๒. คณโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๐๙. ทุติยสิกฺขาปเท – ปริหีนลาภสกฺกาโรติ โส กิร อชาตสตฺตุนา ราชานํ มาราเปตฺวาปิ อภิมาเร โยเชตฺวาปิ รุหิรุปฺปาทํ กตฺวาปิ คุฬฺหปฏิจฺฉนฺโน อโหสิ. ยทา ปน ทิวาเยว ธนปาลกํ ปโยเชสิ, ตทา ปากโฏ ชาโต. ‘‘กถํ เทวทตฺโต หตฺถึ ปโยเชสี’’ติ ปริกถาย อุปฺปนฺนาย ‘‘น เกวลํ หตฺถึ ปโยเชสิ, ราชานมฺปิ มาราเปสิ, อภิมาเรปิ เปเสสิ, สิลมฺปิ ปวิชฺฌิ, ปาโป เทวทตฺโต’’ติ ปากโฏ อโหสิ. ‘‘เกน สทฺธึ อิทํ กมฺมมกาสี’’ติ จ วุตฺเต ‘‘รญฺญา อชาตสตฺตุนา’’ติ อาหํสุ. ตโต นาครา ‘‘กถญฺหิ นาม ราชา เอวรูปํ โจรํ สาสนกณฺฏกํ คเหตฺวา วิจริสฺสตี’’ติ อุฏฺฐหึสุ. ราชา นครสงฺโขภํ ญตฺวา เทวทตฺตํ นีหริ. ตโต ปฏฺฐาย จสฺส ปญฺจถาลิปากสตานิ อุปจฺฉินฺทิ, อุปฏฺฐานมฺปิสฺส น อคมาสิ, อญฺเญปิสฺส มนุสฺสา น กิญฺจิ ทาตพฺพํ วา กาตพฺพํ วา มญฺญึสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ปริหีนลาภสกฺกาโร’’ติ. กุเลสุ วิญฺญาเปตฺวา วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชตีติ ‘‘มา เม คโณ ภิชฺชี’’ติ ปริสํ โปเสนฺโต ‘‘ตฺวํ เอกสฺส ภิกฺขุโน ภตฺตํ เทหิ, ตฺวํ ทฺวินฺน’’นฺติ เอวํ วิญฺญาเปตฺวา สปริโส กุเลสุ ภุญฺชติ.
๒๑๑. จีวรํ ปริตฺตํ อุปฺปชฺชตีติ ภตฺตํ อคณฺหนฺตานํ จีวรํ น เทนฺติ, ตสฺมา ปริตฺตํ อุปฺปชฺชติ.
๒๑๒. จีวรการเก ภิกฺขู ภตฺเตน นิมนฺเตนฺตีติ คาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา จิเรน จีวรํ นิฏฺฐาเปนฺเต ทิสฺวา ‘‘เอวํ ลหุํ นิฏฺฐาเปตฺวา จีวรํ ปริภุญฺชิสฺสนฺตี’’ติ ปุญฺญกามตาย นิมนฺเตนฺติ.
๒๑๕. นานาเวรชฺชเกติ นานาวิเธหิ อญฺญรชฺเชหิ อาคเต. ‘‘นานาวิรชฺชเก’’ติปิ ปาโฐ, อยเมวตฺโถ.
