๓. สพฺพวคฺโค
๑. สพฺพสุตฺตวณฺณนา
๒๓. สพฺพวคฺคสฺส ปฐเม สพฺพํ โว, ภิกฺขเวติ สพฺพํ นาม จตุพฺพิธํ – สพฺพสพฺพํ, อายตนสพฺพํ, สกฺกายสพฺพํ, ปเทสสพฺพนฺติ. ตตฺถ –
‘‘น ตสฺส อทฺทิฏฺฐมิธอตฺถิ กิญฺจิ,
อโถ อวิญฺญาตมชานิตพฺพํ;
สพฺพํ อภิญฺญาสิ ยทตฺถิ เนยฺยํ,
ตถาคโต เตน สมนฺตจกฺขู’’ติ. (มหานิ. ๑๕๖; จูฬนิ. โธตกมาณวปุจฺฉานิทฺเทโส ๓๒; ปฏิ. ม. ๑.๑๒๑) –
อิทํ สพฺพสพฺพํ นาม. ‘‘สพฺพํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามิ, ตํ สุณาถา’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๔) อิทํ อายตนสพฺพํ นาม. ‘‘สพฺพธมฺมมูลปริยายํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามี’’ติ (ม. นิ. ๑.๑) อิทํ สกฺกายสพฺพํ นาม. ‘‘สพฺพธมฺเมสุ วา ปน ปฐมสมนฺนาหาโร อุปฺปชฺชติ จิตฺตํ มโน มานสํ…เป… ตชฺชามโนธาตู’’ติ อิทํ ปเทสสพฺพํ นาม. อิติ ปญฺจารมฺมณมตฺตํ ปเทสสพฺพํ. เตภูมกธมฺมา สกฺกายสพฺพํ. จตุภูมกธมฺมา อายตนสพฺพํ. ยํกิญฺจิ เนยฺยํ สพฺพสพฺพํ. ปเทสสพฺพํ สกฺกายสพฺพํ น ปาปุณาติ, สกฺกายสพฺพํ อายตนสพฺพํ น ปาปุณาติ, อายตนสพฺพํ สพฺพสพฺพํ น ปาปุณาติ. กสฺมา? สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส อยํ นาม ธมฺโม อารมฺมณํ น โหตีติ นตฺถิตาย. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต อายตนสพฺพํ อธิปฺเปตํ.
ปจฺจกฺขายาติ ปฏิกฺขิปิตฺวา. วาจาวตฺถุกเมวสฺสาติ, วาจาย วตฺตพฺพวตฺถุมตฺตกเมว ภเวยฺย. อิมานิ ปน ทฺวาทสายตนานิ อติกฺกมิตฺวา อยํ นาม อญฺโญ สภาวธมฺโม อตฺถีติ ทสฺเสตุํ น สกฺกุเณยฺย. ปุฏฺโฐ จ น สมฺปาเยยฺยาติ, ‘‘กตมํ อญฺญํ สพฺพํ นามา’’ติ? ปุจฺฉิโต, ‘‘อิทํ นามา’’ติ วจเนน สมฺปาเทตุํ น สกฺกุเณยฺย. วิฆาตํ อาปชฺเชยฺยาติ ทุกฺขํ อาปชฺเชยฺย. ยถา ตํ, ภิกฺขเว, อวิสยสฺมินฺติ เอตฺถ ตนฺติ นิปาตมตฺตํ. ยถาติ การณวจนํ, ยสฺมา อวิสเย ปุฏฺโฐติ อตฺโถ. อวิสยสฺมิญฺหิ สตฺตานํ วิฆาโตว โหติ, กูฏาคารมตฺตํ สิลํ สีเสน อุกฺขิปิตฺวา คมฺภีเร อุทเก ตรณํ อวิสโย, ตถา จนฺทิมสูริยานํ อากฑฺฒิตฺวา ปาตนํ, ตสฺมึ อวิสเย วายมนฺโต วิฆาตเมว อาปชฺชติ, เอวํ อิมสฺมิมฺปิ อวิสเย วิฆาตเมว อาปชฺเชยฺยาติ อธิปฺปาโย.
