๓. สติปฏฺฐานสํยุตฺตํ

๑. อมฺพปาลิวคฺโค

๑. อมฺพปาลิสุตฺตวณฺณนา

๓๖๗. สติปฏฺฐานสํยุตฺตสฺส ปฐเม อมฺพปาลิวเนติ อมฺพปาลิยา นาม รูปูปชีวินิยา โรปิเต อมฺพวเน. ตํ กิร ตสฺสา อุยฺยานํ อโหสิ. สา สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปสนฺนจิตฺตา ตตฺถ วิหารํ กาเรตฺวา ตถาคตสฺส นิยฺยาเตสิ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. เอกายนฺวายนฺติ เอกายโน อยํ. ตตฺถ เอกายโนติ เอกมคฺโค. มคฺคสฺส หิ –

‘‘มคฺโค ปนฺโถ ปโถ ปชฺโช, อญฺชสํ วฏุมายนํ;

นาวา อุตฺตรเสตู จ, กุลฺโล จ ภิสิ สงฺกโม’’ติ. (จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถานิทฺเทโส ๑๐๑) –

พหูนิ นามานิ. สฺวายํ อิธ อยนนาเมน วุตฺโต. ตสฺมา เอกายนฺวายํ, ภิกฺขเว, มคฺโคติ เอตฺถ เอกมคฺโค. อยํ, ภิกฺขเว, มคฺโค, น เทฺวธาปถภูโตติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. มคฺโคติ เกนฏฺเฐน มคฺโค? นิพฺพานคมนฏฺเฐน, นิพฺพานตฺถิเกหิ มคฺคนียฏฺเฐน จ.

สตฺตานํ วิสุทฺธิยาติ ราคาทีหิ มเลหิ อภิชฺฌาวิสมโลภาทีหิ จ อุปกฺกิเลเสหิ สํกิลิฏฺฐจิตฺตานํ สตฺตานํ วิสุทฺธตฺถาย. โสกปริเทวานํ สมติกฺกมายาติ โสกสฺส จ ปริเทวสฺส จ สมติกฺกมาย, ปหานายาติ อตฺโถ. ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมายาติ กายิกทุกฺขสฺส จ เจตสิกโทมนสฺสสฺส จาติ อิเมสํ ทฺวินฺนํ อตฺถงฺคมาย, นิโรธายาติ อตฺโถ. ญายสฺส อธิคมายาติ ญาโย วุจฺจติ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, ตสฺส อธิคมาย ปตฺติยาติ วุตฺตํ โหติ. อยญฺหิ ปุพฺพภาเค โลกิโย สติปฏฺฐานมคฺโค ภาวิโต โลกุตฺตรมคฺคสฺส อธิคมาย สํวตฺตติ. เตนาห ‘‘ญายสฺส อธิคมายา’’ติ. นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ตณฺหาวานวิรหิตตฺตา นิพฺพานนฺติ ลทฺธนามสฺส อมตสฺส สจฺฉิกิริยาย, อตฺตปจฺจกฺขายาติ วุตฺตํ โหติ. อยญฺหิ มคฺโค ภาวิโต อนุปุพฺเพน นิพฺพานสจฺฉิกิริยํ สาเธติ. เตนาห ‘‘นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายา’’ติ.

เอวํ ภควตา สตฺตหิ ปเทหิ เอกายนมคฺคสฺส วณฺโณ ภาสิโต, โส กสฺมาติ เจ? ภิกฺขูนํ อุสฺสาหชนนตฺถํ. วณฺณภาสนญฺหิ สุตฺวา เต ภิกฺขู – ‘‘อยํ กิร มคฺโค หทยสนฺตาปภูตํ โสกํ, วาจาวิปฺปลาปภูตํ ปริเทวํ, กายิกอสาตภูตํ ทุกฺขํ, เจตสิกอสาตภูตํ โทมนสฺสนฺติ จตฺตาโร อุปทฺทเว หรติ. วิสุทฺธึ, ญายํ, นิพฺพานนฺติ ตโย วิเสเส อาวหตี’’ติ อุสฺสาหชาตา อิมํ เทสนํ อุคฺคเหตพฺพํ ปริยาปุณิตพฺพํ, ธาเรตพฺพํ, อิมญฺจ มคฺคํ ภาเวตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺติ. อิติ เตสํ ภิกฺขูนํ อุสฺสาหชนนตฺถํ วณฺณํ อภาสิ กมฺพลวาณิชาทโย กมฺพลาทีนํ วณฺณํ วิย.

ยทิทนฺติ นิปาโต, เย อิเมติ อยมสฺส อตฺโถ. จตฺตาโรติ คณนปริจฺเฉโท. เตน ‘‘น ตโต เหฏฺฐา, น อุทฺธ’’นฺติ สติปฏฺฐานปริจฺเฉทํ ทีเปติ. สติปฏฺฐานาติ ตโย สติปฏฺฐานา สติโคจโรปิ, ติธา ปฏิปนฺเนสุ สาวเกสุ สตฺถุโน ปฏิฆานุนยวีติวตฺตตาปิ, สติปิ. ‘‘จตุนฺนํ, ภิกฺขเว, สติปฏฺฐานานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ เทเสสฺสามิ ตํ สุณาถ. โก จ, ภิกฺขเว, กายสฺส สมุทโย? อาหรสมุทยา กายสมุทโย’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๕.๔๐๘) หิ สติโคจโร สติปฏฺฐานนฺติ วุตฺโต. ตถา ‘‘กาโย อุปฏฺฐานํ, โน สติ, สติ อุปฏฺฐานญฺเจว สติ จา’’ติอาทีสุปิ (ปฏิ. ม. ๒.๓๕). ตสฺส อตฺโถ – ปติฏฺฐาติ อสฺมินฺติ ปฏฺฐานํ. กา ปติฏฺฐาติ? สติ. สติยา ปฏฺฐานํ สติปฏฺฐานํ. ปธานํ ฐานนฺติ วา ปฏฺฐานํ. สติยา ปฏฺฐานํ สติปฏฺฐานํ หตฺถิฏฺฐานอสฺสฏฺฐานาทีนิ วิย.

‘‘ตโย สติปฏฺฐานา, ยทริโย เสวติ, ยทริโย เสวมาโน สตฺถา คณมนุสาสิตุมรหตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๑๑) เอตฺถ ติธา ปฏิปนฺเนสุ สาวเกสุ สตฺถุโน ปฏิฆานุนยวีติวตฺตตา สติปฏฺฐานนฺติ วุตฺตา. ตสฺสตฺโถ – ปฏฺฐเปตพฺพโต ปฏฺฐานํ, ปวตฺตยิตพฺพโตติ อตฺโถ. เกน ปฏฺฐเปตพฺโพติ? สติยา. สติยา ปฏฺฐานํ สติปฏฺฐานนฺติ.

‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐานา ภาวิตา พหุลีกตา สตฺต โพชฺฌงฺเค ปริปูเรนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๑๔๗; สํ. นิ. ๕.๙๘๙) ปน สติเยว สติปฏฺฐานนฺติ วุตฺตา. ตสฺสตฺโถ – ปติฏฺฐาตีติ ปฏฺฐานํ, อุปฏฺฐาติ โอกฺกนฺทิตฺวา ปกฺขนฺทิตฺวา ปวตฺตตีติ อตฺโถ. สติเยว ปฏฺฐานํ สติปฏฺฐานํ. อถ วา สรณฏฺเฐน สติ, อุปฏฺฐานฏฺเฐน ปฏฺฐานํ, อิติ สติ จ สา ปฏฺฐานญฺจาติปิ สติปฏฺฐานํ. อิทมิธ อธิปฺเปตํ.

ยทิ เอวํ กสฺมา ‘‘สติปฏฺฐานา’’ติ พหุวจนํ กตนฺติ? สตีนํ พหุตฺตา. อารมฺมณเภเทน หิ พหุกา สติโย. อถ ‘‘มคฺโค’’ติ กสฺมา เอกวจนนฺติ? มคฺคนฏฺเฐน เอกตฺตา. จตสฺโสปิ หิ เอตา สติโย มคฺคนฏฺเฐน เอกตฺตํ คจฺฉนฺติ. วุตเญฺหตํ ‘‘มคฺโคติ เกนฏฺเฐน มคฺโค? นิพฺพานมคฺคนฏฺเฐน, นิพฺพานตฺถิเกหิ มคฺคนียฏฺเฐน จา’’ติ. จตสฺโสปิ เจตา อปรภาเค กายาทีสุ อารมฺมเณสุ กิจฺจํ สาธยมานา นิพฺพานํ คจฺฉนฺติ, อาทิโต ปฏฺฐาย จ นิพฺพานตฺถิเกหิ มคฺคิยนฺตีติ ตสฺมา จตสฺโสปิ เอโก มคฺโคติ วุตฺตา. เอวญฺจ สติ วจนานุสนฺธินา สานุสนฺธิกาว เทสนา โหติ.

กตเม จตฺตาโรติ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. กาเยติ รูปกาเย. กายานุปสฺสีติ กายํ อนุปสฺสนสีโล, กายํ วา อนุปสฺสมาโน. อยญฺหิ ภิกฺขุ อิมํ กายํ อนิจฺจานุปสฺสนาทีนํ สตฺตนฺนํ อนุปสฺสนานํ วเสน อนิจฺจโต อนุปสฺสติ, โน นิจฺจโต, ทุกฺขโต อนุปสฺสติ, โน สุขโต, อนตฺตโต อนุปสฺสติ, โน อตฺตโต, นิพฺพินฺทติ, โน นนฺทติ, วิรชฺชติ, โน รชฺชติ, นิโรเธติ, โน สมุเทติ, ปฏินิสฺสชฺชติ, โน อาทิยติ. โส ตํ อนิจฺจโต อนุปสฺสนฺโต นิจฺจสญฺญํ ปชหติ, ทุกฺขโต อนุปสฺสนฺโต สุขสญฺญํ ปชหติ, อนตฺตโต อนุปสฺสนฺโต อตฺตสญฺญํ ปชหติ, นิพฺพินฺทนฺโต นนฺทึ ปชหติ, วิรชฺชนฺโต ราคํ ปชหติ, นิโรเธนฺโต สมุทยํ ปชหติ, ปฏินิสฺสชฺชนฺโต อาทานํ ปชหตีติ เวทิตพฺโพ.

วิหรตีติ อิรียติ. อาตาปีติ ตีสุ ภเวสุ กิเลเส อาตปตีติ อาตาโป, วีริยสฺเสตํ นามํ. อาตาโป อสฺส อตฺถีติ อาตาปี. สมฺปชาโนติ สมฺปชญฺญสงฺขาเตน ญาเณน สมนฺนาคโต. สติมาติ กายปริคฺคาหิกาย สติยา สมนฺนาคโต. อยํ ปน ยสฺมา สติยา อารมฺมณํ ปริคฺคเหตฺวา ปญฺญาย อนุปสฺสติ. น หิ สติวิรหิตสฺส อนุปสฺสนา นาม อตฺถิ, เตเนวาห ‘‘สติญฺจ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, สพฺพตฺถิกํ วทามี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔). ตสฺมา เอตฺถ ‘‘กาเย กายานุปสฺสี วิหรตี’’ติ เอตฺตาวตา กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ วุตฺตํ โหติ. อถ วา ยสฺมา อนาตาปิโน อนฺโตสงฺเขโป อนฺตรายกโร โหติ, อสมฺปชาโน อุปายปริคฺคเห อนุปายปริวชฺชเน จ สมฺมุยฺหติ, มุฏฺฐสฺสติ อุปายาปริจฺจาเค อนุปายาปริคฺคเห จ อสมตฺโถ โหติ, เตนสฺส ตํ กมฺมฏฺฐานํ น สมฺปชฺชติ. ตสฺมา เยสํ ธมฺมานํ อานุภาเวน ตํ สมฺปชฺชติ, เตสํ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อาตาปี สมฺปชาโน สติมา’’ติ อิทํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

อิติ กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ สมฺปโยคงฺคญฺชสฺส ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปหานงฺคํ ทสฺเสตุํ วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสนฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ วิเนยฺยาติ ตทงฺควินเยน วา วิกฺขมฺภนวินเยน วา วินยิตฺวา. โลเกติ ตสฺมึเยว กาเย. กาโย หิ อิธ ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน โลโกติ อธิปฺเปโต. ยสฺมา ปนสฺส น กายมตฺเตเยว อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ปหียติ, เวทนาทีสุปิ ปหียติ เอว. ตสฺมา ‘‘ปญฺจปิ อุปาทานกฺขนฺธา โลโก’’ติ วิภงฺเค (วิภ. ๓๖๒) วุตฺตํ. โลกสงฺขาตตฺตา วา เตสํ ธมฺมานํ อตฺถุทฺธารนเยเนตํ วุตฺตํ. ยํ ปนาห ‘‘ตตฺถ กตโม โลโก, เสฺวว กาโย โลโก’’ติ, อยเมเวตฺถ อตฺโถ. ตสฺมึ โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ วิเนยฺยาติ เอวํ สมฺพนฺโธ ทฏฺฐพฺโพ.

เวทนาสูติ เอตฺถ ติสฺโส เวทนา, ตา จ โลกิยา เอว, จิตฺตมฺปิ โลกิยํ, ตถา ธมฺมา. ยถา ปน เวทนา อนุปสฺสิตพฺพา, ตถา อนุปสฺสนฺโต เอส เวทนานุปสฺสีติ เวทิตพฺโพ. เอส นโย จิตฺตธมฺเมสุ. กถญฺจ เวทนา อนุปสฺสิตพฺพาติ? สุขา ตาว เวทนา ทุกฺขโต, ทุกฺขา สลฺลโต, อทุกฺขมสุขา อนิจฺจโต. ยถาห –

‘‘โย สุขํ ทุกฺขโต อทฺท, ทุกฺขมทฺทกฺขิ สลฺลโต;

อทุกฺขมสุขํ สนฺตํ, อทฺทกฺขิ นํ อนิจฺจโต;

ส เว สมฺมทฺทโส ภิกฺขุ, อุปสนฺโต จริสฺสตี’’ติ.

สพฺพา เอว เจตา ทุกฺขาติปิ อนุปสฺสิตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ยํกิญฺจิ เวทยิตํ, สพฺพํ ตํ ทุกฺขสฺมินฺติ วทามี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๕๙). สุขทุกฺขโตปิ จ อนุปสฺสิตพฺพา, ยถาห – ‘‘สุขา โข, อาวุโส วิสาข, เวทนา ฐิติสุขา วิปริณามทุกฺขา’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๕) สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพํ. อปิจ อนิจฺจาทิสตฺตอนุปสฺสนาวเสนปิ อนุปสฺสิตพฺพา.

จิตฺตธมฺเมสุปิ จิตฺตํ ตาว อารมฺมณาธิปติสหชาตภูมิกมฺมวิปากกิริยาทินานตฺตเภทานํ อนิจฺจาทิอนุปสฺสนานํ สราคาทีนญฺจ เภทานํ วเสน อนุปสฺสิตพฺพํ. ธมฺมา สลกฺขณสามญฺญลกฺขณานํ สุญฺญตธมฺมสฺส อนิจฺจาทิสตฺตอนุปสฺสนานํ ‘‘สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ กามจฺฉนฺท’’นฺติอาทีนญฺจ ปเภทานํ วเสน อนุปสฺสิตพฺพา. เสสํ วุตฺตนยเมว. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน ทีฆมชฺฌิมฏฺฐกถาสุ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๗๓ อาทโย; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๕ อาทโย) สติปฏฺฐานวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

๒. สติสุตฺตวณฺณนา

๓๖๘. ทุติเย สโตติ กายาทิอนุปสฺสนาสติยา สมนฺนาคโต. สมฺปชาโนติ จตุสมฺปชญฺญปญฺญาย สมนฺนาคโต. อภิกฺกนฺเต ปฏิกฺกนฺเตติ เอตฺถ อภิกฺกนฺตํ วุจฺจติ คมนํ, ปฏิกฺกนฺตํ นิวตฺตนํ, ตทุภยมฺปิ จตูสุ อิริยาปเถสุ ลพฺภติ. คมเน ตาว ปุรโต กายํ อภิหรนฺโต อภิกฺกมติ นาม, ปฏินิวตฺตนฺโต ปฏิกฺกมติ นาม. ฐาเนปิ ฐิตโกว กายํ ปุรโต โอนมนฺโต อภิกฺกมติ นาม, ปจฺฉโต อปนาเมนฺโต ปฏิกฺกมติ นาม. นิสชฺชายปิ นิสินฺนโกว อาสนสฺส ปุริมองฺคาภิมุโข สํสรนฺโต อภิกฺกมติ นาม, ปจฺฉิมองฺคปฺปเทสํ ปจฺจาสํสรนฺโต ปฏิกฺกมติ นาม. นิปชฺชเนปิ เอเสว นโย.

สมฺปชานการี โหตีติ สมฺปชญฺเญน สพฺพกิจฺจการี, สมฺปชญฺญสฺเสว วา การี. โส หิ อภิกฺกนฺตาทีสุ สมฺปชญฺญํ กโรเตว, น กตฺถจิ สมฺปชญฺญวิรหิโต โหติ.

ตตฺถ สาตฺถกสมฺปชญฺญํ, สปฺปายสมฺปชญฺญํ, โคจรสมฺปชญฺญํ, อสมฺโมหสมฺปชญฺญนฺติ จตุพฺพิธํ สมฺปชญฺญํ. ตตฺถ อภิกฺกมนจิตฺเต อุปฺปนฺเน จิตฺตวเสเนว อคนฺตฺวา ‘‘กึ นุ เม เอตฺถ คเตน อตฺโถ อตฺถิ, นตฺถี’’ติ อตฺถานตฺถํ ปริคฺคณฺหิตฺวา อตฺถปริคฺคณฺหนํ สาตฺถกสมฺปชญฺญํ. ตตฺถ จ อตฺโถติ เจติยทสฺสนโพธิทสฺสนสงฺฆทสฺสนเถรทสฺสนอสุภทสฺสนาทิวเสน ธมฺมโต วฑฺฒิ. เจติยํ ทิสฺวาปิ หิ พุทฺธารมฺมณํ, สงฺฆทสฺสเนน สงฺฆารมฺมณํ ปีตึ อุปฺปาเทตฺวา ตเทว ขยโต สมฺมสนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณาติ. มหาวิหารสฺมิญฺหิ ทกฺขิณทฺวาเร ฐตฺวา มหาเจติยํ โอโลเกนฺตา ตึสสหสฺสภิกฺขู อรหตฺตํ ปาปุณึสุ, ตถา ปจฺฉิมทฺวาเร อุตฺตรทฺวาเร ปาจีนทฺวาเร จ, ตถา ปญฺหมณฺฑปฏฺฐาเน อภยวาปิปาฬิยํ, ถูปารามทฺวาเร นครสฺส ทกฺขิณทฺวาเร อนุราธวาปิปาฬิยํ.

มหาอริยวํสภาณกตฺเถโร ปนาห ‘‘กึ ตุเมฺห วทถ, มหาเจติยสฺส สมนฺตา กุจฺฉิเวทิกาย เหฏฺฐิมภาคโต ปฏฺฐาย ปญฺญายนฏฺฐาเน ยตฺถ ยตฺถ เทฺว ปาทา สกฺกา โหนฺติ สมํ ปติฏฺฐาเปตุํ, ตตฺถ ตตฺถ เอกปทุทฺธาเร ตึสตึส ภิกฺขุสหสฺสานิ อรหตฺตํ ปาปุณึสูติ สกฺกา วตุ’’นฺติ. อปโร ปน มหาเถโร อาห – ‘‘มหาเจติยตเล อากิณฺณวาลิกาย พหุตรา ภิกฺขู อรหตฺตํ ปตฺตา’’ติ. เถเร ทิสฺวา เตสํ โอวาเท ปติฏฺฐาย อสุภํ ทิสฺวา ตตฺถ ปฐมํ ฌานํ อุปฺปาเทตฺวา ตเทว ขยโต สมฺมสนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณาติ. ตสฺมา เอเตสํ ทสฺสนํ สาตฺถํ. เกจิ ปน – ‘‘อามิสโตปิ วฑฺฒิ อตฺโถเยว, ตํ นิสฺสาย พฺรหฺมจริยานุคฺคหาย ปฏิปนฺนตฺตา’’ติ วทนฺติ.

