๕. กสฺสปสํยุตฺตํ
๑. สนฺตุฏฺฐสุตฺตวณฺณนา
๑๔๔. กสฺสปสํยุตฺตสฺส ปฐเม สนฺตุฏฺฐายนฺติ สนฺตุฏฺโฐ อยํ. อิตรีตเรนาติ น ถูลสุขุมลูขปณีตถิรชิณฺณานํ เยน เกนจิ, อถ โข ยถาลทฺธาทีนํ อิตรีตเรน เยน เกนจิ สนฺตุฏฺโฐติ อตฺโถ. จีวรสฺมิญฺหิ ตโย สนฺโตสา ยถาลาภสนฺโตโส ยถาพลสนฺโตโส ยถาสารุปฺปสนฺโตโสติ. ปิณฺฑปาตาทีสุปิ เอเสว นโย.
เตสํ อยํ ปเภทสํวณฺณนา – อิธ ภิกฺขุ จีวรํ ลภติ สุนฺทรํ วา อสุนฺทรํ วา, โส เตเนว ยาเปติ, อญฺญํ น ปตฺเถติ, ลภนฺโตปิ น คณฺหาติ. อยมสฺส จีวเร ยถาลาภสนฺโตโส. อถ ปน ปกติทุพฺพโล วา โหติ อาพาธชราภิภูโต วา, ครุจีวรํ ปารุปนฺโต กิลมติ, โส สภาเคน ภิกฺขุนา สทฺธึ ตํ ปริวตฺเตตฺวา ลหุเกน ยาเปนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส จีวเร ยถาพลสนฺโตโส. อปโร ปณีตปจฺจยลาภี โหติ, โส ปฏฺฏจีวราทีนํ อญฺญตรํ มหคฺฆจีวรํ พหูนิ วา จีวรานิ ลภิตฺวา – ‘‘อิทํ เถรานํ จิรปพฺพชิตานํ, อิทํ พหุสฺสุตานํ อนุรูปํ, อิทํ คิลานานํ, อิทํ อปฺปลาภีนํ โหตู’’ติ ทตฺวา เตสํ ปุราณจีวรํ วา สงฺการกูฏาทิโต วา ปน นนฺตกานิ อุจฺจินิตฺวา เตหิ สงฺฆาฏึ กตฺวา ธาเรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส จีวเร ยถาสารุปฺปสนฺโตโส.
อิธ ปน ภิกฺขุ ปิณฺฑปาตํ ลภติ ลูขํ วา ปณีตํ วา, โส เตเนว ยาเปติ, อญฺญํ น ปตฺเถติ, ลภนฺโตปิ น คณฺหาติ. อยมสฺส ปิณฺฑปาเต ยถาลาภ สนฺโตโส. โย ปน อตฺตโน ปกติวิรุทฺธํ วา พฺยาธิวิรุทฺธํ วา ปิณฺฑปาตํ ลภติ, เยนสฺส ปริภุตฺเตน อผาสุ โหติ, โส สภาคสฺส ภิกฺขุโน ตํ ทตฺวา ตสฺส หตฺถโต สปฺปายโภชนํ ภุตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส ปิณฺฑปาเต ยถาพลสนฺโตโส. อปโร พหุํ ปณีตํ ปิณฺฑปาตํ ลภติ, โส ตํ จีวรํ วิย จิรปพฺพชิต-พหุสฺสุต-อปฺปลาภคิลานานํ ทตฺวา, เตสํ วา เสสกํ ปิณฺฑาย วา จริตฺวา มิสฺสกาหารํ ภุญฺชนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส ปิณฺฑปาเต ยถาสารุปฺปสนฺโตโส.
อิธ ปน ภิกฺขุ เสนาสนํ ลภติ มนาปํ วา อมนาปํ วา, โส เตน เนว โสมนสฺสํ น ปฏิฆํ อุปฺปาเทติ, อนฺตมโส ติณสนฺถารเกนาปิ ยถาลทฺเธเนว ตุสฺสติ. อยมสฺส เสนาสเน ยถาลาภสนฺโตโส. โย ปน อตฺตโน ปกติวิรุทฺธํ วา พฺยาธิวิรุทฺธํ วา เสนาสนํ ลภติ, ยตฺถสฺส วสโต อผาสุ โหติ, โส ตํ สภาคสฺส ภิกฺขุโน ทตฺวา ตสฺส สนฺตเก สปฺปายเสนาสเน วสนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส เสนาสเน ยถาพลสนฺโตโส. อปโร มหาปุญฺโญ เลณมณฺฑปกูฏาคาราทีนิ พหูนิ ปณีตเสนาสนานิ ลภติ, โส ตานิ จีวราทีนิ วิย จิรปพฺพชิตพหุสฺสุตอปฺปลาภคิลานานํ ทตฺวา ยตฺถ กตฺถจิ วสนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส เสนาสเน ยถาสารุปฺปสนฺโตโส. โยปิ ‘‘อุตฺตมเสนาสนํ นาม ปมาทฏฺฐานํ, ตตฺถ นิสินฺนสฺส ถินมิทฺธํ โอกฺกมติ, นิทฺทาภิภูตสฺส ปฏิพุชฺฌโต ปาปวิตกฺกา ปาตุภวนฺตี’’ติ ปฏิสญฺจิกฺขิตฺวา ตาทิสํ เสนาสนํ ปตฺตมฺปิ น สมฺปฏิจฺฉติ, โส ตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อพฺโภกาสรุกฺขมูลาทีสุ วสนฺโต สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมฺปิ เสนาสเน ยถาสารุปฺปสนฺโตโส.
อิธ ปน ภิกฺขุ เภสชฺชํ ลภติ ลูขํ วา ปณีตํ วา, โส ยํ ลภติ เตเนว ตุสฺสติ, อญฺญํ น ปตฺเถติ, ลภนฺโตปิ น คณฺหาติ. อยมสฺส คิลานปจฺจเย ยถาลาภสนฺโตโส. โย ปน เตเลนตฺถิโก ผาณิตํ ลภติ, โส ตํ สภาคสฺส ภิกฺขุโน ทตฺวา ตสฺส หตฺถโต เตลํ คเหตฺวา วา อญฺญเทว วา ปริเยสิตฺวา เภสชฺชํ กโรนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส คิลานปจฺจเย ยถาพลสนฺโตโส. อปโร มหาปุญฺโญ พหุํ เตลมธุผาณิตาทิปณีตเภสชฺชํ ลภติ, โส ตํ จีวรํ วิย จิรปพฺพชิต-พหุสฺสุต-อปฺปลาภคิลานานํ ทตฺวา เตสํ อาภเตน เยน เกนจิ ยาเปนฺโตปิ สนฺตุฏฺโฐว โหติ. โย ปน เอกสฺมึ ภาชเน มุตฺตหรีตกํ ฐเปตฺวา เอกสฺมึ จตุมธุรํ ‘‘คณฺห, ภนฺเต, ยทิจฺฉสี’’ติ วุจฺจมาโน สจสฺส เตสุ อญฺญตเรนปิ โรโค วูปสมฺมติ, อถ ‘‘มุตฺตหรีตกํ นาม พุทฺธาทีหิ วณฺณิต’’นฺติ จตุมธุรํ ปฏิกฺขิปิตฺวา มุตฺตหรีตเกน เภสชฺชํ กโรนฺโต ปรมสนฺตุฏฺโฐว โหติ. อยมสฺส คิลานปจฺจเย ยถาสารุปฺปสนฺโตโส. อิติ อิเม ตโย สนฺโตเส สนฺธาย ‘‘สนฺตุฏฺฐายํ, ภิกฺขเว, กสฺสโป อิตรีตเรน จีวเรนา’’ติ วุตฺตํ.
