๘. ขชฺชนียวคฺโค

๑-๓. อสฺสาทสุตฺตาทิวณฺณนา

๗๓-๗๕. ขชฺชนียวคฺคสฺส อาทิโต ตีสุ สุตฺเตสุ จตุสจฺจเมว กถิตํ. ปฐมาทีนิ.

๔. อรหนฺตสุตฺตวณฺณนา

๗๖. จตุตฺเถ ยาวตา, ภิกฺขเว, สตฺตาวาสาติ, ภิกฺขเว, ยตฺตกา สตฺตาวาสา นาม อตฺถิ. ยาวตา ภวคฺคนฺติ ยตฺตกํ ภวคฺคํ นาม อตฺถิ. เอเต อคฺคา เอเต เสฏฺฐาติ เอเต อคฺคภูตา เจว เสฏฺฐภูตา จ. ยทิทํ อรหนฺโตติ เย อิเม อรหนฺโต นาม. อิทมฺปิ สุตฺตํ ปุริมนเยเนว อุสฺสทนนฺทิยญฺจ ปโลภนียญฺจาติ เวทิตพฺพํ.

อถาปรํ เอตทโวจาติ ตทตฺถปริทีปนาหิ เจว วิเสสตฺถปริทีปนาหิ จ คาถาหิ เอตํ ‘‘สุขิโน วต อรหนฺโต’’ติอาทิวจนํ อโวจ. ตตฺถ สุขิโนติ ฌานสุเขน มคฺคสุเขน ผลสุเขน จ สุขิตา. ตณฺหา เตสํ น วิชฺชตีติ เตสํ อปายทุกฺขชนิกา ตณฺหา น วชฺชติ. เอวํ เต อิมสฺสปิ ตณฺหามูลกสฺส อภาเวน สุขิตาว. อสฺมิมาโน สมุจฺฉินฺโนติ นววิโธ อสฺมิมาโน อรหตฺตมคฺเคน สมุจฺฉินฺโน. โมหชาลํ ปทาลิตนฺติ ญาเณน อวิชฺชาชาลํ ผาลิตํ.

อเนชนฺติ เอชาสงฺขาตาย ตณฺหาย ปหานภูตํ อรหตฺตํ. อนุปลิตฺตาติ ตณฺหาทิฏฺฐิเลเปหิ อลิตฺตา. พฺรหฺมภูตาติ เสฏฺฐภูตา. ปริญฺญายาติ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานิตฺวา. สตฺตสทฺธมฺมโคจราติ สทฺธา หิรี โอตฺตปฺปํ พาหุสจฺจํ อารทฺธวีริยตา อุปฏฺฐิตสฺสติตา ปญฺญาติ อิเม สตฺต สทฺธมฺมา โคจโร เอเตสนฺติ สตฺตสทฺธมฺมโคจรา.

สตฺตรตนสมฺปนฺนาติ สตฺตหิ โพชฺฌงฺครตเนหิ สมนฺนาคตา. อนุวิจรนฺตีติ โลกิยมหาชนาปิ อนุวิจรนฺติเยว. อิธ ปน ขีณาสวานํ นิราสงฺกจาโร นาม คหิโต. เตเนวาห ‘‘ปหีนภยเภรวา’’ติ. ตตฺถ ภยํ ภยเมว, เภรวํ พลวภยํ. ทสหงฺเคหิ สมฺปนฺนาติ อเสกฺเขหิ ทสหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตา. มหานาคาติ จตูหิ การเณหิ มหานาคา. สมาหิตาติ อุปจารปฺปนาหิ สมาหิตา. ตณฺหา เตสํ น วิชฺชตีติ ‘‘อูโน โลโก อติตฺโต ตณฺหาทาโสติ โข, มหาราช, เตน ภควตา’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๐๕) เอวํ วุตฺตา ทาสการิกา ตณฺหาปิ เตสํ นตฺถิ. อิมินา ขีณาสวานํ ภุชิสฺสภาวํ ทสฺเสติ.

อเสขญาณนฺติ อรหตฺตผลญาณํ. อนฺติโมยํ สมุสฺสโยติ ปจฺฉิโม อยํ อตฺตภาโว. โย สาโร พฺรหฺมจริยสฺสาติ สาโร นาม ผลํ. ตสฺมึ อปรปจฺจยาติ ตสฺมึ อริยผเล, น อญฺญํ ปตฺติยายนฺติ, ปจฺจกฺขโตว ปฏิวิชฺฌิตฺวา ฐิตา. วิธาสุ น วิกมฺปนฺตีติ ตีสุ มานโกฏฺฐาเสสุ น วิกมฺปนฺติ. ทนฺตภูมินฺติ อรหตฺตํ. วิชิตาวิโนติ ราคาทโย วิเชตฺวา ฐิตา.

อุทฺธนฺติอาทีสุ อุทฺธํ วุจฺจติ เกสมตฺถโก, อปาจีนํ ปาทตลํ, ติริยํ เวมชฺฌํ. อุทฺธํ วา อตีตํ, อปาจีนํ อนาคตํ, ติริยํ ปจฺจุปฺปนฺนํ. อุทฺธํ วา วุจฺจติ เทวโลโก, อปาจีนํ อปายโลโก, ติริยํ มนุสฺสโลโก. นนฺที เตสํ น วิชฺชตีติ เอเตสุ ฐาเนสุ สงฺเขปโต วา อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺเนสุ ขนฺเธสุ เตสํ ตณฺหา นตฺถิ. อิธ วฏฺฏมูลกตณฺหาย อภาโว ทสฺสิโต. พุทฺธาติ จตุนฺนํ สจฺจานํ พุทฺธตฺตา พุทฺธา.

อิทํ ปเนตฺถ สีหนาทสโมธานํ – ‘‘วิมุตฺติสุเขนมฺหา สุขิตา, ทุกฺขชนิกา โน ตณฺหา ปหีนา, ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา, ทาสการิกตณฺหา เจว วฏฺฏมูลิกตณฺหา จ ปหีนา, อนุตฺตรมฺหา อสทิสา, จตุนฺนํ สจฺจานํ พุทฺธตฺตา พุทฺธา’’ติ ภวปิฏฺเฐ ฐตฺวา อภีตนาทสงฺขาตํ สีหนาทํ นทนฺติ ขีณาสวาติ. จตุตฺถํ.

๕. ทุติยอรหนฺตสุตฺตวณฺณนา

๗๗. ปญฺจมํ วินา คาถาหิ สุทฺธิกเมว กตฺวา กถิยมานํ พุชฺฌนกานํ อชฺฌาสเยน วุตฺตํ. ปญฺจมํ.

๖. สีหสุตฺตวณฺณนา

๗๘. ฉฏฺเฐ สีโหติ จตฺตาโร สีหา – ติณสีโห, กาฬสีโห, ปณฺฑุสีโห, เกสรสีโหติ. เตสุ ติณสีโห กโปตวณฺณคาวิสทิโส ติณภกฺโข จ โหติ. กาฬสีโห กาฬคาวิสทิโส ติณภกฺโขเยว. ปณฺฑุสีโห ปณฺฑุปลาสวณฺณคาวิสทิโส มํสภกฺโข. เกสรสีโห ลาขารสปริกมฺมกเตเนว มุเขน อคฺคนงฺคุฏฺเฐน จตูหิ จ ปาทปริยนฺเตหิ สมนฺนาคโต, มตฺถกโตปิสฺส ปฏฺฐาย ลาขาตูลิกาย กตฺวา วิย ติสฺโส ราชิโย ปิฏฺฐิมชฺเฌน คนฺตฺวา อนฺตรสตฺถิมฺหิ ทกฺขิณาวตฺตา หุตฺวา ฐิตา, ขนฺเธ ปนสฺส สตสหสฺสคฺฆนิกกมฺพลปริกฺเขโป วิย เกสรภาโร โหติ, อวเสสฏฺฐานํ ปริสุทฺธํ สาลิปิฏฺฐสงฺขจุณฺณปิจุวณฺณํ โหติ. อิเมสุ จตูสุ สีเหสุ อยํ เกสรสีโห อิธ อธิปฺเปโต.

มิคราชาติ มิคคณสฺส ราชา. อาสยาติ วสนฏฺฐานโต สุวณฺณคุหโต วา รชตมณิผลิกมโนสิลาคุหโต วา นิกฺขมตีติ วุตฺตํ โหติ. นิกฺขมมาโน ปเนส จตูหิ การเณหิ นิกฺขมติ อนฺธการปีฬิโต วา อาโลกตฺถาย, อุจฺจารปสฺสาวปีฬิโต วา เตสํ วิสฺสชฺชนตฺถาย, ชิฆจฺฉาปีฬิโต วา โคจรตฺถาย, สมฺภวปีฬิโต วา อสฺสทฺธมฺมปฏิเสวนตฺถาย. อิธ ปน โคจรตฺถาย นิกฺขนฺโตติ อธิปฺเปโต.

วิชมฺภตีติ สุวณฺณตเล วา รชตมณิผลิกมโนสิลาตลานํ วา อญฺญตรสฺมึ เทฺว ปจฺฉิมปาเท สมํ ปติฏฺฐาเปตฺวา ปุริมปาเท ปุรโต ปสาเรตฺวา สรีรสฺส ปจฺฉาภาคํ อากฑฺฒิตฺวา ปุริมภาคํ อภิหริตฺวา ปิฏฺฐึ นาเมตฺวา คีวํ อุกฺขิปิตฺวา อสนิสทฺทํ กโรนฺโต วิย นาสปุฏานิ โปเถตฺวา สรีรลคฺคํ รชํ วิธุนนฺโต วิชมฺภติ. วิชมฺภนภูมิยญฺจ ปน ตรุณวจฺฉโก วิย อปราปรํ ชวติ. ชวโต ปนสฺส สรีรํ อนฺธกาเร ปริพฺภมนฺตํ อลาตํ วิย ขายติ.

อนุวิโลเกตีติ กสฺมา อนุวิโลเกติ? ปรานุทฺทยตาย. ตสฺมึ กิร สีหนาทํ นทนฺเต ปปาตาวาฏาทีสุ วิสมฏฺฐาเนสุ จรนฺตา หตฺถิโคกณฺณมหึสาทโย ปาณา ปปาเตปิ อาวาเฏปิ ปตนฺติ, เตสํ อนุทฺทยาย อนุวิโลเกติ. กึ ปนสฺส ลุทฺทกมฺมสฺส ปรมํสขาทิโน อนุทฺทยา นาม อตฺถีติ? อาม อตฺถิ. ตถา เหส ‘‘กึ เม พหูหิ ฆาติเตหี’’ติ? อตฺตโน โคจรตฺถายปิ ขุทฺทเก ปาเณ น คณฺหาติ, เอวํ อนุทฺทยํ กโรติ. วุตฺตมฺปิเจตํ – ‘‘มาหํ โข ขุทฺทเก ปาเณ วิสมคเต สงฺฆาตํ อาปาเทสิ’’นฺติ (อ. นิ. ๑๐.๒๑).