ตสฺมึ ปน คมเน สปฺปายาสปฺปายํ ปริคฺคณฺหิตฺวา สปฺปายปริคฺคณฺหนํ สปฺปายสมฺปชญฺญํ. เสยฺยถิทํ? เจติยทสฺสนํ ตาว สาตฺถํ. สเจ ปน เจติยสฺส มหาปูชาย ทสทฺวาทสโยชนนฺตเร ปริสา สนฺนิปตนฺติ, อตฺตโน วิภวานุรูปา อิตฺถิโยปิ ปุริสาปิ อลงฺกตปฏิยตฺตา จิตฺตกมฺมรูปกานิ วิย สญฺจรนฺติ. ตตฺร จสฺส อิฏฺเฐ อารมฺมเณ โลโภ, อนิฏฺเฐ ปฏิโฆ, อสมเปกฺขเน โมโห อุปฺปชฺชติ, กายสํสคฺเค กายสํสคฺคาปตฺตึ อาปชฺชติ, ชีวิตพฺรหฺมจริยานํ วา อนฺตราโย จ โหติ. เอวํ ตํ ฐานํ อสปฺปายํ โหติ, วุตฺตปฺปการอนฺตรายาภาเว สปฺปายํ. สงฺฆทสฺสนมฺปิ สาตฺถํ. สเจ ปน อนฺโตคาเม มหามณฺฑปํ กาเรตฺวา สพฺพรตฺตึ ธมฺมสฺสวนํ กาเรนฺเตสุ มนุสฺเสสุ วุตฺตปฺปกาเรเนว ชนสนฺนิปาโต เจว อนฺตราโย จ โหติ, เอวํ ตํ ฐานํ อสปฺปายํ, อนฺตรายาภาเว สปฺปายํ. มหาปริวารานํ เถรานํ ทสฺสเนปิ เอเสว นโย.

อสุภทสฺสนมฺปิ สาตฺถํ. ตทตฺถทีปนตฺถญฺจ อิทํ วตฺถุ – เอโก กิร ทหรภิกฺขุ สามเณรํ คเหตฺวา ทนฺตกฏฺฐตฺถาย คโต. สามเณโร มคฺคา โอกฺกมิตฺวา ปุรโต คจฺฉนฺโต อสุภํ ทิสฺวา ปฐมชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ตเทว ปาทกํ กตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺโต ตีณิ ผลานิ สจฺฉิกตฺวา อุปริมคฺคตฺถาย กมฺมฏฺฐานํ ปริคฺคเหตฺวา อฏฺฐาสิ. ทหโร ตํ อปสฺสนฺโต ‘‘สามเณรา’’ติ ปกฺโกสิ. โส – ‘‘มยา ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย ภิกฺขุนา สทฺธึ เทฺว กถา นาม น กถิตปุพฺพา, อญฺญสฺมิมฺปิ ทิวเส อุปริวิเสสํ นิพฺพตฺเตสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘กึ, ภนฺเต,’’ติ ปฏิวจนํ อทาสิ. ‘‘เอหี’’ติ วุตฺเต เอกวจเนเนว อาคนฺตฺวา – ‘‘ภนฺเต, อิมินา ตาว มคฺเคน คนฺตฺวา มยา ฐิโตกาเส มุหุตฺตํ ปุรตฺถาภิมุขา หุตฺวา โอโลเกถา’’ติ อาห. โส ตถา กตฺวา เตน ปตฺตวิเสสเมว ปาปุณิ. เอวํ เอกํ อสุภํ ทฺวินฺนํ ชนานํ อตฺถาย ชาตํ. เอวํ สาตฺถมฺปิ ปเนตํ ปุริสสฺส มาตุคามาสุภํ อสปฺปายํ, มาตุคามสฺส จ ปุริสาสุภํ, สภาคเมว สปฺปายนฺติ เอวํ สปฺปายปริคฺคณฺหนํ สปฺปายสมฺปชญฺญํ.

เอวํ ปริคฺคหิตสาตฺถสปฺปายสฺส ปน อฏฺฐตึสกมฺมฏฺฐาเนสุ อตฺตโน จิตฺตรุจิกํ กมฺมฏฺฐานสงฺขาตํ โคจรํ อุคฺคเหตฺวา ภิกฺขาจารโคจเร ตํ คเหตฺวาว คมนํ โคจรสมฺปชญฺญํ นาม.

ตสฺสาวิภาวตฺถํ อิทํ จตุกฺกํ เวทิตพฺพํ – อิเธกจฺโจ ภิกฺขุ หรติ น ปจฺจาหรติ, เอกจฺโจ ปจฺจาหรติ น หรติ, เอกจฺโจ ปน เนว หรติ น ปจฺจาหรติ, เอกจฺโจ หรติ จ ปจฺจาหรติ จ.

ตตฺถ โย ภิกฺขุ ทิวสํ จงฺกเมน นิสชฺชาย จ อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธตฺวา ตถา รตฺติยา ปฐมํ ยามํ มชฺฌิมยาเม เสยฺยํ กปฺเปตฺวา, ปจฺฉิมยาเมปิ นิสชฺชาจงฺกเมหิ วีตินาเมตฺวา, ปเคว เจติยงฺคณโพธิยงฺคณวตฺตํ กตฺวา โพธิรุกฺเข อุทกํ อาสิญฺจิตฺวา ปานียํ ปริโภชนียํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา อาจริยุปชฺฌายวตฺตาทีนิ สมาทาย วตฺตติ. โส สรีรปริกมฺมํ กตฺวา เสนาสนํ ปวิสิตฺวา เทฺว ตโย ปลฺลงฺเก อุสุมํ คาหาเปนฺโต กมฺมฏฺฐานมนุยุญฺชิตฺวา ภิกฺขาจารเวลาย อุฏฺฐหิตฺวา กมฺมฏฺฐานสีเสเนว ปตฺตจีวรมาทาย เสนาสนโต นิกฺขมิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺโตว เจติยงฺคณํ คนฺตฺวา สเจ พุทฺธานุสฺสติกมฺมฏฺฐานํ โหติ, ตํ อวิสฺสชฺเชตฺวาว เจติยงฺคณํ ปวิสติ. อญฺญํ เจ กมฺมฏฺฐานํ โหติ, โสปานปาทมูเล ฐตฺวา หตฺเถน คหิตภณฺฑํ วิย ตํ ฐเปตฺวา พุทฺธารมฺมณํ ปีตึ คเหตฺวา เจติยงฺคณํ อารุยฺห มหนฺตํ เจติยํ เจ, ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา จตูสุ ฐาเนสุ วนฺทิตพฺพํ, ขุทฺทกํ เจ, ตเถว ปทกฺขิณํ กตฺวา อฏฺฐสุ ฐาเนสุ วนฺทิตพฺพํ. เจติยํ วนฺทิตฺวา โพธิยงฺคณํ ปตฺเตนาปิ พุทฺธสฺส ภควโต สมฺมุขา วิย นิปจฺจการํ ทสฺเสตฺวา โพธิ วนฺทิตพฺพา. โส เอวํ เจติยญฺจ โพธิญฺจ วนฺทิตฺวา ปฏิสามิตฏฺฐานํ คนฺตฺวา ปฏิสามิตภณฺฑกํ หตฺเถน คณฺหนฺโต วิย นิกฺขิตฺตกมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา คามสมีเป กมฺมฏฺฐานสีเสเนว จีวรํ ปารุปิตฺวา คามํ ปิณฺฑาย ปวิสติ.

อถ นํ มนุสฺสา ทิสฺวา ‘‘อยฺโย โน อาคโต’’ติ ปจฺจุคฺคนฺตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา อาสนสาลาย วา เคเห วา นิสีทาเปตฺวา ยาคุํ ทตฺวา ยาว ภตฺตํ น นิฏฺฐาติ, ตาว ปาเท โธวิตฺวา มกฺเขตฺวา ปุรโต นิสีทิตฺวา ปญฺหํ วา ปุจฺฉนฺติ, ธมฺมํ วา โสตุกามา โหนฺติ. สเจปิ น กถาเปนฺติ, ชนสงฺคหณตฺถํ ธมฺมกถา นาม กาตพฺพาเยวาติ อฏฺฐกถาจริยา วทนฺติ. ธมฺมกถา หิ กมฺมฏฺฐานวินิมุตฺตา นาม นตฺถิ, ตสฺมา กมฺมฏฺฐานสีเสเนว ธมฺมํ กเถตฺวา กมฺมฏฺฐานสีเสเนว อาหารํ ปริภุญฺชิตฺวา อนุโมทนํ กตฺวา นิวตฺติยมาเนหิปิ มนุสฺเสหิ อนุคโตว คามโต นิกฺขมิตฺวา ตตฺถ เต นิวตฺเตตฺวา มคฺคํ ปฏิปชฺชติ.

อถ นํ ปุเรตรํ นิกฺขมิตฺวา พหิคาเม กตภตฺตกิจฺจา สามเณรทหรภิกฺขู ทิสฺวา ปจฺจุคฺคนฺตฺวา ปตฺตจีวรมสฺส คณฺหนฺติ. โปราณกภิกฺขู กิร น ‘‘อมฺหากํ อุปชฺฌาโย อาจริโย’’ติ มุขํ โอโลเกตฺวา วตฺตํ กโรนฺติ, สมฺปตฺตปริจฺเฉเทเนว กโรนฺติ. เต ตํ ปุจฺฉนฺติ – ‘‘ภนฺเต, เอเต มนุสฺสา ตุมฺหากํ กึ โหนฺติ, มาติปกฺขโต สมฺพนฺธา ปิติปกฺขโต’’ติ? กึ ทิสฺวา ปุจฺฉถาติ? ตุเมฺหสุ เอเตสํ เปมํ พหุมานนฺติ. ‘‘อาวุโส, ยํ มาตาปิตูหิปิ ทุกฺกรตรํ, ตํ เอเต อมฺหากํ กโรนฺติ, ปตฺตจีวรมฺปิ โน เอเตสํ สนฺตกเมว, เอเตสํ อานุภาเวน เนว ภเย ภยํ, น ฉาตเก ฉาตกํ ชานาม, เอทิสา นาม อมฺหากํ อุปการิโน นตฺถี’’ติ เตสํ คุเณ กถยนฺโต คจฺฉติ. อยํ วุจฺจติ หรติ น ปจฺจาหรตีติ.

ยสฺส ปน ปเคว วุตฺตปฺปการํ วตฺตปฏิปตฺตึ กโรนฺตสฺส กมฺมชเตโช ปชฺชลติ, อนุปาทิณฺณกํ มุญฺจิตฺวา อุปาทิณฺณกํ คณฺหาติ, สรีรโต เสทา มุจฺจนฺติ, กมฺมฏฺฐานวีถึ นาโรหติ, โส ปเคว ปตฺตจีวรมาทาย เวคสาว เจติยํ วนฺทิตฺวา โครูปานํ นิกฺขมนเวลายเมว คามํ ยาคุภิกฺขาย ปวิสิตฺวา ยาคุํ ลภิตฺวา อาสนสาลํ คนฺตฺวา ปิวติ. อถสฺส ทฺวิตฺติกฺขตฺตุํ อชฺโฌหรณมตฺเตเนว กมฺมชเตโช อุปาทิณฺณกํ มุญฺจิตฺวา อนุปาทิณฺณกํ คณฺหาติ, ฆฏสเตน นฺหาโต วิย เตโชธาตุปริฬาหนิพฺพานํ ปตฺวา กมฺมฏฺฐานสีเสน ยาคุํ ปริภุญฺชิตฺวา ปตฺตญฺจ มุขญฺจ โธวิตฺวา อนฺตราภตฺเต กมฺมฏฺฐานํ มนสิกตฺวา อวเสสฏฺฐาเน ปิณฺฑาย จริตฺวา กมฺมฏฺฐานสีเสน อาหารํ ปริภุญฺชิตฺวา ตโต ปฏฺฐาย โปงฺขานุโปงฺขํ อุปฏฺฐหมานํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวาว อาคจฺฉติ. อยํ วุจฺจติ ปจฺจาหรติ น หรตีติ. เอทิสา จ ภิกฺขู ยาคุํ ปิวิตฺวา วิปสฺสนํ อารภิตฺวา พุทฺธสาสเน อรหตฺตํ ปตฺตา นาม คณนปถํ วีติวตฺตา. สีหฬทีเปเยว เตสุ เตสุ คาเมสุ อาสนสาลายํ น ตํ อาสนมตฺถิ, ยตฺถ ยาคุํ ปิวิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺตา ภิกฺขู นตฺถีติ.

โย ปน ปมาทวิหารี โหติ นิกฺขิตฺตธุโร, สพฺพวตฺตานิ ภินฺทิตฺวา ปญฺจวิธเจโตวินิพนฺธพทฺธจิตฺโต วิหรนฺโต ‘‘กมฺมฏฺฐานํ นาม อตฺถี’’ติปิ สญฺญํ อกตฺวา คามํ ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา อนนุโลมิเกน คิหิสํสคฺเคน สํสฏฺโฐ จริตฺวา จ ภุญฺชิตฺวา จ ตุจฺโฉ นิกฺขมติ. อยํ วุจฺจติ เนว หรติ น ปจฺจาหรตีติ.

โย ปนายํ หรติ จ ปจฺจาหรติ จาติ วุตฺโต, โส คตปจฺจาคติกวตฺตวเสน เวทิตพฺโพ. อตฺตกามา หิ กุลปุตฺตา สาสเน ปพฺพชิตฺวา ทสปิ วีสมฺปิ ตึสมฺปิ จตฺตาลีสมฺปิ ปญฺญาสมฺปิ สตมฺปิ เอกโต วสนฺตา กติกวตฺตํ กตฺวา วิหรนฺติ ‘‘อาวุโส, ตุเมฺห น อิณฏฺฏา, น ภยฏฺฏา, น ชีวิกาปกตา ปพฺพชิตา, ทุกฺขา มุจฺจิตุกามา ปเนตฺถ ปพฺพชิตา, ตสฺมา คมเน อุปฺปนฺนกิเลสํ คมเนเยว นิคฺคณฺหถ, ฐาเน, นิสชฺชาย, สยเน อุปฺปนฺนกิเลสํ สยเนเยว นิคฺคณฺหถา’’ติ. เต เอวํ กติกวตฺตํ กตฺวา ภิกฺขาจารํ คจฺฉนฺตา อฑฺฒอุสภอุสภอฑฺฒคาวุตคาวุตนฺตเรสุ ปาสาณา โหนฺติ, ตาย สญฺญาย กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺตาว คจฺฉนฺติ. สเจ กสฺสจิ คมเน กิเลโส อุปฺปชฺชติ, ตตฺเถว นํ นิคฺคณฺหาติ. ตถา อสกฺโกนฺโต ติฏฺฐติ. อถสฺส ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺโตปิ ติฏฺฐติ, โส ‘‘อยํ ภิกฺขุ ตุยฺหํ อุปฺปนฺนวิตกฺกํ ชานาติ, อนนุจฺฉวิกํ เต เอต’’นฺติ อตฺตานํ ปฏิโจเทตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ตตฺเถว อริยภูมึ โอกฺกมติ, ตถา อสกฺโกนฺโต นิสีทตีติ โส เอว นโย. อริยภูมึ โอกฺกมิตุํ อสกฺโกนฺโตปิ, ตํ กิเลสํ วิกฺขมฺเภตฺวา กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺโตว คจฺฉติ, น กมฺมฏฺฐานวิปฺปยุตฺเตน จิตฺเตน ปาทํ อุทฺธรติ. อุทฺธรติ เจ, ปฏินิวตฺติตฺวา ปุริมปเทสํเยว เอติ อาลินฺทกวาสี มหาผุสฺสเทวตฺเถโร วิย.

โส กิร เอกูนวีสติ วสฺสานิ คตปจฺจาคติกวตฺตํ ปูเรนฺโต เอว วิหาสิ. มนุสฺสาปิ สุทํ อนฺตรามคฺเค กสนฺตา จ วปนฺตา จ มทฺทนฺตา จ กมฺมานิ จ กโรนฺตา เถรํ ตถา คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา – ‘‘อยํ เถโร ปุนปฺปุนํ นิวตฺติตฺวา คจฺฉติ, กึ นุ โข มคฺคมูโฬฺห, อุทาหุ กิญฺจิ ปมุฏฺโฐ’’ติ สมุลฺลปนฺติ. โส ตํ อนาทิยิตฺวา กมฺมฏฺฐานยุตฺตจิตฺเตเนว สมณธมฺมํ กโรนฺโต วีสติวสฺสพฺภนฺตเร อรหตฺตํ ปาปุณิ. อรหตฺตปฺปตฺตทิวเส จสฺส จงฺกมนโกฏิยํ อธิวตฺถา เทวตา องฺคุลีหิ ทีปํ อุชฺชาเลตฺวา อฏฺฐาสิ. จตฺตาโรปิ มหาราชาโน สกฺโก จ เทวานมินฺโท พฺรหฺมา จ สหมฺปติ อุปฏฺฐานํ อาคมํสุ. ตญฺจ โอภาสํ ทิสฺวา วนวาสีมหาติสฺสตฺเถโร ตํ ทุติยทิวเส ปุจฺฉิ – ‘‘รตฺติภาเค อายสฺมโต สนฺติเก โอภาโส อโหสิ, กึ โส โอภาโส’’ติ? เถโร วิกฺเขปํ กโรนฺโต ‘‘โอภาโส นาม ทีโปภาโสปิ โหติ, มณิโอภาโสปี’’ติ เอวมาทิมาห. ตโต ‘‘ปฏิจฺฉาเทถ ตุเมฺห’’ติ นิพทฺโธ อามาติ ปฏิชานิตฺวา อาโรเจสิ.

กาฬวลฺลิมณฺฑปวาสีมหานาคตฺเถโร วิย จ. โสปิ กิร คตปจฺจาคติกวตฺตํ ปูเรนฺโต ปฐมํ ตาว ‘‘ภควโต มหาปธานํ ปูเชสฺสามี’’ติ สตฺต วสฺสานิ ฐานจงฺกมเมว อธิฏฺฐาสิ. ปุน โสฬส วสฺสานิ คตปจฺจาคติกวตฺตํ ปูเรตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิ. โส กมฺมฏฺฐานยุตฺเตเนว จิตฺเตน ปาทํ อุทฺธรนฺโต วิปฺปยุตฺเตน อุทฺธเฏ ปฏินิวตฺตนฺโต คามสมีปํ คนฺตฺวา ‘‘คาวี นุ ปพฺพชิโต นู’’ติ อาสงฺกนียปเทเส ฐตฺวา จีวรํ ปารุปิตฺวา กจฺฉกรกโต อุทเกน ปตฺตํ โธวิตฺวา อุทกคณฺฑูสํ กโรติ. กึ การณา? ‘‘มา เม ภิกฺขํ ทาตุํ วา วนฺทิตุํ วา อาคเต มนุสฺเส ‘ทีฆายุกา โหถา’ติ วจนมตฺเตนาปิ กมฺมฏฺฐานวิกฺเขโป อโหสี’’ติ ‘‘อชฺช, ภนฺเต, กติมี’’ติ ทิวสํ วา ภิกฺขุคณนํ วา ปญฺหํ วา ปุจฺฉิโต ปน อุทกํ คิลิตฺวา อาโรเจติ. สเจ ทิวสาทิปุจฺฉกา น โหนฺติ, นิกฺขมนเวลายํ คามทฺวาเร นิฏฺฐุภิตฺวา ยาติ.

