๑๒. โลกกามคุณวคฺโค

๑-๒. ปฐมมารปาสสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๑๔-๑๑๕. โลกกามคุณวคฺคสฺส ปฐเม อาวาสคโตติ วสนฏฺฐานํ คโต. มารสฺส วสํ คโตติ ติวิธสฺสาปิ มารสฺส วสํ คโต. ปฏิมุกฺก’สฺส มารปาโสติ อสฺส คีวาย มารปาโส ปฏิมุกฺโก ปเวสิโต. ทุติยํ อุตฺตานเมว.

๓. โลกนฺตคมนสุตฺตวณฺณนา

๑๑๖. ตติเย โลกสฺสาติ จกฺกวาฬโลกสฺส. โลกสฺส อนฺตนฺติ สงฺขารโลกสฺส อนฺตํ. วิหารํ ปาวิสีติ ‘‘มยิ วิหารํ ปวิฏฺเฐ อิเม ภิกฺขู, อิมํ อุทฺเทสํ อานนฺทํ ปุจฺฉิสฺสนฺติ, โส จ เตสํ มม สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สํสนฺทิตฺวา กเถสฺสติ. ตโต นํ โถเมสฺสามิ, มม โถมนํ สุตฺวา ภิกฺขู อานนฺทํ อุปสงฺกมิตพฺพํ, วจนญฺจสฺส โสตพฺพํ สทฺธาตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺติ, ตํ เนสํ ภวิสฺสติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ จินฺเตตฺวา สํขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺถํ อวิภชิตฺวาว นิสินฺนาสเน อนฺตรหิโต คนฺธกุฏิยํ ปาตุรโหสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อุฏฺฐายาสนา วิหารํ ปาวิสี’’ติ.

สตฺถุ เจว สํวณฺณิโตติ สตฺถารา จ ปสตฺโถ. วิญฺญูนนฺติ อิทมฺปิ กรณตฺเถ สามิวจนํ, ปณฺฑิเตหิ สพฺรหฺมจารีหิ จ สมฺภาวิโตติ อตฺโถ. ปโหตีติ สกฺโกติ. อติกฺกมฺเมว มูลํ อติกฺกมฺเมว ขนฺธนฺติ สาโร นาม มูเล วา ขนฺเธ วา ภเวยฺย, ตมฺปิ อติกฺกมิตฺวาติ อตฺโถ. เอวํสมฺปทมิทนฺติ เอวํสมฺปตฺติกํ, อีทิสนฺติ อตฺโถ. อติสิตฺวาติ อติกฺกมิตฺวา. ชานํ ชานาตีติ ชานิตพฺพเมว ชานาติ. ปสฺสํ ปสฺสตีติ ปสฺสิตพฺพเมว ปสฺสติ. ยถา วา เอกจฺโจ วิปรีตํ คณฺหนฺโต ชานนฺโตปิ น ชานาติ, ปสฺสนฺโตปิ น ปสฺสติ, น เอวํ ภควา. ภควา ปน ชานนฺโต ชานาติ, ปสฺสนฺโต ปสฺสติเยว. สฺวายํ ทสฺสนปริณายกฏฺเฐน จกฺขุภูโต. วิทิตกรณฏฺเฐน ญาณภูโต. อวิปรีตสภาวฏฺเฐน ปริยตฺติธมฺมปวตฺตนโต วา หทเยน จินฺเตตฺวา วาจาย นิจฺฉาริตธมฺมมโยติ ธมฺมภูโต. เสฏฺฐฏฺเฐน พฺรหฺมภูโต. อถ วา จกฺขุ วิย ภูโตติ จกฺขุภูโต. เอวเมเตสุ ปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สฺวายํ ธมฺมสฺส วตฺตนโต วตฺตา. ปวตฺตนโต ปวตฺตา. อตฺถํ นีหริตฺวา นีหริตฺวา ทสฺสนสมตฺถตาย อตฺถสฺส นินฺเนตา. อมตาธิคมาย ปฏิปตฺตึ เทเสตีติ อมตสฺส ทาตา.

