๑๐. ปถวีขณนสิกฺขาปทวณฺณนา
๘๖. ทสมสิกฺขาปเท – ชาตา จ ปถวี อชาตา จ ปถวีติ อิเมหิ ปเทหิ ชาตปถวิญฺจ อชาตปถวิญฺจ ทสฺเสติ. อปฺปปาสาณาทีสุ อปฺปา ปาสาณา เอตฺถาติ อปฺปปาสาณาติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ตตฺถ มุฏฺฐิปฺปมาณโต อุปริ ปาสาณาติ เวทิตพฺพา, มุฏฺฐิปฺปมาณา สกฺขรา. กถลาติ กปาลขณฺฑานิ. มรุมฺพาติ กฏสกฺขรา. วาลิกาติ วาลุกาเยว. เยภุยฺเยน ปํสุกาติ ตีสุ โกฏฺฐาเสสุ เทฺว โกฏฺฐาสา ปํสุ, เอโก ปาสาณาทีสุ อญฺญตโร. อทฑฺฒาปีติ อุทฺธนปตฺตปจนกุมฺภการาวาปาทิวเสน ตถา ตถา อทฑฺฒา. สา ปน วิสุํ นตฺถิ, สุทฺธปํสุอาทีสุ อญฺญตราว เวทิตพฺพา. เยภุยฺเยนสกฺขราติ พหุตรา สกฺขรา. หตฺถิกุจฺฉิยํ กิร เอกปจฺฉิปูรํ อาหราเปตฺวา โทณิยํ โธวิตฺวา ปถวิยา เยภุยฺเยน สกฺขรภาวํ ญตฺวา สยํ ภิกฺขู โปกฺขรณึ ขณึสุ. ยานิ ปน มชฺเฌ ‘‘อปฺปปํสุ อปฺปมตฺติกา’’ติ เทฺว ปทานิ, ตานิ เยภุยฺเยนปาสาณาทิปญฺจกเมว ปวิสนฺติ เตสํเยว หิ ทฺวินฺนํ ปเภททสฺสนเมตํ. สยํ ขณติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสาติ เอตฺถ ปหาเร ปหาเร ปาจิตฺติยํ เวทิตพฺพํ. สกึ อาณตฺโต พหุกมฺปิ ขณตีติ สเจปิ สกลทิวสํ ขณติ, อาณาปกสฺส เอกํเยว ปาจิตฺติยํ. สเจ ปน กุสิโต โหติ, ปุนปฺปุนํ อาณาเปตพฺโพ. ตํ อาณาเปตฺวา ขณาเปนฺตสฺส วาจาย วาจาย ปาจิตฺติยํ. อยํ ตาว ปาฬิวณฺณนา.
อยํ ปน ปาฬิมุตฺตกวินิจฺฉโย – ‘‘โปกฺขรณึ ขณา’’ติ วทติ, วฏฺฏติ. ขตาเยว หิ โปกฺขรณี นาม โหติ, ตสฺมา อยํ กปฺปิยโวหาโร. เอส นโย ‘‘วาปึ ตฬากํ อาวาฏํ ขณา’’ติอาทีสุปิ. ‘‘อิมํ โอกาสํ ขณ, อิมสฺมึ โอกาเส โปกฺขรณึ ขณา’’ติ วตฺตุํ ปน น วฏฺฏติ. ‘‘กนฺทํ ขณ, มูลํ ขณา’’ติ อนิยาเมตฺวา วตฺตุํ วฏฺฏติ. ‘‘อิมํ วลฺลึ ขณ, อิมสฺมึ โอกาเส กนฺทํ วา มูลํ วา ขณา’’ติ วตฺตุํ น วฏฺฏติ. โปกฺขรณึ โสเธนฺเตหิ โย กุเฏหิ อุสฺสิญฺจิตุํ สกฺกา โหติ ตนุกกทฺทโม, ตํ อปเนตุํ วฏฺฏติ, พหลํ น วฏฺฏติ. อาตเปน สุกฺขกทฺทโม ผลติ, ตตฺร โย เหฏฺฐา ปถวิยา อสมฺพทฺโธ, ตเมว อปเนตุํ วฏฺฏติ. อุทเกน คตฏฺฐาเน อุทกปปฺปฏโก นาม โหติ, วาตปฺปหาเรน จลติ, ตํ อปเนตุํ วฏฺฏติ.
