินยกมฺเมน สงฺคหิตา, ตสฺมา ภควโต วิกปฺเปตุํ น วฏฺฏติ. ภควติ หิ คนฺธกุฏิยํ นิสินฺเนปิ สงฺฆมชฺเฌ นิสินฺเนปิ สงฺเฆน คณปฺปโหนเก ภิกฺขู คเหตฺวา ตํ ตํ กมฺมํ กตํ สุกตเมว โหติ, ภควา เนว กมฺมํ โกเปติ; น สมฺปาเทติ. น โกเปติ ธมฺมิสฺสรตฺตา, น สมฺปาเทติ อคณปูรกตฺตา.
๒๒๙. เทฺว ตโย นิมนฺตเน เอกโต ภุญฺชตีติ เทฺว ตีณิ นิมนฺตนานิ เอกปตฺเต ปกฺขิปิตฺวา มิสฺเสตฺวา เอกํ กตฺวา ภุญฺชตีติ อตฺโถ. เทฺว ตีณิ กุลานิ นิมนฺเตตฺวา เอกสฺมึ ฐาเน นิสีทาเปตฺวา อิโต จิโต จ อาหริตฺวา ภตฺตํ อากิรนฺติ, สูปพฺยญฺชนํ อากิรนฺติ, เอกมิสฺสกํ โหติ, เอตฺถ อนาปตฺตีติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. สเจ ปน มูลนิมนฺตนํ เหฏฺฐา โหติ, ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ อุปริ, ตํ อุปริโต ปฏฺฐาย ภุญฺชนฺตสฺส อาปตฺติ. หตฺถํ ปน อนฺโต ปเวเสตฺวา ปฐมนิมนฺตนโต เอกมฺปิ กพฬํ อุทฺธริตฺวา ภุตฺตกาลโต ปฏฺฐาย ยถา ตถา วา ภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺติ. สเจปิ ตตฺถ ขีรํ วา รสํ วา อากิรนฺติ, เยน อชฺโฌตฺถตํ ภตฺตํ เอกรสํ โหติ, โกฏิโต ปฏฺฐาย ภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺตีติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. มหาอฏฺฐกถายํ ปน วุตฺตํ – ‘‘ขีรภตฺตํ วา รสภตฺตํ วา ลภิตฺวา นิสินฺนสฺส ตตฺเถว อญฺเญปิ ขีรภตฺตํ วา รสภตฺตํ วา อากิรนฺติ, ขีรํ วา รสํ วา ปิวโต อนาปตฺติ. ภุญฺชนฺเตน ปน ปฐมํ ลทฺธมํสขณฺฑํ วา ภตฺตปิณฺฑํ วา มุเข ปกฺขิปิตฺวา โกฏิโต ปฏฺฐาย ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. สปฺปิปายาเสปิ เอเสว นโย’’ติ.
มหาอุปาสโก ภิกฺขุํ นิมนฺเตติ, ตสฺส กุลํ อุปคตสฺส อุปาสโกปิ ตสฺส ปุตฺตทารภาติกภคินิอาทโยปิ อตฺตโน อตฺตโน โกฏฺฐาสํ อาหริตฺวา ปตฺเต ปกฺขิปนฺติ, อุปาสเกน ปฐมํ ทินฺนํ อภุญฺชิตฺวา ปจฺฉา ลทฺธํ ภุญฺชนฺตสฺส ‘‘อนาปตฺตี’’ติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. กุรุนฺทฏฺฐกถายํ ปน วฏฺฏตีติ วุตฺตํ. มหาปจฺจริยํ ‘‘สเจ ปาเฏกฺกํ ปจนฺติ, อตฺตโน อตฺตโน ปกฺกภตฺตโต อาหริตฺวา เทนฺติ, ตตฺถ ปจฺฉา อาหฏํ ปฐมํ ภุญฺชนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ. ยทิ ปน สพฺเพสํ เอโกว ปาโก โหติ, ปรมฺปรโภชนํ น โหตี’’ติ วุตฺตํ. มหาอุปาสโก นิมนฺเตตฺวา นิสีทาเปติ, อญฺโญ มนุสฺโส ปตฺตํ คณฺหาติ, น ทาตพฺพํ. กึ ภนฺเต น เทถาติ? นนุ อุปาสก ตยา นิมนฺติตมฺหาติ! โหตุ ภนฺเต, ลทฺธํ ลทฺธํ ภุญฺชถาติ วทติ, ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. อญฺเญน อาหริตฺวา ภตฺเต ทินฺเน อาปุจฺฉิตฺวาปิ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ กุรุนฺทิยํ วุตฺตํ.
อนุโมทนํ กตฺวา คจฺฉนฺตํ ธมฺมํ โสตุกามา ‘‘เสฺวปิ ภนฺเต อาคจฺเฉยฺยาถา’’ติ สพฺเพ นิมนฺเตนฺติ, ปุนทิวเส อาคนฺตฺวา ลทฺธํ ลทฺธํ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. กสฺมา? สพฺเพหิ นิมนฺติตตฺตา. เอโก ภิกฺขุ ปิณฺฑาย จรนฺโต ภตฺตํ ลภติ, ตมญฺโญ อุปาสโก นิมนฺเตตฺวา ฆเร นิสีทาเปติ, น จ ตาว ภตฺตํ สมฺปชฺชติ. สเจ โส ภิกฺขุ ปิณฺฑาย จริตฺวา ลทฺธภตฺตํ ภุญฺชติ, อาปตฺติ. อภุตฺวา นิสินฺเน ‘‘กึ ภนฺเต น ภุญฺชสี’’ติ วุตฺเต ‘‘ตยา นิมนฺติตตฺตา’’ติ วตฺวา ลทฺธํ ลทฺธํ ภุญฺชถ ภนฺเต’’ติ วุตฺโต ภุญฺชติ, วฏฺฏติ.
สกเลน คาเมนาติ สกเลน คาเมน เอกโต หุตฺวา นิมนฺติตสฺเสว ยตฺถ กตฺถจิ ภุญฺชโต อนาปตฺติ. ปูเคปิ เอเสว นโย. นิมนฺติยมาโน ภิกฺขํ คเหสฺสามีติ ภณตีติ ‘‘ภตฺตํ คณฺหา’’ติ นิมนฺติยมาโน ‘‘น มยฺหํ ตว ภตฺเตนตฺโถ, ภิกฺขํ คณฺหิสฺสามี’’ติ วทติ. เอตฺถ ปน มหาปทุมตฺเถโร อาห – ‘‘เอวํ วทนฺโต อิมสฺมึ สิกฺขาปเท อนิมนฺตนํ กาตุํ สกฺโกติ, ภุญฺชนตฺถาย ปน โอกาโส กโต โหตีติ เนว คณโภชนโต น จาริตฺตโต มุจฺจตี’’ติ. มหาสุมตฺเถโร อาห – ‘‘ยทคฺเคน อนิมนฺตนํ กาตุํ สกฺโกติ, ตทคฺเคน เนว คณโภชนํ น จาริตฺตํ โหตี’’ติ. เสสํ อุตฺตานเมว.
กถินสมุฏฺฐานํ – กายวาจโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยากิริยํ เอตฺถ หิ โภชนํ กิริยา, อวิกปฺปนํ อกิริยา, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ปรมฺปรโภชนสิกฺขาปทํ ตติยํ.
๔. กาณมาตาสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๓๐. จตุตฺถสิกฺขาปเท – กาณมาตาติ กาณาย มาตา. สา กิรสฺสา ธีตา อภิรูปา อโหสิ, เย เย ตํ ปสฺสนฺติ, เต เต ราเคน กาณา โหนฺติ, ราคนฺธา โหนฺตีติ อตฺโถ. ตสฺมา ปเรสํ กาณภาวกรณโต ‘‘กาณา’’ติ วิสฺสุตา อโหสิ. ตสฺสา วเสน มาตาปิสฺสา ‘‘กาณมาตา’’ติ ปากฏา ชาตา. อาคตนฺติ อาคมนํ. กิสฺมึ วิยาติ กีทิสํ วิย; ลชฺชนกํ วิย โหตีติ อธิปฺปาโย. ริตฺตหตฺถํ คนฺตุนฺติ ริตฺตา หตฺถา อสฺมึ คมเน ตทิทํ ริตฺตหตฺถํ, ตํ ริตฺตหตฺถํ คมนํ คนฺตุํ ลชฺชนกํ วิย โหตีติ วุตฺตํ โหติ. ปริกฺขยํ อคมาสีติ อุปาสิกา อริยสาวิกา ภิกฺขู ทิสฺวา สนฺตํ อทาตุํ น สกฺโกติ, ตสฺมา ตาว ทาเปสิ, ยาว สพฺพํ ปริกฺขยํ อคมาสิ. ธมฺมิยา กถายาติ เอตฺถ กาณาปิ มาตุ อตฺถาย เทสิยมานํ ธมฺมํ สุณนฺตี เทสนาปริโยสาเน โสตาปนฺนา อโหสิ. อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามีติ อาสนโต อุฏฺฐหิตฺวา คโต. โสปิ ปุริโส ‘‘สตฺถา กิร กาณมาตาย นิเวสนํ อคมาสี’’ติ สุตฺวา กาณํ อาเนตฺวา ปกติฏฺฐาเนเยว ฐเปสิ.
๒๓๑. อิมสฺมึ ปน วตฺถุสฺมึ อุปฺปนฺนมตฺเต อปฺปญฺญตฺเตเยว สิกฺขาปเท ปาเถยฺยวตฺถุ อุทปาทิ, ตสฺมา อนนฺตรเมว เจตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เตน โข ปน สมเยนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. โสปิ จ อุปาสโก อริยสาวกตฺตา สพฺพเมว ทาเปสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ปริกฺขยํ อคมาสี’’ติ.
๒๓๓. ยํกิญฺจิ ปเหณกตฺถายาติ ปณฺณาการตฺถาย ปฏิยตฺตํ ยํกิญฺจิ อติรสกโมทกสกฺขลิกาทิ สพฺพํ อิธ ปูโวเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉติ. ยํกิญฺจิ ปาเถยฺยตฺถายาติ มคฺคํ คจฺฉนฺตานํ อนฺตรามคฺคตฺถาย ปฏิยตฺตํ ยํกิญฺจิ พทฺธสตฺตุอพทฺธสตฺตุติลตณฺฑุลาทิ สพฺพํ อิธ มนฺโถเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉติ. ตโต เจ อุตฺตรินฺติ สเจปิ ตติยํ ปตฺตํ ถูปีกตํ คณฺหาติ, ปูวคณนาย ปาจิตฺติยํ.
ทฺวตฺติปตฺตปูเร ปฏิคฺคเหตฺวาติ มุขวฏฺฏิยา เหฏฺฐิมเลขาย สมปูเร ปตฺเต คเหตฺวา. อมุตฺร มยา ทฺวตฺติปตฺตปูราติ เอตฺถ สเจ เทฺว คหิตา, ‘‘อตฺร มยา เทฺว ปตฺตปูรา ปฏิคฺคหิตา, ตฺวํ เอกํ คเณฺหยฺยาสี’’ติ วตฺตพฺพํ. เตนาปิ อญฺญํ ปสฺสิตฺวา ‘‘ปฐมํ อาคเตน เทฺว ปตฺตปูรา คหิตา, มยา เอโก, มา ตฺวํ คณฺหี’’ติ วตฺตพฺพํ. เยน ปฐมํ เอโก คหิโต, ตสฺสาปิ ปรมฺปราโรจเน เอเสว นโย. เยน ปน สยเมว ตโย คหิตา, เตน อญฺญํ ทิสฺวา ‘‘มา โข เอตฺถ ปฏิคฺคณฺหิ’’ จฺเจว วตฺตพฺพํ. ปฏิกฺกมนํ นีหริตฺวาติ อาสนสาลํ หริตฺวา, อาสนสาลํ คจฺฉนฺเตน จ ฉฑฺฑิตสาลา น คนฺตพฺพา. ยตฺถ มหา ภิกฺขุสงฺโฆ นิสีทติ, ตตฺถ คนฺตพฺพํ. มหาปจฺจริยํ ปน วุตฺตํ ‘‘ยา ลทฺธฏฺฐานโต อาสนฺนา อาสนสาลา, ตตฺถ คนฺตพฺพํ. อตฺตโน ‘สนฺทิฏฺฐานํ วา สมฺภตฺตานํ วา เอกนิกายิกานํ วา ทสฺสามี’ติ อญฺญตฺถ คนฺตุํ น ลพฺภติ. สเจ ปนสฺส นิพทฺธนิสีทนฏฺฐานํ โหติ, ทูรมฺปิ คนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ.
สํวิภชิตพฺพนฺติ สเจ ตโย ปตฺตปูรา คหิตา, เอกํ อตฺตโน ฐเปตฺวา เทฺว ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทาตพฺพา. สจฺเจ เทฺว คหิตา, เอกํ อตฺตโน ฐเปตฺวา เอโก สงฺฆสฺส ทาตพฺโพ, ยถามิตฺตํ ปน ทาตุํ น ลพฺภติ. เยน เอโก คหิโต, น เตน กิญฺจิ อกามา ทาตพฺพํ, ยถารุจิ กาตพฺพํ.
๒๓๕. คมเน ปฏิปฺปสฺสทฺเธติ อนฺตรามคฺเค อุปทฺทวํ วา ทิสฺวา อนตฺถิกตาย วา ‘‘มยํ อิทานิ น เปสิสฺสาม, น คมิสฺสามา’’ติ เอวํ คมเน ปฏิปฺปสฺสทฺเธ อุปจฺฉินฺเน. ญาตกานํ ปวาริตานนฺติ เอเตสํ พหุมฺปิ เทนฺตานํ ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส อนาปตฺติ. อฏฺฐกถาสุ ปน ‘‘เตสมฺปิ ปาเถยฺยปเหณกตฺถาย ปฏิยตฺตโต ปมาณเมว วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. เสสํ อุตฺตานเมว.
ฉสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
กาณมาตาสิกฺขาปทํ จตุตฺถํ.
๕. ปฐมปวารณสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๓๖. ปญฺจมสิกฺขาปเท – ภิกฺขู ภุตฺตาวี ปวาริตาติ พฺราหฺมเณน ‘‘คณฺหถ, ภนฺเต, ยาว อิจฺฉถา’’ติ เอวํ ยาวทตฺถปวารณาย, สยญฺจ ‘‘อลํ, อาวุโส, โถกํ โถกํ เทหี’’ติ เอวํ ปฏิกฺเขปปวารณาย ปวาริตา. ปฏิวิสฺสเกติ สามนฺตฆรวาสิเก.
๒๓๗. กาโกรวสทฺทนฺติ กากานํ โอรวสทฺทํ; สนฺนิปติตฺวา วิรวนฺตานํ สทฺทํ. อลเมตํ สพฺพนฺติ เอตฺถ ติการํ อวตฺวาว ‘‘อลเมตํ สพฺพํ’’ เอตฺตกํ วตฺตุํ วฏฺฏติ.
๒๓๘-๙. ภุตฺตาวีติ ภุตฺตวา. ตตฺถ จ ยสฺมา เยน เอกมฺปิ สิตฺถํ สงฺขาทิตฺวา วา อสงฺขาทิตฺวา วา อชฺโฌหริตํ โหติ, โส ‘‘ภุตฺตาวี’’ติ สงฺขฺยํ คจฺฉติ, เตนสฺส ปทภาชเน ‘‘ภุตฺตาวี นาม ปญฺจนฺนํ โภชนาน’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ปวาริโตติ กตปวารโณ, กตปฏิกฺเขโป. โสปิ จ ยสฺมา น ปฏิกฺเขปมตฺเตน, อถ โข ปญฺจงฺควเสน, เตนสฺส ปทภาชเน ‘‘ปวาริโต นาม อสนํ ปญฺญายตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยสฺมา ‘‘อสนํ ปญฺญายตี’’ติ อิมินา วิปฺปกตโภชโน, ‘‘ปวาริโต’’ติ วุตฺโต. โย จ วิปฺปกตโภชโน, เตน กิญฺจิ ภุตฺตํ, กิญฺจิ อภุตฺตํ, ยญฺจ ภุตฺตํ; ตํ สนฺธาย ‘‘ภุตฺตาวี’’ติปิ สงฺขฺยํ คจฺฉติ, ตสฺมา ภุตฺตาวีวจเนน วิสุํ กญฺจิ อตฺถสิทฺธึ น ปสฺสาม. ‘‘ทิรตฺตติรตฺตํ, ฉปฺปญฺจวาจาหี’’ติอาทีสุ (ปาจิ. ๖๑-๖๒) ปน ทิรตฺตาทิวจนํ วิย ปวาริตปทสฺส ปริวารกภาเวน พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตาย เจตํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
อสนํ ปญฺญายตีติอาทีสุ วิปฺปกตโภชนํ ทิสฺสติ, ภุญฺชมาโน เจโส ปุคฺคโล โหตีติ อตฺโถ. โภชนํ ปญฺญายตีติ ปวารณปฺปโหนกโภชนํ ทิสฺสติ. โอทนาทีนํ เจ อญฺญตรํ ปฏิกฺขิปิตพฺพํ โภชนํ โหตีติ อตฺโถ. หตฺถปาเส ฐิโตติ ปวารณปฺปโหนกํ โภชนํ คณฺหิตฺวา ทายโก อฑฺฒเตยฺยหตฺถปฺปมาเณ โอกาเส โหตีติ อตฺโถ. อภิหรตีติ โส เจ ทายโก ตสฺส ตํ ภตฺตํ กาเยน อภิหรตีติ อตฺโถ. ปฏิกฺเขโป ปญฺญายตีติ ปฏิกฺเขโป ทิสฺสติ; ตญฺเจ อภิหฏํ โส ภิกฺขุ กาเยน วา วาจาย วา ปฏิกฺขิปตีติ อตฺโถ. เอวํ ปญฺจนฺนํ องฺคานํ วเสน ปวาริโต นาม โหตีติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘ปญฺจหิ อุปาลิ อากาเรหิ ปวารณา ปญฺญายติ – อสนํ ปญฺญายติ, โภชนํ ปญฺญายติ, หตฺถปาเส ฐิโต, อภิหรติ, ปฏิกฺเขโป ปญฺญายตี’’ติ (ปริ. ๔๒๘).
ตตฺรายํ วินิจฺฉโย – ‘‘อสน’’นฺติอาทีสุ ตาว ยญฺจ อสฺนาติ ยญฺจ โภชนํ หตฺถปาเส ฐิเตน อภิหฏํ ปฏิกฺขิปติ, ตํ ‘‘โอทโน, กุมฺมาโส, สตฺตุ, มจฺโฉ, มํส’’นฺติ อิเมสํ อญฺญตรเมว เวทิตพฺพํ. ตตฺถ โอทโน นาม – สาลิ, วีหิ, ยโว, โคธุโม, กงฺคุ, วรโก, กุทฺรูสโกติ สตฺตนฺนํ ธญฺญานํ ตณฺฑุเลหิ นิพฺพตฺโต. ตตฺถ ‘‘สาลี’’ติ อนฺตมโส นีวารํ อุปาทาย สพฺพาปิ สาลิชาติ. ‘‘วีหี’’ติ สพฺพาปิ วีหิชาติ. ‘‘ยวโคธุเมสุ’’ เภโท นตฺถิ. ‘‘กงฺคู’’ติ เสตรตฺตกาฬเภทา สพฺพาปิ กงฺคุชาติ. ‘‘วรโก’’ติ อนฺตมโส วรกโจรกํ อุปาทาย สพฺพา เสตวณฺณา วรกชาติ. ‘‘กุทฺรูสโก’’ติ กาฬโก ทฺรโว เจว สามากาทิเภทา จ สพฺพาปิ ติณธญฺญชาติ.
นีวารวรกโจรกา เจตฺถ ‘‘ธญฺญานุโลมา’’ติ วทนฺติ. ธญฺญานิ วา โหนฺตุ ธญฺญานุโลมานิ วา, เอเตสํ วุตฺตปฺปเภทานํ สตฺตนฺนํ ธญฺญานํ ตณฺฑุเล คเหตฺวา ‘‘ภตฺตํ ปจิสฺสามา’’ติ วา ‘‘ยาคุํ ปจิสฺสามา’’ติ วา ‘‘อมฺพิลปายาสาทีสุ อญฺญตรํ ปจิสฺสามา’’ติ วา ยํกิญฺจิ สนฺธาย ปจนฺตุ, สเจ อุณฺหํ สีตลํ วา ภุญฺชนฺตานํ โภชนกาเล คหิตคหิตฏฺฐาเน โอธิ ปญฺญายติ, โอทนสงฺคหเมว คจฺฉติ, ปวารณํ ชเนติ. สเจ โอธิ น ปญฺญายติ, ยาคุสงฺคหํ คจฺฉติ, ปวารณํ น ชเนติ.
โยปิ ปายาโส วา ปณฺณผลกฬีรมิสฺสกา อมฺพิลยาคุ วา อุทฺธนโต โอตาริตมตฺตา อพฺภุณฺหา โหติ, อาวชฺชิตฺวา ปิวิตุํ สกฺกา, หตฺเถน คหิโตกาเสปิ โอธึ น ทสฺเสติ, ปวารณํ น ชเนติ. สเจ ปน อุสุมาย วิคตาย สีตลีภูตา ฆนภาวํ คจฺฉติ, โอธึ ทสฺเสติ, ปุน ปวารณํ ชเนติ. ปุพฺเพ ตนุภาโว น รกฺขติ. สเจปิ ทธิตกฺกาทีนิ อาโรเปตฺวา พหุปณฺณผลกฬีเร ปกฺขิปิตฺวา มุฏฺฐิมตฺตาปิ ตณฺฑุลา ปกฺขิตฺตา โหนฺติ, โภชนกาเล เจ โอธิ ปญฺญายติ, ปวารณํ ชเนติ. อยาคุเก นิมนฺตเน ‘‘ยาคุํ ทสฺสามา’’ติ ภตฺเต อุทกกญฺชิกขีราทีนิ อากิริตฺวา ‘‘ยาคุํ คณฺหถา’’ติ เทนฺติ. กิญฺจาปิ ตนุกา โหนฺติ, ปวารณํ ชเนติเยว. สเจ ปน ปกฺกุถิเตสุ อุทกาทีสุ ปกฺขิปิตฺวา ปจิตฺวา เทนฺติ, ยาคุสงฺคหเมว คจฺฉติ. ยาคุสงฺคหํ คเตปิ ตสฺมึ วา อญฺญสฺมึ วา ยตฺถ มจฺฉมํสํ ปกฺขิปนฺติ, สเจ สาสปมตฺตมฺปิ มจฺฉมํสขณฺฑํ วา นฺหารุ วา ปญฺญายติ, ปวารณํ ชเนติ.
สุทฺธรสโก ปน รสกยาคุ วา น ชเนติ. ฐเปตฺวา วุตฺตธญฺญานํ ตณฺฑุเล อญฺเญหิ เวณุตณฺฑุลาทีหิ วา กนฺทมูลผเลหิ วา เยหิ เกหิจิ กตํ ภตฺตมฺปิ ปวารณํ น ชเนติ, ปเคว ฆนยาคุ. สเจ ปเนตฺถ มจฺฉมํสํ ปกฺขิปนฺติ, ชเนติ. มหาปจฺจริยํ ‘‘ปุปฺผอตฺถาย ภตฺตมฺปิ ปวารณํ ชเนตี’’ติ วุตฺตํ. ปุปฺผิอตฺถาย ภตฺตํ นาม ปุปฺผิขชฺชกตฺถาย กุถิตตูทเก ปกฺขิปิตฺวา เสทิตตณฺฑุลา วุจฺจนฺติ. สเจ ปน เต ตณฺฑุเล สุกฺขาเปตฺวา ขาทนฺติ, วฏฺฏติ; เนว สตฺตุสงฺขฺยํ น ภตฺตสงฺขฺยํ คจฺฉนฺติ. ปุน เตหิ กตภตฺตํ ปวาเรติเยว. เต ตณฺฑุเล สปฺปิเตลาทีสุ วา ปจนฺติ, ปูวํ วา กโรนฺติ, น ปวาเรนฺติ. ปุถุกา วา ตาหิ กตสตฺตุภตฺตาทีนิ วา น ปวาเรนฺติ.
กุมฺมาโส นาม ยเวหิ กตกุมฺมาโส. อญฺเญหิ ปน มุคฺคาทีหิ กตกุมฺมาโส ปวารณํ น ชเนติ. สตฺตุ นาม สาลิวีหิยเวหิ กตสตฺตุ. กงฺคุวรกกุทฺรูสกสีสานิปิ ภชฺชิตฺวา อีสกํ โกฏฺเฏตฺวา ถุเส ปลาเปตฺวา ปุน ทฬฺหํ โกฏฺเฏตฺวา จุณฺณํ กโรนฺติ. สเจปิ ตํ อลฺลตฺตา เอกาพทฺธํ โหติ, สตฺตุสงฺคหเมว คจฺฉติ. ขรปากภชฺชิตานํ วีหีนํ ตณฺฑุเล โกฏฺเฏตฺวา เทนฺติ, ตมฺปิ จุณฺณํ สตฺตุสงฺคหเมว คจฺฉติ. สมปากภชฺชิตานํ ปน วีหีนํ วา วีหิปลาปานํ วา ตณฺฑุลา ภชฺชิตตณฺฑุลา เอว วา น ปวาเรนฺติ. เตสํ ปน ตณฺฑุลาทีนํ จุณฺณํ ปวาเรติ. ขรปากภชฺชิตานํ วีหีนํ กุณฺฑกมฺปิ ปวาเรติ. สมปากภชฺชิตานํ ปน อาตปสุกฺขานํ วา กุณฺฑกํ น ปวาเรติ. ลาชา วา เตหิ กตภตฺตสตฺตุอาทีนิ วา น ปวาเรนฺติ. ภชฺชิตปิฏฺฐํ วา ยํกิญฺจิ สุทฺธขชฺชกํ วา น ปวาเรติ. มจฺฉมํสปูริตขชฺชกํ ปน สตฺตุโมทโก วา ปวาเรติ. มจฺโฉ มํสญฺจ ปากฏเมว. อยํ ปน วิเสโส – สเจปิ ยาคุํ ปิวนฺตสฺส ยาคุสิตฺถมตฺตาเนว เทฺว มจฺฉขณฺฑานิ วา มํสขณฺฑานิ วา เอกภาชเน วา นานาภาชเน วา เทนฺติ, ตานิ เจ อขาทนฺโต อญฺญํ ยํกิญฺจิ ปวารณปฺปโหนกํ ปฏิกฺขิปติ, น ปวาเรติ. ตโต เอกํ ขาทิตํ, เอกํ หตฺเถ วา ปตฺเต วา โหติ, โส เจ อญฺญํ ปฏิกฺขิปติ, ปวาเรติ. เทฺวปิ ขาทิตานิ โหนฺติ, มุเข สาสปมตฺตมฺปิ อวสิฏฺฐํ นตฺถิ, สเจปิ อญฺญํ ปฏิกฺขิปติ, น ปวาเรติ.