วณฺณวาทีติ เอโก สนฺตุฏฺโฐ โหติ, สนฺโตสสฺส วณฺณํ น กเถติ. เอโก น สนฺตุฏฺโฐ โหติ, สนฺโตสสฺส วณฺณํ กเถติ. เอโก เนว สนฺตุฏฺโฐ โหติ, น สนฺโตสสฺส วณฺณํ กเถติ. เอโก สนฺตุฏฺโฐ จ โหติ, สนฺโตสสฺส จ วณฺณํ กเถติ. อยํ ตาทิโสติ ทสฺเสตุํ อิตรีตรจีวรสนฺตุฏฺฐิยา จ วณฺณวาทีติ วุตฺตํ. อเนสนนฺติ ทูเตยฺยปหิณคมนานุโยคปฺปเภทํ นานปฺปการํ อเนสนํ. อลทฺธาติ อลภิตฺวา. ยถา จ เอกจฺโจ ‘‘กถํ นุ โข จีวรํ ลภิสฺสามี’’ติ ปุญฺญวนฺเตหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ เอกโต หุตฺวา โกหญฺญํ กโรนฺโต อุตฺตสติ ปริตสฺสติ, อยํ เอวํ อลทฺธา จ จีวรํ น ปริตสฺสติ. ลทฺธา จาติ ธมฺเมน สเมน ลภิตฺวา. อคธิโตติ วิคตโลภเคโธ. อมุจฺฉิโตติ อธิมตฺตตณฺหาย มุจฺฉํ อนาปนฺโน. อนชฺฌาปนฺโนติ ตณฺหาย อโนตฺถโฏ อปริโยนทฺโธ. อาทีนวทสฺสาวีติ อเนสนาปตฺติยญฺจ คธิตปริโภเค จ อาทีนวํ ปสฺสมาโน. นิสฺสรณปญฺโญติ, ‘‘ยาวเทว สีตสฺส ปฏิฆาตายา’’ติ วุตฺตนิสฺสรณเมว ชานนฺโต ปริภุญฺชตีติ อตฺโถ. อิตรีตเรน ปิณฺฑปาเตนาติอาทีสุปิ ยถาลทฺธาทีนํ เยน เกนจิ ปิณฺฑปาเตน, เยน เกนจิ เสนาสเนน, เยน เกนจิ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรนาติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
กสฺสเปน วา หิ โว, ภิกฺขเว, โอวทิสฺสามีติ เอตฺถ ยถา มหากสฺสปตฺเถโร จตูสุ ปจฺจเยสุ ตีหิ สนฺโตเสหิ สนฺตุฏฺโฐ, ตุเมฺหปิ ตถารูปา ภวถาติ โอวทนฺโต กสฺสเปน โอวทติ นาม. โย วา ปนสฺส กสฺสปสทิโสติ เอตฺถาปิ โย วา ปนญฺโญปิ กสฺสปสทิโส มหากสฺสปตฺเถโร วิย จตูสุ ปจฺจเยสุ ตีหิ สนฺโตเสหิ สนฺตุฏฺโฐ ภเวยฺย, ตุเมฺหปิ ตถารูปา ภวถาติ โอวทนฺโต กสฺสปสทิเสน โอวทติ นาม. ตถตฺตาย ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อิมาย อิมสฺมึ สนฺตุฏฺฐิสุตฺเต วุตฺตสลฺเลขาจารปฏิปตฺติยา กถนํ นาม ภาโร, อมฺหากมฺปิ อิมํ ปฏิปตฺตึ ปริปูรํ กตฺวา ปูรณํ ภาโรเยว, อาคโต โข ปน ภาโร คเหตพฺโพ’’ติ จินฺเตตฺวา ยถา มยา กถิตํ, ตถตฺตาย ตถาภาวาย ตุเมฺหหิปิ ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ. ปฐมํ.
๒. อโนตฺตปฺปีสุตฺตวณฺณนา
๑๔๕. ทุติเย อนาตาปีติ ยํ วีริยํ กิเลเส อาตปติ, เตน รหิโต. อโนตฺตปฺปีติ นิพฺภโย กิเลสุปฺปตฺติโต กุสลานุปฺปตฺติโต จ ภยรหิโต. สมฺโพธายาติ สมฺพุชฺฌนตฺถาย. นิพฺพานายาติ นิพฺพานสจฺฉิกิริยาย. อนุตฺตรสฺส โยคกฺเขมสฺสาติ อรหตฺตสฺส ตญฺหิ อนุตฺตรญฺเจว จตูหิ จ โยเคหิ เขมํ.
อนุปฺปนฺนาติอาทีสุ เย ปุพฺเพ อปฺปฏิลทฺธปุพฺพํ จีวราทึ วา ปจฺจยํ อุปฏฺฐากสทฺธิวิหาริก-อนฺเตวาสีนํ วา อญฺญตรโต มนุญฺญวตฺถุํ ปฏิลภิตฺวา ตํ สุภํ สุขนฺติ อโยนิโส คณฺหนฺตสฺส อญฺญตรํ วา ปน อนนุภูตปุพฺพํ อารมฺมณํ ยถา ตถา วา อโยนิโส อาวชฺเชนฺตสฺส โลภาทโย ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, เต อนุปฺปนฺนาติ เวทิตพฺพา. อญฺญถา หิ อนมตคฺเค สํสาเร อนุปฺปนฺนา นาม ปาปกา ธมฺมา นตฺถิ. อนุภูตปุพฺเพปิ จ วตฺถุมฺหิ อารมฺมเณ วา ยสฺส ปกติพุทฺธิยา วา อุทฺเทสปริปุจฺฉาย วา ปริยตฺตินวกมฺมโยนิโสมนสิการานํ วา อญฺญตรวเสน ปุพฺเพ อนุปฺปชฺชิตฺวา ปจฺฉา ตาทิเสน ปจฺจเยน สหสา อุปฺปชฺชนฺติ, อิเมปิ ‘‘อนุปฺปนฺนา อุปฺปชฺชมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุ’’นฺติ เวทิตพฺพา. เตสุเยว ปน วตฺถารมฺมเณสุ ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชมานา นปฺปหียนฺติ นาม, เต ‘‘อุปฺปนฺนา อปฺปหียมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุ’’นฺติ เวทิตพฺพา. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปน อุปฺปนฺนานุปฺปนฺนเภโท จ ปหานปฺปหานวิธานญฺจ สพฺพํ วิสุทฺธิมคฺเค ญาณทสฺสนวิสุทฺธินิทฺเทเส กถิตํ.
อนุปฺปนฺนา เม กุสลา ธมฺมาติ อปฺปฏิลทฺธาปิ สีลสมาธิมคฺคผลสงฺขาตา อนวชฺชธมฺมา. อุปฺปนฺนาติ เตเยว ปฏิลทฺธา. นิรุชฺฌมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุนฺติ เต สีลาทิธมฺมา ปริหานิวเสน ปุน อนุปฺปตฺติยา นิรุชฺฌมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุนฺติ เวทิตพฺพา. เอตฺถ จ โลกิยา ปริหายนฺติ, โลกุตฺตรานํ ปริหานิ นตฺถีติ. ‘‘อุปฺปนฺนานํ กุสลานํ ธมฺมานํ ฐิติยา’’ติ อิมสฺส ปน สมฺมปฺปธานสฺส วเสนายํ เทสนา กตา. ทุติยมคฺโค วา สีฆํ อนุปฺปชฺชมาโน, ปฐมมคฺโค นิรุชฺฌมาโน อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยาติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต อิเม จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา ปุพฺพภาควิปสฺสนาวเสน กถิตาติ. ทุติยํ.
๓. จนฺทูปมสุตฺตวณฺณนา
๑๔๖. ตติเย จนฺทูปมาติ จนฺทสทิสา หุตฺวา. กึ ปริมณฺฑลตาย? โน, อปิจ โข ยถา จนฺโท คคนตลํ ปกฺขนฺทมาโน น เกนจิ สทฺธึ สนฺถวํ วา สิเนหํ วา อาลยํ วา นิกนฺตึ วา ปตฺถนํ วา ปริยุฏฺฐานํ วา กโรติ, น จ น โหติ มหาชนสฺส ปิโย มนาโป, ตุเมฺหปิ เอวํ เกนจิ สทฺธึ สนฺถวาทีนํ อกรเณน พหุชนสฺส ปิยา มนาปา จนฺทูปมา หุตฺวา ขตฺติยกุลาทีนิ จตฺตาริ กุลานิ อุปสงฺกมถาติ อตฺโถ. อปิจ ยถา จนฺโท อนฺธการํ วิธมติ, อาโลกํ ผรติ, เอวํ กิเลสนฺธการวิธมเนน ญาณาโลกผรเณน จาปิ จนฺทูปมา หุตฺวาติ เอวมาทีหิปิ นเยหิ เอตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
อปกสฺเสว กายํ อปกสฺส จิตฺตนฺติ เตเนว สนฺถวาทีนํ อกรเณน กายญฺจ จิตฺตญฺจ อปกสฺสิตฺวา, อปเนตฺวาติ อตฺโถ. โย หิ ภิกฺขุ อรญฺเญปิ น วสติ, กามวิตกฺกาทโยปิ วิตกฺเกติ, อยํ เนว กายํ อปกสฺสติ, น จิตฺตํ. โย หิ อรญฺเญปิ โข วิหรติ, กามวิตกฺกาทโย ปน วิตกฺเกติ, อยํ กายเมว อปกสฺสติ, น จิตฺตํ. โย คามนฺเต วสติ, กามวิตกฺกาทโยปิ โข น จ วิตกฺเกติ, อยํ จิตฺตเมว อปกสฺสติ, น กายํ. โย ปน อรญฺเญ เจว วสติ, กามวิตกฺกาทโย จ น วิตกฺเกติ, อยํ อุภยมฺปิ อปกสฺสติ. เอวรูปา หุตฺวา กุลานิ อุปสงฺกมถาติ ทีเปนฺโต ‘‘อปกสฺเสว กายํ อปกสฺส จิตฺต’’นฺติ อาห.
