๒. รโถปมสุตฺตวณฺณนา
๒๓๙. ทุติเย สุขโสมนสฺสพหุโลติ กายิกสุขญฺเจว เจตสิกโสมนสฺสญฺจ พหุลํ อสฺสาติ สุขโสมนสฺสพหุโล. โยนิ จสฺส อารทฺธา โหตีติ การณญฺจสฺส ปริปุณฺณํ โหติ. อาสวานํ ขยายาติ อิธ อาสวกฺขโยติ อรหตฺตมคฺโค อธิปฺเปโต, ตทตฺถายาติ อตฺโถ. โอธสฺตปโตโทติ รถมชฺเฌ ติริยํ ฐปิตปโตโท. เยนิจฺฉกนฺติ เยน ทิสาภาเคน อิจฺฉติ. ยทิจฺฉกนฺติ ยํ ยํ คมนํ อิจฺฉติ. สาเรยฺยาติ เปเสยฺย. ปจฺจาสาเรยฺยาติ ปฏิวินิวตฺเตยฺย. อารกฺขายาติ รกฺขณตฺถาย. สํยมายาติ เวคนิคฺคหณตฺถาย. ทมายาติ นิพฺพิเสวนตฺถาย. อุปสมายาติ กิเลสูปสมตฺถาย.
เอวเมว โขติ เอตฺถ ยถา อกุสลสฺส สารถิโน อทนฺเต สินฺธเว โยเชตฺวา วิสมมคฺเคน รถํ เปเสนฺตสฺส จกฺกานิปิ ภิชฺชนฺติ, อกฺโขปิ สินฺธวานญฺจ ขุรา, อตฺตนาปิ อนยพฺยสนํ ปาปุณาติ, น จ อิจฺฉิติจฺฉิเตน คมเนน สาเรตุํ สกฺโกติ; เอวํ ฉสุ อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวาโร ภิกฺขุ น อิจฺฉิติจฺฉิตํ สมณรตึ อนุภวิตุํ สกฺโกติ. ยถา ปน เฉโก สารถิ ทนฺเต สินฺธเว โยเชตฺวา, สเม ภูมิภาเค รถํ โอตาเรตฺวา รสฺมิโย คเหตฺวา, สินฺธวานํ ขุเรสุ สตึ ฐเปตฺวา, ปโตทํ อาทาย นิพฺพิเสวเน กตฺวา, เปเสนฺโต อิจฺฉิติจฺฉิเตน คมเนน สาเรติ. เอวเมว ฉสุ อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร ภิกฺขุ อิมสฺมึ สาสเน อิจฺฉิติจฺฉิตํ สมณรตึ อนุโภติ, สเจ อนิจฺจานุปสฺสนาภิมุขํ ญาณํ เปเสตุกาโม โหติ, ตทภิมุขํ ญาณํ คจฺฉติ. ทุกฺขานุปสฺสนาทีสุปิ เอเสว นโย.
โภชเน มตฺตญฺญูติ โภชนมฺหิ ปมาณญฺญู. ตตฺถ เทฺว ปมาณานิ – ปฏิคฺคหณปมาณญฺจ ปริโภคปมาณญฺจ. ตตฺถ ปฏิคฺคหณปมาเณ ทายกสฺส วโส เวทิตพฺโพ, เทยฺยธมฺมสฺส วโส เวทิตพฺโพ, อตฺตโน ถาโม ชานิตพฺโพ. เอวรูโป หิ ภิกฺขุ สเจ เทยฺยธมฺโม พหุโก โหติ, ทายโก อปฺปํ ทาตุกาโม, ทายกสฺส วเสน อปฺปํ คณฺหาติ. เทยฺยธมฺโม อปฺโป, ทายโก พหุํ ทาตุกาโม, เทยฺยธมฺมสฺส วเสน อปฺปํ คณฺหาติ. เทยฺยธมฺโมปิ พหุ, ทายโกปิ พหุํ ทาตุกาโม, อตฺตโน ถามํ ญตฺวา ปมาเณน คณฺหาติ. โส ตาย ปฏิคฺคหเณ มตฺตญฺญุตาย อนุปฺปนฺนญฺจ ลาภํ อุปฺปาเทติ, อุปฺปนฺนญฺจ ถาวรํ กโรติ ธมฺมิกติสฺสมหาราชกาเล สตฺตวสฺสิโก สามเณโร วิย.
