๑๓. คหปติวคฺโค
๑-๓. เวสาลีสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๒๔-๑๒๖. คหปติวคฺคสฺส ปฐเม อุคฺโคติ ปณีตทายกานํ อคฺคอุคฺโค, โส ภควตา ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ปณีตทายกานํ ยทิทํ อุคฺโค คหปตี’’ติ เอวํ เอตทคฺเค ฐปิโต. เสสเมเตสุ เจว ทฺวีสุ, ตติเย จ วุตฺตตฺถเมว.
๔-๕. ภารทฺวาชสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๒๗-๑๒๘. จตุตฺเถ ปิณฺฑํ อุลมาโน ปริเยสมาโน ปพฺพชิโตติ ปิณฺโฑโล. โส กิร ปริชิณฺณโภโค พฺราหฺมโณ อโหสิ. อถ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ลาภสกฺการํ ทิสฺวา ปิณฺฑตฺถาย นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิโต. โส มหนฺตํ กปลฺลปตฺตํ คเหตฺวา จรติ, เตน กปลฺลปูรํ ยาคุํ ปิวติ, กปลฺลปูเร ปูเว ขาทติ, กปลฺลปูรํ ภตฺตํ ภุญฺชติ. อถสฺส มหคฺฆสภาวํ สตฺถุ อาโรจยึสุ. สตฺถา ตสฺส ปตฺตตฺถวิกํ นานุชานิ. เหฏฺฐามญฺเจ ปตฺตํ นิกฺกุชฺชิตฺวา ฐเปติ. โส ฐเปนฺโตปิ ฆํสนฺโตว ปณาเมตฺวา ฐเปติ, คณฺหนฺโตปิ ฆํสนฺโตว อากฑฺฒิตฺวา คณฺหาติ. ตํ คจฺฉนฺเต กาเล ธํสเนน ปริกฺขีณํ นาฬิโกทนมตฺตเมว คณฺหนกํ ชาตํ. ตโต สตฺถุ อาโรเจสุํ, อถสฺส สตฺถา ปตฺตตฺถวิกํ อนุชานิ. เถโร อปเรน สมเยน อินฺทฺริยภาวนํ ภาเวตฺวา อคฺคผเล อรหตฺเต ปติฏฺฐาสิ. อิติ โส ปิณฺฑตฺถาย ปพฺพชิตตฺตา ปิณฺโฑโล, โคตฺเตน ปน ภารทฺวาโชติ อุภยํ เอกโต กตฺวา ปิณฺโฑลภารทฺวาโชติ วุจฺจติ.
อุปสงฺกมีติ อุคฺคตุคฺคเตหิ มหาอมจฺเจหิ ปริวุโต อุปสงฺกมิ. เถโร กิร เอกทิวสํ สาวตฺถิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ นิทาฆสมเย สีตฐาเน ทิวาวิหารํ นิสีทิสฺสามีติ อากาเสน คนฺตฺวา คงฺคาตีเร อุเทนสฺส รญฺโญ อุทปานํ นาม อุยฺยานํ อตฺถิ, ตตฺถ ปวิสิตฺวา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ทิวาวิหารํ นิสีทิ สีเตน อุทกวาเตน พีชิยมาโน.
อุเทโนปิ โข นาม ราชา สตฺตาหํ มหาปานํ ปิวิตฺวา สตฺตเม ทิวเส อุยฺยานํ ปฏิชคฺคาเปตฺวา มหาชนปริวาโร อุยฺยานํ คนฺตฺวา มงฺคลสิลาปฏฺเฏ อตฺถตาย เสยฺยาย นิปชฺชิ. ตสฺส เอกา ปริจาริกา ปาเท สมฺพาหมานา นิสินฺนา. ราชา กเมน นิทฺทํ โอกฺกมิ. ตสฺมึ นิทฺทํ โอกฺกนฺเต นาฏกิตฺถิโย ‘‘ยสฺสตฺถาย มยํ คีตาทีนิ ปโยเชยฺยาม, โส นิทฺทํ อุปคโต, น จ นิทฺทากาเล มหาสทฺทํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ อตฺตโน อตฺตโน ตูริยานิ ฐเปตฺวา อุยฺยานํ ปกฺกนฺตา. ตา ตตฺถ ตตฺถ ผลาผลานิ ขาทมานา ปุปฺผานิ ปิฬนฺธมานา วิจรนฺติโย เถรํ ทิสฺวา ‘‘มา สทฺทํ กริตฺถา’’ติ อญฺญมญฺญํ นิวารยมานา วนฺทิตฺวา นิสีทึสุ. เถโร ‘‘อิสฺสา ปหาตพฺพา, มจฺเฉรํ วิโนเทตพฺพ’’นฺติอาทินา นเยน ตาสํ อนุรูปํ ธมฺมกถํ กเถสิ.