นิจฺจนวกาติ นิจฺจํ นวกาว, อาคนฺตุกสทิสา เอว หุตฺวาติ อตฺโถ. อาคนฺตุโก หิ ปฏิปาฏิยา สมฺปตฺตเคหํ ปวิสิตฺวา สเจ นํ ฆรสามิกา ทิสฺวา, ‘‘อมฺหากํ ปุตฺตภาตโร วิปฺปวาสํ คตา เอวํ วิจรึสู’’ติ อนุกมฺปมานา นิสีทาเปตฺวา โภเชนฺติ, ภุตฺตมตฺโตเยว ‘‘ตุมฺหากํ ภาชนํ คณฺหถา’’ติ อุฏฺฐาย ปกฺกมติ, น เตหิ สทฺธึ สนฺถวํ วา กโรติ, น กิจฺจกรณียานิ วา สํวิทหติ, เอวํ ตุเมฺหปิ ปฏิปาฏิยา สมฺปตฺตฆรํ ปวิสิตฺวา ยํ อิริยาปเถสุ ปสนฺนา มนุสฺสา เทนฺติ, ตํ คเหตฺวา ฉินฺนสนฺถวา, เตสํ กิจฺจกรณีเย อพฺยาวฏา หุตฺวา นิกฺขมถาติ ทีเปติ.
อิมสฺส ปน นิจฺจนวกภาวสฺส อาวิภาวตฺถํ เทฺวภาติกวตฺถุ กเถตพฺพํ – วสาฬนครคามโต กิร เทฺว ภาติกา นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิตา, เต จูฬนาคตฺเถโร จ มหานาคตฺเถโร จาติ ปญฺญายึสุ. เต จิตฺตลปพฺพเต ตึส วสฺสานิ วสิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺตา ‘‘มาตรํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ อาคนฺตฺวา วสาฬนครวิหาเร วสิตฺวา ปุนทิวเส มาตุคามํ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. มาตาปิ เตสํ อุฬุงฺเกน ยาคุํ นีหริตฺวา เอกสฺส ปตฺเต อากิริ. ตสฺสา ตํ โอโลกยมานาย ปุตฺตสิเนโห อุปฺปชฺชิ. อถ นํ อาห – ‘‘ตฺวํ, ตาต, มยฺหํ ปุตฺโต มหานาโค’’ติ. เถโร ‘‘ปจฺฉิมํ เถรํ ปุจฺฉ อุปาสิเก’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ. ปจฺฉิมเถรสฺสปิ ยาคุํ ทตฺวา, ‘‘ตาต, ตฺวํ มยฺหํ ปุตฺโต จูฬนาโค’’ติ ปุจฺฉิ? เถโร ‘‘กึ, อุปาสิเก, ปุริมํ เถรํ น ปุจฺฉสี’’ติ? วตฺวา ปกฺกามิ. เอวํ มาตราปิ สทฺธึ ฉินฺนสนฺถโว ภิกฺขุ นิจฺจนวโก นาม โหติ.
อปฺปคพฺภาติ น ปคพฺภา, อฏฺฐฏฺฐาเนน กายปาคพฺภิเยน, จตุฏฺฐาเนน วจีปาคพฺภิเยน, อเนกฏฺฐาเนน มโนปาคพฺภิเยน จ วิรหิตาติ อตฺโถ. อฏฺฐฏฺฐานํ กายปาคพฺภิยํ นาม สงฺฆคณปุคฺคล-โภชนสาลา-ชนฺตาฆรนหานติตฺถ-ภิกฺขาจารมคฺค-อนฺตรฆรปฺปเวสเนสุ กาเยน อปฺปติรูปกรณํ. เสยฺยถิทํ – อิเธกจฺโจ สงฺฆมชฺเฌ ปลฺลตฺถิกาย วา นิสีทติ ปาเท ปาทํ อาธายิตฺวา วาติ เอวมาทิ (มหานิ. ๑๖๕). ตถา คณมชฺเฌ. คณมชฺเฌติ จตุปริสสนฺนิปาเต วา สุตฺตนฺติกคณาทิสนฺนิปาเต วา. ตถา วุฑฺฒตเร ปุคฺคเล. โภชนสาลาย ปน วุฑฺฒานํ อาสนํ น เทติ, นวานํ อาสนํ ปฏิพาหติ. ตถา ชนฺตาฆเร. วุฑฺเฒ เจตฺถ อนาปุจฺฉา อคฺคิชลนาทีนิ กโรติ. นฺหานติตฺเถ จ ยทิทํ ‘‘ทหโร วุฑฺโฒติ ปมาณํ อกตฺวา อาคตปฏิปาฏิยา นฺหายิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ, ตมฺปิ อนาทิยนฺโต ปจฺฉา อาคนฺตฺวา อุทกํ โอตริตฺวา วุฑฺเฒ จ นเว จ พาธติ. ภิกฺขาจารมคฺเค ปน อคฺคาสนอคฺโคทกอคฺคปิณฺฑานํ อตฺถาย ปุรโต คจฺฉติ พาหาย พาหํ ปหรนฺโต. อนฺตรฆรปฺปเวสเน วุฑฺเฒหิ ปฐมตรํ ปวิสติ, ทหเรหิ สทฺธึ กายกีฬนกํ กโรตีติ เอวมาทิ.
จตุฏฺฐานํ วจีปาคพฺภิยํ นาม สงฺฆคณปุคฺคลอนฺตรฆเรสุ อปฺปติรูปวาจานิจฺฉารณํ. เสยฺยถิทํ – อิเธกจฺโจ สงฺฆมชฺเฌ อนาปุจฺฉา ธมฺมํ ภาสติ. ตถา ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการสฺส คณสฺส มชฺเฌ ปุคฺคลสฺส จ สนฺติเก, ตตฺเถว มนุสฺเสหิ ปญฺหํ ปุฏฺโฐ วุฑฺฒตรํ อนาปุจฺฉา วิสฺสชฺเชติ. อนฺตรฆเร ปน ‘‘อิตฺถนฺนาเม กึ อตฺถิ? กึ ยาคุ, อุทาหุ ขาทนียํ โภชนียํ? กึ เม ทสฺสสิ? กึ อชฺช ขาทิสฺสาม? กึ ภุญฺชิสฺสาม? กึ ปิวิสฺสามา’’ติอาทีนิ ภาสติ.
อเนกฏฺฐานํ มโนปาคพฺภิยํ นาม เตสุ เตสุ ฐาเนสุ กายวาจาหิ อชฺฌาจารํ อนาปชฺชิตฺวาปิ มนสาว กามวิตกฺกาทีนํ วิตกฺกนํ. อปิจ ทุสฺสีลสฺเสว สโต ‘‘สีลวาติ มํ ชโน ชานาตู’’ติ เอวํ ปวตฺตา ปาปิจฺฉตาปิ มโนปาคพฺภิยํ. อิติ สพฺเพสมฺปิ อิเมสํ ปาคพฺภิยานํ อภาเวน อปฺปคพฺภา หุตฺวา อุปสงฺกมถาติ วทติ.
