๒. มาลุกฺยปุตฺตสุตฺตวณฺณนา

๙๕. ทุติเย มาลุกฺยปุตฺโตติ มาลุกฺยพฺราหฺมณิยา ปุตฺโต. เอตฺถาติ เอตสฺมึ ตว โอวาทายาจเน. อิมินา เถรํ อปสาเทติปิ อุสฺสาเทติปิ. กถํ? อยํ กิร ทหรกาเล รูปาทีสุ ปมชฺชิตฺวา ปจฺฉา มหลฺลกกาเล อรญฺญวาสํ ปตฺเถนฺโต กมฺมฏฺฐานํ ยาจติ. อถ ภควา ‘‘เอตฺถ ทหเร กึ วกฺขาม? มาลุกฺยปุตฺโต วิย ตุเมฺหปิ ตรุณกาเล ปมชฺชิตฺวา มหลฺลกกาเล อรญฺญํ ปวิสิตฺวา สมณธมฺมํ กเรยฺยาถา’’ติ อิมินา อธิปฺปาเยน ภณนฺโต เถรํ อปสาเทติ นาม.

ยสฺมา ปน เถโร มหลฺลกกาเลปิ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา สมณธมฺมํ กาตุกาโม, ตสฺมา ภควา ‘‘เอตฺถ ทหเร กึ วกฺขาม? อยํ อมฺหากํ มาลุกฺยปุตฺโต มหลฺลกกาเลปิ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา สมณธมฺมํ กตฺตุกาโม กมฺมฏฺฐานํ ยาจติ, ตุเมฺห นาม ตรุณกาเลปิ วีริยํ น กโรถา’’ติ อิมินา อธิปฺปาเยน ภณนฺโต เถรํ อุสฺสาเทติ นาม.

ยตฺร หิ นามาติ โย นาม. กิญฺจาปาหนฺติ กิญฺจาปิ ‘‘อหํ มหลฺลโก’’ติ ญาตํ. ยทิ อหํ มหลฺลโก, มหลฺลโก สมาโนปิ สกฺขิสฺสามิ สมณธมฺมํ กาตุํ, เทเสตุ เม, ภนฺเต, ภควาติ อธิปฺปาเยน มหลฺลกภาวํ อนุคฺคณฺหนฺโต โอวาทญฺจ ปสํสนฺโต เอวมาห.

อทิฏฺฐา อทิฏฺฐปุพฺพาติ อิมสฺมึ อตฺตภาเว อทิฏฺฐา อตีเตปิ อทิฏฺฐปุพฺพา. น จ ปสฺสสีติ เอตรหิปิ น ปสฺสสิ. น จ เต โหติ ปสฺเสยฺยนฺติ เอวํ สมนฺนาหาโรปิ เต ยตฺถ นตฺถิ, อปิ นุ เต ตตฺถ ฉนฺทาทโย อุปฺปชฺเชยฺยุนฺติ ปุจฺฉติ.

ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตนฺติ รูปายตเน จกฺขุวิญฺญาเณน ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ ภวิสฺสติ. จกฺขุวิญฺญาณญฺหิ รูเป รูปมตฺตเมว ปสฺสติ, น นิจฺจาทิสภาวํ, อิติ เสสวิญฺญาเณหิปิ เม เอตฺถ ทิฏฺฐมตฺตเมว จิตฺตํ ภวิสฺสตีติ อตฺโถ. อถ วา ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐํ นาม จกฺขุวิญฺญาณํ, รูเป รูปวิชานนนฺติ อตฺโถ. มตฺตาติ ปมาณํ, ทิฏฺฐํ มตฺตา อสฺสาติ ทิฏฺฐมตฺตํ, จิตฺตํ, จกฺขุวิญฺญาณมตฺตเมว เม จิตฺตํ ภวิสฺสตีติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา อาปาถคตรูเป จกฺขุวิญฺญาณํ น รชฺชติ น ทุสฺสติ น มุยฺหติ, เอวํ ราคาทิวิรเหน จกฺขุวิญฺญาณมตฺตเมว ชวนํ ภวิสฺสติ, จกฺขุวิญฺญาณปมาเณเนว ชวนํ ฐเปสฺสามีติ. อถ วา ทิฏฺฐํ นาม จกฺขุวิญฺญาเณน ทิฏฺฐรูปํ, ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ นาม ตตฺเถว อุปฺปนฺนํ สมฺปฏิจฺฉนสนฺตีรณโวฏฺฐพฺพนสงฺขาตํ จิตฺตตฺตยํ. ยถา ตํ น รชฺชติ, น ทุสฺสติ, น มุยฺหติ, เอวํ อาปาถคเต รูเป เตเนว สมฺปฏิจฺฉนาทิปฺปมาเณน ชวนํ อุปฺปาเทสฺสามิ, นาหํ ตํ ปมาณํ อติกฺกมิตฺวา รชฺชนาทิวเสน อุปฺปชฺชิตุํ ทสฺสามีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. เอเสว นโย สุตมุเตสุ.

