๑๐. ปุณฺณมสุตฺตวณฺณนา

๘๒. ทสเม ตทหุโปสเถติอาทิ ปวารณสุตฺเต วิตฺถาริตเมว. กิญฺจิเทว เทสนฺติ กิญฺจิ การณํ. สเก อาสเน นิสีทิตฺวา ปุจฺฉ ยทากงฺขสีติ กสฺมา เอวมาห? โส กิร ภิกฺขุ ปญฺจสตภิกฺขุปริวาโร. อาจริเย ปน ฐิตเก ปุจฺฉนฺเต สเจ เต ภิกฺขู นิสีทนฺติ, สตฺถริ คารวํ กตํ โหติ, อาจริเย อคารวํ. สเจ อุฏฺฐหนฺติ, อาจริเย คารวํ กตํ โหติ, สตฺถริ อคารวํ. อิติ เนสํ จิตฺตํ อเนกคฺคํ ภวิสฺสติ, เทสนํ สมฺปฏิจฺฉิตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ. ตสฺมึ ปน นิสีทิตฺวา ปุจฺฉนฺเต เตสํ จิตฺตํ เอกคฺคํ ภวิสฺสติ, เทสนํ สมฺปฏิจฺฉิตุํ สกฺขิสฺสนฺตีติ ญตฺวา ภควา เอวมาห. อิเม นุ โข, ภนฺเตติ อยํ เถโร ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ อาจริโย, ปญฺจกฺขนฺธมตฺตมฺปิ นปฺปชานาตีติ น วตฺตพฺโพ. ปญฺหํ ปุจฺฉนฺเตน ปน ‘‘อิเม ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา, น อญฺเญ’’ติ เอวํ ชานนฺเตน วิย หุตฺวา ปุจฺฉิตุํ น วฏฺฏติ, ตสฺมา อชานนฺโต วิย ปุจฺฉติ. เตปิ จสฺส อนฺเตวาสิกา ‘‘อมฺหากํ อาจริโย ‘อหํ ชานามี’ติ น กเถติ, สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ปน สทฺธึ สํสนฺทิตฺวาว กเถตี’’ติ โสตพฺพํ สทฺธาตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตีติปิ อชานนฺโต วิย ปุจฺฉติ.

ฉนฺทมูลกาติ ตณฺหาฉนฺทมูลกา. น โข ภิกฺขุ ตญฺเญว อุปาทานํ เต ปญฺจุปาทานกฺขนฺธาติ ยสฺมา ฉนฺทราคมตฺตํ ปญฺจกฺขนฺธา น โหติ, ตสฺมา อิทํ วุตฺตํ. ยสฺมา ปน สหชาตโต วา อารมฺมณโต วา ขนฺเธ มุญฺจิตฺวา อุปาทานํ นตฺถิ, ตสฺมา นาปิ อญฺญตฺร ปญฺจหิ อุปาทานกฺขนฺเธหิ อุปาทานนฺติ วุตฺตํ. ตณฺหาสมฺปยุตฺตสฺมิญฺหิ จิตฺเต วตฺตมาเน ตํจิตฺตสมุฏฺฐานรูปํ รูปกฺขนฺโธ, ฐเปตฺวา ตํ ตณฺหํ เสสา อรูปธมฺมา จตฺตาโร ขนฺธาติ สหชาตโตปิ ขนฺเธ มุญฺจิตฺวา อุปาทานํ นตฺถิ. อุปาทานสฺส ปน รูปาทีสุ อญฺญตรํ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปชฺชนโต อารมฺมณโตปิ ปญฺจกฺขนฺเธ มุญฺจิตฺวา อุปาทานํ นตฺถิ. ฉนฺทราคเวมตฺตตาติ ฉนฺทราคนานตฺตํ. เอวํ โข ภิกฺขูติ เอวํ รูปารมฺมณสฺส ฉนฺทราคสฺส เวทนาทีสุ อญฺญตรํ อารมฺมณํ อกรณโต สิยา ฉนฺทราคเวมตฺตตา. ขนฺธาธิวจนนฺติ ขนฺธาติ อยํ ปญฺญตฺติ. อยํ ปน อนุสนฺธิ น ฆฏิยติ, กิญฺจาปิ น ฆฏิยติ, สานุสนฺธิกาว ปุจฺฉา, สานุสนฺธิกํ วิสฺสชฺชนํ. อยญฺหิ เถโร เตสํ เตสํ ภิกฺขูนํ อชฺฌาสเยน ปุจฺฉติ, สตฺถาปิ เตสํ เตสํ อชฺฌาสเยเนว วิสฺสชฺเชติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว. ทสมํ.

อิมสฺส จ ปน วคฺคสฺส เอเกกสฺมึ สุตฺเต ปญฺจสตา ปญฺจสตา ภิกฺขู อรหตฺตํ ปตฺตาติ.

ขชฺชนียวคฺโค อฏฺฐโม.