สีหนาทํ นทตีติ ติกฺขตฺตุํ ตาว อภีตนาทํ นทติ. เอวญฺจ ปนสฺส วิชมฺภนภูมิยํ ฐตฺวา นทนฺตสฺส สทฺโท สมนฺตา ติโยชนปเทสํ เอกนินฺนาทํ กโรติ, ตมสฺส นินฺนาทํ สุตฺวา ติโยชนพฺภนฺตรคตา ทฺวิปทจตุปฺปทคณา ยถาฐาเน ฐาตุํ น สกฺโกนฺติ. โคจราย ปกฺกมตีติ อาหารตฺถาย คจฺฉติ. กถํ? โส หิ วิชมฺภนภูมิยํ ฐตฺวา ทกฺขิณโต วา วามโต วา อุปฺปตนฺโต อุสภมตฺตํ ฐานํ คณฺหาติ, อุทฺธํ อุปฺปตนฺโต จตฺตาริปิ อฏฺฐปิ อุสภานิ อุปฺปตติ, สมฏฺฐาเน อุชุกํ ปกฺขนฺทนฺโต โสฬสอุสภมตฺตมฺปิ วีสติอุสภมตฺตมฺปิ ฐานํ ปกฺขนฺทติ, ถลา วา ปพฺพตา วา ปกฺขนฺทนฺโต สฏฺฐิอุสภมตฺตมฺปิ อสีติอุสภมตฺตมฺปิ ฐานํ ปกฺขนฺทติ, อนฺตรามคฺเค รุกฺขํ วา ปพฺพตํ วา ทิสฺวา ตํ ปริหรนฺโต วามโต วา ทกฺขิณโต วา, อุสภมตฺตมฺปิ อปกฺกมติ. ตติยํ ปน สีหนาทํ นทิตฺวา เตเนว สทฺธึ ติโยชเน ฐาเน ปญฺญายติ. ติโยชนํ คนฺตฺวา นิวตฺติตฺวา ฐิโต อตฺตโนว นาทสฺส อนุนาทํ สุณาติ. เอวํ สีเฆน ชเวน ปกฺกมตีติ.

เยภุยฺเยนาติ ปาเยน. ภยํ สํเวคํ สนฺตาสนฺติ สพฺพํ จิตฺตุตฺราสสฺเสว นามํ. สีหสฺส หิ สทฺทํ สุตฺวา พหู สตฺตา ภายนฺติ, อปฺปกา น ภายนฺติ. เก ปน เตติ? สมสีโห หตฺถาชานีโย อสฺสาชานีโย อุสภาชานีโย ปุริสาชานีโย ขีณาสโวติ. กสฺมา ปเนเต น ภายนฺตีติ? สมสีโห นาม ‘‘ชาติโคตฺตกุลสูรภาเวหิ สมาโนสฺมี’’ติ น ภายติ, หตฺถาชานียาทโย อตฺตโน สกฺกายทิฏฺฐิพลวตาย น ภายนฺติ, ขีณาสโว สกฺกายทิฏฺฐิปหีนตฺตา น ภายติ.

พิลาสยาติ พิเล สยนฺตา พิลวาสิโน อหินกุลโคธาทโย. ทกาสยาติ อุทกวาสิโน มจฺฉกจฺฉปาทโย. วนาสยาติ วนวาสิโน หตฺถิอสฺสโคกณฺณมิคาทโย. ปวิสนฺตีติ ‘‘อิทานิ อาคนฺตฺวา คณฺหิสฺสตี’’ติ มคฺคํ โอโลเกนฺตาว ปวิสนฺติ. ทเฬฺหหีติ ถิเรหิ. วรตฺเตหีติ จมฺมรชฺชูหิ. มหิทฺธิโกติอาทีสุ วิชมฺภนภูมิยํ ฐตฺวา ทกฺขิณปสฺสาทีหิ อุสภมตฺตํ, อุชุกํ วีสติอุสภมตฺตาทิลงฺฆนวเสน มหิทฺธิกตา, เสสมิคานํ อธิปติภาเวน มเหสกฺขตา, สมนฺตา ติโยชเน สทฺทํ สุตฺวา ปลายนฺตานํ วเสน มหานุภาวตา เวทิตพฺพา.

เอวเมว โขติ ภควา เตสุ เตสุ สุตฺเตสุ ตถา ตถา อตฺตานํ กเถสิ. ‘‘สีโหติ โข, ภิกฺขเว, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจนํ อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสา’’ติ (อ. นิ. ๕.๙๙; ๑๐.๒๑) อิมสฺมึ ตาว สุตฺเต สีหสทิสํ อตฺตานํ กเถสิ. ‘‘ภิสกฺโก สลฺลกตฺโตติ โข, สุนกฺขตฺต, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๖๕) อิมสฺมึ เวชฺชสทิสํ. ‘‘พฺราหฺมโณติ, ภิกฺขเว, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (อ. นิ. ๘.๘๕) อิมสฺมึ พฺราหฺมณสทิสํ. ‘‘ปุริโส มคฺคกุสโลติ โข, ติสฺส, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๘๔) อิมสฺมึ มคฺคเทสกปุริสสทิสํ. ‘‘ราชาหมสฺมิ เสลา’’ติ (สุ. นิ. ๕๕๙) อิมสฺมึ ราชสทิสํ. ‘‘สีโหติ โข ตถาคตสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ (อ. นิ. ๕.๙๙; ๑๐.๒๑) อิมสฺมึ ปน สุตฺเต สีหสทิสเมว กตฺวา อตฺตานํ กเถนฺโต เอวมาห.

ตตฺรายํ สทิสตา – สีหสฺส กญฺจนคุหาทีสุ วสนกาโล วิย หิ ตถาคตสฺส ทีปงฺกรปาทมูเล กตาภินีหารสฺส อปริมิตกาลํ ปารมิโย ปูเรตฺวา ปจฺฉิมภเว ปฏิสนฺธิคฺคหเณน เจว มาตุกุจฺฉิโต นิกฺขมเนน จ ทสสหสฺสิโลกธาตุํ กมฺเปตฺวา วุทฺธิมนฺวาย ทิพฺพสมฺปตฺติสทิสํ สมฺปตฺตึ อนุภวมานสฺส ตีสุ ปาสาเทสุ นิวาสกาโล ทฏฺฐพฺโพ. สีหสฺส กญฺจนคุหาทิโต นิกฺขนฺตกาโล วิย ตถาคตสฺส เอกูนตึเส สํวจฺฉเร วิวเฏน ทฺวาเรน กณฺฑกํ อารุยฺห ฉนฺนสหายสฺส นิกฺขมิตฺวา ตีณิ รชฺชานิ อติกฺกมิตฺวา อโนมานทีตีเร พฺรหฺมุนา ทินฺนานิ กาสายานิ ปริทหิตฺวา ปพฺพชิตสฺส สตฺตเม ทิวเส ราชคหํ คนฺตฺวา ตตฺถ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปณฺฑวคิริปพฺภาเร กตภตฺตกิจฺจสฺส สมฺมาสมฺโพธึ ปตฺวา, ปฐมเมว มคธรฏฺฐํ อาคมนตฺถาย ยาว รญฺโญ ปฏิญฺญาทานกาโล.

สีหสฺส วิชมฺภนกาโล วิย ตถาคตสฺส ทินฺนปฏิญฺญสฺส อาฬารกาลามอุปสงฺกมนํ อาทึ กตฺวา ยาว สุชาตาย ทินฺนปายาสสฺส เอกูนปณฺณาสาย ปิณฺเฑหิ ปริภุตฺตกาโล เวทิตพฺโพ. สีหสฺส เกสรวิธุนนํ วิย สายนฺหสมเย โสตฺติเยน ทินฺนา อฏฺฐ ติณมุฏฺฐิโย คเหตฺวา ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตาหิ โถมิยมานสฺส คนฺธาทีหิ ปูชิยมานสฺส ติกฺขตฺตุํ โพธึ ปทกฺขิณํ กตฺวา โพธิมณฺฑํ อารุยฺห จุทฺทสหตฺถุพฺเพเธ ฐาเน ติณสนฺถรํ สนฺถริตฺวา จตุรงฺควีริยํ อธิฏฺฐาย นิสินฺนสฺส ตํขณํเยว มารพลํ วิธมิตฺวา ตีสุ ยาเมสุ ติสฺโส วิชฺชา วิโสเธตฺวา อนุโลมปฏิโลมํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทมหาสมุทฺทํ ยมกญาณมนฺถเนน มนฺเถนฺตสฺส สพฺพญฺญุตญฺญาเณ ปฏิวิทฺเธ ตทนุภาเวน ทสสหสฺสิโลกธาตุกมฺปนํ เวทิตพฺพํ.

สีหสฺส จตุทฺทิสาวิโลกนํ วิย ปฏิวิทฺธสพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส สตฺตสตฺตาหํ โพธิมณฺเฑ วิหริตฺวา ปริภุตฺตมธุปิณฺฑิกาหารสฺส อชปาลนิโคฺรธมูเล มหาพฺรหฺมุโน ธมฺมเทสนายาจนํ ปฏิคฺคเหตฺวา ตตฺถ วิหรนฺตสฺส เอกาทสเม ทิวเส ‘‘เสฺว อาสาฬฺหิปุณฺณมา ภวิสฺสตี’’ติ ปจฺจูสสมเย ‘‘กสฺส นุ โข อหํ ปฐมํ ธมฺมํ เทเสยฺย’’นฺติ? อาฬารุทกานํ กาลงฺกตภาวํ ญตฺวา ธมฺมเทสนตฺถาย ปญฺจวคฺคิยานํ โอโลกนํ ทฏฺฐพฺพํ. สีหสฺส โคจรตฺถาย ติโยชนํ คมนกาโล วิย อตฺตโน ปตฺตจีวรมาทาย ‘‘ปญฺจวคฺคิยานํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตสฺสามี’’ติ ปจฺฉาภตฺเต อชปาลนิโคฺรธโต วุฏฺฐิตสฺส อฏฺฐารสโยชนมคฺคํ คมนกาโล.

สีหนาทกาโล วิย ตถาคตสฺส อฏฺฐารสโยชนมคฺคํ คนฺตฺวา ปญฺจวคฺคิเย สญฺญาเปตฺวา อจลปลฺลงฺเก นิสินฺนสฺส ทสหิ จกฺกวาฬสหสฺเสหิ สนฺนิปติเตน เทวคเณน ปริวุตสฺส ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, อนฺตา ปพฺพชิเตน น เสวิตพฺพา’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๓) นเยน ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนกาโล เวทิตพฺโพ. อิมสฺมิญฺจ ปน ปเท เทสิยมาเน ตถาคตสีหสฺส ธมฺมโฆโส เหฏฺฐา อวีจึ อุปริ ภวคฺคํ คเหตฺวา ทสสหสฺสิโลกธาตุํ ปฏิจฺฉาเทสิ. สีหสฺส สทฺเทน ขุทฺทกปาณานํ สนฺตาสํ อาปชฺชนกาโล วิย ตถาคตสฺส ตีณิ ลกฺขณานิ ทีเปตฺวา จตฺตาริ สจฺจานิ โสฬสหากาเรหิ สฏฺฐิยา จ นยสหสฺเสหิ วิภชิตฺวา ธมฺมํ กเถนฺตสฺส ทีฆายุกเทวตานํ ญาณสนฺตาสสฺส อุปฺปตฺติกาโล เวทิตพฺโพ.

ยทาติ ยสฺมึ กาเล. ตถาคโตติ อฏฺฐหิ การเณหิ ภควา ตถาคโต – ตถา อาคโตติ ตถาคโต, ตถา คโตติ ตถาคโต, ตถลกฺขณํ อาคโตติ ตถาคโต, ตถธมฺเม ยาถาวโต อภิสมฺพุทฺโธติ ตถาคโต, ตถทสฺสิตาย ตถาคโต, ตถาวาทิตาย ตถาคโต, ตถาการิตาย ตถาคโต. อภิภวนฏฺเฐน ตถาคโตติ. เตสํ วิตฺถาโร พฺรหฺมชาลวณฺณนายมฺปิ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๑.๗) มูลปริยายวณฺณนายมฺปิ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๒) วุตฺโตเยว. โลเกติ สตฺตโลเก. อุปฺปชฺชตีติ อภินีหารโต ปฏฺฐาย ยาว โพธิปลฺลงฺกา วา อรหตฺตมคฺคญาณา วา อุปฺปชฺชติ นาม, อรหตฺตผเล ปน ปตฺเต อุปฺปนฺโน นาม. อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธติอาทีนิ วิสุทฺธิมคฺเค พุทฺธานุสฺสตินิทฺเทเส วิตฺถาริตานิ.