กปฺปิยมํสํ ขาทนฺโต กปฺปิยมํสํ ปฏิกฺขิปติ, ปวาเรติ. กปฺปิยมํสํ ขาทนฺโต อกปฺปิยมํสํ ปฏิกฺขิปติ, น ปวาเรติ. กสฺมา? อวตฺถุตาย. ยญฺหิ ภิกฺขุโน ขาทิตุํ วฏฺฏติ, ตํเยว ปฏิกฺขิปโต ปวารณา โหติ. อิทํ ปน ชานนฺโต อกปฺปิยตฺตา ปฏิกฺขิปติ, อชานนฺโตปิ ปฏิกฺขิปิตพฺพฏฺฐาเน ฐิตเมว ปฏิกฺขิปติ นาม, ตสฺมา น ปวาเรติ. สเจ ปน อกปฺปิยมํสํ ขาทนฺโต กปฺปิยมํสํ ปฏิกฺขิปติ, ปวาเรติ. กสฺมา? วตฺถุตาย. ยญฺหิ เตน ปฏิกฺขิตฺตํ, ตํ ปวารณาย วตฺถุ. ยํ ปน ขาทติ, ตํ กิญฺจาปิ ปฏิกฺขิปิตพฺพฏฺฐาเน ฐิตํ, ขาทิยมานํ ปน มํสภาวํ น ชหติ, ตสฺมา ปวาเรติ. อกปฺปิยมํสํ ขาทนฺโต อกปฺปิยมํสํ ปฏิกฺขิปติ, ปุริมนเยเนว น ปวาเรติ. กปฺปิยมํสํ วา อกปฺปิยมํสํ วา ขาทนฺโต ปญฺจนฺนํ โภชนานํ ยํกิญฺจิ กปฺปิยโภชนํ ปฏิกฺขิปติ, ปวาเรติ. กุลทูสกเวชฺชกมฺมอุตฺตริมนุสฺสธมฺมาโรจนสาทิตรูปิยาทีหิ นิพฺพตฺตํ พุทฺธปฏิกุฏฺฐํ อเนสนาย อุปฺปนฺนํ อกปฺปิยโภชนํ ปฏิกฺขิปติ, น ปวาเรติ. กปฺปิยโภชนํ วา อกปฺปิยโภชนํ วา ภุญฺชนฺโตปิ กปฺปิยโภชนํ ปฏิกฺขิปติ, ปวาเรติ. อกปฺปิยโภชนํ ปฏิกฺขิปติ, น ปวาเรตีติ สพฺพตฺถ วุตฺตนเยเนว การณํ เวทิตพฺพํ.
เอวํ ‘‘อสน’’นฺติอาทีสุ ยญฺจ อสฺนาติ, ยญฺจ โภชนํ หตฺถปาเส ฐิเตน อภิหฏํ ปฏิกฺขิปนฺโต ปวารณํ อาปชฺชติ, ตํ ญตฺวา อิทานิ ยถา อาปชฺชติ, ตสฺส ชานนตฺถํ อยํ วินิจฺฉโย – ‘‘‘อสนํ โภชน’นฺติ เอตฺถ ตาว เยน เอกสิตฺถมฺปิ อชฺโฌหฏํ โหติ, โส สเจ ปตฺตมุขหตฺถานํ ยตฺถ กตฺถจิ ปญฺจสุ โภชเนสุ เอกสฺมิมฺปิ สติ อญฺญํ ปญฺจสุ โภชเนสุ เอกมฺปิ ปฏิกฺขิปติ, ปวาเรติ. กตฺถจิ โภชนํ นตฺถิ, อามิสคนฺธมตฺตํ ปญฺญายติ, น ปวาเรติ. มุเข จ หตฺเถ จ โภชนํ นตฺถิ, ปตฺเต อตฺถิ, ตสฺมึ ปน อาสเน น ภุญฺชิตุกาโม, วิหารํ ปวิสิตฺวา ภุญฺชิตุกาโม, อญฺญสฺส วา ทาตุกาโม, ตสฺมึ เจ อนฺตเร โภชนํ ปฏิกฺขิปติ, น ปวาเรติ. กสฺมา? วิปฺปกตโภชนภาวสฺส อุปจฺฉินฺนตฺตา. โยปิ อญฺญตฺร คนฺตฺวา ภุญฺชิตุกาโม มุเข ภตฺตํ คิลิตฺวา เสสํ อาทาย คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค อญฺญํ โภชนํ ปฏิกฺขิปติ, ตสฺสาปิ ปวารณา น โหตี’’ติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. ยถา จ ปตฺเต; เอวํ หตฺเถปิ. มุเขปิ วา วิชฺชมานโภชนํ สเจ อนชฺโฌหริตุกาโม โหติ, ตสฺมิญฺจ ขเณ อญฺญํ ปฏิกฺขิปติ, น ปวาเรติ. เอกสฺมิญฺหิ ปเท วุตฺตลกฺขณํ สพฺพตฺถ เวทิตพฺพํ โหติ. อปิจ กุรุนฺทิยํ เอส นโย ทสฺสิโตเยว. วุตฺตญฺหิ ตตฺถ ‘‘มุเข ภตฺตํ คิลิตํ, หตฺเถ ภตฺตํ วิฆาสาทสฺส ทาตุกาโม, ปตฺเต ภตฺตํ ภิกฺขุสฺส ทาตุกาโม, สเจ ตสฺมึ ขเณ ปฏิกฺขิปติ, น ปวาเรตี’’ติ. หตฺถปาเส ฐิโตติ เอตฺถ ปน สเจ ภิกฺขุ นิสินฺโน โหติ, อาสนสฺส ปจฺฉิมนฺตโต ปฏฺฐาย, สเจ ฐิโต, ปณฺหิอนฺตโต ปฏฺฐาย, สเจ นิปนฺโน, เยน ปสฺเสน นิปนฺโน, ตสฺส ปาริมนฺตโต ปฏฺฐาย, ทายกสฺส นิสินฺนสฺส วา ฐิตสฺส วา นิปนฺนสฺส วา ฐเปตฺวา ปสาริตหตฺถํ ยํ อาสนฺนตรํ องฺคํ, ตสฺส โอริมนฺเตน ปริจฺฉินฺทิตฺวา อฑฺฒเตยฺยหตฺโถ ‘‘หตฺถปาโส’’ติ เวทิตพฺโพ. ตสฺมึ ฐตฺวา อภิหฏํ ปฏิกฺขิปนฺตสฺเสว ปวารณา โหติ, น ตโต ปรํ.
อภิหรตีติ หตฺถปาสพฺภนฺตเร ฐิโต คหณตฺถํ อุปนาเมติ. สเจ ปน อนนฺตรนิสินฺโนปิ ภิกฺขุ หตฺเถ วา อูรูสุ วา อาธารเก วา ฐิตปตฺตํ อนภิหริตฺวาว ‘‘ภตฺตํ คณฺหา’’ติ วทติ, ตํ ปฏิกฺขิปโต ปวารณา นตฺถิ. ภตฺตปจฺฉึ อาเนตฺวา ปุรโต ภูมิยํ ฐเปตฺวา ‘‘คณฺหาหี’’ติ วุตฺเตปิ เอเสว นโย. อีสกํ ปน อุทฺธริตฺวา วา อปนาเมตฺวา วา ‘‘คณฺหถา’’ติ วุตฺเต ปฏิกฺขิปโต ปวารณา โหติ. เถราสเน นิสินฺโน เถโร ทูเร นิสินฺนสฺส ทหรภิกฺขุสฺส ปตฺตํ เปเสตฺวา ‘‘อิโต โอทนํ คณฺหาหี’’ติ วทติ, คณฺหิตฺวา ปน คโต ตุณฺหี ติฏฺฐติ, ทหโร ‘‘อลํ มยฺห’’นฺติ ปฏิกฺขิปติ, น ปวาเรติ. กสฺมา? เถรสฺส ทูรภาวโต ทูตสฺส จ อนภิหรณโตติ. สเจ ปน คเหตฺวา อาคโต ภิกฺขุ ‘‘อิทํ ภตฺตํ คณฺหา’’ติ วทติ, ตํ ปฏิกฺขิปโต ปวารณา โหติ.
ปริเวสนาย เอโก เอเกน หตฺเถน โอทนปจฺฉึ เอเกน กฏจฺฉุํ คเหตฺวา ภิกฺขู ปริวิสติ, ตตฺร เจ อญฺโญ อาคนฺตฺวา ‘‘อหํ ปจฺฉึ ธาเรสฺสามิ, ตฺวํ โอทนํ เทหี’’ติ วตฺวา คหิตมตฺตกเมว กโรติ, ปริเวสโก เอว ปน ตํ ธาเรติ, ตสฺมา สา อภิหฏาว โหติ. ตโต ทาตุกามตาย คณฺหนฺตํ ปฏิกฺขิปนฺตสฺส ปวารณา โหติ. สเจ ปน ปริวิสเกน ผุฏฺฐมตฺตาว โหติ, อิตโรว นํ ธาเรติ, ตโต ทาตุกามตาย คณฺหนฺตํ ปฏิกฺขิปนฺตสฺส ปวารณา น โหติ. กฏจฺฉุนา อุทฺธฏภตฺเต ปน โหติ. กฏจฺฉุอภิหาโรเยว หิ ตสฺส อภิหาโร. ทฺวินฺนํ สมภาเรปิ ปฏิกฺขิปนฺโต ปวาเรติเยวาติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. อนนฺตรสฺส ภิกฺขุโน ภตฺเต ทิยฺยมาเน อิตโร ปตฺตํ หตฺเถหิ ปิทหติ, ปวารณา นตฺถิ. กสฺมา? อญฺญสฺส อภิหเฏ ปฏิกฺขิตฺตตฺตา.
ปฏิกฺเขโป ปญฺญายตีติ เอตฺถ วาจาย อภิหฏํ ปฏิกฺขิปโต ปวารณา นตฺถิ. กาเยน อภิหฏํ ปน กาเยน วา วาจาย วา ปฏิกฺขิปนฺตสฺส ปวารณา โหตีติ เวทิตพฺโพ.
ตตฺถ กาเยน ปฏิกฺเขโป นาม องฺคุลึ วา หตฺถํ วา มจฺฉิกพีชนึ วา จีวรกณฺณํ วา จาเลติ, ภมุกาย วา อาการํ กโรติ, กุทฺโธ วา โอโลเกติ, วาจาย ปฏิกฺเขโป นาม ‘‘อล’’นฺติ วา, ‘‘น คณฺหามี’’ติ วา, ‘‘มา อากิรา’’ติ วา, ‘‘อปคจฺฉา’’ติ วา วทติ; เอวํ เยน เกนจิ อากาเรน กาเยน วา วาจาย วา ปฏิกฺขิตฺเต ปวารณา โหติ.
เอโก อภิหเฏ ภตฺเต ปวารณาย ภีโต หตฺถ อปเนตฺวา ปุนปฺปุนํ ปตฺเต โอทนํ อากิรนฺตํ ‘‘อากิร อากิร โกฏฺเฏตฺวา ปูเรหี’’ติ วทติ, เอตฺถ กถนฺติ? มหาสุมตฺเถโร ตาว ‘‘อนากิรณตฺถาย วุตฺตตฺตา ปวารณา โหตี’’ติ อาห. มหาปทุมตฺเถโร ปน ‘‘‘อากิร ปูเรหี’ติ วทนฺตสฺส นาม ‘กสฺสจิ ปวารณา อตฺถี’ติ วตฺวา ‘น ปวาเรตี’’’ติ อาห. อปโร ภตฺตํ อภิหรนฺตํ ภิกฺขุํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘กึ อาวุโส อิโตปิ กิญฺจิ คณฺหิสฺสสิ, ทมฺมิ เต กิญฺจี’’ติ อาห. ตตฺราปิ ‘‘‘เอวํ นาคมิสฺสตี’ติ วุตฺตตฺตา ‘ปวารณา โหตี’’’ติ มหาสุมตฺเถโร อาห. มหาปทุมตฺเถโร ปน ‘‘‘คณฺหิสฺสสี’ติ วทนฺตสฺส นาม ‘กสฺสจิ ปวารณา อตฺถี’ติ วตฺวา ‘น ปวาเรตี’’’ติ อาห.
เอโก สมํสกํ รสํ อภิหริตฺวา ‘‘รสํ คณฺหถา’’ติ วทติ, ตํ สุตฺวา ปฏิกฺขิปโต ปวารณา นตฺถิ. ‘‘มจฺฉรสํ มํสรส’’นฺติ วุตฺเต ปฏิกฺขิปโต โหติ, ‘‘อิทํ คณฺหถา’’ติ วุตฺเตปิ โหติเยว. มํสํ วิสุํ กตฺวา ‘‘มํสรสํ คณฺหถา’’ติ วทติ, ตตฺถ เจ สาสปมตฺตมฺปิ มํสขณฺฑํ อตฺถิ, ตํ ปฏิกฺขิปโต ปวารณา โหติ. สเจ ปน ปริสฺสาวิโต โหติ, ‘‘วฏฺฏตี’’ติ อภยตฺเถโร อาห.
มํสรเสน อาปุจฺฉนฺตํ มหาเถโร ‘‘มุหุตฺตํ อาคเมหี’’ติ วตฺวา ‘‘ถาลกํ อาวุโส อาหรา’’ติ อาห. เอตฺถ กถนฺติ? มหาสุมตฺเถโร ตาว ‘‘อภิหารกสฺส คมนํ ปฐมํ อุปจฺฉินฺนํ, ตสฺมา ปวาเรตี’’ติ อาห. มหาปทุมตฺเถโร ปน ‘‘อยํ กุหึ คจฺฉติ, กีทิสํ เอตสฺส คมนํ, คณฺหนฺตสฺสาปิ นาม ปวารณา อตฺถี’’ติ วตฺวา ‘‘น ปวาเรตี’’ติ อาห. กฬีรปนสาทีหิ มิสฺเสตฺวา มํสํ ปจนฺติ, ตํ คเหตฺวา ‘‘กฬีรสูปํ คณฺหถ, ปนสพฺยญฺชนํ คณฺหถา’’ติ วทนฺติ, เอวมฺปิ น ปวาเรติ. กสฺมา? อปวารณารหสฺส นาเมน วุตฺตตฺตา. สเจ ปน ‘‘มจฺฉสูปํ มํสสูป’’นฺติ วา ‘‘อิมํ คณฺหถา’’ติ วา วทนฺติ, ปวาเรติ. มํสกรมฺพโก นาม โหติ, ตํ ทาตุกาโมปิ ‘‘กรมฺพกํ คณฺหถา’’ติ วทติ, วฏฺฏติ; น ปวาเรติ. ‘‘มํสกรมฺพก’’นฺติ วา ‘‘อิท’’นฺติ วา วุตฺเต ปน ปวาเรติ. เอเสว นโย สพฺเพสุ มจฺฉมํสมิสฺสเกสุ.
โย ปน นิมนฺตเน ภุญฺชมาโน มํสํ อภิหฏํ ‘‘อุทฺทิสฺส กต’’นฺติ มญฺญมาโน ปฏิกฺขิปติ, ปวาริโตว โหตีติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. มิสฺสกกถา ปน กุรุนฺทิยํ สุฏฺฐุ วุตฺตา. เอวญฺหิ ตตฺถ วุตฺตํ – ปิณฺฑปาตจาริโก ภิกฺขุ ภตฺตมิสฺสกํ ยาคุํ อาหริตฺวา ‘‘ยาคุํ คณฺหถา’’ติ วทติ, น ปวาเรติ. ‘‘ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วุตฺเต ปวาเรติ. กสฺมา? เยนาปุจฺฉิโต, ตสฺส อตฺถิตาย. อยเมตฺถ อธิปฺปาโย – ‘‘ยาคุมิสฺสกํ คณฺหถา’’ติ วทติ, ตตฺร เจ ยาคุ พหุตรา วา โหติ สมสมา วา, น ปวาเรติ. ยาคุ มนฺทา, ภตฺตํ พหุตรํ, ปวาเรติ. อิทญฺจ สพฺพอฏฺฐกถาสุ วุตฺตตฺตา น สกฺกา ปฏิกฺขิปิตุํ, การณํ ปเนตฺถ ทุทฺทสํ. ‘‘ภตฺตมิสฺสกํ คณฺหถา’’ติ วทติ, ภตฺตํ พหุกํ วา สมํ วา อปฺปตรํ วา โหติ, ปวาเรติเยว. ภตฺตํ วา ยาคุํ วา อนามสิตฺวา ‘‘มิสฺสกํ คณฺหถา’’ติ วทติ, ตตฺร เจ ภตฺตํ พหุตรํ วา สมกํ วา โหติ, ปวาเรติ. อปฺปตรํ น ปวาเรติ. อิทญฺจ กรมฺพเกน น สมาเนตพฺพํ. กรมฺพโก หิ มํสมิสฺสโกปิ โหติ อมํสมิสฺสโกปิ, ตสฺมา ‘‘กรมฺพก’’นฺติ วุตฺเต ปวารณา นตฺถิ. อิทํ ปน ภตฺตมิสฺสกเมว. เอตฺถ วุตฺตนเยเนว ปวารณา โหติ. พหุรเส ภตฺเต รสํ, พหุขีเร ขีรํ พหุสปฺปิมฺหิ จ ปายาเส สปฺปึ คณฺหถาติ วิสุํ กตฺวา เทติ, ตํ ปฏิกฺขิปโต ปวารณา นตฺถิ.
โย ปน คจฺฉนฺโต ปวาเรติ, โส คจฺฉนฺโตว ภุญฺชิตุํ ลภติ. กทฺทมํ วา อุทกํ วา ปตฺวา ฐิเตน อติริตฺตํ กาเรตพฺพํ. สเจ อนฺตรา นที ปูรา โหติ, นทีตีเร คุมฺพํ อนุปริยายนฺเตน ภุญฺชิตพฺพํ. อถ นาวา วา เสตุ วา อตฺถิ, ตํ อภิรุหิตฺวาปิ จงฺกมนฺเตนว ภุญฺชิตพฺพํ, คมนํ น อุปจฺฉินฺทิตพฺพํ. ยาเน วา หตฺถิอสฺสปิฏฺเฐ วา จนฺทมณฺฑเล วา สูริยมณฺฑเล วา นิสีทิตฺวา ปวาริเตน ยาว มชฺฌนฺหิกํ, ตาว เตสุ คจฺฉนฺเตสุปิ นิสินฺเนเนว ภุญฺชิตพฺพํ. โย ฐิโต ปวาเรติ, ฐิเตเนว, โย นิสินฺโน ปวาเรติ, นิสินฺเนเนว ภุญฺชิตพฺพํ. ตํ ตํ อิริยาปถํ โกเปนฺเตน อติริตฺตํ กาเรตพฺพํ. โย อุกฺกุฏิโก นิสีทิตฺวา ปวาเรติ, เตน อุกฺกุฏิเกเนว ภุญฺชิตพฺพํ. ตสฺส ปน เหฏฺฐา ปลาลปีฐํ วา กิญฺจิ วา นิสีทนกํ ทาตพฺพํ. ปีฐเก นิสีทิตฺวา ปวาริเตน อาสนํ อจาเลตฺวาว จตสฺโส ทิสา ปริวตฺตนฺเตน ภุญฺชิตุํ ลพฺภติ. มญฺเจ นิสีทิตฺวา ปวาริเตน อิโต วา เอตฺโต วา สํสริตุํ น ลพฺภติ. สเจ ปน นํ สห มญฺเจน อุกฺขิปิตฺวา อญฺญตฺร เนนฺติ, วฏฺฏติ. นิปชฺชิตฺวา ปวาริเตน นิปนฺเนเนว ภุญฺชิตพฺพํ. ปริวตฺตนฺเตน เยน ปสฺเสน นิปนฺโน, ตสฺส ฐานํ นาติกฺกเมตพฺพํ.
อนติริตฺตนฺติ น อติริตฺตํ; น อธิกนฺติ อตฺโถ. ตํ ปน ยสฺมา กปฺปิยกตาทีหิ สตฺตหิ วินยกมฺมากาเรหิ อกตํ วา คิลานสฺส อนธิกํ วา โหติ, ตสฺมา ปทภาชเน ‘‘อกปฺปิยกต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อกปฺปิยกตนฺติ ยํ ตตฺถ ผลํ วา กนฺทมูลาทิ วา ปญฺจหิ สมณกปฺเปหิ กปฺปิยํ อกตํ; ยญฺจ อกปฺปิยมํสํ วา อกปฺปิยโภชนํ วา, เอตํ อกปฺปิยํ นาม. ตํ อกปฺปิยํ ‘‘อลเมตํ สพฺพ’’นฺติ เอวํ อติริตฺตํ กตมฺปิ อกปฺปิยกตนฺติ เวทิตพฺพํ. อปฺปฏิคฺคหิตกตนฺติ ภิกฺขุนา อปฺปฏิคฺคหิตํเยว ปุริมนเยเนว อติริตฺตํ กตํ. อนุจฺจาริตกตนฺติ กปฺปิยํ การาเปตุํ อาคเตน ภิกฺขุนา อีสกมฺปิ อนุกฺขิตฺตํ วา อนปนามิตํ วา กตํ. อหตฺถปาเส กตนฺติ กปฺปิยํ การาเปตุํ อาคตสฺส หตฺถปาสโต พหิ ฐิเตน กตํ. อภุตฺตาวินา กตนฺติ โย ‘‘อลเมตํ สพฺพ’’นฺติ อติริตฺตํ กโรติ, เตน ปวารณปฺปโหนกํ โภชนํ อภุตฺเตน กตํ. ภุตฺตาวินา ปวาริเตน อาสนา วุฏฺฐิเตน กตนฺติ อิทํ อุตฺตานเมว. อลเมตํ สพฺพนฺติ อวุตฺตนฺติ วจีเภทํ กตฺวา เอวํ อวุตฺตํ โหติ. อิติ อิเมหิ สตฺตหิ วินยกมฺมากาเรหิ ยํ อติริตฺตํ กปฺปิยํ อกตํ, ยญฺจ น คิลานาติริตฺตํ, ตทุภยมฺปิ อนติริตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
อติริตฺตํ ปน ตสฺเสว ปฏิปกฺขนเยน เวทิตพฺพํ. อปิเจตฺถ ภุตฺตาวินา กตํ โหตีติ อนนฺตเร นิสินฺนสฺส สภาคสฺส ภิกฺขุโน ปตฺตโต เอกมฺปิ สิตฺถํ วา มํสหีรํ วา ขาทิตฺวา กตมฺปิ ภุตฺตาวินาว กตํ โหตีติ เวทิตพฺพํ. อาสนา อวุฏฺฐิเตนาติ เอตฺถ ปน อสมฺโมหตฺถํ อยํ วินิจฺฉโย – เทฺว ภิกฺขู ปาโตว ภุญฺชมานา ปวาริตา โหนฺติ – เอเกน ตตฺเถว นิสีทิตพฺพํ, อิตเรน นิจฺจภตฺตํ วา สลากภตฺตํ วา อาเนตฺวา อุปฑฺฒํ ตสฺส ภิกฺขุโน ปตฺเต อากิริตฺวา หตฺถํ โธวิตฺวา เสสํ เตน ภิกฺขุนา กปฺปิยํ การาเปตฺวา ภุญฺชิตพฺพํ. กสฺมา? ยญฺหิ ตสฺส หตฺเถ ลคฺคํ, ตํ อกปฺปิยํ โหติ. สเจ ปน ปฐมํ นิสินฺโน ภิกฺขุ สยเมว ตสฺส ปตฺตโต หตฺเถน คณฺหาติ, หตฺถโธวนกิจฺจํ นตฺถิ. สเจ ปน เอวํ กปฺปิยํ การาเปตฺวา ภุญฺชนฺตสฺส ปุน กิญฺจิ พฺยญฺชนํ วา ขาทนียํ วา ปตฺเต อากิรนฺติ, เยน ปฐมํ กปฺปิยํ กตํ, โส ปุน กาตุํ น ลภติ. เยน อกตํ, เตน กาตพฺพํ. ยญฺจ อกตํ, ตํ กาตพฺพํ. ‘‘เยน อกต’’นฺติ อญฺเญน ภิกฺขุนา เยน ปฐมํ น กตํ, เตน กาตพฺพํ. ‘‘ยญฺจ อกต’’นฺติ เยน ปฐมํ กปฺปิยํ กตํ, เตนาปิ ยํ อกตํ ตํ กาตพฺพํ. ปฐมภาชเน ปน กาตุํ น ลพฺภติ. ตตฺถ หิ กริยมานํ ปฐมํ กเตน สทฺธึ กตํ โหติ, ตสฺมา อญฺญสฺมึ ภาชเน กาตุํ วฏฺฏตีติ อธิปฺปาโย. เอวํ กตํ ปน เตน ภิกฺขุนา ปฐมํ กเตน สทฺธึ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ.
กปฺปิยํ กโรนฺเตน จ น เกวลํ ปตฺเตเยว, กุณฺเฑปิ ปจฺฉิยมฺปิ ยตฺถ กตฺถจิ ปุรโต ฐเปตฺวา โอนามิตภาชเน กาตพฺพํ. ตํ สเจปิ ภิกฺขุสตํ ปวาริตํ โหติ, สพฺเพสํ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ, อปฺปวาริตานมฺปิ วฏฺฏติ. เยน ปน กปฺปิยํ กตํ, ตสฺส น วฏฺฏติ. สเจปิ ปวาเรตฺวา ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐํ ภิกฺขุํ ปตฺตํ คเหตฺวา อวสฺสํ ภุญฺชนเก มงฺคลนิมนฺตเน นิสีทาเปนฺติ, อติริตฺตํ กาเรตฺวาว ภุญฺชิตพฺพํ. สเจ ตตฺถ อญฺโญ ภิกฺขุ นตฺถิ, อาสนสาลํ วา วิหารํ วา ปตฺตํ เปเสตฺวา กาเรตพฺพํ. กปฺปิยํ กโรนฺเตน ปน อนุปสมฺปนฺนสฺส หตฺเถ ฐิตํ น กาตพฺพํ. สเจ อาสนสาลายํ อพฺยตฺโต ภิกฺขุ โหติ, สยํ คนฺตฺวา กปฺปิยํ การาเปตฺวา อาเนตฺวา ภุญฺชิตพฺพํ.
คิลานาติริตฺตนฺติ เอตฺถ น เกวลํ ยํ คิลานสฺส ภุตฺตาวเสสํ โหติ, ตํ คิลานาติริตฺตํ; อถ โข ยํกิญฺจิ คิลานํ อุทฺทิสฺส อชฺช วา เสฺว วา ยทา วา อิจฺฉติ, ตทา ขาทิสฺสตีติ อาหฏํ, ตํ สพฺพํ ‘‘คิลานาติริตฺต’’นฺติ เวทิตพฺพํ. ยํ ยามกาลิกาทีสุ อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร ทุกฺกฏํ, ตํ อสํสฏฺฐวเสน วุตฺตํ. สเจ ปน อามิสสํสฏฺฐานิ โหนฺติ, อาหารตฺถายปิ อนาหารตฺถายปิ ปฏิคฺคเหตฺวา อชฺโฌหรนฺตสฺส ปาจิตฺติยเมว.
