๒. นาลนฺทวคฺโค
๒. นาลนฺทสุตฺตวณฺณนา
๓๗๘. ทุติยวคฺคสฺส ทุติเย นาลนฺทายนฺติ นาลนฺทาติ เอวํนามเก นคเร, ตํ นครํ โคจรคามํ กตฺวา. ปาวาริกมฺพวเนติ ทุสฺสปาวาริกเสฏฺฐิโน อมฺพวเน. ตํ กิร ตสฺส อุยฺยานํ อโหสิ. โส ภควโต ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ภควติ ปสนฺโน ตสฺมึ อุยฺยาเน กุฏิเลณมณฺฑปาทิปฏิมณฺฑิตํ ภควโต วิหารํ กตฺวา นิยฺยาเตสิ. โส วิหาโร ชีวกมฺพวนํ วิย ปาวาริกมฺพวนนฺเตฺวว สงฺขํ คโต. ตสฺมึ ปาวาริกมฺพวเน วิหรตีติ อตฺโถ.
เอวํปสนฺโนติ เอวํ อุปฺปนฺนสทฺโธ, เอวํ สทฺทหามีติ อตฺโถ. ภิยฺโยภิญฺญตโรติ ภิยฺยตโร อภิญฺญาโต ภิยฺยตราภิยฺโย วา, อุตฺตริตรญาโณติ อตฺโถ. สมฺโพธิยนฺติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณ อรหตฺตมคฺคญาเณ วา อรหตฺตมคฺเคเนว หิ พุทฺธคุณา นิปฺปเทสา คหิตา โหนฺติ, เทฺวปิ อคฺคสาวกา อรหตฺตมคฺเคเนว สาวกปารมีญาณํ ปฏิลภนฺติ, ปจฺเจกพุทฺธา ปจฺเจกโพธิญาณํ, พุทฺธา สพฺพญฺญุตญฺญาณญฺเจว สกเล จ พุทฺธคุเณ. สพฺพมฺปิ เนสํ อรหตฺตมคฺเคเนว อิชฺฌติ. ตสฺมา อรหตฺตมคฺคญาณํ สมฺโพธิ นาม โหติ. เตน อุตฺตริตโร จ ภควตา นตฺถิ. เตนาห ‘‘ภควตา ภิยฺโยภิญฺญตโร, ยทิทํ สมฺโพธิย’’นฺติ.
อุฬาราติ เสฏฺฐา. อยญฺหิ อุฬารสทฺโท ‘‘อุฬารานิ ขาทนียานิ ขาทนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๖๖) มธุเร อาคจฺฉติ. ‘‘อุฬาราย ขลุ ภวํ วจฺฉายโน สมณํ โคตมํ ปสํสาย ปสํสตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๒๘๘) เสฏฺเฐ. ‘‘อปฺปมาโณ อุฬาโร โอภาโส’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๓๒; ม. นิ. ๓.๒๐๑) วิปุเล. สฺวายมิธ เสฏฺเฐ อาคโต. เตน วุตฺตํ ‘‘อุฬาราติ เสฏฺฐา’’ติ. อาสภีติ อุสภสฺส วาจาสทิสี อจลา อสมฺปเวธี. เอกํโส คหิโตติ อนุสฺสเวน วา อาจริยปรมฺปราย วา อิติกิราย วา ปิฏกสมฺปทาเนน วา อาการปริวิตกฺเกน วา ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา วา ตกฺกเหตุ วา นยเหตุ วา อกเถตฺวา ปจฺจกฺขโต ญาเณน ปฏิวิชฺฌิตฺวา วิย เอกํโส คหิโต, สนฺนิฏฺฐานกถาว กถิตาติ อตฺโถ. สีหนาโทติ เสฏฺฐนาโท, วเน อุนฺนาทยนฺเตน สีเหน วิย อุตฺตมนาโท นทิโตติ อตฺโถ.
กึ นุ เต สาริปุตฺตาติ อิมํ เทสนํ กสฺมา อารภิ? อนุโยคทาปนตฺถํ. เอกจฺโจ หิ สีหนาทํ นทิตฺวา อตฺตโน สีหนาเท อนุโยคํ ทาตุํ น สกฺโกติ, นิฆํสนํ น ขมติ, สิเลเส ปติตมกฺกโฏ วิย โหติ. ยถา ธมมานํ อปริสุทฺธํ โลหํ ฌายิตฺวา องฺคาโร โหติ, เอวํ ฌามงฺคาโร วิย โหติ. เอโก สีหนาเท อนุโยคํ ทาปิยมาโน ทาตุํ สกฺโกติ, นิฆํสนํ ขมติ, ธมมานํ นิทฺโทสชาตรูปํ วิย อธิกตรํ โสภติ, ตาทิโส เถโร. เตน นํ ภควา ‘‘อนุโยคกฺขโม อย’’นฺติ ญตฺวา สีหนาเท อนุโยคทาปนตฺถํ อิมํ เทสนํ อารภิ.
ตตฺถ สพฺเพ เตติ สพฺเพ เต ตยา. เอวํสีลาติ มคฺคสีเลน ผลสีเลน โลกิยโลกุตฺตรสีเลน เอวํสีลา. เอวํธมฺมาติ เอตฺถ สมาธิปกฺขา ธมฺมา อธิปฺเปตา, มคฺคสมาธินา ผลสมาธินา โลกิยโลกุตฺตเรน สมาธินา เอวํสมาธีติ อตฺโถ. เอวํปญฺญาติ มคฺคปญฺญาทิวเสเนว เอวํปญฺญา. เอวํวิหาริโนติ เอตฺถ ปน เหฏฺฐา สมาธิปกฺขานํ ธมฺมานํ คหิตตฺตา วิหาโร คหิโตปิ ปุน กสฺมา คหิตเมว คณฺหตีติ เจ. เถเรน อิทํ คหิตเมว. อิทญฺหิ นิโรธสมาปตฺติทีปนตฺถํ วุตฺตํ. ตสฺมา เอวํ นิโรธสมาปตฺติวิหาริโน เต ภควนฺโต อเหสุนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
เอวํวิมุตฺตาติ เอตฺถ วิกฺขมฺภนวิมุตฺติ, ตทงฺควิมุตฺติ, สมุจฺเฉทวิมุตฺติ, ปฏิปสฺสทฺธิวิมุตฺติ, นิสฺสรณวิมุตฺตีติ ปญฺจวิธา วิมุตฺติ. ตตฺถ อฏฺฐ สมาปตฺติโย สยํ วิกฺขมฺภิเตหิ นีวรณาทีหิ วิมุตฺตตฺตา วิกฺขมฺภนวิมุตฺตีติ สงฺขํ คจฺฉนฺติ. อนิจฺจานุปสฺสนาทิกา สตฺต อนุปสฺสนา สยํ ตสฺส ตสฺส ปจฺจนีกวเสน ปริจฺจตฺตาหิ นิจฺจสญฺญาทีหิ วิมุตฺตตฺตา ตทงฺควิมุตฺตีติ สงฺขํ คจฺฉนฺติ. จตฺตาโร อริยมคฺคา สยํ สมุจฺฉินฺเนหิ กิเลเสหิ วิมุตฺตตฺตา สมุจฺเฉทวิมุตฺตีติ สงฺขํ คจฺฉนฺติ. จตฺตาริ สามญฺญผลานิ มคฺคานุภาเวน กิเลสานํ ปฏิปสฺสทฺธนฺเต อุปฺปนฺนตฺตา ปฏิปสฺสทฺธิวิมุตฺตีติ สงฺขํ คจฺฉนฺติ. นิพฺพานํ สพฺพกิเลเสหิ นิสฺสฏตฺตา อปคตตฺตา ทูเร ฐิตตฺตา นิสฺสรณวิมุตฺตีติ สงฺขํ คตํ. อิติ อิมาสํ ปญฺจนฺนํ วิมุตฺตีนํ วเสน เอวํ วิมุตฺตาติ เอตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
กึ ปน เต สาริปุตฺต เย เต ภวิสฺสนฺตีติ อตีตา ตาว นิรุทฺธา อปณฺณตฺติกภาวํ คตา ทีปสิขา วิย นิพฺพุตา, เอวํ นิรุทฺเธ อปณฺณตฺติกภาวํ คเต ตฺวํ กถํ ชานิสฺสสิ, อนาคตพุทฺธานํ ปน คุณา กึ ตยา อตฺตโน จิตฺเตน ปริจฺฉินฺทิตฺวา วิทิตาติ ปุจฺฉนฺโต เอวมาห.
กึ ปน ตฺยาหํ สาริปุตฺต เอตรหีติ อนาคตาปิ พุทฺธา อชาตา อนิพฺพตฺตา อนุปฺปนฺนา, เต กถํ ชานิสฺสสิ. เตสญฺหิ ชานนํ อปเท อากาเส ปททสฺสนํ วิย โหติ. อิทานิ มยา สทฺธึ เอกวิหาเร วสสิ, เอกโต ภิกฺขาย จรสิ, ธมฺมเทสนากาเล ทกฺขิณปสฺเส นิสีทสิ, กึ ปน มยฺหํ คุณา อตฺตโน เจตสา ปริจฺฉินฺทิตฺวา วิทิตา ตยาติ อนุยุญฺชนฺโต เอวมาห. เถโร ปน ปุจฺฉิตปุจฺฉิเต ‘‘โน เหตํ ภนฺเต’’ติ ปฏิกฺขิปติ.