ชรุทปานนฺติ ชิณฺณกูปํ. ปพฺพตวิสมนฺติ ปพฺพเต วิสมํ ปปาตฏฺฐานํ. นทีวิทุคฺคนฺติ นทิยา วิทุคฺคํ ฉินฺนตฏฏฺฐานํ. อปกสฺเสว กายนฺติ ตาทิสานิ ฐานานิ โย ขิฑฺฑาทิปสุโต กายํ อนปกสฺส เอกโตภาริยํ อกตฺวาว วายุปตฺถมฺภกํ อคฺคาหาเปตฺวา จิตฺตมฺปิ อนปกสฺส ‘‘เอตฺถ ปติโต หตฺถปาทภญฺชนาทีนิ ปาปุณาตี’’ติ อนาทีนวทสฺสาวิตาย อนุพฺเพเชตฺวา สมฺปิยายมาโน โอโลเกติ, โส ปติตฺวา หตฺถปาทภญฺชนาทิอนตฺถํ ปาปุณาติ. โย ปน อุทกตฺถิโก วา อญฺเญน วา เกนจิ กิจฺเจน โอโลเกตุกาโม กายํ อปกสฺส เอกโต ภาริยํ กตฺวา วายุปตฺถมฺภกํ คาหาเปตฺวา, จิตฺตมฺปิ อปกสฺส อาทีนวทสฺสเนน สํเวเชตฺวา โอโลเกติ, โส น ปตติ, ยถารุจึ โอโลเกตฺวา สุขี เยนกามํ ปกฺกมติ.
เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – ชรุทปานาทโย วิย หิ จตฺตาริ กุลานิ, โอโลกนปุริโส วิย ภิกฺขุ. ยถา อนปกฏฺฐกายจิตฺโต ตานิ โอโลเกนฺโต ปุริโส ตตฺถ ปตติ, เอวํ อรกฺขิเตหิ กายาทีหิ กุลานิ อุปสงฺกมนฺโต ภิกฺขุ กุเลสุ พชฺฌติ, ตโต นานปฺปการํ สีลปาทภญฺชนาทิอนตฺถํ ปาปุณาติ. ยถา ปน อปกฏฺฐกายจิตฺโต ปุริโส ตตฺถ น ปตติ, เอวํ รกฺขิเตเนว กาเยน รกฺขิเตหิ จิตฺเตหิ รกฺขิตาย วาจาย สุปฺปฏฺฐิตาย สติยา อปกฏฺฐกายจิตฺโต หุตฺวา กุลานิ อุปสงฺกมนฺโต ภิกฺขุ กุเลสุ น พชฺฌติ. อถสฺส ยถา ตตฺถ อปติตสฺส ปุริสสฺส, น ปาทา ภญฺชนฺติ, เอวํ สีลปาโท น ภิชฺชติ. ยถา หตฺถา น ภญฺชนฺติ, เอวํ สทฺธาหตฺโถ น ภิชฺชติ. ยถา กุจฺฉิ น ภิชฺชติ, เอวํ สมาธิกุจฺฉิ น ภิชฺชติ. ยถา สีสํ น ภิชฺชติ, เอวํ ญาณสีสํ น ภิชฺชติ, ยถา จ ตํ ขาณุกณฺฏกาทโย น วิชฺฌนฺติ, เอวมิมํ ราคกณฺฏกาทโย น วิชฺฌนฺติ. ยถา โส นิรุปทฺทโว ยถารุจิ โอโลเกตฺวา สุขี เยนกามํ ปกฺกมติ, เอวํ ภิกฺขุ กุลานิ นิสฺสาย จีวราทโย ปจฺจเย ปฏิเสวนฺโต กมฺมฏฺฐานํ วฑฺเฒตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺโต อรหตฺตํ ปตฺวา โลกุตฺตรสุเขน สุขิโต เยนกามํ อคตปุพฺพํ นิพฺพานทิสํ คจฺฉติ.
อิทานิ โย หีนาธิมุตฺติโก มิจฺฉาปฏิปนฺโน เอวํ วเทยฺย ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ‘ติวิธํ ปาคพฺภิยํ ปหาย นิจฺจนวกตฺเตน จนฺทูปมา กุลานิ อุปสงฺกมถา’ติ วทนฺโต อฏฺฐาเน ฐเปติ, อสยฺหํ ภารํ อาโรเปติ, ยํ น สกฺกา กาตุํ ตํ กาเรตี’’ติ, ตสฺส วาทปถํ ปจฺฉินฺทิตฺวา, ‘‘สกฺกา เอวํ กาตุํ, อตฺถิ เอวรูโป ภิกฺขู’’ติ ทสฺเสนฺโต กสฺสโป, ภิกฺขเวติอาทิมาห.
อากาเส ปาณึ จาเลสีติ นีเล คคนนฺตเร ยมกวิชฺชุตํ จารยมาโน วิย เหฏฺฐาภาคํ อุปริภาคํ อุภโตปสฺเสสุ ปาณึ สญฺจาเรสิ. อิทญฺจ ปน เตปิฏเก พุทฺธวจเน อสมฺภินฺนปทํ นาม. อตฺตมโนติ ตุฏฺฐจิตฺโต สกมโน, น โทมนสฺเสน ปจฺฉินฺทิตฺวา คหิตมโน. กสฺสปสฺส, ภิกฺขเวติ อิทมฺปิ ปุริมนเยเนว ปรวาทํ ปจฺฉินฺทิตฺวา อตฺถิ เอวรูโป ภิกฺขูติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ.
ปสนฺนาการํ กเรยฺยุนฺติ จีวราทโย ปจฺจเย ทเทยฺยุํ. ตถตฺตาย ปฏิปชฺเชยฺยุนฺติ สีลสฺส อาคตฏฺฐาเน สีลํ ปูรยมานา, สมาธิวิปสฺสนา มคฺคผลานํ อาคตฏฺฐาเน ตานิ ตานิ สมฺปาทยมานา ตถาภาวาย ปฏิปชฺเชยฺยุํ. อนุทยนฺติ รกฺขณภาวํ. อนุกมฺปนฺติ มุทุจิตฺตตํ. อุภยญฺเจตํ การุญฺญสฺเสว เววจนํ. กสฺสโป, ภิกฺขเวติ อิทมฺปิ ปุริมนเยเนว ปรวาทํ ปจฺฉินฺทิตฺวา อตฺถิ เอวรูโป ภิกฺขูติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. กสฺสเปน วาติ เอตฺถ จนฺโทปมาทิวเสน โยชนํ กตฺวา ปุริมนเยเนว อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตติยํ.
๔. กุลูปกสุตฺตวณฺณนา
๑๔๗. จตุตฺเถ กุลูปโกติ กุลฆรานํ อุปคนฺตา. เทนฺตุเยว เมติ ททนฺตุเยว มยฺหํ. สนฺทียตีติ อฏฺฏียติ ปีฬิยติ. เสสเมตฺถ วุตฺตนยานุสาเรเนว เวทิตพฺพํ. จตุตฺถํ.
๕. ชิณฺณสุตฺตวณฺณนา
๑๔๘. ปญฺจเม ชิณฺโณติ เถโร มหลฺลโก. ครุกานีติ ตํ สตฺถุ สนฺติกา ลทฺธกาลโต ปฏฺฐาย ฉินฺนภินฺนฏฺฐาเน สุตฺตสํสิพฺพเนน เจว อคฺคฬทาเนน จ อเนกานิ ปฏลานิ หุตฺวา ครุกานิ ชาตานิ. นิพฺพสนานีติ ปุพฺเพ ภควตา นิวาเสตฺวา อปนีตตาย เอวํลทฺธนามานิ. ตสฺมาติ ยสฺมา ตฺวํ ชิณฺโณ เจว ครุปํสุกูโล จ. คหปตานีติ ปํสุกูลิกงฺคํ วิสฺสชฺเชตฺวา คหปตีหิ ทินฺนจีวรานิ ธาเรหีติ วทติ. นิมนฺตนานีติ ปิณฺฑปาติกงฺคํ วิสฺสชฺเชตฺวา สลากภตฺตาทีนิ นิมนฺตนานิ ภุญฺชาหีติ วทติ. มม จ สนฺติเกติ อารญฺญิกงฺคํ วิสฺสชฺเชตฺวา คามนฺตเสนาสเนเยว วสาหีติ วทติ.
