๒. ภูตคามวคฺโค

๑. ภูตคามสิกฺขาปทวณฺณนา

๘๙. เสนาสนวคฺคสฺส ปฐมสิกฺขาปเท – อนาทิยนฺโตติ ตสฺสา วจนํ อคณฺหนฺโต. ทารกสฺส พาหุํ อาโกเฏสีติ อุกฺขิตฺตํ ผรสุํ นิคฺคเหตุํ อสกฺโกนฺโต มนุสฺสานํ จกฺขุวิสยาตีเต มหาราชสนฺติกา ลทฺเธ รุกฺขฏฺฐกทิพฺพวิมาเน นิปนฺนสฺส ทารกสฺส พาหุํ ถนมูเลเยว ฉินฺทิ. น โข เมตํ ปติรูปนฺติอาทิมฺหิ อยํ สงฺเขปวณฺณนา – หิมวนฺเต กิร ปกฺขทิวเสสุ เทวตาสนฺนิปาโต โหติ, ตตฺถ รุกฺขธมฺมํ ปุจฺฉนฺติ – ‘‘ตฺวํ รุกฺขธมฺเม ฐิตา น ฐิตา’’ติ? รุกฺขธมฺโม นาม รุกฺเข ฉิชฺชมาเน รุกฺขเทวตาย มโนปโทสสฺส อกรณํ. ตตฺถ ยา เทวตา รุกฺขธมฺเม อฏฺฐิตา โหติ, สา เทวตาสนฺนิปาตํ ปวิสิตุํ น ลภติ. อิติ สา เทวตา อิมญฺจ รุกฺขธมฺเม อฏฺฐานปจฺจยํ อาทีนวํ อทฺทส, ภควโต จ สมฺมุขา สุตปุพฺพธมฺมเทสนานุสาเรน ตถาคตสฺส ฉทฺทนฺตาทิกาเล ปุพฺพจริตํ อนุสฺสริ. เตนสฺสา เอตทโหสิ – ‘‘น โข เมตํ ปติรูปํ…เป… โวโรเปยฺย’’นฺติ. ยํนูนาหํ ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจยฺยนฺติ อิทํ ปนสฺสา ‘‘อยํ ภิกฺขุ สปิติโก ปุตฺโต, อทฺธา ภควา อิมํ อิมสฺส อชฺฌาจารํ สุตฺวา มริยาทํ พนฺธิสฺสติ, สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสฺสตี’’ติ ปฏิสญฺจิกฺขนฺติยา อโหสิ. สจชฺช ตฺวํ เทวเตติ สเจ อชฺช ตฺวํ เทวเต. ปสเวยฺยาสีติ ชเนยฺยาสิ อุปฺปาเทยฺยาสิ. เอวญฺจ ปน วตฺวา ภควา ตํ เทวตํ สญฺญาเปนฺโต –

‘‘โย เว อุปฺปติตํ โกธํ, รถํ ภนฺตํว วารเย;

ตมหํ สารถึ พฺรูมิ, รสฺมิคฺคาโห อิตโร ชโน’’ติ. (ธ. ป. ๒๒๒);

อิมํ คาถมภาสิ. คาถาปริโยสาเน สา เทวตา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ. ปุน ภควา สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสนฺโต –

‘‘โย อุปฺปติตํ วิเนติ โกธํ, วิสฏํ สปฺปวิสํว โอสเธหิ;

โส ภิกฺขุ ชหาติ โอรปารํ, อุรโค ชิณฺณมิวตฺตจํ ปุราณ’’นฺติ. (สุ. นิ. ๑);

อิมํ คาถมภาสิ. ตตฺร ปฐมคาถา ธมฺมปเท สงฺคหํ อารุฬฺหา, ทุติยา สุตฺตนิปาเต, วตฺถุ ปน วินเยติ. อถ ภควา ธมฺมํ เทเสนฺโตเยว ตสฺสา เทวตาย วสนฏฺฐานํ อาวชฺชนฺโต ปติรูปํ ฐานํ ทิสฺวา ‘‘คจฺฉ, เทวเต, อสุกสฺมึ โอกาเส รุกฺโข วิวิตฺโต, ตสฺมึ อุปคจฺฉา’’ติ อาห. โส กิร รุกฺโข น อาฬวิรฏฺเฐ, เชตวนสฺส อนฺโตปริกฺเขเป, ยสฺส เทวปุตฺตสฺส ปริคฺคโห อโหสิ, โส จุโต; ตสฺมา ‘‘วิวิตฺโต’’ติ วุตฺโต. ตโต ปฏฺฐาย จ ปน สา เทวตา สมฺมาสมฺพุทฺธโต ลทฺธปริหารา พุทฺธุปฏฺฐายิกา อโหสิ. ยทา เทวตาสมาคโม โหติ, ตทา มเหสกฺขเทวตาสุ อาคจฺฉนฺตีสุ อญฺญา อปฺเปสกฺขา เทวตา ยาว มหาสมุทฺทจกฺกวาฬปพฺพตา ตาว ปฏิกฺกมนฺติ. อยํ ปน อตฺตโน วสนฏฺฐาเน นิสีทิตฺวาว ธมฺมํ สุณาติ. ยมฺปิ ปฐมยาเม ภิกฺขู ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ, มชฺฌิมยาเม เทวตา, ตํ สพฺพํ ตตฺเถว นิสีทิตฺวา สุณาติ. จตฺตาโร จ มหาราชาโนปิ ภควโต อุปฏฺฐานํ อาคนฺตฺวา คจฺฉนฺตา ตํ เทวตํ ทิสฺวาว คจฺฉนฺติ.

๙๐. ภูตคามปาตพฺยตายาติ เอตฺถ ภวนฺติ อหุวุญฺจาติ ภูตา; ชายนฺติ วฑฺฒนฺติ ชาตา วฑฺฒิตา จาติ อตฺโถ. คาโมติ ราสิ; ภูตานํ คาโมติ ภูตคาโม; ภูตา เอว วา คาโม ภูตคาโม; ปติฏฺฐิตหริตติณรุกฺขาทีนเมตํ อธิวจนํ. ปาตพฺยสฺส ภาโว ปาตพฺยตา; เฉทนเภทนาทีหิ ยถารุจิ ปริภุญฺชิตพฺพตาติ อตฺโถ. ตสฺสา ภูตคามปาตพฺยตาย; นิมิตฺตตฺเถ ภุมฺมวจนํ, ภูตคามปาตพฺยตาเหตุ, ภูตคามสฺส เฉทนาทิปจฺจยา ปาจิตฺติยนฺติ อตฺโถ.

๙๑. อิทานิ ตํ ภูตคามํ วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโต ภูตคาโม นาม ปญฺจ พีชชาตานีติอาทิมาห. ตตฺถ ภูตคาโม นามาติ ภูตคามํ อุทฺธริตฺวา ยสฺมึ สติ ภูตคาโม โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ปญฺจ พีชชาตานี’’ติ อาหาติ อฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ. เอวํ สนฺเตปิ ‘‘ยานิ วา ปนญฺญานิปิ อตฺถิ มูเล ชายนฺตี’’ติอาทีนิ น สเมนฺติ. น หิ มูลพีชาทีนิ มูลาทีสุ ชายนฺติ, มูลาทีสุ ชายมานานิ ปน ตานิ พีชากตานิ, ตสฺมา เอวเมตฺถ วณฺณนา เวทิตพฺพา – ภูตคาโม นามาติ วิภชิตพฺพปทํ. ปญฺจาติ ตสฺส วิภาคปริจฺเฉโท. พีชชาตานีติ ปริจฺฉินฺนธมฺมนิทสฺสนํ. ตสฺสตฺโถ – พีเชหิ ชาตานิ พีชชาตานิ; รุกฺขาทีนเมตํ อธิวจนํ. อปโร นโย – พีชานิ จ ตานิ วิชาตานิ จ ปสูตานิ นิพฺพตฺตปณฺณมูลานีติ พีชชาตานิ. เอเตน อลฺลวาลิกาทีสุ ฐปิตานํ นิพฺพตฺตปณฺณมูลานํ สิงฺคิเวราทีนํ สงฺคโห กโต โหติ.

อิทานิ เยหิ พีเชหิ ชาตตฺตา รุกฺขาทีนิ พีชชาตานีติ วุตฺตานิ, ตานิ ทสฺเสนฺโต ‘‘มูลพีช’’นฺติอาทิมาห. เตสํ อุทฺเทโส ปากโฏ เอว. นิทฺเทเส ยานิ วา ปนญฺญานิปิ อตฺถิ มูเล ชายนฺติ มูเล สญฺชายนฺตีติ เอตฺถ พีชโต นิพฺพตฺเตน พีชํ ทสฺสิตํ, ตสฺมา เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ, ยานิ วา ปนญฺญานิปิ อตฺถิ อาลุวกเสรุกมลุปฺปลปุณฺฑรีกกุวลยกนฺทปาฏลิมูลาทิเภเท มูเล คจฺฉวลฺลิรุกฺขาทีนิ ชายนฺติ สญฺชายนฺติ, ตานิ ยมฺหิ มูเล ชายนฺติ เจว สญฺชายนฺติ จ ตญฺจ, ปาฬิยํ วุตฺตํ หลิทฺทาทิ จ สพฺพมฺปิ เอตํ มูลพีชํ นาม. เอเสว นโย ขนฺธพีชาทีสุ. เยวาปนกขนฺธพีเชสุ ปเนตฺถ อมฺพาฏกอินฺทสาลนุหีปาฬิภทฺทกณิการาทีนิ ขนฺธพีชานิ, อมูลวลฺลิ จตุรสฺสวลฺลิกณวีราทีนิ ผฬุพีชานิ มกจิสุมนชยสุมนาทีนิ อคฺคพีชานิ, อมฺพชมฺพูปนสฏฺฐิอาทีนิ พีชพีชานีติ ทฏฺฐพฺพานิ.

๙๒. อิทานิ ยํ วุตฺตํ ‘‘ภูตคามปาตพฺยตาย ปาจิตฺติย’’นฺติ ตตฺถ สญฺญาวเสน อาปตฺตานาปตฺติเภทํ ปาตพฺยตาเภทญฺจ ทสฺเสนฺโต พีเช พีชสญฺญีติอาทิมาห. ตตฺถ ยถา ‘‘สาลีนํ เจปิ โอทนํ ภุญฺชตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๗๖) สาลิตณฺฑุลานํ โอทโน ‘‘สาลีนํ โอทโน’’ติ วุจฺจติ, เอวํ พีชโต สมฺภูโต ภูตคาโม ‘‘พีช’’นฺติ วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. ยํ ปน ‘‘พีชคามภูตคามสมารมฺภา ปฏิวิรโต’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๑.๑๐) วุตฺตํ ภูตคามปริโมจนํ กตฺวา ฐปิตํ พีชํ, ตํ ทุกฺกฏวตฺถุ. อถ วา ยเทตํ ‘‘ภูตคาโม นามา’’ติ สิกฺขาปทวิภงฺคสฺส อาทิปทํ, เตน สทฺธึ โยเชตฺวา ยํ พีชํ ภูตคาโม นาม โหติ, ตสฺมึ พีเช พีชสญฺญี สตฺถกาทีนิ คเหตฺวา สยํ วา ฉินฺทติ อญฺเญน วา เฉทาเปติ, ปาสาณาทีนิ คเหตฺวา สยํ วา ภินฺทติ อญฺเญน วา เภทาเปติ, อคฺคึ อุปสํหริตฺวา สยํ วา ปจติ อญฺเญน วา ปจาเปติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยถารุตํ ปน คเหตฺวา ภูตคามวินิมุตฺตสฺส พีชสฺส ฉินฺทนาทิเภทาย ปาตพฺยตาย ปาจิตฺติยํ น วตฺตพฺพํ.