๒๔๑. สติ ปจฺจเยติ ยามกาลิกํ ปิปาสาย สติ ปิปาสจฺเฉทนตฺถํ, สตฺตาหกาลิกํ ยาวชีวิกญฺจ เตน เตน อุปสเมตพฺพเก อาพาเธ สติ ตสฺส อุปสมนตฺถํ ปริภุญฺชโต อนาปตฺติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
กถินสมุฏฺฐานํ – กายวาจโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยากิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ปฐมปวารณสิกฺขาปทํ ปญฺจมํ.
๖. ทุติยปวารณสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๔๒. ฉฏฺฐสิกฺขาปเท – อนาจารํ อาจรตีติ ปณฺณตฺติวีติกฺกมํ กโรติ. อุปนนฺธีติ อุปนาหํ ชเนนฺโต ตสฺมึ ปุคฺคเล อตฺตโน โกธํ พนฺธิ; ปุนปฺปุนํ อาฆาตํ ชเนสีติ อตฺโถ. อุปนทฺโธ ภิกฺขูติ โส ชนิตอุปนาโห ภิกฺขุ.
๒๔๓. อภิหฏฺฐุํ ปวาเรยฺยาติ อภิหริตฺวา ‘‘หนฺท ภิกฺขุ ขาท วา ภุญฺช วา’’ติ เอวํ ปวาเรยฺย. ปทภาชเน ปน ‘‘หนฺท ภิกฺขู’’ติอาทึ อนุทฺธริตฺวา สาธารณเมว อภิหฏฺฐุํ ปวารณาย อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยาวตกํ อิจฺฉสิ ตาวตกํ คณฺหาหี’’ติ วุตฺตํ. ชานนฺติ ปวาริตภาวํ ชานนฺโต. ตํ ปนสฺส ชานนํ ยสฺมา ตีหากาเรหิ โหติ, ตสฺมา ‘‘ชานาติ นาม สามํ วา ชานาตี’’ติอาทินา นเยน ปทภาชนํ วุตฺตํ. อาสาทนาเปกฺโขติ อาสาทนํ โจทนํ มงฺกุกรณภาวํ อเปกฺขมาโน.
ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ยสฺส อภิหฏํ ตสฺมึ ปฏิคฺคณฺหนฺเต อภิหารกสฺส ภิกฺขุโน ทุกฺกฏํ. อิตรสฺส ปน สพฺโพ อาปตฺติเภโท ปฐมสิกฺขาปเท วุตฺโต, อิมสฺมึ ปน สิกฺขาปเท สพฺพา อาปตฺติโย อภิหารกสฺเสว เวทิตพฺพา. เสสํ ปฐมสิกฺขาปเท วุตฺตนยตฺตา ปากฏเมว.
ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
ทุติยปวารณสิกฺขาปทํ ฉฏฺฐํ.
๗. วิกาลโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๔๗. สตฺตมสิกฺขาปเท – คิรคฺคสมชฺโชติ คิริมฺหิ อคฺคสมชฺโช, คิริสฺส วา อคฺคเทเส สมชฺโช. โส กิร สตฺตเม ทิวเส ภวิสฺสตีติ นคเร โฆสนา กริยติ, นครสฺส พหิทฺธา สเม ภูมิภาเค ปพฺพตจฺฉายาย มหาชนกาโย สนฺนิปตติ, อเนกปฺปการานิ นฏนาฏกานิ ปวตฺตนฺติ, เตสํ ทสฺสนตฺถํ มญฺจาติมญฺเจ พนฺธนฺติ. สตฺตรสวคฺคิยา อปญฺญตฺเต สิกฺขาปเท ทหราว อุปสมฺปนฺนา, เต ‘‘นาฏกานิ อาวุโส ปสฺสิสฺสามา’’ติ ตตฺถ อคมํสุ. อถ เนสํ ญาตกา ‘‘อมฺหากํ อยฺยา อาคตา’’ติ ตุฏฺฐจิตฺตา นฺหาเปตฺวา วิลิมฺเปตฺวา โภเชตฺวา อญฺญมฺปิ ปูวขาทนียาทึ หตฺเถ อทํสุ. เต สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘มนุสฺสา สตฺตรสวคฺคิเย ภิกฺขู ปสฺสิตฺวา’’ติอาทิ.
๒๔๘-๙. วิกาเลติ วิคเต กาเล. กาโลติ ภิกฺขูนํ โภชนกาโล อธิปฺเปโต, โส จ สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน มชฺฌนฺหิโก, ตสฺมึ วีติวตฺเตติ อธิปฺปาโย. เตเนวสฺส ปทภาชเน ‘‘วิกาโล นาม มชฺฌนฺหิเก วีติวตฺเต ยาว อรุณุคฺคมนา’’ติ วุตฺตํ, ฐิตมชฺฌนฺหิโกปิ กาลสงฺคหํ คจฺฉติ. ตโต ปฏฺฐาย ปน ขาทิตุํ วา ภุญฺชิตุํ วา น สกฺกา, สหสา ปิวิตุํ สกฺกา ภเวยฺย, กุกฺกุจฺจเกน ปน น กตฺตพฺพํ. กาลปริจฺเฉทชานนตฺถญฺจ กาลตฺถมฺโภ โยเชตพฺโพ, กาลนฺตเรว ภตฺตกิจฺจํ กาตพฺพํ.
อวเสสํ ขาทนียํ นามาติ เอตฺถ ยํ ตาว สกฺขลิโมทกาทิปุพฺพณฺณาปรณฺณมยํ, ตตฺถ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ยมฺปิ วนมูลาทิปฺปเภทํ อามิสคติกํ โหติ, เสยฺยถิทํ – มูลขาทนียํ กนฺทขาทนียํ มูฬาลขาทนียํ มตฺถกขาทนียํ ขนฺธขาทนียํ ตจขาทนียํ ปตฺตขาทนียํ ปุปฺผขาทนียํ ผลขาทนียํ อฏฺฐิขาทนียํ ปิฏฺฐขาทนียํ นิยฺยาสขาทนียนฺติ, อิทมฺปิ ขาทนียสงฺขฺยเมว คจฺฉติ.
ตตฺถ ปน อามิสคติกสลฺลกฺขณตฺถํ อิทํ มุขมตฺตนิทสฺสนํ – มูลขาทนีเย ตาว มูลกมูลํ ขารกมูลํ จจฺจุมูลํ ตมฺพกมูลํ ตณฺฑุเลยฺยกมูลํ วตฺถุเลยฺยกมูลํ วชกลิมูลํ ชชฺฌรีมูลนฺติ เอวมาทีนิ สูเปยฺยปณฺณมูลานิ อามิสคติกานิ. เอตฺถ จ วชกลิมูเล ชรฏฺฐํ ฉินฺทิตฺวา ฉฑฺเฑนฺติ, ตํ ยาวชีวิกํ โหติ. อญฺญมฺปิ เอวรูปํ เอเตเนว นเยน เวทิตพฺพํ. มูลกขารกชชฺฌรีมูลานํ ปน ชรฏฺฐานิปิ อามิสคติกาเนวาติ วุตฺตํ. ยานิ ปน ปาฬิยํ –
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, มูลานิ เภสชฺชานิ หลิทฺทึ สิงฺคิเวรํ วจํ วจตฺตํ อติวิสํ กฏุกโรหิณึ อุสีรํ ภทฺทมุตฺตกํ, ยานิ วา ปนญฺญานิปิ อตฺถิ มูลานิ เภสชฺชานิ เนว ขาทนีเย ขาทนียตฺถํ ผรนฺติ, น โภชนีเย โภชนียตฺถํ ผรนฺตี’’ติ (มหาว. ๒๖๓) –
วุตฺตานิ, ตานิ ยาวชีวิกานิ. เตสํ จูฬปญฺจมูลํ มหาปญฺจมูลนฺติอาทินา นเยน คณิยมานานํ คณนาย อนฺโต นตฺถิ. ขาทนียตฺถํ โภชนียตฺถญฺจ ผรณาภาโวเยว ปน เตสํ ลกฺขณํ. ตสฺมา ยํกิญฺจิ มูลํ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ ปกติอาหารวเสน มนุสฺสานํ ขาทนียตฺถํ โภชนียตฺถญฺจ ผรติ, ตํ ยาวกาลิกํ; อิตรํ ยาวชีวิกนฺติ เวทิตพฺพํ. เตสุ พหุํ วตฺวาปิ หิ อิมสฺมึเยว ลกฺขเณ ฐาตพฺพํ. นามสญฺญาสุ ปน วุจฺจมานาสุ ตํ ตํ นามํ อชานนฺตานํ สมฺโมโหเยว โหติ, ตสฺมา นามสญฺญาย อาทรํ อกตฺวา ลกฺขณเมว ทสฺสิตํ.
ยถา จ มูเล; เอวํ กนฺทาทีสุปิ ยํ ลกฺขณํ ทสฺสิตํ, ตสฺเสว วเสน วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. ยญฺจ ตํ ปาฬิยํ หลิทฺทาทิ อฏฺฐวิธํ วุตฺตํ, ตสฺส ขนฺธตจปุปฺผผลมฺปิ สพฺพํ ยาวชีวิกนฺติ วุตฺตํ.
กนฺทขาทนีเย ทุวิโธ กนฺโท – ทีโฆ จ รสฺโส จ ภิสกึสุกกนฺทาทิ วฏฺโฏ อุปฺปลกเสรุกกนฺทาทิ, ยํ ‘‘คณฺฐี’’ติปิ วทนฺติ. ตตฺถ สพฺเพสํ กนฺทานํ ชิณฺณชรฏฺฐานญฺจ ฉลฺลิ จ สุขุมมูลานิ จ ยาวชีวิกานิ. ตรุโณ ปน สุขขาทนีโย, สาลกลฺยาณีโปตกกนฺโท กึสุกโปตกกนฺโท อมฺพาฏกกนฺโท เกตกกนฺโท มาลุวกนฺโท ภิสสงฺขาโต ปทุมปุณฺฑรีกกนฺโท ปิณฺฑาลุมสาลุอาทโย จ ขีรวลฺลิกนฺโท อาลุวกนฺโท สิคฺคุกนฺโท ตาลกนฺโท นีลุปฺปลรตฺตุปฺปลกุมุทโสคนฺธิกานํ กนฺทา กทลิกนฺโท เวฬุกนฺโท กเสรุกกนฺโทติ เอวมาทโย เตสุ เตสุ ชนปเทสุ ปกติอาหารวเสน มนุสฺสานํ ขาทนียตฺถญฺจ โภชนียตฺถญฺจ ผรณกกนฺทา ยาวกาลิกา.
ขีรวลฺลิกนฺโท อโธโต ยาวชีวิโก, โธโต ยาวกาลิโก. ขีรกาโกลีชีวิกอุสภกลสุณาทิกนฺทา ปน ยาวชีวิกา. เต ปาฬิยํ – ‘‘ยานิ วา ปนญฺญานิปิ อตฺถิ มูลานิ เภสชฺชานี’’ติ เอวํ มูลเภสชฺชสงฺคเหเนว สงฺคหิตา.
มูฬาลขาทนีเย ปน ปทุมมูฬาลํ ปุณฺฑรีกมุฬาลสทิสเมว. เอรกมูลํ กนฺทุลมูลนฺติ เอวมาทิ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ ปกติอาหารวเสน มนุสฺสานํ ขาทนียตฺถญฺจ โภชนียตฺถญฺจ ผรณกมุฬาลํ ยาวกาลิกํ. หลิทฺทิสิงฺคิเวรมกจิจตุรสฺสวลฺลิเกตกตาลหินฺตาลกุนฺตาลนาฬิเกรปูครุกฺขาทิมุฬาลํ ปน ยาวชีวิกํ, ตํ สพฺพมฺปิ ปาฬิยํ – ‘‘ยานิ วา ปนญฺญานิปิ อตฺถิ มูลานิ เภสชฺชานี’’ติ (มหาว. ๒๖๓) เอวํ มูลเภสชฺชสงฺคเหเนว สงฺคหิตํ.
มตฺถกขาทนีเย ตาลหินฺตาลกุนฺตาลเกตกนาฬิเกรปูครุกฺขขชฺชูรีเวตฺตเอรกกทลีนํ กฬีรสงฺขาตา มตฺถกา เวณุกฬีโร นฬกฬีโร อุจฺฉุกฬีโร มูลกกฬีโร สาสปกฬีโร สตาวริกฬีโร สตฺตนฺนํ ธญฺญานํ กฬีราติ เอวมาทิ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ ปกติอาหารวเสน มนุสฺสานํ ขาทนียตฺถํ โภชนียตฺถญฺจ ผรณโก รุกฺขวลฺลิอาทีนํ มตฺถโก ยาวกาลิโก. หลิทฺทิสิงฺคิเวรวจมกจิลสุณานํกฬีรา ตาลหินฺตาลกุนฺตาลนาฬิเกรกฬีรานญฺจ ฉินฺทิตฺวา ปาติโต ชรฏฺฐพุนฺโท ยาวชีวิโก.
ขนฺธขาทนีเย อนฺโตปถวีคโต สาลกลฺยาณีขนฺโธ อุจฺฉุขนฺโธ นีลุปฺปลรตฺตุปฺปลกุมุทโสคนฺธิกานํ ขนฺธกาติ เอวมาทิ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ ปกติอาหารวเสน มนุสฺสานํ ขาทนียตฺถํ โภชนียตฺถญฺจ ผรณโก ขนฺโธ ยาวกาลิโก. อุปฺปลชาตีนํ ปณฺณทณฺฑโก ปทุมชาตีนํ สพฺโพปิ ทณฺฑโก การวินฺทกทณฺฑาทโย จ อวเสสสพฺพขนฺธา ยาวชีวิกา.