เถรสฺส จ วิทิตมฺปิ อตฺถิ, อวิทิตมฺปิ. กึ โส อตฺตโน วิทิตฏฺฐาเน ปฏิกฺเขปํ กโรติ, อวิทิตฏฺฐาเนติ? วิทิตฏฺฐาเน น กโรติ, อวิทิตฏฺฐาเนเยว กโรติ. เถโร กิร อนุโยเค อารทฺเธ เอวํ อญฺญาสิ ‘‘นายํ อนุโยโค สาวกปารมีญาเณ, สพฺพญฺญุตญฺญาเณ ปน อยํ อนุโยโค’’ติ อตฺตโน สาวกปารมีญาเณ ปฏิกฺเขปํ อกตฺวาว อวิทิตฏฺฐาเน สพฺพญฺญุตญฺญาเณ ปฏิกฺเขปํ กโรติ. เตน อิทมฺปิ ทีเปติ – ภควา มยฺหํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ พุทฺธานํ สีลสมาธิปญฺญาวิมุตฺติการณชานนสมตฺถํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ นตฺถีติ.
เอตฺถาติ เอเตสุ อตีตาทิเภเทสุ พุทฺเธสุ. อถ กิญฺจรหีติ อถ กสฺมา เอวํ ญาเณ อสติ ตยา เอวํ กถิตนฺติ วทติ. ธมฺมนฺวโยติ ธมฺมสฺส ปจฺจกฺขโต ญาณสฺส อนุโยคํ อนุคนฺตฺวา อุปฺปนฺนํ อนุมานญาณํ นยคฺคาโห วิทิโต, สาวกปารมีญาเณ ฐตฺวาว อิมินา อากาเรน ชานามิ ภควาติ วทติ. เถรสฺส หิ นยคฺคาโห อปฺปมาโณ อปริยนฺโต. ยถา จ สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส ปมาณํ วา ปริยนฺโต วา นตฺถิ, เอวํ ธมฺมเสนาปติโน นยคฺคาหสฺส. เตน โส – ‘‘อิมินา เอวํวิโธ อิมินา เอวํวิโธ, อิมินา อนุตฺตโร อิมินา อนุตฺตโร สตฺถา’’ติ ชานาติ. เถรสฺส หิ นยคฺคาโห สพฺพญฺญุตญฺญาณคติโก เอว.
อิทานิ ตํ นยคฺคาหํ ปากฏํ กาตุํ อุปมํ ทสฺเสนฺโต เสยฺยถาปิ ภนฺเตติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺมา มชฺฌิมเทเส นครสฺส อุทฺธาปปาการาทีนิ ถิรานิ วา โหนฺตุ ทุพฺพลานิ วา, สพฺพโส วา ปน มา โหนฺตุ, โจรานํ อาสงฺกา น โหติ. ตสฺมา ตํ อคฺคเหตฺวา ปจฺจนฺติมํ นครนฺติ อาห. ทฬฺหุทฺธาปนฺติ ถิรมูลปาการํ. ทฬฺหปาการโตรณนฺติ ถิรปาการญฺเจว ถิรปิฏฺฐสงฺฆาฏญฺจ. เอกทฺวารนฺติ กสฺมา อาห? พหุทฺวาเร หิ นคเร พหูหิ ปณฺฑิตโทวาริเกหิ ภวิตพฺพํ, เอกทฺวาเรว เอโก วฏฺฏติ. เถรสฺส จ ปญฺญาย สทิโส อญฺโญ นตฺถิ, ตสฺมา อตฺตโน ปณฺฑิตภาวสฺส โอปมฺมตฺถํ เอกํเยว โทวาริกํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอกทฺวาร’’นฺติ อาห.
ปณฺฑิโตติ ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคโต. พฺยตฺโตติ เวยฺยตฺติเยน สมนฺนาคโต วิสทญาโณ. เมธาวีติ ฐานุปฺปตฺติกปญฺญาสงฺขาตาย เมธาย สมนฺนาคโต. อนุปริยายปถนฺติ อนุปริยายนามกํ ปาการมคฺคํ. ปาการสนฺธินฺติ ทฺวินฺนํ อิฏฺฐกานํ อปคตฏฺฐานํ. ปาการวิวรนฺติ ปาการสฺส ฉินฺนฏฺฐานํ. เจตโส อุปกฺกิเลเสติ ปญฺจนีวรณา จิตฺตํ อุปกฺกิลิสฺสนฺติ กิลิฏฺฐํ กโรนฺติ อุปตาเปนฺติ วิเหเฐนฺติ, ตสฺมา ‘‘เจตโส อุปกฺกิเลสา’’ติ วุจฺจนฺติ. ปญฺญาย ทุพฺพลีกรเณติ นีวรณา อุปฺปชฺชมานา อนุปฺปนฺนาย ปญฺญาย อุปฺปชฺชิตุํ น เทนฺติ, ตสฺมา ‘‘ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณา’’ติ วุจฺจนฺติ. สุปติฏฺฐิตจิตฺตาติ จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ สุฏฺฐุ ฐปิตจิตฺตา หุตฺวา. สตฺต โพชฺฌงฺเค ยถาภูตนฺติ สตฺต โพชฺฌงฺเค ยถาสภาเวน ภาเวตฺวา. อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธินฺติ อรหตฺตํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌึสูติ ทสฺเสติ.
อปิเจตฺถ สติปฏฺฐานาติ วิปสฺสนา, โพชฺฌงฺคา มคฺโค, อนุตฺตรสมฺมาสมฺโพธิ อรหตฺตํ. สติปฏฺฐานาติ วา วิปสฺสนา, โพชฺฌงฺคามิสฺสกา, สมฺมาสมฺโพธิ อรหตฺตเมว. ทีฆภาณกมหาสีวตฺเถโร ปนาห ‘‘สติปฏฺฐาเน วิปสฺสนํ คเหตฺวา โพชฺฌงฺเค มคฺโค จ สพฺพญฺญุตญฺญาณญฺจาติ คหิเต สุนฺทโร ปโญฺห ภเวยฺย, น ปเนวํ คหิต’’นฺติ. อิติ เถโร สพฺพพุทฺธานํ นีวรณปฺปหาเน สติปฏฺฐานภาวนาย สมฺโพธิยญฺจ มชฺเฌ ภินฺนสุวณฺณรชตานํ วิย นานตฺตาภาวํ ทสฺเสติ.
อิธ ฐตฺวา อุปมา สํสนฺเทตพฺพา – อายสฺมา หิ สาริปุตฺโต ปจฺจนฺตนครํ ทสฺเสสิ, ปาการํ ทสฺเสสิ, อนุปริยายปถํ ทสฺเสสิ, ทฺวารํ ทสฺเสสิ, ปณฺฑิตโทวาริกํ ทสฺเสสิ, นครํ ปวิสนกนิกฺขมนเก โอฬาริเก ปาเณ ทสฺเสสิ, โทวาริกสฺส เตสํ ปาณานํ ปากฏภาวํ ทสฺเสสิ. ตตฺถ กึ เกน สทิสนฺติ เจ? นครํ วิย หิ นิพฺพานํ, ปากาโร วิย สีลํ, อนุปริยายปโถ วิย หิรี, ทฺวารํ วิย อริยมคฺโค, ปณฺฑิตโทวาริโก วิย ธมฺมเสนาปติ, นครํ ปวิสนกนิกฺขมนกา โอฬาริกปาณา วิย อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนา พุทฺธา, โทวาริกสฺส เตสํ ปาณานํ ปากฏภาโว วิย อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ พุทฺธานํ สีลสมถาทีหิ ปากฏภาโว. เอตฺตาวตา เถเรน ภควโต – ‘‘เอวมหํ สาวกปารมีญาเณ ฐตฺวา ธมฺมนฺวเยน นยคฺคาเหน ชานามี’’ติ อตฺตโน สีหนาทสฺส อนุโยโค ทินฺโน โหติ.
ตสฺมาติ ยสฺมา ‘‘น โข เมตํ, ภนฺเต, อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺเนสุ อรหนฺเตสุ สมฺมาสมฺพุทฺเธสุ เจโตปริยญาณํ อตฺถิ, อปิจ ธมฺมนฺวโย วิทิโต’’ติ วทติ, ตสฺมา. อภิกฺขณํ ภาเสยฺยาสีติ ปุนปฺปุนํ ภาเสยฺยาสิ, ‘‘ปุพฺพเณฺห เม กถิต’’นฺติ มา มชฺฌนฺหิกาทีสุ น กถยิตฺถ, ‘‘อชฺช วา เม กถิต’’นฺติ มา ปรทิวสาทีสุ น กถยิตฺถาติ อตฺโถ. สา ปหียิสฺสตีติ ‘‘สาริปุตฺตสทิโสปิ นาม ญาณชวนสมฺปนฺโน สาวโก พุทฺธานํ จิตฺตาจารํ ชานิตุํ น สกฺโกติ, เอวํ อปฺปเมยฺยา ตถาคตา’’ติ จินฺเตนฺตานํ ยา ตถาคเต กงฺขา วา วิมติ วา, สา ปหียิสฺสตีติ.
๓. จุนฺทสุตฺตวณฺณนา
๓๗๙. ตติเย มคเธสูติ เอวํนามเก ชนปเท. นาลกคามเกติ ราชคหสฺส อวิทูเร อตฺตโน กุลสนฺตเก เอวํนามเก คาเม. จุนฺโท สมณุทฺเทโสติ อยํ เถโร ธมฺมเสนาปติสฺส กนิฏฺฐภาติโก, ตํ ภิกฺขู อนุปสมฺปนฺนกาเล ‘‘จุนฺโท สมณุทฺเทโส’’ติ สมุทาจริตฺวา เถรกาเลปิ ตเถว สมุทาจรึสุ. เตน วุตฺตํ ‘‘จุนฺโท สมณุทฺเทโส’’ติ. อุปฏฺฐาโก โหตีติ มุโขทกทนฺตกฏฺฐทาเนน เจว ปริเวณสมฺมชฺชน-ปิฏฺฐิปริกมฺมกรณ-ปตฺตจีวรคฺคหเณน จ อุปฏฺฐานกโร โหติ. ปรินิพฺพายีติ อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุโต. กตรสฺมึ กาเลติ? ภควโต ปรินิพฺพานสํวจฺฉเร.
ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – ภควา กิร วุตฺถวสฺโส เวฬุวคามกา นิกฺขมิตฺวา ‘‘สาวตฺถึ คมิสฺสามี’’ติ อาคตมคฺเคเนว ปฏินิวตฺตนฺโต อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ ปตฺวา เชตวนํ ปาวิสิ. ธมฺมเสนาปติ ภควโต วตฺตํ ทสฺเสตฺวา ทิวาฏฺฐานํ คโต, โส ตตฺถ อนฺเตวาสิเกสุ วตฺตํ ทสฺเสตฺวา ปฏิกฺกนฺเตสุ ทิวาฏฺฐานํ สมฺมชฺชิตฺวา จมฺมขณฺฑํ ปญฺญาเปตฺวา ปาเท ปกฺขาเลตฺวา ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา ผลสมาปตฺตึ ปาวิสิ. อถสฺส ยถา ปริจฺเฉเทน ตโต วุฏฺฐิตสฺส อยํ ปริวิตกฺโก อุทปาทิ ‘‘พุทฺธา นุ โข ปฐมํ ปรินิพฺพายนฺติ, อุทาหุ อคฺคสาวกาติ, ตโต ‘‘อคฺคสาวกา ปฐม’’นฺติ ญตฺวา อตฺตโน อายุสงฺขารํ โอโลเกสิ. โส ‘‘สตฺตาหเมว เม อายุสงฺขารา ปวตฺติสฺสนฺตี’’ติ ญตฺวา ‘‘กตฺถ ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ.
ตโต ‘‘ราหุโล ตาวตึเสสุ ปรินิพฺพุโต, อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถโร ฉทฺทนฺตทเห, อหํ กตฺถ ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ ปุนปฺปุนํ จินฺเตนฺโต มาตรํ อารพฺภ สตึ อุปฺปาเทสิ – ‘‘มยฺหํ มาตา สตฺตนฺนํ อรหนฺตานํ มาตา หุตฺวาปิ พุทฺธธมฺมสงฺเฆสุ อปฺปสนฺนา, อตฺถิ นุ โข ตสฺสา อุปนิสฺสโย, นตฺถิ นุ โข’’ติ. โสตาปตฺติมคฺคสฺส อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา ‘‘กสฺส เทสนาย อภิสมโย ภวิสฺสตี’’ติ โอโลเกนฺโต ‘‘มเมว ธมฺมเทสนาย ภวิสฺสติ, น อญฺญสฺส. สเจ โข ปนาหํ อปฺโปสฺสุกฺโก ภเวยฺยํ, ภวิสฺสนฺติ เม วตฺตาโร – ‘‘สาริปุตฺตตฺเถโร อวเสสชนานมฺปิ อวสฺสโย โหติ. ตถา หิสฺส สมจิตฺตสุตฺตนฺตเทสนาทิวเส (อ. นิ. ๒.๓๓-๓๗) โกฏิสตสหสฺสเทวตา อรหตฺตํ ปตฺตา, ตโย มคฺเค ปฏิวิทฺธเทวตานํ คณนา นตฺถิ, อญฺเญสุ จ ฐาเนสุ อเนกา อภิสมยา ทิสฺสนฺติ, เถเร จ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตาเนว อสีติ กุลสหสฺสานิ, โส ทานิ สกมาตุมิจฺฉาทสฺสนมตฺตมฺปิ หริตุํ นาสกฺขี’’ติ. ตสฺมา มาตรํ มิจฺฉาทสฺสนา โมเจตฺวา ชาโตวรเกเยว ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา ‘‘อชฺเชว ภควนฺตํ อนุชานาเปตฺวา นิกฺขมิสฺสามี’’ติ จุนฺทตฺเถรํ อามนฺเตสิ – ‘‘อาวุโส, จุนฺท, อมฺหากํ ปญฺจสตาย ภิกฺขุปริสาย สญฺญํ เทหิ. ‘คณฺหถาวุโส ปตฺตจีวรานิ, ธมฺมเสนาปติ นาลกคามํ คนฺตุกาโม’’’ติ. เถโร ตถา อกาสิ.
ภิกฺขู เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เถรสฺส สนฺติกํ อคมํสุ. เถโร เสนาสนํ สํสาเมตฺวา ทิวาฏฺฐานํ สมฺมชฺชิตฺวา ทิวาฏฺฐานทฺวาเร ฐตฺวา ทิวาฏฺฐานํ โอโลเกตฺวา ‘‘อิทํ ทานิ ปจฺฉิมทสฺสนํ, ปุน อาคมนํ นตฺถี’’ติ ปญฺจสตภิกฺขูหิ ปริวุโต ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ ‘‘อนุชานาตุ เม ภนฺเต ภควา, อนุชานาตุ สุคโต. ปรินิพฺพานกาโล เม, โอสฺสฏฺโฐ เม อายุสงฺขาโร’’ติ. พุทฺธา ปน ยสฺมา ‘‘ปรินิพฺพาหี’’ติ วุตฺเต มรณวณฺณํ สํวณฺเณนฺตีติ, ‘‘มา ปรินิพฺพาหี’’ติ วุตฺเต วฏฺฏสฺส คุณํ กเถนฺตีติ มิจฺฉาทิฏฺฐิกา โทสํ อาโรเปสฺสนฺติ, ตสฺมา ตทุภยมฺปิ น วทนฺติ. เตน นํ ภควา – ‘‘กตฺถ ปรินิพฺพายิสฺสสิ สาริปุตฺตา’’ติ วตฺวา – ‘‘อตฺถิ, ภนฺเต, มคเธสุ นาลกคาเม ชาโตวรโก, ตตฺถาหํ ปรินิพฺพายิสฺสามี’’ติ วุตฺเต – ‘‘ยสฺส ทานิ ตฺวํ, สาริปุตฺต, กาลํ มญฺญสิ, อิทานิ ปน เต เชฏฺฐกนิฏฺฐภาติกานํ ตาทิสสฺส ภิกฺขุโน ทสฺสนํ ทุลฺลภํ ภวิสฺสติ, เทเสหิ เนสํ ธมฺม’’นฺติ อาห.
เถโร – ‘‘สตฺถา มยฺหํ อิทฺธิวิกุพฺพนปุพฺพงฺคมํ ธมฺมเทสนํ ปจฺจาสีสตี’’ติ ญตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ตาลปฺปมาณํ อากาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา โอรุยฺห ทสพลสฺส ปาเท วนฺทิ, ปุน ทฺวิตาลปฺปมาณํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา โอรุยฺห ทสพลสฺส ปาเท วนฺทิ, เอเตนุปาเยน สตฺตตาลปฺปมาณํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา อเนกานิ ปาฏิหาริยสตานิ ทสฺเสนฺโต ธมฺมกถํ อารภิ. ทิสฺสมาเนนปิ กาเยน กเถติ, อทิสฺสมาเนนปิ. อุปริเมน วา เหฏฺฐิเมน วา อุปฑฺฒกาเยน กเถติ อทิสฺสมาเนนปิ ทิสฺสมาเนนปิ, กาเลน จนฺทวณฺณํ ทสฺเสติ, กาเลน สูริยวณฺณํ, กาเลน ปพฺพตวณฺณํ, กาเลน สมุทฺทวณฺณํ, กาเลน จกฺกวตฺติราชา โหติ, กาเลน เวสฺสวณมหาราชา, กาเลน สกฺโก เทวราชา, กาเลน มหาพฺรหฺมาติ เอวํ อเนกานิ ปาฏิหาริยสตานิ ทสฺเสนฺโต ธมฺมกถํ กเถสิ. สกลนครํ สนฺนิปติ. เถโร โอรุยฺห ทสพลสฺส ปาเท วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. อถ นํ สตฺถา อาห – ‘‘โก นาโม อยํ สาริปุตฺต ธมฺมปริยาโย’’ติ. สีหวิกีฬิโต นาม, ภนฺเตติ. ตคฺฆ, สาริปุตฺต, สีหวิกีฬิโต ตคฺฆ, สาริปุตฺต, สีหวิกีฬิโตติ.