อยเญฺหตฺถ วินิจฺฉยกถา – ภูตคามํ วิโกเปนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ ภูตคามปริโมจิตํ ปญฺจวิธมฺปิ พีชคามํ วิโกเปนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. พีชคามภูตคาโม นาเมส อตฺถิ อุทกฏฺโฐ, อตฺถิ ถลฏฺโฐ. ตตฺถ อุทกฏฺโฐ สาสปมตฺติกา ติลพีชกาทิเภทา สปณฺณิกา อปณฺณิกา จ สพฺพา เสวาลชาติ อนฺตมโส อุทกปปฺปฏกํ อุปาทาย ‘‘ภูตคาโม’’ติ เวทิตพฺโพ. อุทกปปฺปฏโก นาม อุปริ ถทฺโธ ผรุสวณฺโณ, เหฏฺฐา มุทุ นีลวณฺโณ โหติ. ตตฺถ ยสฺส เสวาลสฺส มูลํ โอรูหิตฺวา ปถวิยํ ปติฏฺฐิตํ, ตสฺส ปถวี ฐานํ. โย อุทเก สญฺจรติ, ตสฺส อุทกํ. ปถวิยํ ปติฏฺฐิตํ ยตฺถ กตฺถจิ วิโกเปนฺตสฺส อุทฺธริตฺวา วา ฐานนฺตรํ สงฺกาเมนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ. อุทเก สญฺจรนฺตํ วิโกเปนฺตสฺเสว ปาจิตฺติยํ. หตฺเถหิ ปน อิโต จิโต จ วิยูหิตฺวา นฺหายิตุํ วฏฺฏติ, สกลญฺหิ อุทกํ ตสฺส ฐานํ. ตสฺมา น โส เอตฺตาวตา ฐานนฺตรํ สงฺกามิโต โหติ. อุทกโต ปน อุทเกน วินา สญฺจิจฺจ อุกฺขิปิตุํ น วฏฺฏติ, อุทเกน สทฺธึ อุกฺขิปิตฺวา ปุน อุทเก ปกฺขิปิตุํ วฏฺฏติ. ปริสฺสาวนนฺตเรน นิกฺขมติ, กปฺปิยํ การาเปตฺวาว อุทกํ ปริภุญฺชิตพฺพํ. อุปฺปลินีปทุมินีอาทีนิ ชลชวลฺลิติณานิ อุทกโต อุทฺธรนฺตสฺส วา ตตฺเถว วิโกเปนฺตสฺส วา ปาจิตฺติยํ. ปเรหิ อุปฺปาฏิตานิ วิโกเปนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. ตานิ หิ พีชคาเม สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. ติลพีชกสาสปมตฺตกเสวาโลปิ อุทกโต อุทฺธโต อมิลาโต อคฺคพีชสงฺคหํ คจฺฉติ. มหาปจฺจริยาทีสุ ‘‘อนนฺตกติลพีชกอุทกปปฺปฏกาทีนิ ทุกฺกฏวตฺถุกานี’’ติ วุตฺตํ, ตตฺถ การณํ น ทิสฺสติ. อนฺธกฏฺฐกถายํ ‘‘สมฺปุณฺณภูตคาโม น โหติ, ตสฺมา ทุกฺกฏ’’นฺติ วุตฺตํ, ตมฺปิ น สเมติ, ภูตคาเม หิ ปาจิตฺติยํ, พีชคาเม ทุกฺกฏํ วุตฺตํ. อสมฺปุณฺณภูตคาโม นาม ตติโย โกฏฺฐาโส เนว ปาฬิยํ น อฏฺฐกถาสุ อาคโต. อถ เอตํ พีชคามสงฺคหํ คจฺฉิสฺสตีติ, ตมฺปิ น ยุตฺตํ, อภูตคามมูลตฺตา ตาทิสสฺส พีชคามสฺสาติ. อปิจ ‘‘ครุกลหุเกสุ ครุเก ฐาตพฺพ’’นฺติ เอตํ วินยลกฺขณํ.

ถลฏฺเฐ – ฉินฺนรุกฺขานํ อวสิฏฺโฐ หริตขาณุ นาม โหติ. ตตฺถ กกุธกรญฺชปิยงฺคุปนสาทีนํ ขาณุ อุทฺธํ วฑฺฒติ, โส ภูตคาเมน สงฺคหิโต. ตาลนาฬิเกราทีนํ ขาณุ อุทฺธํ น วฑฺฒติ, โส พีชคาเมน สงฺคหิโต. กทลิยา ปน อผลิตาย ขาณุ ภูตคาเมน สงฺคหิโต, ผลิตาย พีชคาเมน. กทลี ปน ผลิตา ยาว นีลปณฺณา, ตาว ภูตคาเมเนว สงฺคหิตา, ตถา ผลิโต เวฬุ. ยทา ปน อคฺคโต ปฏฺฐาย สุสฺสติ, ตทา พีชคาเมน สงฺคหํ คจฺฉติ. กตรพีชคาเมน? ผฬุพีชคาเมน. กึ ตโต นิพฺพตฺตติ? น กิญฺจิ. ยทิ หิ นิพฺพตฺเตยฺย, ภูตคาเมเนว สงฺคหํ คจฺเฉยฺย. อินฺทสาลาทิรุกฺเข ฉินฺทิตฺวา ราสึ กโรนฺติ, กิญฺจาปิ ราสิกตทณฺฑเกหิ รตนปฺปมาณาปิ สาขา นิกฺขมนฺติ, พีชคาเมเนว สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. ตตฺถ มณฺฑปตฺถาย วา วติอตฺถาย วา วลฺลิอาโรปนตฺถาย วา ภูมิยํ นิขณนฺติ, มูเลสุ เจว ปณฺเณสุ จ นิคฺคเตสุ ปุน ภูตคามสงฺขฺยํ คจฺฉนฺติ. มูลมตฺเตสุ ปน ปณฺณมตฺเตสุ วา นิคฺคเตสุ พีชคาเมน สงฺคหิตา เอว.

ยานิ กานิจิ พีชานิ ปถวิยํ วา อุทเกน สิญฺจิตฺวา ฐปิตานิ, กปาลาทีสุ วา อลฺลปํสุํ ปกฺขิปิตฺวา นิกฺขิตฺตานิ โหนฺติ, สพฺพานิ มูลมตฺเต ปณฺณมตฺเต วา นิคฺคเตปิ พีชานิเยว. สเจปิ มูลานิ จ อุปริ องฺกุโร จ นิคฺคจฺฉติ, ยาว องฺกุโร หริโต น โหติ, ตาว พีชานิเยว. มุคฺคาทีนํ ปน ปณฺเณสุ อุฏฺฐิเตสุ วีหิอาทีนํ วา องฺกุเร หริเต นีลปณฺณวณฺเณ ชาเต ภูตคามสงฺคหํ คจฺฉนฺติ. ตาลฏฺฐีนํ ปฐมํ สูกรทาฐา วิย มูลํ นิคฺคจฺฉติ. นิคฺคเตปิ ยาว อุปริ ปตฺตวฏฺฏิ น นิคฺคจฺฉติ, ตาว พีชคาโมเยว. นาฬิเกรสฺส ตจํ ภินฺทิตฺวา ทนฺตสูจิ วิย องฺกุโร นิคฺคจฺฉติ, ยาว มิคสิงฺคสทิสา นีลปตฺตวฏฺฏิ น โหติ, ตาว พีชคาโมเยว. มูเล อนิคฺคเตปิ ตาทิสาย ปตฺตวฏฺฏิยา ชาตาย อมูลกภูตคาเม สงฺคหํ คจฺฉติ.

อมฺพฏฺฐิอาทีนิ วีหิอาทีหิ วินิจฺฉินิตพฺพานิ. วนฺทากา วา อญฺญา วา ยา กาจิ รุกฺเข ชายิตฺวา รุกฺขํ โอตฺถรติ, รุกฺโขว ตสฺสา ฐานํ, ตํ วิโกเปนฺตสฺส วา ตโต อุทฺธรนฺตสฺส วา ปาจิตฺติยํ. เอกา อมูลิกา ลตา โหติ, องฺคุลิเวฐโก วิย วนปฺปคุมฺพทณฺฑเก เวเฐติ, ตสฺสาปิ อยเมว วินิจฺฉโย. เคหมุขปาการเวทิกาเจติยาทีสุ นีลวณฺโณ เสวาโล โหติ, ยาว เทฺว ตีณิ ปตฺตานิ น สญฺชายนฺติ ตาว อคฺคพีชสงฺคหํ คจฺฉติ. ปตฺเตสุ ชาเตสุ ปาจิตฺติยวตฺถุ. ตสฺมา ตาทิเสสุ ฐาเนสุ สุธาเลปมฺปิ ทาตุํ น วฏฺฏติ. อนุปสมฺปนฺเนน ลิตฺตสฺส อุปริเสฺนหเลโป ทาตุํ วฏฺฏติ. สเจ นิทาฆสมเย สุกฺขเสวาโล ติฏฺฐติ, ตํ สมฺมุญฺชนีอาทีหิ ฆํสิตฺวา อปเนตุํ วฏฺฏติ. ปานียฆฏาทีนํ พหิ เสวาโล ทุกฺกฏวตฺถุ, อนฺโต อพฺโพหาริโก. ทนฺตกฏฺฐปูวาทีสุ กณฺณกมฺปิ อพฺโพหาริกเมว. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘สเจ เครุกปริกมฺมกตา ภิตฺติ กณฺณกิตา โหติ, โจฬกํ เตเมตฺวา ปีเฬตฺวา ปมชฺชิตพฺพา’’ติ (มหาว. ๖๖).

ปาสาณชาติปาสาณททฺทุเสวาลเสเลยฺยกาทีนิ อหริตวณฺณานิ อปตฺตกานิ จ ทุกฺกฏวตฺถุกานิ. อหิจฺฉตฺตกํ ยาว มกุฬํ โหติ, ตาว ทุกฺกฏวตฺถุ. ปุปฺผิตกาลโต ปฏฺฐาย อพฺโพหาริกํ. อลฺลรุกฺขโต ปน อหิจฺฉตฺตกํ คณฺหนฺโต รุกฺขตฺตจํ วิโกเปติ, ตสฺมา ตตฺถ ปาจิตฺติยํ. รุกฺขปปฺปฏิกายปิ เอเสว นโย. ยา ปน อินฺทสาลกกุธาทีนํ ปปฺปฏิกา รุกฺขโต มุจฺจิตฺวา ติฏฺฐติ, ตํ คณฺหนฺตสฺส อนาปตฺติ. นิยฺยาสมฺปิ รุกฺขโต มุจฺจิตฺวา ฐิตํ สุกฺขรุกฺเข วา ลคฺคํ คณฺหิตุํ วฏฺฏติ. อลฺลรุกฺขโต น วฏฺฏติ. ลาขายปิ เอเสว นโย. รุกฺขํ จาเลตฺวา ปณฺฑุปลาสํ วา ปริณตกณิการาทิปุปฺผํ วา ปาเตนฺตสฺส ปาจิตฺติยเมว. หตฺถกุกฺกุจฺเจน มุทุเกสุ อินฺทสาลนุหีขนฺธาทีสุ วา ตตฺถชาตกตาลปณฺณาทีสุ วา อกฺขรํ ฉินฺทนฺตสฺสาปิ เอเสว นโย.

สามเณรานํ ปุปฺผํ โอจินนฺตานํ สาขํ โอนาเมตฺวา ทาตุํ วฏฺฏติ. เตหิ ปน ปุปฺเผหิ ปานียํ น วาเสตพฺพํ. ปานียวาสตฺถิเกน สามเณรํ อุกฺขิปิตฺวา โอจินาเปตพฺพานิ. ผลสาขาปิ อตฺตนา ขาทิตุกาเมน น โอนาเมตพฺพา. สามเณรํ อุกฺขิปิตฺวา ผลํ คาหาเปตพฺพํ. ยํกิญฺจิ คจฺฉํ วา ลตํ วา อุปฺปาเฏนฺเตหิ สามเณเรหิ สทฺธึ คเหตฺวา อากฑฺฒิตุํ น วฏฺฏติ. เตสํ ปน อุสฺสาหชนนตฺถํ อนากฑฺฒนฺเตน กฑฺฒนาการํ ทสฺเสนฺเตน วิย อคฺเค คเหตุํ วฏฺฏติ. เยสํ รุกฺขานํ สาขา รุหติ, เตสํ สาขํ มกฺขิกาพีชนาทีนํ อตฺถาย กปฺปิยํ อการาเปตฺวา คหิตํ ตเจ วา ปตฺเต วา อนฺตมโส นเขนปิ วิลิขนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. อลฺลสิงฺคิเวราทีสุปิ เอเสว นโย. สเจ ปน กปฺปิยํ การาเปตฺวา สีตเล ปเทเส ฐปิตสฺส มูลํ สญฺชายติ, อุปริภาเค ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ. สเจ องฺกุโร ชายติ, เหฏฺฐาภาเค ฉินฺทิตุํ วฏฺฏติ. มูเล จ นีลงฺกุเร จ ชาเต น วฏฺฏติ.

ฉินฺทติ วา เฉทาเปติ วาติ อนฺตมโส สมฺมุญฺชโนสลากายปิ ติณานิ ฉินฺทิสฺสามีติ ภูมึ สมฺมชฺชนฺโต สยํ วา ฉินฺทติ, อญฺเญน วา เฉทาเปติ. ภินฺทติ วา เภทาเปติ วาติ อนฺตมโส จงฺกมนฺโตปิ ฉิชฺชนกํ ฉิชฺชตุ, ภิชฺชนกํ ภิชฺชตุ, จงฺกมิตฏฺฐานํ ทสฺเสสฺสามีติ สญฺจิจฺจ ปาเทหิ อกฺกมนฺโต ติณวลฺลิอาทีนิ สยํ วา ภินฺทติ อญฺเญน วา เภทาเปติ. สเจปิ หิ ติณํ วา ลตํ วา คณฺฐึ กโรนฺตสฺส ภิชฺชติ, คณฺฐิปิ น กาตพฺโพ. ตาลรุกฺขาทีสุ ปน โจรานํ อนารุหนตฺถาย ทารุมกฺกฏกํ อาโกเฏนฺติ, กณฺฏเก พนฺธนฺติ, ภิกฺขุสฺส เอวํ กาตุํ น วฏฺฏติ. สเจ ทารุมกฺกฏโก รุกฺเข อลฺลีนมตฺโตว โหติ, รุกฺขํ น ปีเฬติ, วฏฺฏติ. ‘‘รุกฺขํ ฉินฺท, ลตํ ฉินฺท, กนฺทํ วา มูลํ วา อุปฺปาเฏหี’’ติ วตฺตุมฺปิ วฏฺฏติ, อนิยามิตตฺตา. นิยาเมตฺวา ปน ‘‘อิมํ รุกฺขํ ฉินฺทา’’ติอาทิ วตฺตุํ น วฏฺฏติ. นามํ คเหตฺวาปิ ‘‘อมฺพรุกฺขํ จตุรสฺสวลฺลึ อาลุวกนฺทํ มุญฺชติณํ อสุกรุกฺขจฺฉลฺลึ ฉินฺท ภินฺท อุปฺปาเฏหี’’ติอาทิวจนมฺปิ อนิยามิตเมว โหติ. ‘‘อิมํ อมฺพรุกฺข’’นฺติอาทิวจนเมว หิ นิยามิตํ นาม, ตํ น วฏฺฏติ.