กลมฺพติตฺถวิหาเร วสฺสูปคตา ปญฺญาส ภิกฺขู วิย จ. เต กิร อาสาฬฺหิปุณฺณมิยํ กติกวตฺตํ อกํสุ – ‘‘อรหตฺตํ อปตฺวา อญฺญมญฺญํ นาลปิสฺสามา’’ติ. คามญฺจ ปิณฺฑาย ปวิสนฺตา อุทกคณฺฑูสํ กตฺวา ปวิสึสุ. ทิวสาทีสุ ปุจฺฉิเตสุ วุตฺตนเยเนว ปฏิปชฺชึสุ. ตตฺถ มนุสฺสา นิฏฺฐุภนํ ทิสฺวา ชานึสุ – ‘‘อชฺเชโก อาคโต, อชฺช เทฺว’’ติ. เอวญฺจ จินฺเตสุํ – ‘‘กึ นุ โข เอเต อเมฺหเหว สทฺธึ น สลฺลปนฺติ, อุทาหุ อญฺญมญฺญมฺปิ. ยทิ อญฺญมญฺญํ น สลฺลปนฺติ, อทฺธา วิวาทชาตา ภวิสฺสนฺติ. เอถ เน อญฺญมญฺญํ ขมาเปสฺสามา’’ติ สพฺเพ วิหารํ คนฺตฺวา ปญฺญาสาย ภิกฺขูสุ เทฺวปิ ภิกฺขู เอโกกาเส นาทฺทสํสุ. ตโต โย เตสุ จกฺขุมา ปุริโส, โส อาห – ‘‘น โภ กลหการกานํ โอกาโส อีทิโส โหติ, สุสมฺมฏฺฐํ เจติยงฺคณํ โพธิยงฺคณํ, สุนิกฺขิตฺตา สมฺมชฺชนิโย, สุปฏฺฐิตํ ปานียํ ปริโภชนีย’’นฺติ. เต ตโตว นิวตฺตา. เตปิ ภิกฺขู อนฺโตเตมาเสเยว อรหตฺตํ ปตฺวา มหาปวารณายํ วิสุทฺธิปวารณํ ปวาเรสุํ.

เอวํ กาฬวลฺลิมณฺฑปวาสี มหานาคตฺเถโร วิย, กลมฺพติตฺถวิหาเร วสฺสูปคตา ภิกฺขู วิย จ กมฺมฏฺฐานยุตฺเตเนว จิตฺเตน ปาทํ อุทฺธรนฺโต คามสมีปํ คนฺตฺวา อุทกคณฺฑูสํ กตฺวา วีถิโย สลฺลกฺเขตฺวา ยตฺถ สุราโสณฺฑธุตฺตาทโย กลหการกา จณฺฑหตฺถิอสฺสาทโย วา นตฺถิ, ตํ วีถึ ปฏิปชฺชติ. ตตฺถ จ ปิณฺฑาย จรมาโน น ตุริตตุริโต วิย ชเวน คจฺฉติ. น หิ ชเวน ปิณฺฑปาติกธุตงฺคํ นาม กิญฺจิ อตฺถิ. วิสมภูมิภาคปตฺตํ ปน อุทกสกฏํ วิย นิจฺจโล หุตฺวา คจฺฉติ. อนุฆรํ ปวิฏฺโฐ จ ทาตุกามํ วา อทาตุกามํ วา สลฺลกฺเขตุํ ตทนุรูปํ กาลํ อาคเมนฺโต ภิกฺขํ คเหตฺวา อนฺโตคาเม วา พหิคาเม วา วิหารเมว วา อาคนฺตฺวา ยถาผาสุเก ปติรูเป โอกาเส นิสีทิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺโต อาหาเร ปฏิกูลสญฺญํ อุปฏฺฐเปตฺวา อกฺขพฺภญฺชนวณเลปนปุตฺตมํสูปมาวเสน ปจฺจเวกฺขนฺโต อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตํ อาหารํ อาหาเรติ, เนว ทวาย น มทาย น มณฺฑนาย น วิภูสนาย…เป… ภุตฺตาวี จ อุทกกิจฺจํ กตฺวา มุหุตฺตํ ภตฺตกิลมถํ ปฏิปสฺสมฺเภตฺวา ยถา ปุเรภตฺตํ, เอวํ ปจฺฉาภตฺตํ ปุริมยามํ ปจฺฉิมยามญฺจ กมฺมฏฺฐานเมว มนสิกโรติ. อยํ วุจฺจติ หรติ จ ปจฺจาหรติ จาติ.

อิมํ ปน หรณปจฺจาหรณสงฺขาตํ คตปจฺจาคติกวตฺตํ ปูเรนฺโต ยทิ อุปนิสฺสยสมฺปนฺโน โหติ, ปฐมวเย เอว อรหตฺตํ ปาปุณาติ. โน เจ ปฐมวเย ปาปุณาติ, อถ มชฺฌิมวเย ปาปุณาติ. โน เจ มชฺฌิมวเย ปาปุณาติ, อถ ปจฺฉิมวเย ปาปุณาติ, โน เจ ปจฺฉิมวเย ปาปุณาติ, อถ มรณสมเย. โน เจ มรณสมเย ปาปุณาติ, อถ เทวปุตฺโต หุตฺวา. โน เจ เทวปุตฺโต หุตฺวา ปาปุณาติ, อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ นิพฺพตฺโต ปจฺเจกโพธึ สจฺฉิกโรติ. โน เจ ปจฺเจกโพธึ สจฺฉิกโรติ, อถ พุทฺธานํ สมฺมุขีภาเว ขิปฺปาภิญฺโญ วา โหติ, เสยฺยถาปิ เถโร พาหิโย ทารุจีริโย มหาปญฺโญ วา, เสยฺยถาปิ เถโร สาริปุตฺโต, มหิทฺธิโก วา, เสยฺยถาปิ เถโร มหาโมคฺคลฺลาโน, ธุตวาโท วา, เสยฺยถาปิ เถโร มหากสฺสโป, ทิพฺพจกฺขุโก วา, เสยฺยถาปิ เถโร อนุรุทฺโธ, วินยธโร วา, เสยฺยถาปิ เถโร อุปาลิ, ธมฺมกถิโก วา, เสยฺยถาปิ เถโร ปุณฺโณ มนฺตาณิปุตฺโต, อารญฺญิโก วา, เสยฺยถาปิ เถโร เรวโต, พหุสฺสุโต วา, เสยฺยถาปิ เถโร อานนฺโท, สิกฺขากาโม วา, เสยฺยถาปิ เถโร ราหุโล พุทฺธปุตฺโตติ. อิติ อิมสฺมึ จตุกฺเก ยฺวายํ หรติ ปจฺจาหรติ จ, ตสฺส โคจรสมฺปชญฺญํ สิขาปตฺตํ โหติ.

อภิกฺกมาทีสุ ปน อสมฺมุยฺหนํ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ. ตํ เอวํ เวทิตพฺพํ – อิธ ภิกฺขุ อภิกฺกมนฺโต วา ปฏิกฺกมนฺโต วา ยถา อนฺธปุถุชฺชนา อภิกฺกมาทีสุ – ‘‘อตฺตา อภิกฺกมติ, อตฺตนา อภิกฺกโม นิพฺพตฺติโต’’ติ วา ‘‘อหํ อภิกฺกมามิ, มยา อภิกฺกโม นิพฺพตฺติโต’’ติ วา สมฺมุยฺหนฺติ, ตถา อสมฺมุยฺหนฺโต อภิกฺกมามีติ จิตฺเต อุปฺปชฺชมาเน เตเนว จิตฺเตน สทฺธึ จิตฺตสมุฏฺฐานา วาโยธาตุ วิญฺญตฺตึ ชนยมานา อุปฺปชฺชติ, อิติ จิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผารวเสน อยํ กายสมฺมโต อฏฺฐิสงฺฆาโฏ อภิกฺกมติ. ตสฺเสวํ อภิกฺกมโต เอเกกปาทุทฺธรเณ ปถวีธาตุ อาโปธาตูติ เทฺว ธาตุโย โอมตฺตา โหนฺติ มนฺทา, อิตรา เทฺว อธิมตฺตา โหนฺติ พลวติโย, ตถา อติหรณวีติหรเณสุ, โวสฺสชฺชเน เตโชธาตุ วาโยธาตูติ เทฺว ธาตุโย โอมตฺตา โหนฺติ มนฺทา, อิตรา เทฺว อธิมตฺตา โหนฺติ พลวติโย, ตถา สนฺนิกฺเขปนสนฺนิรุมฺภเนสุ.

ตตฺถ อุทฺธรเณ ปวตฺตา รูปารูปธมฺมา อติหรณํ น ปาปุณนฺติ, ตถา อติหรเณ ปวตฺตา วีติหรณํ, วีติหรเณ ปวตฺตา โวสฺสชฺชนํ, โวสฺสชฺชเน ปวตฺตา สนฺนิกฺเขปนํ, สนฺนิกฺเขปเน ปวตฺตา สนฺนิรุมฺภนํ น ปาปุณนฺติ, ตตฺถ ตตฺเถว ปพฺพปพฺพํ สนฺธิสนฺธิ โอธิโอธิ หุตฺวา ตตฺตกปาเล ปกฺขิตฺตติลานิ วิย ตฏตฏายนฺตา ภิชฺชนฺติ. ตตฺถ โก เอโก อภิกฺกมติ, กสฺส วา เอกสฺส อภิกฺกมนํ? ปรมตฺถโต หิ ธาตูนํเยว คมนํ, ธาตูนํ ฐานํ, ธาตูนํ นิสชฺชา, ธาตูนํ สยนํ. ตสฺมึ ตสฺมิญฺหิ โกฏฺฐาเส สทฺธึ รูเปน –

‘‘อญฺญํ อุปฺปชฺชเต จิตฺตํ, อญฺญํ จิตฺตํ นิรุชฺฌติ;

อวีจิมนุสมฺพนฺโธ, นทีโสโตว วตฺตตี’’ติ. –

เอวํ อภิกฺกมาทีสุ อสมฺมุยฺหนํ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ นามาติ.

นิฏฺฐิโต ‘‘อภิกฺกนฺเต ปฏิกฺกนฺเต สมฺปชานการี โหตี’’ติปทสฺส อตฺโถ.

อาโลกิเต วิโลกิเตติ เอตฺถ ปน อาโลกิตํ นาม ปุรโต เปกฺขนํ, วิโลกิตํ นาม อนุทิสาเปกฺขนํ. อญฺญานิปิ เหฏฺฐา อุปริ ปจฺฉโต อนุเปกฺขนวเสน โอโลกิตอุลฺโลกิตาปโลกิตานิ นาม โหนฺติ. ตานิ อิธ น คหิตานิ, สารุปฺปวเสน ปน อิมาเนว เทฺว คหิตานิ. อิมินา วา มุเขน สพฺพานิปิ ตานิ คหิตาเนวาติ.

ตตฺถ ‘‘อาโลเกสฺสามี’’ติ จิตฺเต อุปฺปนฺเน จิตฺตวเสเนว อโนโลเกตฺวา อตฺถปริคฺคณฺหนํ สาตฺถกสมฺปชญฺญํ. ตํ อายสฺมนฺตํ นนฺทํ กายสกฺขึ กตฺวา เวทิตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –

‘‘สเจ, ภิกฺขเว, นนฺทสฺส ปุรตฺถิมา ทิสา อาโลเกตพฺพา โหติ, สพฺพํ เจตสา สมนฺนาหริตฺวา นนฺโท ปุรตฺถิมํ ทิสํ อาโลเกติ ‘เอวํ เม ปุรตฺถิมํ ทิสํ อาโลกยโต นาภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสวิสฺสนฺตี’ติ. อิติห ตตฺถ สมฺปชาโน โหติ. สเจ, ภิกฺขเว, นนฺทสฺส ปจฺฉิมา ทิสา, อุตฺตรา ทิสา, ทกฺขิณา ทิสา, อุทฺธํ, อโธ, อนุทิสา อาโลเกตพฺพา โหติ, สพฺพํ เจตสา สมนฺนาหริตฺวา นนฺโท อนุทิสํ อาโลเกติ ‘เอวํ เม อนุทิสํ อาโลกยโต’…เป… สมฺปชาโน โหตี’’ติ (อ. นิ. ๘.๙).

อปิจ อิธาปิ ปุพฺเพ วุตฺตเจติยทสฺสนาทิวเสเนว สาตฺถกตา จ สปฺปายตา จ เวทิตพฺพา. กมฺมฏฺฐานสฺส ปน อวิชหนเมว โคจรสมฺปชญฺญํ, ตสฺมา ขนฺธธาตุอายตนกมฺมฏฺฐานิเกหิ อตฺตโน กมฏฺฐานวเสเนว กสิณาทิกมฺมฏฺฐานิเกหิ วา ปน กมฺมฏฺฐานสีเสเนว อาโลกนวิโลกนํ กาตพฺพํ.

‘‘อพฺภนฺตเร อตฺตา นาม อาโลเกตา วา วิโลเกตา วา นตฺถิ, ‘อาโลเกสฺสามี’ติ ปน จิตฺเต อุปฺปชฺชมาเน เตเนว จิตฺเตน สทฺธึ จิตฺตสมุฏฺฐานา วาโยธาตุ วิญฺญตฺตึ ชนยมานา อุปฺปชฺชติ. อิติ จิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผารวเสน เหฏฺฐิมํ อกฺขิทลํ อโธ สีทติ, อุปริมํ อุทฺธํ ลงฺเฆติ, โกจิ ยนฺตเกน วิวรนฺโต นาม นตฺถิ, ตโต จกฺขุวิญฺญาณํ ทสฺสนกิจฺจํ สาเธนฺตํ อุปฺปชฺชตี’’ติ เอวํ ปชานนํ ปเนตฺถ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ นาม.

อปิจ มูลปริญฺญาอาคนฺตุกตาวกาลิกภาววเสนเปตฺถ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ เวทิตพฺพํ. มูลปริญฺญาวเสน ตาว –

‘‘ภวงฺคาวชฺชนญฺเจว, ทสฺสนํ สมฺปฏิจฺฉนํ;

สนฺตีรณํ โวฏฺฐพฺพนํ, ชวนํ ภวติ สตฺตมํ’’.

ตตฺถ ภวงฺคํ อุปปตฺติภวสฺส องฺคกิจฺจํ สาธยมานํ ปวตฺตติ, ตํ อาวฏฺเฏตฺวา กิริยมโนธาตุ อาวชฺชนกิจฺจํ สาธยมานา, ตนฺนิโรธา จกฺขุวิญฺญาณํ ทสฺสนกิจฺจํ สาธยมานํ, ตนฺนิโรธา วิปากมโนธาตุ สมฺปฏิจฺฉนกิจฺจํ สาธยมานา, ตนฺนิโรธา วิปากมโนวิญฺญาณธาตุ สนฺตีรณกิจฺจํ สาธยมานา, ตนฺนิโรธา กิริยมโนวิญฺญาณธาตุ โวฏฺฐพฺพนกิจฺจํ สาธยมานา, ตนฺนิโรธา สตฺตกฺขตฺตุํ ชวนํ ชวติ. ตตฺถ ปฐมชวเนปิ ‘‘อยํ อิตฺถี, อยํ ปุริโส’’ติ รชฺชนทุสฺสนมุยฺหนวเสน อาโลกิตวิโลกิตํ น โหติ, ทุติยชวเนปิ…เป… สตฺตมชวเนปิ. เอเตสุ ปน ยุทฺธมณฺฑเล โยเธสุ วิย เหฏฺฐุปริยวเสน ภิชฺชิตฺวา ปติเตสุ ‘‘อยํ อิตฺถี, อยํ ปุริโส’’ติ รชฺชนาทิวเสน อาโลกิตวิโลกิตํ โหติ. เอวํ ตาเวตฺถ มูลปริญฺญาวเสน อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ เวทิตพฺพํ.

จกฺขุทฺวาเร ปน รูเป อาปาถมาคเต ภวงฺคจลนโต อุทฺธํ สกกิจฺจนิปฺผาทนวเสน อาวชฺชนาทีสุ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺเธสุ อวสาเน ชวนํ อุปฺปชฺชติ, ตํ ปุพฺเพ อุปฺปนฺนานํ อาวชฺชนาทีนํ เคหภูเต จกฺขุทฺวาเร อาคนฺตุกปุริโส วิย โหติ. ตสฺส ยถา ปรเคเห กิญฺจิ ยาจิตุํ ปวิฏฺฐสฺส อาคนฺตุกปุริสสฺส เคหสามิเกสุ ตุณฺหีมาสิเนสุ อาณากรณํ น ยุตฺตํ, เอวํ อาวชฺชนาทีนํ เคหภูเต จกฺขุทฺวาเร อาวชฺชนาทีสุปิ อรชฺชนฺเตสุ อทุสฺสนฺเตสุ อมุยฺหนฺเตสุ จ รชฺชนทุสฺสนมุยฺหนํ อยุตฺตนฺติ เอวํ อาคนฺตุกภาววเสน อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ เวทิตพฺพํ.

ยานิ ปเนตานิ จกฺขุทฺวาเร โวฏฺฐพฺพนปริโยสานานิ จิตฺตานิ อุปฺปชฺชนฺติ, ตานิ สทฺธึ สมฺปยุตฺตธมฺเมหิ ตตฺถ ตตฺเถว ภิชฺชนฺติ, อญฺญมญฺญํ น ปสฺสนฺติ, อิตฺตรานิ ตาวกาลิกานิ โหนฺติ. ตตฺถ ยถา เอกสฺมึ ฆเร สพฺเพสุ มานุสเกสุ มเตสุ อวเสสสฺส เอกสฺส ตงฺขณํเยว มรณธมฺมสฺส น ยุตฺตา นจฺจคีตาทีสุ อภิรติ นาม, เอวเมว เอกทฺวาเร สสมฺปยุตฺเตสุ อาวชฺชนาทีสุ ตตฺถ ตตฺเถว มเตสุ อวเสสสฺส ตงฺขณํเยว มรณธมฺมสฺส ชวนสฺสาปิ รชฺชนทุสฺสนมุยฺหนวเสน อภิรติ นาม น ยุตฺตาติ เอวํ ตาวกาลิกภาววเสน อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ เวทิตพฺพํ.

อปิจ ขนฺธายตนธาตุปจฺจยปจฺจเวกฺขณวเสนเปตํ เวทิตพฺพํ. เอตฺถ หิ จกฺขุ เจว รูปา จ รูปกฺขนฺโธ, ทสฺสนํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ, ตํสมฺปยุตฺตา เวทนา เวทนากฺขนฺโธ, สญฺญา สญฺญากฺขนฺโธ, ผสฺสาทิกา สงฺขารา สงฺขารกฺขนฺโธ, เอวเมเตสํ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ สมวาเย อาโลกนวิโลกนํ ปญฺญายติ. ตตฺถ โก เอโก อาโลเกติ, โก วิโลเกติ? ตถา จกฺขุ จกฺขายตนํ, รูปํ รูปายตนํ, ทสฺสนํ มนายตนํ, เวทนาทโย สมฺปยุตฺตธมฺมา ธมฺมายตนํ, เอวเมเตสํ จตุนฺนํ อายตนานํ สมวาเย อาโลกนวิโลกนํ ปญฺญายติ. ตตฺถ โก เอโก อาโลเกติ, โก วิโลเกติ? ตถา จกฺขุ จกฺขุธาตุ, รูปํ รูปธาตุ, ทสฺสนํ จกฺขุวิญฺญาณธาตุ, ตํสมฺปยุตฺตา เวทนาทโย ธมฺมา ธมฺมธาตุ, เอวเมเตสํ จตุนฺนํ ธาตูนํ สมวาเย อาโลกนวิโลกนํ ปญฺญายติ. ตตฺถ โก เอโก อาโลเกติ, โก วิโลเกติ? ตถา จกฺขุ นิสฺสยปจฺจโย, รูปํ อารมฺมณปจฺจโย, อาวชฺชนํ อนนฺตรสมนนฺตรูปนิสฺสยนตฺถิวิคตปจฺจโย, อาโลโก อุปนิสฺสยปจฺจโย, เวทนาทโย สหชาตปจฺจโย. เอวเมเตสํ ปจฺจยานํ สมวาเย อาโลกนวิโลกนํ ปญฺญายติ. ตตฺถ โก เอโก อาโลเกติ, โก วิโลเกตีติ เอวเมตฺถ ขนฺธายตนธาตุปจฺจยปจฺจเวกฺขณวเสนปิ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ เวทิตพฺพํ.

