๘. อาทิตฺตปริยายสุตฺตวณฺณนา
๒๓๕. อฏฺฐเม อนุพฺยญฺชนโส นิมิตฺตคฺคาโหติ ‘‘หตฺถา โสภนา ปาทา โสภนา’’ติ เอวํ อนุพฺยญฺชนวเสน นิมิตฺตคฺคาโห. นิมิตฺตคฺคาโหติ หิ สํสนฺเทตฺวา คหณํ, อนุพฺยญฺชนคฺคาโหติ วิภตฺติคหณํ. นิมิตฺตคฺคาโห กุมฺภีลสทิโส สพฺพเมว คณฺหาติ, อนุพฺยญฺชนคฺคาโห รตฺตปาสทิโส วิภชิตฺวา หตฺถปาทาทีสุ ตํ ตํ โกฏฺฐาสํ. อิเม ปน เทฺว คาหา เอกชวนวาเรปิ ลพฺภนฺติ, นานาชวนวาเร วตฺตพฺพเมว นตฺถิ.
นิมิตฺตสฺสาทคถิตนฺติ นิมิตฺตสฺสาเทน คนฺถิตํ พทฺธํ. วิญฺญาณนฺติ กมฺมวิญฺญาณํ. ตสฺมึ เจ สมเย กาลํ กเรยฺยาติ น โกจิ สํกิลิฏฺเฐน จิตฺเตน กาลํ กโรนฺโต นาม อตฺถิ. สพฺพสตฺตานญฺหิ ภวงฺเคเนว กาลกิริยา โหติ. กิเลสภยํ ปน ทสฺเสนฺโต เอวมาห. สมยวเสน วา เอวํ วุตฺตํ. จกฺขุทฺวารสฺมิญฺหิ อาปาถคเต อารมฺมเณ รตฺตจิตฺตํ วา ทุฏฺฐจิตฺตํ วา มูฬฺหจิตฺตํ วา อารมฺมณรสํ อนุภวิตฺวา ภวงฺคํ โอตรติ, ภวงฺเค ฐตฺวา กาลกิริยํ กโรติ. ตสฺมึ สมเย กาลํ กโรนฺตสฺส เทฺวว คติโย ปาฏิกงฺขา, อิมสฺส สมยสฺส วเสเนตํ วุตฺตํ.
อิมํ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, อาทีนวนฺติ อิมํ อเนกานิ วสฺสสตสหสฺสานิ นิรเย อนุภวิตพฺพํ ทุกฺขํ สมฺปสฺสมาโน เอวํ วทามิ ตตฺตาย อโยสลากาย อกฺขีนิ อญฺชาเปตุกาโมติ. อิมินา นเยน สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อโยสงฺกุนาติ อยสูเลน. สมฺปลิมฏฺฐนฺติ เทฺวปิ กณฺณจฺฉิทฺทานิ วินิวิชฺฌิตฺวา ปถวิยํ อาโกฏนวเสน สมฺปลิมฏฺฐํ.
ตติยวาเร สมฺปลิมฏฺฐนฺติ นขจฺเฉทนํ ปเวเสตฺวา อุกฺขิปิตฺวา สหธุนฏฺเฐน ฉินฺทิตฺวา ปาตนวเสน สมฺปลิมฏฺฐํ. จตุตฺถวาเร สมฺปลิมฏฺฐนฺติ พนฺธนมูลํ เฉตฺวา ปาตนวเสน สมฺปลิมฏฺฐํ. ปญฺจมวาเร สมฺปลิมฏฺฐนฺติ ติขิณาย สตฺติยา กายปสาทํ อุปฺปาเฏตฺวา ปตนวเสน สมฺปลิมฏฺฐํ. สตฺติยาติ เอตฺถ มหตี ทณฺฑกวาสิ เวทิตพฺพา. โสตฺตนฺติ นิปชฺชิตฺวา นิทฺโทกฺกมนํ. ยถารูปานํ วิตกฺกานํ วสํ คโต สงฺฆํ ภินฺเทยฺยาติ อิมินา วิตกฺกานํ ยาว สงฺฆเภทา ปาปกมฺมาวหนตา ทสฺสิตา. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.