อิติ รูปนฺติ อิทํ รูปํ เอตฺตกํ รูปํ, น อิโต ภิยฺโย รูปํ อตฺถีติ. เอตฺตาวตา สภาวโต สรสโต ปริยนฺตโต ปริจฺเฉทโต ปริจฺฉินฺทนโต ยาวตา จตฺตาโร จ มหาภูตา จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทายรูปํ, ตํ สพฺพํ ทสฺสิตํ โหติ. อิติ รูปสฺส สมุทโยติ อยํ รูปสฺส สมุทโย นาม. เอตฺตาวตา หิ ‘‘อาหารสมุทโย รูปสมุทโย’’ติอาทิ สพฺพํ ทสฺสิตํ โหติ. อิติ รูปสฺส อตฺถงฺคโมติ อยํ รูปสฺส อตฺถงฺคโม. อิมินาปิ ‘‘อาหารนิโรธา รูปนิโรโธ’’ติอาทิ สพฺพํ ทสฺสิตํ โหติ. อิติ เวทนาติอาทีสุปิ เอเสว นโย.

วณฺณวนฺโตติ สรีรวณฺเณน วณฺณวนฺโต. ธมฺมเทสนํ สุตฺวาติ อิมํ ปญฺจสุ ขนฺเธสุ ปณฺณาสลกฺขณปฏิมณฺฑิตํ ตถาคตสฺส ธมฺมเทสนํ สุตฺวา. เยภุยฺเยนาติ อิธ เก ฐเปติ? อริยสาวเก เทเว. เตสญฺหิ ขีณาสวตฺตา จิตฺตุตฺราสภยมฺปิ น อุปฺปชฺชติ, สํวิคฺคสฺส โยนิโส ปธาเนน ปตฺตพฺพํ ปตฺตตาย ญาณสํเวโคปิ. อิตเรสํ ปน เทวานํ ‘‘ตาโส เหโส ภิกฺขู’’ติ อนิจฺจตํ มนสิกโรนฺตานํ จิตฺตุตฺราสภยมฺปิ, พลววิปสฺสนากาเล ญาณภยมฺปิ อุปฺปชฺชติ. โภติ ธมฺมาลปนมตฺตเมตํ. สกฺกายปริยาปนฺนาติ ปญฺจกฺขนฺธปริยาปนฺนา. อิติ เตสํ สมฺมาสมฺพุทฺเธ วฏฺฏโทสํ ทสฺเสตฺวา ติลกฺขณาหตํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสนฺเต ญาณภยํ นาม โอกฺกมติ.

อภิญฺญายาติ ชานิตฺวา. ธมฺมจกฺกนฺติ ปฏิเวธญาณมฺปิ เทสนาญาณมฺปิ. ปฏิเวธญาณํ นาม เยน ญาเณน โพธิปลฺลงฺเก นิสินฺโน จตฺตาริ สจฺจานิ โสฬสหากาเรหิ สฏฺฐิยา จ นยสหสฺเสหิ ปฏิวิชฺฌิ. เทสนาญาณํ นาม เยน ญาเณน ติปริวฏฺฏํ ทฺวาทสาการํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตสิ. อุภยมฺปิ ตํ ทสพลสฺส อุเร ชาตญาณเมว. เตสุ อิธ เทสนาญาณํ คเหตพฺพํ. ตํ ปเนส ยาว อฏฺฐารสหิ พฺรหฺมโกฏีหิ สทฺธึ อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถรสฺส โสตาปตฺติผลํ อุปฺปชฺชติ, ตาว ปวตฺเตติ นาม. ตสฺมึ อุปฺปนฺเน ปวตฺติตํ นาม โหตีติ เวทิตพฺพํ. อปฺปฏิปุคฺคโลติ สทิสปุคฺคลรหิโต. ยสสฺสิโนติ ปริวารสมฺปนฺนา. ตาทิโนติ ลาภาลาภาทีหิ เอกสทิสสฺส. ฉฏฺฐํ.

๗. ขชฺชนียสุตฺตวณฺณนา

๗๙. สตฺตเม ปุพฺเพนิวาสนฺติ น อิทํ อภิญฺญาวเสน อนุสฺสรณํ สนฺธาย วุตฺตํ, วิปสฺสนาวเสน ปน ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺเต สมณพฺราหฺมเณ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. เตเนวาห – ‘‘สพฺเพเต ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ อนุสฺสรนฺติ, เอเตสํ วา อญฺญตร’’นฺติ. อภิญฺญาวเสน หิ สมนุสฺสรนฺตสฺส ขนฺธาปิ อุปาทานกฺขนฺธาปิ ขนฺธปฏิพทฺธาปิ ปณฺณตฺติปิ อารมฺมณํ โหติเยว. รูปํเยว อนุสฺสรตีติ เอวญฺหิ อนุสฺสรนฺโต น อญฺญํ กิญฺจิ สตฺตํ วา ปุคฺคลํ วา อนุสฺสรติ, อตีเต ปน นิรุทฺธํ รูปกฺขนฺธเมว อนุสฺสรติ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโยติ. สุญฺญตาปพฺพํ นิฏฺฐิตํ.

อิทานิ สุญฺญตาย ลกฺขณํ ทสฺเสตุํ กิญฺจ, ภิกฺขเว, รูปํ วเทถาติอาทิมาห. ยถา หิ นฏฺฐํ โคณํ ปริเยสมาโน ปุริโส โคคเณ จรมาเน รตฺตํ วา กาฬํ วา พลีพทฺทํ ทิสฺวาปิ น เอตฺตเกเนว ‘‘อยํ มยฺหํ โคโณ’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กาตุํ สกฺโกติ. กสฺมา? อญฺเญสมฺปิ ตาทิสานํ อตฺถิตาย. สรีรปเทเส ปนสฺส สตฺติสูลาทิลกฺขณํ ทิสฺวา ‘‘อยํ มยฺหํ สนฺตโก’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ โหติ, เอวเมว สุญฺญตาย กถิตายปิ ยาว สุญฺญตาลกฺขณํ น กถียติ, ตาว สา อกถิตาว โหติ, ลกฺขเณ ปน กถิเต กถิตา นาม โหติ. โคโณ วิย หิ สุญฺญตา, โคณลกฺขณํ วิย สุญฺญตาลกฺขณํ. ยถา โคณลกฺขเณ อสลฺลกฺขิเต โคโณ น สุฏฺฐุ สลฺลกฺขิโต โหติ, ตสฺมึ ปน สลฺลกฺขิเต โส สลฺลกฺขิโต นาม โหติ, เอวเมว สุญฺญตาลกฺขเณ อกถิเต สุญฺญตา อกถิตาว โหติ, ตสฺมึ ปน กถิเต สา กถิตา นาม โหตีติ สุญฺญตาลกฺขณํ ทสฺเสตุํ กิญฺจ, ภิกฺขเว, รูปํ วเทถาติอาทิมาห.

ตตฺถ กิญฺจาติ การณปุจฺฉา, เกน การเณน รูปํ วเทถ, เกน การเณเนตํ รูปํ นามาติ อตฺโถ. รุปฺปตีติ โขติ เอตฺถ อิตีติ การณุทฺเทโส, ยสฺมา รุปฺปติ, ตสฺมา รูปนฺติ วุจฺจตีติ อตฺโถ. รุปฺปตีติ กุปฺปติ ฆฏฺฏียติ ปีฬียติ, ภิชฺชตีติ อตฺโถ. สีเตนปิ รุปฺปตีติอาทีสุ สีเตน ตาว รุปฺปนํ โลกนฺตริกนิรเย ปากฏํ. ติณฺณํ ติณฺณญฺหิ จกฺกวาฬานํ อนฺตเร เอเกโก โลกนฺตริกนิรโย นาม โหติ อฏฺฐโยชนสหสฺสปฺปมาโณ. ยสฺส เนว เหฏฺฐา ปถวี อตฺถิ, น อุปริ จนฺทิมสูริยทีปมณิอาโลโก, นิจฺจนฺธกาโร. ตตฺถ นิพฺพตฺตสตฺตานํ ติคาวุโต อตฺตภาโว โหติ, เต วคฺคุลิโย วิย ปพฺพตปาเท ทีฆปุถุเลหิ นเขหิ ลคฺคิตฺวา อวํสิรา โอลมฺพนฺติ. ยทา สํสปฺปนฺตา อญฺญมญฺญสฺส หตฺถปาสาคตา โหนฺติ, อถ ‘‘ภกฺโข โน ลทฺโธ’’ติ? มญฺญมานา ตตฺถ พฺยาวฏา วิปริวตฺติตฺวา โลกสนฺธารเก อุทเก ปตนฺติ, วาเต ปหรนฺเตปิ มธุกผลานิ วิย ฉิชฺชิตฺวา อุทเก ปตนฺติ, ปติตมตฺตาว อจฺจนฺตขาเร อุทเก ตตฺตเตเล ปติตปิฏฺฐปิณฺฑิ วิย ปฏปฏายมานา วิลียนฺติ. เอวํ สีเตน รุปฺปนํ โลกนฺตริกนิรเย ปากฏํ. มหึสกรฏฺฐาทีสุปิ หิมปาตสีตเลสุ ปเทเสสุ เอตํ ปากฏเมว. ตตฺถ หิ สตฺตา สีเตน ภินฺนสรีรา ชีวิตกฺขยมฺปิ ปาปุณนฺติ.

อุเณฺหน รุปฺปนํ อวีจิมหานิรเย ปากฏํ โหติ. ชิฆจฺฉาย รุปฺปนํ เปตฺติวิสเย เจว ทุพฺภิกฺขกาเล จ ปากฏํ. ปิปาสาย รุปฺปนํ กาลกญฺชิกาทีสุ ปากฏํ. เอโก กิร กาลกญฺชิกอสุโร ปิปาสํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต โยชนคมฺภีรวิตฺถารํ มหาคงฺคํ โอตริ, ตสฺส คตคตฏฺฐาเน อุทกํ ฉิชฺชติ, ธูโม อุคฺคจฺฉติ, ตตฺเต ปิฏฺฐิปาสาเณ จงฺกมนกาโล วิย โหติ. ตสฺส อุทกสทฺทํ สุตฺวา อิโต จิโต จ วิจรนฺตสฺเสว รตฺติ วิภายิ. อถ นํ ปาโตว ภิกฺขาจารํ คจฺฉนฺตา ตึสมตฺตา ปิณฺฑจาริกภิกฺขู ทิสฺวา ‘‘โก นาม ตฺวํ สปฺปุริสา’’ติ? ปุจฺฉึสุ. ‘‘เปโตหมสฺมิ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ ปริเยสสี’’ติ? ‘‘ปานียํ, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อยํ คงฺคา ปริปุณฺณา, กึ ตฺวํ น ปสฺสสี’’ติ? ‘‘น อุปกปฺปติ, ภนฺเต’’ติ. เตน หิ คงฺคาปิฏฺเฐ นิปชฺช, มุเข เต ปานียํ อาสิญฺจิสฺสามา’’ติ. โส วาลิกาปุฬิเน อุตฺตาโน นิปชฺชิ. ภิกฺขู ตึสมตฺเต ปตฺเต นีหริตฺวา อุทกํ อาหริตฺวา ตสฺส มุเข อาสิญฺจึสุ. เตสํ ตถา กโรนฺตานํเยว เวลา อุปกฏฺฐา ชาตา. ตโต ‘‘ภิกฺขาจารกาโล อมฺหากํ สปฺปุริส, กจฺจิ เต อสฺสาทมตฺตา ลทฺธา’’ติ อาหํสุ. เปโต ‘‘สเจ เม, ภนฺเต, ตึสมตฺตานํ อยฺยานํ ตึสปตฺเตหิ อาสิตฺตอุทกโต อฑฺฒปสตมตฺตมฺปิ ปรคลํ คตํ, เปตตฺตภาวโต โมกฺโข มา โหตู’’ติ อาห. เอวํ ปิปาสาย รุปฺปนํ เปตฺติวิสเย ปากฏํ.