รญฺโญ กิร ปญฺจหิ สกฏสเตหิ คุฬํ อาหรึสุ. ราชา ‘‘มนาโป ปณฺณากาโร, อยฺเยหิ วินา น ขาทิสฺสามา’’ติ อฑฺฒเตยฺยานิ สกฏสตานิ มหาวิหารํ เปเสตฺวา สยมฺปิ ภุตฺตปาตราโส อคมาสิ. เภริยา ปหฏาย ทฺวาทส ภิกฺขุสหสฺสานิ สนฺนิปตึสุ. ราชา เอกมนฺเต ฐิโต อารามิกํ ปกฺโกสาเปตฺวา อาห – ‘‘รญฺโญ นาม ทาเน ปตฺตปูโรว ปมาณํ, คหิตภาชนํ ปูเรตฺวาว เทหิ, สเจ โกจิ มตฺตปฏิคฺคหเณ ฐิโต น คณฺหาติ, มยฺหํ อาโรเจยฺยาสี’’ติ.
อเถโก มหาเถโร ‘‘มหาโพธิมหาเจติยานิ วนฺทิสฺสามี’’ติ เจติยปพฺพตา อาคนฺตฺวา, วิหารํ ปวิสนฺโต มหามณฺฑปฏฺฐาเน ภิกฺขู คุฬํ คณฺหนฺเต ทิสฺวา ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺตํ สามเณรํ อาห, ‘‘นตฺถิ เต คุเฬน อตฺโถ’’ติ. ‘‘อาม, ภนฺเต, นตฺถี’’ติ. สามเณร มยํ มคฺคกิลนฺตา, เอเกน กปิฏฺฐผลมตฺเตน ปิณฺฑเกน อมฺหากํ อตฺโถติ. สามเณโร ถาลกํ นีหริตฺวา เถรสฺส วสฺสคฺคปฏิปาฏิยํ อฏฺฐาสิ. อารามิโก คหณมานํ ปูเรตฺวา อุกฺขิปิ, สามเณโร องฺคุลึ จาเลสิ. ตาต สามเณร, ราชกุลานํ ทาเน ภาชนปูรเมว ปมาณํ, ถาลกปูรํ คณฺหาหีติ. อาม, อุปาสก, ราชาโน นาม มหชฺฌาสยา โหนฺติ, อมฺหากํ ปน อุปชฺฌายสฺส เอตฺตเกเนว อตฺโถติ.
ราชา ตสฺส กถํ สุตฺวา, ‘‘กึ โภ สามเณโร ภณตี’’ติ? ตสฺส สนฺติกํ คโต. อารามิโก อาห – ‘‘สามิ, สามเณรสฺส ภาชนํ ขุทฺทกํ, พหุํ น คณฺหาตี’’ติ. ราชา อาห, ‘‘อานีตภาชนํ ปูเรตฺวา คณฺหถ, ภนฺเต’’ติ. มหาราช, ราชาโน นาม มหชฺฌาสยา โหนฺติ, อุกฺขิตฺตภาชนํ ปูเรตฺวาว ทาตุกามา, อมฺหากํ ปน อุปชฺฌายสฺส เอตฺตเกเนว อตฺโถติ. ราชา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ สตฺตวสฺสิกทารโก, อชฺชาปิสฺส มุขโต ขีรคนฺโธ น มุจฺจติ, คเหตฺวา กุเฏ วา กุฏุมฺเพ วา ปูเรตฺวา เสฺวปิ ปุนทิวเสปิ ขาทิสฺสามาติ น วทติ, สกฺกา พุทฺธสาสนํ ปริคฺคเหตุ’’นฺติ ปุริเส อาณาเปสิ, ‘‘โภ, ปสนฺโนมฺหิ สามเณรสฺส, อิตรานิปิ อฑฺฒเตยฺยานิ สกฏสตานิ อาเนตฺวา สฆํสฺส เทถา’’ติ.