๒. ปหานสุตฺตวณฺณนา
๒๔. ทุติเย สพฺพปฺปหานายาติ สพฺพสฺส ปหานาย. จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตนฺติ จกฺขุสมฺผสฺสํ มูลปจฺจยํ กตฺวา อุปฺปนฺนา สมฺปฏิจฺฉนสนฺตีรณโวฏฺฐพฺพนชวนเวทนา. จกฺขุวิญฺญาณสมฺปยุตฺตาย ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. โสตทฺวาราทิเวทนาปจฺจยาทีสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ ปน มโนติ ภวงฺคจิตฺตํ. ธมฺมาติ อารมฺมณํ. มโนวิญฺญาณนฺติ สหาวชฺชนกชวนํ. มโนสมฺผสฺโสติ ภวงฺคสหชาโต สมฺผสฺโส. เวทยิตนฺติ สหาวชฺชนเวทนาย ชวนเวทนา. ภวงฺคสมฺปยุตฺตาย ปน วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. อาวชฺชนํ ภวงฺคโต อโมเจตฺวา มโนติ สหาวชฺชเนน ภวงฺคํ ทฏฺฐพฺพํ. ธมฺมาติ อารมฺมณํ. มโนวิญฺญาณนฺติ ชวนวิญฺญาณํ. มโนสมฺผสฺโสติ ภวงฺคสหชาโต สมฺผสฺโส. เวทยิตนฺติ ชวนสหชาตา เวทนา. สหาวชฺชเนน ภวงฺคสหชาตาปิ วฏฺฏติเยว. ยา ปเนตฺถ เทสนา อนุสิฏฺฐิอาณา, อยํ ปณฺณตฺติ นามาติ.
๓. อภิญฺญาปริญฺญาปหานสุตฺตวณฺณนา
๒๕. ตติเย สพฺพํ อภิญฺญา ปริญฺญา ปหานายาติ สพฺพํ อภิชานิตฺวา ปริชานิตฺวา ปชหนตฺถาย. อภิญฺญา ปริญฺญา ปหาตพฺพนฺติ อภิชานิตฺวา ปริชานิตฺวา ปหาตพฺพํ. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
๔. ปฐมอปริชานนสุตฺตวณฺณนา
๒๖. จตุตฺเถ อนภิชานํ อปริชานํ อวิราชยํ อปฺปชหนฺติ อนภิชานนฺโต อปริชานนฺโต อวิราเชนฺโต อปฺปชหนฺโต. เอตฺถ จ อวิราเชนฺโตติ อวิคจฺฉาเปนฺโต. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต ติสฺโสปิ ปริญฺญา กถิตา โหนฺติ. ‘‘อภิชาน’’นฺติ หิ วจเนน ญาตปริญฺญา กถิตา, ‘‘ปริชาน’’นฺติ วจเนน ตีรณปริญฺญา, ‘‘วิราชยํ ปชห’’นฺติ ทฺวีหิ ปหานปริญฺญาติ.
๕. ทุติยอปริชานนสุตฺตวณฺณนา
๒๗. ปญฺจเม จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺพา ธมฺมาติ เหฏฺฐา คหิตรูปเมว คเหตฺวา ทสฺเสติ. เหฏฺฐา วา อาปาถคตํ คหิตํ, อิธ อนาปาถคตํ. อิทํ ปเนตฺถ สนฺนิฏฺฐานํ – เหฏฺฐา อาปาถคตมฺปิ อนาปาถคตมฺปิ คหิตเมว, อิธ ปน จกฺขุวิญฺญาณสมฺปยุตฺตา ตโย ขนฺธา. เต หิ จกฺขุวิญฺญาเณน สห วิญฺญาตพฺพตฺตา ‘‘จกฺขุวิญฺญาณวิญฺญาตพฺพา’’ติ วุตฺตา. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.