ฑํสาทีหิ รุปฺปนํ ฑํสมกฺขิกาทิพหุเลสุ ปเทเสสุ ปากฏํ. เอตฺถ จ ฑํสาติ ปิงฺคลมกฺขิกา. มกสาติ มกสาว. วาตาติ กุจฺฉิวาตปิฏฺฐิวาตาทิวเสน เวทิตพฺพา. สรีรสฺมิญฺหิ วาตโรโค อุปฺปชฺชิตฺวา หตฺถปาทปิฏฺฐิอาทีนิ ภินฺทติ, กาณํ กโรติ, ขุชฺชํ กโรติ, ปีฐสปฺปึ กโรติ. อาตโปติ สูริยาตโป. เตน รุปฺปนํ มรุกนฺตาราทีสุ ปากฏํ. เอกา กิร อิตฺถี มรุกนฺตาเร รตฺตึ สตฺถโต โอหีนา ทิวา สูริเย อุคฺคจฺฉนฺเต วาลิกาย ตปฺปมานาย ปาเท ฐเปตุํ อสกฺโกนฺตี สีสโต ปจฺฉึ โอตาเรตฺวา อกฺกมิ. กเมน ปจฺฉิยา อุณฺหาภิตตฺตาย ฐาตุํ อสกฺโกนฺตี ตสฺสา อุปริ สาฏกํ ฐเปตฺวา อกฺกมิ. ตสฺมิมฺปิ สนฺตตฺเต อตฺตโน องฺเกน คหิตปุตฺตกํ อโธมุขํ นิปชฺชาเปตฺวา กนฺทนฺตํเยว อกฺกมิตฺวา สทฺธึ เตน ตสฺมึเยว ฐาเน อุณฺหาภิตตฺตา กาลมกาสิ.

สรีสปาติ เย เกจิ ทีฆชาติกา สรนฺตา คจฺฉนฺติ. เตสํ สมฺผสฺเสน รุปฺปนํ อาสีวิสทฏฺฐกาทีนํ วเสน เวทิตพฺพํ. อิติ ภควตา ยานิ อิมานิ สามญฺญปจฺจตฺตวเสน ธมฺมานํ เทฺว ลกฺขณานิ, เตสุ รูปกฺขนฺธสฺส ตาว ปจฺจตฺตลกฺขณํ ทสฺสิตํ. รูปกฺขนฺธสฺเสว หิ เอตํ, น เวทนาทีนํ, ตสฺมา ปจฺจตฺตลกฺขณนฺติ วุจฺจติ. อนิจฺจทุกฺขานตฺตลกฺขณํ ปน เวทนาทีนมฺปิ โหติ, ตสฺมา ตํ สามญฺญลกฺขณนฺติ วุจฺจติ.

กิญฺจ, ภิกฺขเว, เวทนํ วเทถาติอาทีสุ ปุริมสทิสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ยํ ปน ปุริเมน อสทิสํ, ตสฺสายํ วิภาวนา – สุขมฺปิ เวทยตีติ สุขํ อารมฺมณํ เวเทติ อนุภวติ. ปรโต ปททฺวเยปิ เอเสว นโย. กถํ ปเนตํ อารมฺมณํ สุขํ ทุกฺขํ อทุกฺขมสุขํ นาม ชาตนฺติ? สุขาทีนํ ปจฺจยโต. สฺวายมตฺโถ ‘‘ยสฺมา จ โข, มหาลิ, รูปํ สุขํ สุขานุปติตํ สุขาวกฺกนฺต’’นฺติ อิมสฺมึ มหาลิสุตฺเต (สํ. นิ. ๓.๖๐) อาคโตเยว. เวทยตีติ เอตฺถ จ เวทนาว เวทยติ, น อญฺโญ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา. เวทนา หิ เวทยิตลกฺขณา, ตสฺมา วตฺถารมฺมณํ ปฏิจฺจ เวทนาว เวทยตีติ. เอวมิธ ภควา เวทนายปิ ปจฺจตฺตลกฺขณเมว ภาเชตฺวา ทสฺเสสิ.

นีลมฺปิ สญฺชานาตีติ นีลปุปฺเผ วา วตฺเถ วา ปริกมฺมํ กตฺวา อุปจารํ วา อปฺปนํ วา ปาเปนฺโต สญฺชานาติ. อยญฺหิ สญฺญา นาม ปริกมฺมสญฺญาปิ อุปจารสญฺญาปิ อปฺปนาสญฺญาปิ วฏฺฏติ, นีลํ นีลนฺติ อุปฺปชฺชนสญฺญาปิ วฏฺฏติเยว. ปีตกาทีสุปิ เอเสว นโย. อิธาปิ ภควา สญฺชานนลกฺขณาย สญฺญาย ปจฺจตฺตลกฺขณเมว ภาเชตฺวา ทสฺเสสิ.

รูปํ รูปตฺตาย สงฺขตมภิสงฺขโรนฺตีติ ยถา ยาคุเมว ยาคุตฺตาย, ปูวเมว ปูวตฺตาย ปจติ นาม, เอวํ ปจฺจเยหิ สมาคนฺตฺวา กตภาเวน สงฺขตนฺติ ลทฺธนามํ รูปเมว รูปตฺตาย ยถา อภิสงฺขตํ รูปํ นาม โหติ, ตถตฺตาย รูปภาวาย อภิสงฺขโรติ อายูหติ สมฺปิณฺเฑติ, นิปฺผาเทตีติ อตฺโถ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขโป – อตฺตนา สห ชายมานํ รูปํ สมฺปยุตฺเต จ เวทนาทโย ธมฺเม อภิสงฺขโรติ นิพฺพตฺเตตีติ. อิธาปิ ภควา เจตยิตลกฺขณสฺส สงฺขารสฺส ปจฺจตฺตลกฺขณเมว ภาเชตฺวา ทสฺเสสิ.

อมฺพิลมฺปิ วิชานาตีติ อมฺพอมฺพาฏกมาตุลุงฺคาทิอมฺพิลํ ‘‘อมฺพิล’’นฺติ วิชานาติ. เอเสว นโย สพฺพปเทสุ. อปิ เจตฺถ ติตฺตกนฺติ นิมฺพปโฏลาทินานปฺปการํ กฏุกนฺติ ปิปฺปลิมริจาทินานปฺปการํ. มธุรนฺติ สปฺปิผาณิตาทินานปฺปการํ. ขาริกนฺติ วาติงฺคณนาฬิเกร จตุรสฺสวลฺลิเวตฺตงฺกุราทินานปฺปการํ. อขาริกนฺติ ยํ วา ตํ วา ผลชาตํ การปณฺณาทิมิสฺสกปณฺณํ. โลณิกนฺติ โลณยาคุโลณมจฺฉโลณภตฺตาทินานปฺปการํ. อโลณิกนฺติอโลณยาคุอโลณมจฺฉอโลณภตฺตาทินานปฺปการํ. ตสฺมา วิญฺญาณนฺติ วุจฺจตีติ ยสฺมา อิมํ อมฺพิลาทิเภทํ อญฺญมญฺญวิสิฏฺเฐน อมฺพิลาทิภาเวน ชานาติ, ตสฺมา วิญฺญาณนฺติ วุจฺจตีติ. เอวมิธาปิ ภควา วิชานนลกฺขณสฺส วิญฺญาณสฺส ปจฺจตฺตลกฺขณเมว ภาเชตฺวา ทสฺเสสิ.

ยสฺมา ปน อารมฺมณสฺส อาการสณฺฐานคหณวเสน สญฺญา ปากฏา โหติ, ตสฺมา สา จกฺขุทฺวาเร วิภตฺตา. ยสฺมา วินาปิ อาการสณฺฐานา อารมฺมณสฺส ปจฺจตฺตเภทคหณวเสน วิญฺญาณํ ปากฏํ โหติ, ตสฺมา ตํ ชิวฺหาทฺวาเร วิภตฺตํ. อิเมสํ ปน สญฺญาวิญฺญาณปญฺญานํ อสมฺโมหโต สภาวสลฺลกฺขณตฺถํ สญฺชานาติ, วิชานาติ, ปชานาตีติ เอตฺถ วิเสสา เวทิตพฺพา. ตตฺถ อุปสคฺคมตฺตเมว วิเสโส, ชานาตีติ ปทํ ปน อวิเสโส. ตสฺสปิ ชานนฏฺเฐน วิเสโส เวทิตพฺโพ. สญฺญา หิ นีลาทิวเสน อารมฺมณสญฺชานนมตฺตเมว, อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตาติ ลกฺขณปฏิเวธํ ปาเปตุํ น สกฺโกติ. วิญฺญาณํ นีลาทิวเสน อารมฺมณญฺเจว ชานาติ, อนิจฺจาทิวเสน ลกฺขณปฏิเวธญฺจ ปาเปติ, อุสฺสกฺกิตฺวา ปน มคฺคปาตุภาวํ ปาเปตุํ น สกฺโกติ. ปญฺญา นีลาทิวเสน อารมฺมณมฺปิ ชานาติ, อนิจฺจาทิวเสน ลกฺขณปฏิเวธมฺปิ ปาเปติ, อุสฺสกฺกิตฺวา มคฺคปาตุภาวมฺปิ ปาเปติ.

ยถา หิ เหรญฺญิกผลเก กหาปณราสิมฺหิ กเต อชาตพุทฺธิทารโก คามิกปุริโส มหาเหรญฺญิโกติ ตีสุ ชเนสุ โอโลเกตฺวา ฐิเตสุ อชาตพุทฺธิทารโก กหาปณานํ จิตฺตวิจิตฺตจตุรสฺสมณฺฑลาทิภาวเมว ชานาติ, ‘‘อิทํ มนุสฺสานํ อุปโภคปริโภคํ รตนสมฺมต’’นฺติ น ชานาติ. คามิกปุริโส จิตฺตาทิภาวญฺจ ชานาติ, มนุสฺสานํ อุปโภคปริโภครตนสมฺมตภาวญฺจ, ‘‘อยํ กูโฏ, อยํ เฉโก, อยํ กรโฏ, อยํ สโณฺห’’ติ น ชานาติ. มหาเหรญฺญิโก จิตฺตาทิภาวมฺปิ รตนสมฺมตภาวมฺปิ กูฏาทิภาวมฺปิ ชานาติ. ชานนฺโต จ ปน รูปํ ทิสฺวาปิ สทฺทํ สุตฺวาปิ คนฺธํ ฆายิตฺวาปิ รสํ สายิตฺวาปิ หตฺเถน ครุลหุภาวํ อุปธาเรตฺวาปิ ‘‘อสุกคาเม กโต’’ติปิ ชานาติ, ‘‘อสุกนิคเม อสุกนคเร อสุกปพฺพตจฺฉายาย อสุกนทีตีเร กโต’’ติปิ, ‘‘อสุกาจริเยน กโต’’ติปิ ชานาติ. เอวเมว สญฺญา อชาตพุทฺธิทารกสฺส กหาปณทสฺสนํ วิย นีลาทิวเสน อารมฺมณมตฺตเมว ชานาติ. วิญฺญาณํ คามิกปุริสสฺส กหาปณทสฺสนํ วิย นีลาทิวเสน อารมฺมณมฺปิ ชานาติ, อนิจฺจาทิวเสน ลกฺขณปฏิเวธมฺปิ ปาเปติ. ปญฺญา มหาเหรญฺญิกสฺส กหาปณทสฺสนํ วิย นีลาทิวเสน อารมฺมณมฺปิ ชานาติ, อนิจฺจาทิวเสน ลกฺขณปฏิเวธมฺปิ ปาเปติ, อุสฺสกฺกิตฺวา มคฺคปาตุภาวมฺปิ ปาเปติ.