สมิญฺชิเต ปสาริเตติ ปพฺพานํ สมิญฺชนปสารเณ. ตตฺถ จิตฺตวเสเนว สมิญฺชนปสารณํ อกตฺวา หตฺถปาทานํ สมิญฺชนปสารณปจฺจยา อตฺถานตฺถํ ปริคฺคณฺหิตฺวา อตฺถปริคฺคณฺหนํ สาตฺถกสมฺปชญฺญํ. ตตฺถ หตฺถปาเท อติจิรํ สมิญฺชิตฺวา วา ปสาเรตฺวา วา ฐิตสฺส ขเณ ขเณ เวทนา อุปฺปชฺชนฺติ, จิตฺตํ เอกคฺคํ น ลภติ, กมฺมฏฺฐานํ ปริปตติ, วิเสสํ นาธิคจฺฉติ. กาเล สมิญฺชนฺตสฺส กาเล ปสาเรนฺตสฺส ปน ตา เวทนา นุปฺปชฺชนฺติ, จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ, กมฺมฏฺฐานํ ผาตึ คจฺฉติ, วิเสสมธิคจฺฉตีติ เอวํ อตฺถานตฺถปริคฺคณฺหนํ เวทิตพฺพํ.

อตฺเถ ปน สติปิ สปฺปายาสปฺปายํ ปริคฺคณฺหิตฺวา สปฺปายปริคฺคณฺหนํ สปฺปายสมฺปชญฺญํ. ตตฺรายํ นโย – มหาเจติยงฺคเณ กิร ทหรภิกฺขู สชฺฌายํ คณฺหนฺติ. เตสํ ปิฏฺฐิปสฺเส ทหรภิกฺขุนิโย ธมฺมํ สุณนฺติ. ตตฺเถโก ทหโร หตฺถํ ปสาเรนฺโต กายสํสคฺคํ ปตฺวา เตเนว การเณน คิหี ชาโต. อปโร ภิกฺขุ ปาทํ ปสาเรนฺโต อคฺคิมฺหิ ปสาเรสิ, อฏฺฐึ อาหจฺจ ปาโท ฌายิ. อปโร วมฺมิเก ปสาเรสิ, โส อาสีวิเสน ทฏฺโฐ. อปโร จีวรกุฏิทณฺฑเก ปสาเรสิ, ตํ มณิสปฺโป ฑํสิ. ตสฺมา เอวรูเป อสปฺปาเย อปสาเรตฺวา สปฺปาเย ปสาเรตพฺพํ. อิทเมตฺถ สปฺปายสมฺปชญฺญํ.

โคจรสมฺปชญฺญํ ปน มหาเถรวตฺถุนา ทีเปตพฺพํ – มหาเถโร กิร ทิวาฏฺฐาเน นิสินฺโน อนฺเตวาสิเกหิ สทฺธึ กถยมาโน สหสา หตฺถํ สมิญฺชิตฺวา ปุน ยถาฐาเน ฐเปตฺวา สณิกํ สมิญฺเชสิ. ตํ อนฺเตวาสิกา ปุจฺฉึสุ – ‘‘กสฺมา, ภนฺเต, สหสา หตฺถํ สมิญฺชิตฺวา ปุน ยถาฐาเน ฐเปตฺวา สณิกํ สมิญฺชิตฺถา’’ติ. ยโต ปฏฺฐายาหํ, อาวุโส, กมฺมฏฺฐานํ มนสิกาตุํ อารทฺโธ, น เม กมฺมฏฺฐานํ มุญฺจิตฺวา หตฺโถ สมิญฺชิตปุพฺโพ, อิทานิ ปน ตุเมฺหหิ สทฺธึ กถยมาเนน กมฺมฏฺฐานํ มุญฺจิตฺวา สมิญฺชิโต, ตสฺมา ปุน ยถาฐาเน ฐเปตฺวา สมิญฺเชสินฺติ. สาธุ, ภนฺเต, ภิกฺขุนา นาม เอวรูเปน ภวิตพฺพนฺติ. เอวเมตฺถาปิ กมฺมฏฺฐานาวิชหนเมว โคจรสมฺปชญฺญนฺติ เวทิตพฺพํ.

อพฺภนฺตเร อตฺตา นาม โกจิ สมิญฺชนฺโต วา ปสาเรนฺโต วา นตฺถิ, วุตฺตปฺปการจิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผาเรน ปน สุตฺตากฑฺฒนวเสน ทารุยนฺตสฺส หตฺถปาทลฬนํ วิย สมิญฺชนปสารณํ โหตีติ ปริชานนํ ปเนตฺถ อสมฺโมหสมฺปชญฺญนฺติ เวทิตพฺพํ.

สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารเณติ เอตฺถ สงฺฆาฏิจีวรานํ นิวาสนปารุปนวเสน, ปตฺตสฺส ภิกฺขาปฏิคฺคหณาทิวเสน ปริโภโค ธารณํ นาม. ตตฺถ สงฺฆาฏิจีวรธารเณ ตาว นิวาเสตฺวา ปารุปิตฺวา จ ปิณฺฑาย จรโต อามิสลาโภ, ‘‘สีตสฺส ปฏิฆาตายา’’ติอาทินา นเยน ภควตา วุตฺตปฺปกาโรเยว จ อตฺโถ อตฺโถ นาม. ตสฺส วเสน สาตฺถกสมฺปชญฺญํ เวทิตพฺพํ.

อุณฺหปกติกสฺส ปน ทุพฺพลสฺส จ จีวรํ สุขุมํ สปฺปายํ, สีตาลุกสฺส ฆนํ ทุปฏฺฏํ. วิปรีตํ อสปฺปายํ. ยสฺส กสฺสจิ ชิณฺณํ อสปฺปายเมว. อคฺคฬาทิทาเนน หิสฺส ตํ ปลิโพธกรํ โหติ. ตถา ปฏฺฏุณฺณทุกูลาทิเภทํ โลภนียจีวรํ. ตาทิสญฺหิ อรญฺเญ เอกกสฺส นิวาสนฺตรายกรํ, ชีวิตนฺตรายกรญฺจาปิ โหติ. นิปฺปริยาเยน ปน ยํ นิมิตฺตกมฺมาทิมิจฺฉาชีววเสน อุปฺปนฺนํ, ยญฺจสฺส เสวมานสฺส อกุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ, กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ, ตํ อสปฺปายํ. วิปรีตํ สปฺปายํ, ตสฺส วเสเนตฺถ สปฺปายสมฺปชญฺญํ, กมฺมฏฺฐานาวิชหนวเสเนว จ โคจรสมฺปชญฺญํ เวทิตพฺพํ.

อพฺภนฺตเร อตฺตา นาม โกจิ จีวรํ ปารุปนฺโต นตฺถิ, วุตฺตปฺปการจิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผาเรเนว ปน จีวรปารุปนํ โหติ. ตตฺถ จีวรมฺปิ อเจตนํ, กาโยปิ อเจตโน. จีวรํ น ชานาติ ‘‘มยา กาโย ปารุปิโต’’ติ. กาโยปิ น ชานาติ ‘‘อหํ จีวเรน ปารุปิโต’’ติ. ธาตุโยว ธาตุสมูหํ ปฏิจฺฉาเทนฺติ ปฏปิโลติกาย โปตฺถกรูปปฏิจฺฉาทเน วิย. ตสฺมา เนว สุนฺทรํ จีวรํ ลภิตฺวา โสมนสฺสํ กาตพฺพํ, น อสุนฺทรํ ลภิตฺวา โทมนสฺสํ. นาควมฺมิกเจติยรุกฺขาทีสุ หิ เกจิ มาลาคนฺธธูมวตฺถาทีหิ สกฺการํ กโรนฺติ, เกจิ คูถมุตฺตกทฺทมทณฺฑสตฺถปหาราทีหิ อสกฺการํ. น เตหิ นาควมฺมิกรุกฺขาทโย โสมนสฺสํ วา กโรนฺติ โทมนสฺสํ วา. เอวเมวํ เนว สุนฺทรํ จีวรํ ลภิตฺวา โสมนสฺสํ กาตพฺพํ, น อสุนฺทรํ ลภิตฺวา โทมนสฺสนฺติ เอวํ ปวตฺตปฏิสงฺขานวเสเนตฺถ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ เวทิตพฺพํ.

ปตฺตธารเณปิ ปตฺตํ สหสาว อคฺคเหตฺวา – ‘‘อิมํ คเหตฺวา ปิณฺฑาย จรมาโน ภิกฺขํ ลภิสฺสามี’’ติ เอวํ ปตฺตคฺคหณปจฺจยา ปฏิลภิตพฺพอตฺถวเสน สาตฺถกสมฺปชญฺญํ เวทิตพฺพํ. กิสทุพฺพลสรีรสฺส ปน ครุปตฺโต อสปฺปาโย. ยสฺส กสฺสจิ จตุปญฺจคณฺฐิกาหโต ทุพฺพิโสธนีโย อสปฺปาโยว. ทุทฺโธตปตฺโต หิ น วฏฺฏติ, ตํ โธวนฺตสฺเสว จสฺส ปลิโพโธ โหติ. มณิวณฺณปตฺโต ปน โลภนีโย จีวเร วุตฺตนเยเนว อสปฺปาโย. นิมิตฺตกมฺมาทิวเสน ลทฺโธ, ปน ยญฺจสฺส เสวมานสฺส อกุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ, กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ, อยํ เอกนฺตอสปฺปาโยว. วิปรีโต สปฺปาโย. ตสฺส วเสเนตฺถ สปฺปายสมฺปชญฺญํ, กมฺมฏฺฐานาวิชหนวเสเนว จ โคจรสมฺปชญฺญํ เวทิตพฺพํ.

อพฺภนฺตเร อตฺตา นาม โกจิ ปตฺตํ คณฺหนฺโต นตฺถิ, วุตฺตปฺปการจิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผาเรเนว ปตฺตคฺคหณํ นาม โหติ. ตตฺถ ปตฺโตปิ อเจตโน, หตฺถาปิ อเจตนา. ปตฺโต น ชานาติ ‘‘อหํ หตฺเถหิ คหิโต’’ติ. หตฺถาปิ น ชานนฺติ ‘‘ปตฺโต อเมฺหหิ คหิโต’’ติ. ธาตุโยว ธาตุสมูหํ คณฺหนฺติ, สณฺฑาเสน อคฺคิวณฺณปตฺตคฺคหเณ วิยาติ เอวํ ปวตฺตปฏิสงฺขานวเสเนตฺถ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ เวทิตพฺพํ.

อปิจ ยถา ฉินฺนหตฺถปาเท วณมุเขหิ ปคฺฆริตปุพฺพโลหิตกิมิกุเล นีลมกฺขิกสมฺปริกิณฺเณ อนาถสาลาย อนาถมนุสฺเส ทิสฺวา ทยาลุกา ปุริสา เตสํ วณปฏฺฏโจฬกานิ เจว กปาลาทีหิ เภสชฺชานิ จ อุปนาเมนฺติ. ตตฺถ โจฬกานิปิ เกสญฺจิ สณฺหานิ, เกสญฺจิ ถูลานิ ปาปุณนฺติ, เภสชฺชกปาลานิปิ เกสญฺจิ สุสณฺฐานานิ, เกสญฺจิ ทุสฺสณฺฐานานิ ปาปุณนฺติ, น เต ตตฺถ สุมนา วา ทุมฺมนา วา โหนฺติ. วณปฏิจฺฉาทนมตฺเตเนว หิ โจฬเกน เภสชฺชปฏิคฺคหมตฺเตเนว จ กปาลเกน เตสํ อตฺโถ. เอวเมว โย ภิกฺขุ วณโจฬกํ วิย จีวรํ, เภสชฺชกปาลกํ วิย จ ปตฺตํ, กปาเล เภสชฺชมิว จ ปตฺเต ลทฺธภิกฺขํ สลฺลกฺเขติ. อยํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารเณ อสมฺโมหสมฺปชญฺเญน อุตฺตมสมฺปชานการีติ เวทิตพฺโพ.

อสิตาทีสุ อสิเตติ ปิณฺฑปาตโภชเน. ปีเตติ ยาคุอาทิปาเน. ขายิเตติ ปิฏฺฐขชฺชกาทิขาทเน. สายิเตติ มธุผาณิตาทิสายเน. ตตฺถ ‘‘เนว ทวายา’’ติอาทินา นเยน วุตฺโต อฏฺฐวิโธปิ อตฺโถ อตฺโถ นาม, ตสฺส วเสน สาตฺถกสมฺปชญฺญํ เวทิตพฺพํ.

ลูขปณีตติตฺตมธุราทีสุ ปน เยน โภชเนน ยสฺส อผาสุ โหติ, ตํ ตสฺส อสปฺปายํ. ยํ ปน นิมิตฺตกมฺมาทิวเสน ปฏิลทฺธํ, ยญฺจสฺส ภุญฺชโต อกุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ, กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ, ตํ เอกนฺตอสปฺปายเมว. วิปรีตํ สปฺปายํ. ตสฺส วเสเนตฺถ สปฺปายสมฺปชญฺญํ, กมฺมฏฺฐานาวิชหนวเสเนว จ โคจรสมฺปชญฺญํ เวทิตพฺพํ.

อพฺภนฺตเร อตฺตา นาม โกจิ ภุญฺชโก นตฺถิ, วุตฺตปฺปการจิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผาเรเนว ปตฺตปฏิคฺคหณํ นาม โหติ, จิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผาเรเนว หตฺถสฺส ปตฺเต โอตารณํ นาม โหติ, จิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผาเรเนว อาโลปกรณํ อาโลปุทฺธรณํ มุขวิวรณญฺจ โหติ. น โกจิ กุญฺจิกาย น ยนฺตเกน หนุกฏฺฐีนิ วิวรติ, จิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผาเรเนว อาโลปสฺส มุเข ฐปนํ อุปริทนฺตานํ มุสลกิจฺจสาธนํ เหฏฺฐาทนฺตานํ อุทุกฺขลกิจฺจสาธนํ ชิวฺหาย หตฺถกิจฺจสาธนญฺจ โหติ. อิติ นํ ตตฺถ อคฺคชิวฺหาย ตนุกเขโฬ, มูลชิวฺหาย พหลเขโฬ มกฺเขติ. ตํ เหฏฺฐาทนฺตอุทุกฺขเล ชิวฺหาหตฺถปริวตฺติตํ เขฬอุทกเตมิตํ อุปริทนฺตมุสลสญฺจุณฺณิตํ โกจิ กฏจฺฉุนา วา ทพฺพิยา วา อนฺโต ปเวเสนฺโต นาม นตฺถิ, วาโยธาตุยาว ปวิสติ. ปวิฏฺฐํ ปวิฏฺฐํ โกจิ ปลาลสนฺถรํ กตฺวา ธาเรนฺโต นาม นตฺถิ, วาโยธาตุวเสเนว ติฏฺฐติ. ฐิตํ ฐิตํ โกจิ อุทฺธนํ กตฺวา อคฺคึ ชาเลตฺวา ปจนฺโต นาม นตฺถิ, เตโชธาตุยาว ปจฺจติ. ปกฺกํ ปกฺกํ โกจิ ทณฺฑเกน วา ยฏฺฐิยา วา พหิ นีหรโก นาม นตฺถิ, วาโยธาตุเยว นีหรติ. อิติ วาโยธาตุ อติหรติ จ วีติหรติ จ ธาเรติ จ ปริวตฺเตติ จ สญฺจุณฺเณติ จ วิโสเสติ จ นีหรติ จ; ปถวีธาตุ ธาเรติ จ ปริวตฺเตติ จ สญฺจุณฺเณติ จ วิโสเสติ จ; อาโปธาตุ สิเนเหติ จ อลฺลตฺตญฺจ อนุปาเลติ; เตโชธาตุ อนฺโตปวิฏฺฐํ ปริปาเจติ; อากาสธาตุ อญฺชโส โหติ; วิญฺญาณธาตุ ตตฺถ ตตฺถ สมฺมาปโยคมนฺวาย อาภุชตีติ เอวํ ปวตฺตปฏิสงฺขานวเสเนตฺถ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ เวทิตพฺพํ.

อปิจ คมนโต, ปริเยสนโต, ปริโภคโต, อาสยโต, นิธานโต, อปริปกฺกโต, ปริปกฺกโต, ผลโต, นิสฺสนฺทโต, สมฺมกฺขนโตติ เอวํ ทสวิธํ ปฏิกูลภาวํ ปจฺจเวกฺขณโตเปตฺถ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ เวทิตพฺพํ. วิตฺถารกถา ปเนตฺถ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๒๙๔ อาทโย) อาหารปฏิกูลสญฺญานิทฺเทสโต คเหตพฺพา.

อุจฺจารปสฺสาวกมฺเมติ อุจฺจารสฺส จ ปสฺสาวสฺส จ กรเณ. ตตฺถ ปตฺตกาเล อุจฺจารปสฺสาวํ อกโรนฺตสฺส สกลสรีรโต เสทา มุจฺจนฺติ, อกฺขีนิ ภมนฺติ, จิตฺตํ น เอกคฺคํ โหติ, อญฺเญ จ โรคา อุปฺปชฺชนฺติ. กโรนฺตสฺส ปน สพฺพํ ตํ น โหตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. ตสฺส วเสน สาตฺถกสมฺปชญฺญํ เวทิตพฺพํ. อฏฺฐาเน อุจฺจารปสฺสาวํ กโรนฺตสฺส ปน อาปตฺติ โหติ, อยโส วฑฺฒติ, ชีวิตนฺตราโยปิ โหติ. ปติรูเป ฐาเน กโรนฺตสฺส สพฺพํ ตํ น โหตีติ อิทเมตฺถ สปฺปายํ. ตสฺส วเสน สปฺปายสมฺปชญฺญํ, กมฺมฏฺฐานาวิชหนวเสน จ โคจรสมฺปชญฺญํ เวทิตพฺพํ.

อพฺภนฺตเร อตฺตา นาม โกจิ อุจฺจารปสฺสาวกมฺมํ กโรนฺโต นตฺถิ, จิตฺตกิริยวาโยธาตุวิปฺผาเรเนว ปน อุจฺจารปสฺสาวกมฺมํ โหติ. ยถา ปน ปกฺเก คณฺเฑ คณฺฑเภเทน ปุพฺพโลหิตํ อกามตาย นิกฺขมติ, ยถา จ อติภริตา อุทกภาชนา อุทกํ อกามตาย นิกฺขมติ, เอวํ ปกฺกาสยมุตฺตวตฺถีสุ สนฺนิจิตา อุจฺจารปสฺสาวา วายุเวคสมุปฺปีฬิตา อกามตายปิ นิกฺขมนฺติ. โส ปนายํ เอวํ นิกฺขมนฺโต อุจฺจารปสฺสาโว เนว ตสฺส ภิกฺขุโน อตฺตโน โหติ น ปรสฺส, เกวลํ สรีรนิสฺสนฺโทว โหติ. ยถา กึ? ยถา อุทกตุมฺพโต ปุราณอุทกํ ฉฑฺเฑนฺตสฺส เนว ตํ อตฺตโน โหติ น ปเรสํ, เกวลํ ปฏิชคฺคนมตฺตเมว โหติ. เอวํ ปวตฺตปฏิสงฺขานวเสเนตฺถ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ เวทิตพฺพํ.