ปจติ วา ปจาเปติ วาติ อนฺตมโส ปตฺตมฺปิ ปจิตุกาโม ติณาทีนํ อุปริ สญฺจิจฺจ อคฺคึ กโรนฺโต สยํ วา ปจติ, อญฺเญน วา ปจาเปตีติ สพฺพํ ปถวีขณนสิกฺขาปเท วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. อนิยาเมตฺวา ปน ‘‘มุคฺเค ปจ, มาเส ปจา’’ติอาทิ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ‘‘อิเม มุคฺเค ปจ, อิเม มาเส ปจา’’ติ เอวํ วตฺตุํ น วฏฺฏติ.

อนาปตฺติ อิมํ ชานาติอาทีสุ ‘‘อิมํ มูลเภสชฺชํ ชาน, อิมํ มูลํ วา ปณฺณํ วา เทหิ, อิมํ รุกฺขํ วา ลตํ วา อาหร, อิมินา ปุปฺเผน วา ผเลน วา ปณฺเณน วา อตฺโถ, อิมํ รุกฺขํ วา ลตํ วา ผลํ วา กปฺปิยํ กโรหี’’ติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เอตฺตาวตา ภูตคามปริโมจนํ กตํ โหติ. ปริภุญฺชนฺเตน ปน พีชคามปริโมจนตฺถํ ปุน กปฺปิยํ กาเรตพฺพํ.

กปฺปิยกรณญฺเจตฺถ อิมินา สุตฺตานุสาเรน เวทิตพฺพํ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ สมณกปฺเปหิ ผลํ ปริภุญฺชิตุํ อคฺคิปริชิตํ สตฺถปริชิตํ นขปริชิตํ อพีชํ นิพฺพฏฺฏพีชเมว ปญฺจม’’นฺติ. ตตฺถ ‘‘อคฺคิปริชิต’’นฺติ อคฺคินา ปริชิตํ อธิภูตํ ทฑฺฒํ ผุฏฺฐนฺติ อตฺโถ. ‘‘สตฺถปริชิต’’นฺติ สตฺเถน ปริชิตํ อธิภูตํ ฉินฺนํ วิทฺธํ วาติ อตฺโถ. เอส นโย นขปริชิเต. อพีชนิพฺพฏฺฏพีชานิ สยเมว กปฺปิยานิ. อคฺคินา กปฺปิยํ กโรนฺเตน กฏฺฐคฺคิโคมยคฺคิอาทีสุ เยน เกนจิ อนฺตมโส โลหขณฺเฑนปิ อาทิตฺเตน กปฺปิยํ กาตพฺพํ. ตญฺจ โข เอกเทเส ผุสนฺเตน ‘‘กปฺปิย’’นฺติ วตฺวาว กาตพฺพํ. สตฺเถน กโรนฺเตน ยสฺส กสฺสจิ โลหมยสตฺถสฺส อนฺตมโส สูจินขจฺเฉทนานมฺปิ ตุณฺเฑน วา ธาราย วา เฉทํ วา เวธํ วา ทสฺเสนฺเตน ‘‘กปฺปิย’’นฺติ วตฺวาว กาตพฺพํ. นเขน กปฺปิยํ กโรนฺเตน ปูตินเขน น กาตพฺพํ. มนุสฺสานํ ปน สีหพฺยคฺฆทีปิมกฺกฏาทีนํ สกุนฺตานญฺจ นขา ติขิณา โหนฺติ, เตหิ กาตพฺพํ. อสฺสมหึสสูกรมิคโครูปาทีนํ ขุรา อติขิณา, เตหิ น กาตพฺพํ, กตมฺปิ อกตํ โหติ. หตฺถินขา ปน ขุรา น โหนฺติ, เตหิ วฏฺฏติ. เยหิ ปน กาตุํ วฏฺฏติ, เตหิ ตตฺถชาตเกหิปิ อุทฺธริตฺวา คหิตเกหิปิ เฉทํ วา เวธํ วา ทสฺเสนฺเตน ‘‘กปฺปิย’’นฺติ วตฺวาว กาตพฺพํ.

ตตฺถ สเจปิ พีชานํ ปพฺพตมตฺโต ราสิ รุกฺขสหสฺสํ วา ฉินฺทิตฺวา เอกาพทฺธํ กตฺวา อุจฺฉูนํ วา มหาภาโร พนฺธิตฺวา ฐปิโต โหติ, เอกสฺมึ พีเช วา รุกฺขสาขาย วา อุจฺฉุมฺหิ วา กปฺปิเย กเต สพฺพํ กตํ โหติ. อุจฺฉู จ ทารูนิ จ เอกโต พทฺธานิ โหนฺติ, อุจฺฉุํ กปฺปิยํ กริสฺสามีติ ทารุํ วิชฺฌติ, วฏฺฏติเยว. สเจ ปน ยาย รชฺชุยา วา วลฺลิยา วา พทฺธานิ, ตํ วิชฺฌติ, น วฏฺฏติ. อุจฺฉุขณฺฑานํ ปจฺฉึ ปูเรตฺวา อาหรนฺติ, เอกสฺมึ ขณฺเฑ กปฺปิเย กเต สพฺพํ กตเมว โหติ. มริจปกฺกาทีหิ มิสฺเสตฺวา ภตฺตํ อาหรนฺติ, ‘‘กปฺปิยํ กโรหี’’ติ วุตฺเต สเจปิ ภตฺตสิตฺเถ วิชฺฌติ, วฏฺฏติเยว. ติลตณฺฑุลาทีสุปิ เอเสว นโย. ยาคุยา ปกฺขิตฺตานิ ปน เอกาพทฺธานิ หุตฺวา น สนฺติฏฺฐนฺติ, ตตฺถ เอกเมกํ วิชฺฌิตฺวา กปฺปิยํ กาตพฺพเมว. กปิตฺถผลาทีนํ อนฺโต มิญฺชํ กฏาหํ มุญฺจิตฺวา สญฺจรติ, ภินฺทาเปตฺวา กปฺปิยํ การาเปตพฺพํ. เอกาพทฺธํ โหติ, กฏาเหปิ กาตุํ วฏฺฏติ.

อสญฺจิจฺจาติ ปาสาณรุกฺขาทีนิ วา ปวฏฺเฏนฺตสฺส สาขํ วา กฑฺฒนฺตสฺส กตฺตรทณฺเฑน วา ภูมึ ปหริตฺวา คจฺฉนฺตสฺส ติณานิ ฉิชฺชนฺติ, ตานิ เตน ฉินฺทิสฺสามีติ เอวํ สญฺจิจฺจ อจฺฉินฺนตฺตา อสญฺจิจฺจ ฉินฺนานิ นาม โหนฺติ. อิติ อสญฺจิจฺจ ฉินฺทนฺตสฺส อนาปตฺติ.

อสติยาติ อญฺญวิหิโต เกนจิ สทฺธึ กิญฺจิ กเถนฺโต ปาทงฺคุฏฺฐเกน วา หตฺเถน วา ติณํ วา ลตํ วา ฉินฺทนฺโต ติฏฺฐติ, เอวํ อสติยา ฉินฺทนฺตสฺส อนาปตฺติ.

อชานนฺตสฺสาติ เอตฺถพฺภนฺตเร พีชคาโมติ วา ภูตคาโมติ วา น ชานาติ, ฉินฺทามีติปิ น ชานาติ, เกวลํ วติยา วา ปลาลปุญฺเช วา นิขาทนํ วา ขณิตฺตึ วา กุทาลํ วา สงฺโคปนตฺถาย ฐเปติ, ฑยฺหมานหตฺโถ วา อคฺคึ ปาเตติ, ตตฺร เจ ติณานิ ฉิชฺชนฺติ วา ฑยฺหนฺติ วา อนาปตฺติ. มนุสฺสวิคฺคหปาราชิกวณฺณนายํ ปน สพฺพอฏฺฐกถาสุ ‘‘สเจ ภิกฺขุ รุกฺเขน วา อชฺโฌตฺถโฏ โหติ, โอปาเต วา ปติโต สกฺกา จ โหติ รุกฺขํ ฉินฺทิตฺวา ภูมึ วา ขณิตฺวา นิกฺขมิตุํ, ชีวิตเหตุปิ อตฺตนา น กาตพฺพํ. อญฺเญน ปน ภิกฺขุนา ภูมึ วา ขณิตฺวา รุกฺขํ วา ฉินฺทิตฺวา อลฺลรุกฺขโต วา ทณฺฑกํ ฉินฺทิตฺวา ตํ รุกฺขํ ปวฏฺเฏตฺวา นิกฺขาเมตุํ วฏฺฏติ, อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ การณํ น ทิสฺสติ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทวฑาเห ฑยฺหมาเน ปฏคฺคึ ทาตุํ, ปริตฺตํ กาตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๘๓) อิทํ ปน เอกเมว สุตฺตํ ทิสฺสติ. สเจ เอตสฺส อนุโลมํ ‘‘อตฺตโน น วฏฺฏติ, อญฺญสฺส วฏฺฏตี’’ติ อิทํ นานากรณํ น สกฺกา ลทฺธุํ. อตฺตโน อตฺถาย กโรนฺโต อตฺตสิเนเหน อกุสลจิตฺเตเนว กโรติ, ปโร ปน การุญฺเญน, ตสฺมา อนาปตฺตีติ เจ. เอตมฺปิ อการณํ. กุสลจิตฺเตนาปิ หิ อิมํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ. สพฺพอฏฺฐกถาสุ ปน วุตฺตตฺตา น สกฺกา ปฏิเสเธตุํ. คเวสิตพฺพา เอตฺถ ยุตฺติ. อฏฺฐกถาจริยานํ วา สทฺธาย คนฺตพฺพนฺติ. เสสํ อุตฺตานเมว.

ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ. กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

ภูตคามสิกฺขาปทํ ปฐมํ.

๒. อญฺญวาทกสิกฺขาปทวณฺณนา

๙๔. ทุติยสิกฺขาปเท – อนาจารํ อาจริตฺวาติ อกาตพฺพํ กตฺวา; กายวจีทฺวาเรสุ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรตีติ อญฺเญน วจเนน อญฺญํ วจนํ ปฏิจรติ ปฏิจฺฉาเทติ อชฺโฌตฺถรติ; อิทานิ ตํ ปฏิจรณวิธึ ทสฺเสนฺโต ‘‘โก อาปนฺโน’’ติอาทิมาห. ตตฺรายํ วจนสมฺพนฺโธ – โส กิร กิญฺจิ วีติกฺกมํ ทิสฺวา ‘‘อาวุโส, อาปตฺตึ อาปนฺโนสี’’ติ สงฺฆมชฺเฌ อาปตฺติยา อนุยุญฺชิยมาโน ‘‘โก อาปนฺโน’’ติ วทติ. ‘‘ตโต ตฺว’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อหํ กึ อาปนฺโน’’ติ วทติ. อถ ‘‘ปาจิตฺติยํ วา ทุกฺกฏํ วา’’ติ วุตฺเต วตฺถุํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘อหํ กิสฺมึ อาปนฺโน’’ติ วทติ. ตโต ‘‘อสุกสฺมึ นาม วตฺถุสฺมิ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘อหํ กถํ อาปนฺโน, กึ กโรนฺโต อาปนฺโนมฺหี’’ติ ปุจฺฉติ. อถ ‘‘อิทํ นาม กโรนฺโต อาปนฺโน’’ติ วุตฺเต ‘‘กํ ภณถา’’ติ วทติ. ตโต ‘‘ตํ ภณามา’’ติ วุตฺเต ‘‘กึ ภณถา’’ติ วทติ.

อปิเจตฺถ อยํ ปาฬิมุตฺตโกปิ อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณวิธิ – ภิกฺขูหิ ‘‘ตว สิปาฏิกาย กหาปโณ ทิฏฺโฐ, กิสฺเสวมสารุปฺปํ กโรสี’’ติ วุตฺโต ‘‘สุทิฏฺฐํ, ภนฺเต, น ปเนโส กหาปโณ; ติปุมณฺฑลํ เอต’’นฺติ ภณนฺโต วา ‘‘ตฺวํ สุรํ ปิวนฺโต ทิฏฺโฐ, กิสฺเสวํ กโรสี’’ติ วุตฺโต ‘‘สุทิฏฺโฐ, ภนฺเต, น ปเนสา สุรา, เภสชฺชตฺถาย สมฺปาทิตํ อริฏฺฐ’’นฺติ ภณนฺโต วา ‘‘ตฺวํ ปฏิจฺฉนฺเน อาสเน มาตุคาเมน สทฺธึ นิสินฺโน ทิฏฺโฐ, กิสฺเสวมสารุปฺปํ กโรสี’’ติ วุตฺโต ‘‘เยน ทิฏฺฐํ สุทิฏฺฐํ, วิญฺญู ปเนตฺถ ทุติโย อตฺถิ, โส กิสฺส น ทิฏฺโฐ’’ติ ภณนฺโต วา, ‘‘อีทิสํ ตยา กิญฺจิ ทิฏฺฐ’’นฺติ ปุฏฺโฐ ‘‘น สุณามี’’ติ โสตมุปเนนฺโต วา, โสตทฺวาเร ปุจฺฉนฺตานํ จกฺขุํ อุปเนนฺโต วา, อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรตีติ เวทิตพฺโพ. อญฺญวาทกํ โรเปตูติ อญฺญวาทกํ อาโรเปตุ; ปติฏฺฐาเปตูติ อตฺโถ. วิเหสกํ โรเปตูติ เอตสฺมิมฺปิ เอเสว นโย.

