๙. เถรวคฺโค
๑. อานนฺทสุตฺตวณฺณนา
๘๓. เถรวคฺคสฺส ปฐเม มนฺตาณิปุตฺโตติ, มนฺตาณิยา นาม พฺราหฺมณิยา ปุตฺโต. อุปาทายาติ อาคมฺม อารพฺภ สนฺธาย ปฏิจฺจ. อสฺมีติ โหตีติ อสฺมีติ เอวํ ปวตฺตํ ตณฺหามานทิฏฺฐิปปญฺจตฺตยํ โหติ. ทหโรติ ตรุโณ. ยุวาติ โยพฺพเนน สมนฺนาคโต. มณฺฑนกชาติโกติ มณฺฑนกสภาโว มณฺฑนกสีโล. มุขนิมิตฺตนฺติ มุขปฏิพิมฺพํ. ตญฺหิ ปริสุทฺธํ อาทาสมณฺฑลํ ปฏิจฺจ ปญฺญายติ. กึ ปน ตํ โอโลกยโต สกมุขํ ปญฺญายติ, ปรมุขนฺติ? ยทิ สกํ ภเวยฺย, ปรมฺมุขํ หุตฺวา ปญฺญาเยยฺย, อถ ปรสฺส ภเวยฺย, วณฺณาทีหิ อสทิสํ หุตฺวา ปญฺญาเยยฺย. ตสฺมา น ตํ อตฺตโน, น ปรสฺส, อาทาสํ ปน นิสฺสาย นิภาสรูปํ นาม ตํ ปญฺญายตีติ วทนฺติ. อถ ยํ อุทเก ปญฺญายติ, ตํ เกน การเณนาติ? มหาภูตานํ วิสุทฺธตาย. ธมฺโม เม อภิสมิโตติ มยา ญาเณน จตุสจฺจธมฺโม อภิสมาคโต, โสตาปนฺโนสฺมิ ชาโตติ กเถสิ. ปฐมํ.
๒. ติสฺสสุตฺตวณฺณนา
๘๔. ทุติเย มธุรกชาโต วิยาติ สญฺชาตครุภาโว วิย อกมฺมญฺโญ. ทิสาปิ เมติ อยํ ปุรตฺถิมา อยํ ทกฺขิณาติ เอวํ ทิสาปิ มยฺหํ น ปกฺขายนฺติ, น ปากฏา โหนฺตีติ วทติ. ธมฺมาปิ มํ น ปฏิภนฺตีติ ปริยตฺติธมฺมาปิ มยฺหํ น อุปฏฺฐหนฺติ, อุคฺคหิตํ สชฺฌายิตํ น ทิสฺสตีติ วทติ. วิจิกิจฺฉาติ โน มหาวิจิกิจฺฉา. น หิ ตสฺส ‘‘สาสนํ นิยฺยานิกํ นุ โข, น นุ โข’’ติ วิมติ อุปฺปชฺชติ. เอวํ ปนสฺส โหติ ‘‘สกฺขิสฺสามิ นุ โข สมณธมฺมํ กาตุํ, อุทาหุ ปตฺตจีวรธารณมตฺตเมว กริสฺสามี’’ติ.
กามานเมตํ อธิวจนนฺติ ยถา หิ นินฺนํ ปลฺลลํ โอโลเกนฺตสฺส ทสฺสนรามเณยฺยกมตฺตํ อตฺถิ, โย ปเนตฺถ โอตรติ, ตํ จณฺฑมีนากุลตาย อากฑฺฒิตฺวา อนยพฺยสนํ ปาเปติ, เอวเมวํ ปญฺจสุ กามคุเณสุ จกฺขุทฺวาราทีนํ อารมฺมเณ รามเณยฺยกมตฺตํ อตฺถิ, โย ปเนตฺถ เคธํ อาปชฺชติ, ตํ อากฑฺฒิตฺวา นิรยาทีสุ เอว ปกฺขิปนฺติ. อปฺปสฺสาทา หิ กามา พหุทุกฺขา พหุปายาสา, อาทีนโว เอตฺถ ภิยฺโยติ อิมํ อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘‘กามานเมตํ อธิวจน’’นฺติ วุตฺตํ. อหมนุคฺคเหนาติ อหํ ธมฺมามิสานุคฺคเหหิ อนุคฺคณฺหามิ. อภินนฺทีติ สมฺปฏิจฺฉิ. น เกวลญฺจ อภินนฺทิ, อิมํ ปน สตฺถุ สนฺติกา อสฺสาสํ ลภิตฺวา ฆเฏนฺโต วายมนฺโต กติปาเหน อรหตฺเต ปติฏฺฐาสิ. ทุติยํ.