เถโร อลตฺตกวณฺเณ หตฺเถ ปสาเรตฺวา สตฺถุ สุวณฺณกจฺฉปสทิเส ปาเท โคปฺผเกสุ คเหตฺวา – ‘‘ภนฺเต, อิเมสํ ปาทานํ วนฺทนตฺถาย กปฺปสตสหสฺสาธิกํ อสงฺเขฺยยฺยํ ปารมิโย ปูริตา, โส เม มโนรโถ มตฺถกํ ปตฺโต, อิโต ทานิ ปฏฺฐาย ปฏิสนฺธิวเสน น ปุน เอกฏฺฐาเน สนฺนิปาโต สมาคโม อตฺถิ, ฉินฺโน เอส วิสฺสาโส, อเนเกหิ พุทฺธสตสหสฺเสหิ ปวิฏฺฐํ อชรํ อมรํ เขมํ สุขํ สีตลํ อภยํ นิพฺพานปุรํ ปวิสิสฺสามิ, สเจ เม กิญฺจิ กายิกํ วา วาจสิกํ วา น โรเจถ, ขมถ ตํ ภควา, คมนกาโล มยฺห’’นฺติ. ขมามิ เต, สาริปุตฺต, น โข ปน เต กิญฺจิ กายิกํ วา วาจสิกํ วา มยฺหํ อรุจฺจนกํ อตฺถิ, ยสฺส ทานิ ตฺวํ, สาริปุตฺต, กาลํ มญฺญสีติ.
อิติ ภควตา อนุญฺญาตสมนนฺตรํ สตฺถุ ปาเท วนฺทิตฺวา อุฏฺฐิตมตฺเต อายสฺมนฺเต สาริปุตฺเต สิเนรุจกฺกวาฬหิมวนฺตปริภณฺฑปพฺพเต ธารยมานาปิ – ‘‘อชฺช อิมํ คุณราสึ ธาเรตุํ น สกฺโกมี’’ติ วทนฺตี วิย เอกปฺปหาเรเนว วิรวมานา มหาปถวี ยาว อุทกปริยนฺตา อกมฺปิ, อากาเส เทวทุนฺทุภิโย ผลึสุ, มหาเมโฆ อุฏฺฐหิตฺวา โปกฺขรวสฺสํ วสฺสิ.
สตฺถา – ‘‘ธมฺมเสนาปตึ ปฏิปาเทสฺสามี’’ติ ธมฺมาสนา วุฏฺฐาย คนฺธกุฏิอภิมุโข คนฺตฺวา มณิผลเก อฏฺฐาสิ. เถโร ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา จตูสุ ฐาเนสุ วนฺทิตฺวา – ‘‘ภควา อิโต กปฺปสตสหสฺสาธิกสฺส อสงฺเขฺยยฺยสฺส อุปริ อโนมทสฺสีสมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา ตุมฺหากํ ทสฺสนํ ปตฺเถสึ, สา เม ปตฺถนา สมิทฺธา, ทิฏฺฐา ตุเมฺห, ตํ ปฐมทสฺสนํ, อิทํ ปจฺฉิมทสฺสนํ. ปุน ตุมฺหากํ ทสฺสนํ นตฺถี’’ติ วตฺวา ทสนขสโมธานสมุชฺชลํ อญฺชลึ ปคฺคยฺห ยาว ทสฺสนวิสยา อภิมุโขว ปฏิกฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ปกฺกามิ. ปุน มหาปถวี ธาเรตุํ อสกฺโกนฺตี อุทกปริยนฺตํ กตฺวา อกมฺปิ.
ภควา ปริวาเรตฺวา ฐิเต ภิกฺขู อาห – ‘‘อนุคจฺฉถ, ภิกฺขเว, ตุมฺหากํ เชฏฺฐภาติก’’นฺติ. ตสฺมึ ขเณ จตสฺโสปิ ปริสา สมฺมาสมฺพุทฺธํ เอกกํเยว เชตวเน โอหาย นิรวเสสา นิกฺขมึสุ. สาวตฺถินครวาสิโนปิ – ‘‘สาริปุตฺตตฺเถโร กิร สมฺมาสมฺพุทฺธํ อาปุจฺฉิตฺวา ปรินิพฺพายิตุกาโม นิกฺขนฺโต, ปสฺสิสฺสาม น’’นฺติ นครทฺวารานิ นิโรกาสานิ กโรนฺตา นิกฺขมิตฺวา คนฺธมาลาทิหตฺถา เกเส วิกิริตฺวา – ‘‘อิทานิ มยํ กหํ มหาปญฺโญ นิสินฺโน, กหํ ธมฺมเสนาปติ นิสินฺโน’’ติ ปุจฺฉนฺตา – ‘‘กสฺส สนฺติกํ คมิสฺสาม, กสฺส หตฺเถ สตฺถารํ ฐเปตฺวา เถโร ปกฺกนฺโต’’ติอาทินา นเยน ปริเทวนฺตา โรทนฺตา เถรํ อนุพนฺธึสุ.
เถโร มหาปญฺญาย ฐิตตฺตา – ‘‘สพฺเพสํ อนติกฺกมนีโย เอส มคฺโค’’ติ มหาชนํ โอวทิตฺวา – ‘‘ตุเมฺหปิ, อาวุโส, ติฏฺฐถ, มา ทสพเล ปมาทํ อาปชฺชิตฺถา’’ติ ภิกฺขุสงฺฆมฺปิ นิวตฺเตตฺวา อตฺตโน ปริสาเยว สทฺธึ ปกฺกามิ. เยปิ มนุสฺสา – ‘‘ปุพฺเพ อยฺโย ปจฺจาคมนจาริกํ จรติ, อิทํ อิทานิ คมนํ น ปุน ปจฺจาคมนายา’’ติ ปริเทวนฺตา อนุพนฺธึสุเยว. เตปิ – ‘‘อปฺปมตฺตา, อาวุโส, โหถ, เอวํภาวิโน นาม สงฺขารา’’ติ นิวตฺเตสิ.
อถ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต สพฺพตฺถ เอกรตฺติวาเสน อนฺตรามคฺเค สตฺตาหํ มนุสฺสานํ สงฺคหํ กโรนฺโต สายํ นาลกคามํ ปตฺวา คามทฺวาเร นิโคฺรธรุกฺขมูเล อฏฺฐาสิ. อถ อุปเรวโต นาม เถรสฺส ภาคิเนยฺโย พหิคามํ คจฺฉนฺโต เถรํ ทิสฺวา อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. เถโร ตํ อาห – ‘‘อตฺถิ เคเห เต อยฺยิกา’’ติ. อาม ภนฺเตติ. คจฺฉ อมฺหากํ อิธาคตภาวํ อาโรเจหิ. ‘‘กสฺมา อาคโต’’ติ จ วุตฺเต – ‘‘อชฺช กิร เอกทิวสํ อนฺโตคาเม วสิสฺสติ, ชาโตวรกํ ปฏิชคฺคถ, ปญฺจนฺนญฺจ กิร ภิกฺขุสตานํ วสนฏฺฐานํ ชานาถา’’ติ. โส คนฺตฺวา – ‘‘อยฺยิเก มยฺหํ มาตุโล อาคโต’’ติ อาห. อิทานิ กุหินฺติ? คามทฺวาเรติ. เอกโกว, อญฺโญปิ โกจิ อตฺถีติ? อตฺถิ ปญฺจสตา ภิกฺขูติ. กึการณา อาคโตติ? โส ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. พฺราหฺมณี – ‘‘กึ นุ โข เอตฺตกานํ วสนฏฺฐานํ ปฏิชคฺคาเปติ, ทหรกาเล ปพฺพชิตฺวา มหลฺลกกาเล คิหี โหตุกาโม’’ติ จินฺเตนฺตี ชาโตวรกํ ปฏิชคฺคาเปตฺวา ปญฺจสตานํ วสนฏฺฐานํ กาเรตฺวา ทณฺฑทีปิกา ชาเลตฺวา เถรสฺส ปาเหสิ.
เถโร ภิกฺขูหิ สทฺธึ ปาสาทํ อารุยฺห ชาโตวรกํ ปวิสิตฺวา นิสีทิ, นิสีทิตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ วสนฏฺฐานํ คจฺฉถา’’ติ ภิกฺขู อุยฺโยเชสิ. เตสุ คตมตฺเตสุเยว เถรสฺส ขโร อาพาโธ อุปฺปชฺชิ, โลหิตปกฺขนฺทิกา มารณนฺติกา เวทนา วตฺตนฺติ. เอกํ ภาชนํ ปวิสติ, เอกํ นิกฺขมติ. พฺราหฺมณี – ‘‘มม ปุตฺตสฺส ปวตฺติ มยฺหํ น รุจฺจตี’’ติ อตฺตโน วสนคพฺภทฺวารํ นิสฺสาย อฏฺฐาสิ.
จตฺตาโร มหาราชาโน ‘‘ธมฺมเสนาปติ กุหึ วิหรตี’’ติ โอโลเกนฺตา นาลกคาเม ชาโตวรเก ปรินิพฺพานมญฺเจ นิปนฺโน, ปจฺฉิมทสฺสนํ คมิสฺสามา’’ติ อาคมฺม วนฺทิตฺวา อฏฺฐํสุ. เก ตุเมฺหติ? มหาราชาโน ภนฺเตติ. กสฺมา อาคตตฺถาติ? คิลานุปฏฺฐากา ภวิสฺสามาติ. ‘‘โหตุ, อตฺถิ คิลานุปฏฺฐาโก, คจฺฉถ ตุเมฺห’’ติ อุยฺโยเชสิ. เตสํ คตาวสาเน เตเนว นเยน สกฺโก เทวานมินฺโท. ตสฺมึ คเต มหาพฺรหฺมา จ อาคมึสุ. เตปิ ตเถว เถโร อุยฺโยเชสิ.