๒๑๗-๘. คณโภชเนติ คณสฺส โภชเน. อิธ จ คโณ นาม จตฺตาโร ภิกฺขู อาทึ กตฺวา ตตุตฺตรึ ภิกฺขู อธิปฺเปตา, เตเนว สพฺพนฺติมํ ปริจฺเฉทํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ยตฺถ จตฺตาโร ภิกฺขู…เป… เอตํ คณโภชนํ นามา’’ติ. ตํ ปเนตํ คณโภชนํ ทฺวีหากาเรหิ ปสวติ นิมนฺตนโต วา วิญฺญตฺติโต วา. กถํ นิมนฺตนโต ปสวติ? จตฺตาโร ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ตุเมฺห, ภนฺเต, โอทเนน นิมนฺเตมิ, โอทนํ เม คณฺหถ อากงฺขถ โอโลเกถ อธิวาเสถ ปฏิมาเนถา’’ติ เอวํ เยน เกนจิ เววจเนน วา ภาสนฺตเรน วา ปญฺจนฺนํ โภชนานํ นามํ คเหตฺวา นิมนฺเตติ. เอวํ เอกโต นิมนฺติตา ปริจฺฉินฺนกาลวเสน อชฺชตนาย วา สฺวาตนาย วา เอกโต คจฺฉนฺติ, เอกโต คณฺหนฺติ, เอกโต ภุญฺชนฺติ, คณโภชนํ โหติ, สพฺเพสํ อาปตฺติ. เอกโต นิมนฺติตา เอกโต วา นานโต วา คจฺฉนฺติ, เอกโต คณฺหนฺติ, นานโต ภุญฺชนฺติ, อาปตฺติเยว. ปฏิคฺคหณเมว หิ เอตฺถ ปมาณํ. เอกโต นิมนฺติตา เอกโต วา นานโต วา คจฺฉนฺติ, นานโต คณฺหนฺติ, เอกโต วา นานโต วา ภุญฺชนฺติ, อนาปตฺติ. จตฺตาริ ปริเวณานิ วา วิหาเร วา คนฺตฺวา นานโต นิมนฺติตา เอกฏฺฐาเน ฐิเตสุเยว วา เอโก ปุตฺเตน เอโก ปิตราติ เอวมฺปิ นานโต นิมนฺติตา เอกโต วา นานโต วา คจฺฉนฺตุ, เอกโต วา นานโต วา ภุญฺชนฺตุ, สเจ เอกโต คณฺหนฺติ, คณโภชนํ โหติ, สพฺเพสํ อาปตฺติ. เอวํ ตาว นิมนฺตนโต ปสวติ.
กถํ วิญฺญตฺติโต? จตฺตาโร ภิกฺขู เอกโต ฐิตา วา นิสินฺนา วา อุปาสกํ ทิสฺวา ‘‘อมฺหากํ จตุนฺนมฺปิ ภตฺตํ เทหี’’ติ วา วิญฺญาเปยฺยุํ, ปาเฏกฺกํ วา ปสฺสิตฺวา ‘‘มยฺหํ เทหิ, มยฺหํ เทหี’’ติ เอวํ เอกโต วา นานโต วา วิญฺญาเปตฺวา เอกโต วา คจฺฉนฺตุ นานโต วา, ภตฺตํ คเหตฺวาปิ เอกโต วา ภุญฺชนฺตุ นานโต วา, สเจ เอกโต คณฺหนฺติ, คณโภชนํ โหติ, สพฺเพสํ อาปตฺติ. เอวํ วิญฺญตฺติโต ปสวติ.
ปาทาปิ ผลิตาติ ยถา มหาจมฺมสฺส ปรโต มํสํ ทิสฺสติ; เอวํ ผาลิตา, วาลิกาย วา สกฺขราย วา ปหฏมตฺเต ทุกฺขํ อุปฺปาเทนฺติ, น สกฺกา โหติ อนฺโตคาเม ปิณฺฑาย จริตุํ. อีทิเส เคลญฺเญ คิลานสมโยติ ภุญฺชิตพฺพํ, น เลสกปฺปิยํ กาตพฺพํ.