โส ปน เนสํ วิเสโส ทุปฺปฏิวิชฺโฌ. เตนาห อายสฺมา นาคเสโน –

‘‘ทุกฺกรํ, มหาราช, ภควตา กตนฺติ. กึ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา ทุกฺกรํ กตนฺติ? ทุกฺกรํ, มหาราช, ภควตา กตํ, อิเมสํ อรูปีนํ จิตฺตเจตสิกานํ ธมฺมานํ เอการมฺมเณ วตฺตมานานํ ววตฺถานํ อกฺขาตํ ‘อยํ ผสฺโส, อยํ เวทนา, อยํ สญฺญา, อยํ เจตนา, อิทํ จิตฺต’’’นฺติ (มิ. ป. ๒.๗.๑๖).

ยถา หิ ติลเตลํ สาสปเตลํ มธุกเตลํ เอรณฺฑกเตลํ วสาเตลนฺติ อิมานิ ปญฺจ เตลานิ เอกจาฏิยํ ปกฺขิปิตฺวา ทิวสํ ยมกมนฺเถ หิ มนฺเถตฺวา ตโต ‘‘อิทํ ติลเตลํ, อิทํ สาสปเตล’’นฺติ เอเกกสฺส ปาฏิเยกฺกํ อุทฺธรณํ นาม ทุกฺกรํ, อิทํ ตโต ทุกฺกรตรํ. ภควา ปน สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส สุปฺปฏิวิทฺธตฺตา ธมฺมิสฺสโร ธมฺมราชา อิเมสํ อรูปีนํ ธมฺมานํ เอการมฺมเณ วตฺตมานานํ ววตฺถานํ อกาสิ. ปญฺจนฺนํ มหานทีนํ สมุทฺทํ ปวิฏฺฐฏฺฐาเน ‘‘อิทํ คงฺคาย อุทกํ, อิทํ ยมุนายา’’ติ เอวํ ปาฏิเยกฺกํ อุทกุทฺธรเณนาปิ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อิติ ปฐมปพฺเพน สุญฺญตํ, ทุติเยน สุญฺญตาลกฺขณนฺติ ทฺวีหิ ปพฺเพหิ อนตฺตลกฺขณํ กเถตฺวา อิทานิ ทุกฺขลกฺขณํ ทสฺเสตุํ ตตฺร, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ ขชฺชามีติ น รูปํ สุนโข วิย มํสํ ลุญฺจิตฺวา ลุญฺจิตฺวา ขาทติ, ยถา ปน กิลิฏฺฐวตฺถนิวตฺโถ ตโตนิทานํ ปีฬํ สนฺธาย ‘‘ขาทติ มํ วตฺถ’’นฺติ ภณติ, เอวมิทมฺปิ ปีฬํ อุปฺปาเทนฺตํ ขาทติ นามาติ เวทิตพฺพํ. ปฏิปนฺโน โหตีติ สีลํ อาทึ กตฺวา ยาว อรหตฺตมคฺคา ปฏิปนฺโน โหติ. โย ปเนตฺถ พลวญาโณ ติกฺขพุทฺธิ ญาณุตฺตโร โยคาวจโร ปธานภูมิยํ วายมนฺโต ขาณุนา วา กณฺฏเกน วา วิทฺโธ อาวุเธน วา ปหโฏ พฺยคฺฆาทีหิ วา คเหตฺวา ขชฺชมาโน ตํ เวทนํ อพฺโพหาริกํ กตฺวา มูลกมฺมฏฺฐานํ สมฺมสนฺโต อรหตฺตเมว คณฺหาติ, อยํ เวทนาย นิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย ปฏิปนฺโน นาม วุจฺจติ ปีตมลฺลตฺเถโร วิย กุฏุมฺพิยปุตฺตมหาติสฺสตฺเถโร วิย วตฺตนิอฏวิยํ ตึสมตฺตานํ ภิกฺขูนํ อญฺญตโร พฺยคฺฆมุเข นิปนฺนภิกฺขุ วิย กณฺฏเกน วิทฺธตฺเถโร วิย จ.

ทฺวาทสสุ กิร ภิกฺขูสุ ฆณฺฏึ ปหริตฺวา อรญฺเญ ปธานมนุยุญฺชนฺเตสุ เอโก สูริเย อตฺถงฺคตมตฺเตเยว ฆณฺฏึ ปหริตฺวา จงฺกมํ โอรุยฺห จงฺกมนฺโต ติริยํ นิมฺมเถนฺโต ติณปฏิจฺฉนฺนํ กณฺฏกํ อกฺกมิ. กณฺฏโก ปิฏฺฐิปาเทน นิกฺขนฺโต. ตตฺตผาเลน วินิวิทฺธกาโล วิย เวทนา วตฺตติ. เถโร จินฺเตสิ – ‘‘กึ อิมํ กณฺฏกํ อุทฺธรามิ, อุทาหุ ปกติยา วิชฺฌิตฺวา ฐิตกณฺฏก’’นฺติ? ตสฺส เอวมโหสิ – ‘‘อิมินา กณฺฏเกน วิทฺธตฺตา นิรยาทีสุ ภยํ นาม นตฺถิ, ปกติยา วิชฺฌิตฺวา ฐิตกณฺฏกํเยวา’’ติ. โส ตํ เวทนํ อพฺโพหาริกํ กตฺวา สพฺพรตฺตึ จงฺกมิตฺวา วิภาตาย รตฺติยา อญฺญสฺส สญฺญํ อทาสิ. โส อาคนฺตฺวา ‘‘กึ, ภนฺเต’’ติ ปุจฺฉิ? ‘‘กณฺฏเกนมฺหิ, อาวุโส, วิทฺโธ’’ติ. ‘‘กาย เวลาย, ภนฺเต’’ติ? ‘‘สายเมว, อาวุโส’’ติ. ‘‘กสฺมา น อเมฺห ปกฺโกสิตฺถ, กณฺฏกํ อุทฺธริตฺวา ตตฺถ เตลมฺปิ สิญฺเจยฺยามา’’ติ? ‘‘ปกติยา วิชฺฌิตฺวา ฐิตกณฺฏกเมว อุทฺธริตุํ วายมิมฺหา, อาวุโส’’ติ. ‘‘สกฺกุณิตฺถ, ภนฺเต, อุทฺธริตุ’’นฺติ. ‘‘เอกเทสมตฺเตน เม, อาวุโส, อุทฺธโฏ’’ติ. เสสวตฺถูนิ ทีฆมชฺฌิมฏฺฐกถาสุ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๗๓; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๖) สติปฏฺฐานสุตฺตนิทฺเทเส วิตฺถาริตาเนว.

ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเวติ กสฺมา อารทฺธํ? อิมสฺมึ ปพฺเพ ทุกฺขลกฺขณเมว กถิตํ, น อนิจฺจลกฺขณํ. ตํ ทสฺเสตุํ อิทมารทฺธํ. ตีณิ ลกฺขณานิ สโมธาเนตฺวา ทสฺเสตุมฺปิ อารทฺธเมว. อปจินาติ โน อาจินาตีติ วฏฺฏํ วินาเสติ, เนว จินาติ. ปชหติ น อุปาทิยตีติ ตเทว วิสฺสชฺเชติ, น คณฺหาติ. วิสิเนติ น อุสฺสิเนตีติ วิกิรติ น สมฺปิณฺเฑติ. วิธูเปติ น สนฺธูเปตีติ นิพฺพาเปติ น ชาลาเปติ.

เอวํ ปสฺสํ, ภิกฺขเวติ อิทํ กสฺมา อารทฺธํ? วฏฺฏํ วินาเสตฺวา ฐิตํ มหาขีณาสวํ ทสฺเสสฺสามีติ อารทฺธํ. เอตฺตเกน วา ฐาเนน วิปสฺสนา กถิตา, อิทานิ สห วิปสฺสนาย จตฺตาโร มคฺเค ทสฺเสตุํ อิทํ อารทฺธํ. อถ วา เอตฺตเกน ฐาเนน ปฐมมคฺโค กถิโต, อิทานิ สห วิปสฺสนาย ตโย มคฺเค ทสฺเสตุํ อิทมารทฺธํ. เอตฺตเกน วา ฐาเนน ตีณิ มคฺคานิ กถิตานิ, อิทานิ สห วิปสฺสนาย อรหตฺตมคฺคํ ทสฺเสตุมฺปิ อิทํ อารทฺธเมว.

สปชาปติกาติ สทฺธึ ปชาปตินา เทวราเชน. อารกาว นมสฺสนฺตีติ ทูรโตว นมสฺสนฺติ, ทูเรปิ ฐิตํ นมสฺสนฺติเยว อายสฺมนฺตํ นีตตฺเถรํ วิย.

เถโร กิร ปุปฺผจฺฉฑฺฑกกุลโต นิกฺขมฺม ปพฺพชิโต, ขุรคฺเคเยว อรหตฺตํ ปตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อหํ อชฺเชว ปพฺพชิโต อชฺเชว เม ปพฺพชิตกิจฺจํ มตฺถกํ ปตฺตํ, จตุปจฺจยสนฺโตสภาวนารามมณฺฑิตํ มหาอริยวํสปฏิปทํ ปูเรสฺสามี’’ติ. โส ปํสุกูลตฺถาย สาวตฺถึ ปวิสิตฺวา โจฬกํ ปริเยสนฺโต วิจริ. อเถโก มหาพฺรหฺมา สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย มนุสฺสปถํ โอโลเกนฺโต เถรํ ทิสฺวา – ‘‘อชฺเชว ปพฺพชิตฺวา อชฺเชว ขุรคฺเค อรหตฺตํ ปตฺวา มหาอริยวํสปฏิปทํ ปูเรตุํ โจฬกํ ปริเยสตี’’ติ อญฺชลึ ปคฺคยฺห นมสฺสมาโน อฏฺฐาสิ. ตมญฺโญ มหาพฺรหฺมา ทิสฺวา ‘‘กํ นมสฺสสี’’ติ? ปุจฺฉิ. นีตตฺเถรํ นมสฺสามีติ. กึ การณาติ? อชฺเชว ปพฺพชิตฺวา อชฺเชว ขุรคฺเค อรหตฺตํ ปตฺวา มหาอริยวํสปฏิปทํ ปูเรตุํ โจฬกํ ปริเยสตีติ. โสปิ นํ นมสฺสมาโน อฏฺฐาสิ. อถญฺโญ, อถญฺโญติ สตฺตสตา มหาพฺรหฺมาโน นมสฺสมานา อฏฺฐํสุ. เตน วุตฺตํ –

‘‘ตา เทวตา สตฺตสตา อุฬารา,

พฺรหฺมา วิมานา อภินิกฺขมิตฺวา;

นีตํ นมสฺสนฺติ ปสนฺนจิตฺตา,

‘ขีณาสโว คณฺหติ ปํสุกูลํ’’’.

‘‘ตา เทวตา สตฺตสตา อุฬารา,

พฺรหฺมา วิมานา อภินิกฺขมิตฺวา;

นีตํ นมสฺสนฺติ ปสนฺนจิตฺตา,

‘ขีณาสโว กยิรติ ปํสุกูลํ’’’.

‘‘‘ขีณาสโว โธวติ ปํสุกูลํ’;

‘ขีณาสโว รชติ ปํสุกูลํ’;

‘ขีณาสโว ปารุปติ ปํสกูล’’’นฺติ.

อิติ ภควา อิมสฺมึ สุตฺเต เทสนํ ตีหิ ภเวหิ วินิวตฺเตตฺวา อรหตฺตสฺส กูฏํ คณฺหิ. เทสนาปริโยสาเน ปญฺจสตา ภิกฺขู อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสุ. สตฺตมํ.