อครุํ กริตฺวาติ ปุนปฺปุนํ ยาจาเปนฺโตปิ หิ ครุํ กโรติ นาม. อตฺตโน เสกฺขปฏิสมฺภิทาญาเณ ฐตฺวา สิเนรุปาทโต วาลิกํ อุทฺธรมาโน วิย ทุพฺพิญฺเญยฺยํ กตฺวา กเถนฺโตปิ ครุํ กโรติเยว นาม. เอวํ อกตฺวา อเมฺห ปุนปฺปุนํ อยาจาเปตฺวา สุวิญฺเญยฺยมฺปิ โน กตฺวา กเถหีติ วุตฺตํ โหติ.

ยํ โข โวติ ยํ โข ตุมฺหากํ. จกฺขุนา โข, อาวุโส, โลกสฺมึ โลกสญฺญี โหติ โลกมานีติ จกฺขุญฺหิ โลเก อปฺปหีนทิฏฺฐิ ปุถุชฺชโน สตฺตโลกวเสน โลโกติ สญฺชานาติ เจว มญฺญติ จ, ตถา จกฺกวาฬโลกวเสน. น หิ อญฺญตฺร จกฺขาทีหิ ทฺวาทสายตเนหิ ตสฺส สา สญฺญา วา มาโน วา อุปฺปชฺชติ. เตน วุตฺตํ, ‘‘จกฺขุนา โข, อาวุโส, โลกสฺมึ โลกสญฺญี โหติ โลกมานี’’ติ. อิมสฺส จ โลกสฺส คมเนน อนฺโต นาม ญาตุํ วา ทฏฺฐุํ วา ปตฺตุํ วา น สกฺกา. ลุชฺชนฏฺเฐน ปน ตสฺเสว จกฺขาทิเภทสฺส โลกสฺส นิพฺพานสงฺขาตํ อนฺตํ อปฺปตฺวา วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นาม นตฺถีติ เวทิตพฺพา.

เอวํ ปญฺหํ วิสฺสชฺเชตฺวา อิทานิ ‘‘สาวเกน ปโญฺห กถิโตติ มา นิกฺกงฺขา อหุวตฺถ, อยํ ภควา สพฺพญฺญุตญฺญาณตุลํ คเหตฺวา นิสินฺโน. อิจฺฉมานา ตเมว อุปสงฺกมิตฺวา นิกฺกงฺขา โหถา’’ติ อุยฺโยเชนฺโต อากงฺขมานา ปนาติอาทิมาห.

อิเมหิ อากาเรหีติ อิเมหิ การเณหิ จกฺกวาฬโลกสฺส อนฺตาภาวการเณหิ เจว สงฺขารโลกสฺส อนฺตาปตฺติการเณหิ จ. อิเมหิ ปเทหีติ อิเมหิ อกฺขรสมฺปิณฺฑเนหิ. พฺยญฺชเนหีติ ปาฏิเยกฺกอกฺขเรหิ.

ปณฺฑิโตติ ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคโต. จตูหิ การเณหิ ปณฺฑิโต ธาตุกุสโล อายตนกุสโล ปจฺจยาการกุสโล การณาการณกุสโลติ. มหาปญฺโญติ มหนฺเต อตฺเถ มหนฺเต ธมฺเม มหนฺตา นิรุตฺติโย มหนฺตานิ ปฏิภานานิ ปฏิคฺคณฺหนสมตฺถตาย มหาปญฺญาย สมนฺนาคโต. ยถา ตํ อานนฺเทนาติ ยถา อานนฺเทน พฺยากตํ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ยถา อานนฺเทน ตํ พฺยากตํ, อหมฺปิ ตํ เอวเมว พฺยากเรยฺยนฺติ อตฺโถ.