คตาทีสุ คเตติ คมเน. ฐิเตติ ฐาเน. นิสินฺเนติ นิสชฺชาย. สุตฺเตติ สยเน. ชาคริเต ติ ชาครเณ. ภาสิเตติ กถเน. ตุณฺหีภาเวติ อกถเน. เอตฺถ จ โย จิรํ คนฺตฺวา วา จงฺกมิตฺวา วา อปรภาเค ฐิโต อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ ‘‘จงฺกมนกาเล ปวตฺตา รูปารูปธมฺมา เอตฺเถว นิรุทฺธา’’ติ, อยํ คเต สมฺปชานการี นาม.

โย สชฺฌายํ วา กโรนฺโต ปญฺหํ วา วิสฺสชฺเชนฺโต กมฺมฏฺฐานํ วา มนสิกโรนฺโต จิรํ ฐตฺวา อปรภาเค นิสินฺโน อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ ‘‘ฐิตกาเล ปวตฺตา รูปารูปธมฺมา เอตฺเถว นิรุทฺธา’’ติ, อยํ ฐิเต สมฺปชานการี นาม.

โย สชฺฌายาทิกรณวเสเนว จิรํ นิสีทิตฺวา อปรภาเค นิปนฺโน อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘‘นิสินฺนกาเล ปวตฺตา รูปารูปธมฺมา เอตฺเถว นิรุทฺธา’’ติ, อยํ นิสินฺเน สมฺปชานการี นาม.

โย ปน นิปนฺนโกว สชฺฌายํ กโรนฺโต กมฺมฏฺฐานํ วา มนสิกโรนฺโต นิทฺทํ โอกฺกมิตฺวา อปรภาเค อุฏฺฐาย อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘‘สยนกาเล ปวตฺตา รูปารูปธมฺมา เอตฺเถว นิรุทฺธา’’ติ, อยํ สุตฺเต จ ชาคริเต จ สมฺปชานการี นาม. กิริยมยจิตฺตานญฺหิ อปฺปวตฺตํ สุตฺตํ นาม, ปวตฺตํ ชาคริตํ นามาติ.

โย ปน ภาสมาโน – ‘‘อยํ สทฺโท นาม โอฏฺเฐ จ ปฏิจฺจ ทนฺเต จ ชิวฺหญฺจ ตาลุญฺจ ปฏิจฺจ จิตฺตสฺส จ ตทนุรูปํ ปโยคํ ปฏิจฺจ ชายตี’’ติ สโต สมฺปชาโน ภาสติ, จิรํ วา ปน กาลํ สชฺฌายํ กตฺวา ธมฺมํ วา กเถตฺวา กมฺมฏฺฐานํ วา ปริวตฺเตตฺวา ปญฺหํ วา วิสฺสชฺเชตฺวา อปรภาเค ตุณฺหีภูโต อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ ‘‘ภาสิตกาเล อุปฺปนฺนา รูปารูปธมฺมา เอตฺเถว นิรุทฺธา’’ติ อยํ ภาสิเต สมฺปชานการี นาม.

โย ตุณฺหีภูโต จิรํ ธมฺมํ วา กมฺมฏฺฐานํ วา มนสิกตฺวา อปรภาเค อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘‘ตุณฺหีภูตกาเล ปวตฺตา รูปารูปธมฺมา เอตฺเถว นิรุทฺธา’’ติ. อุปาทารูปปวตฺติยา สติ ภาสติ นาม, อสติ ตุณฺหี ภวติ นามาติ, อยํ ตุณฺหีภาเว สมฺปชานการี นามาติ. เอวเมตฺถ อสมฺโมหสมฺปชญฺญํ ตสฺส วเสน สมฺปชานการิตา เวทิตพฺพา. อิมสฺมึ สุตฺเต สติปฏฺฐานมิสฺสกสมฺปชญฺญํ ปุพฺพภาคํ กถิตํ.

๓. ภิกฺขุสุตฺตวณฺณนา

๓๖๙. ตติเย เอวเมว ปนิเธกจฺเจติ โส กิร ภิกฺขุ กมฺมฏฺฐานํ กถาเปตฺวา อิโต จิโต จ อาหิณฺฑติ, กายวิเวกํ นานุยุญฺชติ. เตน นํ ภควา นิคฺคณฺหนฺโต เอวมาห. ตสฺมาติ ยสฺมา สํขิตฺเตน เทสนํ ยาจสิ, ตสฺมา. ทิฏฺฐีติ กมฺมสฺสกตาทิฏฺฐิ.

๔. สาลสุตฺตวณฺณนา

๓๗๐. จตุตฺเถ ธมฺมวินโยติ ธมฺโมติ วา วินโยติ วา อุภยเมตํ สตฺถุสาสนสฺเสว นามํ. สมาทเปตพฺพาติ คณฺหาเปตพฺพา. เอโกทิภูตาติ ขณิกสมาธินา เอกคฺคภูตา. สมาหิตา เอกคฺคจิตฺตาติ อุปจารปฺปนาวเสน สมฺมา ฐปิตจิตฺตา จ เอกคฺคจิตฺตา จ. อิมสฺมึ สุตฺเต นวกภิกฺขูหิ เจว ขีณาสเวหิ จ ภาวิตสติปฏฺฐานา ปุพฺพภาคา, สตฺตหิ เสเขหิ ภาวิตา มิสฺสกา.

๖. สกุณคฺฆิสุตฺตวณฺณนา

๓๗๒. ฉฏฺเฐ สกุณคฺฆีติ สกุณํ หนตีติ สกุณคฺฆิ, เสนสฺเสตํ อธิวจนํ. สหสา อชฺฌปตฺตาติ โลภสาหเสน ปตฺตา. อลกฺขิกาติ นิสฺสิริกา. อปฺปปุญฺญาติ ปริตฺตปุญฺญา. สเจชฺช มยนฺติ สเจ อชฺช มยํ. นงฺคลกฏฺฐกรณนฺติ นงฺคเลน กสิกรณํ, อธุนา กฏฺฐํ เขตฺตฏฺฐานนฺติ อตฺโถ. เลฑฺฑุฏฺฐานนฺติ เลฑฺฑูนํ ฐานํ. สํวทมานาติ สมฺมา วทมานา, อตฺตโน พลสฺส สุฏฺฐุ วณฺณํ วทมานาติ อตฺโถ. มหนฺตํ เลฑฺฑุํ อภิรุหิตฺวาติ อุทฺธนสณฺฐาเนน ฐิเตสุ ตีสุ เลฑฺฑูสุ ‘‘อิโต เสเน อาคจฺฉนฺเต อิโต นิกฺขมิสฺสามิ, อิโต อาคจฺฉนฺเต อิโต’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา เตสุ เอกํ เลฑฺฑุํ อภิรุหิตฺวา อฏฺฐาสิ อวทมาโน. สนฺนยฺหาติ ขุรปฺปํ สนฺนยฺหมาโน วิย สนฺนยฺหิตฺวา สุฏฺฐุ ฐเปตฺวา. พหุอาคโต โข มฺยายนฺติ ‘‘มยฺหํ อตฺถาย อยํ พหุตํ ฐานํ อาคโต, อปฺปํ อวสิฏฺฐํ, อิทานิ มํ คณฺหิสฺสตี’’ติ ญตฺวา ทารุคุโฬ วิย วินิวตฺติตฺวา ตสฺเสว เลฑฺฑุสฺส อนฺตเร ปจฺจุปาทิ, ปฏิปนฺโน ปวิฏฺโฐติ อตฺโถ. อุรํ ปจฺจตาเฬสีติ ‘‘เอกปฺปหาเรเนว ลาปสฺส สีสํ ฉินฺทิตฺวา คเหสฺสามี’’ติ ปกฺขนฺทตฺตา เวคํ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต ตสฺมึ เลฑฺฑุสฺมึ อุรํ ปตาเฬสิ. ตาวเทวสฺส หทยมํสํ ผาลิยิตฺถ. อถ ลาโป ‘‘ทิฏฺฐา วต สตฺตุโน ปิฏฺฐี’’ติ หฏฺฐตุฏฺโฐ ตสฺส หทเย อปราปรํ จงฺกมิ.

๗. มกฺกฏสุตฺตวณฺณนา

๓๗๓. สตฺตเม ทุคฺคาติ ทุคฺคมา. จารีติ สญฺจาโร. เลปํ โอฑฺเฑนฺตีติ วฏรุกฺขขีราทีหิ โยเชตฺวา เลปํ กโรนฺติ, ตํ มกฺกฏานํ ธุวคมนฏฺฐานนฺติ สลฺลกฺเขตฺวา รุกฺขสาขาทีสุ ฐเปนฺติ. ปญฺโจฑฺฑิโตติ ปญฺจสุ ฐาเนสุ กาชทณฺฑกํ ปเวเสตฺวา คเหตพฺพา กาชสิกฺกา วิย โอฑฺฑิโต. ถุนํ เสตีติ ถุนนฺโต สยติ.

๘. สูทสุตฺตวณฺณนา

๓๗๔. อฏฺฐเม สูโทติ ภตฺตการโก. นานจฺจเยหีติ นานาจเยหิ, นานาวิเธหีติ อตฺโถ. อยเมว วา ปาโฐ. อมฺพิลคฺเคหีติ อมฺพิลโกฏฺฐาเสหิ. เอเสว นโย สพฺพตฺถ. อภิหรตีติ คหณตฺถาย หตฺถํ ปสาเรติ. พหุํ คณฺหาตีติ เอกคฺคหเณน พหุํ คณฺหนฺโตปิ ปุนปฺปุนํ คณฺหนฺโตปิ พหุํ คณฺหเตว. อภิหารานนฺติ สตํ วา สหสฺสํ วา อุกฺขิปิตฺวา อภิหฏานํ ทายานํ. อุปกฺกิเลสาติ ปญฺจ นีวรณา. นิมิตฺตํ น อุคฺคณฺหาตีติ ‘‘อิมํ เม กมฺมฏฺฐานํ อนุโลมํ วา โคตฺรภุํ วา อาหจฺจ ฐิต’’นฺติ น ชานาติ, อตฺตโน จิตฺตสฺส นิมิตฺตํ คณฺหิตุํ น สกฺโกติ. อิมสฺมึ สุตฺเต ปุพฺพภาควิปสฺสนา สติปฏฺฐานาว กถิตา.

๙. คิลานสุตฺตวณฺณนา

๓๗๕. นวเม เพฬุวคามเกติ เวสาลิยา สมีเป เอวํนามโก ปาทคาโม อตฺถิ, ตสฺมึ. ยถามิตฺตนฺติอาทีสุ มิตฺตาติ มิตฺตาว. สนฺทิฏฺฐาติ ตตฺถ ตตฺถ สงฺคมฺม ทิฏฺฐมตฺตา นาติทฬฺหมิตฺตา. สมฺภตฺตาติ สุฏฺฐุ ภตฺตา สิเนหวนฺโต ทฬฺหมิตฺตา. เยสํ ยตฺถ ยตฺถ เอวรูปา ภิกฺขู อตฺถิ, เต ตตฺถ ตตฺถ วสฺสํ อุเปถาติ อตฺโถ. กสฺมา เอวมาห? เตสํ ผาสุวิหารตฺถาย. เตสํ กิร เพฬุวคามเก เสนาสนํ นปฺปโหติ, ภิกฺขาปิ มนฺทา. สมนฺตา เวสาลิยา ปน พหูนิ เสนาสนานิ, ภิกฺขาปิ สุลภา. ตสฺมา เอวมาห.

อถ กสฺมา ‘‘ยถาสุขํ คจฺฉถา’’ติ น วิสฺสชฺเชสิ? เตสํ อนุกมฺปาย. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อหํ ทสมาสมตฺตํ ฐตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสามิ. สเจ อิเม ทูรํ คจฺฉิสฺสนฺติ, มํ ปรินิพฺพานกาเล ทฏฺฐุํ น สกฺขิสฺสนฺติ. อถ เนสํ ‘สตฺถา ปรินิพฺพายนฺโต อมฺหากํ สติมตฺตมฺปิ น อทาสิ. สเจ ชาเนยฺยาม, น เอวํ ทูเร วเสยฺยามา’ติ วิปฺปฏิสาโร ภเวยฺย. เวสาลิยา สมนฺตา ปน วสฺสํ วสนฺตา มาสสฺส อฏฺฐ วาเร อาคนฺตฺวา ธมฺมํ สุณิสฺสนฺติ, สุคโตวาทํ ลภิสฺสนฺตี’’ติ น วิสฺสชฺเชสิ.

ขโรติ ผรุโส. อาพาโธติ วิสภาคโรโค. พาฬฺหาติ พลวติโย. มารณนฺติกาติ มรณนฺตํ มรณสนฺติกํ ปาปนสมตฺถา. สโต สมฺปชาโน อธิวาเสสีติ สตึ สูปฏฺฐิตํ กตฺวา ญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวา อธิวาเสสิ. อวิหญฺญมาโนติ เวทนานุวตฺตนวเสน อปราปรํ ปริวตฺตนํ อกโรนฺโต อปีฬิยมาโน อทุกฺขิยมาโน จ อธิวาเสสิ. อนามนฺเตตฺวาติ อชานาเปตฺวา. อนปโลเกตฺวาติ อชานาเปตฺวาว โอวาทานุสาสนึ อทตฺวาติ วุตฺตํ โหติ. วีริเยนาติ ปุพฺพภาควีริเยน เจว ผลสมาปตฺติวีริเยน จ. ปฏิปณาเมตฺวาติ วิกฺขมฺเภตฺวา. ชีวิตสงฺขารนฺติ เอตฺถ ชีวิตมฺปิ ชีวิตสงฺขาโร. เยน ชีวิตํ สงฺขรียติ ฉิชฺชมานํ ฆเฏตฺวา ฐปียติ, โส ผลสมาปตฺติธมฺโมปิ ชีวิตสงฺขาโร. โส อิธ อธิปฺเปโต. อธิฏฺฐายาติ อธิฏฺฐหิตฺวา ปวตฺเตตฺวา ชีวิตฐปนสมตฺถํ ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺเชยฺยนฺติ อยเมตฺถ สงฺเขปตฺโถ.

กึ ปน ภควา อิโต ปุพฺเพ ผลสมาปตฺตึ น สมาปชฺชตีติ? สมาปชฺชติ. สา ปน ขณิกสมาปตฺติ. ขณิกสมาปตฺติ จ อนฺโตสมาปตฺติยํเยว เวทนํ วิกฺขมฺเภติ, สมาปตฺติโต วุฏฺฐิตมตฺตสฺส กฏฺฐปาเตน วา กฐลปาเตน วา ฉินฺนเสวาโล วิย อุทกํ, ปุน สรีรํ เวทนา อชฺโฌตฺถรติ. ยา ปน รูปสตฺตกํ อรูปสตฺตกญฺจ นิคฺคุมฺพํ นิชฺชฏํ กตฺวา มหาวิปสฺสนาวเสน สมาปนฺนา สมาปตฺติ, สา สุฏฺฐุ วิกฺขมฺเภติ. ยถา นาม ปุริเสน โปกฺขรณึ โอคาเหตฺวา หตฺเถหิ จ ปาเทหิ จ สุฏฺฐุ อปพฺยุฬฺหเสวาโล จิเรน อุทกํ โอตฺถรติ, เอวเมว ตโต วุฏฺฐิตสฺส จิเรน เวทนา อุปฺปชฺชติ. อิติ ภควา ตํทิวสํ มหาโพธิปลฺลงฺเก อภินวํ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปนฺโต วิย รูปสตฺตกํ อรูปสตฺตกญฺจ นิคฺคุมฺพํ นิชฺชฏํ กตฺวา จุทฺทสหากาเรหิ สนฺเนตฺวา มหาวิปสฺสนาย เวทนํ วิกฺขมฺเภตฺวา ‘‘ทสมาเส มา อุปฺปชฺชิตฺถา’’ติ สมาปตฺตึ สมาปชฺชิ, สมาปตฺติวิกฺขมฺภิตา เวทนา ทส มาเส น อุปฺปชฺชิเยว.

คิลานา วุฏฺฐิโตติ คิลาโน หุตฺวา ปุน วุฏฺฐิโต. มธุรกชาโต วิยาติ สญฺชาตครุภาโว สญฺชาตถทฺธภาโว สูเล อุตฺตาสิตปุริโส วิย. น ปกฺขายนฺตีติ น ปกาสนฺติ, นานาการโต น อุปฏฺฐหนฺติ. ธมฺมาปิ มํ นปฺปฏิภนฺตีติ สติปฏฺฐานธมฺมา มยฺหํ ปากฏา น โหนฺตีติ ทีเปติ. ตนฺติธมฺมา ปน เถรสฺส สุปฺปคุณา. น อุทาหรตีติ ปจฺฉิมโอวาทํ น เทติ, ตํ สนฺธาย วทติ.

อนนฺตรํ อพาหิรนฺติ ธมฺมวเสน วา ปุคฺคลวเสน วา อุภยํ อกตฺวา. ‘‘เอตฺตกํ ธมฺมํ ปรสฺส น เทเสสฺสามี’’ติ หิ จินฺเตนฺโต ธมฺมํ อพฺภนฺตรํ กโรติ นาม, ‘‘เอตฺตกํ ปรสฺส เทเสสฺสามี’’ติ จินฺเตนฺโต พาหิรํ กโรติ นาม. ‘‘อิมสฺส ปุคฺคลสฺส เทเสสฺสามี’’ติ จินฺเตนฺโต ปน ปุคฺคลํ อพฺภนฺตรํ กโรติ นาม, ‘‘อิมสฺส น เทเสสฺสามี’’ติ จินฺเตนฺโต ปุคฺคลํ พาหิรํ กโรติ นาม. เอวํ อกตฺวา เทสิโตติ อตฺโถ. อาจริยมุฏฺฐีติ ยถา พาหิรกานํ อาจริยมุฏฺฐิ นาม โหติ, ทหรกาเล กสฺสจิ อกเถตฺวา ปจฺฉิมกาเล มรณมญฺเจ นิปนฺนา ปิยมนาปสฺส อนฺเตวาสิกสฺส กเถนฺติ, เอวํ ตถาคตสฺส ‘‘อิทํ มหลฺลกกาเล ปจฺฉิมฐาเน กเถสฺสามี’’ติ มุฏฺฐึ กตฺวา ปริหริตฺวา ฐปิตํ กิญฺจิ นตฺถีติ ทสฺเสติ.

อหํ ภิกฺขุสงฺฆนฺติ อหเมว ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหริสฺสามีติ วา, มมุทฺเทสิโกติ อหํ อุทฺทิสิตพฺพฏฺเฐน อุทฺเทโส อสฺสาติ มมุทฺเทสิโก, มเมว อุทฺทิสฺสิตฺวา มํ ปจฺจาสีสมาโน ภิกฺขุสงฺโฆ โหตุ มม อจฺจเยน มา วา อโหสิ, ยํ วา ตํ วา โหตูติ อิติ วา ปน ยสฺส อสฺสาติ อตฺโถ. น เอวํ โหตีติ โพธิปลฺลงฺเกเยว อิสฺสามจฺเฉรานํ วิคตตฺตา เอวํ น โหติ. ส กินฺติ โส กึ. อาสีติโกติ อสีติสํวจฺฉริโก, อิทํ ปจฺฉิมวยํ อนุปฺปตฺตภาวทีปนตฺถํ วุตฺตํ. เวฐมิสฺสเกนาติ พาหพนฺธจกฺกพนฺธาทินา ปฏิสงฺขรเณน เวฐมิสฺสเกน. มญฺเญติ ชรสกฏํ วิย เวฐมิสฺสเกน มญฺเญ ยาเปติ, อรหตฺตผลเวฐเนน จตุอิริยาปถกปฺปนํ ตถาคตสฺส โหตีติ ทสฺเสติ.