๘. ปิณฺโฑลฺยสุตฺตวณฺณนา

๘๐. อฏฺฐเม กิสฺมิญฺจิเทว ปกรเณติ กิสฺมิญฺจิเทว การเณ. ปณาเมตฺวาติ นีหริตฺวา. กิสฺมึ ปน การเณ เอเต ภควตา ปณามิตาติ? เอกสฺมิญฺหิ อนฺโตวสฺเส ภควา สาวตฺถิยํ วสิตฺวา วุตฺถวสฺโส ปวาเรตฺวา มหาภิกฺขุสงฺฆปริวาโร สาวตฺถิโต นิกฺขมิตฺวา ชนปทจาริกํ จรนฺโต กปิลวตฺถุํ ปตฺวา นิโคฺรธารามํ ปาวิสิ. สกฺยราชาโน ‘‘สตฺถา อาคโต’’ติ สุตฺวา ปจฺฉาภตฺเต กปฺปิยานิ เตลมธุผาณิตาทีนิ เจว ปานกานิ จ กาชสเตหิ คาหาเปตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา สงฺฆสฺส นิยฺยาเตตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา ปฏิสนฺถารํ กโรนฺตา เอกมนฺเต นิสีทึสุ. สตฺถา เตสํ มธุรธมฺมกถํ กเถนฺโต นิสีทิ. ตสฺมึ ขเณ เอกจฺเจ ภิกฺขู เสนาสนํ ปฏิชคฺคนฺติ, เอกจฺเจ มญฺจปีฐาทีนิ ปญฺญาเปนฺติ, สามเณรา อปฺปหริตํ กโรนฺติ. ภาชนียฏฺฐาเน สมฺปตฺตภิกฺขูปิ อตฺถิ, อสมฺปตฺตภิกฺขูปิ อตฺถิ. สมฺปตฺตา อสมฺปตฺตานํ ลาภํ คณฺหนฺตา, ‘‘อมฺหากํ เทถ, อมฺหากํ อาจริยสฺส เทถ อุปชฺฌายสฺส เทถา’’ติ กเถนฺตา มหาสทฺทมกํสุ. สตฺถา สุตฺวา เถรํ ปุจฺฉิ ‘‘เก ปน เต, อานนฺท, อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา เกวฏฺฏา มญฺเญ มจฺฉวิโลเป’’ติ? เถโร เอตมตฺถํ อาโรเจสิ. สตฺถา สุตฺวา ‘‘อามิสเหตุ, อานนฺท, ภิกฺขู มหาสทฺทํ กโรนฺตี’’ติ อาห. ‘‘อาม, ภนฺเต’’ติ. ‘‘อนนุจฺฉวิกํ, อานนฺท, อปฺปติรูปํ. น หิ มยา กปฺปสตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ จีวราทิเหตุ ปารมิโย ปูริตา, นาปิ อิเม ภิกฺขู จีวราทิเหตุ อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตา, อรหตฺตเหตุ ปพฺพชิตฺวา อนตฺถํ อตฺถสทิสํ อสารํ สารสทิสํ กโรนฺติ, คจฺฉานนฺท, เต ภิกฺขู ปณาเมหี’’ติ.

ปุพฺพณฺหสมยนฺติ ทุติยทิวเส ปุพฺพณฺหสมยํ. เพลุวลฏฺฐิกาย มูเลติ ตรุณเพลุวรุกฺขมูเล. ปพาโฬฺหติ ปพาหิโต. ปวาโฬฺหติปิ ปาโฐ, ปวาหิโตติ อตฺโถ. อุภยมฺปิ นีหฏภาวเมว ทีเปติ. สิยา อญฺญถตฺตนฺติ ปสาทญฺญถตฺตํ วา ภาวญฺญถตฺตํ วา ภเวยฺย. กถํ? ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺเธน มยํ ลหุเก การเณ ปณามิตา’’ติ ปสาทํ มนฺทํ กโรนฺตานํ ปสาทญฺญถตฺตํ นาม โหติ. สลิงฺเคเนว ติตฺถายตนํ ปกฺกมนฺตานํ ภาวญฺญถตฺตํ นาม. สิยา วิปริณาโมติ เอตฺถ ปน ‘‘มยํ สตฺถุ อชฺฌาสยํ คณฺหิตุํ สกฺขิสฺสามาติ ปพฺพชิตา, นํ คเหตุํ อสกฺโกนฺตานํ กึ อมฺหากํ ปพฺพชฺชายา’’ติ? สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตนํ วิปริณาโมติ เวทิตพฺโพ. วจฺฉสฺสาติ ขีรูปกวจฺฉสฺส. อญฺญถตฺตนฺติ มิลายนอญฺญถตฺตํ. ขีรูปโก หิ วจฺโฉ มาตุ อทสฺสเนน ขีรํ อลภนฺโต มิลายติ กมฺปติ ปเวธติ. วิปริณาโมติ มรณํ. โส หิ ขีรํ อลภมาโน ขีรปิปาสาย สุสฺสนฺโต ปติตฺวา มรติ.

พีชานํ ตรุณานนฺติ อุทเกน อนุคฺคเหตพฺพานํ วิรูฬฺหพีชานํ. อญฺญถตฺตนฺติ มิลายนญฺญถตฺตเมว. ตานิ หิ อุทกํ อลภนฺตานิ มิลายนฺติ. วิปริณาโมติ วินาโส. ตานิ หิ อุทกํ อลภนฺตานิ สุกฺขิตฺวา วินสฺสนฺติ, ปลาลเมว โหนฺติ. อนุคฺคหิโตติ อามิสานุคฺคเหน เจว ธมฺมานุคฺคเหน จ อนุคฺคหิโต. อนุคฺคเณฺหยฺยนฺติ ทฺวีหิปิ เอเตหิ อนุคฺคเหหิ อนุคฺคเณฺหยฺยํ. อจิรปพฺพชิตา หิ สามเณรา เจว ทหรภิกฺขู จ จีวราทิปจฺจยเวกลฺเล วา สติ เคลญฺเญ วา สตฺถารา วา อาจริยุปชฺฌาเยหิ วา อามิสานุคฺคเหน อนนุคฺคหิตา กิลมนฺตา น สกฺโกนฺติ สชฺฌายํ วา มนสิการํ วา กาตุํ, ธมฺมานุคฺคเหน อนนุคฺคหิตา อุทฺเทเสน เจว โอวาทานุสาสนิยา จ ปริหายมานา น สกฺโกนฺติ อกุสลํ ปริวชฺเชตฺวา กุสลํ ภาเวตุํ. อิเมหิ ปน ทฺวีหิ อนุคฺคเหหิ อนุคฺคหิตา กาเยน อกิลมนฺตา สชฺฌายมนสิกาเร ปวตฺติตฺวา ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชมานา อปรภาเค ตํ อนุคฺคหํ อลภนฺตาปิ เตเนว ปุริมานุคฺคเหน ลทฺธพลา สาสเน ปติฏฺฐหนฺติ, ตสฺมา ภควโต เอวํ ปริวิตกฺโก อุทปาทิ.

ภควโต ปุรโต ปาตุรโหสีติ สตฺถุ จิตฺตํ ญตฺวา – ‘‘อิเม ภิกฺขู ภควตา ปณามิตา, อิทานิ เนสํ อนุคฺคหํ กาตุกาโม เอวํ จินฺเตสิ, การณํ ภควา จินฺเตสิ, อหเมตฺถ อุสฺสาหํ ชเนสฺสามี’’ติ ปุรโต ปากโฏ อโหสิ. สนฺเตตฺถ ภิกฺขูติ อิทํ โส มหาพฺรหฺมา ยถา นาม พฺยตฺโต สูโท ยเทว อมฺพิลคฺคาทีสุ รสชาตํ รญฺโญ รุจฺจติ, ตํ อภิสงฺขาเรน สาทุตรํ กตฺวา ปุนทิวเส อุปนาเมติ, เอวเมว อตฺตโน พฺยตฺตตาย ภควตา อาหฏอุปมํเยว เอวเมตํ ภควาติอาทิวจเนหิ อภิสงฺขริตฺวา ภควนฺตํ ยาจนฺโต ภิกฺขุสงฺฆสฺส อนุคฺคหกรณตฺถํ วทติ. ตตฺถ อภินนฺทตูติ ‘‘มม สนฺติกํ ภิกฺขุสงฺโฆ อาคจฺฉตู’’ติ. เอวมสฺส อาคมนํ สมฺปิยายมาโน อภินนฺทตุ. อภิวทตูติ อาคตสฺส จ โอวาทานุสาสนึ ททนฺโต อภิวทตุ.

ปฏิสลฺลานาติ เอกีภาวา. อิทฺธาภิสงฺขารํ อภิสงฺขาสีติ อิทฺธึ อกาสิ. เอกทฺวีหิกายาติ เอเกโก เจว เทฺว เทฺว จ หุตฺวา. สารชฺชมานรูปาติ โอตฺตปฺปมานสภาวา ภายมานา. กสฺมา ปน ภควา เตสํ ตถา อุปสงฺกมนาย อิทฺธิมกาสีติ? หิตปตฺถนาย. ยทิ หิ เต วคฺควคฺคา หุตฺวา อาคจฺเฉยฺยุํ, ‘‘ภควา ภิกฺขุสงฺฆํ ปณาเมตฺวา อรญฺญํ ปวิฏฺโฐ เอกทิวสมฺปิ ตตฺถ วสิตุํ นาสกฺขิ, เวเคเนว อาคโต’’ติ เกฬิมฺปิ กเรยฺยุํ. อถ เนสํ เนว พุทฺธคารวํ ปจฺจุปฏฺฐเหยฺย, น ธมฺมเทสนํ สมฺปฏิจฺฉิตุํ สมตฺถา ภเวยฺยุํ. สภยานํ ปน สสารชฺชานํ เอกทฺวีหิกาย อาคจฺฉนฺตานํ พุทฺธคารวญฺเจว ปจฺจุปฏฺฐิตํ ภวิสฺสติ, ธมฺมเทสนญฺจ สมฺปฏิจฺฉิตุํ สกฺขิสฺสนฺตีติ จินฺเตตฺวา เตสํ หิตปตฺถนาย ตถารูปํ อิทฺธึ อกาสิ.

นิสีทึสูติ เตสุ หิ สารชฺชมานรูเปสุ อาคจฺฉนฺเตสุ เอโก ภิกฺขุ ‘‘มมํเยว สตฺถา โอโลเกติ, มํเยว มญฺเญ นิคฺคณฺหิตุกาโม’’ติ สณิกํ อาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา นิสีทิ, อถญฺโญ อถญฺโญติ เอวํ ปญฺจภิกฺขุสตานิ นิสีทึสุ. เอวํ นิสินฺนํ ปน ภิกฺขุสงฺฆํ สีทนฺตเร สนฺนิสินฺนํ มหาสมุทฺทํ วิย นิวาเต ปทีปํ วิย จ นิจฺจลํ ทิสฺวา สตฺถา จินฺเตสิ – ‘‘อิเมสํ ภิกฺขูนํ กีทิสี ธมฺมเทสนา วฏฺฏตี’’ติ? อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อิเม อาหารเหตุ ปณามิตา, ปิณฺฑิยาโลปธมฺมเทสนาว เนสํ สปฺปายา, ตํ ทสฺเสตฺวา มตฺถเก ติปริวฏฺฏเทสนํ เทเสสฺสามิ, เทสนาปริโยสาเน สพฺเพ อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสนฺตี’’ติ. อถ เนสํ ตํ ธมฺมเทสนํ เทเสนฺโต อนฺตมิทํ, ภิกฺขเวติอาทิมาห.