โสเยว ปน ราชา เอกทิวสํ ติตฺติรมํสํ ขาทิตุกาโม จินฺเตสิ – ‘‘สเจ อหํ องฺคารปกฺกํ ติตฺติรมํสํ ขาทิตุกาโมสฺมีติ อญฺญสฺส กเถสฺสามิ, สมนฺตา โยชนฏฺฐาเน ติตฺติรสมุคฺฆาตํ กริสฺสนฺตี’’ติ อุปฺปนฺนํ ปิปาสํ อธิวาเสนฺโต ตีณิ สํวจฺฉรานิ วีตินาเมสิ. อถสฺส กณฺเณสุ ปุพฺโพ สณฺฐาสิ, โส อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘อตฺถิ นุ โข, โภ, อมฺหากํ โกจิ อุปฏฺฐากุปาสโก สีลรกฺขโก’’ติ ปุจฺฉิ. อาม, เทว, อตฺถิ, ติสฺโส นาม โส อขณฺฑสีลํ รกฺขตีติ. อถ นํ วีมํสิตุกาโม ปกฺโกสาเปสิ. โส อาคนฺตฺวา ราชานํ วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. ตโต นํ อาห – ‘‘ตฺวํ, ตาต, ติสฺโส นามา’’ติ? ‘‘อาม เทวา’’ติ. เตน หิ คจฺฉาติ. ตสฺมึ คเต เอกํ กุกฺกุฏํ อาหราเปตฺวา เอกํ ปุริสํ อาณาเปสิ, ‘‘คจฺฉ ติสฺสํ วทาหิ, อิมํ ตีหิ ปาเกหิ ปจิตฺวา อมฺหากํ อุปฏฺฐาเปหี’’ติ. โส คนฺตฺวา ตถา อโวจ. โส อาห – ‘‘สเจ, โภ, อยํ มตโก อสฺส, ยถา ชานามิ, ตถา ปจิตฺวา อุปฏฺฐเหยฺยํ. ปาณาติปาตํ ปนาหํ น กโรมี’’ติ. โส อาคนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ.
ราชา ปุน ‘‘เอกวารํ คจฺฉา’’ติ เปเสสิ. โส คนฺตฺวา, ‘‘โภ, ราชุปฏฺฐานํ นาม ภาริยํ, มา เอวํ กริ, ปุนปิ สีลํ สกฺกา สมาทาตุํ, ปเจต’’นฺติ อาห. อถ นํ ติสฺโส อโวจ, ‘‘โภ, เอกสฺมึ นาม อตฺตภาเว ธุวํ เอกํ มรณํ, นาหํ ปาณาติปาตํ กริสฺสามี’’ติ. โส ปุนปิ รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ตติยมฺปิ เปเสตฺวา อสมฺปฏิจฺฉนฺตํ ปกฺโกสาเปตฺวา อตฺตนา ปุจฺฉิ. รญฺโญปิ ตเถว ปฏิวจนํ อทาสิ. อถ ราชา ปุริเส อาณาเปสิ, ‘‘อยํ รญฺโญ อาณํ โกเปติ, คจฺฉเถตสฺส อาฆาตนภณฺฑิกายํ ฐเปตฺวา, สีสํ ฉินฺทถา’’ติ. รโห จ ปน เนสํ สญฺญมทาสิ – ‘‘อิมํ สนฺตชฺชยมานา เนตฺวา สีสมสฺส อาฆาตนภณฺฑิกายํ ฐเปตฺวา อาคนฺตฺวา มยฺหํ อาโรเจถา’’ติ.
เต ตํ อาฆาตนภณฺฑิกายํ นิปชฺชาเปตฺวา ตมสฺส กุกฺกุฏํ หตฺเถสุ ฐปยึสุ. โส ตํ หทเย ฐเปตฺวา ‘‘อหํ, ตาต, มม ชีวิตํ ตุยฺหํ เทมิ, ตว ชีวิตํ อหํ คณฺหามิ, ตฺวํ นิพฺภโย คจฺฉา’’ติ วิสฺสชฺเชสิ. กุกฺกุโฏ ปกฺเข ปปฺโผเฏตฺวา อากาเสน คนฺตฺวา วฏรุกฺเข นิลียิ. ตสฺส กุกฺกุฏสฺส อภยทินฺนฏฺฐานํ กุกฺกุฏคิริ นาม ชาตํ.