สาปิ โข รญฺโญ ปาเท สมฺพาหมานา นิสินฺนา อิตฺถี ปาเท จาเลตฺวา ราชานํ ปโพเธสิ. โส ‘‘กหํ ตา คตา’’ติ ปุจฺฉิ. กึ ตาสํ ตุเมฺหหิ? ตา เอกํ สมณํ ปริวาเรตฺวา นิสินฺนาติ. ราชา กุทฺโธ อุทฺธเน ปกฺขิตฺตโลณํ วิย ตฏตฏายมาโน อุฏฺฐหิตฺวา ‘‘ตมฺพกิปิลฺลิกาหิ นํ ขาทาเปสฺสามี’’ติ คจฺฉนฺโต เอกสฺมึ อโสกรุกฺเข ตมฺพกิปิลฺลิกานํ ปุฏํ ทิสฺวา หตฺเถนากฑฺฒิตฺวา สาขํ คณฺหิตุํ นาสกฺขิ. กิปิลฺลิกปุโฏ ฉิชฺชิตฺวา รญฺโญ สีเส ปติ, สกลสรีรํ สาลิถุเสหิ ปริกิณฺณํ วิย ทณฺฑทีปิกาหิ ฑยฺหมานํ วิย จ อโหสิ. เถโร รญฺโญ ปทุฏฺฐภาวํ ญตฺวา อิทฺธิยา อากาสํ ปกฺขนฺทิ. ตาปิ อิตฺถิโย อุฏฺฐาย รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา สรีรํ ปุญฺฉนฺติโย วิย ภูมิยํ ปติตปติตา กิปิลฺลิกาโย คเหตฺวา สรีเร ขิปมานา สพฺพา มุขสตฺตีหิ วิชฺฌึสุ – ‘‘กึ นาเมตํ, อญฺเญ ราชาโน ปพฺพชิเต ทิสฺวา วนฺทนฺติ, ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ, อยํ ปน ราชา กิปิลฺลิกปุฏํ สีเส ภินฺทิตุกาโม ชาโต’’ติ.
ราชา อตฺตโน อปราธํ ทิสฺวา อุยฺยานปาลํ ปกฺโกสาเปตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘กึ เอส ปพฺพชิโต? อญฺเญสุปิ ทิวเสสุ อิธ อาคจฺฉตี’’ติ? อาม, เทวาติ. อิธ ตฺวํ อาคตทิวเส มยฺหํ อาโรเจยฺยาสีติ. เถโรปิ กติปาเหเนว ปุน อาคนฺตฺวา รุกฺขมูเล นิสีทิ. อุยฺยานปาโล ทิสฺวา – ‘‘มหนฺโต เม อยํ ปณฺณากาโร’’ติ เวเคน คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา อุฏฺฐหิตฺวา สงฺขปณวาทิสทฺทํ นิวาเรตฺวา อุคฺคตุคฺคเตหิ อมจฺเจหิ สทฺธึ อุยฺยานํ อคมาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อุปสงฺกมี’’ติ.
