๒. อญฺญวาทกสิกฺขาปทวณฺณนา

๙๔. ทุติยสิกฺขาปเท – อนาจารํ อาจริตฺวาติ อกาตพฺพํ กตฺวา; กายวจีทฺวาเรสุ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรตีติ อญฺเญน วจเนน อญฺญํ วจนํ ปฏิจรติ ปฏิจฺฉาเทติ อชฺโฌตฺถรติ; อิทานิ ตํ ปฏิจรณวิธึ ทสฺเสนฺโต ‘‘โก อาปนฺโน’’ติอาทิมาห. ตตฺรายํ วจนสมฺพนฺโธ – โส กิร กิญฺจิ วีติกฺกมํ ทิสฺวา ‘‘อาวุโส, อาปตฺตึ อาปนฺโนสี’’ติ สงฺฆมชฺเฌ อาปตฺติยา อนุยุญฺชิยมาโน ‘‘โก อาปนฺโน’’ติ วทติ. ‘‘ตโต ตฺว’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อหํ กึ อาปนฺโน’’ติ วทติ. อถ ‘‘ปาจิตฺติยํ วา ทุกฺกฏํ วา’’ติ วุตฺเต วตฺถุํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘อหํ กิสฺมึ อาปนฺโน’’ติ วทติ. ตโต ‘‘อสุกสฺมึ นาม วตฺถุสฺมิ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อหํ กถํ อาปนฺโน, กึ กโรนฺโต อาปนฺโนมฺหี’’ติ ปุจฺฉติ. อถ ‘‘อิทํ นาม กโรนฺโต อาปนฺโน’’ติ วุตฺเต ‘‘กํ ภณถา’’ติ วทติ. ตโต ‘‘ตํ ภณามา’’ติ วุตฺเต ‘‘กึ ภณถา’’ติ วทติ.

อปิเจตฺถ อยํ ปาฬิมุตฺตโกปิ อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณวิธิ – ภิกฺขูหิ ‘‘ตว สิปาฏิกาย กหาปโณ ทิฏฺโฐ, กิสฺเสวมสารุปฺปํ กโรสี’’ติ วุตฺโต ‘‘สุทิฏฺฐํ, ภนฺเต, น ปเนโส กหาปโณ; ติปุมณฺฑลํ เอต’’นฺติ ภณนฺโต วา ‘‘ตฺวํ สุรํ ปิวนฺโต ทิฏฺโฐ, กิสฺเสวํ กโรสี’’ติ วุตฺโต ‘‘สุทิฏฺโฐ, ภนฺเต, น ปเนสา สุรา, เภสชฺชตฺถาย สมฺปาทิตํ อริฏฺฐ’’นฺติ ภณนฺโต วา ‘‘ตฺวํ ปฏิจฺฉนฺเน อาสเน มาตุคาเมน สทฺธึ นิสินฺโน ทิฏฺโฐ, กิสฺเสวมสารุปฺปํ กโรสี’’ติ วุตฺโต ‘‘เยน ทิฏฺฐํ สุทิฏฺฐํ, วิญฺญู ปเนตฺถ ทุติโย อตฺถิ, โส กิสฺส น ทิฏฺโฐ’’ติ ภณนฺโต วา, ‘‘อีทิสํ ตยา กิญฺจิ ทิฏฺฐ’’นฺติ ปุฏฺโฐ ‘‘น สุณามี’’ติ โสตมุปเนนฺโต วา, โสตทฺวาเร ปุจฺฉนฺตานํ จกฺขุํ อุปเนนฺโต วา, อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรตีติ เวทิตพฺโพ. อญฺญวาทกํ โรเปตูติ อญฺญวาทกํ อาโรเปตุ; ปติฏฺฐาเปตูติ อตฺโถ. วิเหสกํ โรเปตูติ เอตสฺมิมฺปิ เอเสว นโย.

๙๘. อญฺญวาทเก วิเหสเก ปาจิตฺติยนฺติ เอตฺถ อญฺญํ วทตีติ อญฺญวาทกํ; อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณสฺเสตํ นามํ. วิเหเสตีติ วิเหสกํ; ตุณฺหีภูตสฺเสตํ นามํ, ตสฺมึ อญฺญวาทเก วิเหสเก. ปาจิตฺติยนฺติ วตฺถุทฺวเย ปาจิตฺติยทฺวยํ วุตฺตํ.

๑๐๐. อโรปิเต อญฺญวาทเกติ กมฺมวาจาย อนาโรปิเต อญฺญวาทเก. อโรปิเต วิเหสเกติ เอตสฺมิมฺปิ เอเสว นโย.

๑๐๑. ธมฺมกมฺเม ธมฺมกมฺมสญฺญีติอาทีสุ ยํ ตํ อญฺญวาทกวิเหสกโรปนกมฺมํ กตํ, ตญฺเจ ธมฺมกมฺมํ โหติ, โส จ ภิกฺขุ ตสฺมึ ธมฺมกมฺมสญฺญี อญฺญวาทกญฺจ วิเหสกญฺจ กโรติ, อถสฺส ตสฺมึ อญฺญวาทเก จ วิเหสเก จ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

๑๐๒. อชานนฺโต ปุจฺฉตีติ อาปตฺตึ วา อาปนฺนภาวํ อชานนฺโตเยว ‘‘กึ ตุเมฺห ภณถ, อหํ น ชานามี’’ติ ปุจฺฉติ. คิลาโน วา น กเถตีติ มุเข ตาทิโส พฺยาธิ โหติ, เยน กเถตุํ น สกฺโกติ. สงฺฆสฺส ภณฺฑนํ วาติอาทีสุ สงฺฆมชฺเฌ กถิเต ตปฺปจฺจยา สงฺฆสฺส ภณฺฑนํ วา กลโห วา วิวาโท วา ภวิสฺสติ, โส มา อโหสีติ มญฺญมาโน น กเถตีติ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เสสํ อุตฺตานเมวาติ.

ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, สิยา กิริยํ, สิยา อกิริยํ, อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรนฺตสฺส หิ กิริยํ โหติ, ตุณฺหีภาเวน วิเหสนฺตสฺส อกิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.

อญฺญวาทกสิกฺขาปทํ ทุติยํ.