๙๘. อญฺญวาทเก วิเหสเก ปาจิตฺติยนฺติ เอตฺถ อญฺญํ วทตีติ อญฺญวาทกํ; อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรณสฺเสตํ นามํ. วิเหเสตีติ วิเหสกํ; ตุณฺหีภูตสฺเสตํ นามํ, ตสฺมึ อญฺญวาทเก วิเหสเก. ปาจิตฺติยนฺติ วตฺถุทฺวเย ปาจิตฺติยทฺวยํ วุตฺตํ.

๑๐๐. อโรปิเต อญฺญวาทเกติ กมฺมวาจาย อนาโรปิเต อญฺญวาทเก. อโรปิเต วิเหสเกติ เอตสฺมิมฺปิ เอเสว นโย.

๑๐๑. ธมฺมกมฺเม ธมฺมกมฺมสญฺญีติอาทีสุ ยํ ตํ อญฺญวาทกวิเหสกโรปนกมฺมํ กตํ, ตญฺเจ ธมฺมกมฺมํ โหติ, โส จ ภิกฺขุ ตสฺมึ ธมฺมกมฺมสญฺญี อญฺญวาทกญฺจ วิเหสกญฺจ กโรติ, อถสฺส ตสฺมึ อญฺญวาทเก จ วิเหสเก จ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

๑๐๒. อชานนฺโต ปุจฺฉตีติ อาปตฺตึ วา อาปนฺนภาวํ อชานนฺโตเยว ‘‘กึ ตุเมฺห ภณถ, อหํ น ชานามี’’ติ ปุจฺฉติ. คิลาโน วา น กเถตีติ มุเข ตาทิโส พฺยาธิ โหติ, เยน กเถตุํ น สกฺโกติ. สงฺฆสฺส ภณฺฑนํ วาติอาทีสุ สงฺฆมชฺเฌ กถิเต ตปฺปจฺจยา สงฺฆสฺส ภณฺฑนํ วา กลโห วา วิวาโท วา ภวิสฺสติ, โส มา อโหสีติ มญฺญมาโน น กเถตีติ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เสสํ อุตฺตานเมวาติ.

ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, สิยา กิริยํ, สิยา อกิริยํ, อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรนฺตสฺส หิ กิริยํ โหติ, ตุณฺหีภาเวน วิเหสนฺตสฺส อกิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.

อญฺญวาทกสิกฺขาปทํ ทุติยํ.

๓. อุชฺฌาปนกสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๐๓. ตติยสิกฺขาปเท – ทพฺพํ มลฺลปุตฺตํ ภิกฺขู อุชฺฌาเปนฺตีติ ‘‘ฉนฺทาย ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต’’ติอาทีนิ วทนฺตา ตํ อายสฺมนฺตํ เตหิ ภิกฺขูหิ อวชานาเปนฺติ, อวญฺญาย โอโลกาเปนฺติ, ลามกโต วา จินฺตาเปนฺตี’’ติ อตฺโถ. ลกฺขณํ ปเนตฺถ สทฺทสตฺถานุสาเรน เวทิตพฺพํ. โอชฺฌาเปนฺตีติปิ ปาโฐ. อยเมวตฺโถ. ฉนฺทายาติ ฉนฺเทน ปกฺขปาเตน; อตฺตโน อตฺตโน สนฺทิฏฺฐสมฺภตฺตานํ ปณีตานิ ปญฺญเปตีติ อธิปฺปาโย. ขิยฺยนฺตีติ ‘‘ฉนฺทาย ทพฺโพ มลฺลปุตฺโต’’ติอาทีนิ วทนฺตา ปกาเสนฺติ.

๑๐๕. อุชฺฌาปนเก ขิยฺยนเก ปาจิตฺติยนฺติ เอตฺถ เยน วจเนน อุชฺฌาเปนฺติ, ตํ อุชฺฌาปนกํ. เยน จ ขิยฺยนฺติ ตํ ขิยฺยนกํ. ตสฺมึ อุชฺฌาปนเก ขิยฺยนเก. ปาจิตฺติยนฺติ วตฺถุทฺวเย ปาจิตฺติยทฺวยํ วุตฺตํ.

๑๐๖. อุชฺฌาปนกํ นาม อุปสมฺปนฺนํ สงฺเฆน สมฺมตํ เสนาสนปญฺญาปกํ วา…เป… อปฺปมตฺตกวิสฺสชฺชนกํ วาติ เอเตสํ ปทานํ ‘‘มงฺกุกตฺตุกาโม’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. อวณฺณํ กตฺตุกาโม อยสํ กตฺตุกาโมติ อิเมสํ ปน วเสน อุปสมฺปนฺนนฺติอาทีสุ ‘‘อุปสมฺปนฺนสฺสา’’ติ เอวํ วิภตฺติวิปริณาโม กาตพฺโพ. อุชฺฌาเปติ วา ขิยฺยติ วา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ เอตฺถ ปน ยสฺมา ‘‘ขิยฺยนกํ นามา’’ติ เอวํ มาติกาปทํ อุทฺธริตฺวาปิ ‘‘อุชฺฌาปนกํ นามา’’ติ อิมสฺส ปทสฺส วุตฺตวิภงฺโคเยว วตฺตพฺโพ โหติ, อญฺญวาทกสิกฺขาปเท วิย อญฺโญ วิเสโส นตฺถิ, ตสฺมา ตํ วิสุํ อนุทฺธริตฺวา อวิภชิตฺวา นิคมนเมว เอกโต กตนฺติ เวทิตพฺพํ. ธมฺมกมฺเม ธมฺมกมฺมสญฺญีติอาทีสุ ยํ ตสฺส อุปสมฺปนฺนสฺส สมฺมุติกมฺมํ กตํ ตญฺเจ ธมฺมกมฺมํ โหติ, โส จ ภิกฺขุ ตสฺมึ ธมฺมกมฺมสญฺญี อุชฺฌาปนกญฺจ ขิยฺยนกญฺจ กโรติ, อถสฺส ตสฺมึ อุชฺฌาปนเก จ ขิยฺยนเก จ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อนุปสมฺปนฺนํ อุชฺฌาเปติ วา ขิยฺยติ วาติ เอตฺถ อุปสมฺปนฺนํ สงฺเฆน สมฺมตํ อญฺญํ อนุปสมฺปนฺนํ อุชฺฌาเปติ อวชานาเปติ, ตสฺส วา ตํ สนฺติเก ขิยฺยตีติ อตฺโถ. อุปสมฺปนฺนํ สงฺเฆน อสมฺมตนฺติ กมฺมวาจาย อสมฺมตํ เกวลํ ‘‘ตเวโส ภาโร’’ติ สงฺเฆน อาโรปิตภารํ ภิกฺขูนํ วา ผาสุวิหารตฺถาย สยเมว ตํ ภารํ วหนฺตํ, ยตฺร วา เทฺว ตโย ภิกฺขู วิหรนฺติ, ตตฺร วา ตาทิสํ กมฺมํ กโรนฺตนฺติ อธิปฺปาโย. อนุปสมฺปนฺนํ สงฺเฆน สมฺมตํ วา อสมฺมตํ วาติ เอตฺถ ปน กิญฺจาปิ อนุปสมฺปนฺนสฺส เตรส สมฺมุติโย ทาตุํ น วฏฺฏนฺติ. อถ โข อุปสมฺปนฺนกาเล ลทฺธสมฺมุติโก ปจฺฉา อนุปสมฺปนฺนภาเว ฐิโต, ตํ สนฺธาย ‘‘สงฺเฆน สมฺมตํ วา’’ติ วุตฺตํ. ยสฺส ปน พฺยตฺตสฺส สามเณรสฺส เกวลํ สงฺเฆน วา สมฺมเตน วา ภิกฺขุนา ‘‘ตฺวํ อิทํ กมฺมํ กโรหี’’ติ ภาโร กโต, ตาทิสํ สนฺธาย ‘‘อสมฺมตํ วา’’ติ วุตฺตํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.

อุชฺฌาปนกสิกฺขาปทํ ตติยํ.

๔. ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๐๘. จตุตฺถสิกฺขาปเท – เหมนฺติเก กาเลติ เหมนฺตกาเล หิมปาตสมเย. กายํ โอตาเปนฺตาติ มญฺจปีฐาทีสุ นิสินฺนา พาลาตเปน กายํ โอตาเปนฺตา. กาเล อาโรจิเตติ ยาคุภตฺตาทีสุ ยสฺส กสฺสจิ กาเล อาโรจิเต. โอวฏฺฐํ โหตีติ หิมวสฺเสน โอวฏฺฐํ ตินฺตํ โหติ.

๑๑๐. อวสฺสิกสงฺเกเตติ วสฺสิกวสฺสานมาสาติ เอวํ อปญฺญตฺเต จตฺตาโร เหมนฺติเก จตฺตาโร จ คิมฺหิเก อฏฺฐ มาเสติ อตฺโถ. มณฺฑเป วาติ สาขามณฺฑเป วา ปทรมณฺฑเป วา. รุกฺขมูเล วาติ ยสฺส กสฺสจิ รุกฺขสฺส เหฏฺฐา. ยตฺถ กากา วา กุลลา วา น อูหทนฺตีติ ยตฺถ ธุวนิวาเสน กุลาวเก กตฺวา วสมานา เอเต กากกุลลา วา อญฺเญ วา สกุนฺตา ตํ เสนาสนํ น อูหทนฺติ, ตาทิเส รุกฺขมูเล นิกฺขิปิตุํ อนุชานามีติ. ตสฺมา ยตฺถ โคจรปฺปสุตา สกุนฺตา วิสฺสมิตฺวา คจฺฉนฺติ, ตสฺส รุกฺขสฺส มูเล นิกฺขิปิตุํ วฏฺฏติ. ยสฺมึ ปน ธุวนิวาเสน กุลาวเก กตฺวา วสนฺติ, ตสฺส รุกฺขสฺส มูเล น นิกฺขิปิตพฺพํ. ‘‘อฏฺฐ มาเส’’ติ วจนโต เยสุ ชนปเทสุ วสฺสกาเล น วสฺสติ, เตสุปิ จตฺตาโร มาเส นิกฺขิปิตุํ น วฏฺฏติเยว. ‘‘อวสฺสิกสงฺเกเต’’ติ วจนโต ยตฺถ เหมนฺเต เทโว วสฺสติ, ตตฺถ เหมนฺเตปิ อชฺโฌกาเส นิกฺขิปิตุํ น วฏฺฏติ. คิเมฺห ปน สพฺพตฺถ วิคตวลาหกํ วิสุทฺธํ นภํ โหติ, เอวรูเป กาเล เกนจิเทว กรณีเยน อชฺโฌกาเส มญฺจปีฐํ นิกฺขิปิตุํ วฏฺฏติ.

อพฺโภกาสิเกนาปิ วตฺตํ ชานิตพฺพํ, ตสฺส หิ สเจ ปุคฺคลิกมญฺจโก อตฺถิ, ตตฺเถว สยิตพฺพํ. สงฺฆิกํ คณฺหนฺเตน เวตฺเตน วา วาเกน วา วีตมญฺจโก คเหตพฺโพ. ตสฺมึ อสติ ปุราณมญฺจโก คเหตพฺโพ. ตสฺมิมฺปิ อสติ นววายิโม วา โอนทฺธโก วา คเหตพฺโพ. คเหตฺวา จ ปน ‘‘อหํ อุกฺกฏฺฐรุกฺขมูลิโก อุกฺกฏฺฐอพฺโภกาสิโก’’ติ จีวรกุฏิมฺปิ อกตฺวา อสมเย อชฺโฌกาเส รุกฺขมูเล วา ปญฺญเปตฺวา นิปชฺชิตุํ น วฏฺฏติ. สเจ ปน จตุคฺคุเณนปิ จีวเรน กตกุฏิ อเตเมนฺตํ รกฺขิตุํ น สกฺโกติ, สตฺตาหวทฺทลิกาทีนิ ภวนฺติ, ภิกฺขุโน กายานุคติกตฺตา วฏฺฏติ.