โปกฺขรณีอาทีนํ ตฏํ ภิชฺชิตฺวา อุทกสามนฺตา ปตติ, สเจ โอมกจาตุมาสํ โอวฏฺฐํ, ฉินฺทิตุํ วา ภินฺทิตุํ วา วฏฺฏติ, จาตุมาสโต อุทฺธํ น วฏฺฏติ. สเจ ปน อุทเกเยว ปตติ, เทเว อติเรกจาตุมาสํ โอวฏฺเฐปิ อุทเกเยว อุทกสฺส ปติตตฺตา วฏฺฏติ. ปาสาณปิฏฺฐิยํ โสณฺฑึ ขณนฺติ, สเจ ตตฺถ ปฐมเมว สุขุมรชํ ปตติ, ตญฺเจ เทเวน โอวฏฺฐํ โหติ, จาตุมาสจฺจเยน อกปฺปิยปถวีสงฺขฺยํ คจฺฉติ. อุทเก ปริยาทิณฺเณ โสณฺฑึ โสเธนฺเตหิ ตํ วิโกเปตุํ น วฏฺฏติ. สเจ ปฐมเมว อุทเกน ปูรติ, ปจฺฉา รชํ ปตติ, ตํ วิโกเปตุํ วฏฺฏติ. ตตฺถ หิ เทเว วสฺสนฺเตปิ อุทเกเยว อุทกํ ปตตีติ. ปิฏฺฐิปาสาเณ สุขุมรชํ โหติ, เทเว ผุสายนฺเต อลฺลียติ, ตมฺปิ จาตุมาสจฺจเยน วิโกเปตุํ น วฏฺฏติ. สเจ ปน อกตปพฺภาเร วมฺมิโก อุฏฺฐิโต โหติ, ยถาสุขํ วิโกเปตุํ วฏฺฏติ. สเจ อพฺโภกาเส อุฏฺฐหติ, โอมกจาตุมาสํ โอวฏฺโฐเยว วฏฺฏติ. รุกฺขาทีสุ อารุฬฺหอุปจิกามตฺติกายปิ เอเสว นโย. คณฺฑุปฺปาทคูถมูสิกุกฺกรโคกณฺฏกาทีสุปิ เอเสว นโย.
โคกณฺฏโก นาม คาวีนํ ขุรจฺฉินฺนกทฺทโม วุจฺจติ. สเจ ปน เหฏฺฐิมตเลน ภูมิสมฺพนฺโธ โหติ, เอกทิวสมฺปิ น วฏฺฏติ. กสิตฏฺฐาเนปิ นงฺคลจฺฉินฺนมตฺติกาปิณฺฑํ คณฺหนฺตสฺส เอเสว นโย. ปุราณเสนาสนํ โหติ อจฺฉทนํ วา วินฏฺฐจฺฉทนํ วา, อติเรกจาตุมาสํ โอวฏฺฐํ ชาตปถวีสงฺขฺยเมว คจฺฉติ. ตโต อวเสสํ ฉทนิฏฺฐกํ วา โคปานสีอาทิกํ อุปกรณํ วา ‘‘อิฏฺฐกํ คณฺหามิ โคปนสึ ภิตฺติปาทํ ปทรตฺถรณํ ปาสาณตฺถมฺภํ คณฺหามี’’ติ สญฺญาย คณฺหิตุํ วฏฺฏติ. เตน สทฺธึ มตฺติกา ปตติ, อนาปตฺติ. ภิตฺติมตฺติกํ คณฺหนฺตสฺส ปน อาปตฺติ. สเจ ยา ยา อตินฺตา ตํ ตํ คณฺหาติ, อนาปตฺติ.
อนฺโตเคเห มตฺติกาปุญฺโช โหติ, ตสฺมึ เอกทิวสํ โอวฏฺเฐ เคหํ ฉาเทนฺติ, สเจ สพฺโพ ตินฺโต จาตุมาสจฺจเยน ชาตปถวีเยว. อถสฺส อุปริภาโคเยว ตินฺโต, อนฺโต อตินฺโต, ยตฺตกํ ตินฺตํ ตํ กปฺปิยการเกหิ กปฺปิยโวหาเรน อปนาเมตฺวา เสสํ ยถาสุขํ วฬญฺเชตุํ วฏฺฏติ. อุทเกน เตเมตฺวา เอกาพทฺธาเยว หิ ชาตปถวี โหติ, น อิตราติ.