นนุ จ ยถา ราชา เสนาปตึ เสนาปติฏฺฐาเน ฐเปตฺวา ตสฺส ราชูปฏฺฐานาทินา อตฺตโน กมฺเมน อาราเธนฺตสฺเสว ตํ ฐานนฺตรํ คเหตฺวา อญฺญสฺส ททมาโน อยุตฺตํ นาม กโรติ, เอวํ สตฺถา มหากสฺสปตฺเถรสฺส ปจฺจุคฺคมนตฺถาย ติคาวุตํ มคฺคํ คนฺตฺวา ราชคหสฺส จ นาฬนฺทาย จ อนฺตเร พหุปุตฺตกรุกฺขมูเล นิสินฺโน ตีหิ โอวาเทหิ อุปสมฺปาเทตฺวา เตน สทฺธึ อตฺตโน จีวรํ ปริวตฺเตตฺวา เถรํ ชาติอารญฺญิกงฺคญฺเจว ชาติปํสุกูลิกงฺคญฺจ อกาสิ, โส ตสฺมึ กตฺตุกมฺยตาฉนฺเทน สตฺถุ จิตฺตํ อาราเธนฺตสฺเสว ปํสุกูลาทีนิ วิสฺสชฺชาเปตฺวา คหปติจีวรปฏิคฺคหณาทีสุ นิโยเชนฺโต อยุตฺตํ นาม กโรตีติ. น กโรติ. กสฺมา? อตฺตชฺฌาสยตฺตา. น หิ สตฺถา ธุตงฺคานิ วิสฺสชฺชาเปตุกาโม, ยถา ปน อฆฏฺฏิตา เภริอาทโย สทฺทํ น วิสฺสชฺเชนฺติ, เอวํ อฆฏฺฏิตา เอวรูปา ปุคฺคลา น สีหนาทํ นทนฺตีติ นทาเปตุกาโม สีหนาทชฺฌาสเยน เอวมาห. เถโรปิ สตฺถุ อชฺฌาสยานุรูเปเนว ‘‘อหํ โข, ภนฺเต, ทีฆรตฺตํ อารญฺญิโก เจวา’’ติอาทินา นเยน สีหนาทํ นทติ.
ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารนฺติ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาโร นาม อารญฺญิกสฺเสว ลพฺภติ, โน คามนฺตวาสิโน. คามนฺตสฺมิญฺหิ วสนฺโต ทารกสทฺทํ สุณาติ, อสปฺปายรูปานิ ปสฺสติ, อสปฺปาเย สทฺเท สุณาติ, เตนสฺส อนภิรติ อุปฺปชฺชติ. อารญฺญิโก ปน คาวุตํ วา อฑฺฒโยชนํ วา อติกฺกมิตฺวา อรญฺญํ อชฺโฌคาเหตฺวา วสนฺโต ทีปิพฺยคฺฆสีหาทีนํ สทฺเท สุณาติ, เยสํ สวนปจฺจยา อมานุสิกาสวนรติ อุปฺปชฺชติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –
‘‘สุญฺญาคารํ ปวิฏฺฐสฺส, สนฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน;
อมานุสี รตี โหติ, สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโต.
‘‘ยโต ยโต สมฺมสติ, ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ;
ลภตี ปีติปาโมชฺชํ, อมตํ ตํ วิชานตํ. (ธ. ป. ๓๗๓-๓๗๔);
‘‘ปุรโต ปจฺฉโต วาปิ, อปโร เจ น วิชฺชติ;
ตตฺเถว ผาสุ ภวติ, เอกสฺส รมโต วเน’’ติ.
ตถา ปิณฺฑปาติกสฺเสว ลพฺภติ, โน อปิณฺฑปาติกสฺส. อปิณฺฑปาติโก หิ อกาลจารี โหติ, ตุริตจารํ คจฺฉติ, ปริวตฺเตติ, ปลิพุทฺโธว คจฺฉติ, ตตฺถ จ พหุสํสโย โหติ. ปิณฺฑปาติโก ปน น อกาลจารี โหติ, น ตุริตจารํ คจฺฉติ, น ปริวตฺเตติ, อปลิพุทฺโธว คจฺฉติ, ตตฺถ จ น พหุสํสโย โหติ.
กถํ? อปิณฺฑปาติโก หิ คามโต ทูรวิหาเร วสมาโน กาลสฺเสว ‘‘ยาคุํ วา ปาริวาสิกภตฺตํ วา ลจฺฉามิ, อาสนสาลาย วา ปน อุทฺเทสภตฺตาทีสุ กิญฺจิเทว มยฺหํ ปาปุณิสฺสตี’’ติ มกฺกฏกสุตฺตานิ ฉินฺทนฺโต สยิตโครูปานิ อุฏฺฐาเปนฺโต ปาโตว คจฺฉนฺโต อกาลจารี โหติ. มนุสฺเส เขตฺตกมฺมาทีนํ อตฺถาย เคหา นิกฺขนฺเตเยว สมฺปาปุณิตุํ มิคํ อนุพนฺธนฺโต วิย เวเคน คจฺฉนฺโต ตุริตจารี โหติ. อนฺตรา กิญฺจิเทว ทิสฺวา ‘‘อสุกอุปาสโก วา อสุกอุปาสิกา วา เคเห, โน เคเห’’ติ ปุจฺฉติ, ‘‘โน เคเห’’ติ สุตฺวา ‘‘อิทานิ กุโต ลภิสฺสามี’’ติ? อคฺคิทฑฺโฒ วิย ปเวธติ, สยํ ปจฺฉิมทิสํ คนฺตุกาโม ปาจีนทิสาย สลากํ ลภิตฺวา อญฺญํ ปจฺฉิมทิสาย ลทฺธสลากํ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อหํ ปจฺฉิมทิสํ คมิสฺสามิ, มม สลากํ ตุเมฺห คณฺหถ, ตุมฺหากํ สลากํ มยฺหํ เทถา’’ติ สลากํ ปริวตฺเตติ. เอกํ วา ปน สลากภตฺตํ อาหริตฺวา ปริภุญฺชนฺโต ‘‘อปรสฺสาปิ สลากภตฺตสฺส ปตฺตํ เทถา’’ติ มนุสฺเสหิ วุตฺเต, ‘‘ภนฺเต, ตุมฺหากํ ปตฺตํ เทถ, อหํ มยฺหํ ปตฺเต ภตฺตํ ปกฺขิปิตฺวา ตุมฺหากํ ปตฺตํ ทสฺสามี’’ติ อญฺญสฺส ปตฺตํ ทาเปตฺวา ภตฺเต อาหเฏ อตฺตโน ปตฺเต ปกฺขิปิตฺวา ปตฺตํ ปฏิเทนฺโต ปตฺตํ ปริวตฺเตติ นาม. วิหาเร ราชราชมหามตฺตาทโย มหาทานํ เทนฺติ, อิมินา จ ภิยฺโย ทูรคาเม สลากา ลทฺธา, ตตฺถ อคจฺฉนฺโต ปุน สตฺตาหํ สลากํ น ลภตีติ อลาภภเยน คจฺฉติ, เอวํ คจฺฉนฺโต ปลิพุทฺโธ หุตฺวา คจฺฉติ นาม. ยสฺส เจส สลากภตฺตาทิโน อตฺถาย คจฺฉติ, ‘‘ตํ ทสฺสนฺติ นุ โข เม, อุทาหุ น ทสฺสนฺติ, ปณีตํ นุ โข ทสฺสนฺติ, อุทาหุ ลูขํ, โถกํ นุ โข, อุทาหุ พหุกํ, สีตลํ นุ โข, อุทาหุ อุณฺห’’นฺติ เอวํ ตตฺถ จ พหุสํสโย โหติ.
ปิณฺฑปาติโก ปน กาลสฺเสว วุฏฺฐาย วตฺตปฏิวตฺตํ กตฺวา สรีรํ ปฏิชคฺคิตฺวา วสนฏฺฐานํ ปวิสิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ มนสิกตฺวา กาลํ สลฺลกฺเขตฺวา มหาชนสฺส อุฬุงฺกภิกฺขาทีนิ ทาตุํ ปโหนกกาเล คจฺฉตีติ น อกาลจารี โหติ, เอเกกํ ปทวารํ ฉ โกฏฺฐาเส กตฺวา วิปสฺสนฺโต คจฺฉตีติ น ตุริตจารี โหติ, อตฺตโน ครุภาเวน ‘‘อสุโก เคเห, น เคเห’’ติ น ปุจฺฉติ, สลากภตฺตาทีนิเยว น คณฺหาติ. อคณฺหนฺโต กึ ปริวตฺเตสฺสติ? น อญฺญสฺส วเสน ปลิพุทฺโธว โหติ, กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺโต ยถารุจิ คจฺฉติ, อิตโร วิย น พหุสํสโย โหติ. เอกสฺมึ คาเม วา วีถิยา วา อลภิตฺวา อญฺญตฺถ จรติ. ตสฺมิมฺปิ อลภิตฺวา อญฺญตฺถ จรนฺโต มิสฺสโกทนํ สงฺกฑฺฒิตฺวา อมตํ วิย ปริภุญฺชิตฺวา คจฺฉติ.
