๖. ปาติโมกฺขสํวรสุตฺตวณฺณนา

๔๑๒. ฉฏฺเฐ ปาติโมกฺขสํวรสํวุโตติ จตุนฺนํ สีลานํ เชฏฺฐกสีลํ ทสฺเสนฺโต เอวมาห. ติปิฏกจูฬนาคตฺเถโร ปนาห – ‘‘ปาติโมกฺขสํวโรว สีลํ, อิตรานิ ตีณิ สีลนฺติ วุตฺตฏฺฐานํ นาม นตฺถี’’ติ. วตฺวา ตํ อนุชานนฺโต อาห – ‘‘อินฺทฺริยสํวโร นาม ฉทฺวารรกฺขณมตฺตเมว, อาชีวปาริสุทฺธิ ธมฺเมเนว สเมน ปจฺจยุปฺปตฺติมตฺตกํ, ปจฺจยสนฺนิสฺสิตํ ปฏิลทฺธปจฺจเย อิทมตฺถนฺติ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชนมตฺตกํ. นิปฺปริยาเยน ปาติโมกฺขสํวโรว สีลํ. ยสฺส โส ภินฺโน, อยํ ฉินฺนสีโส วิย ปุริโส หตฺถปาเท, เสสานิ รกฺขิสฺสตีติ น วตฺตพฺโพ. ยสฺส ปน โส อโรโค, อยํ อจฺฉินฺนสีโส วิย ปุริโส ชีวิตํ, เสสานิ ปุน ปากติกานิ กตฺวา รกฺขิตุมฺปิ สกฺโกตี’’ติ. ตสฺมา ปาติโมกฺขสํวโรว สีลํ, เตน ปาติโมกฺขสํวเรน สํวุโตติ ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต, อุเปโต สมนฺนาคโตติ อตฺโถ.

อาจารโคจรสมฺปนฺโนติ อาจาเรน จ โคจเรน จ สมฺปนฺโน. อณุมตฺเตสูติ อปฺปมตฺตเกสุ. วชฺเชสูติ อกุสลธมฺเมสุ. ภยทสฺสาวีติ ภยทสฺสี. สมาทายาติ สมฺมา อาทิยิตฺวา. สิกฺขสฺสุ สิกฺขาปเทสูติ สิกฺขาปเทสุ ตํ ตํ สิกฺขาปทํ สมาทิยิตฺวา สิกฺข, ยํ ยํ ปน กิญฺจิ สิกฺขาปเทสุ สิกฺขาโกฏฺฐาเสสุ สิกฺขิตพฺพํ กายิกํ วา วาจสิกํ วา, ตํ ตํ สพฺพํ สมฺมา อาทาย สิกฺขสฺสูติ อยเมตฺถ สงฺเขปตฺโถ. วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๔) วุตฺโต. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต ปาติโมกฺขสํวรสีลเมว กถิตํ.