๔. กามคุณสุตฺตวณฺณนา

๑๑๗. จตุตฺเถ เย เมติ เย มม. เจตโส สมฺผุฏฺฐปุพฺพาติ จิตฺเตน อนุภูตปุพฺพา. ตตฺร เม จิตฺตํ พหุลํ คจฺฉมานํ คจฺเฉยฺยาติ เตสุ ปาสาทตฺตยติวิธนาฏกาทิเภทสมฺปตฺติวเสน อนุภูตปุพฺเพสุ ปญฺจสุ กามคุเณสุ พหูสุ วาเรสุ อุปฺปชฺชมานํ อุปฺปชฺเชยฺยาติ ทีเปติ. ปจฺจุปฺปนฺเนสุ วาติ อิธ ปธานจริยกาเล ฉพฺพสฺสานิ สุปุปฺผิตวนสณฺฑชาตานํ ทิชคณาทีนํ วเสน ทิฏฺฐสุตาทิเภทํ มโนรมารมฺมณํ กามคุณํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘เอวรูเปสุ ปจฺจุปฺปนฺเนสุ วา พหุลํ อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ ทสฺเสติ. อปฺปํ วา อนาคเตสูติ อนาคเต ‘‘เมตฺเตยฺโย นาม พุทฺโธ ภวิสฺสติ, สงฺโข นาม ราชา, เกตุมตี นาม ราชธานี’’ติอาทิวเสน (ที. นิ. ๓.๑๐๖) ปริตฺตกเมว อนาคเตสุ กามคุเณสุ อุปฺปชฺเชยฺยาติ ทสฺเสติ. ตตฺร เม อตฺตรูเปนาติ ตตฺร มยา อตฺตโน หิตกามชาติเกน. อปฺปมาโทติ สาตจฺจกิริยา ปญฺจสุ กามคุเณสุ จิตฺตสฺส อโวสฺสคฺโค. สตีติ อารมฺมณปริคฺคหิตสติ. อารกฺโขติ อยํ อปฺปมาโท จ สติ จ เจตโส อารกฺโข กรณีโย, เอวํ เม อโหสีติ ทสฺเสติ, อารกฺขตฺถาย อิเม เทฺว ธมฺมา กาตพฺพาติ วุตฺตํ โหติ.

ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เส อายตเน เวทิตพฺเพติ ยสฺมา เจตโส อารกฺขตฺถาย อปฺปมาโท จ สติ จ กาตพฺพา, ยสฺมา ตสฺมึ อายตเน วิทิเต อปฺปมาเทน วา สติยา วา กาตพฺพํ นตฺถิ, ตสฺมา เส อายตเน เวทิตพฺเพ, ตํ การณํ ชานิตพฺพนฺติ อตฺโถ. สฬายตนนิโรธนฺติ สฬายตนนิโรโธ วุจฺจติ นิพฺพานํ, ตํ สนฺธาย ภาสิตนฺติ อตฺโถ. นิพฺพานสฺมิญฺหิ จกฺขุอาทีนิ เจว นิรุชฺฌนฺติ รูปสญฺญาทโย จ นิรุชฺฌนฺตีติ. เสสํ วุตฺตนยเมว.

๕-๖. สกฺกปญฺหสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๑๘-๑๑๙. ปญฺจเม ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว. ปรินิพฺพายนฺตีติ กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพายนฺติ. ตนฺนิสฺสิตํ วิญฺญาณํ โหตีติ ตณฺหานิสฺสิตํ กมฺมวิญฺญาณํ โหติ. ตทุปาทานนฺติ ตํคหณํ, ตณฺหาคหเณน สหคตํ วิญฺญาณํ โหตีติ อตฺโถ. ฉฏฺฐํ อุตฺตานเมว.

๗. สาริปุตฺตสทฺธิวิหาริกสุตฺตวณฺณนา

๑๒๐. สตฺตเม สนฺตาเนสฺสตีติ ฆเฏสฺสติ, โยควิจฺเฉทมสฺส ปาปุณิตุํ น ทสฺสติ.

