๑๓. สทฺธมฺมปฺปติรูปกสุตฺตวณฺณนา

๑๕๖. เตรสเม อญฺญาย สณฺฐหึสูติ อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสุ. สทฺธมฺมปฺปติรูปกนฺติ เทฺว สทฺธมฺมปฺปติรูปกานิ อธิคมสทฺธมฺมปฺปติรูปกญฺจ ปริยตฺติสทฺธมฺมปฺปติรูปกญฺจ. ตตฺถ –

‘‘โอภาเส เจว ญาเณ จ, ปีติยา จ วิกมฺปติ;

ปสฺสทฺธิยา สุเข เจว, เยหิ จิตฺตํ ปเวธติ.

‘‘อธิโมกฺเข จ ปคฺคาเห, อุปฏฺฐาเน จ กมฺปติ;

อุเปกฺขาวชฺชนาย เจว, อุเปกฺขาย จ นิกนฺติยา.

‘‘อิมานิ ทส ฐานานิ, ปญฺญา ยสฺส ปริจิตา;

ธมฺมุทฺธจฺจกุสโล โหติ, น จ สมฺโมห คจฺฉตี’’ติ. (ปฏิ. ม. ๒.๗); –

อิทํ วิปสฺสนาญาณสฺส อุปกฺกิเลสชาตํ อธิคมสทฺธมฺมปฺปติรูปกํ นาม. ติสฺโส ปน สงฺคีติโย อนารุฬฺหํ ธาตุกถา อารมฺมณกถา อสุภกถา ญาณวตฺถุกถา วิชฺชากรณฺฑโกติ อิเมหิ ปญฺจหิ กถาวตฺถูหิ ปริพาหิรํ คุฬฺหวินยํ คุฬฺหเวสฺสนฺตรํ คุฬฺหมโหสธํ วณฺณปิฏกํ องฺคุลิมาลปิฏกํ รฏฺฐปาลคชฺชิตํ อาฬวกคชฺชิตํ เวทลฺลปิฏกนฺติ อพุทฺธวจนํ ปริยตฺติสทฺธมฺมปฺปติรูปกํ นาม.

ชาตรูปปฺปติรูปกนฺติ สุวณฺณรสวิธานํ อารกูฏมยํ สุวณฺณวณฺณํ อาภรณชาตํ. ฉณกาเลสุ หิ มนุสฺสา ‘‘อาภรณภณฺฑกํ คณฺหิสฺสามา’’ติ อาปณํ คจฺฉนฺติ. อถ เน อาปณิกา เอวํ วทนฺติ, ‘‘สเจ ตุเมฺห อาภรณตฺถิกา, อิมานิ คณฺหถ. อิมานิ หิ ฆนานิ เจว วณฺณวนฺตานิ จ อปฺปคฺฆานิ จา’’ติ. เต เตสํ สุตฺวา, ‘‘การณํ อิเม วทนฺติ, อิมานิ ปิฬนฺธิตฺวา สกฺกา นกฺขตฺตํ กีฬิตุํ, โสภนฺติ เจว อปฺปคฺฆานิ จา’’ติ ตานิ คเหตฺวา คจฺฉนฺติ. สุวณฺณภณฺฑํ อวิกฺกิยมานํ นิทหิตฺวา ฐเปตพฺพํ โหติ. เอวํ ตํ ชาตรูปปฺปติรูปเก อุปฺปนฺเน อนฺตรธายติ นาม.

อถ สทฺธมฺมสฺส อนฺตรธานํ โหตีติ อธิคมสทฺธมฺมสฺส ปฏิปตฺติสทฺธมฺมสฺส ปริยตฺติสทฺธมฺมสฺสาติ ติวิธสฺสาปิ สทฺธมฺมสฺส อนฺตรธานํ โหติ. ปฐมโพธิยญฺหิ ภิกฺขู ปฏิสมฺภิทปฺปตฺตา อเหสุํ. อถ กาเล คจฺฉนฺเต ปฏิสมฺภิทา ปาปุณิตุํ น สกฺขึสุ, ฉฬภิญฺญา อเหสุํ. ตโต ฉ อภิญฺญา ปาปุณิตุํ อสกฺโกนฺตา ติสฺโส วิชฺชา ปาปุณึสุ. อิทานิ กาเล คจฺฉนฺเต ติสฺโส วิชฺชา ปาปุณิตุํ อสกฺโกนฺตา อาสวกฺขยมตฺตํ ปาปุณิสฺสนฺติ. ตมฺปิ อสกฺโกนฺตา อนาคามิผลํ, ตมฺปิ อสกฺโกนฺตา สกทาคามิผลํ, ตมฺปิ อสกฺโกนฺตา โสตาปตฺติผลํ. คจฺฉนฺเต กาเล โสตาปตฺติผลมฺปิ ปตฺตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ. อถ เนสํ ยทา วิปสฺสนา อิเมหิ อุปกฺกิเลเสหิ อุปกฺกิลิฏฺฐา อารทฺธมตฺตาว ฐสฺสติ, ตทา อธิคมสทฺธมฺโม อนฺตรหิโต นาม ภวิสฺสติ.