อิทานิ ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต ยสฺมึ อานนฺท สมเยติอาทิมาห. ตตฺถ สพฺพนิมิตฺตานนฺติ รูปนิมิตฺตาทีนํ. เอกจฺจานํ เวทนานนฺติ โลกิยานํ เวทนานํ. ตสฺมาติหานนฺทาติ ยสฺมา อิมินา ผลสมาปตฺติวิหาเรน ผาสุ โหติ, ตสฺมา ตุเมฺหปิ ตทตฺถาย เอวํ วิหรถาติ ทสฺเสติ. อตฺตทีปาติ มหาสมุทฺทคตา ทีปํ วิย อตฺตานํ ทีปํ ปติฏฺฐํ กตฺวา วิหรถ. อตฺตสรณาติ อตฺตคติกาว โหถ, มา อญฺญคติกา. ธมฺมทีปธมฺมสรณปเทสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ ธมฺโมติ นววิโธ โลกุตฺตรธมฺโม เวทิตพฺโพ. ตมตคฺเคติ ตมอคฺเค, มชฺเฌ ต-กาโร ปทสนฺธิวเสน วุตฺโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อิเม อคฺคตมาติ ตมตคฺคาติ. เอวํ สพฺพํ ตมโสตํ ฉินฺทิตฺวา อติวิย อคฺเค อุตฺตมภาเว เอเต, อานนฺท, มม ภิกฺขู ภวิสฺสนฺติ, เตสํ อคฺเค ภวิสฺสนฺติ. เย เกจิ สิกฺขากามา, สพฺเพสํ เตสํ จตุสติปฏฺฐานโคจราว ภิกฺขู อคฺเค ภวิสฺสนฺตีติ อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ คณฺหีติ.

๑๐. ภิกฺขุนุปสฺสยสุตฺตวณฺณนา

๓๗๖. ทสเม เตนุปสงฺกมีติ ตสฺมึ อุปสฺสเย กมฺมฏฺฐานกมฺมิกา ภิกฺขุนิโย อตฺถิ, ตาสํ อุสฺสุกฺกาเปตฺวา กมฺมฏฺฐานํ กเถสฺสามีติ อุปสงฺกมิ. อุฬารํ ปุพฺเพนาปรํ วิเสสนฺติ ปุพฺพวิเสสโต อปรํ อุฬารวิเสสํ. ตตฺถ มหาภูตปริคฺคโห ปุพฺพวิเสโส, อุปาทารูปปริคฺคโห อปรวิเสโส นาม. ตถา สกลรูปปริคฺคโห ปุพฺพวิเสโส, อรูปปริคฺคโห อปรวิเสโส นาม. รูปารูปปริคฺคโห ปุพฺพวิเสโส, ปจฺจยปริคฺคโห อปรวิเสโส นาม สปฺปจฺจยนามรูปทสฺสนํ ปุพฺพวิเสโส, ติลกฺขณาโรปนํ อปรวิเสโส นาม. เอวํ ปุพฺเพนาปรํ อุฬารวิเสสํ ชานาตีติ อตฺโถ.

กายารมฺมโณติ ยํ กายํ อนุปสฺสติ, ตเมว อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปชฺชติ กิเลสปริฬาโห. พหิทฺธา วา จิตฺตํ วิกฺขิปตีติ พหิทฺธา วา ปุถุตฺตารมฺมเณ จิตฺตุปฺปาโท วิกฺขิปติ. กิสฺมิญฺจิเทว ปสาทนีเย นิมิตฺเต จิตฺตํ ปณิทหิตพฺพนฺติ เอวํ กิเลสปริฬาเห จ ลีนตฺเต จ พหิทฺธาวิกฺเขเป จ อุปฺปนฺเน กิเลสานุรญฺชิเตน น วตฺติตพฺพํ, กิสฺมิญฺจิเทว ปสาทนีเย ปสาทาวเห พุทฺธาทีสุ อญฺญตรสฺมึ ฐาเน กมฺมฏฺฐานจิตฺตํ ฐเปตพฺพํ. จิตฺตํ สมาธิยตีติ อารมฺมเณ สมฺมา อาธิยติ สุฏฺฐุ ฐปิตํ ฐปิยติ. ปฏิสํหรามีติ ปสาทนียฏฺฐานโต ปฏิสํหรามิ, มูลกมฺมฏฺฐานาภิมุขํเยว นํ กโรมีติ อตฺโถ. โส ปฏิสํหรติ เจวาติ มูลกมฺมฏฺฐานาภิมุขญฺจ เปเสติ. น จ วิตกฺเกติ น จ วิจาเรตีติ กิเลสวิตกฺกํ น วิตกฺเกติ, กิเลสวิจารํ น วิจาเรติ. อวิตกฺโกมฺหิ อวิจาโรติ กิเลสวิตกฺกวิจาเรหิ อวิตกฺกาวิจาโร. อชฺฌตฺตํ สติมา สุขมสฺมีติ โคจรชฺฌตฺเต ปวตฺตาย สติยา ‘‘สติมาหมสฺมิ สุขิโต จา’’ติ ปชานาติ.

เอวํ โข, อานนฺท, ปณิธาย ภาวนา โหตีติ เอวํ, อานนฺท, ฐเปตฺวา ภาวนา โหติ. อิมสฺส หิ ภิกฺขุโน ยถา นาม ปุริสสฺส มหนฺตํ อุจฺฉุภารํ อุกฺขิปิตฺวา ยนฺตสาลํ เนนฺตสฺส กิลนฺตกิลนฺตกาเล ภูมิยํ ฐเปตฺวา อุจฺฉุขณฺฑํ ขาทิตฺวา ปุน อุกฺขิปิตฺวา คมนํ โหติ; เอวเมว อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ อุคฺคหิตกมฺมฏฺฐานสฺส กายปริฬาหาทีสุ อุปฺปนฺเนสุ ตํ กมฺมฏฺฐานํ ฐเปตฺวา พุทฺธคุณาทิอนุสฺสรเณน จิตฺตํ ปสาเทตฺวา กมฺมนิยํ กตฺวา ภาวนา ปวตฺตา, ตสฺมา ‘‘ปณิธาย ภาวนา โหตี’’ติ วุตฺตํ. ตสฺส ปน ปุริสสฺส อุจฺฉุภารํ ยนฺตสาลํ เนตฺวา ปีเฬตฺวา รสปานํ วิย อิมสฺส ภิกฺขุโน กมฺมฏฺฐานํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา อรหตฺตํ ปตฺตสฺส ผลสมาปตฺติสุขานุภวนํ เวทิตพฺพํ.

พหิทฺธาติ มูลกมฺมฏฺฐานํ ปหาย พหิ อญฺญสฺมึ อารมฺมเณ. อปฺปณิธายาติ อฏฺฐเปตฺวา. อถ ปจฺฉา ปุเร อสํขิตฺตํ วิมุตฺตํ อปฺปณิหิตนฺติ ปชานาตีติ เอตฺถ กมฺมฏฺฐานวเสน วา สรีรวเสน วา เทสนาวเสน วา อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ตตฺถ กมฺมฏฺฐาเน ตาว กมฺมฏฺฐานสฺส อภินิเวโส ปุเร นาม, อรหตฺตํ ปจฺฉา นาม. ตตฺถ โย ภิกฺขุ มูลกมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา กิเลสปริฬาหสฺส วา ลีนตฺตสฺส วา พหิทฺธาวิกฺเขปสฺส วา อุปฺปชฺชิตุํ โอกาสํ อเทนฺโต สุทนฺตโคเณ โยเชตฺวา สาเรนฺโต วิย จตุรสฺสจฺฉิทฺเท สุตจฺฉิตํ จตุรสฺสฆฏิกํ ปกฺขิปนฺโต วิย วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อติฏฺฐนฺโต อลคฺคนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณาติ, โส ปุเรสงฺขาตสฺส กมฺมฏฺฐานาภินิเวสสฺส ปจฺฉาสงฺขาตสฺส อรหตฺตสฺส จ วเสน ปจฺฉา ปุเร อสํขิตฺตํ วิมุตฺตํ อปฺปณิหิตนฺติ ปชานาติ นาม.

สรีเร ปน ปาทงฺคุลีนํ อคฺคปพฺพานิ ปุเร นาม, สีสกฏาหํ ปจฺฉา นาม. ตตฺถ โย ภิกฺขุ ปาทงฺคุลีนํ อคฺคปพฺพอฏฺฐิเกสุ อภินิวิสิตฺวา พฺยาภงฺคิยา ยวกลาปํ โมเจนฺโต วิย วณฺณสณฺฐานทิโสกาสปริจฺเฉทวเสน อฏฺฐีนิ ปริคฺคณฺหนฺโต อนฺตรา กิเลสปริฬาหาทีนํ อุปฺปตฺตึ วาเรตฺวา ยาว สีสกฏาหา ภาวนํ ปาเปติ, โส ปุเรสงฺขาตานํ อคฺคปาทงฺคุลิปพฺพานํ ปจฺฉาสงฺขาตสฺส สีสกฏาหสฺส จ วเสน ปจฺฉา ปุเร อสํขิตฺตํ วิมุตฺตํ อปฺปณิหิตนฺติ ปชานาติ นาม.

เทสนายปิ ทฺวตฺตึสาการเทสนาย เกสา ปุเร นาม, มตฺถลุงฺคํ ปจฺฉา นาม. ตตฺถ โย ภิกฺขุ เกเสสุ อภินิวิสิตฺวา วณฺณสณฺฐานทิโสกาสวเสน เกสาทโย ปริคฺคณฺหนฺโต อนฺตรา กิเลสปริฬาหาทีนํ อุปฺปตฺตึ วาเรตฺวา ยาว มตฺถลุงฺคา ภาวนํ ปาเปติ. โส ปุเรสงฺขาตานํ เกสานํ ปจฺฉาสงฺขาตสฺส มตฺถลุงฺคสฺส จ วเสน ปจฺฉา ปุเร อสํขิตฺตํ วิมุตฺตํ อปฺปณิหิตนฺติ ปชานาติ นาม.

เอวํ โข, อานนฺท, อปฺปณิธาย ภาวนา โหตีติ เอวํ, อานนฺท, อฏฺฐเปตฺวา ภาวนา โหติ. อิมสฺส หิ ภิกฺขุโน ยถา นาม ปุริสสฺส คุฬภารํ ลภิตฺวา อตฺตโน คามํ อติหรนฺตสฺส อนฺตรา อฏฺฐเปตฺวาว อุจฺจงฺเค ปกฺขิตฺตานิ คุฬขณฺฑาทีนิ ขาทนียานิ ขาทนฺตสฺส อตฺตโน คาเมเยว โอตรณํ โหติ, เอวเมว อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ อารทฺธภาวนสฺส กายปริฬาหาทีนํ อุปฺปตฺตึ วาเรตฺวา กมฺมฏฺฐานภาวนา ปวตฺตา, ตสฺมา ‘‘อปฺปณิธาย ภาวนา’’ติ วุตฺตา. ตสฺส ปน ปุริสสฺส ตํ คุฬภารํ อตฺตโน คามํ เนตฺวา ญาตีหิ สทฺธึ ปริโภโค วิย อิมสฺส ภิกฺขุโน กมฺมฏฺฐานํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา อรหตฺตํ ปตฺตสฺส ผลสมาปตฺติสุขานุภวนํ เวทิตพฺพํ. อิมสฺมึ สุตฺเต ปุพฺพภาควิปสฺสนา กถิตา. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

อมฺพปาลิวคฺโค ปฐโม.

๒. นาลนฺทวคฺโค

๒. นาลนฺทสุตฺตวณฺณนา

๓๗๘. ทุติยวคฺคสฺส ทุติเย นาลนฺทายนฺติ นาลนฺทาติ เอวํนามเก นคเร, ตํ นครํ โคจรคามํ กตฺวา. ปาวาริกมฺพวเนติ ทุสฺสปาวาริกเสฏฺฐิโน อมฺพวเน. ตํ กิร ตสฺส อุยฺยานํ อโหสิ. โส ภควโต ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ภควติ ปสนฺโน ตสฺมึ อุยฺยาเน กุฏิเลณมณฺฑปาทิปฏิมณฺฑิตํ ภควโต วิหารํ กตฺวา นิยฺยาเตสิ. โส วิหาโร ชีวกมฺพวนํ วิย ปาวาริกมฺพวนนฺเตฺวว สงฺขํ คโต. ตสฺมึ ปาวาริกมฺพวเน วิหรตีติ อตฺโถ.

เอวํปสนฺโนติ เอวํ อุปฺปนฺนสทฺโธ, เอวํ สทฺทหามีติ อตฺโถ. ภิยฺโยภิญฺญตโรติ ภิยฺยตโร อภิญฺญาโต ภิยฺยตราภิยฺโย วา, อุตฺตริตรญาโณติ อตฺโถ. สมฺโพธิยนฺติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณ อรหตฺตมคฺคญาเณ วา อรหตฺตมคฺเคเนว หิ พุทฺธคุณา นิปฺปเทสา คหิตา โหนฺติ, เทฺวปิ อคฺคสาวกา อรหตฺตมคฺเคเนว สาวกปารมีญาณํ ปฏิลภนฺติ, ปจฺเจกพุทฺธา ปจฺเจกโพธิญาณํ, พุทฺธา สพฺพญฺญุตญฺญาณญฺเจว สกเล จ พุทฺธคุเณ. สพฺพมฺปิ เนสํ อรหตฺตมคฺเคเนว อิชฺฌติ. ตสฺมา อรหตฺตมคฺคญาณํ สมฺโพธิ นาม โหติ. เตน อุตฺตริตโร จ ภควตา นตฺถิ. เตนาห ‘‘ภควตา ภิยฺโยภิญฺญตโร, ยทิทํ สมฺโพธิย’’นฺติ.

อุฬาราติ เสฏฺฐา. อยญฺหิ อุฬารสทฺโท ‘‘อุฬารานิ ขาทนียานิ ขาทนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๖๖) มธุเร อาคจฺฉติ. ‘‘อุฬาราย ขลุ ภวํ วจฺฉายโน สมณํ โคตมํ ปสํสาย ปสํสตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๘๘) เสฏฺเฐ. ‘‘อปฺปมาโณ อุฬาโร โอภาโส’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๒; ม. นิ. ๓.๒๐๑) วิปุเล. สฺวายมิธ เสฏฺเฐ อาคโต. เตน วุตฺตํ ‘‘อุฬาราติ เสฏฺฐา’’ติ. อาสภีติ อุสภสฺส วาจาสทิสี อจลา อสมฺปเวธี. เอกํโส คหิโตติ อนุสฺสเวน วา อาจริยปรมฺปราย วา อิติกิราย วา ปิฏกสมฺปทาเนน วา อาการปริวิตกฺเกน วา ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา วา ตกฺกเหตุ วา นยเหตุ วา อกเถตฺวา ปจฺจกฺขโต ญาเณน ปฏิวิชฺฌิตฺวา วิย เอกํโส คหิโต, สนฺนิฏฺฐานกถาว กถิตาติ อตฺโถ. สีหนาโทติ เสฏฺฐนาโท, วเน อุนฺนาทยนฺเตน สีเหน วิย อุตฺตมนาโท นทิโตติ อตฺโถ.

กึ นุ เต สาริปุตฺตาติ อิมํ เทสนํ กสฺมา อารภิ? อนุโยคทาปนตฺถํ. เอกจฺโจ หิ สีหนาทํ นทิตฺวา อตฺตโน สีหนาเท อนุโยคํ ทาตุํ น สกฺโกติ, นิฆํสนํ น ขมติ, สิเลเส ปติตมกฺกโฏ วิย โหติ. ยถา ธมมานํ อปริสุทฺธํ โลหํ ฌายิตฺวา องฺคาโร โหติ, เอวํ ฌามงฺคาโร วิย โหติ. เอโก สีหนาเท อนุโยคํ ทาปิยมาโน ทาตุํ สกฺโกติ, นิฆํสนํ ขมติ, ธมมานํ นิทฺโทสชาตรูปํ วิย อธิกตรํ โสภติ, ตาทิโส เถโร. เตน นํ ภควา ‘‘อนุโยคกฺขโม อย’’นฺติ ญตฺวา สีหนาเท อนุโยคทาปนตฺถํ อิมํ เทสนํ อารภิ.

ตตฺถ สพฺเพ เตติ สพฺเพ เต ตยา. เอวํสีลาติ มคฺคสีเลน ผลสีเลน โลกิยโลกุตฺตรสีเลน เอวํสีลา. เอวํธมฺมาติ เอตฺถ สมาธิปกฺขา ธมฺมา อธิปฺเปตา, มคฺคสมาธินา ผลสมาธินา โลกิยโลกุตฺตเรน สมาธินา เอวํสมาธีติ อตฺโถ. เอวํปญฺญาติ มคฺคปญฺญาทิวเสเนว เอวํปญฺญา. เอวํวิหาริโนติ เอตฺถ ปน เหฏฺฐา สมาธิปกฺขานํ ธมฺมานํ คหิตตฺตา วิหาโร คหิโตปิ ปุน กสฺมา คหิตเมว คณฺหตีติ เจ. เถเรน อิทํ คหิตเมว. อิทญฺหิ นิโรธสมาปตฺติทีปนตฺถํ วุตฺตํ. ตสฺมา เอวํ นิโรธสมาปตฺติวิหาริโน เต ภควนฺโต อเหสุนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

เอวํวิมุตฺตาติ เอตฺถ วิกฺขมฺภนวิมุตฺติ, ตทงฺควิมุตฺติ, สมุจฺเฉทวิมุตฺติ, ปฏิปสฺสทฺธิวิมุตฺติ, นิสฺสรณวิมุตฺตีติ ปญฺจวิธา วิมุตฺติ. ตตฺถ อฏฺฐ สมาปตฺติโย สยํ วิกฺขมฺภิเตหิ นีวรณาทีหิ วิมุตฺตตฺตา วิกฺขมฺภนวิมุตฺตีติ สงฺขํ คจฺฉนฺติ. อนิจฺจานุปสฺสนาทิกา สตฺต อนุปสฺสนา สยํ ตสฺส ตสฺส ปจฺจนีกวเสน ปริจฺจตฺตาหิ นิจฺจสญฺญาทีหิ วิมุตฺตตฺตา ตทงฺควิมุตฺตีติ สงฺขํ คจฺฉนฺติ. จตฺตาโร อริยมคฺคา สยํ สมุจฺฉินฺเนหิ กิเลเสหิ วิมุตฺตตฺตา สมุจฺเฉทวิมุตฺตีติ สงฺขํ คจฺฉนฺติ. จตฺตาริ สามญฺญผลานิ มคฺคานุภาเวน กิเลสานํ ปฏิปสฺสทฺธนฺเต อุปฺปนฺนตฺตา ปฏิปสฺสทฺธิวิมุตฺตีติ สงฺขํ คจฺฉนฺติ. นิพฺพานํ สพฺพกิเลเสหิ นิสฺสฏตฺตา อปคตตฺตา ทูเร ฐิตตฺตา นิสฺสรณวิมุตฺตีติ สงฺขํ คตํ. อิติ อิมาสํ ปญฺจนฺนํ วิมุตฺตีนํ วเสน เอวํ วิมุตฺตาติ เอตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

กึ ปน เต สาริปุตฺต เย เต ภวิสฺสนฺตีติ อตีตา ตาว นิรุทฺธา อปณฺณตฺติกภาวํ คตา ทีปสิขา วิย นิพฺพุตา, เอวํ นิรุทฺเธ อปณฺณตฺติกภาวํ คเต ตฺวํ กถํ ชานิสฺสสิ, อนาคตพุทฺธานํ ปน คุณา กึ ตยา อตฺตโน จิตฺเตน ปริจฺฉินฺทิตฺวา วิทิตาติ ปุจฺฉนฺโต เอวมาห.

กึ ปน ตฺยาหํ สาริปุตฺต เอตรหีติ อนาคตาปิ พุทฺธา อชาตา อนิพฺพตฺตา อนุปฺปนฺนา, เต กถํ ชานิสฺสสิ. เตสญฺหิ ชานนํ อปเท อากาเส ปททสฺสนํ วิย โหติ. อิทานิ มยา สทฺธึ เอกวิหาเร วสสิ, เอกโต ภิกฺขาย จรสิ, ธมฺมเทสนากาเล ทกฺขิณปสฺเส นิสีทสิ, กึ ปน มยฺหํ คุณา อตฺตโน เจตสา ปริจฺฉินฺทิตฺวา วิทิตา ตยาติ อนุยุญฺชนฺโต เอวมาห. เถโร ปน ปุจฺฉิตปุจฺฉิเต ‘‘โน เหตํ ภนฺเต’’ติ ปฏิกฺขิปติ.

