๔. กามคุณสุตฺตวณฺณนา
๑๑๗. จตุตฺเถ เย เมติ เย มม. เจตโส สมฺผุฏฺฐปุพฺพาติ จิตฺเตน อนุภูตปุพฺพา. ตตฺร เม จิตฺตํ พหุลํ คจฺฉมานํ คจฺเฉยฺยาติ เตสุ ปาสาทตฺตยติวิธนาฏกาทิเภทสมฺปตฺติวเสน อนุภูตปุพฺเพสุ ปญฺจสุ กามคุเณสุ พหูสุ วาเรสุ อุปฺปชฺชมานํ อุปฺปชฺเชยฺยาติ ทีเปติ. ปจฺจุปฺปนฺเนสุ วาติ อิธ ปธานจริยกาเล ฉพฺพสฺสานิ สุปุปฺผิตวนสณฺฑชาตานํ ทิชคณาทีนํ วเสน ทิฏฺฐสุตาทิเภทํ มโนรมารมฺมณํ กามคุณํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวรูเปสุ ปจฺจุปฺปนฺเนสุ วา พหุลํ อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ ทสฺเสติ. อปฺปํ วา อนาคเตสูติ อนาคเต ‘‘เมตฺเตยฺโย นาม พุทฺโธ ภวิสฺสติ, สงฺโข นาม ราชา, เกตุมตี นาม ราชธานี’’ติอาทิวเสน (ที. นิ. ๓.๑๐๖) ปริตฺตกเมว อนาคเตสุ กามคุเณสุ อุปฺปชฺเชยฺยาติ ทสฺเสติ. ตตฺร เม อตฺตรูเปนาติ ตตฺร มยา อตฺตโน หิตกามชาติเกน. อปฺปมาโทติ สาตจฺจกิริยา ปญฺจสุ กามคุเณสุ จิตฺตสฺส อโวสฺสคฺโค. สตีติ อารมฺมณปริคฺคหิตสติ. อารกฺโขติ อยํ อปฺปมาโท จ สติ จ เจตโส อารกฺโข กรณีโย, เอวํ เม อโหสีติ ทสฺเสติ, อารกฺขตฺถาย อิเม เทฺว ธมฺมา กาตพฺพาติ วุตฺตํ โหติ.
ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เส อายตเน เวทิตพฺเพติ ยสฺมา เจตโส อารกฺขตฺถาย อปฺปมาโท จ สติ จ กาตพฺพา, ยสฺมา ตสฺมึ อายตเน วิทิเต อปฺปมาเทน วา สติยา วา กาตพฺพํ นตฺถิ, ตสฺมา เส อายตเน เวทิตพฺเพ, ตํ การณํ ชานิตพฺพนฺติ อตฺโถ. สฬายตนนิโรธนฺติ สฬายตนนิโรโธ วุจฺจติ นิพฺพานํ, ตํ สนฺธาย ภาสิตนฺติ อตฺโถ. นิพฺพานสฺมิญฺหิ จกฺขุอาทีนิ เจว นิรุชฺฌนฺติ รูปสญฺญาทโย จ นิรุชฺฌนฺตีติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.