อรญฺเญ ปณฺณกุฏีสุ วสนฺตานํ สีลสมฺปทาย ปสนฺนจิตฺตา มนุสฺสา นวํ มญฺจปีฐํ เทนฺติ ‘‘สงฺฆิกปริโภเคน ปริภุญฺชถา’’ติ วสิตฺวา คจฺฉนฺเตหิ สามนฺตวิหาเร สภาคภิกฺขูนํ เปเสตฺวา คนฺตพฺพํ, สภาคานํ อภาเว อโนวสฺสเก นิกฺขิปิตฺวา คนฺตพฺพํ, อโนวสฺสเก อสติ รุกฺเข ลคฺเคตฺวา คนฺตพฺพํ. เจติยงฺคเณ สมฺมชฺชนึ คเหตฺวา โภชนสาลงฺคณํ วา อุโปสถาคารงฺคณํ วา ปริเวณทิวาฏฺฐานอคฺคิสาลาทีสุ วา อญฺญตรํ สมฺมชฺชิตฺวา โธวิตฺวา ปุน สมฺมชฺชนีมาฬเกเยว ฐเปตพฺพา. อุโปสถาคาราทีสุ อญฺญตรสฺมึ คเหตฺวา อวเสสานิ สมฺมชฺชนฺตสฺสาปิ เอเสว นโย.

โย ปน ภิกฺขาจารมคฺคํ สมฺมชฺชนฺโตว คนฺตุกาโม โหติ, เตน สมฺมชฺชิตฺวา สเจ อนฺตรามคฺเค สาลา อตฺถิ, ตตฺถ ฐเปตพฺพา. สเจ นตฺถิ, วลาหกานํ อนุฏฺฐิตภาวํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘ยาวาหํ คามโต นิกฺขมามิ, ตาว น วสฺสิสฺสตี’’ติ ชานนฺเตน ยตฺถ กตฺถจิ นิกฺขิปิตฺวา ปุน ปจฺจาคจฺฉนฺเตน ปากติกฏฺฐาเน ฐเปตพฺพา. สเจ วสฺสิสฺสตีติ ชานนฺโต อชฺโฌกาเส ฐเปติ, ทุกฺกฏนฺติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. สเจ ปน ตตฺร ตเตฺรว สมฺมชฺชนตฺถาย สมฺมชฺชนี นิกฺขิตฺตา โหติ, ตํ ตํ ฐานํ สมฺมชฺชิตฺวา ตตฺร ตเตฺรว นิกฺขิปิตุํ วฏฺฏติ. อาสนสาลํ สมฺมชฺชนฺเตน วตฺตํ ชานิตพฺพํ. ตตฺริทํ วตฺตํ – มชฺฌโต ปฏฺฐาย ปาทฏฺฐานาภิมุขา วาลิกา หริตพฺพา. กจวรํ หตฺเถหิ คเหตฺวา พหิ ฉฑฺเฑตพฺพํ.

๑๑๑. มสารโกติ มญฺจปาเท วิชฺฌิตฺวา ตตฺถ อฏนิโย ปเวเสตฺวา กโต. พุนฺทิกาพทฺโธติ อฏนีหิ มญฺจปาเท ฑํสาเปตฺวา ปลฺลงฺกสงฺเขเปน กโต. กุฬีรปาทโกติ อสฺสเมณฺฑกาทีนํ ปาทสทิเสหิ ปาเทหิ กโต. โย วา ปน โกจิ วงฺกปาทโก, อยํ วุจฺจติ กุฬีรปาทโก. อาหจฺจปาทโกติ อยํ ปน ‘‘อาหจฺจปาทโก นาม มญฺโจ องฺเค วิชฺฌิตฺวา กโต โหตี’’ติ เอวํ ปรโต ปาฬิยํเยว วุตฺโต, ตสฺมา อฏนิโย วิชฺฌิตฺวา ตตฺถ ปาทสิขํ ปเวเสตฺวา อุปริ อาณึ ทตฺวา กตมญฺโจ ‘‘อาหจฺจปาทโก’’ติ เวทิตพฺโพ. ปีเฐปิ เอเสว นโย. อนฺโต สํเวเฐตฺวา พทฺธํ โหตีติ เหฏฺฐา จ อุปริ จ วิตฺถตํ มชฺเฌ สงฺขิตฺตํ ปณวสณฺฐานํ กตฺวา พทฺธํ โหติ, ตํ กิร มชฺเฌ สีหพฺยคฺฆจมฺมปริกฺขิตฺตมฺปิ กโรนฺติ. อกปฺปิยจมฺมํ นาเมตฺถ นตฺถิ. เสนาสนญฺหิ โสวณฺณมยมฺปิ วฏฺฏติ, ตสฺมา ตํ มหคฺฆํ โหติ. อนุปสมฺปนฺนํ สนฺถราเปติ ตสฺส ปลิโพโธติ เยน สนฺถราปิตํ, ตสฺส ปลิโพโธ. เลฑฺฑุปาตํ อติกฺกมนฺตสฺส อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ ถามมชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส เลฑฺฑุปาตํ อติกฺกมนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ.

อยํ ปเนตฺถ วินิจฺฉโย – เถโร โภชนสาลายํ ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา ทหรํ อาณาเปติ ‘‘คจฺฉ ทิวาฏฺฐาเน มญฺจปีฐํ ปญฺญเปหี’’ติ. โส ตถา กตฺวา นิสินฺโน. เถโร ยถารุจึ วิจริตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา ถวิกํ วา อุตฺตราสงฺคํ วา ฐเปติ, ตโต ปฏฺฐาย เถรสฺส ปลิโพโธ. นิสีทิตฺวา สยํ คจฺฉนฺโต เนว อุทฺธรติ, น อุทฺธราเปติ, เลฑฺฑุปาตาติกฺกเม ปาจิตฺติยํ. สเจ ปน เถโร ตตฺถ ถวิกํ วา อุตฺตราสงฺคํ วา อฏฺฐเปตฺวา จงฺกมนฺโตว ทหรํ ‘‘คจฺฉ ตฺว’’นฺติ ภณติ, เตน ‘‘อิทํ ภนฺเต มญฺจปีฐ’’นฺติ อาจิกฺขิตพฺพํ. สเจ เถโร วตฺตํ ชานาติ ‘‘ตฺวํ คจฺฉ, อหํ ปากติกํ กริสฺสามี’’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ พาโล โหติ อนุคฺคหิตวตฺโต ‘‘คจฺฉ, มา อิธ ติฏฺฐ, เนว นิสีทิตุํ น นิปชฺชิตุํ เทมี’’ติ ทหรํ ตชฺเชติเยว. ทหเรน ‘‘ภนฺเต สุขํ สยถา’’ติ กปฺปํ ลภิตฺวา วนฺทิตฺวา คนฺตพฺพํ. ตสฺมึ คเต เถรสฺเสว ปลิโพโธ. ปุริมนเยเนว จสฺส อาปตฺติ เวทิตพฺพา.

อถ ปน อาณตฺติกฺขเณเยว ทหโร ‘‘มยฺหํ ภนฺเต ภณฺฑกโธวนาทิ กิญฺจิ กรณียํ อตฺถี’’ติ วทติ, เถโร จ นํ ‘‘ตฺวํ ปญฺญเปตฺวา คจฺฉาหี’’ติ วตฺวา โภชนสาลโต นิกฺขมิตฺวา อญฺญตฺถ คจฺฉติ, ปาทุทฺธาเรน กาเรตพฺโพ. สเจ ตตฺเถว คนฺตฺวา นิสีทติ ปุริมนเยเนว จสฺส เลฑฺฑุปาตาติกฺกเม อาปตฺติ. สเจ ปน เถโร สามเณรํ อาณาเปติ, สามเณเร ตตฺถ มญฺจปีฐํ ปญฺญเปตฺวา นิสินฺเนปิ โภชนสาลโต อญฺญตฺถ คจฺฉนฺโต ปาทุทฺธาเรน กาเรตพฺโพ. คนฺตฺวา นิสินฺโน ปุน คมนกาเล เลฑฺฑุปาตาติกฺกเม อาปตฺติยา กาเรตพฺโพ. สเจ ปน อาณาเปนฺโต มญฺจปีฐํ ปญฺญเปตฺวา ตตฺเถว นิสีทาติ อาณาเปติ, ยตฺริจฺฉติ ตตฺร คนฺตฺวา อาคนฺตุํ ลภติ. สยํ ปน ปากติกํ อกตฺวา คจฺฉนฺตสฺส เลฑฺฑุปาตาติกฺกเม ปาจิตฺติยํ. อนฺตรสนฺนิปาเต มญฺจปีฐานิ ปญฺญเปตฺวา นิสินฺเนหิ คมนกาเล อารามิกานํ อิมํ ปฏิสาเมถาติ วตฺตพฺพํ, อวตฺวา คจฺฉนฺตานํ เลฑฺฑุปาตาติกฺกเม อาปตฺติ.

มหาธมฺมสวนํ นาม โหติ ตตฺถ อุโปสถาคารโตปิ โภชนสาลโตปิ อาหริตฺวา มญฺจปีฐานิ ปญฺญเปนฺติ. อาวาสิกานํเยว ปลิโพโธ. สเจ อาคนฺตุกา ‘‘อิทํ อมฺหากํ อุปชฺฌายสฺส อิทํ อาจริยสฺสา’’ติ คณฺหนฺติ, ตโต ปฏฺฐาย เตสํเยว ปลิโพโธ. คมนกาเล ปากติกํ อกตฺวา เลฑฺฑุปาตํ อติกฺกมนฺตานํ อาปตฺติ. มหาปจฺจริยํ ปุน วุตฺตํ – ‘‘ยาว อญฺเญ น นิสีทนฺติ, ตาว เยหิ ปญฺญตฺตํ, เตสํ ภาโร. อญฺเญสุ อาคนฺตฺวา นิสินฺเนสุ นิสินฺนกานํ ภาโร. สเจ เต อนุทฺธริตฺวา วา อนุทฺธราเปตฺวา วา คจฺฉนฺติ, ทุกฺกฏํ. กสฺมา? อนาณตฺติยา ปญฺญปิตตฺตา’’ติ. ธมฺมาสเน ปญฺญตฺเต ยาว อุสฺสารโก วา ธมฺมกถิโก วา นาคจฺฉติ, ตาว ปญฺญาปกานํ ปลิโพโธ, ตสฺมึ อาคนฺตฺวา นิสินฺเน ตสฺส ปลิโพโธ. สกลํ อโหรตฺตํ ธมฺมสวนํ โหติ, อญฺโญ อุสฺสารโก วา ธมฺมกถิโก วา อุฏฺฐหติ, อญฺโญ นิสีทติ, โย โย อาคนฺตฺวา นิสีทติ, ตสฺส ตสฺส ภาโร. อุฏฺฐหนฺเตน ปน ‘‘อิทมาสนํ ตุมฺหากํ ภาโร’’ติ วตฺวา คนฺตพฺพํ. สเจปิ อิตรสฺมึ อนาคเตเยว ปฐมํ นิสินฺโน อุฏฺฐาย คจฺฉติ, ตสฺมิญฺจ อนฺโตอุปจารฏฺเฐเยว อิตโร อาคนฺตฺวา นิสีทติ, อุฏฺฐาย คโต อาปตฺติยา น กาเรตพฺโพ. สเจ ปน อิตรสฺมึ อนาคเตเยว ปฐมํ นิสินฺโน อุฏฺฐายาสนา เลฑฺฑุปาตํ อติกฺกมติ, อาปตฺติยา กาเรตพฺโพ. สพฺพตฺถ จ ‘‘เลฑฺฑุปาตาติกฺกเม ปฐมปาเท ทุกฺกฏํ, ทุติเย ปาจิตฺติย’’นฺติ อยํ นโย มหาปจฺจริยํ วุตฺโต.

๑๑๒. จิมิลิกํ วาติอาทีสุ จิมิลิกา นาม สุธาทิปริกมฺมกตาย ภูมิยา วณฺณานุรกฺขณตฺถํ กตา โหติ, ตํ เหฏฺฐา ปตฺถริตฺวา อุปริ กฏสารกํ ปตฺถรนฺติ. อุตฺตรตฺถรณํ นาม มญฺจปีฐานํ อุปริ อตฺถริตพฺพกํ ปจฺจตฺถรณํ. ภูมตฺถรณํ นาม ภูมิยํ อตฺถริตพฺพา กฏสารกาทิวิกติ. ตฏฺฏิกํ นาม ตาลปณฺเณหิ วา วาเกหิ วา กตตฏฺฏิกา. จมฺมขณฺโฑ นาม สีหพฺยคฺฆทีปิตรจฺฉจมฺมาทีสุปิ ยํกิญฺจิ จมฺมํ. อฏฺฐกถาสุ หิ เสนาสนปริโภเค ปฏิกฺขิตฺตจมฺมํ นาม น ทิสฺสติ, ตสฺมา สีหจมฺมาทีนํ ปริหรเณเยว ปฏิกฺเขโป เวทิตพฺโพ. ปาทปุญฺฉนี นาม รชฺชุเกหิ วา ปิโลติกาหิ วา ปาทปุญฺฉนตฺถํ กตา. ผลกปีฐํ นาม ผลกมยํ ปีฐํ. อถ วา ผลกญฺเจว ทารุมยปีฐญฺจ; เอเตน สพฺพมฺปิ ทารุภณฺฑาทิ สงฺคหิตํ. มหาปจฺจริยํ ปน วิตฺถาเรเนว วุตฺตํ – ‘‘อาธารกํ ปตฺตปิธานํ ปาทกถลิกํ ตาลวณฺฏํ พีชนีปตฺตกํ ยํกิญฺจิ ทารุภณฺฑํ อนฺตมโส ปานียอุฬุงฺกํ ปานียสงฺขํ อชฺโฌกาเส นิกฺขิปิตฺวา คจฺฉนฺตสฺส ทุกฺกฏ’’นฺติ. มหาอฏฺฐกถายํ ปน เอส นโย ทุติยสิกฺขาปเท ทสฺสิโต. อชฺโฌกาเส รชนํ ปจิตฺวา รชนภาชนํ รชนอุฬุงฺโก รชนโทณิกาติ สพฺพํ อคฺคิสาลาย ปฏิสาเมตพฺพํ. สเจ อคฺคิสาลา นตฺถิ, อโนวสฺสเก ปพฺภาเร นิกฺขิปิตพฺพํ. ตสฺมิมฺปิ อสติ ยตฺถ โอโลเกนฺตา ภิกฺขู ปสฺสนฺติ, ตาทิเส ฐาเน ฐเปตฺวาปิ คนฺตุํ วฏฺฏติ.