๖. อาทิตฺตสุตฺตวณฺณนา
๒๘. ฉฏฺเฐ คยาสีเสติ คยาคามสฺส หิ อวิทูเร คยาติ เอกา โปกฺขรณีปิ อตฺถิ นทีปิ, คยาสีสนามโก หตฺถิกุมฺภสทิโส ปิฏฺฐิปาสาโณปิ, ยตฺถ ภิกฺขุสหสฺสสฺสปิ โอกาโส ปโหติ, ภควา ตตฺถ วิหรติ. เตน วุตฺตํ ‘‘คยาสีเส’’ติ. ภิกฺขู อามนฺเตสีติ เตสํ สปฺปายธมฺมเทสนํ วิจินิตฺวา ตํ เทเสสฺสามีติ อามนฺเตสิ.
ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – อิโต กิร ทฺวานวุติกปฺเป มหินฺโท นาม ราชา อโหสิ. ตสฺส เชฏฺฐปุตฺโต ผุสฺโส นาม. โส ปูริตปารมี ปจฺฉิมภวิกสตฺโต, ปริปากคเต ญาเณ โพธิมณฺฑํ อารุยฺห สพฺพญฺญุตํ ปฏิวิชฺฌิ. รญฺโญ กนิฏฺฐปุตฺโต ตสฺส อคฺคสาวโก อโหสิ, ปุโรหิตปุตฺโต ทุติยสาวโก. ราชา จินฺเตสิ – ‘‘มยฺหํ เชฏฺฐปุตฺโต นิกฺขมิตฺวา พุทฺโธ ชาโต, กนิฏฺฐปุตฺโต อคฺคสาวโก, ปุโรหิตปุตฺโต ทุติยสาวโก’’ติ. โส ‘‘อมฺหากํเยว พุทฺโธ, อมฺหากํ ธมฺโม, อมฺหากํ สงฺโฆ’’ติ วิหารํ กาเรตฺวา วิหารทฺวารโกฏฺฐกโต ยาว อตฺตโน ฆรทฺวารา อุภโต เวฬุภิตฺติกุฏิกาหิ ปริกฺขิปิตฺวา มตฺถเก สุวณฺณตารกขจิตสโมสริตคนฺธทามมาลาทามวิตานํ พนฺธาเปตฺวา เหฏฺฐา รชตวณฺณํ วาลุกํ สนฺถริตฺวา ปุปฺผานิ วิกิราเปตฺวา เตน มคฺเคน ภควโต อาคมนํ กาเรสิ.
สตฺถา วิหารสฺมึเยว ฐิโต จีวรํ ปารุปิตฺวา อนฺโตสาณิยาว สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน ราชเคหํ อาคจฺฉติ, กตภตฺตกิจฺโจ อนฺโตสาณิยาว คจฺฉติ. โกจิ กฏจฺฉุภิกฺขามตฺตมฺปิ ทาตุํ น ลภติ. ตโต นาครา อุชฺฌายึสุ, ‘‘พุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน, น จ มยํ ปุญฺญานิ กาตุํ ลภาม. ยถา หิ จนฺทิมสูริยา สพฺเพสํ อาโลกํ กโรนฺติ, เอวํ พุทฺธา นาม สพฺเพสํ หิตตฺถาย อุปฺปชฺชนฺติ, อยํ ปน ราชา สพฺเพสํ ปุญฺญเจตนํ อตฺตโนเยว อนฺโต ปเวเสตี’’ติ.
ตสฺส จ รญฺโญ อญฺเญ ตโย ปุตฺตา อตฺถิ. นาครา เตหิ สทฺธึ เอกโต หุตฺวา สมฺมนฺตยึสุ, ‘‘ราชกุเลหิ สทฺธึ อฏฺโฏ นาม นตฺถิ, เอกํ อุปายํ กโรมา’’ติ. เต ปจฺจนฺเต โจเร อุฏฺฐาเปตฺวา, ‘‘กติปยา คามา ปหฏา’’ติ สาสนํ อาหราเปตฺวา รญฺโญ อาโรจยึสุ. ราชา ปุตฺเต ปกฺโกสาเปตฺวา‘‘ตาตา, อหํ มหลฺลโก, คจฺฉถ โจเร วูปสเมถา’’ติ เปเสสิ. ปยุตฺตโจรา อิโต จิโต จ อวิปฺปกิริตฺวา เตสํ สนฺติกเมว อาคจฺฉึสุ. เต อนาวาเส คาเม วาเสตฺวา ‘‘วูปสมิตา โจรา’’ติ อาคนฺตฺวา ราชานํ วนฺทิตฺวา อฏฺฐํสุ.