อนิกีฬิตาวิโน กาเมสูติ ยา กาเมสุ กามกีฬา, ตํ อกีฬิตปุพฺพา, อปริภุตฺตกามาติ อตฺโถ. อทฺธานญฺจ อาปาเทนฺตีติ ปเวณึ ปฏิปาเทนฺติ, ทีฆรตฺตํ อนุพนฺธาเปนฺติ. มาตุมตฺตีสูติ มาตุปมาณาสุ. โลกสฺมิญฺหิ มาตา ภคินี ธีตาติ อิทํ ติวิธํ ครุการมฺมณํ นาม, อิติ ครุการมฺมเณ อุปนิพนฺธํ จิตฺตํ วิโมเจตุํ น ลภตีติ ทสฺเสนฺโต เอวมาห. อถสฺส เตน ปเญฺหน จิตฺตํ อโนตรนฺตํ ทิสฺวา ภควตา ปฏิกูลมนสิการวเสน จิตฺตูปนิพนฺธนตฺถํ วุตฺตํ ทฺวตฺตึสาการกมฺมฏฺฐานํ กเถสิ.
อภาวิตกายาติ อภาวิตปญฺจทฺวาริกกายา. เตสํ ตํ ทุกฺกรํ โหตีติ เตสํ ตํ อสุภกมฺมฏฺฐานํ ภาเวตุํ ทุกฺกรํ โหติ. อิติสฺส อิมินาปิ จิตฺตํ อโนตรนฺตํ ทิสฺวา อินฺทฺริยสํวรสีลํ กเถสิ. อินฺทฺริยสํวรสฺมิญฺหิ อุปนิพนฺธจิตฺตํ วิเหเฐตุํ น ลภติ. ราชา ตํ สุตฺวา ตตฺถ โอติณฺณจิตฺโต อจฺฉริยํ, โภ ภารทฺวาชาติอาทิมาห.
อรกฺขิเตเนว กาเยนาติอาทีสุ หตฺถปาเท กีฬาเปนฺโต คีวํ ปริวตฺเตนฺโต กายํ น รกฺขติ นาม, นานปฺปการํ ทุฏฺฐุลฺลํ กเถนฺโต วจนํ น รกฺขติ นาม, กามวิตกฺกาทโย วิตกฺเกนฺโต จิตฺตํ น รกฺขติ นาม. รกฺขิเตเนว กาเยนาติอาทีสุ วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อติวิย มํ ตสฺมึ สมเย โลภธมฺมา ปริสหนฺตีติ มํ ตสฺมึ สมเย อติกฺกมิตฺวา โลโภ อธิภวตีติ อตฺโถ. อุปฏฺฐิตาย สติยาติ กายคตาย สติยา สุปฏฺฐิตาย. น มํ ตถา ตสฺมึ สมเยติ ตสฺมึ สมเย มํ ยถา ปุพฺเพ, น ตถา โลโภ อติกฺกมิตฺวา อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ. ปริสหนฺตีติ ปทสฺส อุปฺปชฺชนฺตีติปิ อตฺโถเยว. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต ตโย กายา กถิตา. กถํ? ‘‘อิมเมว กาย’’นฺติ เอตฺถ หิ กรชกาโย กถิโต, ‘‘ภาวิตกาโย’’ติ เอตฺถ ปญฺจทฺวาริกกาโย, ‘‘รกฺขิเตเนว กาเยนา’’ติ เอตฺถ โจปนกาโย, กายวิญฺญตฺตีติ อตฺโถ. ปญฺจมํ อุตฺตานเมว.
๖. โฆสิตสุตฺตวณฺณนา
๑๒๙. ฉฏฺเฐ รูปา จ มนาปาติ รูปา จ มนาปา สํวิชฺชนฺติ. จกฺขุวิญฺญาณญฺจาติ จกฺขุวิญฺญาณญฺจ สํวิชฺชติ. สุขเวทนิยํ ผสฺสนฺติ จกฺขุวิญฺญาณสมฺปยุตฺตํ อุปนิสฺสยวเสน ชวนกาเล สุขเวทนาย ปจฺจยภูตํ ผสฺสํ. สุขา เวทนาติ เอกํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ ชวนวเสน สุขเวทนา อุปฺปชฺชติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.
อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต เตวีสติ ธาตุโย กถิตา. กถํ? เอตฺถ หิ จกฺขุปสาโท จกฺขุธาตุ, ตสฺส อารมฺมณํ รูปธาตุ, จกฺขุวิญฺญาณํ วิญฺญาณธาตุ, จกฺขุวิญฺญาณธาตุยา สหชาตา ตโย ขนฺธา ธมฺมธาตุ, เอวํ ปญฺจสุ ทฺวาเรสุ จตุนฺนํ จตุนฺนํ วเสน วีสติ. มโนทฺวาเร ‘‘มโนธาตู’’ติ อาวชฺชนจิตฺตํ คหิตํ, อารมฺมณญฺเจว หทยวตฺถุ จ ธมฺมธาตุ, วตฺถุนิสฺสิตํ มโนวิญฺญาณธาตูติ เอวํ เตวีสติ โหนฺติ. เอวํ เตวีสติยา ธาตูนํ วเสน ธาตุนานตฺตํ วุตฺตํ ภควตาติ ทสฺเสติ.
๗-๘. หาลิทฺทิกานิสุตฺตาทิวณฺณนา
๑๓๐-๑๓๑. สตฺตเม มนาปํ อิตฺเถตนฺติ ปชานาตีติ ยํ อเนน มนาปํ รูปํ ทิฏฺฐํ, ตํ อิตฺเถตนฺติ เอวเมตํ มนาปเมว ตนฺติ ปชานาติ. จกฺขุวิญฺญาณํ สุขเวทนิยญฺจ ผสฺสํ ปฏิจฺจาติ จกฺขุวิญฺญาณญฺเจว, โย จ อุปนิสฺสยโกฏิยา วา อนนฺตรโกฏิยา วา สมนนฺตรโกฏิยา วา สมฺปยุตฺตโกฏิยา วา สุขเวทนาย ปจฺจโย ผสฺโส, ตํ สุขเวทนิยํ ผสฺสญฺจ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขเวทนาติ. เอส นโย สพฺพตฺถ. อิติ อิเมสุ ทฺวีสุ สุตฺเตสุ กิริยามโนวิญฺญาณธาตุ อาวชฺชนกิจฺจา, มโนธาตุเยว วา สมานา มโนธาตุนาเมน วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. อฏฺฐมํ อุตฺตานเมว.
๙. โลหิจฺจสุตฺตวณฺณนา
๑๓๒. นวเม มกฺกรกเตติ เอวํนามเก นคเร อรญฺญกุฏิกายนฺติ อรญฺเญ กตาย ปาฏิเยกฺกาย กุฏิยํ, น วิหารปจฺจนฺตกุฏิยํ. มาณวกาติ เยปิ ตตฺถ มหลฺลกา, เต มหลฺลกกาเลปิ อนฺเตวาสิกตาย มาณวกาเตฺวว วุตฺตา. เตนุปสงฺกมึสูติ ปาโต สิปฺปํ อุคฺคณฺหิตฺวา สายํ ‘‘อาจริยสฺส กฏฺฐานิ อาหริสฺสามา’’ติ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา วิจรนฺตา เยน สา กุฏิกา, เตนุปสงฺกมึสุ. ปริโต ปริโต กุฏิกายาติ ตสฺสา กุฏิกาย สมนฺตโต สมนฺตโต. เสเลยฺยกานีติ อญฺญมญฺญสฺส ปิฏฺฐึ คเหตฺวา ลงฺฆิตฺวา อิโต จิโต จงฺกมนกีฬนานิ.
มุณฺฑกาติอาทีสุ มุณฺเฑ มุณฺฑาติ, สมเณ จ สมณาติ วตฺตุํ วฏฺเฏยฺย, อิเม ปน หีเฬนฺตา ‘‘มุณฺฑกา สมณกา’’ติ อาหํสุ. อิพฺภาติ คหปติกา. กณฺหาติ กณฺหา, กาฬกาติ อตฺโถ. พนฺธุปาทาปจฺจาติ เอตฺถ พนฺธูติ พฺรหฺมา อธิปฺเปโต. ตญฺหิ พฺราหฺมณา ปิตามโหติ โวหรนฺติ. ปาทานํ อปจฺจา ปาทาปจฺจา, พฺรหฺมุโน ปิฏฺฐิปาทโต ชาตาติ อธิปฺปาโย. เตสํ กิร อยํ ลทฺธิ ‘‘พฺราหฺมณา พฺรหฺมุโน มุขโต นิกฺขนฺตา, ขตฺติยา อุรโต, เวสฺสา นาภิโต, สุทฺทา ชาณุโต, สมณา ปิฏฺฐิปาทโต’’ติ. ภรตกานนฺติ กุฏิมฺพิกานํ. กุฏิมฺพิกา หิ ยสฺมา รฏฺฐํ ภรนฺติ, ตสฺมา ภรตาติ วุจฺจนฺติ. อิเม ปน ปริภวํ กตฺวา วทมานา ‘‘ภรตกาน’’นฺติ อาหํสุ.