๓. ยมกสุตฺตวณฺณนา
๘๕. ตติเย ทิฏฺฐิคตนฺติ สเจ หิสฺส เอวํ ภเวยฺย ‘‘สงฺขารา อุปฺปชฺชนฺติ เจว นิรุชฺฌนฺติ จ, สงฺขารปฺปวตฺตเมว อปฺปวตฺตํ โหตี’’ติ, ทิฏฺฐิคตํ นาม น ภเวยฺย, สาสนาวจริกํ ญาณํ ภเวยฺย. ยสฺมา ปนสฺส ‘‘สตฺโต อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสตี’’ติ อโหสิ, ตสฺมา ทิฏฺฐิคตํ นาม ชาตํ. ถามสา ปรามาสาติ ทิฏฺฐิถาเมน เจว ทิฏฺฐิปรามาเสน จ.
เยนายสฺมา สาริปุตฺโตติ ยถา นาม ปจฺจนฺเต กุปิเต ตํ วูปสเมตุํ อสกฺโกนฺตา ราชปุริสา เสนาปติสฺส วา รญฺโญ วา สนฺติกํ คจฺฉนฺติ, เอวํ ทิฏฺฐิคตวเสน ตสฺมึ เถเร กุปิเต ตํ วูปสเมตุํ อสกฺโกนฺตา เต ภิกฺขู เยน ธมฺมราชสฺส ธมฺมเสนาปติ อายสฺมา สาริปุตฺโต, เตนุปสงฺกมึสุ. เอวํพฺยาโขติ เตสํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก วิย เถรสฺส สมฺมุขา ปคฺคยฺห วตฺตุํ อสกฺโกนฺโต โอลมฺพนฺเตน หทเยน ‘‘เอวํพฺยาโข’’ติ อาห. ตํ กึ มญฺญสิ, อาวุโสติ? อิทํ เถโร ตสฺส วจนํ สุตฺวา, ‘‘นายํ อตฺตโน ลทฺธิยํ โทสํ ปสฺสติ, ธมฺมเทสนาย อสฺส ตํ ปากฏํ กริสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ติปริวฏฺฏํ เทสนํ เทเสตุํ อารภิ.
ตํ กึ มญฺญสิ, อาวุโส ยมก, รูปํ ตถาคโตติ อิทํ กสฺมา อารทฺธํ? อนุโยควตฺตํ ทาปนตฺถํ. ติปริวฏฺฏเทสนาวสานสฺมิญฺหิ เถโร โสตาปนฺโน ชาโต. อถ นํ อนุโยควตฺตํ ทาเปตุํ ‘‘ตํ กึ มญฺญสี’’ติอาทิมาห? ตถาคโตติ สตฺโต. รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณนฺติ อิเม ปญฺจกฺขนฺเธ สมฺปิณฺเฑตฺวา ‘‘ตถาคโต’’ติ สมนุปสฺสสีติ ปุจฺฉติ. เอตฺถ จ เต, อาวุโสติ อิทํ เถรสฺส อนุโยเค ภุมฺมํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เอตฺถ จ เต เอตฺตเก ฐาเน ทิฏฺเฐว ธมฺเม สจฺจโต ถิรโต สตฺเต อนุปลพฺภิยมาเนติ. สเจ ตํ, อาวุโสติ อิทเมตํ อญฺญํ พฺยากราเปตุกาโม ปุจฺฉติ. ยํ ทุกฺขํ ตํ นิรุทฺธนฺติ ยํ ทุกฺขํ, ตเทว นิรุทฺธํ, อญฺโญ สตฺโต นิรุชฺฌนโก นาม นตฺถิ, เอวํ พฺยากเรยฺยนฺติ อตฺโถ.
เอตสฺเสว อตฺถสฺสาติ เอตสฺส ปฐมมคฺคสฺส. ภิยฺโยโสมตฺตาย ญาณายาติ อติเรกปฺปมาณสฺส ญาณสฺส อตฺถาย, สหวิปสฺสนกานํ อุปริ จ ติณฺณํ มคฺคานํ อาวิภาวตฺถายาติ อตฺโถ. อารกฺขสมฺปนฺโนติ อนฺโตอารกฺเขน เจว พหิอารกฺเขน จ สมนฺนาคโต. อโยคกฺเขมกาโมติ จตูหิ โยเคหิ เขมภาวํ อนิจฺฉนฺโต. ปสยฺหาติ ปสยฺหิตฺวา อภิภวิตฺวา. อนุปขชฺชาติ อนุปวิสิตฺวา.