จีวเร กยิรมาเนติ ยทา สาฏกญฺจ สุตฺตญฺจ ลภิตฺวา จีวรํ กโรนฺติ ตทา; วิสุญฺหิ จีวรการสมโย นาม นตฺถิ. ตสฺมา โย ตตฺถ จีวเร กตฺตพฺพํ ยํกิญฺจิ กมฺมํ กโรติ, มหาปจฺจริยญฺหิ ‘‘อนฺตมโส สูจิเวธนโก’’ติปิ วุตฺตํ, เตน จีวรการสมโยติ ภุญฺชิตพฺพํ. กุรุนฺทิยํ ปน วิตฺถาเรเนว วุตฺตํ. โย จีวรํ วิจาเรติ, ฉินฺทติ, โมฆสุตฺตํ ฐเปติ, อาคนฺตุกปฏฺฏํ ฐเปติ, ปจฺจาคตํ สิพฺพติ, อาคนฺตุกปฏฺฏํ พนฺธติ, อนุวาตํ ฉินฺทติ ฆฏฺเฏติ อาโรเปติ, ตตฺถ ปจฺจาคตํ สิพฺพติ, สุตฺตํ กโรติ วเลติ, ปิปฺผลิกํ นิเสติ, ปริวตฺตนํ กโรติ, สพฺโพปิ จีวรํ กโรติเยวาติ วุจฺจติ. โย ปน สมีเป นิสินฺโน ชาตกํ วา ธมฺมปทํ วา กเถติ, อยํ น จีวรการโก. เอตํ ฐเปตฺวา เสสานํ คณโภชเน อนาปตฺตีติ.
อทฺธโยชนนฺติ เอตฺตกมฺปิ อทฺธานํ คนฺตุกาเมน. โย ปน ทูรํ คนฺตุกาโม, ตตฺถ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. คจฺฉนฺเตนาติ อทฺธานํ คจฺฉนฺเตน, อทฺธโยชนพฺภนฺตเร คาวุเตปิ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. คเตน ภุญฺชิตพฺพนฺติ คเตน เอกทิวสํ ภุญฺชิตพฺพํ. นาวาภิรุหเนปิ เอเสว นโย. อยํ ปน วิเสโส – อภิรุเฬฺหน อิจฺฉิตฏฺฐานํ คนฺตฺวาปิ ยาว น โอโรหติ ตาว ภุญฺชิตพฺพนฺติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. จตุตฺเถ อาคเตติ อยํ อนฺติมปริจฺเฉโท, จตุตฺเถปิ อาคเต ยตฺถ น ยาเปนฺติ; โส มหาสมโย. ยตฺถ ปน สตํ วา สหสฺสํ วา สนฺนิปตนฺติ, ตตฺถ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. ตสฺมา ตาทิเส กาเล ‘‘มหาสมโย’’ติ อธิฏฺฐหิตฺวา ภุญฺชิตพฺพํ. โย โกจิ ปริพฺพาชกสมาปนฺโนติ สหธมฺมิเกสุ วา ติตฺถิเยสุ วา อญฺญตโร, เอเตสญฺหิ เยน เกนจิ กเต ภตฺเต ‘‘สมณภตฺตสมโย’’ติ ภุญฺชิตพฺพํ.
๒๒๐. อนาปตฺติ สมเยติ สตฺตสุ สมเยสุ อญฺญตรสฺมึ อนาปตฺติ. เทฺว ตโย เอกโตติ เยปิ อกปฺปิยนิมนฺตนํ สาทิยิตฺวา เทฺว วา ตโย วา เอกโต คเหตฺวา ภุญฺชนฺติ, เตสมฺปิ อนาปตฺติ.
ตตฺถ อนิมนฺติตจตุตฺถํ, ปิณฺฑปาติกจตุตฺถํ, อนุปสมฺปนฺนจตุตฺถํ, ปตฺตจตุตฺถํ, คิลานจตุตฺถนฺติ ปญฺจนฺนํ จตุกฺกานํ วเสน วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. กถํ? อิเธกจฺโจ จตฺตาโร ภิกฺขู ‘‘ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ นิมนฺเตติ. เตสุ ตโย คตา, เอโก น คโต. อุปาสโก ‘‘เอโก ภนฺเต เถโร กุหิ’’นฺติ ปุจฺฉติ. นาคโต อุปาสกาติ. โส อญฺญํ ตงฺขณปฺปตฺตํ กญฺจิ ‘‘เอหิ ภนฺเต’’ติ ปเวเสตฺวา จตุนฺนมฺปิ ภตฺตํ เทติ, สพฺเพสํ อนาปตฺติ. กสฺมา? คณปูรกสฺส อนิมนฺติตตฺตา. ตโย เอว หิ ตตฺถ นิมนฺติตา คณฺหึสุ, เตหิ คโณ น ปูรติ, คณปูรโก จ อนิมนฺติโต, เตน คโณ ภิชฺชตีติ อิทํ อนิมนฺติตจตุตฺถํ.