เถรสฺส จ วิทิตมฺปิ อตฺถิ, อวิทิตมฺปิ. กึ โส อตฺตโน วิทิตฏฺฐาเน ปฏิกฺเขปํ กโรติ, อวิทิตฏฺฐาเนติ? วิทิตฏฺฐาเน น กโรติ, อวิทิตฏฺฐาเนเยว กโรติ. เถโร กิร อนุโยเค อารทฺเธ เอวํ อญฺญาสิ ‘‘นายํ อนุโยโค สาวกปารมีญาเณ, สพฺพญฺญุตญฺญาเณ ปน อยํ อนุโยโค’’ติ อตฺตโน สาวกปารมีญาเณ ปฏิกฺเขปํ อกตฺวาว อวิทิตฏฺฐาเน สพฺพญฺญุตญฺญาเณ ปฏิกฺเขปํ กโรติ. เตน อิทมฺปิ ทีเปติ – ภควา มยฺหํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ พุทฺธานํ สีลสมาธิปญฺญาวิมุตฺติการณชานนสมตฺถํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ นตฺถีติ.

เอตฺถาติ เอเตสุ อตีตาทิเภเทสุ พุทฺเธสุ. อถ กิญฺจรหีติ อถ กสฺมา เอวํ ญาเณ อสติ ตยา เอวํ กถิตนฺติ วทติ. ธมฺมนฺวโยติ ธมฺมสฺส ปจฺจกฺขโต ญาณสฺส อนุโยคํ อนุคนฺตฺวา อุปฺปนฺนํ อนุมานญาณํ นยคฺคาโห วิทิโต, สาวกปารมีญาเณ ฐตฺวาว อิมินา อากาเรน ชานามิ ภควาติ วทติ. เถรสฺส หิ นยคฺคาโห อปฺปมาโณ อปริยนฺโต. ยถา จ สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส ปมาณํ วา ปริยนฺโต วา นตฺถิ, เอวํ ธมฺมเสนาปติโน นยคฺคาหสฺส. เตน โส – ‘‘อิมินา เอวํวิโธ อิมินา เอวํวิโธ, อิมินา อนุตฺตโร อิมินา อนุตฺตโร สตฺถา’’ติ ชานาติ. เถรสฺส หิ นยคฺคาโห สพฺพญฺญุตญฺญาณคติโก เอว.

อิทานิ ตํ นยคฺคาหํ ปากฏํ กาตุํ อุปมํ ทสฺเสนฺโต เสยฺยถาปิ ภนฺเตติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺมา มชฺฌิมเทเส นครสฺส อุทฺธาปปาการาทีนิ ถิรานิ วา โหนฺตุ ทุพฺพลานิ วา, สพฺพโส วา ปน มา โหนฺตุ, โจรานํ อาสงฺกา น โหติ. ตสฺมา ตํ อคฺคเหตฺวา ปจฺจนฺติมํ นครนฺติ อาห. ทฬฺหุทฺธาปนฺติ ถิรมูลปาการํ. ทฬฺหปาการโตรณนฺติ ถิรปาการญฺเจว ถิรปิฏฺฐสงฺฆาฏญฺจ. เอกทฺวารนฺติ กสฺมา อาห? พหุทฺวาเร หิ นคเร พหูหิ ปณฺฑิตโทวาริเกหิ ภวิตพฺพํ, เอกทฺวาเรว เอโก วฏฺฏติ. เถรสฺส จ ปญฺญาย สทิโส อญฺโญ นตฺถิ, ตสฺมา อตฺตโน ปณฺฑิตภาวสฺส โอปมฺมตฺถํ เอกํเยว โทวาริกํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอกทฺวาร’’นฺติ อาห.

ปณฺฑิโตติ ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคโต. พฺยตฺโตติ เวยฺยตฺติเยน สมนฺนาคโต วิสทญาโณ. เมธาวีติ ฐานุปฺปตฺติกปญฺญาสงฺขาตาย เมธาย สมนฺนาคโต. อนุปริยายปถนฺติ อนุปริยายนามกํ ปาการมคฺคํ. ปาการสนฺธินฺติ ทฺวินฺนํ อิฏฺฐกานํ อปคตฏฺฐานํ. ปาการวิวรนฺติ ปาการสฺส ฉินฺนฏฺฐานํ. เจตโส อุปกฺกิเลเสติ ปญฺจนีวรณา จิตฺตํ อุปกฺกิลิสฺสนฺติ กิลิฏฺฐํ กโรนฺติ อุปตาเปนฺติ วิเหเฐนฺติ, ตสฺมา ‘‘เจตโส อุปกฺกิเลสา’’ติ วุจฺจนฺติ. ปญฺญาย ทุพฺพลีกรเณติ นีวรณา อุปฺปชฺชมานา อนุปฺปนฺนาย ปญฺญาย อุปฺปชฺชิตุํ น เทนฺติ, ตสฺมา ‘‘ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณา’’ติ วุจฺจนฺติ. สุปติฏฺฐิตจิตฺตาติ จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ สุฏฺฐุ ฐปิตจิตฺตา หุตฺวา. สตฺต โพชฺฌงฺเค ยถาภูตนฺติ สตฺต โพชฺฌงฺเค ยถาสภาเวน ภาเวตฺวา. อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธินฺติ อรหตฺตํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌึสูติ ทสฺเสติ.

อปิเจตฺถ สติปฏฺฐานาติ วิปสฺสนา, โพชฺฌงฺคา มคฺโค, อนุตฺตรสมฺมาสมฺโพธิ อรหตฺตํ. สติปฏฺฐานาติ วา วิปสฺสนา, โพชฺฌงฺคามิสฺสกา, สมฺมาสมฺโพธิ อรหตฺตเมว. ทีฆภาณกมหาสีวตฺเถโร ปนาห ‘‘สติปฏฺฐาเน วิปสฺสนํ คเหตฺวา โพชฺฌงฺเค มคฺโค จ สพฺพญฺญุตญฺญาณญฺจาติ คหิเต สุนฺทโร ปโญฺห ภเวยฺย, น ปเนวํ คหิต’’นฺติ. อิติ เถโร สพฺพพุทฺธานํ นีวรณปฺปหาเน สติปฏฺฐานภาวนาย สมฺโพธิยญฺจ มชฺเฌ ภินฺนสุวณฺณรชตานํ วิย นานตฺตาภาวํ ทสฺเสติ.

อิธ ฐตฺวา อุปมา สํสนฺเทตพฺพา – อายสฺมา หิ สาริปุตฺโต ปจฺจนฺตนครํ ทสฺเสสิ, ปาการํ ทสฺเสสิ, อนุปริยายปถํ ทสฺเสสิ, ทฺวารํ ทสฺเสสิ, ปณฺฑิตโทวาริกํ ทสฺเสสิ, นครํ ปวิสนกนิกฺขมนเก โอฬาริเก ปาเณ ทสฺเสสิ, โทวาริกสฺส เตสํ ปาณานํ ปากฏภาวํ ทสฺเสสิ. ตตฺถ กึ เกน สทิสนฺติ เจ? นครํ วิย หิ นิพฺพานํ, ปากาโร วิย สีลํ, อนุปริยายปโถ วิย หิรี, ทฺวารํ วิย อริยมคฺโค, ปณฺฑิตโทวาริโก วิย ธมฺมเสนาปติ, นครํ ปวิสนกนิกฺขมนกา โอฬาริกปาณา วิย อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนา พุทฺธา, โทวาริกสฺส เตสํ ปาณานํ ปากฏภาโว วิย อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ พุทฺธานํ สีลสมถาทีหิ ปากฏภาโว. เอตฺตาวตา เถเรน ภควโต – ‘‘เอวมหํ สาวกปารมีญาเณ ฐตฺวา ธมฺมนฺวเยน นยคฺคาเหน ชานามี’’ติ อตฺตโน สีหนาทสฺส อนุโยโค ทินฺโน โหติ.

ตสฺมาติ ยสฺมา ‘‘น โข เมตํ, ภนฺเต, อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺเนสุ อรหนฺเตสุ สมฺมาสมฺพุทฺเธสุ เจโตปริยญาณํ อตฺถิ, อปิจ ธมฺมนฺวโย วิทิโต’’ติ วทติ, ตสฺมา. อภิกฺขณํ ภาเสยฺยาสีติ ปุนปฺปุนํ ภาเสยฺยาสิ, ‘‘ปุพฺพเณฺห เม กถิต’’นฺติ มา มชฺฌนฺหิกาทีสุ น กถยิตฺถ, ‘‘อชฺช วา เม กถิต’’นฺติ มา ปรทิวสาทีสุ น กถยิตฺถาติ อตฺโถ. สา ปหียิสฺสตีติ ‘‘สาริปุตฺตสทิโสปิ นาม ญาณชวนสมฺปนฺโน สาวโก พุทฺธานํ จิตฺตาจารํ ชานิตุํ น สกฺโกติ, เอวํ อปฺปเมยฺยา ตถาคตา’’ติ จินฺเตนฺตานํ ยา ตถาคเต กงฺขา วา วิมติ วา, สา ปหียิสฺสตีติ.

๓. จุนฺทสุตฺตวณฺณนา

๓๗๙. ตติเย มคเธสูติ เอวํนามเก ชนปเท. นาลกคามเกติ ราชคหสฺส อวิทูเร อตฺตโน กุลสนฺตเก เอวํนามเก คาเม. จุนฺโท สมณุทฺเทโสติ อยํ เถโร ธมฺมเสนาปติสฺส กนิฏฺฐภาติโก, ตํ ภิกฺขู อนุปสมฺปนฺนกาเล ‘‘จุนฺโท สมณุทฺเทโส’’ติ สมุทาจริตฺวา เถรกาเลปิ ตเถว สมุทาจรึสุ. เตน วุตฺตํ ‘‘จุนฺโท สมณุทฺเทโส’’ติ. อุปฏฺฐาโก โหตีติ มุโขทกทนฺตกฏฺฐทาเนน เจว ปริเวณสมฺมชฺชน-ปิฏฺฐิปริกมฺมกรณ-ปตฺตจีวรคฺคหเณน จ อุปฏฺฐานกโร โหติ. ปรินิพฺพายีติ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุโต. กตรสฺมึ กาเลติ? ภควโต ปรินิพฺพานสํวจฺฉเร.

ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – ภควา กิร วุตฺถวสฺโส เวฬุวคามกา นิกฺขมิตฺวา ‘‘สาวตฺถึ คมิสฺสามี’’ติ อาคตมคฺเคเนว ปฏินิวตฺตนฺโต อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ ปตฺวา เชตวนํ ปาวิสิ. ธมฺมเสนาปติ ภควโต วตฺตํ ทสฺเสตฺวา ทิวาฏฺฐานํ คโต, โส ตตฺถ อนฺเตวาสิเกสุ วตฺตํ ทสฺเสตฺวา ปฏิกฺกนฺเตสุ ทิวาฏฺฐานํ สมฺมชฺชิตฺวา จมฺมขณฺฑํ ปญฺญาเปตฺวา ปาเท ปกฺขาเลตฺวา ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา ผลสมาปตฺตึ ปาวิสิ. อถสฺส ยถา ปริจฺเฉเทน ตโต วุฏฺฐิตสฺส อยํ ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ‘‘พุทฺธา นุ โข ปฐมํ ปรินิพฺพายนฺติ, อุทาหุ อคฺคสาวกาติ, ตโต ‘‘อคฺคสาวกา ปฐม’’นฺติ ญตฺวา อตฺตโน อายุสงฺขารํ โอโลเกสิ. โส ‘‘สตฺตาหเมว เม อายุสงฺขารา ปวตฺติสฺสนฺตี’’ติ ญตฺวา ‘‘กตฺถ ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ.

ตโต ‘‘ราหุโล ตาวตึเสสุ ปรินิพฺพุโต, อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถโร ฉทฺทนฺตทเห, อหํ กตฺถ ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ ปุนปฺปุนํ จินฺเตนฺโต มาตรํ อารพฺภ สตึ อุปฺปาเทสิ – ‘‘มยฺหํ มาตา สตฺตนฺนํ อรหนฺตานํ มาตา หุตฺวาปิ พุทฺธธมฺมสงฺเฆสุ อปฺปสนฺนา, อตฺถิ นุ โข ตสฺสา อุปนิสฺสโย, นตฺถิ นุ โข’’ติ. โสตาปตฺติมคฺคสฺส อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา ‘‘กสฺส เทสนาย อภิสมโย ภวิสฺสตี’’ติ โอโลเกนฺโต ‘‘มเมว ธมฺมเทสนาย ภวิสฺสติ, น อญฺญสฺส. สเจ โข ปนาหํ อปฺโปสฺสุกฺโก ภเวยฺยํ, ภวิสฺสนฺติ เม วตฺตาโร – ‘‘สาริปุตฺตตฺเถโร อวเสสชนานมฺปิ อวสฺสโย โหติ. ตถา หิสฺส สมจิตฺตสุตฺตนฺตเทสนาทิวเส (อ. นิ. ๒.๓๓-๓๗) โกฏิสตสหสฺสเทวตา อรหตฺตํ ปตฺตา, ตโย มคฺเค ปฏิวิทฺธเทวตานํ คณนา นตฺถิ, อญฺเญสุ จ ฐาเนสุ อเนกา อภิสมยา ทิสฺสนฺติ, เถเร จ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตาเนว อสีติ กุลสหสฺสานิ, โส ทานิ สกมาตุมิจฺฉาทสฺสนมตฺตมฺปิ หริตุํ นาสกฺขี’’ติ. ตสฺมา มาตรํ มิจฺฉาทสฺสนา โมเจตฺวา ชาโตวรเกเยว ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา ‘‘อชฺเชว ภควนฺตํ อนุชานาเปตฺวา นิกฺขมิสฺสามี’’ติ จุนฺทตฺเถรํ อามนฺเตสิ – ‘‘อาวุโส, จุนฺท, อมฺหากํ ปญฺจสตาย ภิกฺขุปริสาย สญฺญํ เทหิ. ‘คณฺหถาวุโส ปตฺตจีวรานิ, ธมฺมเสนาปติ นาลกคามํ คนฺตุกาโม’’’ติ. เถโร ตถา อกาสิ.

ภิกฺขู เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เถรสฺส สนฺติกํ อคมํสุ. เถโร เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ทิวาฏฺฐานํ สมฺมชฺชิตฺวา ทิวาฏฺฐานทฺวาเร ฐตฺวา ทิวาฏฺฐานํ โอโลเกตฺวา ‘‘อิทํ ทานิ ปจฺฉิมทสฺสนํ, ปุน อาคมนํ นตฺถี’’ติ ปญฺจสตภิกฺขูหิ ปริวุโต ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ ‘‘อนุชานาตุ เม ภนฺเต ภควา, อนุชานาตุ สุคโต. ปรินิพฺพานกาโล เม, โอสฺสฏฺโฐ เม อายุสงฺขาโร’’ติ. พุทฺธา ปน ยสฺมา ‘‘ปรินิพฺพาหี’’ติ วุตฺเต มรณวณฺณํ สํวณฺเณนฺตีติ, ‘‘มา ปรินิพฺพาหี’’ติ วุตฺเต วฏฺฏสฺส คุณํ กเถนฺตีติ มิจฺฉาทิฏฺฐิกา โทสํ อาโรเปสฺสนฺติ, ตสฺมา ตทุภยมฺปิ น วทนฺติ. เตน นํ ภควา – ‘‘กตฺถ ปรินิพฺพายิสฺสสิ สาริปุตฺตา’’ติ วตฺวา – ‘‘อตฺถิ, ภนฺเต, มคเธสุ นาลกคาเม ชาโตวรโก, ตตฺถาหํ ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ วุตฺเต – ‘‘ยสฺส ทานิ ตฺวํ, สาริปุตฺต, กาลํ มญฺญสิ, อิทานิ ปน เต เชฏฺฐกนิฏฺฐภาติกานํ ตาทิสสฺส ภิกฺขุโน ทสฺสนํ ทุลฺลภํ ภวิสฺสติ, เทเสหิ เนสํ ธมฺม’’นฺติ อาห.

เถโร – ‘‘สตฺถา มยฺหํ อิทฺธิวิกุพฺพนปุพฺพงฺคมํ ธมฺมเทสนํ ปจฺจาสีสตี’’ติ ญตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ตาลปฺปมาณํ อากาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา โอรุยฺห ทสพลสฺส ปาเท วนฺทิ, ปุน ทฺวิตาลปฺปมาณํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา โอรุยฺห ทสพลสฺส ปาเท วนฺทิ, เอเตนุปาเยน สตฺตตาลปฺปมาณํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา อเนกานิ ปาฏิหาริยสตานิ ทสฺเสนฺโต ธมฺมกถํ อารภิ. ทิสฺสมาเนนปิ กาเยน กเถติ, อทิสฺสมาเนนปิ. อุปริเมน วา เหฏฺฐิเมน วา อุปฑฺฒกาเยน กเถติ อทิสฺสมาเนนปิ ทิสฺสมาเนนปิ, กาเลน จนฺทวณฺณํ ทสฺเสติ, กาเลน สูริยวณฺณํ, กาเลน ปพฺพตวณฺณํ, กาเลน สมุทฺทวณฺณํ, กาเลน จกฺกวตฺติราชา โหติ, กาเลน เวสฺสวณมหาราชา, กาเลน สกฺโก เทวราชา, กาเลน มหาพฺรหฺมาติ เอวํ อเนกานิ ปาฏิหาริยสตานิ ทสฺเสนฺโต ธมฺมกถํ กเถสิ. สกลนครํ สนฺนิปติ. เถโร โอรุยฺห ทสพลสฺส ปาเท วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. อถ นํ สตฺถา อาห – ‘‘โก นาโม อยํ สาริปุตฺต ธมฺมปริยาโย’’ติ. สีหวิกีฬิโต นาม, ภนฺเตติ. ตคฺฆ, สาริปุตฺต, สีหวิกีฬิโต ตคฺฆ, สาริปุตฺต, สีหวิกีฬิโตติ.

เถโร อลตฺตกวณฺเณ หตฺเถ ปสาเรตฺวา สตฺถุ สุวณฺณกจฺฉปสทิเส ปาเท โคปฺผเกสุ คเหตฺวา – ‘‘ภนฺเต, อิเมสํ ปาทานํ วนฺทนตฺถาย กปฺปสตสหสฺสาธิกํ อสงฺเขฺยยฺยํ ปารมิโย ปูริตา, โส เม มโนรโถ มตฺถกํ ปตฺโต, อิโต ทานิ ปฏฺฐาย ปฏิสนฺธิวเสน น ปุน เอกฏฺฐาเน สนฺนิปาโต สมาคโม อตฺถิ, ฉินฺโน เอส วิสฺสาโส, อเนเกหิ พุทฺธสตสหสฺเสหิ ปวิฏฺฐํ อชรํ อมรํ เขมํ สุขํ สีตลํ อภยํ นิพฺพานปุรํ ปวิสิสฺสามิ, สเจ เม กิญฺจิ กายิกํ วา วาจสิกํ วา น โรเจถ, ขมถ ตํ ภควา, คมนกาโล มยฺห’’นฺติ. ขมามิ เต, สาริปุตฺต, น โข ปน เต กิญฺจิ กายิกํ วา วาจสิกํ วา มยฺหํ อรุจฺจนกํ อตฺถิ, ยสฺส ทานิ ตฺวํ, สาริปุตฺต, กาลํ มญฺญสีติ.