วิญฺญาเต วิญฺญาตมตฺตนฺติ เอตฺถ ปน วิญฺญาตํ นาม มโนทฺวาราวชฺชเนน วิญฺญาตารมฺมณํ, ตสฺมึ วิญฺญาเต วิญฺญาตมตฺตนฺติ อาวชฺชนปมาณํ. ยถา อาวชฺชเนน น รชฺชติ น ทุสฺสติ น มุยฺหติ, เอวํ รชฺชนาทิวเสน อุปฺปชฺชิตุํ อทตฺวา อาวชฺชนปมาเณเนว จิตฺตํ ฐเปสฺสามีติ อยเมตฺถ อตฺโถ.

ยโตติ ยทา. ตโตติ ตทา. น เตนาติ เตน ราเคน วา รตฺโต, โทเสน วา ทุฏฺโฐ, โมเหน วา มูโฬฺห น ภวิสฺสติ. ตโต ตฺวํ มาลุกฺยปุตฺต น ตตฺถาติ ยทา ตฺวํ เตน ราเคน วา โทสโมเหหิ วา รตฺโต วา ทุฏฺโฐ วา มูโฬฺห วา น ภวิสฺสสิ, ตทา ตฺวํ น ตตฺถ ตสฺมึ ทิฏฺเฐ วา สุตมุตวิญฺญาเต วา ปฏิพทฺโธ อลฺลีโน ปติฏฺฐิโต นาม ภวิสฺสสิ. เนวิธาติอาทิ วุตฺตตฺถเมว.

สติ มุฏฺฐาติ สติ นฏฺฐา. ตญฺจ อชฺโฌสาติ ตํ อารมฺมณํ คิลิตฺวา. อภิชฺฌา จ วิเหสา จาติ อภิชฺฌาย จ วิหึสาย จ. อถ วา ‘‘ตสฺส วฑฺฒนฺตี’’ติ ปเทนาปิ สทฺธึ โยเชตพฺพํ, อภิชฺฌา จ วิเหสา จาติ อิเมปิ เทฺว ธมฺมา ตสฺส วฑฺฒนฺตีติ อตฺโถ.

จิตฺตมสฺสูปหญฺญตีติ อภิชฺฌาวิเหสาหิ อสฺส จิตฺตํ อุปหญฺญติ. อาจินโตติ อาจินนฺตสฺส. อารา นิพฺพาน วุจฺจตีติ เอวรูปสฺส ปุคฺคลสฺส นิพฺพานํ นาม ทูเร ปวุจฺจติ. ฆตฺวาติ ฆายิตฺวา. โภตฺวาติ ภุตฺวา สายิตฺวา เลหิตฺวา. ผุสฺสาติ ผุสิตฺวา. ปฏิสฺสโตติ ปฏิสฺสติสงฺขาตาย สติยา ยุตฺโต. เสวโต จาปิ เวทนนฺติ จตุมคฺคสมฺปยุตฺตํ นิพฺพตฺติตโลกุตฺตรเวทนํ เสวนฺตสฺส. ขียตีติ ขยํ คจฺฉติ. กึ ตํ? ทุกฺขมฺปิ กิเลสชาตมฺปิ. อญฺญตโรติ อสีติยา มหาสาวกานํ อพฺภนฺตโร เอโก. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต คาถาหิปิ วฏฺฏวิวฏฺฏเมว กถิตํ.