พฺราหฺมณี เทวตานํ อาคมนญฺจ คมนญฺจ ทิสฺวา ‘‘เก นุ โข เอเต มม ปุตฺตํ วนฺทิตฺวา คจฺฉนฺตี’’ติ เถรสฺส คพฺภทฺวารํ คนฺตฺวา ‘‘ตาต, จุนฺท, กา ปวตฺตี’’ติ ปุจฺฉิ. โส ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิตฺวา ‘‘มหาอุปาสิกา, ภนฺเต, อาคตา’’ติ อาห. เถโร ‘‘กสฺมา อเวลาย อาคตา’’ติ ปุจฺฉิ. สา ‘‘ตุยฺหํ, ตาต, ทสฺสนตฺถายา’’ติ วตฺวา ‘‘ตาต, ปฐมํ เก อาคตา’’ติ ปุจฺฉิ. จตฺตาโร มหาราชาโน อุปาสิเกติ. ตาต, ตฺวํ จตูหิ มหาราเชหิ มหนฺตตโรติ? อารามิกสทิสา เอเต อุปาสิเก, อมฺหากํ สตฺถุ ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐาย ขคฺคหตฺถา หุตฺวา อารกฺขํ อกํสูติ. เตสํ ตาต คตาวสาเน โก อาคโตติ? สกฺโก เทวานมินฺโทติ. เทวราชโตปิ ตฺวํ ตาต มหนฺตตโรติ? ภณฺฑคฺคาหกสามเณรสทิโส เอส อุปาสิเก, อมฺหากํ สตฺถุ ตาวตึสโต โอตรณกาเล ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา โอติณฺโณติ. ตสฺส ตาต คตาวสาเน โชตยมาโน วิย โก อาคโตติ? อุปาสิเก, ตุยฺหํ ภควา จ สตฺถา จ มหาพฺรหฺมา นาม เอโสติ. มยฺหํ ภควโต มหาพฺรหฺมโตปิ ตฺวํ, ตาต, มหนฺตตโรติ? อาม อุปาสิเก, เอเต นาม กิร อมฺหากํ สตฺถุ ชาตทิวเส จตฺตาโร มหาพฺรหฺมาโน มหาปุริสํ สุวณฺณชาเลน ปฏิคฺคณฺหึสูติ.
อถ พฺราหฺมณิยา – ‘‘ปุตฺตสฺส ตาว เม อยํ อานุภาโว, กีทิโส วต มยฺหํ ปุตฺตสฺส ภควโต สตฺถุ อานุภาโว ภวิสฺสตี’’ติ จินฺตยนฺติยา สหสา ปญฺจวณฺณา ปีติ อุปฺปชฺชิตฺวา สกลสรีรํ ผริ. เถโร – ‘‘อุปฺปนฺนํ เม มาตุ ปีติโสมนสฺสํ, อยํ ทานิ กาโล ธมฺมเทสนายา’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘กึ จินฺเตสิ มหาอุปาสิเก’’ติ อาห. สา ‘‘ปุตฺตสฺส ตาว เม อยํ คุโณ, สตฺถุ ปนสฺส กีทิโส ภวิสฺสตีติ อิทํ, ตาต, จินฺเตมี’’ติ อาห. มหาอุปาสิเก, มยฺหํ สตฺถุชาตกฺขเณ มหาภินิกฺขมเน สมฺโพธิยํ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตเน จ ทสสหสฺสิโลกธาตุ กมฺปิตฺถ. สีเลน สมาธินา ปญฺญาย วิมุตฺติยา วิมุตฺติญาณทสฺสเนน สโม นาม นตฺถิ, อิติปิ โส ภควาติ วิตฺถาเรตฺวา พุทฺธคุณปฏิสํยุตฺตํ ธมฺมเทสนํ กเถสิ.
พฺราหฺมณี ปิยปุตฺตสฺส ธมฺมเทสนาปริโยสาเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย ปุตฺตํ อาห – ‘‘ตาต อุปติสฺส, กสฺมา เอวมกาสิ, เอวรูปํ นาม อมตํ มยฺหํ เอตฺตกํ กาลํ น อทาสี’’ติ. เถโร – ‘‘ทินฺนํ ทานิ เม มาตุ รูปสาริยา พฺราหฺมณิยา โปสาวนิกมูลํ, เอตฺตเกน วฏฺฏิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา – ‘‘คจฺฉ มหาอุปสิเก’’ติ พฺราหฺมณึ อุยฺโยเชตฺวา – ‘‘จุนฺท กา เวลา’’ติ อาห. พลวปจฺจูสกาโล, ภนฺเตติ. ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาเตหีติ. สนฺนิปติโต ภนฺเต ภิกฺขุสงฺโฆติ. ‘‘มํ อุกฺขิปิตฺวา นิสีทาเปหิ จุนฺทา’’ติ อุกฺขิปิตฺวา นิสีทาเปสิ.
เถโร ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อาวุโส จตุจตฺตาลีสํ โว วสฺสานิ มยา สทฺธึ วิจรนฺตานํ ยํ เม กายิกํ วา วาจสิกํ วา น โรเจถ, ตํ ขมถ อาวุโส’’ติ. เอตฺตกํ, ภนฺเต, อมฺหากํ ฉายา วิย ตุเมฺห อมุญฺจิตฺวา วิจรนฺตานํ อรุจฺจนกํ นาม นตฺถิ, ตุเมฺห ปน อมฺหากํ ขมถาติ. อถ เถโร มหาจีวรํ สงฺกฑฺฒิตฺวา มุขํ ปิธาย ทกฺขิเณน ปสฺเสน นิปนฺโน สตฺถา วิย นว อนุปุพฺพสมาปตฺติโย อนุโลมปฏิโลมโต สมาปชฺชิตฺวา ปุน ปฐมชฺฌานํ อาทึ กตฺวา ยาว จตุตฺถชฺฌานา สมาปชฺชิ. ตโต วุฏฺฐาย อนนฺตรํเยว มหาปถวึ อุนฺนาเทนฺโต อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายิ.
อุปาสิกา – ‘‘กึ นุ โข เม ปุตฺโต, น กิญฺจิ กเถตี’’ติ อุฏฺฐาย ปิฏฺฐิปาเท ปริมชฺชนฺตี ปรินิพฺพุตภาวํ ญตฺวา มหาสทฺทํ กุรุมานา ปาเทสุ นิปติตฺวา – ‘‘ตาต มยํ อิโต ปุพฺเพ ตว คุณํ น ชานิมฺหา, อิทานิ ปน ตํ อาทึ กตฺวา อเนกสเต อเนกสหสฺเส อเนกสตสหสฺเส ภิกฺขู อิมสฺมึ นิเวสเน นิสีทาเปตฺวา โภเชตุํ น ลภิมฺหา, จีวเรหิ อจฺฉาเทตุํ น ลภิมฺหา, วิหารสตํ วิหารสหสฺสํ กาเรตุํ น ลภิมฺหา’’ติ ยาว อรุณุคฺคมนา ปริเทวิ. อรุเณ อุคฺคตมตฺเตเยว สุวณฺณกาเร ปกฺโกสาเปตฺวา สุวณฺณคพฺภํ วิวราเปตฺวา สุวณฺณฆฏิโย มหาตุลาย ตุลาเปตฺวา – ‘‘ปญฺจ กูฏาคารสตานิ ปญฺจ อคฺฆิกสตานิ กโรถา’’ติ ทาเปติ.
สกฺโกปิ เทวราชา วิสฺสกมฺมเทวปุตฺตํ อามนฺเตตฺวา – ‘‘ตาต ธมฺมเสนาปติ ปรินิพฺพุโต, ปญฺจ กูฏาคารสตานิ ปญฺจ อคฺฆิกสตานิ จ มาเปหี’’ติ อาห. อิติ อุปาสิกาย การิตานิ จ วิสฺสกมฺเมน นิมฺมิตานิ จ สพฺพานิปิ เทฺวสหสฺสานิ อเหสุํ. ตโต นครมชฺเฌ สารมยํ มหามณฺฑปํ กาเรตฺวา มณฺฑปมชฺเฌ มหากูฏาคารํ ฐเปตฺวา เสสานิ ปริวารสงฺเขเปน ฐเปตฺวา สาธุกีฬิกํ อารภึสุ. เทวานํ อนฺตเร มนุสฺสา, มนุสฺสานํ อนฺตเร เทวา อเหสุํ.