ปุพฺพุฏฺฐายีติอาทีสุ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา อาสนโต ปฐมตรํ วุฏฺฐาตีติ ปุพฺพุฏฺฐายี. ตสฺส อาสนํ ทตฺวา ตสฺมึ นิสินฺเน ปจฺฉา นิปตติ นิสีทตีติ, ปจฺฉานิปาตี. ปาโตว วุฏฺฐาย ‘‘เอตฺตกา กสิตุํ คจฺฉถ, เอตฺตกา วปิตุ’’นฺติ วา สพฺพปฐมํ วุฏฺฐาตีติ ปุพฺพุฏฺฐายี. สายํ สพฺเพสุ อตฺตโน อตฺตโน วสนฏฺฐานํ คเตสุ เคหสฺส สมนฺตโต อารกฺขํ สํวิธาย ทฺวารานิ ถเกตฺวา สพฺพปจฺฉา นิปชฺชนโตปิ ปจฺฉานิปาตี. ‘‘กึ กโรมิ, อยฺยปุตฺต? กึ กโรมิ อยฺยปุตฺตา’’ติ? มุขํ โอโลเกนฺโต กึการํ ปฏิสาเวตีติ กึการปฏิสฺสาวี. มนาปํ จรตีติ มนาปจารี. ปิยํ วทตีติ ปิยวาที. มิตฺตโตปิ นํ สทฺทเหยฺยาติ มิตฺโต เม อยนฺติ สทฺทเหยฺย. วิสฺสาสํ อาปชฺเชยฺยาติ เอกโต ปานโภชนาทึ กโรนฺโต วิสฺสาสิโก ภเวยฺย. สํวิสฺสตฺโถติ สุฏฺฐุ วิสฺสตฺโถ.
เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – พาลคหปติปุตฺโต วิย หิ วฏฺฏสนฺนิสฺสิตกาเล อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน, วธกปจฺจามิตฺโต วิย อพลทุพฺพลา ปญฺจกฺขนฺธา, วธกปจฺจามิตฺตสฺส ‘‘พาลคหปติปุตฺตํ อุปฏฺฐหิสฺสามี’’ติ อุปคตกาโล วิย ปฏิสนฺธิกฺขเณ อุปคตา ปญฺจกฺขนฺธา, ตสฺส หิ ‘‘น เม อยํ สหาโย, วธกปจฺจตฺถิโก อย’’นฺติ อชานนกาโล วิย วฏฺฏนิสฺสิตปุถุชฺชนสฺส ปญฺจกฺขนฺเธ ‘‘น อิเม มยฺห’’นฺติ อคเหตฺวา ‘‘มม รูปํ, มม เวทนา, มม สญฺญา, มม สงฺขารา, มม วิญฺญาณ’’นฺติ คหิตกาโล, วธกปจฺจตฺถิกสฺส ‘‘มิตฺโต เม อย’’นฺติ คเหตฺวา สกฺการกรณกาโล วิย ‘‘มม อิเม’’ติ คเหตฺวา ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ นฺหาปนโภชนาทีหิ สกฺการกรณกาโล, ‘‘อติวิสฺสตฺโถ เม อย’’นฺติ ญตฺวา สกฺการํ กโรนฺตสฺเสว อสินา สีสจฺฉินฺทนํ วิย วิสฺสตฺถสฺส พาลปุถุชฺชนสฺส ติขิเณหิ ภิชฺชมาเนหิ ขนฺเธหิ ชีวิตปริยาทานํ เวทิตพฺพํ.
อุเปตีติ อุปคจฺฉติ. อุปาทิยตีติ คณฺหาติ. อธิฏฺฐาตีติ อธิติฏฺฐติ. อตฺตา เมติ อยํ เม อตฺตาติ. สุตวา จ โข, อาวุโส, อริยสาวโกติ ยถา ปน ปณฺฑิโต คหปติปุตฺโต เอวํ อุปคตํ ปจฺจตฺถิกํ ‘‘ปจฺจตฺถิโก เม อย’’นฺติ ญตฺวา อปฺปมตฺโต ตานิ ตานิ กมฺมานิ กาเรตฺวา อนตฺถํ ปริหรติ, อตฺถํ ปาปุณาติ, เอวํ สุตวา อริยสาวโกปิ ‘‘น รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติอาทินา นเยน ปญฺจกฺขนฺเธ อหนฺติ วา มมนฺติ วา อคเหตฺวา, ‘‘ปจฺจตฺถิกา เม เอเต’’ติ ญตฺวา รูปสตฺตกอรูปสตฺตกาทิวเสน วิปสฺสนาย โยเชตฺวาว ตโตนิทานํ ทุกฺขํ ปริวชฺเชตฺวา อคฺคผลํ อรหตฺตํ ปาปุณาติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. ตติยํ.