ตจขาทนีเย อุจฺฉุตโจว เอโก ยาวกาลิโก, โสปิ สรโส. เสโส สพฺโพ ยาวชีวิโก. เตสํ ปน มตฺถกขนฺธตจานํ ติณฺณํ ปาฬิยํ กสาวเภสชฺเชน สงฺคโห เวทิตพฺโพ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, กสาวานิ เภสชฺชานิ นิมฺพกสาวํ, กุฏชกสาวํ, ปโฏลกสาวํ, ผคฺควกสาวํ นตฺตมาลกสาวํ, ยานิ วา ปนญฺญานิปิ อตฺถิ กสาวานิ เภสชฺชานิ เนว ขาทนีเย ขาทนียตฺถํ ผรนฺติ, น โภชนีเย โภชนียตฺถํ ผรนฺตี’’ติ (มหาว. ๒๖๓).
เอตฺถ หิ เอเตสมฺปิ สงฺคโห สิชฺฌติ. วุตฺตกสาวานิ จ สพฺพานิ กปฺปิยานีติ เวทิตพฺพานิ.
ปตฺตขาทนีเย มูลกํ ขารโก จจฺจุ ตมฺพโก ตณฺฑุเลยฺยโก ปปุนฺนาโค วตฺถุเลยฺยโก วชกลิ ชชฺฌรี เสลฺลุ สิคฺคุ กาสมทฺทโก อุมฺมา จีนมุคฺโค มาโส ราชมาโส ฐเปตฺวา มหานิปฺผาวํ อวเสสนิปฺผาโว อคฺคิมนฺโถ สุนิสนฺนโก เสตวรโณ นาฬิกา ภูมิยํ ชาตโลณีติ เอเตสํ ปตฺตานิ อญฺญานิ จ เอวรูปานิ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ ปกติอาหารวเสน มนุสฺสานํ ขาทนียตฺถํ โภชนียตฺถญฺจ ผรณกานิ ปตฺตานิ เอกํเสน ยาวกาลิกานิ. ยา ปนญฺญา มหานขปิฏฺฐิมตฺตา ปณฺณโลณิ รุกฺเข จ คจฺเฉ จ อาโรหติ, ตสฺสา ปตฺตํ ยาวชีวิกํ. พฺรหฺมีปตฺตญฺจ ยาวกาลิกนฺติ ทีปวาสิโน วทนฺติ. อมฺพปลฺลวํ ยาวกาลิกํ, อโสกปลฺลวํ ปน ยาวชีวิกํ.
ยานิ วา ปนญฺญานิ ปาฬิยํ –
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปณฺณานิ เภสชฺชานิ นิมฺพปณฺณํ กุฏชปณฺณํ ปโฏลปณฺณํ สุลสิปณฺณํ กปฺปาสกปณฺณํ ยานิ วา ปนญฺญานิปิ อตฺถิ ปณฺณานิ เภสชฺชานิ เนว ขาทนีเย ขาทนียตฺถํ ผรนฺติ น โภชนีเย โภชนียตฺถํ ผรนฺตี’’ติ (มหาว. ๒๖๓) –
วุตฺตานิ, ตานิ ยาวชีวิกานิ. น เกวลญฺจ ปณฺณานิเยว เตสํ ปุปฺผผลาทีนิปิ ยาวชีวิกานิ. ปณฺณานํ ผคฺควปณฺณํ อชฺชุกปณฺณํ ผณิชฺชกปณฺณํ ปโฏลปณฺณํ ตมฺพูลปณฺณํ ปทุมินิปณฺณนฺติ เอวํ คณนวเสน อนฺโต นตฺถิ.
ปุปฺผขาทนีเย มูลกปุปฺผํ ขารกปุปฺผํ จจฺจุปุปฺผํ ตมฺพกปุปฺผํ วชกลิปุปฺผํ ชชฺฌรีปุปฺผํ จูฬนิปฺผาวปุปฺผํ มหานิปฺผาวปุปฺผํ กเสรุกปุปฺผํ นาฬิเกรตาลเกตกานํ ตรุณปุปฺผานิ เสตวรณปุปฺผํ สิคฺคุปุปฺผํ อุปฺปลปทุมชาติกานํ ปุปฺผานิ กณฺณิกมตฺตํ อคนฺธิกปุปฺผํ กฬีรปุปฺผํ ชีวนฺตีปุปฺผนฺติ เอวมาทิ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ ปกติอาหารวเสน มนุสฺสานํ ขาทนียตฺถํ โภชนียตฺถญฺจ ผรณกปุปฺผํ ยาวกาลิกํ. อโสกพกุลกุยฺยกปุนฺนาคจมฺปกชาติกณวีรกณิการกุนฺทนวมาลิกมลฺลิกาทีนํ ปน ปุปฺผํ ยาวชีวิกํ ตสฺส คณนาย อนฺโต นตฺถิ. ปาฬิยํ ปนสฺส กสาวเภสชฺเชเนว สงฺคโห เวทิตพฺโพ.
ผลขาทนีเย ปนสลพุชตาลนาฬิเกรอมฺพชมฺพูอมฺพาฏกตินฺติณิกมาตุลุงฺคกปิตฺถลาพุกุมฺภณฺฑปุสฺสผลติมฺพรูสกติปุสวาติงฺคณโจจโมจมธุกาทีนํ ผลานิ ยานิ โลเก เตสุ เตสุ ชนปเทสุ ปกติอาหารวเสน มนุสฺสานํ ขาทนียตฺถํ โภชนียตฺถญฺจ ผรนฺติ, สพฺพานิ ตานิ ยาวกาลิกานิ. นามคณนวเสน เนสํ น สกฺกา ปริยนฺตํ ทสฺเสตุํ. ยานิ ปน ปาฬิยํ –
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ผลานิ เภสชฺชานิ – พิลงฺคํ, ปิปฺผลึ, มริจํ, หรีตกํ, วิภีตกํ, อามลกํ, โคฏฺฐผลํ, ยานิ วา ปนญฺญานิปิ อตฺถิ ผลานิ เภสชฺชานิ เนว ขาทนีเย ขาทนียตฺถํ ผรนฺติ น โภชนีเย โภชนียตฺถํ ผรนฺตี’’ติ (มหาว. ๒๖๓) –
วุตฺตานิ, ตานิ ยาวชีวิกานิ. เตสมฺปิ อปริปกฺกานิ อจฺฉิว พิมฺพวรณเกตกกาสฺมรีอาทีนํ ผลานิ ชาติผลํ กฏุกผลํ เอฬา ตกฺโกลนฺติ เอวํ นามวเสน น สกฺกา ปริยนฺตํ ทสฺเสตุํ.
อฏฺฐิขาทนีเย ลพุชฏฺฐิ ปนสฏฺฐิ อมฺพาฏกฏฺฐิ สาลฏฺฐิ ขชฺชูรีเกตกติมฺพรูสกานํ ตรุณผลฏฺฐิ ตินฺติณิกฏฺฐิ พิมฺพผลฏฺฐิ อุปฺปล ปทุมชาตีนํ โปกฺขรฏฺฐีติ เอวมาทีนิ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ มนุสฺสานํ ปกติอาหารวเสน ขาทนียตฺถํ โภชนียตฺถญฺจ ผรณกานิ อฏฺฐีนิ ยาวกาลิกานิ. มธุกฏฺฐิ ปุนฺนาคฏฺฐิ หรีตกาทีนํ อฏฺฐีนิ สิทฺธตฺถกฏฺฐิ ราชิกฏฺฐีติ เอวมาทีนิ อฏฺฐีนิ ยาวชีวิกานิ. เตสํ ปาฬิยํ ผลเภสชฺเชเนว สงฺคโห เวทิตพฺโพ.
ปิฏฺฐขาทนีเย สตฺตนฺนํ ตาว ธญฺญานํ ธญฺญานุโลมานํ อปรณฺณานญฺจ ปิฏฺฐํ ปนสปิฏฺฐํ ลพุชปิฏฺฐํ อมฺพาฏกปิฏฺฐํ สาลปิฏฺฐํ โธตกตาลปิฏฺฐญฺจ ขีรวลฺลิปิฏฺฐญฺจาติ เอวมาทีนิ เตสุ เตสุ ชนปเทสุ ปกติอาหารวเสน มนุสฺสานํ ขาทนียตฺถํ โภชนียตฺถญฺจ ผรณกานิ ปิฏฺฐานิ ยาวกาลิกานิ. อโธตกํ ตาลปิฏฺฐํ ขีรวลฺลิปิฏฺฐํ อสฺสคนฺธาทิปิฏฺฐานิ จ ยาวชีวิกานิ. เตสํ ปาฬิยํ กสาเวหิ จ มูลผเลหิ จ สงฺฆโห เวทิตพฺโพ.
นิยฺยาสขาทนีเย เอโก อุจฺฉุนิยฺยาโสว สตฺตาหกาลิโก. เสสา ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ชตูนิ เภสชฺชานิ – หิงฺคุํ หิงฺคุชตุํ หิงฺคุสิปาฏิกํ ตกํ ตกปตฺตึ ตกปณฺณึ สชฺชุลสํ ยานิ วา ปนญฺญานิปิ อตฺถิ ชตูนิ เภสชฺชานี’’ติ (มหาว. ๒๖๓) เอวํ ปาฬิยํ วุตฺตนิยฺยาสา ยาวชีวิกา. ตตฺถ เยวาปนกวเสน สงฺคหิตานํ อมฺพนิยฺยาโส กณิการนิยฺยาโสติ เอวํ นามวเสน น สกฺกา ปริยนฺตํ ทสฺเสตุํ. เอวํ อิเมสุ มูลขาทนียาทีสุ ยํกิญฺจิ ยาวกาลิกํ, สพฺพมฺปิ อิมสฺมึ อตฺเถ ‘‘อวเสสํ ขาทนียํ นามา’’ติ สงฺคหิตํ.
โภชนียํ นาม ปญฺจ โภชนานีติอาทิมฺหิ ยํ วตฺตพฺพํ ตํ วุตฺตเมว. ขาทิสฺสามิ ภุญฺชิสฺสามีติ, ปฏิคฺคณฺหาตีติ โย ภิกฺขุ วิกาเล เอตํ ขาทนียํ โภชนียญฺจ ปฏิคฺคณฺหาติ, ตสฺส ปฏิคฺคหเณ ตาว อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กายโต จ กายจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
วิกาลโภชนสิกฺขาปทํ สตฺตมํ.
๘. สนฺนิธิการกสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๕๒. อฏฺฐมสิกฺขาปเท – เพลฏฺฐสีโส นาม ชฏิลสหสฺสพฺภนฺตโร มหาเถโร. อรญฺเญ วิหรตีติ เชตวนสฺส อวิทูเร ปธานฆเร เอกสฺมึ อาวาเส วสติ. สุกฺขกุรนฺติ อสูปพฺยญฺชนํ โอทนํ. โส กิร อนฺโตคาเม ภุญฺชิตฺวา ปจฺฉา ปิณฺฑาย จริตฺวา ตาทิสํ โอทนํ อาหรติ, ตญฺจ โข อปฺปิจฺฉตาย, น ปจฺจยคิทฺธตาย. เถโร กิร สตฺตาหํ นิโรธสมาปตฺติยา วีตินาเมตฺวา สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ตํ ปิณฺฑปาตํ อุทเกน เตเมตฺวา ภุญฺชติ, ตโต ปุน สตฺตาหํ สมาปตฺติยา นิสีทติ. เอวํ เทฺวปิ ตีณิปิ จตฺตาริปิ สตฺตาหานิ วีตินาเมตฺวา คามํ ปิณฺฑาย ปวิสติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘จิเรน คามํ ปิณฺฑาย ปวิสตี’’ติ.
๒๕๓. กาโร กรณํ กิริยาติ อตฺถโต เอกํ, สนฺนิธิกาโร อสฺสาติ สนฺนิธิการํ; สนฺนิธิการเมว สนฺนิธิการกํ. ปฏิคฺคเหตฺวา เอกรตฺตํ วีตินามิตสฺเสตํ อธิวจนํ. เตเนวสฺส ปทภาชเน วุตฺตํ – ‘‘สนฺนิธิการกํ นาม อชฺช ปฏิคฺคหิตํ อปรชฺชู’’ติ.
ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ เอวํ สนฺนิธิกตํ ยํกิญฺจิ ยาวกาลิกํ วา ยามกาลิกํ วา อชฺโฌหริตุกามตาย คณฺหนฺตสฺส ปฏิคฺคหเณ ตาว อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อชฺโฌหรโต ปน เอกเมกสฺมึ อชฺโฌหาเร ปาจิตฺติยํ. สเจปิ ปตฺโต ทุทฺโธโต โหติ, ยํ องฺคุลิยา ฆํสนฺตสฺส เลขา ปญฺญายติ, คณฺฐิกปตฺตสฺส วา คณฺฐิกนฺตเร เสฺนโห ปวิฏฺโฐ โหติ, โส อุเณฺห โอตาเปนฺตสฺส ปคฺฆรติ, อุณฺหยาคุยา วา คหิตาย สนฺทิสฺสติ, ตาทิเส ปตฺเตปิ ปุนทิวเส ภุญฺชนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ. ตสฺมา ปตฺตํ โธวิตฺวา ปุน ตตฺถ อจฺโฉทกํ วา อาสิญฺจิตฺวา องฺคุลิยา วา ฆํสิตฺวา นิเสฺนหภาโว ชานิตพฺโพ. สเจ หิ อุทเก วา เสฺนหภาโว ปตฺเต วา องฺคุลิเลขา ปญฺญายติ, ทุทฺโธโต โหติ. เตลวณฺณปตฺเต ปน องฺคุลิเลขา ปญฺญายติ, สา อพฺโพหาริกา. ยํ ภิกฺขู นิรเปกฺขา สามเณรานํ ปริจฺจชนฺติ, ตญฺเจ สามเณรา นิทหิตฺวา เทนฺติ, สพฺพํ วฏฺฏติ. สยํ ปฏิคฺคเหตฺวา อปริจฺจตฺตเมว หิ ทุติยทิวเส น วฏฺฏติ. ตโต หิ เอกสิตฺถมฺปิ อชฺโฌหรโต ปาจิตฺติยเมว.