๘. ราหุโลวาทสุตฺตวณฺณนา

๑๒๑. อฏฺฐเม วิมุตฺติปริปาจนิยาติ วิมุตฺตึ ปริปาเจนฺตีติ วิมุตฺติปริปาจนิยา. ธมฺมาติ ปนฺนรส ธมฺมา, เต สทฺธินฺทฺริยาทีนํ วิสุทฺธิกรณวเสน เวทิตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘อสฺสทฺเธ ปุคฺคเล ปริวชฺชยโต, สทฺเธ ปุคฺคเล เสวโต ภชโต ปยิรุปาสโต, ปสาทนีเย สุตฺตนฺเต ปจฺจเวกฺขโต, อิเมหิ ตีหากาเรหิ สทฺธินฺทฺริยํ วิสุชฺฌติ. กุสีเต ปุคฺคเล ปริวชฺชยโต, อารทฺธวีริเย ปุคฺคเล เสวโต ภชโต ปยิรุปาสโต, สมฺมปฺปธาเน ปจฺจเวกฺขโต, อิเมหิ ตีหากาเรหิ วีริยินฺทฺริยํ วิสุชฺฌติ. มุฏฺฐสฺสตี ปุคฺคเล ปริวชฺชยโต, อุปฏฺฐิตสฺสตี ปุคฺคเล เสวโต ภชโต ปยิรุปาสโต, สติปฏฺฐาเน ปจฺจเวกฺขโต, อิเมหิ ตีหากาเรหิ สตินฺทฺริยํ วิสุชฺฌติ. อสมาหิเต ปุคฺคเล ปริวชฺชยโต, สมาหิเต ปุคฺคเล เสวโต ภชโต ปยิรุปาสโต, ฌานวิโมกฺเข ปจฺจเวกฺขโต, อิเมหิ ตีหากาเรหิ สมาธินฺทฺริยํ วิสุชฺฌติ. ทุปฺปญฺเญ ปุคฺคเล ปริวชฺชยโต, ปญฺญวนฺเต ปุคฺคเล เสวโต ภชโต ปยิรุปาสโต, คมฺภีรญาณจริยํ ปจฺจเวกฺขโต, อิเมหิ ตีหากาเรหิ ปญฺญินฺทฺริยํ วิสุชฺฌติ. อิติ อิเม ปญฺจ ปุคฺคเล ปริวชฺชยโต, ปญฺจ ปุคฺคเล เสวโต ภชโต ปยิรุปาสโต, ปญฺจ สุตฺตนฺเต ปจฺจเวกฺขโต, อิเมหิ ปนฺนรสหิ อากาเรหิ อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ วิสุชฺฌนฺตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๘๔).

อปเรปิ ปนฺนรส ธมฺมา วิมุตฺติปริปาจนิยา – สทฺธาปญฺจมานิ อินฺทฺริยานิ, อนิจฺจสญฺญา, อนิจฺเจ ทุกฺขสญฺญา, ทุกฺเข อนตฺตสญฺญา, ปหานสญฺญา, วิราคสญฺญาติ อิมา ปญฺจ นิพฺเพธภาคิยา สญฺญา, เมฆิยตฺเถรสฺส กถิตา กลฺยาณมิตฺตตาทโย ปญฺจ ธมฺมาติ (อุทา. ๓๑). กาย ปน เวลาย ภควโต เอตทโหสีติ? ปจฺจูสสมเย โลกํ โวโลเกนฺตสฺส.

อเนกานิ เทวตาสหสฺสานีติ อายสฺมตา ราหุเลน ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต ปาทมูเล ปาลิตนาคราชกาเล ปตฺถนํ ปฏฺฐเปนฺเตน สทฺธึ ปตฺถนํ ปฏฺฐปิตเทวตาสุ ปน กาจิ ภูมฏฺฐกา เทวตา, กาจิ อนฺตลิกฺขฏฺฐกา, กาจิ จาตุมหาราชิกา, กาจิ เทวโลเก, กาจิ พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตา. อิมสฺมึ ปน ทิวเส สพฺพาปิ ตา เอกฏฺฐาเน อนฺธวนสฺมึเยว สนฺนิปติตา, ตา สนฺธายาห – ‘‘อเนกานิ เทวตาสหสฺสานี’’ติ. ธมฺมจกฺขุนฺติ อิมสฺมึ สุตฺเต จตฺตาโร จ มคฺคา จตฺตาริ จ ผลานิ ธมฺมจกฺขุนฺติ เวทิตพฺพานิ. ตตฺถ หิ กาจิ เทวตา โสตาปนฺนา อเหสุํ, กาจิ สกทาคามี, อนาคามี, ขีณาสวา. ตาสญฺจ ปน เทวตานํ เอตฺตกาติ คณนวเสน ปริจฺเฉโท นตฺถิ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว.

๙-๑๐. สํโยชนิยธมฺมสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๒๒-๑๒๓. นวมทสมานิ อิฏฺฐารมฺมณวเสน กถิยมาเน พุชฺฌนกานํ วเสน วุตฺตานีติ.

โลกกามคุณวคฺโค ทฺวาทสโม.