๔. อนุราธสุตฺตวณฺณนา
๘๖. จตุตฺเถ อรญฺญกุฏิกายนฺติ ตสฺเสว วิหารสฺส ปจฺจนฺเต ปณฺณสาลายํ. ตํ ตถาคโตติ ตุมฺหากํ สตฺถา ตถาคโต ตํ สตฺตํ ตถาคตํ. อญฺญตฺร อิเมหีติ ตสฺส กิร เอวํ อโหสิ ‘‘อิเม สาสนสฺส ปฏิปกฺขา ปฏิวิโลมา, ยถา อิเม ภณนฺติ, น เอวํ สตฺถา ปญฺญาเปสฺสติ, อญฺญถา ปญฺญาเปสฺสตี’’ติ. ตสฺมา เอวมาห. เอวํ วุตฺเต เต อญฺญติตฺถิยาติ เอวํ เถเรน อตฺตโน จ ปเรสญฺจ สมยํ อชานิตฺวา วุตฺเต เอกเทเสน สาสนสมยํ ชานนฺตา เถรสฺส วาเท โทสํ ทาตุกามา เต อญฺญติตฺถิยา ปริพฺพาชกา อายสฺมนฺตํ อนุราธํ เอตทโวจุํ.
ตํ กึ มญฺญสิ อนุราธาติ สตฺถา ตสฺส กถํ สุตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ภิกฺขุ อตฺตโน ลทฺธิยํ โทสํ น ชานาติ, การโก ปเนส ยุตฺตโยโค, ธมฺมเทสนาย เอว นํ ชานาเปสฺสามี’’ติ ติปริวฏฺฏํ เทสนํ เทเสตุกาโม ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, อนุราธา’’ติอาทิมาห. อถสฺส ตาย เทสนาย อรหตฺตปฺปตฺตสฺส อนุโยควตฺตํ อาโรเปนฺโต ตํ กึ มญฺญสิ, อนุราธ? รูปํ ตถาคโตติอาทิมาห. ทุกฺขญฺเจว ปญฺญเปมิ, ทุกฺขสฺส จ นิโรธนฺติ วฏฺฏทุกฺขญฺเจว วฏฺฏทุกฺขสฺส จ นิโรธํ นิพฺพานํ ปญฺญเปมิ. ทุกฺขนฺติ วา วจเนน ทุกฺขสจฺจํ คหิตํ. ตสฺมึ คหิเต สมุทยสจฺจํ คหิตเมว โหติ, ตสฺส มูลตฺตา. นิโรธนฺติ วจเนน นิโรธสจฺจํ คหิตํ. ตสฺมึ คหิเต มคฺคสจฺจํ คหิตเมว โหติ ตสฺส อุปายตฺตา. อิติ ปุพฺเพ จาหํ, อนุราธ, เอตรหิ จ จตุสจฺจเมว ปญฺญเปมีติ ทสฺเสติ. เอวํ อิมสฺมึ สุตฺเต วฏฺฏวิวฏฺฏเมว กถิตํ. จตุตฺถํ.
๕. วกฺกลิสุตฺตวณฺณนา
๘๗. ปญฺจเม กุมฺภการนิเวสเนติ กุมฺภการสาลายํ. เถโร กิร วุตฺถวสฺโส ปวาเรตฺวา ภควนฺตํ ทสฺสนาย อาคจฺฉติ. ตสฺส นครมชฺเฌ มหาอาพาโธ อุปฺปชฺชิ, ปาทา น วหนฺติ. อถ นํ มญฺจกสิวิกาย กุมฺภการสาลํ อาหรึสุ. สา จ สาลา เตสํ กมฺมสาลา, น นิเวสนสาลา. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘กุมฺภการนิเวสเน วิหรตี’’ติ. พาฬฺหคิลาโนติ อธิมตฺตคิลาโน. สมโธสีติ สมนฺตโต อโธสิ, จลนากาเรน อปจิตึ ทสฺเสสิ. วตฺตํ กิเรตํ พาฬฺหคิลาเนนปิ พุฑฺฒตรํ ทิสฺวา อุฏฺฐานากาเรน อปจิติ ทสฺเสตพฺพา. เตน ปน ‘‘มา จลิ มา จลี’’ติ วตฺตพฺโพ. สนฺติมานิ อาสนานีติ พุทฺธกาลสฺมิญฺหิ เอกสฺสปิ ภิกฺขุโน วสนฏฺฐาเน ‘‘สเจ สตฺถา อาคจฺฉิสฺสติ, อิธ นิสีทิสฺสตี’’ติ อาสนํ ปญฺญตฺตเมว โหติ อนฺตมโส ผลกมตฺตมฺปิ ปณฺณสนฺถารมตฺตมฺปิ. ขมนียํ ยาปนียนฺติ กจฺจิ ทุกฺขํ ขมิตุํ อิริยาปถํ วา ยาเปตุํ สกฺกาติ ปุจฺฉติ. ปฏิกฺกมนฺตีติ นิวตฺตนฺติ. อภิกฺกมนฺตีติ อธิคจฺฉนฺติ. ปฏิกฺกโมสานนฺติ ปฏิกฺกโม เอตาสํ. สีลโต น อุปวทตีติ สีลํ อารพฺภ สีลภาเวน น อุปวทติ. จิรปฏิกาหนฺติ จิรปฏิโก อหํ, จิรโต ปฏฺฐาย อหนฺติ อตฺโถ. ปูติกาเยนาติ อตฺตโน สุวณฺณวณฺณมฺปิ กายํ ภควา ธุวปคฺฆรณฏฺเฐน เอวมาห. โย โข, วกฺกลิ, ธมฺมนฺติ อิธ ภควา ‘‘ธมฺมกาโย โข, มหาราช, ตถาคโต’’ติ วุตฺตํ ธมฺมกายตํ ทสฺเสติ. นววิโธ หิ โลกุตฺตรธมฺโม ตถาคตสฺส กาโย นาม.
อิทานิ เถรสฺส ติปริวฏฺฏธมฺมเทสนํ อารภนฺโต ตํ กึ มญฺญสีติอาทิมาห. กาฬสิลาติ กาฬสิลาวิหาโร. วิโมกฺขายาติ มคฺควิโมกฺขตฺถาย. สุวิมุตฺโต วิมุจฺจิสฺสตีติ อรหตฺตผลวิมุตฺติยา วิมุตฺโต หุตฺวา วิมุจฺจิสฺสติ. ตา กิร เทวตา ‘‘เยน นีหาเรน อิมินา วิปสฺสนา อารทฺธา, อนนฺตราเยน อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสตี’’ติ ญตฺวา เอวมาหํสุ. อปาปกนฺติ อลามกํ. สตฺถํ อาหเรสีติ เถโร กิร อธิมานิโก อโหสิ. โส สมาธิวิปสฺสนาหิ วิกฺขมฺภิตานํ กิเลสานํ สมุทาจารํ อปสฺสนฺโต ‘‘ขีณาสโวมฺหี’’ติ สญฺญี หุตฺวา ‘‘กึ เม อิมินา ทุกฺเขน ชีวิเตน? สตฺถํ อาหริตฺวา มริสฺสามี’’ติ ติขิเณน สตฺเถน กณฺฐนาฬํ ฉินฺทิ. อถสฺส ทุกฺขา เวทนา อุปฺปชฺชิ. โส ตสฺมึ ขเณ อตฺตโน ปุถุชฺชนภาวํ ญตฺวา อวิสฺสฏฺฐกมฺมฏฺฐานตฺตา สีฆํ มูลกมฺมฏฺฐานํ อาทาย สมฺมสนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณิตฺวาว กาลมกาสิ. ปจฺจเวกฺขณา ปนสฺส จ กถํ อโหสีติ? ขีณาสวสฺส เอกูนวีสติ ปจฺจเวกฺขณา น สพฺพาว อวสฺสํ ลทฺธพฺพา, ติขิเณนาปิ ปน อสินา สีเส ฉิชฺชนฺเต เอกํ เทฺว ญาณานิ อวสฺสํ อุปฺปชฺชนฺติ.
วิวตฺตกฺขนฺธนฺติ ปริวตฺตกฺขนฺธํ. เสมานนฺติ สยมานํ. เถโร กิร อุตฺตานโก นิปนฺโน สตฺถํ อาหริ. ตสฺส สรีรํ ยถาฐิตเมว อโหสิ. สีสํ ปน ทกฺขิณปสฺเสน ปริวตฺติตฺวา อฏฺฐาสิ. อริยสาวกา หิ เยภุยฺเยน ทกฺขิณปสฺเสเนว กาลํ กโรนฺติ. เตนสฺส สรีรํ ยถาฐิตํเยว อโหสิ. สีสํ ปน ทกฺขิณปสฺเสน ปริวตฺติตฺวา ฐิตํ. ตํ สนฺธาย วิวตฺตกฺขนฺโธ นาม ชาโตติปิ วทนฺติ. ธูมายิตตฺตนฺติ ธูมายนภาวํ. ติมิรายิตตฺตนฺติ ติมิรายนภาวํ. ธูมวลาหกํ วิย ติมิรวลาหกํ วิย จาติ อตฺโถ. ปญฺจมํ.