ปิณฺฑปาติกจตุตฺเถ – นิมนฺตนกาเล เอโก ปิณฺฑปาติโก โหติ, โส นาธิวาเสติ. คมนเวลาย ปน ‘‘เอหิ ภนฺเต’’ติ วุตฺเต อนธิวาสิตตฺตา อนาคจฺฉนฺตมฺปิ ‘‘เอถ ภิกฺขํ ลจฺฉถา’’ติ คเหตฺวา คจฺฉนฺติ, โส ตํ คณํ ภินฺทติ. ตสฺมา สพฺเพสํ อนาปตฺติ.
อนุปสมฺปนฺนจตุตฺเถ – สามเณเรน สทฺธึ นิมนฺติตา โหนฺติ, โสปิ คณํ ภินฺทติ.
ปตฺตจตุตฺเถ – เอโก สยํ อคนฺตฺวา ปตฺตํ เปเสติ; เอวมฺปิ คโณ ภิชฺชติ. ตสฺมา สพฺเพสํ อนาปตฺติ.
คิลานจตุตฺเถ – คิลาเนน สทฺธึ นิมนฺติตา โหนฺติ, ตตฺถ คิลานสฺเสว อนาปตฺติ, อิตเรสํ ปน คณปูรโก โหติ. น หิ คิลาเนน คโณ ภิชฺชติ. ตสฺมา เตสํ อาปตฺติเยว. มหาปจฺจริยํ ปน อวิเสเสน วุตฺตํ.
สมยลทฺธโก สยเมว มุจฺจติ, เสสานํ คณปูรกตฺตา อาปตฺติกโร โหติ. ตสฺมา จีวรทานสมยลทฺธกาทีนมฺปิ วเสน จตุกฺกานิ เวทิตพฺพานิ. สเจ ปน อธิวาเสตฺวา คเตสุปิ จตูสุ ชเนสุ เอโก ปณฺฑิโต ภิกฺขุ ‘‘อหํ ตุมฺหากํ คณํ ภินฺทิสฺสามิ, นิมนฺตนํ สาทิยถา’’ติ วตฺวา ยาคุขชฺชกาวสาเน ภตฺตตฺถาย ปตฺตํ คณฺหนฺตานํ อทตฺวา ‘‘อิเม ตาว ภิกฺขู โภเชตฺวา วิสฺสชฺเชถ, อหํ ปจฺฉา อนุโมทนํ กตฺวา คมิสฺสามี’’ติ นิสินฺโน. เตสุ ภุตฺวา คเตสุ ‘‘เทถ ภนฺเต ปตฺต’’นฺติ อุปาสเกน ปตฺตํ คเหตฺวา ภตฺเต ทินฺเน ภุญฺชิตฺวา อนุโมทนํ กตฺวา คจฺฉติ, สพฺเพสํ อนาปตฺติ. ปญฺจนฺนญฺหิ โภชนานํเยว วเสน คณโภชเน วิสงฺเกตํ นตฺถิ. โอทเนน นิมนฺติตา กุมฺมาสํ คณฺหนฺตาปิ อาปตฺตึ อาปชฺชนฺติ. ตานิ จ เตหิ เอกโต น คหิตานิ. ยาคุอาทีสุ ปน วิสงฺเกตํ โหติ, ตานิ เตหิ เอกโต คหิตานีติ. เอวํ เอโก ปณฺฑิโต อญฺเญสมฺปิ อนาปตฺตึ กโรติ.