ราชา ตุฏฺโฐ ‘‘ตาตา, วรํ โว เทมี’’ติ อาห. เต อธิวาเสตฺวา คนฺตฺวา นาคเรหิ สทฺธึ มนฺตยึสุ, ‘‘รญฺญา อมฺหากํ วโร ทินฺโน. กึ คณฺหามา’’ติ? อยฺยปุตฺตา, ตุมฺหากํ หตฺถิอสฺสาทโย น ทุลฺลภา, พุทฺธรตนํ ปน ทุลฺลภํ, น สพฺพกาลํ อุปฺปชฺชติ, ตุมฺหากํ เชฏฺฐภาติกสฺส ผุสฺสพุทฺธสฺส ปฏิชคฺคนวรํ คณฺหถาติ. เต ‘‘เอวํ กริสฺสามา’’ติ นาครานํ ปฏิสฺสุณิตฺวา กตมสฺสุกมฺมา สุนฺหาตา สุวิลิตฺตา รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘เทว, โน วรํ เทถา’’ติ ยาจึสุ. กึ คณฺหิสฺสถ ตาตาติ? เทว, อมฺหากํ หตฺถิอสฺสาทีหิ อตฺโถ นตฺถิ, เชฏฺฐภาติกสฺส โน ผุสฺสพุทฺธสฺส ปฏิชคฺคนวรํ เทถาติ. ‘‘อยํ วโร น สกฺกา มยา ชีวมาเนน ทาตุ’’นฺติ เทฺว กณฺเณ ปิทหิ. ‘‘เทว, น ตุเมฺห อเมฺหหิ พลกฺกาเรน วรํ ทาปิตา, ตุเมฺหหิ อตฺตโน รุจิยา ตุฏฺเฐหิ ทินฺโน. กึ, เทว, ราชกุลสฺส เทฺว กถา วฏฺฏนฺตี’’ติ? สจฺจวาทิตาย ภณึสุ.
ราชา วินิวตฺติตุํ อลภนฺโต – ‘‘ตาตา, สตฺต สํวจฺฉเร สตฺต มาเส สตฺต จ ทิวเส อุปฏฺฐหิตฺวา ตุมฺหากํ ทสฺสามี’’ติ อาห. ‘‘สุนฺทรํ, เทว, ปาฏิโภคํ เทถา’’ติ. ‘‘กิสฺส ปาฏิโภคํ ตาตา’’ติ? ‘‘เอตฺตกํ กาลํ อมรณปาฏิโภคํ เทวา’’ติ. ‘‘ตาตา, อยุตฺตํ ปาฏิโภคํ ทาเปถ, น สกฺกา เอวํ ปาฏิโภคํ ทาตุํ, ติณคฺเค อุสฺสาวพินฺทุสทิสํ สตฺตานํ ชีวิต’’นฺติ. ‘‘โน เจ, เทว, ปาฏิโภคํ เทถ, มยํ อนฺตรา มตา กึ กุสลํ กริสฺสามา’’ติ? ‘‘เตน หิ, ตาตา, ฉ สํวจฺฉรานิ เทถา’’ติ. ‘‘น สกฺกา, เทวา’’ติ. ‘‘เตน หิ ปญฺจ, จตฺตาริ, ตีณิ, เทฺว, เอกํ สํวจฺฉรํ เทถ’’. ‘‘สตฺต, ฉ มาเส เทถ…เป… มาสฑฺฒมตฺตํ เทถา’’ติ. ‘‘น สกฺกา, เทวา’’ติ. ‘‘เตน หิ สตฺตทิวสมตฺตํ เทถา’’ติ. ‘‘สาธุ, เทวาติ สตฺต ทิวเส สมฺปฏิจฺฉึสุ’’. ราชา สตฺต สํวจฺฉเร สตฺต มาเส สตฺต ทิวเส กตฺตพฺพสกฺการํ สตฺตสุเยว ทิวเสสุ อกาสิ.