อญฺญสฺส ปุคฺคลิเกติ ยสฺมึ วิสฺสาสคฺคาโห น รุหติ, ตสฺส สนฺตเก ทุกฺกฏํ. ยสฺมึ ปน วิสฺสาโส รุหติ, ตสฺส สนฺตกํ อตฺตโน ปุคฺคลิกมิว โหตีติ มหาปจฺจริยาทีสุ วุตฺตํ.

๑๑๓. อาปุจฺฉํ คจฺฉตีติ โย ภิกฺขุ วา สามเณโร วา อารามิโก วา ลชฺชี โหติ, อตฺตโน ปลิโพธํ วิย มญฺญติ, โย ตถารูปํ อาปุจฺฉิตฺวา คจฺฉติ, ตสฺส อนาปตฺติ. โอตาเปนฺโต คจฺฉตีติ อาตเป โอตาเปนฺโต อาคนฺตฺวา อุทฺธริสฺสามีติ คจฺฉติ; เอวํ คจฺฉโต อนาปตฺติ. เกนจิ ปลิพุทฺธํ โหตีติ เสนาสนํ เกนจิ อุปทฺทุตํ โหตีติ อตฺโถ. สเจปิ หิ วุฑฺฒตโร ภิกฺขุ อุฏฺฐาเปตฺวา คณฺหาติ, สเจปิ ยกฺโข วา เปโต วา อาคนฺตฺวา นิสีทติ, โกจิ วา อิสฺสโร อาคนฺตฺวา คณฺหาติ, เสนาสนํ ปลิพุทฺธํ โหติ, สีหพฺยคฺฆาทีสุ วา ปน ตํ ปเทสํ อาคนฺตฺวา ฐิเตสุปิ เสนาสนํ ปลิพุทฺธํ โหติเยว. เอวํ เกนจิ ปลิพุทฺเธ อนุทฺธริตฺวาปิ คจฺฉโต อนาปตฺติ. อาปทาสูติ ชีวิตพฺรหฺมจริยนฺตราเยสุ. เสสํ อุตฺตานเมวาติ.

กถินสมุฏฺฐานํ – กายวาจโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยากิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

ปฐมเสนาสนสิกฺขาปทํ จตุตฺถํ.

๕. ทุติยเสนาสนสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๑๖. ทุติยเสนาสนสิกฺขาปเท – ภิสีติ มญฺจกภิสิ วา ปีฐกภิสิ วา. จิมิลิกาทีนิปิ ปุริมสิกฺขาปเท วุตฺตปฺปการานิเยว. นิสีทนนฺติ สทสํ เวทิตพฺพํ. ปจฺจตฺถรณนฺติ ปาวาโร โกชโวติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ. ติณสนฺถาโรติ เยสํ เกสญฺจิ ติณานํ สนฺถาโร. เอส นโย ปณฺณสนฺถาเร. ปริกฺเขปํ อติกฺกมนฺตสฺสาติ เอตฺถ ปฐมปาทํ อติกฺกาเมนฺตสฺส ทุกฺกฏํ, ทุติยาติกฺกเม ปาจิตฺติยํ. อปริกฺขิตฺตสฺส อุปจาโร นาม เสนาสนโต เทฺว เลฑฺฑุปาตา.

อนาปุจฺฉํ วา คจฺเฉยฺยาติ เอตฺถ ภิกฺขุมฺหิ สติ ภิกฺขุ อาปุจฺฉิตพฺโพ. ตสฺมึ อสติ สามเณโร, ตสฺมึ อสติ อารามิโก, ตสฺมิมฺปิ อสติ เยน วิหาโร การิโต โส วิหารสามิโก, ตสฺส วา กุเล โย โกจิ อาปุจฺฉิตพฺโพ. ตสฺมิมฺปิ อสติ จตูสุ ปาสาเณสุ มญฺจํ ฐเปตฺวา มญฺเจ อวเสสมญฺจปีฐานิ อาโรเปตฺวา อุปริ ภิสิอาทิกํ ทสวิธมฺปิ เสยฺยํ ราสึ กริตฺวา ทารุภณฺฑํ มตฺติกาภณฺฑํ ปฏิสาเมตฺวา ทฺวารวาตปานานิ ปิทหิตฺวา คมิยวตฺตํ ปูเรตฺวา คนฺตพฺพํ. สเจ ปน เสนาสนํ โอวสฺสติ, ฉทนตฺถญฺจ ติณํ วา อิฏฺฐกา วา อานีตา โหนฺติ, สเจ อุสฺสหติ, ฉาเทตพฺพํ. โน เจ สกฺโกติ, โย โอกาโส อโนวสฺสโก, ตตฺถ มญฺจปีฐาทีนิ นิกฺขิปิตฺวา คนฺตพฺพํ. สเจ สพฺพมฺปิ โอวสฺสติ, อุสฺสหนฺเตน อนฺโตคาเม อุปาสกานํ ฆเร ฐเปตพฺพํ. สเจ เตปิ ‘‘สงฺฆิกํ นาม ภนฺเต ภาริยํ, อคฺคิทาหาทีนํ ภายามา’’ติ น สมฺปฏิจฺฉนฺติ, อชฺโฌกาเสปิ ปาสาณานํ อุปริ มญฺจํ ฐเปตฺวา เสสํ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว นิกฺขิปิตฺวา ติเณหิ จ ปณฺเณหิ จ ปฏิจฺฉาเทตฺวา คนฺตุํ วฏฺฏติ. ยญฺหิ ตตฺถ องฺคมตฺตมฺปิ อวสิสฺสติ, ตํ อญฺเญสํ ตตฺถ อาคตานํ ภิกฺขูนํ อุปการํ ภวิสฺสตีติ.

๑๑๗. วิหารสฺส อุปจาเรติอาทีสุ วิหารสฺสูปจาโร นาม ปริเวณํ. อุปฏฺฐานสาลาติ ปริเวณโภชนสาลา. มณฺฑโปติ ปริเวณมณฺฑโป. รุกฺขมูลนฺติ ปริเวณรุกฺขมูลํ. อยํ ตาว นโย กุรุนฺทฏฺฐกถายํ วุตฺโต. กิญฺจาปิ วุตฺโต, อถ โข วิหาโรติ อนฺโตคพฺโภ วา อญฺญํ วา สพฺพปริจฺฉนฺนํ คุตฺตเสนาสนํ เวทิตพฺพํ. วิหารสฺส อุปจาเรติ ตสฺส พหิ อาสนฺเน โอกาเส. อุปฏฺฐานสาลายํ วาติ โภชนสาลายํ วา. มณฺฑเป วาติ อปริจฺฉนฺเน ปริจฺฉนฺเน วาปิ พหูนํ สนฺนิปาตมณฺฑเป. รุกฺขมูเล วตฺตพฺพํ นตฺถิ. อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ วุตฺตปฺปการญฺหิ ทสวิธํ เสยฺยํ อนฺโตคพฺภาทิมฺหิ คุตฺตฏฺฐาเน ปญฺญเปตฺวา คจฺฉนฺตสฺส ยสฺมา เสยฺยาปิ เสนาสนมฺปิ อุปจิกาหิ ปลุชฺชติ, วมฺมิกราสิเยว โหติ, ตสฺมา ปาจิตฺติยํ วุตฺตํ. พหิ ปน อุปฏฺฐานสาลาทีสุ ปญฺญเปตฺวา คจฺฉนฺตสฺส เสยฺยามตฺตเมว นสฺเสยฺย, ฐานสฺส อคุตฺตตาย น เสนาสนํ, ตสฺมา เอตฺถ ทุกฺกฏํ วุตฺตํ. มญฺจํ วา ปีฐํ วาติ เอตฺถ ยสฺมา น สกฺกา มญฺจปีฐํ สหสา อุปจิกาหิ ขายิตุํ, ตสฺมา ตํ วิหาเรปิ สนฺถริตฺวา คจฺฉนฺตสฺส ทุกฺกฏํ วุตฺตํ. วิหารูปจาเร ปน ตํ วิหารจาริกํ อาหิณฺฑนฺตาปิ ทิสฺวา ปฏิสาเมสฺสนฺติ.

๑๑๘. อุทฺธริตฺวา คจฺฉตีติ เอตฺถ อุทฺธริตฺวา คจฺฉนฺเตน มญฺจปีฐกวาฏํ สพฺพํ อปเนตฺวา สํหริตฺวา จีวรวํเส ลคฺเคตฺวา คนฺตพฺพํ. ปจฺฉา อาคนฺตฺวา วสนกภิกฺขุนาปิ ปุน มญฺจปีฐํ วา ปญฺญเปตฺวา สยิตฺวา คจฺฉนฺเตน ตเถว กาตพฺพํ. อนฺโตกุฏฺฏโต เสยฺยํ พหิกุฏฺเฏ ปญฺญเปตฺวา วสนฺเตน คมนกาเล คหิตฏฺฐาเนเยว ปฏิสาเมตพฺพํ. อุปริปาสาทโต โอโรเปตฺวา เหฏฺฐาปาสาเท วสนฺตสฺสปิ เอเสว นโย. รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐาเนสุ มญฺจปีฐํ ปญฺญเปตฺวาปิ คมนกาเล ปุน คหิตฏฺฐาเนเยว ฐเปตพฺพํ.

อาปุจฺฉํ คจฺฉตีติ เอตฺถายํ อาปุจฺฉิตพฺพานาปุจฺฉิตพฺพวินิจฺฉโย – ยา ตาว ภูมิยํ ทีฆสาลา วา ปณฺณสาลา วา โหติ, ยํ วา รุกฺขตฺถมฺเภสุ, กตเคหํ อุปจิกานํ อุฏฺฐานฏฺฐานํ โหติ, ตโต ปกฺกมนฺเตน ตาว อาปุจฺฉิตฺวาว ปกฺกมิตพฺพํ. ตสฺมิญฺหิ กติปยานิ ทิวสานิ อชคฺคิยมาเน วมฺมิกาว สนฺติฏฺฐนฺติ. ยํ ปน ปาสาณปิฏฺฐิยํ วา ปาสาณตฺถมฺเภสุ วา กตเสนาสนํ สิลุจฺจยเลณํ วา สุธาลิตฺตเสนาสนํ วา ยตฺถ อุปจิกาสงฺกา นตฺถิ, ตโต ปกฺกมนฺตสฺส อาปุจฺฉิตฺวาปิ อนาปุจฺฉิตฺวาปิ คนฺตุํ วฏฺฏติ, อาปุจฺฉนํ ปน วตฺตํ. สเจ ตาทิเสปิ เสนาสเน เอเกน ปสฺเสน อุปจิกา อาโรหนฺติ, อาปุจฺฉิตฺวาว คนฺตพฺพํ. โย ปน อาคนฺตุโก ภิกฺขุ สงฺฆิกํ เสนาสนํ คเหตฺวา วสนฺตํ ภิกฺขุํ อนุวตฺตนฺโต อตฺตโน เสนาสนํ อคฺคเหตฺวา วสติ, ยาว โส น คณฺหาติ, ตาว ตํ เสนาสนํ ปุริมภิกฺขุสฺเสว ปลิโพโธ. ยทา ปน โส เสนาสนํ คเหตฺวา อตฺตโน อิสฺสริเยน วสติ, ตโต ปฏฺฐาย อาคนฺตุกสฺเสว ปลิโพโธ. สเจ อุโภปิ วิภชิตฺวา คณฺหนฺติ, อุภินฺนมฺปิ ปลิโพโธ. มหาปจฺจริยํ ปน วุตฺตํ – ‘‘สเจ เทฺว ตโย เอกโต หุตฺวา ปญฺญเปนฺติ, คมนกาเล สพฺเพหิปิ อาปุจฺฉิตพฺพํ. เตสุ เจ ปฐมํ คจฺฉนฺโต ‘ปจฺฉิโม ชคฺคิสฺสตี’ติ อาโภคํ กตฺวา คจฺฉติ วฏฺฏติ. ปจฺฉิมสฺส อาโภเคน มุตฺติ นตฺถิ. พหู เอกํ เปเสตฺวา สนฺถราเปนฺติ, คมนกาเล สพฺเพหิ วา อาปุจฺฉิตพฺพํ, เอกํ วา เปเสตฺวา อาปุจฺฉิตพฺพํ. อญฺญโต มญฺจปีฐาทีนิ อาเนตฺวา อญฺญตฺร วสิตฺวาปิ คมนกาเล ตตฺเถว เนตพฺพานิ. สเจ อญฺญาวาสโต อาเนตฺวา วสมานสฺส อญฺโญ วุฑฺฒตโร อาคจฺฉติ, น ปฏิพาหิตพฺโพ, ‘มยา ภนฺเต อญฺญาวาสโต อานีตํ, ปากติกํ กเรยฺยาถา’ติ วตฺตพฺพํ. เตน ‘เอวํ กริสฺสามี’ติ สมฺปฏิจฺฉิเต อิตรสฺส คนฺตุํ วฏฺฏติ. เอวมญฺญตฺถ หริตฺวาปิ สงฺฆิกปริโภเคน ปริภุญฺชนฺตสฺส นฏฺฐํ วา ชิณฺณํ วา โจเรหิ วา หฏํ คีวา น โหติ, ปุคฺคลิกปริโภเคน ปริภุญฺชนฺตสฺส ปน คีวา โหติ. อญฺญสฺส มญฺจปีฐํ ปน สงฺฆิกปริโภเคน วา ปุคฺคลิกปริโภเคน วา ปริภุญฺชนฺตสฺส นฏฺฐํ คีวาเยว’’.