ราชา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา อมจฺจปุตฺตํ ปกฺโกสาเปตฺวา สพฺพาภรเณหิ อลงฺกริตฺวา อาห – ‘‘ตาต, มยา ตฺวํ เอตทตฺถเมว วีมํสิโต, มยฺหํ ติตฺติรมํสํ ขาทิตุกามสฺส ตีณิ สํวจฺฉรานิ อติกฺกนฺตานิ, สกฺขิสฺสสิ เม ติโกฏิปริสุทฺธํ กตฺวา อุปฏฺฐาเปตุ’’นฺติ. ‘‘เอตํ นาม, เทว, มยฺหํ กมฺม’’นฺติ นิกฺขมิตฺวา ทฺวารนฺตเร ฐิโต เอกํ ปุริสํ ปาโตว ตโย ติตฺติเร คเหตฺวา ปวิสนฺตํ ทิสฺวา, เทฺว กหาปเณ ทตฺวา ติตฺติเร อาทาย ปริโสเธตฺวา, ชีรกาทีหิ วาเสตฺวา, องฺคาเรสุ สุปกฺเก ปจิตฺวา รญฺโญ อุปฏฺฐาเปสิ. ราชา มหาตเล สิรีปลฺลงฺเก นิสินฺโนว เอกํ คเหตฺวา โถกํ ฉินฺทิตฺวา มุเข ปกฺขิปิ, ตาวเทวสฺส สตฺตรสหรณีสหสฺสานิ ผริตฺวา อฏฺฐาสิ.
ตสฺมึ สมเย ภิกฺขุสงฺฆํ สริตฺวา, ‘‘มาทิโส นาม ปถวิสฺสโร ราชา ติตฺติรมํสํ ขาทิตุกาโม ตีณิ สํวจฺฉรานิ น ลภิ, อปจฺจมาโน ภิกฺขุสงฺโฆ กุโต ลภิสฺสตี’’ติ? มุเข ปกฺขิตฺตกฺขณฺฑํ ภูมิยํ ฉฑฺเฑสิ. อมจฺจปุตฺโต ชณฺณุเกหิ ปติตฺวา มุเขน คณฺหิ. ราชา ‘‘อเปหิ, ตาต, ชานามหํ ตว นิทฺโทสภาวํ, อิมินา นาม การเณน มยา เอตํ ฉฑฺฑิต’’นฺติ กเถตฺวา, ‘‘เสสกํ ตเถว สงฺโคเปตฺวา ฐเปหี’’ติ อาห.
ปุนทิวเส ราชกุลูปโก เถโร ปิณฺฑาย ปาวิสิ. อมจฺจปุตฺโต ตํ ทิสฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา ราชเคหํ ปเวเสสิ. อญฺญตโร วุฑฺฒปพฺพชิโตปิ เถรสฺส ปจฺฉาสมโณ วิย หุตฺวา อนุพนฺธนฺโต ปาวิสิ. เถโร ‘‘รญฺญา ปกฺโกสาปิตภิกฺขุ ภวิสฺสตี’’ติ ปมชฺชิ. อมจฺจปุตฺโตปิ ‘‘เถรสฺส อุปฏฺฐาโก ภวิสฺสตี’’ติ ปมาทํ อาปชฺชิ. เตสํ นิสีทาเปตฺวา ยาคุํ อทํสุ. ยาคุยา ปีตาย ราชา ติตฺติเร อุปเนสิ. เถโร เอกํ คณฺหิ, อิตโรปิ เอกํ คณฺหิ. ราชา ‘‘อนุภาโค อตฺถิ, อนาปุจฺฉิตฺวา ขาทิตุํ น ยุตฺต’’นฺติ มหาเถรํ อาปุจฺฉิ. เถโร หตฺถํ ปิทหิ, มหลฺลกตฺเถโร สมฺปฏิจฺฉิ. ราชา อนตฺตมโน หุตฺวา กตภตฺตกิจฺจํ เถรํ ปตฺตํ อาทาย อนุคจฺฉนฺโต อาห – ‘‘ภนฺเต, กุลเคหํ อาคจฺฉนฺเตหิ อุคฺคหิตวตฺตํ ภิกฺขุํ คเหตฺวา อาคนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ. เถโร ตสฺมึ ขเณ อญฺญาสิ ‘‘น เอส รญฺญา ปกฺโกสาปิโต’’ติ.