วิหารา นิกฺขมิตฺวาติ ‘‘รตฺติฏฺฐกาปริจฺฉนฺเน รชตปฏฺฏสนฺนิภสมวิปฺปกิณฺณวาลิเก รมณีเย ปริเวเณ กฏฺฐกลาเป พนฺธิตฺวา ขิปมานา วาลิกํ อาลุเฬตฺวา, หตฺเถน หตฺถํ อาทาย ปณฺณกุฏึ ปริยายนฺตา ‘อิเม อิเมสํ ภรตกานํ สกฺกตา, อิเม อิเมสํ ภรตกานํ สกฺกตา’ติ ปุนปฺปุนํ วิรวนฺตา อติวิย อิเม มาณวกา กีฬํ กโรนฺติ, วิหาเร ภิกฺขูนํ อตฺถิภาวมฺปิ น ชานนฺติ, ทสฺเสสฺสามิ เนสํ ภิกฺขูนํ อตฺถิภาว’’นฺติ จินฺเตตฺวา ปณฺณกุฏิโต นิกฺขมิ.
สีลุตฺตมา ปุพฺพตรา อเหสุนฺติ คุณวนฺตานํ คุเณ กถิเต นิคฺคุณานํ คุณาภาโว ปากโฏว ภวิสฺสตีติ โปราณกพฺราหฺมณานํ คุเณ กเถนฺโต เอวมาห. ตตฺถ สีลุตฺตมาติ สีลเชฏฺฐกา. สีลญฺหิ เตสํ อุตฺตมํ, น ชาติโคตฺตํ. เย ปุราณํ สรนฺตีติ เย โปราณกํ พฺราหฺมณธมฺมํ สรนฺติ. อภิภุยฺย โกธนฺติ โกธํ อภิภวิตฺวา เตสํ ทฺวารานิ สุคุตฺตานิ สุรกฺขิตานิ อเหสุํ. ธมฺเม จ ฌาเน จ รตาติ ทสวิเธ กุสลกมฺมปถธมฺเม อฏฺฐสมาปตฺติฌาเนสุ จ รตา.
เอวํ โปราณานํ คุณํ กเถตฺวา อเถตรหิ พฺราหฺมณานํ มานํ นิมฺมทฺเทนฺโต อิเม จ โวกฺกมฺม ชปามเสติอาทิมาห. ตตฺถ โวกฺกมฺมาติ เอเตหิ คุเณหิ อปกฺกมิตฺวา. ชปามเสติ มยํ ชปาม สชฺฌายามาติ เอตฺตเกเนว พฺราหฺมณมฺหาติ มญฺญมานา พฺราหฺมณา มยนฺติ อิมินา โคตฺเตน มตฺตา หุตฺวา วิสมํ จรนฺติ, วิสมานิ กายกมฺมาทีนิ กโรนฺตีติ อตฺโถ. ปุถุอตฺตทณฺฑาติ ปุถุ อตฺตา ทณฺฑา เอเตหีติ ปุถุอตฺตทณฺฑา, คหิตนานาวิธทณฺฑาติ อตฺโถ. สตณฺหาตเณฺหสูติ สตณฺหนิตฺตเณฺหสุ. อคุตฺตทฺวารสฺส ภวนฺติ โมฆาติ อสํวุตทฺวารสฺส สพฺเพปิ วตสมาทานา โมฆา ภวนฺตีติ ทีเปติ. ยถา กินฺติ? สุปิเนว ลทฺธํ ปุริสสฺส วิตฺตนฺติ ยถา สุปิเน ปุริสสฺส ลทฺธํ มณิมุตฺตาทินานาวิธํ วิตฺตํ โมฆํ โหติ, ปพุชฺฌิตฺวา กิญฺจิ น ปสฺสติ, เอวํ โมฆา ภวนฺตีติ อตฺโถ.