อพฺโภกาเส มตฺติกาปากาโร โหติ, อติเรกจาตุมาสํ เจ โอวฏฺโฐ ชาตปถวีสงฺขฺยํ คจฺฉติ. ตตฺถ ลคฺคปํสุํ ปน อลฺลหตฺเถน ฉุปิตฺวา คเหตุํ วฏฺฏติ. สเจ อิฏฺฐกปากาโร โหติ, เยภุยฺเยนกถลฏฺฐาเน ติฏฺฐติ, ยถาสุขํ วิโกเปตุํ วฏฺฏติ. อพฺโภกาเส ฐิตมณฺฑปตฺถมฺภํ อิโต จิโต จ สญฺจาเลตฺวา ปถวึ วิโกเปนฺเตน คเหตุํ น วฏฺฏติ, อุชุกเมว อุทฺธริตุํ วฏฺฏติ. อญฺญมฺปิ สุกฺขรุกฺขํ วา สุกฺขขาณุกํ วา คณฺหนฺตสฺส เอเสว นโย. นวกมฺมตฺถํ ปาสาณํ วา รุกฺขํ วา ทณฺฑเกหิ อุจฺจาเลตฺวา ปวฏฺเฏนฺตา คจฺฉนฺติ, ตตฺถ ปถวี ภิชฺชติ, สเจ สุทฺธจิตฺตา ปวฏฺเฏนฺติ, อนาปตฺติ. อถ ปน เตน อปเทเสน ปถวึ ภินฺทิตุกามาเยว โหนฺติ, อาปตฺติ. สาขาทีนิ กฑฺฒนฺตานมฺปิ ปถวิยํ ทารูนิ ผาเลนฺตานมฺปิ เอเสว นโย.
ปถวิยํ อฏฺฐิสูจิกณฺฏกาทีสุปิ ยํกิญฺจิ อาโกเฏตุํ วา ปเวเสตุํ วา น วฏฺฏติ. ปสฺสาวธาราย เวเคน ปถวึ ภินฺทิสฺสามีติ เอวํ ปสฺสาวมฺปิ กาตุํ น วฏฺฏติ, กโรนฺตสฺส ภิชฺชติ, อาปตฺติ. วิสมภูมึ สมํ กริสฺสามีติ สมฺมุญฺชนิยา ฆํสิตุมฺปิ น วฏฺฏติ, วตฺตสีเสเนว หิ สมฺมชฺชิตพฺพํ. เกจิ กตฺตรยฏฺฐิยา ภูมึ โกฏฺเฏนฺติ, ปาทงฺคุฏฺฐเกน วิลิขนฺติ, ‘‘จงฺกมิตฏฺฐานํ ทสฺเสสฺสามา’’ติ ปุนปฺปุนํ ภูมึ ภินฺทนฺตา จงฺกมนฺติ, สพฺพํ น วฏฺฏติ. วีริยสมฺปคฺคหตฺถํ ปน สมณธมฺมํ กโรนฺเตน สุทฺธจิตฺเตน จงฺกมิตุํ วฏฺฏติ, ‘‘หตฺถํ โธวิสฺสามา’’ติ ปถวิยํ ฆํสนฺติ, น วฏฺฏติ. อฆํสนฺเตน ปน อลฺลหตฺถํ ปถวิยํ ฐเปตฺวา รชํ คเหตุํ วฏฺฏติ. เกจิ กณฺฑุกจฺฉุอาทีหิ อาพาธิกา ฉินฺนตฏาทีสุ องฺคปจฺจงฺคานิ ฆํสนฺติ น วฏฺฏติ.
๘๗. ขณติ วา ขณาเปติ วาติ อนฺตมโส ปาทงฺคุฏฺฐเกนปิ สมฺมชฺชนีสลากายปิ สยํ วา ขณติ, อญฺเญน วา ขณาเปติ. ภินฺทติ วา เภทาเปติ วาติ อนฺตมโส อุทกมฺปิ ฉฑฺเฑนฺโต สยํ วา ภินฺทติ, อญฺเญน วา ภินฺทาเปติ. ทหติ วา ทหาเปติ วาติ อนฺตมโส ปตฺตมฺปิ ปจนฺโต สยํ วา ทหติ, อญฺเญน วา ทหาเปติ. ยตฺตเกสุ ฐาเนสุ อคฺคึ เทติ วา ทาเปติ วา ตตฺตกานิ ปาจิตฺติยานิ. ปตฺตํ ปจนฺเตนปิ หิ ปุพฺเพ ปกฺกฏฺฐาเนเยว หิ ปจิตพฺโพ. อทฑฺฒาย ปถวิยา อคฺคึ ฐเปตุํ น วฏฺฏติ. ปตฺตปจนกปาลสฺส ปน อุปริ อคฺคึ ฐเปตุํ วฏฺฏติ. ทารูนํ อุปริ ฐเปติ, โส อคฺคิ ตานิ ทหนฺโต คนฺตฺวา ปถวึ ทหติ, น วฏฺฏติ. อิฏฺฐกกปาลาทีสุปิ เอเสว นโย.