ปฐมโพธิยญฺหิ ภิกฺขู จตุนฺนํ ปฏิสมฺภิทานํ อนุจฺฉวิกํ ปฏิปตฺตึ ปูรยึสุ. คจฺฉนฺเต กาเล ตํ อสกฺโกนฺตา ฉนฺนํ อภิญฺญานํ, ตมฺปิ อสกฺโกนฺตา ติสฺสนฺนํ วิชฺชานํ, ตมฺปิ อสกฺโกนฺตา อรหตฺตผลมตฺตสฺส. คจฺฉนฺเต ปน กาเล อรหตฺตสฺส อนุจฺฉวิกํ ปฏิปตฺตึ ปูเรตุํ อสกฺโกนฺตา อนาคามิผลสฺส อนุจฺฉวิกํ ปฏิปตฺตึ ปูเรสฺสนฺติ, ตมฺปิ อสกฺโกนฺตา สกทาคามิผลสฺส, ตมฺปิ อสกฺโกนฺตา โสตาปตฺติผลสฺส. ยทา ปน โสตาปตฺติผลสฺสปิ อนุจฺฉวิกํ ปฏิปทํ ปูเรตุํ อสกฺโกนฺตา สีลปาริสุทฺธิมตฺเตว ฐสฺสนฺติ, ตทา ปฏิปตฺติสทฺธมฺโม อนฺตรหิโต นาม ภวิสฺสติ.

ยาว ปน เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ วตฺตติ, น ตาว สาสนํ อนฺตรหิตนฺติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ติฏฺฐนฺตุ ตีณิ วา, อภิธมฺมปิฏเก อนฺตรหิเต อิตเรสุ ทฺวีสุ ติฏฺฐนฺเตสุปิ อนฺตรหิตนฺติ น วตฺตพฺพเมว. ทฺวีสุ อนฺตรหิเตสุ วินยปิฏกมตฺเต ฐิเตปิ, ตตฺราปิ ขนฺธกปริวาเรสุ อนฺตรหิเตสุ อุภโตวิภงฺคมตฺเต, มหาวินเย อนฺตรหิเต ทฺวีสุ ปาติโมกฺเขสุ วตฺตมาเนสุปิ สาสนํ อนนฺตรหิตเมว. ยทา ปน เทฺว ปาติโมกฺขา อนฺตรธายิสฺสนฺติ, อถ ปริยตฺติสทฺธมฺมสฺส อนฺตรธานํ ภวิสฺสติ. ตสฺมึ อนฺตรหิเต สาสนํ อนฺตรหิตํ นาม โหติ. ปริยตฺติยา หิ อนฺตรหิตาย ปฏิปตฺติ อนฺตรธายติ, ปฏิปตฺติยา อนฺตรหิตาย อธิคโม อนฺตรธายติ. กึ การณา? อยญฺหิ ปริยตฺติ ปฏิปตฺติยา ปจฺจโย โหติ, ปฏิปตฺติ อธิคมสฺส. อิติ ปฏิปตฺติโตปิ ปริยตฺติเมว ปมาณํ.

นนุ จ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล กปิโล นาม อนาราธกภิกฺขุ ‘‘ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิสฺสามี’’ติ พีชนึ คเหตฺวา อาสเน นิสินฺโน ‘‘อตฺถิ อิมสฺมึ วตฺตนฺตา’’ติ ปุจฺฉิ, อถ ตสฺส ภเยน เยสมฺปิ ปาติโมกฺโข วตฺตติ, เตปิ ‘‘มยํ วตฺตามา’’ติ อวตฺวา ‘‘น วตฺตามา’’ติ วทึสุ, โส พีชนึ ฐเปตฺวา อุฏฺฐายาสนา คโต, ตทา สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สาสนํ โอสกฺกิตนฺติ? กิญฺจาปิ โอสกฺกิตํ, ปริยตฺติ ปน เอกนฺเตเนว ปมาณํ. ยถา หิ มหโต ตฬากสฺส ปาฬิยา ถิราย อุทกํ น ฐสฺสตีติ น วตฺตพฺพํ, อุทเก สติ ปทุมาทีนิ ปุปฺผานิ น ปุปฺผิสฺสนฺตีติ น วตฺตพฺพํ, เอวเมว มหาตฬากสฺส ถิรปาฬิสทิเส เตปิฏเก พุทฺธวจเน สติ มหาตฬาเก อุทกสทิสา ปฏิปตฺติปูรกา กุลปุตฺตา นตฺถีติ น วตฺตพฺพา, เตสุ สติ มหาตฬาเก ปทุมาทีนิ ปุปฺผานิ วิย โสตาปนฺนาทโย อริยปุคฺคลา นตฺถีติ น วตฺตพฺพาติ เอวํ เอกนฺตโต ปริยตฺติเยว ปมาณํ.