ปุนทิวเส อุปฏฺฐากสามเณรํ คเหตฺวา ปาวิสิ. ราชา ตทาปิ ยาคุยา ปีตาย ติตฺติเร อุปนาเมสิ. เถโร เอกํ อคฺคเหสิ, สามเณโร องฺคุลึ จาเลตฺวา มชฺเฌ ฉินฺทาเปตฺวา เอกโกฏฺฐาสเมว อคฺคเหสิ. ราชา ตํ โกฏฺฐาสํ มหาเถรสฺส อุปนาเมสิ. มหาเถโร หตฺถํ ปิทหิ, สามเณโรปิ ปิทหิ. ราชา อวิทูเร นิสีทิตฺวา ขณฺฑาขณฺฑํ ฉินฺทิตฺวา ขาทนฺโต ‘‘อุคฺคหิตวตฺเต นิสฺสาย ทิยฑฺฒติตฺติเร ขาทิตุํ ลภิมฺหา’’ติ อาห. ตสฺส มํเส ขาทิตมตฺเตว กณฺเณหิ ปุพฺโพ นิกฺขมิ. ตโต มุขํ วิกฺขาเลตฺวา สามเณรํ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘ปสนฺโนสฺมิ, ตาต, อฏฺฐ เต ธุวภตฺตานิ เทมี’’ติ อาห. อหํ, มหาราช, อุปชฺฌายสฺส ทมฺมีติ. อปรานิ อฏฺฐ เทมีติ. ตานิ อมฺหากํ อาจริยสฺส ทมฺมีติ. อปรานิปิ อฏฺฐ เทมีติ. ตานิ สมานุปชฺฌายานํ ทมฺมีติ. อปรานิปิ อฏฺฐ เทมีติ. ตานิ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทมฺมีติ. อปรานิปิ อฏฺฐ เทมีติ. สามเณโร อธิวาเสสิ. เอวํ ปฏิคฺคหณมตฺตํ ชานนฺโต อนุปฺปนฺนญฺเจว ลาภํ อุปฺปาเทติ, อุปฺปนฺนญฺจ ถาวรํ กโรติ. อิทํ ปฏิคฺคหณปมาณํ นาม. ตตฺถ ปริโภคปมาณํ ปจฺจเวกฺขณปโยชนํ, ‘‘อิทมตฺถิยํ โภชนํ ภุญฺชามี’’ติ ปน ปจฺจเวกฺขิตปริโภคสฺเสว ปโยชนตฺตา ปริโภคปมาณํเยว นาม, ตํ อิธ อธิปฺเปตํ. เตเนว ปฏิสงฺขา โยนิโสติอาทิมาห, อิตรมฺปิ ปน วฏฺฏติเยว.
สีหเสยฺยนฺติ เอตฺถ กามโภคิเสยฺยา, เปตเสยฺยา, สีหเสยฺยา, ตถาคตเสยฺยาติ จตสฺโส เสยฺยา. ตตฺถ ‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, กามโภคี วาเมน ปสฺเสน เสนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๖) อยํ กามโภคิเสยฺยา. เตสญฺหิ เยภุยฺเยน ทกฺขิณปสฺเสน สยาโน นาม นตฺถิ.
‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, เปตา อุตฺตานา เสนฺตี’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๖) อยํ เปตเสยฺยา. เปตา หิ อปฺปมํสโลหิตตฺตา อฏฺฐิสงฺฆาฏชฏิตา เอเกน ปสฺเสน สยิตุํ น สกฺโกนฺติ, อุตฺตานาว สยนฺติ.
‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, สีโห มิคราชา นงฺคุฏฺฐํ อนฺตรสตฺถิมฺหิ อนุปกฺขิปิตฺวา ทกฺขิเณน ปสฺเสน สยตี’’ติ อยํ สีหเสยฺยา. เตชุสฺสทตฺตา หิ สีโห มิคราชา เทฺว ปุริมปาเท เอกสฺมึ, ปจฺฉิมปาเท เอกสฺมึ ฐาเน ฐเปตฺวา นงฺคุฏฺฐํ อนฺตรสตฺถิมฺหิ ปกฺขิปิตฺวา ปุริมปาทปจฺฉิมปาทนงฺคุฏฺฐานํ ฐิโตกาสํ สลฺลกฺเขตฺวา ทฺวินฺนํ ปุริมปาทานํ มตฺถเก สีสํ ฐเปตฺวา สยติ, ทิวสมฺปิ สยิตฺวา ปพุชฺฌมาโน น อุตฺรสนฺโต ปพุชฺฌติ, สีสํ ปน อุกฺขิปิตฺวา ปุริมปาทาทีนํ ฐิโตกาสํ สลฺลกฺเขติ. สเจ กิญฺจิ ฐานํ วิชหิตฺวา ฐิตํ โหติ, ‘‘นยิทํ ตุยฺหํ ชาติยา สูรภาวสฺส จ อนุรูป’’นฺติ อนตฺตมโน หุตฺวา ตตฺเถว สยติ, น โคจราย ปกฺกมติ. อวิชหิตฺวา ฐิเต ปน ‘‘ตุยฺหํ ชาติยา จ สูรภาวสฺส จ อนุรูปมิท’’นฺติ หฏฺฐตุฏฺโฐ อุฏฺฐาย สีหวิชมฺภิตํ วิชมฺภิตฺวา เกสรภารํ วิธุนิตฺวา ติกฺขตฺตุํ สีหนาทํ นทิตฺวา โคจราย ปกฺกมติ.