ตตฺถ อนฺตนฺติ ปจฺฉิมํ ลามกํ. ยทิทํ ปิณฺโฑลฺยนฺติ ยํ เอวํ ปิณฺฑปริเยสเนน ชีวิกํ กปฺเปนฺตสฺส ชีวิตํ. อยํ ปเนตฺถ ปทตฺโถ – ปิณฺฑาย อุลตีติ ปิณฺโฑโล, ปิณฺโฑลสฺส กมฺมํ ปิณฺโฑลฺยํ, ปิณฺฑปริเยสเนน นิปฺผาทิตชีวิตนฺติ อตฺโถ. อภิสาโปติ อกฺโกโส. กุปิตา หิ มนุสฺสา อตฺตโน ปจฺจตฺถิกํ ‘‘จีวรํ นิวาเสตฺวา กปาลํ คเหตฺวา ปิณฺฑํ ปริเยสมาโน จริสฺสตี’’ติ อกฺโกสนฺติ. อถ วา ปน ‘‘กึ ตุยฺหํ อกาตพฺพํ อตฺถิ, โย ตฺวํ เอวํ พลวา วีริยสมฺปนฺโนปิ หิโรตฺตปฺปํ ปหาย กปโณ วิย ปิณฺโฑโล วิจรสิ ปตฺตปาณี’’ติ? เอวมฺปิ อกฺโกสนฺติเยว. ตญฺจ โข เอตนฺติ เอวํ ตํ อภิสาปํ สมานมฺปิ ปิณฺโฑลฺยํ. กุลปุตฺตา อุเปนฺติ อตฺถวสิกาติ มม สาสเน ชาติกุลปุตฺตา จ อาจารกุลปุตฺตา จ อตฺถวสิกา การณวสิกา หุตฺวา การณวสํ ปฏิจฺจ อุเปนฺติ.

ราชาภินีตาติอาทีสุ เย รญฺโญ สนฺตกํ ขาทิตฺวา รญฺญา พนฺธนาคาเร พนฺธาปิตา ปลายิตฺวา ปพฺพชนฺติ, เต ราชาภินีตา นาม. เต หิ รญฺญา พนฺธนํ อภินีตตฺตา ราชาภินีตา นาม. เย ปน โจเรหิ อฏวิยํ คเหตฺวา เอกจฺเจสุ มาริยมาเนสุ เอกจฺเจ ‘‘มยํ สามิ ตุเมฺหหิ วิสฺสฏฺฐา เคหํ อนชฺฌาวสิตฺวา ปพฺพชิสฺสาม, ตตฺถ ยํ ยํ พุทฺธปูชาทิปุญฺญํ กริสฺสาม, ตโต ตุมฺหากํ ปตฺตึ ทสฺสามา’’ติ เตหิ วิสฺสฏฺฐา ปพฺพชนฺติ, เต โจราภินีตา นาม. เตปิ หิ โจเรหิ มาเรตพฺพตํ อภินีตาติ โจราภินีตา นาม. เย ปน อิณํ คเหตฺวา ปฏิทาตุํ อสกฺโกนฺตา ปลายิตฺวา ปพฺพชนฺติ, เต อิณฏฺฏา นาม, อิณปีฬิตาติ อตฺโถ. อิณฏฺฐาติปิ ปาโฐ, อิเณ ฐิตาติ อตฺโถ. เย ราชโจรฉาตกโรคภยานํ อญฺญตเรน อภิภูตา อุปทฺทุตา ปพฺพชนฺติ, เต ภยฏฺฏา นาม, ภยปีฬิตาติ อตฺโถ. ภยฏฺฐาติปิ ปาโฐ, ภเย ฐิตาติ อตฺโถ. อาชีวิกาปกตาติ อาชีวิกาย อุปทฺทุตา อภิภูตา, ปุตฺตทารํ โปเสตุํ อสกฺโกนฺตาติ อตฺโถ. โอติณฺณามฺหาติ อนฺโต อนุปวิฏฺฐา.

โส จ โหติ อภิชฺฌาลูติ อิทํ โส กุลปุตฺโต ‘‘ทุกฺขสฺส อนฺตํ กริสฺสามี’’ติอาทิวเสน จิตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา ปพฺพชิโต, อปรภาเค, ตํ ปพฺพชฺชํ ตถารูปํ กาตุํ น สกฺโกติ, ตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตตฺถ อภิชฺฌาลูติ ปรภณฺฑานํ อภิชฺฌายิตา. ติพฺพสาราโคติ พหลราโค. พฺยาปนฺนจิตฺโตติ ปูติภาเวน วิปนฺนจิตฺโต. ปทุฏฺฐมนสงฺกปฺโปติ ติขิณสิงฺโค วิย โคโณ ทุฏฺฐจิตฺโต. มุฏฺฐสฺสตีติ ภตฺตนิกฺขิตฺตกาโก วิย นฏฺฐสฺสติ, อิธ กตํ เอตฺถ นสฺสติ. อสมฺปชาโนติ นิปฺปญฺโญ. ขนฺธาทิปริจฺเฉทรหิโต. อสมาหิโตติ จณฺฑโสเต พทฺธนาวา วิย อุปจารปฺปนาภาเวน อสณฺฐิโต. วิพฺภนฺตจิตฺโตติ พนฺธารุฬฺหมโค วิย สนฺตมโน. ปากตินฺทฺริโยติ ยถา คิหี ปุตฺตธีตโร โอโลเกนฺโต อสํวุตินฺทฺริโย โหติ, เอวํ อสํวุตินฺทฺริโย.

ฉวาลาตนฺติ ฉวานํ ทฑฺฒฏฺฐาเน อลาตํ. อุภโตปทิตฺตํ มชฺเฌ คูถคตนฺติ ปมาเณน อฏฺฐงฺคุลมตฺตํ ทฺวีสุ ฐาเนสุ อาทิตฺตํ มชฺเฌ คูถมกฺขิตํ. เนว คาเมติ สเจ หิ ตํ ยุคนงฺคลโคปานสิปกฺขปาสกาทีนํ อตฺถาย อุปเนตุํ สกฺกา อสฺส, คาเม กฏฺฐตฺถํ ผเรยฺย. สเจ เขตฺตกุฏิยํ กฏฺฐตฺถรมญฺจกาทีนํ อตฺถาย อุปเนตุํ สกฺกา, อรญฺเญ กฏฺฐตฺถํ ผเรยฺย. ยสฺมา ปน อุภยถาปิ น สกฺกา, ตสฺมา เอวํ วุตฺตํ. คิหิโภคา จ ปริหีโนติ โย อคาเร วสนฺเตหิ คิหีหิ ทายชฺเช ภาชิยมาเน โภโค ลทฺธพฺโพ อสฺส, ตโต จ ปริหีโน. สามญฺญตฺถญฺจาติ อาจริยุปชฺฌายานํ โอวาเท ฐตฺวา ปริยตฺติปฏิเวธวเสน ปตฺตพฺพํ สามญฺญตฺถญฺจ. อิมญฺจ ปน อุปมํ สตฺถา น ทุสฺสีลสฺส วเสน อาหริ, ปริสุทฺธสีลสฺส ปน อลสสฺส อภิชฺฌาทีหิ โทเสหิ อุปหตสฺส ปุคฺคลสฺส อิมํ อุปมํ อาหริ.

ตโยเม, ภิกฺขเวติ กสฺมา อารทฺธํ? อิมสฺส ปุคฺคลสฺส ฉวาลาตสทิสภาโว เนว มาตาปิตูหิ กโต, น อาจริยุปชฺฌาเยหิ, อิเมหิ ปน ปาปวิตกฺเกหิ กโตติ ทสฺสนตฺถํ อารทฺธํ. อนิมิตฺตํ วา สมาธินฺติ วิปสฺสนาสมาธึ. โส หิ นิจฺจนิมิตฺตาทีนํ สมุคฺฆาตเนน อนิมิตฺโตติ วุจฺจติ. เอตฺถ จ จตฺตาโร สติปฏฺฐานา มิสฺสกา, อนิมิตฺตสมาธิ ปุพฺพภาโค. อนิมิตฺตสมาธิ วา มิสฺสโก, สติปฏฺฐานา ปุพฺพภาคาติ เวทิตพฺพา.

เทฺวมา, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิโยติ อิทํ ปน น เกวลํ อนิมิตฺตสมาธิภาวนา อิเมสํเยว ติณฺณํ มหาวิตกฺกานํ ปหานาย สํวตฺตติ, สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐีนมฺปิ ปน สมุคฺฆาตํ กโรตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. น วชฺชวา อสฺสนฺติ นิทฺโทโส ภเวยฺยํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. อิติ ภควา อิมสฺมิมฺปิ สุตฺเต เทสนํ ตีหิ ภเวหิ วินิวตฺเตตฺวา อรหตฺเตน กูฏํ คณฺหิ. เทสนาวสาเน ปญฺจสตา ภิกฺขู สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณึสูติ. อฏฺฐมํ.

๙. ปาลิเลยฺยสุตฺตวณฺณนา

๘๑. นวเม จาริกํ ปกฺกามีติ โกสมฺพิกานํ ภิกฺขูนํ กลหกาเล สตฺถา เอกทิวสํ ทีฆีติสฺส โกสลรญฺโญ วตฺถุํ อาหริตฺวา ‘‘น หิ เวเรน เวรานิ, สมฺมนฺตีธ กุทาจน’’นฺติอาทีหิ (ธ. ป. ๕) คาถาหิ โอวทติ. ตํทิวสํ เตสํ กลหํ กโรนฺตานํเยว รตฺติ วิภาตา. ทุติยทิวเสปิ ภควา ตเมว วตฺถุํ กเถสิ. ตํทิวสมฺปิ เตสํ กลหํ กโรนฺตานํเยว รตฺติ วิภาตา. ตติยทิวเสปิ ภควา ตเมว วตฺถุํ กเถสิ. อถ นํ อญฺญตโร ภิกฺขุ เอวมาห – ‘‘อปฺโปสฺสุกฺโก, ภนฺเต, ภควา ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ อนุยุตฺโต วิหรตุ, มยเมเตน ภณฺฑเนน กลเหน วิคฺคเหน วิวาเทน ปญฺญายิสฺสามา’’ติ. สตฺถา ‘‘ปริยาทิณฺณรูปจิตฺตา โข อิเม โมฆปุริสา, น อิเม สกฺกา สญฺญาเปตุ’’นฺติ จินฺเตตฺวา – ‘‘กึ มยฺหํ อิเมหิ, เอกจารวาสํ วสิสฺสามี’’ติ? โส ปาโตว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา โกสมฺพิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา กญฺจิปิ อนามนฺเตตฺวา เอโกว อทุติโย จาริกํ ปกฺกามิ.

ยสฺมึ, อาวุโส, สมเยติ อิทํ เถโร ยสฺมาสฺส อชฺช ภควา เอเกน ภิกฺขุนา สทฺธึ ปกฺกมิสฺสติ, อชฺช ทฺวีหิ, อชฺช สเตน, อชฺช สหสฺเสน, อชฺช เอกโกวาติ สพฺโพ ภควโต จาโร วิทิโต ปากโฏ ปจฺจกฺโข, ตสฺมา อาห.

อนุปุพฺเพนาติ คามนิคมปฏิปาฏิยา ปิณฺฑาย จรมาโน เอกจารวาสํ ตาว วสมานํ ภิกฺขุํ ปสฺสิตุกาโม หุตฺวา พาลกโลณการคามํ อคมาสิ. ตตฺถ ภคุตฺเถรสฺส สกลปจฺฉาภตฺตญฺเจว ติยามรตฺติญฺจ เอกจารวาเส อานิสํสํ กเถตฺวา ปุนทิวเส เตน ปจฺฉาสมเณน ปิณฺฑาย จริตฺวา ตํ ตตฺเถว นิวตฺเตตฺวา ‘‘สมคฺควาสํ วสมาเน ตโย กุลปุตฺเต ปสฺสิสฺสามี’’ติ ปาจีนวํสมิคทายํ อคมาสิ. เตสมฺปิ สกลปจฺฉาภตฺตญฺเจว ติยามรตฺติญฺจ เอกจารวาเส อานิสํสํ กเถตฺวา เต ตตฺเถว นิวตฺเตตฺวา เอกโกว ปาลิเลยฺย นคราภิมุโข ปกฺกมิตฺวา อนุปุพฺเพน ปาลิเลยฺยนครํ สมฺปตฺโต. เตน วุตฺตํ – ‘‘อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน ปาลิเลยฺยกํ, ตทวสรี’’ติ.