เกนจิ ปลิพุทฺธํ โหตีติ วุฑฺฒตรภิกฺขูอิสฺสริยยกฺขสีหวาฬมิคกณฺหสปฺปาทีสุ เยน เกนจิ เสนาสนํ ปลิพุทฺธํ โหติ. สาเปกฺโข คนฺตฺวา ตตฺถ ฐิโต อาปุจฺฉติ, เกนจิ ปลิพุทฺโธ โหตีติ อชฺเชว อาคนฺตฺวา ปฏิชคฺคิสฺสามีติ เอวํ สาเปกฺโข นทีปารํ วา คามนฺตรํ วา คนฺตฺวา ยตฺถสฺส คมนจิตฺตํ อุปฺปนฺนํ, ตตฺเถว ฐิโต กญฺจิ เปเสตฺวา อาปุจฺฉติ, นทีปูรราชโจราทีสุ วา เกนจิ ปลิพุทฺโธ โหติ อุปทฺทุโต, น สกฺโกติ ปจฺจาคนฺตุํ, เอวํภูตสฺสปิ อนาปตฺติ. เสสํ ปฐมสิกฺขาปเท วุตฺตนยเมว สทฺธึ สมุฏฺฐานาทีหีติ.

ทุติยเสนาสนสิกฺขาปทํ ปญฺจมํ.

๖. อนุปขชฺชสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๑๙. ฉฏฺฐสิกฺขาปเท – ปลิพุนฺเธนฺตีติ ปฐมตรํ คนฺตฺวา ปตฺตจีวรํ อติหริตฺวา รุมฺภิตฺวา ติฏฺฐนฺติ. เถรา ภิกฺขู วุฏฺฐาเปนฺตีติ ‘‘อมฺหากํ อาวุโส ปาปุณาตี’’ติ วสฺสคฺเคน คเหตฺวา วุฏฺฐาเปนฺติ. อนุปขชฺช เสยฺยํ กปฺเปนฺตีติ ‘‘ตุมฺหากํ ภนฺเต มญฺจฏฺฐานํเยว ปาปุณาติ, น สพฺโพ วิหาโร. อมฺหากํ ทานิ อิทํ ฐานํ ปาปุณาตี’’ติ อนุปวิสิตฺวา มญฺจปีฐํ ปญฺญเปตฺวา นิสีทนฺติปิ นิปชฺชนฺติปิ สชฺฌายมฺปิ กโรนฺติ.

๑๒๐. ชานนฺติ ‘‘อนุฏฺฐาปนีโย อย’’นฺติ ชานนฺโต; เตเนวสฺส วิภงฺเค ‘‘วุฑฺโฒติ ชานาตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. วุฑฺโฒ หิ อตฺตโน วุฑฺฒตาย อนุฏฺฐาปนีโย, คิลาโน คิลานตาย, สงฺโฆ ปน ภณฺฑาคาริกสฺส วา ธมฺมกถิกวินยธราทีนํ วา คณวาจกอาจริยสฺส วา พหูปการตํ คุณวิสิฏฺฐตญฺจ สลฺลกฺเขนฺโต ธุววาสตฺถาย วิหารํ สมฺมนฺนิตฺวา เทติ, ตสฺมา ยสฺส สงฺเฆน ทินฺโน, โสปิ อนุฏฺฐาปนีโย. กามญฺเจตฺถ คิลานสฺสาปิ สงฺโฆเยว อนุจฺฉวิกํ เสนาสนํ เทติ, คิลาโน ปน ‘‘อปโลเกตฺวา สงฺเฆน อทินฺนเสนาสโนปิ น ปีเฬตพฺโพ อนุกมฺปิตพฺโพ’’ติ ทสฺเสตุํ วิสุํ วุตฺโต.

๑๒๑. อุปจาเรติ เอตฺถ มญฺจปีฐานํ ตาว มหลฺลเก วิหาเร สมนฺตา ทิยฑฺโฒ หตฺโถ อุปจาโร, ขุทฺทเก ยโต ปโหติ ตโต ทิยฑฺโฒ หตฺโถ, ปาเท โธวิตฺวา ปวิสนฺตสฺส ปสฺสาวตฺถาย นิกฺขมนฺตสฺส จ ยาว ทฺวาเร นิกฺขิตฺตปาทโธวนปาสาณโต ปสฺสาวฏฺฐานโต จ มญฺจปีฐํ, ตาว ทิยฑฺฒหตฺถวิตฺถาโร มคฺโค อุปจาโร นาม. ตสฺมึ มญฺจสฺส วา ปีฐสฺส วา อุปจาเร ฐิตสฺส วา ภิกฺขุโน ปวิสนฺตสฺส วา นิกฺขมนฺตสฺส วา อุปจาเร โย อนุปขชฺช เสยฺยํ กปฺเปตุกาโม เสยฺยํ สนฺถรติ วา สนฺถราเปติ วา, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส.

อภินิสีทติ วา อภินิปชฺชติ วาติ เอตฺถ อภินิสีทนมตฺเตน อภินิปชฺชนมตฺเตเนว วา ปาจิตฺติยํ. สเจ ปน เทฺวปิ กโรติ, เทฺว ปาจิตฺติยานิ. อุฏฺฐายุฏฺฐาย นิสีทโต วา นิปชฺชโต วา ปโยเค ปโยเค ปาจิตฺติยํ.

๑๒๒. อุปจารํ ฐเปตฺวา เสยฺยํ สนฺถรติ วา สนฺถราเปติ วาติ อิมสฺมึ อิโต ปเร จ ‘‘วิหารสฺส อุปจาเร’’ติอาทิเก ทุกฺกฏวาเรปิ ยถา อิธ อภินิสีทนมตฺเต อภินิปชฺชนมตฺเต อุภยกรเณ ปโยคเภเท จ ปาจิตฺติยปฺปเภโท วุตฺโต, เอวํ ทุกฺกฏปฺปเภโท เวทิตพฺโพ. เอวรูเปน หิ วิสภาคปุคฺคเลน เอกวิหาเร วา เอกปริเวเณ วา วสนฺเตน อตฺโถ นตฺถิ, ตสฺมา สพฺพตฺเถวสฺส นิวาโส วาริโต. อญฺญสฺส ปุคฺคลิเกติ อิธาปิ วิสฺสาสิกสฺส ปุคฺคลิกํ อตฺตโน ปุคฺคลิกสทิสเมว, ตตฺถ อนาปตฺติ.

๑๒๓. อาปทาสูติ สเจ พหิ วสนฺตสฺส ชีวิตพฺรหฺมจริยนฺตราโย โหติ, เอวรูปาสุ อาปทาสุ โย ปวิสติ, ตสฺสาปิ อนาปตฺติ. เสสํ อุตฺตานเมวาติ. ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานํ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.

อนุปขชฺชสิกฺขาปทํ ฉฏฺฐํ.

๗. นิกฺกฑฺฒนสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๒๖. สตฺตมสิกฺขาปเท – เอเกน ปโยเคน พหุเกปิ ทฺวาเร อติกฺกาเมตีติ เย จตุภูมกปญฺจภูมกา ปาสาทา ฉสตฺตโกฏฺฐกานิ วา จตุสฺสาลานิ, ตาทิเสสุ เสนาสเนสุ หตฺเถสุ วา คีวาย วา คเหตฺวา อนฺตรา อฏฺฐเปนฺโต เอเกน ปโยเคน อติกฺกาเมติ, เอกเมว ปาจิตฺติยํ. ฐเปตฺวา ฐเปตฺวา นานาปโยเคหิ อติกฺกาเมนฺตสฺส ทฺวารคณนาย ปาจิตฺติยานิ. หตฺเถน อนามสิตฺวา ‘‘นิกฺขมา’’ติ วตฺวา วาจาย นิกฺกฑฺฒนฺตสฺสาปิ เอเสว นโย.

อญฺญํ อาณาเปตีติ เอตฺถ ‘‘อิมํ นิกฺกฑฺฒา’’ติ อาณตฺติมตฺเต ทุกฺกฏํ. สเจ โส สกึ อาณตฺโต พหุเกปิ ทฺวาเร อติกฺกาเมติ, เอกํ ปาจิตฺติยํ. สเจ ปน ‘‘เอตฺตกานิ ทฺวารานิ นิกฺกฑฺฒาหี’’ติ วา ‘‘ยาว มหาทฺวารํ ตาว นิกฺกฑฺฒาหี’’ติ วา เอวํ นิยาเมตฺวา อาณตฺโต โหติ, ทฺวารคณนาย ปาจิตฺติยานิ.

ตสฺส ปริกฺขารนฺติ ยํกิญฺจิ ตสฺส สนฺตกํ ปตฺตจีวรปริสฺสาวนธมกรณมญฺจปีฐภิสิพิมฺโพหนาทิเภทํ, อนฺตมโส รชนฉลฺลิมฺปิ; โย นิกฺกฑฺฒติ วา นิกฺกฑฺฒาเปติ วา; ตสฺส วตฺถุคณนาย ทุกฺกฏานิ. คาฬฺหํ พนฺธิตฺวา ฐปิเตสุ ปน เอกาว อาปตฺตีติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ.

๑๒๗. อญฺญสฺส ปุคฺคลิเกติ อิธาปิ วิสฺสาสิกปุคฺคลิกํ อตฺตโน ปุคฺคลิกสทิสเมว. ยถา จ อิธ; เอวํ สพฺพตฺถ. ยตฺร ปน วิเสโส ภวิสฺสติ, ตตฺร วกฺขาม.

๑๒๘. อลชฺชึ นิกฺกฑฺฒติ วาติอาทีสุ ภณฺฑนการกกลหการกเมว สกลสงฺฆารามโต นิกฺกฑฺฒิตุํ ลภติ, โส หิ ปกฺขํ ลภิตฺวา สงฺฆมฺปิ ภินฺเทยฺย. อลชฺชีอาทโย ปน อตฺตโน วสนฏฺฐานโตเยว นิกฺกฑฺฒิตพฺพา, สกลสงฺฆารามโต นิกฺกฑฺฒิตุํ น วฏฺฏติ. อุมฺมตฺตกสฺสาติ สยํ อุมฺมตฺตกสฺส อนาปตฺติ. เสสํ อุตฺตานเมวาติ.

ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.

นิกฺกฑฺฒนสิกฺขาปทํ สตฺตมํ.

๘. เวหาสกุฏิสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๒๙. อฏฺฐมสิกฺขาปเท – อุปริเวหาสกุฏิยาติ อุปริ อจฺฉนฺนตลาย ทฺวิภูมิกกุฏิยา วา ติภูมิกาทิกุฏิยา วา. มญฺจํ สหสา อภินิสีทีติ มญฺจํ สหสา อภิภวิตฺวา อชฺโฌตฺถริตฺวา นิสีทิ. ภุมฺมตฺเถ วา เอตํ อุปโยควจนํ; มญฺเจ นิสีทีติ อตฺโถ. อภีติ อิทํ ปน ปทโสภนตฺถํ อุปสคฺคมตฺตเมว. นิปฺปติตฺวาติ นิปติตฺวา นิกฺขมิตฺวา วา. ตสฺส หิ อุปริ อาณีปิ น ทินฺนา, ตสฺมา นิกฺขนฺโต. วิสฺสรมกาสีติ วิรูปํ อาตุรสฺสรมกาสิ.

๑๓๑. เวหาสกุฏิ นาม มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส อสีสฆฏฺฏาติ ยา ปมาณมชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส สพฺพเหฏฺฐิมาหิ ตุลาหิ สีสํ น ฆฏฺเฏติ, เอเตน อิธ อธิปฺเปตา เวหาสกุฏิ ทสฺสิตา โหติ, น เวหาสกุฏิลกฺขณํ. ยา หิ กาจิ อุปริ อจฺฉินฺนตลา ทฺวิภูมิกา กุฏิ ติภูมิกาทิกุฏิ วา ‘‘เวหาสกุฏี’’ติ วุจฺจติ. อิธ ปน อสีสฆฏฺฏา อธิปฺเปตา. อภินิสีทนาทีสุ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว ปโยควเสน อาปตฺติเภโท เวทิตพฺโพ.