ตโต ปุตฺตานํ วสนฏฺฐานํ สตฺถารํ เปเสตุํ อฏฺฐอุสภวิตฺถตํ มคฺคํ อลงฺการาเปสิ, มชฺฌฏฺฐาเน จตุอุสภปฺปมาณํ ปเทสํ หตฺถีหิ มทฺทาเปตฺวา กสิณมณฺฑลสทิสํ กตฺวา วาลุกาย สนฺถราเปตฺวา ปุปฺผาภิกิณฺณมกาสิ, ตตฺถ ตตฺถ กทลิโย จ ปุณฺณฆเฏ จ ฐปาเปตฺวา ธชปฏากา อุกฺขิปาเปสิ. อุสเภ อุสเภ โปกฺขรณึ ขณาเปสิ, อปรภาเค ทฺวีสุ ปสฺเสสุ คนฺธมาลาปุปฺผาปเณ ปสาราเปสิ. มชฺฌฏฺฐาเน จตุอุสภวิตฺถารสฺส อลงฺกตมคฺคสฺส อุโภสุ ปสฺเสสุ เทฺว เทฺว อุสภวิตฺถาเร มคฺเค ขาณุกณฺฏเก หราเปตฺวา ทณฺฑทีปิกาโย การาเปสิ. ราชปุตฺตาปิ อตฺตโน อาณาปวตฺติฏฺฐาเน โสฬสอุสภมคฺคํ ตเถว อลงฺการาเปสุํ.
ราชา อตฺตโน อาณาปวตฺติฏฺฐานสฺส เกทารสีมํ คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ปริเทวมาโน, ‘‘ตาตา, มยฺหํ ทกฺขิณกฺขึ อุปฺปาเฏตฺวา คณฺหนฺตา วิย คจฺฉถ, เอวํ คณฺหิตฺวา คตา ปน พุทฺธานํ อนุจฺฉวิกํ กเรยฺยาถ. มา สุราโสณฺฑา วิย ปมตฺตา วิจริตฺถา’’ติ อาห. เต ‘‘ชานิสฺสาม มยํ, เทวา’’ติ สตฺถารํ คเหตฺวา คตา, วิหารํ กาเรตฺวา สตฺถุ นิยฺยาเตตฺวา ตตฺถ สตฺถารํ ปฏิชคฺคนฺตา กาเลน เถราสเน, กาเลน มชฺฌิมาสเน, กาเลน สงฺฆนวกาสเน ติฏฺฐนฺติ. ทานํ อุปปริกฺขมานานํ ติณฺณมฺปิ ชนานํ เอกสทิสเมว อโหสิ. เต อุปกฏฺฐาย วสฺสูปนายิกาย จินฺตยึสุ – ‘‘กถํ นุ โข สตฺถุ อชฺฌาสยํ คเณฺหยฺยามา’’ติ? อถ เนสํ เอตทโหสิ – ‘‘พุทฺธา นาม ธมฺมครุโน, น อามิสครุโน, สีเล ปติฏฺฐมานา มยํ สตฺถุ อชฺฌาสยํ คเหตุํ สกฺขิสฺสามา’’ติ ทานสํวิธายเก มนุสฺเส ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘ตาตา, อิมินาว นีหาเรน ยาคุภตฺตขาทนียาทีนิ สมฺปาเทนฺตา ทานํ ปวตฺเตถา’’ติ วตฺวา ทานสํวิทหนปลิโพธํ ฉินฺทึสุ.