อิติ ภควตา อนุญฺญาตสมนนฺตรํ สตฺถุ ปาเท วนฺทิตฺวา อุฏฺฐิตมตฺเต อายสฺมนฺเต สาริปุตฺเต สิเนรุจกฺกวาฬหิมวนฺตปริภณฺฑปพฺพเต ธารยมานาปิ – ‘‘อชฺช อิมํ คุณราสึ ธาเรตุํ น สกฺโกมี’’ติ วทนฺตี วิย เอกปฺปหาเรเนว วิรวมานา มหาปถวี ยาว อุทกปริยนฺตา อกมฺปิ, อากาเส เทวทุนฺทุภิโย ผลึสุ, มหาเมโฆ อุฏฺฐหิตฺวา โปกฺขรวสฺสํ วสฺสิ.

สตฺถา – ‘‘ธมฺมเสนาปตึ ปฏิปาเทสฺสามี’’ติ ธมฺมาสนา วุฏฺฐาย คนฺธกุฏิอภิมุโข คนฺตฺวา มณิผลเก อฏฺฐาสิ. เถโร ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา จตูสุ ฐาเนสุ วนฺทิตฺวา – ‘‘ภควา อิโต กปฺปสตสหสฺสาธิกสฺส อสงฺเขฺยยฺยสฺส อุปริ อโนมทสฺสีสมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา ตุมฺหากํ ทสฺสนํ ปตฺเถสึ, สา เม ปตฺถนา สมิทฺธา, ทิฏฺฐา ตุเมฺห, ตํ ปฐมทสฺสนํ, อิทํ ปจฺฉิมทสฺสนํ. ปุน ตุมฺหากํ ทสฺสนํ นตฺถี’’ติ วตฺวา ทสนขสโมธานสมุชฺชลํ อญฺชลึ ปคฺคยฺห ยาว ทสฺสนวิสยา อภิมุโขว ปฏิกฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ปกฺกามิ. ปุน มหาปถวี ธาเรตุํ อสกฺโกนฺตี อุทกปริยนฺตํ กตฺวา อกมฺปิ.

ภควา ปริวาเรตฺวา ฐิเต ภิกฺขู อาห – ‘‘อนุคจฺฉถ, ภิกฺขเว, ตุมฺหากํ เชฏฺฐภาติก’’นฺติ. ตสฺมึ ขเณ จตสฺโสปิ ปริสา สมฺมาสมฺพุทฺธํ เอกกํเยว เชตวเน โอหาย นิรวเสสา นิกฺขมึสุ. สาวตฺถินครวาสิโนปิ – ‘‘สาริปุตฺตตฺเถโร กิร สมฺมาสมฺพุทฺธํ อาปุจฺฉิตฺวา ปรินิพฺพายิตุกาโม นิกฺขนฺโต, ปสฺสิสฺสาม น’’นฺติ นครทฺวารานิ นิโรกาสานิ กโรนฺตา นิกฺขมิตฺวา คนฺธมาลาทิหตฺถา เกเส วิกิริตฺวา – ‘‘อิทานิ มยํ กหํ มหาปญฺโญ นิสินฺโน, กหํ ธมฺมเสนาปติ นิสินฺโน’’ติ ปุจฺฉนฺตา – ‘‘กสฺส สนฺติกํ คมิสฺสาม, กสฺส หตฺเถ สตฺถารํ ฐเปตฺวา เถโร ปกฺกนฺโต’’ติอาทินา นเยน ปริเทวนฺตา โรทนฺตา เถรํ อนุพนฺธึสุ.

เถโร มหาปญฺญาย ฐิตตฺตา – ‘‘สพฺเพสํ อนติกฺกมนีโย เอส มคฺโค’’ติ มหาชนํ โอวทิตฺวา – ‘‘ตุเมฺหปิ, อาวุโส, ติฏฺฐถ, มา ทสพเล ปมาทํ อาปชฺชิตฺถา’’ติ ภิกฺขุสงฺฆมฺปิ นิวตฺเตตฺวา อตฺตโน ปริสาเยว สทฺธึ ปกฺกามิ. เยปิ มนุสฺสา – ‘‘ปุพฺเพ อยฺโย ปจฺจาคมนจาริกํ จรติ, อิทํ อิทานิ คมนํ น ปุน ปจฺจาคมนายา’’ติ ปริเทวนฺตา อนุพนฺธึสุเยว. เตปิ – ‘‘อปฺปมตฺตา, อาวุโส, โหถ, เอวํภาวิโน นาม สงฺขารา’’ติ นิวตฺเตสิ.

อถ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต สพฺพตฺถ เอกรตฺติวาเสน อนฺตรามคฺเค สตฺตาหํ มนุสฺสานํ สงฺคหํ กโรนฺโต สายํ นาลกคามํ ปตฺวา คามทฺวาเร นิโคฺรธรุกฺขมูเล อฏฺฐาสิ. อถ อุปเรวโต นาม เถรสฺส ภาคิเนยฺโย พหิคามํ คจฺฉนฺโต เถรํ ทิสฺวา อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. เถโร ตํ อาห – ‘‘อตฺถิ เคเห เต อยฺยิกา’’ติ. อาม ภนฺเตติ. คจฺฉ อมฺหากํ อิธาคตภาวํ อาโรเจหิ. ‘‘กสฺมา อาคโต’’ติ จ วุตฺเต – ‘‘อชฺช กิร เอกทิวสํ อนฺโตคาเม วสิสฺสติ, ชาโตวรกํ ปฏิชคฺคถ, ปญฺจนฺนญฺจ กิร ภิกฺขุสตานํ วสนฏฺฐานํ ชานาถา’’ติ. โส คนฺตฺวา – ‘‘อยฺยิเก มยฺหํ มาตุโล อาคโต’’ติ อาห. อิทานิ กุหินฺติ? คามทฺวาเรติ. เอกโกว, อญฺโญปิ โกจิ อตฺถีติ? อตฺถิ ปญฺจสตา ภิกฺขูติ. กึการณา อาคโตติ? โส ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. พฺราหฺมณี – ‘‘กึ นุ โข เอตฺตกานํ วสนฏฺฐานํ ปฏิชคฺคาเปติ, ทหรกาเล ปพฺพชิตฺวา มหลฺลกกาเล คิหี โหตุกาโม’’ติ จินฺเตนฺตี ชาโตวรกํ ปฏิชคฺคาเปตฺวา ปญฺจสตานํ วสนฏฺฐานํ กาเรตฺวา ทณฺฑทีปิกา ชาเลตฺวา เถรสฺส ปาเหสิ.

เถโร ภิกฺขูหิ สทฺธึ ปาสาทํ อารุยฺห ชาโตวรกํ ปวิสิตฺวา นิสีทิ, นิสีทิตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ วสนฏฺฐานํ คจฺฉถา’’ติ ภิกฺขู อุยฺโยเชสิ. เตสุ คตมตฺเตสุเยว เถรสฺส ขโร อาพาโธ อุปฺปชฺชิ, โลหิตปกฺขนฺทิกา มารณนฺติกา เวทนา วตฺตนฺติ. เอกํ ภาชนํ ปวิสติ, เอกํ นิกฺขมติ. พฺราหฺมณี – ‘‘มม ปุตฺตสฺส ปวตฺติ มยฺหํ น รุจฺจตี’’ติ อตฺตโน วสนคพฺภทฺวารํ นิสฺสาย อฏฺฐาสิ.

จตฺตาโร มหาราชาโน ‘‘ธมฺมเสนาปติ กุหึ วิหรตี’’ติ โอโลเกนฺตา นาลกคาเม ชาโตวรเก ปรินิพฺพานมญฺเจ นิปนฺโน, ปจฺฉิมทสฺสนํ คมิสฺสามา’’ติ อาคมฺม วนฺทิตฺวา อฏฺฐํสุ. เก ตุเมฺหติ? มหาราชาโน ภนฺเตติ. กสฺมา อาคตตฺถาติ? คิลานุปฏฺฐากา ภวิสฺสามาติ. ‘‘โหตุ, อตฺถิ คิลานุปฏฺฐาโก, คจฺฉถ ตุเมฺห’’ติ อุยฺโยเชสิ. เตสํ คตาวสาเน เตเนว นเยน สกฺโก เทวานมินฺโท. ตสฺมึ คเต มหาพฺรหฺมา จ อาคมึสุ. เตปิ ตเถว เถโร อุยฺโยเชสิ.

พฺราหฺมณี เทวตานํ อาคมนญฺจ คมนญฺจ ทิสฺวา ‘‘เก นุ โข เอเต มม ปุตฺตํ วนฺทิตฺวา คจฺฉนฺตี’’ติ เถรสฺส คพฺภทฺวารํ คนฺตฺวา ‘‘ตาต, จุนฺท, กา ปวตฺตี’’ติ ปุจฺฉิ. โส ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิตฺวา ‘‘มหาอุปาสิกา, ภนฺเต, อาคตา’’ติ อาห. เถโร ‘‘กสฺมา อเวลาย อาคตา’’ติ ปุจฺฉิ. สา ‘‘ตุยฺหํ, ตาต, ทสฺสนตฺถายา’’ติ วตฺวา ‘‘ตาต, ปฐมํ เก อาคตา’’ติ ปุจฺฉิ. จตฺตาโร มหาราชาโน อุปาสิเกติ. ตาต, ตฺวํ จตูหิ มหาราเชหิ มหนฺตตโรติ? อารามิกสทิสา เอเต อุปาสิเก, อมฺหากํ สตฺถุ ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐาย ขคฺคหตฺถา หุตฺวา อารกฺขํ อกํสูติ. เตสํ ตาต คตาวสาเน โก อาคโตติ? สกฺโก เทวานมินฺโทติ. เทวราชโตปิ ตฺวํ ตาต มหนฺตตโรติ? ภณฺฑคฺคาหกสามเณรสทิโส เอส อุปาสิเก, อมฺหากํ สตฺถุ ตาวตึสโต โอตรณกาเล ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา โอติณฺโณติ. ตสฺส ตาต คตาวสาเน โชตยมาโน วิย โก อาคโตติ? อุปาสิเก, ตุยฺหํ ภควา จ สตฺถา จ มหาพฺรหฺมา นาม เอโสติ. มยฺหํ ภควโต มหาพฺรหฺมโตปิ ตฺวํ, ตาต, มหนฺตตโรติ? อาม อุปาสิเก, เอเต นาม กิร อมฺหากํ สตฺถุ ชาตทิวเส จตฺตาโร มหาพฺรหฺมาโน มหาปุริสํ สุวณฺณชาเลน ปฏิคฺคณฺหึสูติ.

อถ พฺราหฺมณิยา – ‘‘ปุตฺตสฺส ตาว เม อยํ อานุภาโว, กีทิโส วต มยฺหํ ปุตฺตสฺส ภควโต สตฺถุ อานุภาโว ภวิสฺสตี’’ติ จินฺตยนฺติยา สหสา ปญฺจวณฺณา ปีติ อุปฺปชฺชิตฺวา สกลสรีรํ ผริ. เถโร – ‘‘อุปฺปนฺนํ เม มาตุ ปีติโสมนสฺสํ, อยํ ทานิ กาโล ธมฺมเทสนายา’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘กึ จินฺเตสิ มหาอุปาสิเก’’ติ อาห. สา ‘‘ปุตฺตสฺส ตาว เม อยํ คุโณ, สตฺถุ ปนสฺส กีทิโส ภวิสฺสตีติ อิทํ, ตาต, จินฺเตมี’’ติ อาห. มหาอุปาสิเก, มยฺหํ สตฺถุชาตกฺขเณ มหาภินิกฺขมเน สมฺโพธิยํ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน จ ทสสหสฺสิโลกธาตุ กมฺปิตฺถ. สีเลน สมาธินา ปญฺญาย วิมุตฺติยา วิมุตฺติญาณทสฺสเนน สโม นาม นตฺถิ, อิติปิ โส ภควาติ วิตฺถาเรตฺวา พุทฺธคุณปฏิสํยุตฺตํ ธมฺมเทสนํ กเถสิ.

พฺราหฺมณี ปิยปุตฺตสฺส ธมฺมเทสนาปริโยสาเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย ปุตฺตํ อาห – ‘‘ตาต อุปติสฺส, กสฺมา เอวมกาสิ, เอวรูปํ นาม อมตํ มยฺหํ เอตฺตกํ กาลํ น อทาสี’’ติ. เถโร – ‘‘ทินฺนํ ทานิ เม มาตุ รูปสาริยา พฺราหฺมณิยา โปสาวนิกมูลํ, เอตฺตเกน วฏฺฏิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา – ‘‘คจฺฉ มหาอุปสิเก’’ติ พฺราหฺมณึ อุยฺโยเชตฺวา – ‘‘จุนฺท กา เวลา’’ติ อาห. พลวปจฺจูสกาโล, ภนฺเตติ. ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาเตหีติ. สนฺนิปติโต ภนฺเต ภิกฺขุสงฺโฆติ. ‘‘มํ อุกฺขิปิตฺวา นิสีทาเปหิ จุนฺทา’’ติ อุกฺขิปิตฺวา นิสีทาเปสิ.

เถโร ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อาวุโส จตุจตฺตาลีสํ โว วสฺสานิ มยา สทฺธึ วิจรนฺตานํ ยํ เม กายิกํ วา วาจสิกํ วา น โรเจถ, ตํ ขมถ อาวุโส’’ติ. เอตฺตกํ, ภนฺเต, อมฺหากํ ฉายา วิย ตุเมฺห อมุญฺจิตฺวา วิจรนฺตานํ อรุจฺจนกํ นาม นตฺถิ, ตุเมฺห ปน อมฺหากํ ขมถาติ. อถ เถโร มหาจีวรํ สงฺกฑฺฒิตฺวา มุขํ ปิธาย ทกฺขิเณน ปสฺเสน นิปนฺโน สตฺถา วิย นว อนุปุพฺพสมาปตฺติโย อนุโลมปฏิโลมโต สมาปชฺชิตฺวา ปุน ปฐมชฺฌานํ อาทึ กตฺวา ยาว จตุตฺถชฺฌานา สมาปชฺชิ. ตโต วุฏฺฐาย อนนฺตรํเยว มหาปถวึ อุนฺนาเทนฺโต อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายิ.

อุปาสิกา – ‘‘กึ นุ โข เม ปุตฺโต, น กิญฺจิ กเถตี’’ติ อุฏฺฐาย ปิฏฺฐิปาเท ปริมชฺชนฺตี ปรินิพฺพุตภาวํ ญตฺวา มหาสทฺทํ กุรุมานา ปาเทสุ นิปติตฺวา – ‘‘ตาต มยํ อิโต ปุพฺเพ ตว คุณํ น ชานิมฺหา, อิทานิ ปน ตํ อาทึ กตฺวา อเนกสเต อเนกสหสฺเส อเนกสตสหสฺเส ภิกฺขู อิมสฺมึ นิเวสเน นิสีทาเปตฺวา โภเชตุํ น ลภิมฺหา, จีวเรหิ อจฺฉาเทตุํ น ลภิมฺหา, วิหารสตํ วิหารสหสฺสํ กาเรตุํ น ลภิมฺหา’’ติ ยาว อรุณุคฺคมนา ปริเทวิ. อรุเณ อุคฺคตมตฺเตเยว สุวณฺณกาเร ปกฺโกสาเปตฺวา สุวณฺณคพฺภํ วิวราเปตฺวา สุวณฺณฆฏิโย มหาตุลาย ตุลาเปตฺวา – ‘‘ปญฺจ กูฏาคารสตานิ ปญฺจ อคฺฆิกสตานิ กโรถา’’ติ ทาเปติ.

สกฺโกปิ เทวราชา วิสฺสกมฺมเทวปุตฺตํ อามนฺเตตฺวา – ‘‘ตาต ธมฺมเสนาปติ ปรินิพฺพุโต, ปญฺจ กูฏาคารสตานิ ปญฺจ อคฺฆิกสตานิ จ มาเปหี’’ติ อาห. อิติ อุปาสิกาย การิตานิ จ วิสฺสกมฺเมน นิมฺมิตานิ จ สพฺพานิปิ เทฺวสหสฺสานิ อเหสุํ. ตโต นครมชฺเฌ สารมยํ มหามณฺฑปํ กาเรตฺวา มณฺฑปมชฺเฌ มหากูฏาคารํ ฐเปตฺวา เสสานิ ปริวารสงฺเขเปน ฐเปตฺวา สาธุกีฬิกํ อารภึสุ. เทวานํ อนฺตเร มนุสฺสา, มนุสฺสานํ อนฺตเร เทวา อเหสุํ.

เรวตี นาม เอกา เถรสฺส อุปฏฺฐายิกา – ‘‘อหํ เถรสฺส ปูชํ กริสฺสามี’’ติ สุวณฺณปุปฺผานํ ตโย กุมฺเภ กาเรสิ. ‘‘เถรสฺส ปูชํ กริสฺสามี’’ติ สกฺโก เทวราชา อฑฺฒเตยฺยโกฏินาฏเกหิ ปริวาริโต โอตริ. ‘‘สกฺโก โอตรตี’’ติ มหาชโน ปจฺฉามุโข ปฏิกฺกมิ. ตตฺถ สาปิ อุปาสิกา ปฏิกฺกมมานา ครุภารตฺตา เอกมนฺตํ อปสกฺกิตุํ อสกฺโกนฺตี มนุสฺสานํ อนฺตเร ปติ. มนุสฺสา อปสฺสนฺตา ตํ มทฺทิตฺวา อคมึสุ. สา ตตฺเถว กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน กนกวิมาเน นิพฺพตฺติ. นิพฺพตฺตกฺขเณเยวสฺสา รตนกฺขนฺโธ วิย ติคาวุตปฺปมาโณ อตฺตภาโว อโหสิ สฏฺฐิสกฏปูรปฺปมาณอลงฺการปฏิมณฺฑิตา อจฺฉราสหสฺสปริวาริตา. อถสฺสา ทิพฺพํ สพฺพกายิกาทาสํ ปุรโต ฐปยึสุ. สา อตฺตโน สิริสมฺปตฺตึ ทิสฺวา – ‘‘อุฬารา อยํ สมฺปตฺติ, กึ นุ โข เม กมฺมํ กต’’นฺติ จินฺตยมานา อทฺทส – ‘‘มยา สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ปรินิพฺพุตฏฺฐาเน ตีหิ สุวณฺณปุปฺผกุมฺเภหิ ปูชา กตา, มหาชโน มํ มทฺทิตฺวา คโต, สาหํ ตตฺถ กาลํ กตฺวา อิธูปปนฺนา, เถรํ นิสฺสาย ลทฺธํ อิทานิ ปุญฺญวิปากํ มนุสฺสานํ กเถสฺสามี’’ติ สห วิมาเนเนว โอตริ.

มหาชโน ทูรโตว ทิสฺวา – ‘‘กึ นุ โข เทฺว สูริยา อุฏฺฐิตา’’ติ? โอโลเกนฺโต – ‘‘วิมาเน อาคจฺฉนฺเต กูฏาคารสณฺฐานํ ปญฺญายติ, นายํ สูริโย, วิมานเมตํ เอก’’นฺติ อาห. ตมฺปิ วิมานํ ตาวเทว อาคนฺตฺวา เถรสฺส ทารุจิตกมตฺถเก เวหาสํ อฏฺฐาสิ. เทวธีตา วิมานํ อากาเสเยว ฐเปตฺวา ปถวึ โอตริ. มหาชโน – ‘‘กา ตฺวํ, อยฺเย’’ติ? ปุจฺฉิ. ‘‘น มํ ตุเมฺห ชานาถ, เรวตี นามาหํ, ตีหิ สุวณฺณปุปฺผกุมฺเภหิ เถรํ ปูชํ กตฺวา มนุสฺเสหิ มทฺทิตา กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺตา, ปสฺสถ เม สิริสมฺปตฺตึ, ตุเมฺหปิ ทานิ ทานานิ เทถ, ปุญฺญานิ กโรถา’’ติ กุสลกิริยาย วณฺณํ กเถตฺวา เถรสฺส จิตกํ ปทกฺขิณํ กตฺวา วนฺทิตฺวา อตฺตโน เทวฏฺฐานํเยว คตา.