ตสฺมา สเจ โกจิ สงฺฆภตฺตํ กตฺตุกาเมน นิมนฺตนตฺถาย เปสิโต วิหารํ อาคมฺม ‘‘ภนฺเต, เสฺว อมฺหากํ ฆเร ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ อวตฺวา ‘‘ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วา ‘‘สงฺฆภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วา ‘‘สงฺโฆ ภตฺตํ คณฺหาตู’’ติ วา วทติ, ภตฺตุทฺเทสเกน ปณฺฑิเตน ภวิตพฺพํ, เนมนฺตนิกา คณโภชนโต ปิณฺฑปาติกา จ ธุตงฺคเภทโต โมเจตพฺพา. กถํ? เอวํ ตาว วตฺตพฺพํ – ‘‘เสฺว น สกฺกา อุปาสกา’’ติ. ‘‘ปุนทิวเส, ภนฺเต’’ติ. ‘‘ปุนทิวเสปิ น สกฺกา’’ติ. เอวํ ยาว อทฺธมาสมฺปิ หริตฺวา ปุน วตฺตพฺโพ – ‘‘ตฺวํ กึ อวจา’’ติ? สเจ ปุนปิ ‘‘สงฺฆภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทติ, ตโต ‘‘อิมํ ตาว อุปาสก ปุปฺผํ กปฺปิยํ กโรหิ, อิมํ ติณ’’นฺติ เอวํ วิกฺเขปํ กตฺวา ปุน ‘‘กึ กถยิตฺถา’’ติ ปุจฺฉิตพฺโพ. สเจ ปุนปิ ตเถว วทติ, ‘‘อาวุโส, ตฺวํ ปิณฺฑปาติเก วา มหาเถเร วา น ลจฺฉสิ, สามเณเร ลจฺฉสี’’ติ วตฺตพฺโพ. ‘‘นนุ, ภนฺเต อสุกสฺมิญฺจ อสุกสฺมิญฺจ คาเม ภทนฺเต โภเชสุํ, อหํ กสฺมา น ลภามี’’ติ จ วุตฺเต ‘‘เต นิมนฺเตตุํ ชานนฺติ, ตฺวํ น ชานาสี’’ติ. เต กถํ นิมนฺเตสุํ ภนฺเตติ? เต เอวมาหํสุ – ‘‘อมฺหากํ, ภนฺเต, ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ. สเจ โสปิ ตเถว วทติ, วฏฺฏติ. อถ ปุนปิ ‘‘ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทติ, ‘‘น ทานิ ตฺวํ, อาวุโส, พหู ภิกฺขู ลจฺฉสิ, ตโย เอว ลจฺฉสี’’ติ วตฺตพฺโพ. ‘‘นนุ, ภนฺเต, อสุกสฺมิญฺจ อสุกสฺมิญฺจ คาเม สกลํ ภิกฺขุสงฺฆํ โภเชสุํ, อหํ กสฺมา น ลภามี’’ติ? ‘‘ตฺวํ นิมนฺเตตุํ น ชานาสี’’ติ. ‘‘เต กถํ นิมนฺเตสุ’’นฺติ? เต ‘‘ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ อาหํสูติ. สเจ โสปิ ‘‘ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ วทติ, วฏฺฏติ. อถ ปุนปิ ‘‘ภตฺตเมวา’’ติ วทติ, ตโต วตฺตพฺโพ – ‘‘คจฺฉ ตฺวํ, นตฺถมฺหากํ ตว ภตฺเตนตฺโถ, นิพทฺธโคจโร เอส อมฺหากํ, มยเมตฺถ ปิณฺฑาย จริสฺสามา’’ติ. ตํ ‘‘จรถ, ภนฺเต’’ติ วตฺวา อาคตํ ปุจฺฉนฺติ – ‘‘กึ โภ ลทฺธา ภิกฺขู’’ติ. ‘‘กึ เอเตน พหุ เอตฺถ วตฺตพฺพํ, ‘เถรา เสฺว ปิณฺฑาย จริสฺสามา’ติ อาหํสุ. มา ทานิ ตุเมฺห ปมชฺชิตฺถา’’ติ. ทุติยทิวเส เจติยวตฺตํ กตฺวา ฐิตา ภิกฺขู สงฺฆตฺเถเรน วตฺตพฺพา – ‘‘อาวุโส, ธุรคาเม สงฺฆภตฺตํ อปณฺฑิตมนุสฺโส ปน อคมาสิ, คจฺฉาม ธุรคาเม ปิณฺฑาย จริสฺสามา’’ติ. ภิกฺขูหิ เถรสฺส วจนํ กาตพฺพํ, น ทุพฺพเจหิ ภวิตพฺพํ, คามทฺวาเร อฏฺฐตฺวาว ปิณฺฑาย จริตพฺพํ. เตสุ ปตฺตานิ คเหตฺวา นิสีทาเปตฺวา โภเชนฺเตสุ ภุญฺชิตพฺพํ. สเจ อาสนสาลาย ภตฺตํ ฐเปตฺวา รถิกาสุ อาหิณฺฑนฺตา อาโรเจนฺติ – ‘‘อาสนสาลาย, ภนฺเต, ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ น วฏฺฏติ.
อถ ปน ภตฺตํ อาทาย ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา ‘‘ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทนฺติ, ปฏิกจฺเจว วา วิหารํ อภิหริตฺวา ปติรูเป ฐาเน ฐเปตฺวา อาคตาคตานํ เทนฺติ, อยํ อภิหฏภิกฺขา นาม วฏฺฏติ. สเจ ปน ภตฺตสาลาย ทานํ สชฺเชตฺวา ตํ ตํ ปริเวณํ ปหิณนฺติ ‘‘ภตฺตสาลาย ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ, น วฏฺฏติ. เย ปน มนุสฺสา ปิณฺฑจาริเก ภิกฺขู ทิสฺวา อาสนสาลํ สมฺมชฺชิตฺวา ตตฺถ นิสีทาเปตฺวา โภเชนฺติ, น เต ปฏิกฺขิปิตพฺพา. เย ปน คาเม ภิกฺขํ อลภิตฺวา คามโต นิกฺขมนฺเต ภิกฺขู ทิสฺวา ‘‘ภนฺเต ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทนฺติ, เต ปฏิกฺขิปิตพฺพา, น วา นิวตฺติตพฺพํ. สเจ ‘‘นิวตฺตถ, ภนฺเต, ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทนฺติ, ‘‘นิวตฺตถา’’ติ วุตฺตปเท นิวตฺติตุํ วฏฺฏติ. ‘‘นิวตฺตถ ภนฺเต, ฆเร ภตฺตํ กตํ, คาเม ภตฺตํ กต’’นฺติ วทนฺติ, เคเห จ คาเม จ ภตฺตํ นาม ยสฺส กสฺสจิ โหตีติ นิวตฺติตุํ วฏฺฏติ. ‘‘นิวตฺตถ, ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ สมฺพนฺธํ กตฺวา วทนฺติ, นิวตฺติตุํ น วฏฺฏติ. อาสนสาลโต ปิณฺฑาย จริตุํ นิกฺขมนฺเต ทิสฺวา ‘‘นิสีทถ ภนฺเต ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วุตฺเตปิ เอเสว นโย. นิจฺจภตฺตนฺติ ธุวภตฺตํ วุจฺจติ. ‘‘นิจฺจภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทนฺติ, พหูนมฺปิ เอกโต คเหตุํ วฏฺฏติ. สลากภตฺตาทีสุปิ เอเสว นโย. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
คณโภชนสิกฺขาปทํ ทุติยํ.