ปํสุกูลิกสฺเสว ลพฺภติ, โน อปํสุกูลิกสฺส. อปํสุกูลิโก หิ วสฺสาวาสิกํ ปริเยสนฺโต จรติ, น เสนาสนสปฺปายํ ปริเยสติ. ปํสุกูลิโก ปน น วสฺสาวาสิกํ ปริเยสนฺโต จรติ, เสนาสนสปฺปายเมว ปริเยสติ. เตจีวริกสฺเสว ลพฺภติ, น อิตรสฺส. อเตจีวริโก หิ พหุภณฺโฑ พหุปริกฺขาโร โหติ, เตนสฺส ผาสุวิหาโร นตฺถิ. อปฺปิจฺฉาทีนญฺเจว ลพฺภติ, น อิตเรสนฺติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อตฺตโน จ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ สมฺปสฺสมาโน’’ติ. ปญฺจมํ.
๖. โอวาทสุตฺตวณฺณนา
๑๔๙. ฉฏฺเฐ อหํ วาติ กสฺมา อาห? เถรํ อตฺตโน ฐาเน ฐปนตฺถํ. กึ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานา นตฺถีติ? อตฺถิ. เอวํ ปนสฺส อโหสิ ‘‘อิเม น จิรํ ฐสฺสนฺติ, กสฺสโป ปน วีสวสฺสสตายุโก, โส มยิ ปรินิพฺพุเต สตฺตปณฺณิคุหายํ นิสีทิตฺวา ธมฺมวินยสงฺคหํ กตฺวา มม สาสนํ ปญฺจวสฺสสหสฺสปริมาณกาลปวตฺตนกํ กริสฺสติ, อตฺตโน ตํ ฐาเน ฐเปมิ, เอวํ ภิกฺขู กสฺสปสฺส สุสฺสูสิตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตี’’ติ. ตสฺมา เอวมาห. ทุพฺพจาติ ทุกฺเขน วตฺตพฺพา. โทวจสฺสกรเณหีติ ทุพฺพจภาวกรเณหิ. อปฺปทกฺขิณคฺคาหิโนติ อนุสาสนึ สุตฺวา ปทกฺขิณํ น คณฺหนฺติ ยถานุสิฏฺฐํ น ปฏิปชฺชนฺติ, อปฺปฏิปชฺชนฺตา วามคาหิโน นาม ชาตาติ ทสฺเสติ. อจฺจาวทนฺเตติ อติกฺกมฺม วทนฺเต, สุตปริยตฺตึ นิสฺสาย อติวิย วาทํ กโรนฺเตติ อตฺโถ. โก พหุตรํ ภาสิสฺสตีติ ธมฺมํ กเถนฺโต โก พหุํ ภาสิสฺสติ, กึ ตฺวํ, อุทาหุ อหนฺติ? โก สุนฺทรตรนฺติ, เอโก พหุํ ภาสนฺโต อสหิตํ อมธุรํ ภาสติ, เอโก สหิตํ มธุรํ, ตํ สนฺธายาห ‘‘โก สุนฺทรตร’’นฺติ? เอโก ปน พหุญฺจ สุนฺทรญฺจ กเถนฺโต จิรํ น ภาสติ, ลหุญฺเญว อุฏฺฐาติ, เอโก อทฺธานํ ปาเปติ, ตํ สนฺธายาห ‘‘โก จิรตร’’นฺติ? ฉฏฺฐํ.
๗. ทุติยโอวาทสุตฺตวณฺณนา
๑๕๐. สตฺตเม สทฺธาติ โอกปฺปนสทฺธา. วีริยนฺติ กายิกเจตสิกํ วีริยํ. ปญฺญาติ กุสลธมฺมชานนปญฺญา. น สนฺติ ภิกฺขู โอวาทกาติ อิมสฺส ปุคฺคลสฺส โอวาทกา อนุสาสกา กลฺยาณมิตฺตา นตฺถีติ อิทํ, ภนฺเต, ปริหานนฺติ ทสฺเสติ. สตฺตมํ.
๘. ตติยโอวาทสุตฺตวณฺณนา
๑๕๑. อฏฺฐเม ตถา หิ ปนาติ ปุพฺเพ โสวจสฺสตาย, เอตรหิ จ โทวจสฺสตาย การณปฏฺฐปเน นิปาโต. ตตฺราติ เตสุ เถเรสุ. โก นามายํ ภิกฺขูติ โก นาโม อยํ ภิกฺขุ? กึ ติสฺสตฺเถโร กึ นาคตฺเถโรติ? ตตฺราติ ตสฺมึ เอวํ สกฺกาเร กยิรมาเน. ตถตฺตายาติ ตถาภาวาย, อารญฺญิกาทิภาวายาติ อตฺโถ. สพฺรหฺมจาริกาโมติ ‘‘อิเม มํ ปริวาเรตฺวา จรนฺตู’’ติ เอวํ กาเมติ อิจฺฉติ ปตฺเถตีติ สพฺรหฺมจาริกาโม. ตถตฺตายาติ ลาภสกฺการนิพฺพตฺตนตฺถาย. พฺรหฺมจารุปทฺทเวนาติ โย สพฺรหฺมจารีนํ จตูสุ ปจฺจเยสุ อธิมตฺตจฺฉนฺทราโค อุปทฺทโวติ วุจฺจติ, เตน อุปทฺทุตา. อภิปตฺถนาติ อธิมตฺตปตฺถนา. พฺรหฺมจาริอภิปตฺถเนนาติ พฺรหฺมจารีนํ อธิมตฺตปตฺถนาสงฺขาเตน จตุปจฺจยภาเวน. อฏฺฐมํ.
๙. ฌานาภิญฺญสุตฺตวณฺณนา
๑๕๒. นวเม ยาวเทว อากงฺขามีติ ยาวเทว อิจฺฉามิ. ยานิ ปน อิโต ปรํ วิวิจฺเจว กาเมหีติอาทินา นเยน จตฺตาริ รูปาวจรชฺฌานานิ, สพฺพโส รูปสญฺญานํ สมติกฺกมาติอาทินา นเยน จตสฺโส อรูปสมาปตฺติโย, สพฺพโส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมติกฺกมฺม สญฺญาเวทยิตนิโรธนฺติ เอวํ นิโรธสมาปตฺติ, อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธนฺติอาทินา นเยน ปญฺจ โลกิกาภิญฺญา จ วุตฺตา. ตตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ สิยา, ตํ สพฺพํ อนุปทวณฺณนาย เจว ภาวนาวิธาเนน จ สทฺธึ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๖๙) วิตฺถาริตเมว. ฉฬภิญฺญาย ปน อาสวานํ ขยาติ อาสวานํ ขเยน. อนาสวนฺติ อาสวานํ อปจฺจยภูตํ. เจโตวิมุตฺตินฺติ อรหตฺตผลสมาธึ. ปญฺญาวิมุตฺตินฺติ อรหตฺตผลปญฺญํ. นวมํ.
๑๐. อุปสฺสยสุตฺตวณฺณนา
๑๕๓. ทสเม อายาม, ภนฺเตติ กสฺมา ภิกฺขุนีอุปสฺสยคมนํ ยาจติ? น ลาภสกฺการเหตุ, กมฺมฏฺฐานตฺถิกา ปเนตฺถ ภิกฺขุนิโย อตฺถิ, ตา อุสฺสุกฺกาเปตฺวา กมฺมฏฺฐานํ กถาเปสฺสามีติ ยาจติ. นนุ จ โส สยมฺปิ เตปิฏโก พหุสฺสุโต, กึ สยํ กเถตุํ น สกฺโกตีติ? โน น สกฺโกติ. พุทฺธปฏิภาคสฺส ปน สาวกสฺส กถํ สทฺธาตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตีติ ยาจติ. พหุกิจฺโจ ตฺวํ พหุกรณีโยติ กึ เถโร นวกมฺมาทิปสุโต, เยน นํ เอวมาหาติ? โน, สตฺถริ ปน ปรินิพฺพุเต จตสฺโส ปริสา อานนฺทตฺเถรํ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, อิทานิ กสฺส ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา จรถ, กสฺส ปริเวณํ สมฺมชฺชถ, กสฺส มุโขทกํ เทถา’’ติ โรทนฺติ ปริเทวนฺติ. เถโร ‘‘อนิจฺจา สงฺขารา, วุทฺธสรีเรปิ นิลฺลชฺโชว มจฺจุราชา ปหริ. เอสา สงฺขารานํ ธมฺมตา, มา โสจิตฺถ, มา ปริเทวิตฺถา’’ติ ปริสํ สญฺญาเปติ. อิทมสฺส พหุกิจฺจํ. ตํ สนฺธาย เถโร เอวมาห. สนฺทสฺเสสีติ ปฏิปตฺติคุณํ ทสฺเสสิ. สมาทเปสีติ คณฺหาเปสิ. สมุตฺเตเชสีติ สมุสฺสาเหสิ. สมฺปหํเสสีติ ปฏิลทฺธคุเณน โมทาเปสิ.