อถ เนสํ เชฏฺฐภาตา ปญฺจสเต ปุริเส อาทาย ทสสุ สีเลสุ ปติฏฺฐาย เทฺว กาสายานิ อจฺฉาเทตฺวา กปฺปิยํ อุทกํ ปริภุญฺชมาโน วาสํ กปฺเปสิ. มชฺฌิโม ตีหิ, กนิฏฺโฐ ทฺวีหิ ปุริสสเตหิ สทฺธึ ตเถว ปฏิปชฺชิ. เต ยาวชีวํ สตฺถารํ อุปฏฺฐหึสุ. สตฺถา เตสํเยว สนฺติเก ปรินิพฺพายิ.
เตปิ กาลํ กตฺวา ตโต ปฏฺฐาย ทฺวานวุติกปฺเป มนุสฺสโลกโต เทวโลกํ, เทวโลกโต จ มนุสฺสโลกํ สํสรนฺตา อมฺหากํ สตฺถุกาเล เทวโลกา จวิตฺวา มนุสฺสโลเก นิพฺพตฺตึสุ. เตสํ ทานคฺเค พฺยาวโฏ มหาอมจฺโจ องฺคมคธานํ ราชา พิมฺพิสาโร หุตฺวา นิพฺพตฺติ. เต ตสฺเสว รญฺโญ รฏฺเฐ พฺราหฺมณมหาสาลกุเล นิพฺพตฺตึสุ. เชฏฺฐภาตา เชฏฺโฐว ชาโต, มชฺฌิมกนิฏฺฐา มชฺฌิมกนิฏฺฐาเยว. เยปิ เตสํ ปริวารมนุสฺสา, เต ปริวารมนุสฺสาว ชาตา. เต วุทฺธิมนฺวาย ตโยปิ ชนา ตํ ปุริสสหสฺสํ อาทาย นิกฺขมิตฺวา ตาปสา หุตฺวา อุรุเวลายํ นทีตีเรเยว วสึสุ. องฺคมคธวาสิโน มาเส มาเส เตสํ มหาสกฺการํ อภิหรนฺติ.
อถ อมฺหากํ โพธิสตฺโต กตาภินิกฺขมโน อนุปุพฺเพน สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก ยสาทโย กุลปุตฺเต วิเนตฺวา สฏฺฐิ อรหนฺเต ธมฺมเทสนตฺถาย ทิสาสุ อุยฺโยเชตฺวา สยํ ปตฺตจีวรมาทาย – ‘‘เต ตโย ชฏิลภาติเก ทเมสฺสามี’’ติ อุรุเวลํ คนฺตฺวา อเนเกหิ ปาฏิหาริยสเตหิ เตสํ ทิฏฺฐึ ภินฺทิตฺวา เต ปพฺพาเชสิ. โส ตํ อิทฺธิมยปตฺตจีวรธรํ สมณสหสฺสํ อาทาย คยาสีสํ คนฺตฺวา เตหิ ปริวาริโต นิสีทิตฺวา, – ‘‘กตรา นุ โข เอเตสํ ธมฺมกถา สปฺปายา’’ติ จินฺเตนฺโต, ‘‘อิเม สายํปาตํ อคฺคึ ปริจรนฺติ. อิเมสํ ทฺวาทสายตนานิ อาทิตฺตานิ สมฺปชฺชลิตานิ วิย กตฺวา เทเสสฺสามิ, เอวํ อิเม อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ สกฺขิสฺสนฺตี’’ติ สนฺนิฏฺฐานมกาสิ. อถ เนสํ ตถา ธมฺมํ เทเสตุํ อิมํ อาทิตฺตปริยายํ อภาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ภิกฺขู อามนฺเตสีติ เตสํ สปฺปายธมฺมเทสนํ วิจินิตฺวา ตํ เทเสสฺสามีติ อามนฺเตสี’’ติ. ตตฺถ อาทิตฺตนฺติ ปทิตฺตํ สมฺปชฺชลิตํ. เสสํ วุตฺตนยเมว. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต ทุกฺขลกฺขณํ กถิตํ.