ตตฺราปิ หิ อิฏฺฐกาทีนํเยว อุปริ ฐเปตุํ วฏฺฏติ. กสฺมา? เตสํ อนุปาทานตฺตา. น หิ ตานิ อคฺคิสฺส อุปาทานสงฺขฺยํ คจฺฉนฺติ. สุกฺขขาณุสุกฺขรุกฺขาทีสุปิ อคฺคึ ทาตุํ น วฏฺฏติ. สเจ ปน ปถวึ อปฺปตฺตเมว นิพฺพาเปตฺวา คมิสฺสามีติ เทติ, วฏฺฏติ. ปจฺฉา นิพฺพาเปตุํ น สกฺโกติ, อวิสยตฺตา อนาปตฺติ. ติณุกฺกํ คเหตฺวา คจฺฉนฺโต หตฺเถ ฑยฺหมาเน ภูมิยํ ปาเตติ, อนาปตฺติ. ปติตฏฺฐาเนเยว อุปาทานํ ทตฺวา อคฺคึ กาตุํ วฏฺฏตีติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. ทฑฺฒปถวิยา จ ยตฺตกํ ฐานํ อุสุมาย อนุคตํ, สพฺพํ วิโกเปตุํ วฏฺฏตีติ ตตฺเถว วุตฺตํ. โย ปน อชานนโก ภิกฺขุ อรณีสหิเตน อคฺคึ นิพฺพตฺเตตฺวา หตฺเถน อุกฺขิปิตฺวา ‘‘กึ กโรมี’’ติ วทติ, ‘‘ชาเลหี’’ติ วตฺตพฺโพ, ‘‘หตฺโถ ฑยฺหตี’’ติ วทติ, ‘‘ยถา น ฑยฺหติ ตถา กโรหี’’ติ วตฺตพฺโพ. ‘‘ภูมิยํ ปาเตหี’’ติ ปน น วตฺตพฺโพ. สเจ หตฺเถ ฑยฺหมาเน ปาเตติ ‘‘ปถวึ ทหิสฺสามี’’ติ อปาติตตฺตา อนาปตฺติ. ปติตฏฺฐาเน ปน อคฺคึ กาตุํ วฏฺฏตีติ กุรุนฺทิยํ วุตฺตํ.
๘๘. อนาปตฺติ อิมํ ชานาติอาทีสุ ‘‘อิมสฺส ถมฺภสฺส อาวาฏํ ชาน, มหามตฺติกํ ชาน, ถุสมตฺติกํ ชาน, มหามตฺติกํ เทหิ, ถุสมตฺติกํ เทหิ, มตฺติกํ อาหร, ปํสุํ อาหร, มตฺติกาย อตฺโถ, ปํสุนา อตฺโถ, อิมสฺส ถมฺภสฺส อาวาฏํ กปฺปิยํ กโรหิ, อิมํ มตฺติกํ กปฺปิยํ กโรหิ, อิมํ ปํสุํ กปฺปิยํ กโรหี’’ติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อสญฺจิจฺจาติ ปาสาณรุกฺขาทีนิ วา ปวฏฺเฏนฺตสฺส กตฺตรทณฺเฑน วา อาหจฺจ อาหจฺจ คจฺฉนฺตสฺส ปถวี ภิชฺชติ, สา ‘‘เตน ภินฺทิสฺสามี’’ติ เอวํ สญฺจิจฺจ อภินฺนตฺตา อสญฺจิจฺจ ภินฺนา นาม โหติ. อิติ อสญฺจิจฺจ ภินฺทนฺตสฺส อนาปตฺติ. อสติยาติ อญฺญวิหิโต เกนจิ สทฺธึ กิญฺจิ กเถนฺโต ปาทงฺคุฏฺฐเกน วา กตฺตรยฏฺฐิยา วา ปถวึ วิลิขนฺโต ติฏฺฐติ, เอวํ อสติยา วิลิขนฺตสฺส วา ภินฺทนฺตสฺส วา อนาปตฺติ. อชานนฺตสฺสาติ อนฺโตเคเห โอวฏฺฐํ ฉนฺนํ ปถวึ ‘‘อกปฺปิยปถวี’’ติ น ชานาติ, ‘‘กปฺปิยปถวี’’ติ สญฺญาย วิโกเปติ, ‘‘ขณามิ ภินฺทามิ ทหามี’’ติ วา น ชานาติ, เกวลํ สงฺโคปนตฺถาย ขณิตฺตาทีนิ วา ฐเปติ, ฑยฺหมานหตฺโถ วา อคฺคึ ปาเตติ, เอวํ อชานนฺตสฺส อนาปตฺติ. เสสํ อุตฺตานเมว.
ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ. กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
ปถวีขณนสิกฺขาปทํ ทสมํ.
สมตฺโต วณฺณนากฺกเมน มุสาวาทวคฺโค ปฐโม.