๑. สพฺพสุตฺตวณฺณนา

๒๓. สพฺพวคฺคสฺส ปฐเม สพฺพํ โว, ภิกฺขเวติ สพฺพํ นาม จตุพฺพิธํ – สพฺพสพฺพํ, อายตนสพฺพํ, สกฺกายสพฺพํ, ปเทสสพฺพนฺติ. ตตฺถ –

‘‘น ตสฺส อทฺทิฏฺฐมิธอตฺถิ กิญฺจิ,

อโถ อวิญฺญาตมชานิตพฺพํ;

สพฺพํ อภิญฺญาสิ ยทตฺถิ เนยฺยํ,

ตถาคโต เตน สมนฺตจกฺขู’’ติ. (มหานิ. ๑๕๖; จูฬนิ. โธตกมาณวปุจฺฉานิทฺเทโส ๓๒; ปฏิ. ม. ๑.๑๒๑) –

อิทํ สพฺพสพฺพํ นาม. ‘‘สพฺพํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามิ, ตํ สุณาถา’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๔) อิทํ อายตนสพฺพํ นาม. ‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยายํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑) อิทํ สกฺกายสพฺพํ นาม. ‘‘สพฺพธมฺเมสุ วา ปน ปฐมสมนฺนาหาโร อุปฺปชฺชติ จิตฺตํ มโน มานสํ…เป… ตชฺชามโนธาตู’’ติ อิทํ ปเทสสพฺพํ นาม. อิติ ปญฺจารมฺมณมตฺตํ ปเทสสพฺพํ. เตภูมกธมฺมา สกฺกายสพฺพํ. จตุภูมกธมฺมา อายตนสพฺพํ. ยํกิญฺจิ เนยฺยํ สพฺพสพฺพํ. ปเทสสพฺพํ สกฺกายสพฺพํ น ปาปุณาติ, สกฺกายสพฺพํ อายตนสพฺพํ น ปาปุณาติ, อายตนสพฺพํ สพฺพสพฺพํ น ปาปุณาติ. กสฺมา? สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส อยํ นาม ธมฺโม อารมฺมณํ น โหตีติ นตฺถิตาย. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต อายตนสพฺพํ อธิปฺเปตํ.

ปจฺจกฺขายาติ ปฏิกฺขิปิตฺวา. วาจาวตฺถุกเมวสฺสาติ, วาจาย วตฺตพฺพวตฺถุมตฺตกเมว ภเวยฺย. อิมานิ ปน ทฺวาทสายตนานิ อติกฺกมิตฺวา อยํ นาม อญฺโญ สภาวธมฺโม อตฺถีติ ทสฺเสตุํ น สกฺกุเณยฺย. ปุฏฺโฐ จ น สมฺปาเยยฺยาติ, ‘‘กตมํ อญฺญํ สพฺพํ นามา’’ติ? ปุจฺฉิโต, ‘‘อิทํ นามา’’ติ วจเนน สมฺปาเทตุํ น สกฺกุเณยฺย. วิฆาตํ อาปชฺเชยฺยาติ ทุกฺขํ อาปชฺเชยฺย. ยถา ตํ, ภิกฺขเว, อวิสยสฺมินฺติ เอตฺถ ตนฺติ นิปาตมตฺตํ. ยถาติ การณวจนํ, ยสฺมา อวิสเย ปุฏฺโฐติ อตฺโถ. อวิสยสฺมิญฺหิ สตฺตานํ วิฆาโตว โหติ, กูฏาคารมตฺตํ สิลํ สีเสน อุกฺขิปิตฺวา คมฺภีเร อุทเก ตรณํ อวิสโย, ตถา จนฺทิมสูริยานํ อากฑฺฒิตฺวา ปาตนํ, ตสฺมึ อวิสเย วายมนฺโต วิฆาตเมว อาปชฺชติ, เอวํ อิมสฺมิมฺปิ อวิสเย วิฆาตเมว อาปชฺเชยฺยาติ อธิปฺปาโย.