ปถวีธาตูติ เทฺว สตสหสฺสานิ จตฺตาริ จ นหุตานิ พหลา มหาปถวี. อาโปธาตูติ ปถวิโต ปฏฺฐาย ยาว สุภกิณฺหพฺรหฺมโลกา อุคฺคตํ กปฺปวินาสกํ อุทกํ. เตโชธาตูติ ปถวิโต ปฏฺฐาย ยาว อาภสฺสรพฺรหฺมโลกา อุคฺคโต กปฺปวินาสโก อคฺคิ. วาโยธาตูติ ปถวิโต ปฏฺฐาย ยาว เวหปฺผลพฺรหฺมโลกา อุคฺคโต กปฺปวินาสโก วายุ. เอเตสุ หิ เอกธมฺโมปิ สตฺถุ สาสนํ อนฺตรธาเปตุํ น สกฺโกติ, ตสฺมา เอวมาห. อิเธว เต อุปฺปชฺชนฺตีติ โลหโต โลหขาทกํ มลํ วิย อิมสฺมึ มยฺหํเยว สาสเน เต อุปฺปชฺชนฺติ. โมฆปุริสาติ ตุจฺฉปุริสา.

อาทิเกเนว โอปิลวตีติ เอตฺถ อาทิเกนาติ อาทาเนน คหเณน. โอปิลวตีติ นิมุชฺชติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา อุทกจรา นาวา ภณฺฑํ คณฺหนฺตี นิมุชฺชติ, เอวํ ปริยตฺติอาทีนํ ปูรเณน สทฺธมฺมสฺส อนฺตรธานํ น โหติ. ปริยตฺติยา หิ หายมานาย ปฏิปตฺติ หายติ, ปฏิปตฺติยา หายมานาย อธิคโม หายติ. ปริยตฺติยา ปูรยมานาย ปริยตฺติธรา ปุคฺคลา ปฏิปตฺตึ ปูเรนฺติ, ปฏิปตฺติปูรกา อธิคมํ ปูเรนฺติ. อิติ นวจนฺโท วิย ปริยตฺติยาทีสุ วฑฺฒมานาสุ มยฺหํ สาสนํ วฑฺฒติ เยวาติ ทสฺเสติ.

อิทานิ เยหิ ธมฺเมหิ สทฺธมฺมสฺส อนฺตรธานญฺเจว ฐิติ จ โหติ, เต ทสฺเสนฺโต ปญฺจ โขติอาทิมาห. ตตฺถ โอกฺกมนียาติ อวกฺกมนียา, เหฏฺฐาคมนียาติ อตฺโถ. สตฺถริ อคารวาติอาทีสุ อคารวาติ คารวรหิตา. อปฺปติสฺสาติ อปฺปติสฺสยา อนีจวุตฺติกา. ตตฺถ โย เจติยงฺคณํ อาโรหนฺโต ฉตฺตํ ธาเรติ, อุปาหนํ ธาเรติ, อญฺญโต โอโลเกตฺวา กถํ กเถนฺโต คจฺฉติ, อยํ สตฺถริ อคารโว นาม.

โย ธมฺมสฺสวนสฺส กาเล สงฺฆุฏฺเฐ ทหรสามเณเรหิ ปริวาริโต นิสีทติ, อญฺญานิ วา นวกมฺมาทีนิ กโรติ, ธมฺมสฺสวนคฺเค นิสินฺโน นิทฺทายติ, วิกฺขิตฺโต วา อญฺญํ กเถนฺโต นิสีทติ, อยํ ธมฺเม อคารโว นาม.

โย เถรุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา, อวนฺทิตฺวา นิสีทติ, หตฺถปลฺลตฺถิกํ ทุสฺสปลฺลตฺถิกํ กโรติ, อญฺญํ วา ปน หตฺถปาทกุกฺกุจฺจํ กโรติ, วุฑฺฒานํ สนฺติเก อนชฺฌิฏฺโฐ กเถติ, อยํ สงฺเฆ อคารโว นาม.

ติสฺโส ปน สิกฺขา อปูเรนฺโตว สิกฺขาย อคารโว นาม โหติ. อฏฺฐ สมาปตฺติโย อนิพฺพตฺเตนฺโต ตาสํ วา ปน นิพฺพตฺตนตฺถาย ปโยคํ อกโรนฺโต สมาธิสฺมึ อคารโว นาม. สุกฺกปกฺโข วุตฺตวิปลฺลาเสเนว เวทิตพฺโพติ. เตรสมํ.

กสฺสปสํยุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.