เรวตี นาม เอกา เถรสฺส อุปฏฺฐายิกา – ‘‘อหํ เถรสฺส ปูชํ กริสฺสามี’’ติ สุวณฺณปุปฺผานํ ตโย กุมฺเภ กาเรสิ. ‘‘เถรสฺส ปูชํ กริสฺสามี’’ติ สกฺโก เทวราชา อฑฺฒเตยฺยโกฏินาฏเกหิ ปริวาริโต โอตริ. ‘‘สกฺโก โอตรตี’’ติ มหาชโน ปจฺฉามุโข ปฏิกฺกมิ. ตตฺถ สาปิ อุปาสิกา ปฏิกฺกมมานา ครุภารตฺตา เอกมนฺตํ อปสกฺกิตุํ อสกฺโกนฺตี มนุสฺสานํ อนฺตเร ปติ. มนุสฺสา อปสฺสนฺตา ตํ มทฺทิตฺวา อคมึสุ. สา ตตฺเถว กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน กนกวิมาเน นิพฺพตฺติ. นิพฺพตฺตกฺขเณเยวสฺสา รตนกฺขนฺโธ วิย ติคาวุตปฺปมาโณ อตฺตภาโว อโหสิ สฏฺฐิสกฏปูรปฺปมาณอลงฺการปฏิมณฺฑิตา อจฺฉราสหสฺสปริวาริตา. อถสฺสา ทิพฺพํ สพฺพกายิกาทาสํ ปุรโต ฐปยึสุ. สา อตฺตโน สิริสมฺปตฺตึ ทิสฺวา – ‘‘อุฬารา อยํ สมฺปตฺติ, กึ นุ โข เม กมฺมํ กต’’นฺติ จินฺตยมานา อทฺทส – ‘‘มยา สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ปรินิพฺพุตฏฺฐาเน ตีหิ สุวณฺณปุปฺผกุมฺเภหิ ปูชา กตา, มหาชโน มํ มทฺทิตฺวา คโต, สาหํ ตตฺถ กาลํ กตฺวา อิธูปปนฺนา, เถรํ นิสฺสาย ลทฺธํ อิทานิ ปุญฺญวิปากํ มนุสฺสานํ กเถสฺสามี’’ติ สห วิมาเนเนว โอตริ.
มหาชโน ทูรโตว ทิสฺวา – ‘‘กึ นุ โข เทฺว สูริยา อุฏฺฐิตา’’ติ? โอโลเกนฺโต – ‘‘วิมาเน อาคจฺฉนฺเต กูฏาคารสณฺฐานํ ปญฺญายติ, นายํ สูริโย, วิมานเมตํ เอก’’นฺติ อาห. ตมฺปิ วิมานํ ตาวเทว อาคนฺตฺวา เถรสฺส ทารุจิตกมตฺถเก เวหาสํ อฏฺฐาสิ. เทวธีตา วิมานํ อากาเสเยว ฐเปตฺวา ปถวึ โอตริ. มหาชโน – ‘‘กา ตฺวํ, อยฺเย’’ติ? ปุจฺฉิ. ‘‘น มํ ตุเมฺห ชานาถ, เรวตี นามาหํ, ตีหิ สุวณฺณปุปฺผกุมฺเภหิ เถรํ ปูชํ กตฺวา มนุสฺเสหิ มทฺทิตา กาลํ กตฺวา ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺตา, ปสฺสถ เม สิริสมฺปตฺตึ, ตุเมฺหปิ ทานิ ทานานิ เทถ, ปุญฺญานิ กโรถา’’ติ กุสลกิริยาย วณฺณํ กเถตฺวา เถรสฺส จิตกํ ปทกฺขิณํ กตฺวา วนฺทิตฺวา อตฺตโน เทวฏฺฐานํเยว คตา.
มหาชโนปิ สตฺตาหํ สาธุกีฬิกํ กีฬิตฺวา สพฺพคนฺเธหิ จิตกํ อกาสิ, จิตกา เอกูนรตนสติกา อโหสิ. เถรสฺส สรีรํ จิตกํ อาโรเปตฺวา อุสีรกลาปเกหิ อาลิมฺเปสุํ. อาฬาหเน สพฺพรตฺตึ ธมฺมสฺสวนํ ปวตฺติ. อนุรุทฺธตฺเถโร สพฺพคนฺโธทเกน เถรสฺส จิตกํ นิพฺพาเปสิ. จุนฺทตฺเถโร ธาตุโย ปริสฺสาวเน ปกฺขิปิตฺวา – ‘‘น ทานิ มยา อิเธว สกฺกา ฐาตุํ, มยฺหํ เชฏฺฐภาติกสฺส ธมฺมเสนาปติสาริปุตฺตตฺเถรสฺส ปรินิพฺพุตภาวํ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อาโรเจสฺสามี’’ติ ธาตุปริสฺสาวนํ เถรสฺส จ ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา สาวตฺถึ อคมาสิ. เอกฏฺฐาเนปิ จ เทฺว รตฺติโย อวสิตฺวา สพฺพตฺถ เอกรตฺติวาเสเนว สาวตฺถึ ปาปุณิ. ตมตฺถํ ทสฺเสตุํ อถ โข จุนฺโท สมณุทฺเทโสติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ เยนายสฺมา อานนฺโทติ เยน อตฺตโน อุปชฺฌาโย ธมฺมภณฺฑาคาริโก อายสฺมา อานนฺโท, เตนุปสงฺกมิ. กสฺมา ปเนส อุชุกํ สตฺถุ สนฺติกํ อคนฺตฺวา เถรสฺส สนฺติกํ อคมาสีติ? สตฺถริ จ เถเร จ คารเวน. เชตวนมหาวิหาเร โปกฺขรณิยํ กิรสฺส นฺหตฺวา ปจฺจุตฺตริตฺวา สุนิวตฺถสุปารุตสฺส เอตทโหสิ – ‘‘พุทฺธา นาม มหาปาสาณจฺฉตฺตํ วิย ครุโน, ผณกตสปฺป สีหพฺยคฺฆมตฺตวรวารณาทโย วิย จ ทุราสทา, น สกฺกา มยา อุชุกเมว สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา กเถตุํ, กสฺส นุ โข สนฺติกํ คนฺตพฺพ’’นฺติ. ตโต จินฺเตสิ – ‘‘อุปชฺฌาโย เม ธมฺมภณฺฑาคาริโก เชฏฺฐภาติกตฺเถรสฺส อุตฺตมสหาโย, ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ตํ อาทาย สตฺถารา สทฺธึ กเถสฺสามี’’ติ สตฺถริ เจว เถเร จ คารเวน อุปสงฺกมิ.
อิทมสฺส ปตฺตจีวรนฺติ ‘‘อยมสฺส ปริโภคปตฺโต, อิทํ ธาตุปริสฺสาวน’’นฺติ เอวํ เอเกกํ อาจิกฺขิ. ปาฬิยํ ปน ‘‘อิทมสฺส ปตฺตจีวร’’นฺติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ. กถาปาภตนฺติ กถามูลํ. มูลญฺหิ ปาภตนฺติ วุจฺจติ. ยถาห –
‘‘อปฺปเกนปิ เมธาวี, ปาภเตน วิจกฺขโณ;
สมุฏฺฐาเปติ อตฺตานํ, อณุํ อคฺคึว สนฺธม’’นฺติ. (ชา. ๑.๑.๔);
ภควนฺตํ ทสฺสนายาติ ภควนฺตํ ทสฺสนตฺถาย. กึ ปนิมินา ภควา น ทิฏฺฐปุพฺโพติ? โน น ทิฏฺฐปุพฺโพ. อยญฺหิ อายสฺมา ทิวา นว วาเร, รตฺตึ นว วาเรติ เอกาหํ อฏฺฐารส วาเร อุปฏฺฐานเมว คจฺฉติ. ทิวสสฺส ปน สตวารํ วา สหสฺสวารํ วา คนฺตุกาโม สมาโนปิ น อการณา คจฺฉติ, เอกํ ปญฺหทฺวารํ คเหตฺวาว คจฺฉติ. โส ตํทิวสํ เตน กถาปาภเตน คนฺตุกาโม เอวมาห. อิทมสฺส ปตฺตจีวรนฺติ เถโรปิ – ‘‘อิทํ ตสฺส ปตฺตจีวรํ, อิทญฺจ ธาตุปริสฺสาวน’’นฺติ ปาฏิเยกฺกํเยว ทสฺเสตฺวา อาจิกฺขิ.
สตฺถา หตฺถํ ปสาเรตฺวา ธาตุปริสฺสาวนํ คเหตฺวา หตฺถตเล ฐเปตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘โย โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปุริมทิวเส อเนกานิ ปาฏิหาริยสตานิ กตฺวา ปรินิพฺพานํ อนุชานาเปสิ, ตสฺส อิทานิ อิมา สงฺขวณฺณสนฺนิภา ธาตุโยว ปญฺญายนฺติ, กปฺปสตสหสฺสาธิกํ อสงฺเขฺยยฺยํ ปูริตปารมี เอส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ, มยา ปวตฺติตํ ธมฺมจกฺกํ อนุปวตฺตโก เอส ภิกฺขุ, ปฏิลทฺธทุติยอาสโน เอส ภิกฺขุ, ปูริตสาวกสนฺนิปาโต เอส ภิกฺขุ, ฐเปตฺวา มํ ทสสุ จกฺกวาฬสหสฺเสสุ ปญฺญาย อสทิโส เอส ภิกฺขุ, มหาปญฺโญ เอส ภิกฺขุ, ปุถุปญฺโญ หาสปญฺโญ ชวนปญฺโญ ติกฺขปญฺโญ นิพฺเพธิกปญฺโญ เอส ภิกฺขุ, อปฺปิจฺโฉ เอส ภิกฺขุ, สนฺตุฏฺโฐ ปวิวิตฺโต อสํสฏฺโฐ อารทฺธวีริโย โจทโก ปาปครหี เอส ภิกฺขุ, ปญฺจ ชาติสตานิ ปฏิลทฺธมหาสมฺปตฺติโย ปหาย ปพฺพชิโต เอส ภิกฺขุ, มม สาสเน ปถวีสมขนฺติโก เอส ภิกฺขุ, ฉินฺนวิสาณอุสภสทิโส เอส ภิกฺขุ, จณฺฑาลปุตฺตสทิสนีจจิตฺโต เอส ภิกฺขุ. ปสฺสถ, ภิกฺขเว, มหาปญฺญสฺส ธาตุโย, ปสฺสถ, ภิกฺขเว, ปุถุปญฺญสฺส หาสปญฺญสฺส ชวนปญฺญสฺส ติกฺขปญฺญสฺส นิพฺเพธิกปญฺญสฺส อปฺปิจฺฉสฺส สนฺตุฏฺฐสฺส ปวิวิตฺตสฺส อสํสฏฺฐสฺส อารทฺธวีริยสฺส, โจทกสฺส, ปสฺสถ, ภิกฺขเว, ปาปครหิสฺส ธาตุโยติ.
