๙. โลหิจฺจสุตฺตวณฺณนา

๑๓๒. นวเม มกฺกรกเตติ เอวํนามเก นคเร อรญฺญกุฏิกายนฺติ อรญฺเญ กตาย ปาฏิเยกฺกาย กุฏิยํ, น วิหารปจฺจนฺตกุฏิยํ. มาณวกาติ เยปิ ตตฺถ มหลฺลกา, เต มหลฺลกกาเลปิ อนฺเตวาสิกตาย มาณวกาเตฺวว วุตฺตา. เตนุปสงฺกมึสูติ ปาโต สิปฺปํ อุคฺคณฺหิตฺวา สายํ ‘‘อาจริยสฺส กฏฺฐานิ อาหริสฺสามา’’ติ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา วิจรนฺตา เยน สา กุฏิกา, เตนุปสงฺกมึสุ. ปริโต ปริโต กุฏิกายาติ ตสฺสา กุฏิกาย สมนฺตโต สมนฺตโต. เสเลยฺยกานีติ อญฺญมญฺญสฺส ปิฏฺฐึ คเหตฺวา ลงฺฆิตฺวา อิโต จิโต จงฺกมนกีฬนานิ.

มุณฺฑกาติอาทีสุ มุณฺเฑ มุณฺฑาติ, สมเณ จ สมณาติ วตฺตุํ วฏฺเฏยฺย, อิเม ปน หีเฬนฺตา ‘‘มุณฺฑกา สมณกา’’ติ อาหํสุ. อิพฺภาติ คหปติกา. กณฺหาติ กณฺหา, กาฬกาติ อตฺโถ. พนฺธุปาทาปจฺจาติ เอตฺถ พนฺธูติ พฺรหฺมา อธิปฺเปโต. ตญฺหิ พฺราหฺมณา ปิตามโหติ โวหรนฺติ. ปาทานํ อปจฺจา ปาทาปจฺจา, พฺรหฺมุโน ปิฏฺฐิปาทโต ชาตาติ อธิปฺปาโย. เตสํ กิร อยํ ลทฺธิ ‘‘พฺราหฺมณา พฺรหฺมุโน มุขโต นิกฺขนฺตา, ขตฺติยา อุรโต, เวสฺสา นาภิโต, สุทฺทา ชาณุโต, สมณา ปิฏฺฐิปาทโต’’ติ. ภรตกานนฺติ กุฏิมฺพิกานํ. กุฏิมฺพิกา หิ ยสฺมา รฏฺฐํ ภรนฺติ, ตสฺมา ภรตาติ วุจฺจนฺติ. อิเม ปน ปริภวํ กตฺวา วทมานา ‘‘ภรตกาน’’นฺติ อาหํสุ.

วิหารา นิกฺขมิตฺวาติ ‘‘รตฺติฏฺฐกาปริจฺฉนฺเน รชตปฏฺฏสนฺนิภสมวิปฺปกิณฺณวาลิเก รมณีเย ปริเวเณ กฏฺฐกลาเป พนฺธิตฺวา ขิปมานา วาลิกํ อาลุเฬตฺวา, หตฺเถน หตฺถํ อาทาย ปณฺณกุฏึ ปริยายนฺตา ‘อิเม อิเมสํ ภรตกานํ สกฺกตา, อิเม อิเมสํ ภรตกานํ สกฺกตา’ติ ปุนปฺปุนํ วิรวนฺตา อติวิย อิเม มาณวกา กีฬํ กโรนฺติ, วิหาเร ภิกฺขูนํ อตฺถิภาวมฺปิ น ชานนฺติ, ทสฺเสสฺสามิ เนสํ ภิกฺขูนํ อตฺถิภาว’’นฺติ จินฺเตตฺวา ปณฺณกุฏิโต นิกฺขมิ.

สีลุตฺตมา ปุพฺพตรา อเหสุนฺติ คุณวนฺตานํ คุเณ กถิเต นิคฺคุณานํ คุณาภาโว ปากโฏว ภวิสฺสตีติ โปราณกพฺราหฺมณานํ คุเณ กเถนฺโต เอวมาห. ตตฺถ สีลุตฺตมาติ สีลเชฏฺฐกา. สีลญฺหิ เตสํ อุตฺตมํ, น ชาติโคตฺตํ. เย ปุราณํ สรนฺตีติ เย โปราณกํ พฺราหฺมณธมฺมํ สรนฺติ. อภิภุยฺย โกธนฺติ โกธํ อภิภวิตฺวา เตสํ ทฺวารานิ สุคุตฺตานิ สุรกฺขิตานิ อเหสุํ. ธมฺเม จ ฌาเน จ รตาติ ทสวิเธ กุสลกมฺมปถธมฺเม อฏฺฐสมาปตฺติฌาเนสุ จ รตา.