อนาสกาติ เอกาหทฺวีหาทิวเสน อนาหารกา. ถณฺฑิลสายิกา จาติ หริตกุสสนฺถเต ภูมิภาเค สยนํ, ปาโต สินานญฺจ ตโย จ เวทาติ ปาโตว อุทกํ ปวิสิตฺวา นฺหานญฺเจว ตโย จ เวทา. ขราชินํ ชฏา ปงฺโกติ ขรสมฺผสฺสํ อชินจมฺมญฺเจว ชฏากลาโป จ ปงฺโก จ, ปงฺโก นาม ทนฺตมลํ. มนฺตา สีลพฺพตํ ตโปติ มนฺตา จ อชสีลโคสีลสงฺขาตํ สีลํ อชวตโควตสงฺขาตํ วตญฺจ. อยํ อิทานิ พฺราหฺมณานํ ตโปติ วทติ. กุหนา วงฺกทณฺฑา จาติ ปฏิจฺฉนฺนกูโป วิย ปฏิจฺฉนฺนโทสํ โกหญฺญญฺเจว วงฺกทณฺโฑ, จ อุทุมฺพรปลาสเพฬุวรุกฺขานํ อญฺญตรโต คหิตํ วงฺกทณฺฑญฺจาติ อตฺโถ. อุทกาจมนานิ จาติ อุทเกน มุขปริมชฺชนานิ. วณฺณา เอเต พฺราหฺมณานนฺติ เอเต พฺราหฺมณานํ ปริกฺขารภณฺฑกวณฺณาติ ทสฺเสติ. กต กิญฺจิกฺขภาวนาติ กตา กิญฺจิกฺขภาวนา. อยเมว วา ปาโฐ, อามิสกิญฺจิกฺขสฺส วฑฺฒนตฺถาย กตนฺติ อตฺโถ.
เอวํ เอตรหิ พฺราหฺมณานํ มานํ นิมฺมทฺทิตฺวา ปุน โปราณกพฺราหฺมณานํ วณฺณํ กเถนฺโต จิตฺตญฺจ สุสมาหิตนฺติอาทิมาห. ตตฺถ สุสมาหิตนฺติ เตสํ พฺราหฺมณานํ จิตฺตํ อุปจารปฺปนาสมาธีหิ สุสมาหิตํ อโหสีติ ทสฺเสติ. อขิลนฺติ มุทุ อถทฺธํ. โส มคฺโค พฺรหฺมปตฺติยาติ โส เสฏฺฐปตฺติยา มคฺโค, ตุเมฺห ปน กึ พฺราหฺมณา นามาติ ทีเปนฺโต เอวมาห.
อาคมํสุ นุ ขฺวิธาติ อาคมํสุ นุ โข อิธ. อธิมุจฺจตีติ กิเลสวเสน อธิมุตฺโต คิทฺโธ โหติ. พฺยาปชฺชตีติ พฺยาปาทวเสน ปูติจิตฺตํ โหติ. ปริตฺตเจตโสติ อนุปฏฺฐิตสติตาย สํกิเลสจิตฺเตน ปริตฺตจิตฺโต. เจโตวิมุตฺตินฺติ ผลสมาธึ. ปญฺญาวิมุตฺตินฺติ ผลปญฺญํ. อปฺปมาณเจตโสติ อุปฏฺฐิตสติตาย นิกฺกิเลสจิตฺเตน อปฺปมาณจิตฺโต.
๑๐. เวรหจฺจานิสุตฺตวณฺณนา
๑๓๓. ทสเม กามณฺฑายนฺติ เอวํนามเก นคเร. ยคฺเฆติ โจทนตฺเถ นิปาโต. เสสํ อุตฺตานเมวาติ.
คหปติวคฺโค เตรสโม.