อกปฺปิยมํเสสุ มนุสฺสมํเส ถุลฺลจฺจเยน สทฺวึ ปาจิตฺติยํ, อวเสเสสุ ทุกฺกเฏน สทฺธึ. ยามกาลิกํ สติ ปจฺจเย อชฺโฌหรโต ปาจิตฺติยํ. อาหารตฺถาย อชฺโฌหรโต ทุกฺกเฏน สทฺธึ ปาจิตฺติยํ. สเจ ปวาริโต หุตฺวา อนติริตฺตกตํ อชฺโฌหรติ, ปกติอามิเส เทฺว ปาจิตฺติยานิ, มนุสฺสมํเส ถุลฺลจฺจเยน สทฺธึ เทฺว, เสสอกปฺปิยมํเส ทุกฺกเฏน สทฺธึ, ยามกาลิกํ สติ ปจฺจเย สามิเสน มุเขน อชฺโฌหรโต เทฺว, นิรามิเสน เอกเมว. อาหารตฺถาย อชฺโฌหรโต วิกปฺปทฺวเยปิ ทุกฺกฏํ วฑฺฒติ. สเจ วิกาเล อชฺโฌหรติ, ปกติโภชเน สนฺนิธิปจฺจยา จ วิกาลโภชนปจฺจยา จ เทฺว ปาจิตฺติยานิ, อกปฺปิยมํเสสุ ถุลฺลจฺจยญฺจ ทุกฺกฏญฺจ วฑฺฒติ. ยามกาลิเกสุ วิกาลปจฺจยา อนาปตฺติ, อนติริตฺตปจฺจยา ปน วิกาเล สพฺพวิกปฺเปสุ อนาปตฺติ.
๒๕๕. สตฺตาหกาลิกํ ยาวชีวิกํ อาหารตฺถายาติ อาหารตฺถาย ปฏิคฺคณฺหโต ปฏิคฺคหณปจฺจยา ตาว ทุกฺกฏํ, อชฺโฌหรโต ปน สเจ นิรามิสํ โหติ, อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร ทุกฺกฏํ. อถ อามิสสํสฏฺฐํ ปฏิคฺคเหตฺวา ฐปิตํ โหติ, ยถาวตฺถุกํ ปาจิตฺติยเมว.
๒๕๖. อนาปตฺติ ยาวกาลิกนฺติอาทิมฺหิ วิกาลโภชนสิกฺขาปเท นิทฺทิฏฺฐํ ขาทนียโภชนียํ ยาว มชฺฌนฺติกสงฺขาโต กาโล, ตาว ภุญฺชิตพฺพโต ยาวกาลิกํ. สทฺธึ อนุโลมปาเนหิ อฏฺฐวิธํ ปานํ ยาว รตฺติยา ปจฺฉิมยามสงฺขาโต ยาโม, ตาว ปริภุญฺชิตพฺพโต ยาโม กาโล อสฺสาติ ยามกาลิกํ. สปฺปิอาทิ ปญฺจวิธํ เภสชฺชํ สตฺตาหํ นิเธตพฺพโต สตฺตาโห กาโล อสฺสาติ สตฺตาหกาลิกํ. ฐเปตฺวา อุทกํ อวเสสํ สพฺพมฺปิ ยาวชีวํ ปริหริตฺวา สติ ปจฺจเย ปริภุญฺชิตพฺพโต ยาวชีวกนฺติ วุจฺจติ.
ตตฺถ อรุโณทเยว ปฏิคฺคหิตํ ยาวกาลิกํ สตกฺขตฺตุมฺปิ นิทหิตฺวา ยาวกาโล นาติกฺกมติ ตาว, ยามกาลิกํ เอกํ อโหรตฺตํ, สตฺตาหกาลิกํ สตฺตรตฺตํ, อิตรํ สติ ปจฺจเย, ยาวชีวมฺปิ ปริภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. อฏฺฐกถาสุ ปน อิมสฺมึ ฐาเน ปานกถา กปฺปิยานุโลมกถา ‘‘กปฺปติ นุ โข ยาวกาลิเกน ยามกาลิก’’นฺติอาทิกถา จ กปฺปิยภูมิกถา จ วิตฺถาริตา, ตํ มยํ อาคตฏฺฐาเนเยว กถยิสฺสาม.
เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กายโต จ กายจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
สนฺนิธิการกสิกฺขาปทํ อฏฺฐมํ.
๙. ปณีตโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๕๗. นวมสิกฺขาปเท – ปณีตโภชนานีติ อุตฺตมโภชนานิ. กสฺส สมฺปนฺนํ น มนาปนฺติ สมฺปตฺติยุตฺตํ กสฺส น ปิยํ. สาทุนฺติ สุรสํ.
๒๕๙. โย ปน ภิกฺขุ เอวรูปานิ ปณีตโภชนานิ อคิลาโน อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺเชยฺยาติ เอตฺถ สุทฺธานิ สปฺปิอาทีนิ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺโต ปาจิตฺติยํ นาปชฺชติ, เสขิเยสุ สูโปทนวิญฺญตฺติทุกฺกฏํ อาปชฺชติ, โอทนสํสฏฺฐานิ ปน วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺโต ปาจิตฺติยํ อาปชฺชตีติ เวทิตพฺโพ, อยํ กิเรตฺถ อธิปฺปาโย. เตเนว จ ‘‘ปณีตานี’’ติ อวตฺวา ‘‘ปณีตโภชนานี’’ติ สุตฺเต วุตฺตํ. ‘‘ปณีตานี’’ติ หิ วุตฺเต สปฺปิอาทีนํเยว คหณํ โหติ, ‘‘ปณีตโภชนานี’’ติ วุตฺเต ปน ปณีตสํสฏฺฐานิ สตฺตธญฺญนิพฺพตฺตานิ โภชนานิ ปณีตโภชนานีติ อยมตฺโถ ปญฺญายติ.
อิทานิ วิญฺญาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏนฺติอาทีสุ อยํ วินิจฺฉโย – ‘‘สปฺปินา ภตฺตํ เทหิ, สปฺปึ อากิริตฺวา เทหิ, สปฺปิมิสฺสกํ กตฺวา เทหิ, สหสปฺปินา เทหิ, สปฺปิญฺจ ภตฺตญฺจ เทหี’’ติ วิญฺญาเปนฺตสฺส วิญฺญตฺติยา ทุกฺกฏํ, ปฏิคฺคหเณ ทุกฺกฏํ, อชฺโฌหาเร ปาจิตฺติยํ. ‘‘สปฺปิภตฺตํ เทหี’’ติ วุตฺเต ปน ยสฺมา สาลิภตฺตํ วิย สปฺปิภตฺตํ นาม นตฺถิ; ตสฺมา สูโปทนวิญฺญตฺติทุกฺกฏเมว เวทิตพฺพํ.
สเจ ปน ‘‘สปฺปินา ภตฺตํ เทหี’’ติ วุตฺเต ภตฺตํ ทตฺวา ‘‘สปฺปึ กตฺวา ภุญฺชา’’ติ นวนีตํ วา ขีรํ วา ทธึ วา เทติ, มูลํ วา ปน เทติ, ‘‘อิมินา สปฺปึ คเหตฺวา ภุญฺชา’’ติ ยถาวตฺถุกเมว. ‘‘โคสปฺปินา ภตฺตํ เทหี’’ติ วุตฺเต ปน โคสปฺปินา วา เทตุ, โคสปฺปิมฺหิ อสติ, ปุริมนเยเนว โคนวนีตาทีนิ วา คาวึเยว วา เทตุ ‘‘อิโต สปฺปินา ภุญฺชา’’ติ ยถาวตฺถุกเมว. สเจ ปน โคสปฺปินา ยาจิโต อชิยา สปฺปิอาทีหิ เทติ, วิสงฺเกตํ. เอวญฺหิ สติ อญฺญํ ยาจิเตน อญฺญํ ทินฺนํ นาม โหติ, ตสฺมา อนาปตฺติ. เอส นโย อชิยา สปฺปินา เทหีติ อาทีสุปิ.
‘‘กปฺปิยสปฺปินา เทหี’’ติ วุตฺเต อกปฺปิยสปฺปินา เทติ, วิสงฺเกตเมว. ‘‘อกปฺปิยสปฺปินาติ วุตฺเต อกปฺปิยสปฺปินา เทติ, ปฏิคฺคหเณปิ ปริโภเคปิ ทุกฺกฏเมว. อกปฺปิยสปฺปิมฺหิ อสติ ปุริมนเยเนว อกปฺปิยนวนีตาทีนิ เทติ ‘‘สปฺปึ กตฺวา ภุญฺชา’’ติ อกปฺปิยสปฺปินาว ทินฺนํ โหติ. ‘‘อกปฺปิยสปฺปินา’’ติ วุตฺเต กปฺปิเยน เทติ, วิสงฺเกตํ. ‘‘สปฺปินา’’ติ วุตฺเต เสเสสุ นวนีตาทีสุ อญฺญตเรน เทติ, วิสงฺเกตเมว. เอส นโย นวนีเตน เทหีติอาทีสุปิ. เยน เยน หิ วิญฺญตฺติ โหติ, ตสฺมึ วา ตสฺส มูเล วา ลทฺเธ, ตํ ตํ ลทฺธเมว โหติ.
สเจ ปน อญฺญํ ปาฬิยา อาคตํ วา อนาคตํ วา เทนฺติ, วิสงฺเกตํ. ปาฬิยํ อาคตนวนีตาทีนิ ฐเปตฺวา อญฺเญหิ นวนีตาทีหิ วิญฺญาเปนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. ยถา จ ‘‘สปฺปิภตฺตํ เทหี’’ติ วุตฺเต สาลิภตฺตสฺส วิย สปฺปิภตฺตสฺส อภาวา สูโปทนวิญฺญตฺติทุกฺกฏเมว โหตีติ วุตฺตํ. เอวํ นวนีตภตฺตํ เทหีติอาทีสุปิ. ปฏิปาฏิยา เอกเมกํ วิตฺถาเรตฺวา วุจฺจมาเนปิ หิ อยเมวตฺโถ วตฺตพฺโพ สิยา, โส จ สงฺเขเปนปิ สกฺกา ญาตุํ, กึ ตตฺถ วิตฺถาเรน? เตน วุตฺตํ – ‘‘เอส นโย นวนีเตน เทหีติอาทีสุปี’’ติ.
สเจ ปน สพฺเพหิปิ สปฺปิอาทีหิ เอกฏฺฐาเน วา นานาฏฺฐาเน วา วิญฺญาเปตฺวา ปฏิลทฺธํ เอกภาชเน อากิริตฺวา เอกรสํ กตฺวา ตโต กุสคฺเคนาปิ ชิวฺหคฺเค พินฺทุํ ฐเปตฺวา อชฺโฌหรติ, นว ปาจิตฺติยานิ อาปชฺชติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ปริวาเร –
‘‘กายิกานิ น วาจสิกานิ,
สพฺพานิ นานาวตฺถุกานิ;
อปุพฺพํ อจริมํ อาปชฺเชยฺย เอกโต,
ปญฺหาเมสา กุสเลหิ จินฺติตา’’ติ. (ปริ. ๔๘๑);
๒๖๑. อคิลาโน คิลานสญฺญีติ เอตฺถ สเจ คิลานสญฺญีปิ หุตฺวา เภสชฺชตฺถาย ปญฺจ เภสชฺชานิ วิญฺญาเปติ, มหานามสิกฺขาปเทน กาเรตพฺโพ. นว ปณีตโภชนานิ วิญฺญาเปนฺโต ปน อิมินา สิกฺขาปเทน กาเรตพฺโพ. ภิกฺขุนีนํ ปน เอตานิ ปาฏิเทสนียวตฺถูนิ โหนฺติ, สูโปทนวิญฺญตฺติยํ อุภเยสมฺปิ เสขปณฺณตฺติทุกฺกฏเมว. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
จตุสมุฏฺฐานํ – กายโต กายวาจโต กายจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ,
กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ปณีตโภชนสิกฺขาปทํ นวมํ.