เอวํ โปราณานํ คุณํ กเถตฺวา อเถตรหิ พฺราหฺมณานํ มานํ นิมฺมทฺเทนฺโต อิเม จ โวกฺกมฺม ชปามเสติอาทิมาห. ตตฺถ โวกฺกมฺมาติ เอเตหิ คุเณหิ อปกฺกมิตฺวา. ชปามเสติ มยํ ชปาม สชฺฌายามาติ เอตฺตเกเนว พฺราหฺมณมฺหาติ มญฺญมานา พฺราหฺมณา มยนฺติ อิมินา โคตฺเตน มตฺตา หุตฺวา วิสมํ จรนฺติ, วิสมานิ กายกมฺมาทีนิ กโรนฺตีติ อตฺโถ. ปุถุอตฺตทณฺฑาติ ปุถุ อตฺตา ทณฺฑา เอเตหีติ ปุถุอตฺตทณฺฑา, คหิตนานาวิธทณฺฑาติ อตฺโถ. สตณฺหาตเณฺหสูติ สตณฺหนิตฺตเณฺหสุ. อคุตฺตทฺวารสฺส ภวนฺติ โมฆาติ อสํวุตทฺวารสฺส สพฺเพปิ วตสมาทานา โมฆา ภวนฺตีติ ทีเปติ. ยถา กินฺติ? สุปิเนว ลทฺธํ ปุริสสฺส วิตฺตนฺติ ยถา สุปิเน ปุริสสฺส ลทฺธํ มณิมุตฺตาทินานาวิธํ วิตฺตํ โมฆํ โหติ, ปพุชฺฌิตฺวา กิญฺจิ น ปสฺสติ, เอวํ โมฆา ภวนฺตีติ อตฺโถ.

อนาสกาติ เอกาหทฺวีหาทิวเสน อนาหารกา. ถณฺฑิลสายิกา จาติ หริตกุสสนฺถเต ภูมิภาเค สยนํ, ปาโต สินานญฺจ ตโย จ เวทาติ ปาโตว อุทกํ ปวิสิตฺวา นฺหานญฺเจว ตโย จ เวทา. ขราชินํ ชฏา ปงฺโกติ ขรสมฺผสฺสํ อชินจมฺมญฺเจว ชฏากลาโป จ ปงฺโก จ, ปงฺโก นาม ทนฺตมลํ. มนฺตา สีลพฺพตํ ตโปติ มนฺตา จ อชสีลโคสีลสงฺขาตํ สีลํ อชวตโควตสงฺขาตํ วตญฺจ. อยํ อิทานิ พฺราหฺมณานํ ตโปติ วทติ. กุหนา วงฺกทณฺฑา จาติ ปฏิจฺฉนฺนกูโป วิย ปฏิจฺฉนฺนโทสํ โกหญฺญญฺเจว วงฺกทณฺโฑ, จ อุทุมฺพรปลาสเพฬุวรุกฺขานํ อญฺญตรโต คหิตํ วงฺกทณฺฑญฺจาติ อตฺโถ. อุทกาจมนานิ จาติ อุทเกน มุขปริมชฺชนานิ. วณฺณา เอเต พฺราหฺมณานนฺติ เอเต พฺราหฺมณานํ ปริกฺขารภณฺฑกวณฺณาติ ทสฺเสติ. กต กิญฺจิกฺขภาวนาติ กตา กิญฺจิกฺขภาวนา. อยเมว วา ปาโฐ, อามิสกิญฺจิกฺขสฺส วฑฺฒนตฺถาย กตนฺติ อตฺโถ.

เอวํ เอตรหิ พฺราหฺมณานํ มานํ นิมฺมทฺทิตฺวา ปุน โปราณกพฺราหฺมณานํ วณฺณํ กเถนฺโต จิตฺตญฺจ สุสมาหิตนฺติอาทิมาห. ตตฺถ สุสมาหิตนฺติ เตสํ พฺราหฺมณานํ จิตฺตํ อุปจารปฺปนาสมาธีหิ สุสมาหิตํ อโหสีติ ทสฺเสติ. อขิลนฺติ มุทุ อถทฺธํ. โส มคฺโค พฺรหฺมปตฺติยาติ โส เสฏฺฐปตฺติยา มคฺโค, ตุเมฺห ปน กึ พฺราหฺมณา นามาติ ทีเปนฺโต เอวมาห.

อาคมํสุ นุ ขฺวิธาติ อาคมํสุ นุ โข อิธ. อธิมุจฺจตีติ กิเลสวเสน อธิมุตฺโต คิทฺโธ โหติ. พฺยาปชฺชตีติ พฺยาปาทวเสน ปูติจิตฺตํ โหติ. ปริตฺตเจตโสติ อนุปฏฺฐิตสติตาย สํกิเลสจิตฺเตน ปริตฺตจิตฺโต. เจโตวิมุตฺตินฺติ ผลสมาธึ. ปญฺญาวิมุตฺตินฺติ ผลปญฺญํ. อปฺปมาณเจตโสติ อุปฏฺฐิตสติตาย นิกฺกิเลสจิตฺเตน อปฺปมาณจิตฺโต.