‘‘โย ปพฺพชี ชาติสตานิ ปญฺจ,
ปหาย กามานิ มโนรมานิ;
ตํ วีตราคํ สุสมาหิตินฺทฺริยํ,
ปรินิพฺพุตํ วนฺทถ สาริปุตฺตํ.
‘‘ขนฺติพโล ปถวิสโม น กุปฺปติ,
น จาปิ จิตฺตสฺส วเสน วตฺตติ;
อนุกมฺปโก การุณิโก จ นิพฺพุโต,
ปรินิพฺพุตํ วนฺทถ สาริปุตฺตํ.
‘‘จณฺฑาลปุตฺโต ยถา นครํ ปวิฏฺโฐ,
นีจมโน จรติ กโฬปิหตฺโถ;
ตถา อยํ วิหรติ สาริปุตฺโต,
ปรินิพฺพุตํ วนฺทถ สาริปุตฺตํ.
‘‘อุสโภ ยถา ฉินฺนวิสาณโก,
อเหฐยนฺโต จรติ ปุรนฺตเร วเน;
ตถา อยํ วิหรติ สาริปุตฺโต,
ปรินิพฺพุตํ วนฺทถ สาริปุตฺต’’นฺติ.
อิติ ภควา ปญฺจหิ คาถาสเตหิ เถรสฺส วณฺณํ กเถสิ. ยถา ยถา ภควา เถรสฺส วณฺณํ กเถสิ, ตถา ตถา อานนฺทตฺเถโร สนฺธาเรตุํ น สกฺโกติ, พิฬารมุเข ปกฺขนฺตกุกฺกุโฏ วิย ปเวธติ. เตนาห อปิจ เม, ภนฺเต, มธุรกชาโต วิย กาโยติ สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพํ. ตตฺถ มธุรกชาโตติอาทีนํ อตฺโถ วุตฺโตเยว. อิธ ปน ธมฺมาติ อุทฺเทสปริปุจฺฉาธมฺมา อธิปฺเปตา. ตสฺส หิ อุทฺเทสปริปุจฺฉาธมฺเม อคหิเต วา คเหตุํ, คหิเต วา สชฺฌายํ กาตุํ จิตฺตํ น ปวตฺตติ. อถ สตฺถา ปญฺจปสาทวิจิตฺรานิ อกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวา เถรํ โอโลเกนฺโต ‘‘อสฺสาเสสฺสามิ น’’นฺติ อสฺสาเสนฺโต กึ นุ โข เต, อานนฺท, สาริปุตฺโตติอาทิมาห.
ตตฺถ สีลกฺขนฺธนฺติ โลกิยโลกุตฺตรสีลํ. สมาธิปญฺญาสุปิ เอเสว นโย. วิมุตฺติ ปน โลกุตฺตราว. วิมุตฺติญาณทสฺสนํ ปจฺจเวกฺขณญาณํ, ตํ โลกิยเมว. โอวาทโกติ โอวาททายโก. โอติณฺโณติ โอติณฺเณสุ วตฺถูสุ นานปฺปกาเรน โอตรณสีโล. วิญฺญาปโกติ ธมฺมกถากาเล อตฺถญฺจ การณญฺจ วิญฺญาเปตา. สนฺทสฺสโกติ ขนฺธธาตุอายตนวเสน เตสํ เตสํ ธมฺมานํ ทสฺเสตา. สมาทปโกติ ‘‘อิทญฺจิทญฺจ คณฺหถา’’ติ เอวํ คณฺหาปโก. สมุตฺเตชโกติ อพฺภุสฺสาหโก. สมฺปหํสโกติ ปฏิลทฺธคุเณหิ โมทาปโก โชตาปโก.
อกิลาสุ ธมฺมเทสนายาติ ธมฺมเทสนํ อารภิตฺวา ‘‘สีสํ วา เม รุชฺชติ, หทยํ วา กุจฺฉิ วา ปิฏฺฐิ วา’’ติ เอวํ โอสกฺกนาการวิรหิโต นิกฺกิลาสุ วิสารโท เอกสฺสาปิ ทฺวินฺนมฺปิ สีหเวเคเนว ปกฺขนฺทติ. อนุคฺคาหโก สพฺรหฺมจารีนนฺติ ปทสฺส อตฺโถ ขนฺธกวคฺเค วิตฺถาริโตว. ธมฺโมชํ ธมฺมโภคนฺติ อุภเยนปิ ธมฺมปริโภโคว กถิโต. ธมฺมานุคฺคหนฺติ ธมฺเมน อนุคฺคหณํ.
สตฺถา ‘‘อติวิย อยํ ภิกฺขุ กิลมตี’’ติ ปุน ตํ อสฺสาเสนฺโต นนุ ตํ, อานนฺท, มยาติอาทิมาห. ตตฺถ ปิเยหิ มนาเปหีติ มาตาปิตาภาตาภคินีอาทิเกหิ ชาติยา นานาภาโว, มรเณน วินาภาโว, ภเวน อญฺญถาภาโว. ตํ กุเตตฺถ, อานนฺท, ลพฺภาติ ตนฺติ ตสฺมา. ยสฺมา สพฺเพหิ ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว, ตสฺมา ทส ปารมิโย ปูเรตฺวาปิ สมฺโพธึ ปตฺวาปิ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตตฺวาปิ ยมกปาฏิหาริยํ ทสฺเสตฺวาปิ เทโวโรหนํ กตฺวาปิ ยํ ตํ ชาตํ ภูตํ สงฺขตํ ปโลกธมฺมํ, ตํ ตถาคตสฺสาปิ สรีรํ มา ปลุชฺชีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ, โรทนฺเตนปิ กนฺทนฺเตนปิ น สกฺกา ตํ การณํ ลทฺธุนฺติ. โส ปลุชฺเชยฺยาติ โส ภิชฺเชยฺย.
เอวเมว โขติ เอตฺถ โยชนสตุพฺเพโธ มหาชมฺพุรุกฺโข วิย ภิกฺขุสงฺโฆ ตสฺส ทกฺขิณทิสํ คโต ปญฺญาสโยชนิโก มหาขนฺโธ วิย ธมฺมเสนาปติ. ตสฺมึ มหาขนฺเธ ภินฺเน ตโต ปฏฺฐาย อนุปุพฺเพน วฑฺฒิตฺวา ปุปฺผผลาทีหิ ตํ ฐานํ ปูเรตุํ สมตฺถสฺส อญฺญสฺส ขนฺธสฺส อภาโว วิย เถเร ปรินิพฺพุเต โสฬสนฺนํ ปญฺญานํ มตฺถกํ ปตฺตสฺส อญฺญสฺส ทกฺขิณาสเน นิสีทนสมตฺถสฺส สาริปุตฺตสทิสสฺส ภิกฺขุโน อภาโว. ตาย ปริภินฺนาย โส รุกฺโข วิย ภิกฺขุสงฺโฆ ขนฺโธเตฺวว ชาโตติ เวทิตพฺโพ. ตสฺมาติ ยสฺมา สพฺพํ สงฺขตํ ปโลกธมฺมํ, ตํ มา ปลุชฺชีติ น สกฺกา ลทฺธุํ, ตสฺมา.
๔-๕. อุกฺกเจลสุตฺตาทิวณฺณนา
๓๘๐-๓๘๑. จตุตฺเถ อจิรปรินิพฺพุเตสุ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาเนสูติ นจิรปรินิพฺพุเตสุ ทฺวีสุ อคฺคสาวเกสุ. เตสญฺหิ ธมฺมเสนาปติ กตฺติกมาสปุณฺณมาย ปรินิพฺพุโต, มหาโมคฺคลฺลาโน ตโต อฑฺฒมาสํ อติกฺกมฺม อมาวสุโปสเถ. สตฺถา ทฺวีสุ อคฺคสาวเกสุ ปรินิพฺพุเตสุ มหาภิกฺขุสงฺฆปริวาโร มหามณฺฑเล จาริกํ จรมาโน อนุปุพฺเพน อุกฺกเจลนครํ ปตฺวา ตตฺถ ปิณฺฑาย จริตฺวา คงฺคาปิฏฺเฐ รชตปฏฺฏวณฺณวาลิกาปุลิเน วิหาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อจิรปรินิพฺพุเตสุ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาเนสู’’ติ. เย มหนฺตตรา ขนฺธา เต ปลุชฺเชยฺยุนฺติ อิธาปิ โยชนสตุพฺเพโธ มหาชมฺพุรุกฺโข วิย ภิกฺขุสงฺโฆ, ตสฺส ทกฺขิณโต จ อุตฺตรโต จ คตา ปณฺณาสโยชนิกา เทฺว มหาขนฺธา วิย เทฺว อคฺคสาวกาติ. เสสํ ปุริมนเยเนว โยเชตพฺพํ. ปญฺจเม ทิฏฺฐีติ กมฺมสฺสกทิฏฺฐิ.