๗. อทฺธภูตสุตฺตวณฺณนา
๒๙. สตฺตเม อทฺธภูตนฺติ อธิภูตํ อชฺโฌตฺถฏํ, อุปทฺทุตนฺติ อตฺโถ. อิมสฺมิมฺปิ สุตฺเต ทุกฺขลกฺขณเมว กถิตํ.
๘. สมุคฺฆาตสารุปฺปสุตฺตวณฺณนา
๓๐. อฏฺฐเม สพฺพมญฺญิตสมุคฺฆาตสารุปฺปนฺติ สพฺเพสํ ตณฺหามานทิฏฺฐิมญฺญิตานํ สมุคฺฆาตาย อนุจฺฉวิกํ. อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. จกฺขุํ น มญฺญตีติ จกฺขุํ อหนฺติ วา มมนฺติ วา ปโรติ วา ปรสฺสาติ วา น มญฺญติ. จกฺขุสฺมึ น มญฺญตีติ อหํ จกฺขุสฺมึ, มม กิญฺจนปลิโพโธ จกฺขุสฺมึ ปโร จกฺขุสฺมึ, ปรสฺส กิญฺจนปลิโพโธ จกฺขุสฺมินฺติ น มญฺญติ. จกฺขุโต น มญฺญตีติ อหํ จกฺขุโต นิคฺคโต, มม กิญฺจนปลิโพโธ จกฺขุโต นิคฺคโต, ปโร จกฺขุโต นิคฺคโต, ปรสฺส กิญฺจนปลิโพโธ จกฺขุโต นิคฺคโตติ เอวมฺปิ น มญฺญติ, ตณฺหามานทิฏฺฐิมญฺญนานํ เอกมฺปิ น อุปฺปาเทตีติ อตฺโถ. จกฺขุํ เมติ น มญฺญตีติ มม จกฺขูติ น มญฺญติ, มมตฺตภูตํ ตณฺหามญฺญนํ น อุปฺปาเทตีติ อตฺโถ. เสสํ อุตฺตานเมวาติ. อิมสฺมึ สุตฺเต จตุจตฺตาลีสาย ฐาเนสุ อรหตฺตํ ปาเปตฺวา วิปสฺสนา กถิตา.
๙. ปฐมสมุคฺฆาตสปฺปายสุตฺตวณฺณนา
๓๑. นวเม สมุคฺฆาตสปฺปายาติ สมุคฺฆาตสฺส อุปการภูตา. ตโต ตํ โหติ อญฺญถาติ ตโต ตํ อญฺเญนากาเรน โหติ. อญฺญถาภาวี ภวสตฺโต โลโก ภวเมวาภินนฺทตีติ อญฺญถาภาวํ วิปริณามํ อุปคมเนน อญฺญถาภาวี หุตฺวาปิ ภเวสุ สตฺโต ลคฺโค ลคิโต ปลิพุทฺโธ อยํ โลโก ภวํเยว อภินนฺทติ. ยาวตา, ภิกฺขเว, ขนฺธธาตุอายตนนฺติ, ภิกฺขเว, ยตฺตกํ อิทํ ขนฺธา จ ธาตุโย จ อายตนานิ จาติ ขนฺธธาตุอายตนํ. ตมฺปิ น มญฺญตีติ สพฺพมฺปิ น มญฺญตีติ เหฏฺฐา คหิตเมว สํกฑฺฒิตฺวา ปุน ทสฺเสติ. อิมสฺมึ สุตฺเต อฏฺฐจตฺตาลีสาย ฐาเนสุ อรหตฺตํ ปาเปตฺวา วิปสฺสนา กถิตา.
๑๐. ทุติยสมุคฺฆาตสปฺปายสุตฺตวณฺณนา
๓๒. ทสเม เอตํ มมาติอาทีหิ ตีหิ ตีหิ ปเทหิ ตณฺหามานทิฏฺฐิคาเห ทสฺเสตฺวา ติปริวฏฺฏนเยน เทสนา กตา. ปฏิปาฏิยา ปน ตีสุปิ อิเมสุ สุตฺเตสุ สห วิปสฺสนาย จตฺตาโรปิ มคฺคา กถิตาติ.
สพฺพวคฺโค ตติโย.