จตุตฺถชฺฌานเสยฺยา ปน ตถาคตเสยฺยาติ วุจฺจติ. ตาสุ อิธ สีหเสยฺยา อาคตา. อยญฺหิ เตชุสฺสทอิริยาปถตฺตา อุตฺตมเสยฺยา นาม.
ปาเท ปาทนฺติ ทกฺขิณปาเท วามปาทํ. อจฺจาธายาติ อติอาธาย, อีสกํ อติกฺกมฺม ฐเปตฺวา. โคปฺผเกน หิ โคปฺผเก, ชาณุนา วา ชาณุมฺหิ สงฺฆฏฺฏิยมาเน อภิณฺหํ เวทนา อุปฺปชฺชติ, จิตฺตํ เอกคฺคํ น โหติ, เสยฺยา อผาสุกา โหติ. ยถา ปน น สงฺฆํฏฺเฏติ, เอวํ อติกฺกมฺม ฐปิเต เวทนา นุปฺปชฺชติ, จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ, เสยฺยา ผาสุกา โหติ. ตสฺมา เอวํ เสยฺยํ กปฺเปติ.
สโต สมฺปชาโนติ สติยา เจว สมฺปชญฺเญน จ สมนฺนาคโต. กถํ นิทฺทายนฺโต สโต สมฺปชาโน โหตีติ? สติสมฺปชญฺญสฺส อปฺปหาเนน. อยญฺหิ ทิวสญฺเจว สกลยามญฺจ อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธตฺวา ปฐมยามาวสาเน จงฺกมา โอรุยฺห ปาเท โธวนฺโตปิ มูลกมฺมฏฺฐานํ อวิชหนฺโตว โธวติ, ตํ อวิชหนฺโตว ทฺวารํ วิวรติ, มญฺเจ นิสีทติ, อวิชหนฺโตว นิทฺทํ โอกฺกมติ. ปพุชฺฌนฺโต ปน มูลกมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวาว ปพุชฺฌติ. เอวํ นิทฺทํ โอกฺกมนฺโตปิ สโต สมฺปชาโน โหติ. เอวํ ปน ญาณธาตุกนฺติ น โรจยึสุ.
วุตฺตนเยน ปเนส จิตฺตํ ปริโสเธตฺวา ปฐมยามาวสาเน ‘‘อุปาทินฺนกํ สรีรํ นิทฺทาย สมสฺสาเสสฺสามี’’ติ จงฺกมา โอรุยฺห มูลกมฺมฏฺฐานํ อวิชหนฺโตว ปาเท โธวติ, ทฺวารํ วิวรติ, มญฺเจ ปน นิสีทิตฺวา มูลกมฺมฏฺฐานํ ปหาย, ‘‘ขนฺธาว ขนฺเธสุ, ธาตุโยว ธาตูสุ ปฏิหญฺญนฺตี’’ติ เสนาสนํ ปจฺจเวกฺขนฺโต กเมน นิทฺทํ โอกฺกมติ, ปพุชฺฌนฺโต ปน มูลกมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวาว ปพุชฺฌติ. เอวํ นิทฺทํ โอกฺกมนฺโตปิ สโต สมฺปชาโน นาม โหตีติ เวทิตพฺโพ.
อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต ติวงฺคิกา ปุพฺพภาควิปสฺสนาว กถิตา. เอตฺตเกเนว ปน โวสานํ อนาปชฺชิตฺวา ตาเนว อินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคานิ สโมธาเนตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ภิกฺขุ อรหตฺตํ ปาปุณาตีติ. เอวํ ยาว อรหตฺตา เทสนา กเถตพฺพา.