๖. อสฺสชิสุตฺตวณฺณนา
๘๘. ฉฏฺเฐ กสฺสปการาเมติ กสฺสปเสฏฺฐินา การิเต อาราเม. กายสงฺขาเรติ อสฺสาสปสฺสาเส. โส หิ เต จตุตฺถชฺฌาเนน ปสฺสมฺภิตฺวา ปสฺสมฺภิตฺวา วิหาสิ. เอวํ โหตีติ อิทานิ ตํ สมาธึ อปฺปฏิลภนฺตสฺส เอวํ โหติ. โน จสฺสาหํ ปริหายามีติ กจฺจิ นุ โข อหํ สาสนโต น ปริหายามิ? ตสฺส กิร อาพาธโทเสน อปฺปิตปฺปิตา สมาปตฺติ ปริหายิ, ตสฺมา เอวํ จินฺเตสิ. สมาธิสารกา สมาธิสามญฺญาติ สมาธึเยว สารญฺจ สามญฺญญฺจ มญฺญนฺติ. มยฺหํ ปน สาสเน น เอตํ สารํ, วิปสฺสนามคฺคผลานิ สารํ. โส ตฺวํ สมาธิโต ปริหายนฺโต กสฺมา จินฺเตสิ ‘‘สาสนโต ปริหายามี’’ติ. เอวํ เถรํ อสฺสาเสตฺวา อิทานิสฺส ติปริวฏฺฏํ ธมฺมเทสนํ อารภนฺโต ตํ กึ มญฺญสีติอาทิมาห. อถสฺส ติปริวฏฺฏเทสนาวสาเน อรหตฺตํ ปตฺตสฺส สตตวิหารํ ทสฺเสนฺโต โส สุขํ เจ เวทนํ เวทยตีติอาทิมาห. ตตฺถ อนภินนฺทิตาติ ปชานาตีติ สุขเวทนาย ตาว อภินนฺทนา โหตุ, ทุกฺขเวทนาย กถํ โหตีติ? ทุกฺขํ ปตฺวา สุขํ ปตฺเถติ, ยทคฺเคน สุขํ ปตฺเถติ, ตทคฺเคน ทุกฺขํ ปตฺเถติเยว. สุขวิปริณาเมน หิ ทุกฺขํ อาคตเมว โหตีติ เอวํ ทุกฺเข อภินนฺทนา เวทิตพฺพา. เสสํ ปุพฺเพ วุตฺตนยเมวาติ. ฉฏฺฐํ.
๗. เขมกสุตฺตวณฺณนา
๘๙. สตฺตเม อตฺตนิยนฺติ อตฺตโน ปริกฺขารชาตํ. อสฺมีติ อธิคตนฺติ อสฺมีติ เอวํ ปวตฺตา ตณฺหามานา อธิคตา. สนฺธาวนิกายาติ ปุนปฺปุนํ คมนาคมเนน. อุปสงฺกมีติ พทริการามโต คาวุตมตฺตํ โฆสิตารามํ อคมาสิ. ทาสกตฺเถโร ปน จตุกฺขตฺตุํ คมนาคมเนน ตํทิวสํ ทฺวิโยชนํ อทฺธานํ อาหิณฺฑิ. กสฺมา ปน ตํ เถรา ปหิณึสุ? วิสฺสุตสฺส ธมฺมกถิกสฺส สนฺติกา ธมฺมํ สุณิสฺสามาติ. สยํ กสฺมา น คตาติ? เถรสฺส วสนฏฺฐานํ อรญฺญํ สมฺพาธํ, ตตฺถ สฏฺฐิมตฺตานํ เถรานํ ฐาตุํ วา นิสีทิตุํ วา โอกาโส นตฺถีติ น คตา. ‘‘อิธาคนฺตฺวา อมฺหากํ ธมฺมํ กเถตู’’ติปิ กสฺมา ปน น ปหิณึสูติ? เถรสฺส อาพาธิกตฺตา. อถ กสฺมา ปุนปฺปุนํ ปหิณึสูติ? สยเมว ญตฺวา อมฺหากํ กเถตุํ อาคมิสฺสตีติ. เถโรปิ เตสํ อชฺฌาสยํ ญตฺวาว อคมาสีติ.