๑๐. ทนฺตโปนสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๖๓. ทสมสิกฺขาปเท – จตูสุ ปจฺจเยสุ อนฺตมโส ทนฺตกฏฺฐมฺปิ สพฺพํ ปํสุกูลเมว อสฺสาติ สพฺพปํสุกูลิโก. โส กิร สุสาเน ฉฑฺฑิตภาชนเมว ปตฺตํ กตฺวา ตตฺถ ฉฑฺฑิตโจฬเกเหว จีวรํ กตฺวา ตตฺถ ฉฑฺฑิตมญฺจปีฐกานิเยว คเหตฺวา ปริภุญฺชติ. อยฺยโวสาฏิตกานีติ เอตฺถ อยฺยา วุจฺจนฺติ กาลงฺกตา ปิติปิตามหา. โวสาฏิตกานิ วุจฺจนฺติ เตสํ อตฺถาย สุสานาทีสุ ฉฑฺฑิตกานิ ขาทนียโภชนียานิ; มนุสฺสา กิร กาลงฺกเต ญาตเก อุทฺทิสฺส ยํ เตสํ สชีวกาเล ปิยํ โหติ, ตํ เอเตสุ สุสานาทีสุ ปิณฺฑํ ปิณฺฑํ กตฺวา ‘‘ญาตกา โน ปริภุญฺชนฺตูติ ฐเปนฺติ. โส ภิกฺขุ ตํ คเหตฺวา ภุญฺชติ, อญฺญํ ปณีตมฺปิ ทิยฺยมานํ น อิจฺฉติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สุสาเนปิ รุกฺขมูเลปิ อุมฺมาเรปิ อยฺยโวสาฏิตกานิ สามํ คเหตฺวา ปริภุญฺชตี’’ติ. เถโรติ ถิโร ฆนพทฺโธ. วฐโรติ ถูโล; ถูโล จ ฆนสรีโร จายํ ภิกฺขูติ วุตฺตํ โหติ. มนุสฺสมํสํ มญฺเญ ขาทตีติ มนุสฺสมํสํ ขาทตีติ นํ สลฺลกฺเขม; มนุสฺสมํสํ ขาทนฺตา หิ อีทิสา ภวนฺตีติ อยํ เตสํ อธิปฺปาโย.
๒๖๔. อุทกทนฺตโปเน กุกฺกุจฺจายนฺตีติ เอตฺถ เต ภิกฺขู ‘‘อทินฺนํ มุขทฺวารํ อาหารํ อาหเรยฺยา’’ติ ปทสฺส สมฺมา อตฺถํ อสลฺลกฺเขตฺวา กุกฺกุจฺจายิสุํ, ภควา ปน ยถาอุปฺปนฺนสฺส วตฺถุสฺส วเสน ปิตา วิย ทารเก เต ภิกฺขู สญฺญาเปนฺโต อนุปญฺญตฺตึ ฐเปสิ.
๒๖๕. อทินฺนนฺติ กาเยน วา กายปฏิพทฺเธน วา คณฺหนฺตสฺส กายกายปฏิพทฺธนิสฺสคฺคิยานํ อญฺญตรวเสน น ทินฺนํ. เอตเทว หิ สนฺธาย ปทภาชเน ‘‘อทินฺนํ นาม อปฺปฏิคฺคหิตกํ วุจฺจตี’’ติ วุตฺตํ. ทุติยปาราชิเก ปน ‘‘อทินฺนํ นาม ปรปริคฺคหิตกํ วุจฺจตี’’ติ วุตฺตํ. ทินฺนนฺติ อิทํ ปน ตสฺเสว อทินฺนสฺส ปฏิปกฺขวเสน ลกฺขณทสฺสนตฺถํ อุทฺธฏํ. นิทฺเทเส จสฺส ‘‘กาเยน วา กายปฏิพทฺเธน วา นิสฺสคฺคิเยน วา เทนฺเต’’ติ เอวํ อญฺญสฺมึ ททมาเน ‘‘หตฺถปาเส ฐิโต กาเยน วา กายปฏิพทฺเธน วา ปฏิคฺคณฺหาตีติ ตํ เอวํ ทิยฺยมานํ อนฺตมโส รถเรณุมฺปิ สเจ ปุพฺเพ วุตฺตลกฺขเณ หตฺถปาเส ฐิโต กาเยน วา กายปฏิพทฺเธน วา ปฏิคฺคณฺหาติ, เอตํ เอวํ ปฏิคฺคหิตํ ทินฺนํ นาม วุจฺจติ. น ‘‘อิทํ คณฺห, อิทํ ตว โหตู’’ติอาทิวจเนน นิสฺสฏฺฐํ.
ตตฺถ กาเยนาติ หตฺถาทีสุ เยน เกนจิ สรีราวยเวน; อนฺตมโส ปาทงฺคุลิยาปิ ทิยฺยมานํ กาเยน ทินฺนํ นาม โหติ, ปฏิคฺคหเณปิ เอเสว นโย. เยน เกนจิ หิ สรีราวยเวน คหิตํ กาเยน คหิตเมว โหติ. สเจปิ นตฺถุกรณิยา ทิยฺยมานํ นาสาปุเฏน อกลฺลโก วา มุเขน ปฏิคฺคณฺหาติ. อาโภคมตฺตเมว หิ เอตฺถ ปมาณนฺติ อยํ นโย มหาปจฺจริยํ วุตฺโต. กายปฏิพทฺเธนาติ กฏจฺฉุอาทีสุ เยน เกนจิ อุปกรเณน ทินฺนํ กายปฏิพทฺเธน ทินฺนํ นาม โหติ. ปฏิคฺคหเณปิ เอเสว นโย. เยน เกนจิ สรีรปฏิพทฺเธน ปตฺตถาลกาทินา คหิตํ กายปฏิพทฺเธน คหิตเมว โหติ. นิสฺสคฺคิเยนาติ กายโต จ กายปฏิพทฺธโต จ โมเจตฺวา หตฺถปาเส ฐิตสฺส กาเยน วา กายปฏิพทฺเธน วา ปาติยมานมฺปิ นิสฺสคฺคิเยน ปโยเคน ทินฺนํ นาม โหติ. อยํ ตาว ปาฬิวณฺณนา.
อยํ ปเนตฺถ ปาฬิมุตฺตกวินิจฺฉโย – ปญฺจงฺเคหิ ปฏิคฺคหณํ รุหติ – ถามมชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส อุจฺจารณมตฺตํ โหติ, หตฺถปาโส ปญฺญายติ, อภิหาโร ปญฺญายติ, เทโว วา มนุสฺโส วา ติรจฺฉานคโต วา กาเยน วา กายปฏิพทฺเธน วา นิสฺสคฺคิเยน วา เทติ, ตํ เจ ภิกฺขุ กาเยน วา กายปฏิพทฺเธน วา ปฏิคฺคณฺหาติ. เอวํ ปญฺจหงฺเคหิ ปฏิคฺคหณํ รุหติ.
ตตฺถ ฐิตนิสินฺนนิปนฺนานํ ปวารณสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว หตฺถปาโส เวทิตพฺโพ. สเจ ปน ทายกปฏิคฺคาหเกสุ เอโก อากาเส โหติ, เอโก ภูมิยํ, ภูมฏฺฐสฺส จ สีเสน อากาสฏฺฐสฺส จ ฐเปตฺวา ทาตุํ วา คเหตุํ วา ปสาริตหตฺถํ, ยํ อาสนฺนตรํ องฺคํ, ตสฺส โอริมนฺเตน หตฺถปาสปฺปมาณํ ปริจฺฉินฺทิตพฺพํ. สเจปิ เอโก กูเป โหติ, เอโก กูปตเฏ, เอโก วา ปน รุกฺเข, เอโก ปถวิยํ, วุตฺตนเยเนว หตฺถปาสปฺปมาณํ ปริจฺฉินฺทิตพฺพํ. เอวรูเป หตฺถปาเส ฐตฺวา สเจปิ ปกฺขี มุขตุณฺฑเกน วา หตฺถี วา โสณฺฑาย คเหตฺวา ปุปฺผํ วา ผลํ วา เทติ, ปฏิคฺคหณํ รุหติ. สเจ ปน อทฺธฏฺฐมรตนสฺสาปิ หตฺถิโน ขนฺเธ นิสินฺโน, เตน โสณฺฑาย ทิยฺยมานํ คณฺหาติ, วฏฺฏติเยว.
เอโก พหูนิ ภตฺตพฺยญฺชนภาชนานิ สีเส กตฺวา ภิกฺขุสฺส สนฺติกํ อาคนฺตฺวา ฐิตโกว คณฺหถาติ วทติ, น ตาว อภิหาโร ปญฺญายติ, ตสฺมา น คเหตพฺพํ. สเจ ปน อีสกมฺปิ โอนมติ, ภิกฺขุนา หตฺถํ ปสาเรตฺวา เหฏฺฐิมภาชนํ เอกเทเสนาปิ สมฺปฏิจฺฉิตพฺพํ. เอตฺตาวตา สพฺพภาชนานิ ปฏิคฺคหิตานิ โหนฺติ, ตโต ปฏฺฐาย โอโรเปตฺวา วา อุคฺฆาเฏตฺวา วา ยํ อิจฺฉติ, ตํ คเหตฺวา ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. สภตฺตปจฺฉิอาทิมฺหิ ปน เอกภาชเน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ, กาเชน ภตฺตํ หรนฺโตปิ สเจ กาชํ โอนาเมตฺวา เทติ, วฏฺฏติ. ตึสหตฺโถ เวณุ โหติ, เอกสฺมึ อนฺเต คุฬกุมฺโภ พทฺโธ, เอกสฺมึ สปฺปิกุมฺโภ, ตญฺเจ ปฏิคฺคณฺหาติ, สพฺพํ ปฏิคฺคหิตเมว. อุจฺฉุยนฺตโทณิโต ปคฺฆรนฺตเมว รสํ คณฺหถาติ วทติ, อภิหาโร น ปญฺญายตีติ น คเหตพฺโพ. สเจ ปน กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา หตฺเถน อุสฺสิญฺจิตฺวา อุสฺสิญฺจิตฺวา เทติ, วฏฺฏติ.
พหู ปตฺตา มญฺเจ วา ปีเฐ วา กฏสารเก วา โทณิยํ วา ผลเก วา ฐปิตา โหนฺติ, ยตฺถ ฐิตสฺส ทายโก หตฺถปาเส โหติ, ตตฺถ ฐตฺวา ปฏิคฺคหณสญฺญาย มญฺจาทีนิ องฺคุลิยาปิ ผุสิตฺวา ฐิเตน วา นิสินฺเนน วา นิปนฺเนน วา ยํ เตสุ ปตฺเตสุ ทิยฺยติ, ตํ สพฺพํ ปฏิคฺคหิตํ โหติ. สเจปิ ปฏิคฺคเหสฺสามีติ มญฺจาทีนิ อารุหิตฺวา นิสีทติ, วฏฺฏติเยว. สเจ ปน มญฺจาทีนิ หตฺเถน คเหตฺวา มญฺเจ นิสีทติ, วตฺตพฺพเมว นตฺถิ.
ปถวิยํ ปน สเจปิ กุจฺฉิยา กุจฺฉึ อาหจฺจ ฐิตา โหนฺติ, ยํ ยํ องฺคุลิยา วา สูจิยา วา ผุสิตฺวา นิสินฺโน โหติ, ตตฺถ ตตฺถ ทิยฺยมานเมว ปฏิคฺคหิตํ โหติ. ‘‘ยตฺถ กตฺถจิ มหากฏสารหตฺถตฺถรณาทีสุ ฐปิตปตฺเต ปฏิคฺคหณํ น รุหตี’’ติ วุตฺตํ, ตํ หตฺถปาสาติกฺกมํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. หตฺถปาเส ปน สติ ยตฺถ กตฺถจิ วฏฺฏติ อญฺญตฺร ตตฺถชาตกา.
ตตฺถชาตเก ปน ปทุมินิปณฺเณ วา กึสุกปณฺณาทิมฺหิ วา น วฏฺฏติ. น หิ ตํ กายปฏิพทฺธสงฺขฺยํ คจฺฉติ. ยถา จ ตตฺถชาตเก; เอวํ ขาณุเก พนฺธิตฺวา ฐปิตมญฺจาทิมฺหิ อสํหาริเม ผลเก วา ปาสาเณ วา น รุหติเยว, เตปิ หิ ตตฺถชาตกสงฺเขปุปคา โหนฺติ. ภูมิยํ อตฺถเตสุ สุขุเมสุ ตินฺติณิกาทิปณฺเณสุปิ ปฏิคฺคหณํ น รุหติ, น หิ ตานิ สนฺธาเรตุํ สมตฺถานีติ. มหนฺเตสุ ปน ปทุมินิปณฺณาทีสุ รุหติ. สเจ หตฺถปาสํ อติกฺกมฺม ฐิโต ทีฆทณฺฑเกน อุฬุงฺเกน เทติ, อาคนฺตฺวา เทหีติ วตฺตพฺโพ. วจนํ อสุตฺวา วา อนาทิยิตฺวา วา ปตฺเต อากิรติเยว, ปุน ปฏิคฺคเหตพฺพํ. ทูเร ฐตฺวา ภตฺตปิณฺฑํ ขิปนฺเตปิ เอเสว นโย.
สเจ ปตฺตตฺถวิกโต นีหริยมาเน ปตฺเต รชนจุณฺณานิ โหนฺติ, สติ อุทเก โธวิตพฺโพ, อสติ รชนจุณฺณํ ปุจฺฉิตฺวา ปฏิคฺคเหตฺวา วา ปิณฺฑาย จริตพฺพํ. สเจ ปิณฺฑาย จรนฺตสฺส รชํ ปตติ, ปฏิคฺคเหตฺวา ภิกฺขา คณฺหิตพฺพา. อปฺปฏิคฺคเหตฺวา คณฺหโต วินยทุกฺกฏํ. ตํ ปน ปุน ปฏิคฺคเหตฺวา ภุญฺชโต อนาปตฺติ. สเจ ปน ‘‘ปฏิคฺคเหตฺวา เทถา’’ติ วุตฺเต วจนํ อสุตฺวา วา อนาทิยิตฺวา วา ภิกฺขํ เทนฺติเยว, วินยทุกฺกฏํ นตฺถิ, ปุน ปฏิคฺคเหตฺวา อญฺญา ภิกฺขา คเหตพฺพา.