๖. อุตฺติยสุตฺตวณฺณนา
๓๘๒. ฉฏฺเฐ มจฺจุเธยฺยสฺส ปารนฺติ เตภูมกวฏฺฏสฺส ปารภูตํ, นิพฺพานํ.
๘. พฺรหฺมสุตฺตวณฺณนา
๓๘๔. อฏฺฐเม กาเย วา ภิกฺขูติ ตสฺมึ กาเล ภิกฺขุเยว นตฺถิ, เอวํ สนฺเตปิ โย สติปฏฺฐาเน ภาเวติ, โส กิเลสภินฺทเนน ภิกฺขุเยวาติ ทสฺเสนฺโต เอวมาห. เอกายนนฺติ เอกมคฺคํ. ชาติกฺขยนฺตทสฺสีติ ชาติยา ขโยติ จ อนฺโตติ จ นิพฺพานํ, ตํ ปสฺสตีติ อตฺโถ. มคฺคํ ปชานาตีติ เอกายนสงฺขาตํ เอกมคฺคภูตํ มคฺคํ ปชานาติ. เอกายนมคฺโค วุจฺจติ ปุพฺพภาคสติปฏฺฐานมคฺโค, ตํ ปชานาตีติ อตฺโถ.
๙. เสทกสุตฺตวณฺณนา
๓๘๕. นวเม สุมฺเภสูติ เอวํนามเก ชนปเท. เมทกถาลิกาติ เอวํ อิตฺถิลิงฺควเสน ลทฺธนามํ. มมํ รกฺข, อหํ ตํ รกฺขิสฺสามีติ เอตฺถ อยํ ตสฺส ลทฺธิ – อาจริโย อุกฺขิตฺตวํสํ สุคฺคหิตํ อคณฺหนฺโต, อนฺเตวาสิเกน ปกฺขนฺตปกฺขนฺตทิสํ อคจฺฉนฺโต, สพฺพกาลญฺจ วํสคฺคํ อนุลฺโลเกนฺโต อนฺเตวาสิกํ น รกฺขติ นาม, เอวํ อรกฺขิโต อนฺเตวาสิโก ปติตฺวา จุณฺณวิจุณฺณํ โหติ. วํสํ ปน สุคฺคหิตํ คณฺหนฺโต, เตน ปกฺขนฺตปกฺขนฺตทิสํ คจฺฉนฺโต, สพฺพกาลญฺจ วํสคฺคํ อุลฺโลเกนฺโต ตํ รกฺขติ นาม. อนฺเตวาสิโกปิ อิโต จิโต จ ปกฺขนฺทิตฺวา มิโค วิย กีฬนฺโต อาจริยํ น รกฺขติ นาม. เอวญฺหิ สติ ติขิณวํสโกฏิ อาจริยสฺส คลวาฏเก วา นลาเฏ วา ฐปิตา ฐิตฏฺฐานํ ภินฺทิตฺวา คจฺเฉยฺย. อาจารสมฺปนฺนตาย ปน ยโต วํโส นมติ, ตโต อนาเมนฺโต ตํ อากฑฺเฒนฺโต วิย เอกโตภาคิยํ กตฺวา วาตูปถมฺภํ คาหาเปตฺวา สตึ สูปฏฺฐิตํ กตฺวา นิจฺจโลว นิสีทนฺโต อาจริยํ รกฺขติ นามาติ.
ตฺวํ อาจริย อตฺตานํ รกฺข, อหํ อตฺตานํ รกฺขิสฺสามีติ เอตฺถ อยมธิปฺปาโย – อาจริโย วํสํ สุคฺคหิตํ คณฺหนฺโต, อนฺเตวาสิเกน ปกฺขนฺตปกฺขนฺตทิสํคจฺฉนฺโต, สพฺพกาลญฺจ วํสคฺคํ อุลฺโลเกนฺโต, อตฺตานเมว รกฺขติ, น อนฺเตวาสิกํ. อนฺเตวาสิโกปิ กายมฺปิ เอกโตภาคิยํ กตฺวา วาตูปถมฺภํ คาหาเปตฺวา สตึ สูปฏฺฐิตํ กตฺวา นิจฺจโลว นิสีทมาโน อตฺตานํเยว รกฺขติ นาม, น อาจริยํ.
โส ตตฺถ ญาโยติ ยํ เมทกถาลิกา อาห. โส ตตฺถ ญาโย, โส อุปาโย, ตํ การณนฺติ อตฺโถ. สติปฏฺฐานํ เสวิตพฺพนฺติ จตุพฺพิธํ สติปฏฺฐานํ เสวิตพฺพํ. อาเสวนายาติ กมฺมฏฺฐานาเสวนาย. เอวํ โข, ภิกฺขเว, อตฺตานํ รกฺขนฺโต ปรํ รกฺขตีติ โย ภิกฺขุ กมฺมารามตาทีนิ ปหาย รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐาเนสุ มูลกมฺมฏฺฐานํ อาเสวนฺโต ภาเวนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อถ นํ ปโร ทิสฺวา – ‘‘ภทฺทโก วตายํ, ภิกฺขุ, สมฺมาปฏิปนฺโน’’ติ ตสฺมึ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สคฺคปรายโณ โหติ. อยํ อตฺตานํ รกฺขนฺโต ปรํ รกฺขติ นาม.
ขนฺติยาติ อธิวาสนขนฺติยา. อวิหึสายาติ สปุพฺพภาคาย กรุณาย. เมตฺตจิตฺตตายาติ สปุพฺพภาคาย เมตฺตาย. อนุทยตายาติ อนุวฑฺฒิยา, สปุพฺพภาคาย มุทิตายาติ อตฺโถ. ปรํ รกฺขนฺโต อตฺตานํ รกฺขตีติ เอตฺถ โย ภิกฺขุ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานํ คโต ตีสุ พฺรหฺมวิหาเรสุ ติกจตุกฺกชฺฌานานิ นิพฺพตฺเตตฺวา ฌานํ ปาทกํ กตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺโต วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ. อยํ ปรํ รกฺขนฺโต อตฺตานํ รกฺขติ นามาติ เวทิตพฺโพ.
๑๐. ชนปทกลฺยาณีสุตฺตวณฺณนา
๓๘๖. ทสเม ชนปทกลฺยาณีติ ชนปทมฺหิ กลฺยาณี อุตฺตมา ฉสรีรโทสรหิตา ปญฺจกลฺยาณสมนฺนาคตา. สา หิ ยสฺมา นาติทีฆา นาติรสฺสา, นาติกิสา นาติถูลา, นาติกาฬา นาจฺโจทาตา, อติกฺกนฺตา, มานุสวณฺณํ อปฺปตฺตา ทิพฺพวณฺณํ, ตสฺมา ฉสรีรโทสรหิตา. ฉวิกลฺยาณํ, มํสกลฺยาณํ, นฺหารุกลฺยาณํ, อฏฺฐิกลฺยาณํ, วยกลฺยาณนฺติ อิเมหิ ปน กลฺยาเณหิ สมนฺนาคตตฺตา ปญฺจกลฺยาเณหิ สมนฺนาคตา นาม. ตสฺสา หิ อาคนฺตุโกภาสกิจฺจํ นตฺถิ, อตฺตโน สรีโรภาเสเนว ทฺวาทสหตฺถฏฺฐาเน อาโลกํ กโรติ, ปิยงฺคุสามา วา โหติ, สุวณฺณสามา วา, อยมสฺสา ฉวิกลฺยาณตา. จตฺตาโร ปนสฺสา หตฺถปาทา มุขปริโยสานญฺจ ลาขารสปริกมฺมกตํ วิย รตฺตปวาฬรตฺตกมฺพลสทิสํ โหติ, อยมสฺสา มํสกลฺยาณตา. วีสติ ปน นขปตฺตานิ มํสโต อมุตฺตฏฺฐาเน ลาขารสปูริตานิ วิย, มุตฺตฏฺฐาเน ขีรธาราสทิสานิ, โหนฺติ อยมสฺสา นฺหารุกลฺยาณกตา. ทฺวตฺตึส ทนฺตา สุผุสิตา สุโธตวชิรปนฺติ วิย ขายนฺติ, อยมสฺสา อฏฺฐิกลฺยาณตา. วีสติวสฺสสติกาปิ ปน สมานา โสฬสวสฺสุทฺเทสิกา วิย โหติ นิปฺปลิตา, อยมสฺสา วยกลฺยาณตา.
ปรมปาสาวินีติ เอตฺถ ปสวนํ ปสาโว, ปวตฺตีติ อตฺโถ. ปสาโว เอว ปาสาโว. ปรโม ปาสาโว ปรมปาสาโว, โส อสฺสา อตฺถีติ ปรมปาสาวินี. นจฺเจ จ คีเต จ อุตฺตมปวตฺติ เสฏฺฐกิริยา, อุตฺตมเมว นจฺจํ นจฺจติ, คีตํ วา คายตีติ วุตฺตํ โหติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมว. อิเมสุ ปน ทฺวีสุ สุตฺเตสุ ปุพฺพภาควิปสฺสนาว กถิตาติ.
นาลนฺทวคฺโค ทุติโย.