๑๓๓. อเวหาสกุฏิยาติ ภูมิยํ กตปณฺณสาลาทีสุ อนาปตฺติ. น หิ สกฺกา ตตฺถ ปรสฺส ปีฬา กาตุํ. สีสฆฏฺฏายาติ ยายํ สีสฆฏฺฏา โหติ, ตตฺถาปิ อนาปตฺติ. น หิ สกฺกา ตตฺถ เหฏฺฐาปาสาเท อโนณเตน วิจริตุํ, ตสฺมา อสญฺจรณฏฺฐานตฺตา ปรปีฬา น ภวิสฺสติ. เหฏฺฐา อปริโภคํ โหตีติ ยสฺสา เหฏฺฐา ทพฺพสมฺภาราทีนํ นิกฺขิตฺตตฺตา อปริโภคํ โหติ, ตตฺถาปิ อนาปตฺติ. ปทรสญฺจิตํ โหตีติ ยสฺสา อุปริมตลํ ทารุผลเกหิ วา ฆนสนฺถตํ โหติ, สุธาทิปริกมฺมกตํ วา ตตฺถาปิ อนาปตฺติ. ปฏาณิ ทินฺนา โหตีติ มญฺจปีฐานํ ปาทสิขาสุ อาณี ทินฺนา โหติ, ยตฺถ นิสีทนฺเตปิ น นิปฺปตนฺติ, ตาทิเส มญฺจปีเฐ นิสีทโตปิ อนาปตฺติ. ตสฺมึ ฐิโตติ อาหจฺจปาทเก มญฺเจ วา ปีเฐ วา ฐิโต อุปริ นาคทนฺตกาทีสุ ลคฺคิตกํ จีวรํ วา กิญฺจิ วา คณฺหาติ วา, อญฺญํ วา ลคฺเคติ, ตสฺสาปิ อนาปตฺติ. เสสํ อุตฺตานเมว. เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ – กายโต จ กายจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

เวหาสกุฏิสิกฺขาปทํ อฏฺฐมํ.

๙. มหลฺลกวิหารสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๓๕. นวมสิกฺขาปเท – ยาว ทฺวารโกสาติ เอตฺถ ทฺวารโกโส นาม ปิฏฺฐสงฺฆาฏสฺส สมนฺตา กวาฏวิตฺถารปฺปมาโณ โอกาโส. มหาปจฺจริยํ ปน ‘‘ทฺวารพาหโต ปฏฺฐาย ทิยฑฺโฒ หตฺโถ’’ติ วุตฺตํ. กุรุนฺทิยํ ปน ‘‘ทฺวารสฺส อุโภสุ ปสฺเสสุ กวาฏปฺปมาณ’’นฺติ. มหาอฏฺฐกถายํ ‘‘กวาฏํ นาม ทิยฑฺฒหตฺถมฺปิ โหติ ทฺวิหตฺถมฺปิ อฑฺฒเตยฺยหตฺถมฺปี’’ติ วุตฺตํ, ตํ สุวุตฺตํ. ตเทว หิ สนฺธาย ภควตาปิ ‘‘ปิฏฺฐสงฺฆาฏสฺส สมนฺตา หตฺถปาสา’’ติ อยํ อุกฺกฏฺฐนิทฺเทโส กโต. อคฺคฬฏฺฐปนายาติ สกวาฏกทฺวารพนฺธฏฺฐปนาย; สกวาฏกสฺส ทฺวารพนฺธสฺส นิจฺจลภาวตฺถายาติ อตฺโถ. ทฺวารฏฺฐปนายาติ อิทมฺปิ หิ ปทภาชนํ อิมเมวตฺถํ สนฺธาย ภาสิตํ. อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย – กวาฏญฺหิ ลหุปริวฏฺฏกํ วิวรณกาเล ภิตฺตึ อาหนติ, ปิทหนกาเล ทฺวารพนฺธํ. เตน อาหนเนน ภิตฺติ กมฺปติ, ตโต มตฺติกา จลติ, จลิตฺวา สิถิลา วา โหติ ปตติ วา. เตนาห ภควา ‘‘ยาว ทฺวารโกสา อคฺคฬฏฺฐปนายา’’ติ. ตตฺถ กิญฺจาปิ ‘‘อิทํ นาม กตฺตพฺพ’’นฺติ เนว มาติกายํ น ปทภาชเน วุตฺตํ, อฏฺฐุปฺปตฺติยํ ปน ‘‘ปุนปฺปุนํ ฉาทาเปสิ ปุนปฺปุนํ เลปาเปสี’’ติ อธิการโต ยาว ทฺวารโกสา อคฺคฬฏฺฐปนาย ปุนปฺปุนํ ลิมฺปิตพฺโพ วา เลปาเปตพฺโพ วาติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

ยํ ปน ปทภาชเน ‘‘ปิฏฺฐสงฺฆาฏสฺส สมนฺตา หตฺถปาสา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ ยสฺส เวมชฺเฌ ทฺวารํ โหติ, อุปริภาเค อุจฺจา ภิตฺติ, ตสฺส ตีสุ ทิสาสุ สมนฺตา หตฺถปาสา อุปจาโร โหติ, ขุทฺทกสฺส วิหารสฺส ทฺวีสุ ทิสาสุ อุปจาโร โหติ. ตตฺราปิ ยํ ภิตฺตึ วิวริยมานํ กวาฏํ อาหนติ, สา อปริปูรอุปจาราปิ โหติ. อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน ปน ตีสุ ทิสาสุ สมนฺตา หตฺถปาสา ทฺวารสฺส นิจฺจลภาวตฺถาย เลโป อนุญฺญาโต. สเจ ปนสฺส ทฺวารสฺส อโธภาเคปิ เลโปกาโส อตฺถิ, ตมฺปิ ลิมฺปิตุํ วฏฺฏติ. อาโลกสนฺธิปริกมฺมายาติ เอตฺถ อาโลกสนฺธีติ วาตปานกวาฏกา วุจฺจนฺติ, เตปิ วิวรณกาเล วิทตฺถิมตฺตมฺปิ อติเรกมฺปิ ภิตฺติปฺปเทสํ ปหรนฺติ. อุปจาโร ปเนตฺถ สพฺพทิสาสุ ลพฺภติ, ตสฺมา สพฺพทิสาสุ กวาฏวิตฺถารปฺปมาโณ โอกาโส อาโลกสนฺธิปริกมฺมตฺถาย ลิมฺปิตพฺโพ วา เลปาเปตพฺโพ วาติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย.

เสตวณฺณนฺติอาทิกํ น มาติกาย ปทภาชนํ. อิมินา หิ วิหารสฺส ภาริกตฺตํ นาม นตฺถีติ ปทภาชเนเยว อนุญฺญาตํ, ตสฺมา สพฺพเมตํ ยถาสุขํ กตฺตพฺพํ.

เอวํ เลปกมฺเม ยํ กตฺตพฺพํ, ตํ ทสฺเสตฺวา ปุน ฉทเน กตฺตพฺพํ ทสฺเสตุํ ‘‘ทฺวตฺติจฺฉทนสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ทฺวตฺติจฺฉทนสฺส ปริยายนฺติ ฉทนสฺส ทฺวตฺติปริยายํ; ปริยาโย วุจฺจติ ปริกฺเขโป, ปริกฺเขปทฺวยํ วา ปริกฺเขปตฺตยํ วา อธิฏฺฐาตพฺพนฺติ อตฺโถ. อปฺปหริเต ฐิเตนาติ อหริเต ฐิเตน. หริตนฺติ เจตฺถ สตฺตธญฺญเภทํ ปุพฺพณฺณํ มุคฺคมาสติลกุลตฺถอลาพุกุมฺภณฺฑาทิเภทญฺจ อปรณฺณํ อธิปฺเปตํ. เตเนวาห – ‘‘หริตํ นาม ปุพฺพณฺณํ อปรณฺณ’’นฺติ.

สเจ หริเต ฐิโต อธิฏฺฐาติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ เอตฺถ ปน ยสฺมิมฺปิ เขตฺเต วุตฺตํ พีชํ น ตาว สมฺปชฺชติ, วสฺเส วา ปน ปติเต สมฺปชฺชิสฺสติ, ตมฺปิ หริตสงฺขฺยเมว คจฺฉติ. ตสฺมา เอวรูเป เขตฺเตปิ ฐิเตน น อธิฏฺฐาตพฺพํ, อหริเตเยว ฐิเตน อธิฏฺฐาตพฺพํ. ตตฺราปิ อยํ ปริจฺเฉโท, ปิฏฺฐิวํสสฺส วา กูฏาคารกณฺณิกาย วา อุปริ ถุปิกาย วา ปสฺเส นิสินฺโน ฉทนมุขวฏฺฏิอนฺเตน โอโลเกนฺโต ยสฺมึ ภูมิภาเค ฐิตํ ปสฺสติ, ยสฺมิญฺจ ภูมิภาเค ฐิโต, ตํ อุปริ นิสินฺนกํ ปสฺสติ, ตสฺมึ ฐาเน อธิฏฺฐาตพฺพํ. ตสฺส อนฺโต อหริเตปิ ฐตฺวา อธิฏฺฐาตุํ น ลพฺภติ. กสฺมา? วิหารสฺส หิ ปตนฺตสฺส อยํ ปตโนกาโสติ.

๑๓๖. มคฺเคน ฉาเทนฺตสฺสาติ เอตฺถ มคฺเคน ฉาทนํ นาม อปริกฺขิปิตฺวา อุชุกเมว ฉาทนํ; ตํ อิฏฺฐกสิลาสุธาหิ ลพฺภติ. เทฺว มคฺเค อธิฏฺฐหิตฺวาติ เทฺว มคฺคา สเจ ทุจฺฉนฺนา โหนฺติ, อปเนตฺวาปิ ปุนปฺปุนํ ฉาเทตุํ ลพฺภติ, ตสฺมา ยถา อิจฺฉติ; ตถา เทฺว มคฺเค อธิฏฺฐหิตฺวา ตติยํมคฺคํ ‘‘อิทานิ เอวํ ฉาเทหี’’ติ อาณาเปตฺวา ปกฺกมิตพฺพํ. ปริยาเยนาติ ปริกฺเขเปน. เอวํฉทนํ ปน ติณปณฺเณหิ ลพฺภติ. ตสฺมา อิธาปิ ยถา อิจฺฉติ ตถา เทฺว ปริยาเย อธิฏฺฐหิตฺวา ตติยํ ปริยายํ ‘‘อิทานิ เอวํ ฉาเทหี’’ติ อาณาเปตฺวา ปกฺกมิตพฺพํ. สเจ น ปกฺกมติ, ตุณฺหีภูเตน ฐาตพฺพํ. สพฺพมฺปิ เจตํ ฉทนํ ฉทนูปริ เวทิตพฺพํ. อุปรูปริจฺฉนฺโน หิ วิหาโร จิรํ อโนวสฺสโก โหตีติ มญฺญมานา เอวํ ฉาเทนฺติ. ตโต เจ อุตฺตรินฺติ ติณฺณํ มคฺคานํ วา ปริยายานํ วา อุปริ จตุตฺเถ มคฺเค วา ปริยาเย วา.

๑๓๗. กรเฬ กรเฬติ ติณมุฏฺฐิยํ ติณมุฏฺฐิยํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมวาติ. ฉสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

มหลฺลกวิหารสิกฺขาปทํ นวมํ.

๑๐. สปฺปาณกสิกฺขาปทวณฺณนา

๑๔๐. ทสมสิกฺขาปเท – ชานํ สปฺปาณกนฺติ สปฺปาณกํ เอตนฺติ ยถา ตถา วา ชานนฺโต. สิญฺเจยฺย วา สิญฺจาเปยฺย วาติ เตน อุทเกน สยํ วา สิญฺเจยฺย, อญฺญํ วา อาณาเปตฺวา สิญฺจาเปยฺย. ปาฬิยํ ปน ‘‘สิญฺเจยฺยาติ สยํ สิญฺจตี’’ติ อีทิสานํ วจนานํ อตฺโถ ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

ตตฺถ ธารํ อวิจฺฉินฺทิตฺวา สิญฺจนฺตสฺส เอกสฺมึ อุทกฆเฏ เอกาว อาปตฺติ. เอส นโย สพฺพภาชเนสุ. ธารํ วิจฺฉินฺทนฺตสฺส ปน ปโยเค ปโยเค อาปตฺติ. มาติกํ สมฺมุขํ กโรติ, ทิวสมฺปิ สนฺทตุ, เอกาว อาปตฺติ. สเจ ตตฺถ ตตฺถ พนฺธิตฺวา อญฺญโต อญฺญโต เนติ, ปโยเค ปโยเค อาปตฺติ. สกฏภารมตฺตญฺเจปิ ติณํ เอกปโยเคน อุทเก ปกฺขิปติ, เอกาว อาปตฺติ. เอเกกํ ติณํ วา ปณฺณํ วา ปกฺขิปนฺตสฺส ปโยเค ปโยเค อาปตฺติ. มตฺติกายปิ อญฺเญสุปิ กฏฺฐโคมยาทีสุ เอเสว นโย. อิทํ ปน มหาอุทกํ สนฺธาย น วุตฺตํ, ยํ ติเณ วา มตฺติกาย วา ปกฺขิตฺตาย ปริยาทานํ คจฺฉติ, อาวิลํ วา โหติ, ยตฺถ ปาณกา มรนฺติ, ตาทิสํ อุทกํ สนฺธาย วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ ติเวทนนฺติ.

สปฺปาณกสิกฺขาปทํ ทสมํ.

สมตฺโต วณฺณนากฺกเมน เสนาสนวคฺโค ทุติโย.