ภทฺทสาลมูเลติ ปาลิเลยฺยวาสิโน ภควโต ทานํ ทตฺวา ปาลิเลยฺยโต อวิทูเร รกฺขิตวนสณฺโฑ นาม อตฺถิ, ตตฺถ ภควโต ปณฺณสาลํ กตฺวา ‘‘เอตฺถ วสถา’’ติ ปฏิญฺญํ กาเรตฺวา วาสยึสุ. ภทฺทสาโล ปน ตตฺเถโก มนาโป ลทฺธโก สาลรุกฺโข. ภควา ตํ นครํ อุปนิสฺสาย ตสฺมึ วนสณฺเฑ ปณฺณสาลสมีเป ตสฺมึ รุกฺขมูเล วิหรติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ภทฺทสาลมูเล’’ติ.

เอวํ วิหรนฺเต ปเนตฺถ ตถาคเต อญฺญตโร หตฺถินาโค หตฺถินีหิ หตฺถิโปตกาทีหิ โคจรภูมิติตฺโถคาหนาทีสุ อุพฺพาโฬฺห ยูเถ อุกฺกณฺฐิโต ‘‘กึ เม อิเมหิ หตฺถีหี’’ติ? ยูถํ ปหาย มนุสฺสปถํ คจฺฉนฺโต ปาลิเลยฺยกวนสณฺเฑ ภควนฺตํ ทิสฺวา ฆฏสหสฺเสน นิพฺพาปิตสนฺตาโป วิย นิพฺพุโต หุตฺวา สตฺถุ สนฺติเก อฏฺฐาสิ. โส ตโต ปฏฺฐาย สตฺถุ วตฺตปฏิวตฺตํ กโรนฺโต มุขโธวนํ เทติ, นฺหาโนทกํ อาหรติ, ทนฺตกฏฺฐํ เทติ, ปริเวณํ สมฺมชฺชติ, อรญฺญโต มธุรานิ ผลาผลานิ อาหริตฺวา สตฺถุโน เทติ. สตฺถา ปริโภคํ กโรติ.

เอกทิวสํ สตฺถา รตฺติภาคสมนนฺตเร จงฺกมิตฺวา ปาสาณผลเก นิสีทิ. หตฺถีปิ อวิทูเร ฐาเน อฏฺฐาสิ. สตฺถา ปจฺฉโต โอโลเกตฺวา น กิญฺจิ อทฺทส, เอวํ ปุรโต จ อุภยปสฺเสสุ จ. อถสฺส ‘‘สุขํ วตาหํ อญฺญตฺร เตหิ ภณฺฑนการเกหิ วสามี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิ. หตฺถิโนปิ ‘‘มยา นามิตสาขํ อญฺเญ ขาทนฺตา นตฺถี’’ติอาทีนิ จินฺเตตฺวา – ‘‘สุขํ วต เอกโกว วสามิ, สตฺถุ วตฺตํ กาตุํ ลภามี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปชฺชิ. สตฺถา อตฺตโน จิตฺตํ โอโลเกตฺวา – ‘‘มม ตาว อีทิสํ จิตฺตํ, กีทิสํ นุ โข หตฺถิสฺสา’’ติ ตสฺสาปิ ตาทิสเมว ทิสฺวา ‘‘สเมติ โน จิตฺต’’นฺติ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –

‘‘เอตํ นาคสฺส นาเคน, อีสาทนฺตสฺส หตฺถิโน;

สเมติ จิตฺตํ จิตฺเตน, ยเทโก รมตี วเน’’ติ. (มหาว. ๔๖๗);

อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขูติ อถ เอวํ ตถาคเต ตตฺถ วิหรนฺเต ปญฺจสตา ทิสาสุ วสฺสํวุตฺถา ภิกฺขู. เยนายสฺมา อานนฺโทติ ‘‘สตฺถา กิร ภิกฺขุสงฺฆํ ปณาเมตฺวา อรญฺญํ ปวิฏฺโฐ’’ติ อตฺตโน ธมฺมตาย สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตุํ อสกฺโกนฺตา เยนายสฺมา อานนฺโท, เตนุปสงฺกมึสุ.

อนนฺตรา อาสวานํ ขโยติ มคฺคานนฺตรํ อรหตฺตผลํ. วิจยโสติ วิจเยน, เตสํ เตสํ ธมฺมานํ สภาววิจินนสมตฺเถน ญาเณน ปริจฺฉินฺทิตฺวาติ อตฺโถ. ธมฺโมติ สาสนธมฺโม. จตฺตาโร สติปฏฺฐานาติอาทิ เย เย โกฏฺฐาเส ปริจฺฉินฺทิตฺวา ธมฺโม เทสิโต, เตสํ ปกาสนตฺถาย วุตฺตํ. สมนุปสฺสนาติ ทิฏฺฐิสมนุปสฺสนา. สงฺขาโร โสติ ทิฏฺฐิสงฺขาโร โส. ตโตโช โส สงฺขาโรติ ตโต ตณฺหาโต โส สงฺขาโร ชาโต. ตณฺหาสมฺปยุตฺเตสุ จิตฺเตสุปิ จตูสุ จิตฺเตสุ เอส ชายติ. สาปิ ตณฺหาติ สา ทิฏฺฐิสงฺขารสฺส ปจฺจยภูตา ตณฺหา. สาปิ เวทนาติ สา ตณฺหาย ปจฺจยภูตา เวทนา. โสปิ ผสฺโสติ โส เวทนาย ปจฺจโย อวิชฺชาสมฺผสฺโส. สาปิ อวิชฺชาติ สา ผสฺสสมฺปยุตฺตา อวิชฺชา.

โน จสฺสํ, โน จ เม สิยาติ สเจ อหํ น ภเวยฺยํ, มม ปริกฺขาโรปิ น ภเวยฺย. นาภวิสฺสํ, น เม ภวิสฺสตีติ สเจ ปน อายติมฺปิ อหํ น ภวิสฺสามิ, เอวํ มม ปริกฺขาโรปิ น ภวิสฺสติ. เอตฺตเก ฐาเน ภควา เตน ภิกฺขุนา คหิตคหิตทิฏฺฐึ วิสฺสชฺชาเปนฺโต อาคโต ปุคฺคลชฺฌาสเยนปิ เทสนาวิลาเสนปิ. ตโตโช โส สงฺขาโรติ ตณฺหาสมฺปยุตฺตจิตฺเต วิจิกิจฺฉาว นตฺถิ, กถํ วิจิกิจฺฉาสงฺขาโร ตณฺหาโต ชายตีติ? อปฺปหีนตฺตา. ยสฺส หิ ตณฺหาย อปฺปหีนาย โส อุปฺปชฺชติ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ทิฏฺฐิยาปิ เอเสว นโย ลพฺภติเยว จตูสุ หิ จิตฺตุปฺปาเทสุ สมฺปยุตฺตทิฏฺฐิ นาม นตฺถิ. ยสฺมา ปน ตณฺหาย อปฺปหีนตฺตา สา อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา ตํ สนฺธาย ตตฺราปิ อยมตฺโถ ยุชฺชติ. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต เตวีสติยา ฐาเนสุ อรหตฺตํ ปาเปตฺวา วิปสฺสนา กถิตา. นวมํ.

๑๐. ปุณฺณมสุตฺตวณฺณนา

๘๒. ทสเม ตทหุโปสเถติอาทิ ปวารณสุตฺเต วิตฺถาริตเมว. กิญฺจิเทว เทสนฺติ กิญฺจิ การณํ. สเก อาสเน นิสีทิตฺวา ปุจฺฉ ยทากงฺขสีติ กสฺมา เอวมาห? โส กิร ภิกฺขุ ปญฺจสตภิกฺขุปริวาโร. อาจริเย ปน ฐิตเก ปุจฺฉนฺเต สเจ เต ภิกฺขู นิสีทนฺติ, สตฺถริ คารวํ กตํ โหติ, อาจริเย อคารวํ. สเจ อุฏฺฐหนฺติ, อาจริเย คารวํ กตํ โหติ, สตฺถริ อคารวํ. อิติ เนสํ จิตฺตํ อเนกคฺคํ ภวิสฺสติ, เทสนํ สมฺปฏิจฺฉิตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ. ตสฺมึ ปน นิสีทิตฺวา ปุจฺฉนฺเต เตสํ จิตฺตํ เอกคฺคํ ภวิสฺสติ, เทสนํ สมฺปฏิจฺฉิตุํ สกฺขิสฺสนฺตีติ ญตฺวา ภควา เอวมาห. อิเม นุ โข, ภนฺเตติ อยํ เถโร ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ อาจริโย, ปญฺจกฺขนฺธมตฺตมฺปิ นปฺปชานาตีติ น วตฺตพฺโพ. ปญฺหํ ปุจฺฉนฺเตน ปน ‘‘อิเม ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา, น อญฺเญ’’ติ เอวํ ชานนฺเตน วิย หุตฺวา ปุจฺฉิตุํ น วฏฺฏติ, ตสฺมา อชานนฺโต วิย ปุจฺฉติ. เตปิ จสฺส อนฺเตวาสิกา ‘‘อมฺหากํ อาจริโย ‘อหํ ชานามี’ติ น กเถติ, สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ปน สทฺธึ สํสนฺทิตฺวาว กเถตี’’ติ โสตพฺพํ สทฺธาตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตีติปิ อชานนฺโต วิย ปุจฺฉติ.

ฉนฺทมูลกาติ ตณฺหาฉนฺทมูลกา. น โข ภิกฺขุ ตญฺเญว อุปาทานํ เต ปญฺจุปาทานกฺขนฺธาติ ยสฺมา ฉนฺทราคมตฺตํ ปญฺจกฺขนฺธา น โหติ, ตสฺมา อิทํ วุตฺตํ. ยสฺมา ปน สหชาตโต วา อารมฺมณโต วา ขนฺเธ มุญฺจิตฺวา อุปาทานํ นตฺถิ, ตสฺมา นาปิ อญฺญตฺร ปญฺจหิ อุปาทานกฺขนฺเธหิ อุปาทานนฺติ วุตฺตํ. ตณฺหาสมฺปยุตฺตสฺมิญฺหิ จิตฺเต วตฺตมาเน ตํจิตฺตสมุฏฺฐานรูปํ รูปกฺขนฺโธ, ฐเปตฺวา ตํ ตณฺหํ เสสา อรูปธมฺมา จตฺตาโร ขนฺธาติ สหชาตโตปิ ขนฺเธ มุญฺจิตฺวา อุปาทานํ นตฺถิ. อุปาทานสฺส ปน รูปาทีสุ อญฺญตรํ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปชฺชนโต อารมฺมณโตปิ ปญฺจกฺขนฺเธ มุญฺจิตฺวา อุปาทานํ นตฺถิ. ฉนฺทราคเวมตฺตตาติ ฉนฺทราคนานตฺตํ. เอวํ โข ภิกฺขูติ เอวํ รูปารมฺมณสฺส ฉนฺทราคสฺส เวทนาทีสุ อญฺญตรํ อารมฺมณํ อกรณโต สิยา ฉนฺทราคเวมตฺตตา. ขนฺธาธิวจนนฺติ ขนฺธาติ อยํ ปญฺญตฺติ. อยํ ปน อนุสนฺธิ น ฆฏิยติ, กิญฺจาปิ น ฆฏิยติ, สานุสนฺธิกาว ปุจฺฉา, สานุสนฺธิกํ วิสฺสชฺชนํ. อยญฺหิ เถโร เตสํ เตสํ ภิกฺขูนํ อชฺฌาสเยน ปุจฺฉติ, สตฺถาปิ เตสํ เตสํ อชฺฌาสเยเนว วิสฺสชฺเชติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว. ทสมํ.

อิมสฺส จ ปน วคฺคสฺส เอเกกสฺมึ สุตฺเต ปญฺจสตา ปญฺจสตา ภิกฺขู อรหตฺตํ ปตฺตาติ.

ขชฺชนียวคฺโค อฏฺฐโม.