น ขฺวาหํ, อาวุโส, รูปนฺติ โย หิ รูปเมว อสฺมีติ วทติ, เตน อิตเร จตฺตาโร ขนฺธา ปจฺจกฺขาตา โหนฺติ. โย อญฺญตฺร รูปา วทติ, เตน รูปํ ปจฺจกฺขาตํ โหติ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย. เถรสฺส ปน สมูหโต ปญฺจสุปิ ขนฺเธสุ อสฺมีติ อธิคโต, ตสฺมา เอวมาห. โหเตวาติ โหติเยว. อนุสหคโตติ สุขุโม. อูเสติ ฉาริกาขาเร. ขาเรติ อูสขาเร. สมฺมทฺทิตฺวาติ เตเมตฺวา ขาเทตฺวา.
เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – กิลิฏฺฐวตฺถํ วิย หิ ปุถุชฺชนสฺส จิตฺตาจาโร, ตโย ขารา วิย ติสฺโส อนุปสฺสนา, ตีหิ ขาเรหิ โธตวตฺถํ วิย เทสนาย มทฺทิตฺวา ฐิโต อนาคามิโน จิตฺตาจาโร, อนุสหคโต อูสาทิคนฺโธ วิย อรหตฺตมคฺควชฺฌา กิเลสา, คนฺธกรณฺฑโก วิย อรหตฺตมคฺคญาณํ คนฺธกรณฺฑกํ อาคมฺม อนุสหคตานํ อูสคนฺธาทีนํ สมุคฺฆาโต วิย อรหตฺตมคฺเคน สพฺพกิเลสกฺขโย, คนฺธปริภาวิตวตฺถํ นิวาเสตฺวา ฉณทิวเส อนฺตรวีถิยํ สุคนฺธคนฺธิโน วิจรณํ วิย ขีณาสวสฺส สีลคนฺธาทีหิ ทส ทิสา อุปวายนฺตสฺส ยถากามจาโร.
อาจิกฺขิตุนฺติ กเถตุํ. เทเสตุนฺติ ปกาเสตุํ. ปญฺญาเปตุนฺติ ชานาเปตุํ. ปฏฺฐเปตุนฺติ ปติฏฺฐาเปตุํ. วิวริตุนฺติ วิวฏํ กาตุํ. วิภชิตุนฺติ สุวิภตฺตํ กาตุํ. อุตฺตานีกาตุนฺติ อุตฺตานกํ กาตุํ. สฏฺฐิมตฺตานํ เถรานนฺติ เต กิร เถเรน กถิตกถิตฏฺฐาเน วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อุปรูปริ สมฺมสนฺตา เทสนาปริโยสาเน อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. เถโรปิ อญฺเญน นีหาเรน อกเถตฺวา วิปสฺสนาสหคตจิตฺเตเนว กเถสิ. ตสฺมา โสปิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สฏฺฐิมตฺตานํ เถรานํ ภิกฺขูนํ อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตานิ วิมุจฺจึสุ อายสฺมโต เขมกสฺส จา’’ติ. สตฺตมํ.
๘. ฉนฺนสุตฺตวณฺณนา
๙๐. อฏฺฐเม อายสฺมา ฉนฺโนติ ตถาคเตน สทฺธึ เอกทิวเส ชาโต มหาภินิกฺขมนทิวเส สทฺธึ นิกฺขมิตฺวา ปุน อปรภาเค สตฺถุ สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ‘‘อมฺหากํ พุทฺโธ อมฺหากํ ธมฺโม’’ติ เอวํ มกฺขี เจว ปฬาสี จ หุตฺวา สพฺรหฺมจารีนํ ผรุสวาจาย สงฺฆฏฺฏนํ กโรนฺโต เถโร. อวาปุรณํ อาทายาติ กุญฺจิกํ คเหตฺวา. วิหาเรน วิหารํ อุปสงฺกมิตฺวาติ เอกํ วิหารํ ปวิสิตฺวา ตโต อญฺญํ, ตโต อญฺญนฺติ เอวํ เตน เตน วิหาเรน ตํ ตํ วิหารํ อุปสงฺกมิตฺวา. เอตทโวจ โอวทนฺตุ มนฺติ กสฺมา เอวํ มหนฺเตน อุสฺสาเหน ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา เอตํ อโวจาติ? อุปฺปนฺนสํเวคตาย. ตสฺส หิ ปรินิพฺพุเต สตฺถริ ธมฺมสงฺคาหกตฺเถเรหิ เปสิโต อายสฺมา อานนฺโท โกสมฺพึ คนฺตฺวา พฺรหฺมทณฺฑํ อทาสิ. โส ทินฺเน พฺรหฺมทณฺเฑ สญฺชาตปริฬาโห วิสญฺญีภูโต ปติตฺวา ปุน สญฺญํ ลภิตฺวา วุฏฺฐาย เอกสฺส ภิกฺขุโน สนฺติกํ คโต, โส เตน สทฺธึ กิญฺจิ น กเถสิ. อญฺญสฺส สนฺติกํ อคมาสิ, โสปิ น กเถสีติ เอวํ สกลวิหารํ วิจริตฺวา นิพฺพินฺโน ปตฺตจีวรํ อาทาย พาราณสึ คนฺตฺวา อุปฺปนฺนสํเวโค ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา เอวํ อโวจ.
สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจาติ สพฺเพ เตภูมกสงฺขารา อนิจฺจา. สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ สพฺเพ จตุภูมกธมฺมา อนตฺตา. อิติ สพฺเพปิ เต ภิกฺขู เถรํ โอวทนฺตา อนิจฺจลกฺขณํ อนตฺตลกฺขณนฺติ เทฺวว ลกฺขณานิ กเถตฺวา ทุกฺขลกฺขณํ น กถยึสุ. กสฺมา? เอวํ กิร เนสํ อโหสิ – ‘‘อยํ ภิกฺขุ วาที ทุกฺขลกฺขเณ ปญฺญาปิยมาเน รูปํ ทุกฺขํ…เป… วิญฺญาณํ ทุกฺขํ, มคฺโค ทุกฺโข, ผลํ ทุกฺขนฺติ ‘ตุเมฺห ทุกฺขปฺปตฺตา ภิกฺขู นามา’ติ คหณํ คเณฺหยฺย, ยถา คหณํ คเหตุํ น สกฺโกติ, เอวํ นิทฺโทสเมวสฺส กตฺวา กเถสฺสามา’’ติ เทฺวว ลกฺขณานิ กถยึสุ.
ปริตสฺสนา อุปาทานํ อุปฺปชฺชตีติ ปริตสฺสนา จ อุปาทานญฺจ อุปฺปชฺชติ. ปจฺจุทาวตฺตติ มานสํ, อถ โก จรหิ เม อตฺตาติ ยทิ รูปาทีสุ เอโกปิ อนตฺตา, อถ โก นาม เม อตฺตาติ เอวํ ปฏินิวตฺตติ ‘‘มยฺหํ มานส’’นฺติ. อยํ กิร เถโร ปจฺจเย อปริคฺคเหตฺวา วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปสิ, สาสฺส ทุพฺพลวิปสฺสนา อตฺตคาหํ ปริยาทาตุํ อสกฺกุณนฺตี สงฺขาเรสุ สุญฺญโต อุปฏฺฐหนฺเตสุ ‘‘อุจฺฉิชฺชิสฺสามิ วินสฺสิสฺสามี’’ติ อุจฺเฉททิฏฺฐิยา เจว ปริตสฺสนาย จ ปจฺจโย อโหสิ. โส จ อตฺตานํ ปาปเต ปปตนฺตํ วิย ทิสฺวา, ‘‘ปริตสฺสนา อุปาทานํ อุปฺปชฺชติ, ปจฺจุทาวตฺตติ มานสํ, อถ โก จรหิ เม อตฺตา’’ติ อาห. น โข ปเนวํ ธมฺมํ ปสฺสโต โหตีติ จตุสจฺจธมฺมํ ปสฺสนฺตสฺส เอวํ น โหติ. ตาวติกา วิสฺสฏฺฐีติ ตตฺตโก วิสฺสาโส. สมฺมุขา เมตนฺติ เถโร ตสฺส วจนํ สุตฺวา, ‘‘กีทิสา นุ โข อิมสฺส ธมฺมเทสนา สปฺปายา’’ติ? จินฺเตนฺโต เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ วิจินิตฺวา กจฺจานสุตฺตํ (สํ. นิ. ๒.๑๕) อทฺทส ‘‘อิทํ อาทิโตว ทิฏฺฐิวินิเวฐนํ กตฺวา มชฺเฌ พุทฺธพลํ ทีเปตฺวา สณฺหสุขุมปจฺจยาการํ ปกาสยมานํ คตํ, อิทมสฺส เทเสสฺสามี’’ติ ทสฺเสนฺโต ‘‘สมฺมุขา เมต’’นฺติอาทิมาห. อฏฺฐมํ.
๙-๑๐. ราหุลสุตฺตาทิวณฺณนา
๙๑-๙๒. นวมทสมานิ ราหุลสํยุตฺเต (สํ. นิ. ๒.๑๘๘) วุตฺตตฺถาเนว. เกวลํ เหตานิ อยํ เถรวคฺโคติ กตฺวา อิธาคตานีติ. นวมทสมานิ.
เถรวคฺโค นวโม.