ถุลฺลติสฺสาติ สรีเรน ถูลา, นาเมน ติสฺสา. เวเทหมุนิโนติ ปณฺฑิตมุนิโน. ปณฺฑิโต หิ ญาณสงฺขาเตน เวเทน อีหติ สพฺพกิจฺจานิ กโรติ, ตสฺมา ‘‘เวเทโห’’ติ วุจฺจติ. เวเทโห จ โส มุนิ จาติ, เวเทหมุนิ. ธมฺมํ ภาสิตพฺพํ มญฺญตีติ ติปิฏกธรสฺส ธมฺมภณฺฑาคาริกสฺส สมฺมุเข สยํ อรญฺญวาสี ปํสุกูลิโก สมาโน ‘‘ธมฺมกถิโก อห’’นฺติ ธมฺมํ ภาสิตพฺพํ มญฺญติ. อิทํ กึ ปน, กถํ ปนาติ? อวชานมานา ภณติ. อสฺโสสีติ อญฺเญน อาคนฺตฺวา อาโรจิตวเสน อสฺโสสิ. อาคเมหิ ตฺวํ, อาวุโสติ ติฏฺฐ ตฺวํ, อาวุโส. มา เต สงฺโฆ อุตฺตริ อุปปริกฺขีติ มา ภิกฺขุสงฺโฆ อติเรกโอกาเส ตํ อุปปริกฺขีติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘อานนฺเทน พุทฺธปฏิภาโค สาวโก วาริโต, เอกา ภิกฺขุนี น วาริตา, ตาย สทฺธึ สนฺถโว วา สิเนโห วา ภวิสฺสตี’’ติ มา ตํ สงฺโฆ เอวํ อมญฺญีติ.
อิทานิ อตฺตโน พุทฺธปฏิภาคภาวํ ทีเปนฺโต ตํ กึ มญฺญสิ, อาวุโสติอาทิมาห? สตฺตรตนนฺติ สตฺตหตฺถปฺปมาณํ. นาคนฺติ หตฺถึ. อฑฺฒฏฺฐรตนํ วาติ อฑฺฒรตเนน อูนอฏฺฐรตนํ, ปุริมปาทโต ปฏฺฐาย ยาว กุมฺภา วิทตฺถาธิกสตฺตหตฺถุพฺเพธนฺติ อตฺโถ. ตาลปตฺติกายาติ ตรุณตาลปณฺเณน. จวิตฺถาติ จุตา, น มตา วา นฏฺฐา วา, พุทฺธปฏิภาคสฺส ปน สาวกสฺส อุปวาทํ วตฺวา มหากสฺสปตฺเถเร ฉหิ อภิญฺญาหิ สีหนาทํ นทนฺเต ตสฺสา กาสาวานิ กณฺฏกสาขา วิย กจฺฉุสาขา วิย จ สรีรํ ขาทิตุํ อารทฺธานิ, ตานิ หาเรตฺวา เสตกานิ นิวตฺถกฺขเณเยวสฺสา จิตฺตสฺสาโท อุทปาทีติ. ทสมํ.
๑๑. จีวรสุตฺตวณฺณนา
๑๕๔. เอกาทสเม ทกฺขิณาคิริสฺมินฺติ ราชคหํ ปริวาเรตฺวา ฐิตสฺส คิริโน ทกฺขิณภาเค ชนปโท ทกฺขิณาคิริ นาม, ตสฺมึ จาริกํ จรตีติ อตฺโถ. จาริกา จ นาม ทุวิธา โหติ ตุริตจาริกา จ อตุริตจาริกา จ. ตตฺถ ยํ เอกจฺโจ เอกํ กาสาวํ นิวาเสตฺวา เอกํ ปารุปิตฺวา ปตฺตจีวรํ อํเส ลคฺเคตฺวา ฉตฺตํ อาทาย สรีรโต เสเทหิ ปคฺฆรนฺเตหิ ทิวเสน สตฺตฏฺฐโยชนานิ คจฺฉติ, ยํ วา ปน พุทฺธา กิญฺจิเทว โพธเนยฺยสตฺตํ ทิสฺวา โยชนสตมฺปิ โยชนสหสฺสมฺปิ ขเณน คจฺฉนฺติ, เอสา ตุริตจาริกา นาม. เทวสิกํ ปน คาวุตํ อฑฺฒโยชนํ ติคาวุตํ โยชนนฺติ เอตฺตกํ อทฺธานํ อชฺชตนาย นิมนฺตนํ อธิวาสยโต ชนสงฺคหํ กโรโต คมนํ, เอสา อตุริตจาริกา นาม. อยํ อิธ อธิปฺเปตา.
นนุ จ เถโร ปญฺจวีสติ วสฺสานิ ฉายา วิย ทสพลสฺส ปจฺฉโต ปจฺฉโต คจฺฉนฺโตว อโหสิ, ‘‘กหํ อานนฺโท’’ติ วจนสฺส โอกาสเมว น อทาสิ, โส กิสฺมึ กาเล ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ จาริกํ จริตุํ โอกาสํ ลภตีติ? สตฺถุ ปรินิพฺพานสํวจฺฉเร. ปรินิพฺพุเต กิร สตฺถริ มหากสฺสปตฺเถโร สตฺถุ ปรินิพฺพาเน สนฺนิปติตสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส มชฺเฌ นิสีทิตฺวา ธมฺมวินยสงฺคายนตฺถํ ปญฺจสเต ภิกฺขู อุจฺจินิตฺวา, ‘‘อาวุโส, มยํ ราชคเห วสฺสํ วสนฺตา ธมฺมวินยํ สงฺคายิสฺสาม, ตุเมฺห ปุเร วสฺสูปนายิกาย อตฺตโน ปลิโพธํ อุจฺฉินฺทิตฺวา ราชคเห สนฺนิปตถา’’ติ วตฺวา อตฺตนา ราชคหํ คโต. อานนฺทตฺเถโรปิ ภควโต ปตฺตจีวรํ อาทาย มหาชนํ สญฺญาเปนฺโต สาวตฺถึ คนฺตฺวา ตโต นิกฺขมฺม ราชคหํ คจฺฉนฺโต ทกฺขิณาคิริสฺมึ จาริกํ จริ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.
เยภุยฺเยน กุมารภูตาติ เย เต หีนายาวตฺตา นาม, เต เยภุยฺเยน กุมารกา ทหรา ตรุณา เอกวสฺสิกเทฺววสฺสิกา ภิกฺขู เจว อนุปสมฺปนฺนกุมารกา จ. กสฺมา ปเนเต ปพฺพชิตา, กสฺมา หีนายาวตฺตาติ? เตสํ กิร มาตาปิตโร จินฺเตสุํ – ‘‘อานนฺทตฺเถโร สตฺถุ วิสฺสาสิโก อฏฺฐ วเร ยาจิตฺวา อุปฏฺฐหติ, อิจฺฉิติจฺฉิตฏฺฐานํ สตฺถารํ คเหตฺวา คนฺตุํ สกฺโกติ, อมฺหากํ ทารเก เอตสฺส สนฺติเก ปพฺพาเชม, โส สตฺถารํ คเหตฺวา อาคมิสฺสติ, ตสฺมึ อาคเต มยํ มหาสกฺการํ กาตุํ ลภิสฺสามา’’ติ. อิมินา ตาว การเณน เนสํ ญาตกา เต ปพฺพาเชสุํ. สตฺถริ ปน ปรินิพฺพุเต เตสํ สา ปตฺถนา อุปจฺฉินฺนา, อถ เต เอกทิวเสเนว อุปฺปพฺพาเชสุํ.
ยถาภิรนฺตนฺติ ยถารุจิยา ยถาอชฺฌาสเยน. ติกโภชนํ ปญฺญตฺตนฺติ, อิทํ ‘‘คณโภชเน อญฺญตฺร สมยา ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๒๑๑). อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตตฺถ หิ ติณฺณํ ชนานํ อกปฺปิยนิมนฺตนํ สาทิยิตฺวา เอกโต ปฏิคฺคณฺหนฺตานมฺปิ อนาปตฺติ, ตสฺมา ‘‘ติกโภชน’’นฺติ วุตฺตํ.
ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหายาติ ทุสฺสีลปุคฺคลานํ นิคฺคณฺหนตฺถํ. เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหารายาติ ทุมฺมงฺกูนํ นิคฺคเหเนว เปสลานํ อุโปสถปวารณา วตฺตนฺติ, สมคฺควาโส โหติ, อยํ เตสํ ผาสุวิหาโร โหติ, อิมสฺส ผาสุวิหารสฺส อตฺถาย. มา ปาปิจฺฉา ปกฺขํ นิสฺสาย สงฺฆํ ภินฺเทยฺยุนฺติ ยถา เทวทตฺโต สปริโส กุเลสุ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺโต ปาปิจฺเฉ นิสฺสาย สงฺฆํ ภินฺทิ, เอวํ อญฺเญปิ ปาปิจฺฉา คณพนฺเธน กุเลสุ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชมานา คณํ วฑฺเฒตฺวา ตํ ปกฺขํ นิสฺสาย มา สงฺฆํ ภินฺเทยฺยุนฺติ, อิติ อิมินา การเณน ปญฺญตฺตนฺติ อตฺโถ. กุลานุทฺทยตาย จาติ ภิกฺขุสงฺเฆ อุโปสถปวารณํ กตฺวา สมคฺควาสํ วสนฺเต มนุสฺสา สลากภตฺตาทีนิ ทตฺวา สคฺคปรายณา ภวนฺติ, อิติ อิมาย กุลานุทฺทยตาย จ ปญฺญตฺตนฺติ อตฺโถ.
สสฺสฆาตํ มญฺเญ จรสีติ สสฺสํ ฆาเตนฺโต วิย อาหิณฺฑสิ. กุลูปฆาตํ มญฺเญ จรสีติ กุลานิ อุปฆาเตนฺโต วิย หนนฺโต วิย อาหิณฺฑสิ. โอลุชฺชตีติ วิเสเสน ปลุชฺชติ ภิชฺชติ. ปลุชฺชนฺติ โข เต, อาวุโส, นวปฺปายาติ, อาวุโส, เอเต ตุยฺหํ ปาเยน เยภุยฺเยน นวกา เอกวสฺสิกทุวสฺสิกา ทหรา เจว สามเณรา จ ปลุชฺชนฺติ ภิชฺชนฺติ. น วายํ กุมารโก มตฺตมญฺญาสีติ อยํ กุมารโก อตฺตโน ปมาณํ น ชานาตีติ เถรํ ตชฺเชนฺโต อาห.
กุมารกวาทา น มุจฺจามาติ กุมารกวาทโต น มุจฺจาม. ตถา หิ ปน ตฺวนฺติ อิทมสฺส เอวํ วตฺตพฺพตาย การณทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – ยสฺมา ตฺวํ อิเมหิ นเวหิ ภิกฺขูหิ อินฺทฺริยสํวรรหิเตหิ สทฺธึ วิจรสิ, ตสฺมา กุมารเกหิ สทฺธึ วิจรนฺโต กุมารโกติ วตฺตพฺพตํ อรหสีติ.
อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ สมาโนติ อิทํ ยสฺมา เถรสฺส อิมสฺมึ สาสเน เนว อาจริโย น อุปชฺฌาโย ปญฺญายติ, สยํ กาสายานิ คเหตฺวา นิกฺขนฺโต, ตสฺมา อนตฺตมนตาย อญฺญติตฺถิยปุพฺพตํ อาโรปยมานา อาห.
สหสาติ เอตฺถ ราคโมหจาโรปิ สหสาจาโร, อิทํ ปน โทสจารวเสน วุตฺตํ. อปฺปฏิสงฺขาติ อปฺปจฺจเวกฺขิตฺวา, อิทานิ อตฺตโน ปพฺพชฺชํ โสเธนฺโต ยตฺวาหํ, อาวุโสติอาทิมาห. ตตฺถ อญฺญํ สตฺถารํ อุทฺทิสิตุนฺติ ฐเปตฺวา ภควนฺตํ อญฺญํ มยฺหํ สตฺถาติ เอวํ อุทฺทิสิตุํ น ชานามิ. สมฺพาโธ ฆราวาโสติอาทีสุ สเจปิ สฏฺฐิหตฺเถ ฆเร โยชนสตนฺตเรปิ วา เทฺว ชายมฺปติกา วสนฺติ, ตถาปิ เตสํ สกิญฺจนสปลิโพธฏฺเฐน ฆราวาโส สมฺพาโธเยว. รชาปโถติ ราครชาทีนํ อุฏฺฐานฏฺฐานนฺติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. ‘‘อาคมนปโถ’’ติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติ. อลคฺคนฏฺเฐน อพฺโภกาโส วิยาติ อพฺโภกาโส. ปพฺพชิโต หิ กูฏาคารรตนมยปาสาทเทววิมานาทีสุ ปิหิตทฺวารวาตปาเนสุ ปฏิจฺฉนฺเนสุ วสนฺโตปิ เนว ลคฺคติ น สชฺชติ น พชฺฌติ, เตน วุตฺตํ ‘‘อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชา’’ติ. อปิจ สมฺพาโธ ฆราวาโส กุสลกิริยาย โอกาสาภาวโต รชาปโถ อสํวุตสงฺการฏฺฐานํ วิย รชานํ, กิเลสรชานํ สนฺนิปาตฏฺฐานโต, อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชา กุสลกิริยาย ยถา สุขํ โอกาสสพฺภาวโต.
นยิทํ สุกรํ…เป… ปพฺพเชยฺยนฺติ เอตฺถ อยํ สงฺเขปกถา – ยเทตํ สิกฺขตฺตยพฺรหฺมจริยํ เอกมฺปิ ทิวสํ อขณฺฑํ กตฺวา จริมกจิตฺตํ ปาเปตพฺพตาย เอกนฺตปริปุณฺณํ จริตพฺพํ, เอกทิวสมฺปิ จ กิเลสมเลน อมลีนํ กตฺวา จริมกจิตฺตํ ปาเปตพฺพตาย เอกนฺตปริสุทฺธํ, สงฺขลิขิตํ ลิขิตสงฺขสทิสํ โธตสงฺขสปฺปฏิภาคํ จริตพฺพํ, อิทํ น สุกรํ อคารํ อชฺฌาวสตา อคารมชฺเฌ วสนฺเตน เอกนฺตปริปุณฺณํ…เป… จริตุํ, ยํนูนาหํ เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กสายรสปีตตาย กาสายานิ พฺรหฺมจริยํ จรนฺตานํ อนุจฺฉวิกานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา ปริทหิตฺวา อคารสฺมา นิกฺขมิตฺวา อนคาริยํ ปพฺพชฺเชยฺยนฺติ. เอตฺถ จ ยสฺมา อคารสฺส หิตํ กสิวณิชฺชาทิกมฺมํ อคาริยนฺติ วุจฺจติ, ตํ ปพฺพชฺชาย นตฺถิ, ตสฺมา ปพฺพชฺชา อนคาริยาติ ญาตพฺพา, ตํ อนคาริยํ. ปพฺพเชยฺยนฺติ ปฏิปชฺเชยฺยํ.
ปฏปิโลติกานนฺติ ชิณฺณปิโลติกานํ เตรสหตฺโถปิ หิ นวสาฏโก ทสานํ ฉินฺนกาลโต ปฏฺฐาย ปิโลติกาติ วุจฺจติ. อิติ มหารหานิ วตฺถานิ ฉินฺทิตฺวา กตํ สงฺฆาฏึ สนฺธาย ‘‘ปฏปิโลติกานํ สงฺฆาฏิ’’นฺติ วุตฺตํ. อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโนติ อฑฺฒโยชนโต ปฏฺฐาย มคฺโค อทฺธานนฺติ วุจฺจติ, ตํ อทฺธานมคฺคํ ปฏิปนฺโน, ทีฆมคฺคํ ปฏิปนฺโนติ อตฺโถ.
อิทานิ ยถา เอส ปพฺพชิโต, ยถา จ อทฺธานมคฺคํ ปฏิปนฺโน, อิมสฺสตฺถสฺส อาวิภาวตฺถํ อภินีหารโต ปฏฺฐาย อนุปุพฺพิกถา กเถตพฺพา – อตีเต กิร กปฺปสตสหสฺสมตฺถเก ปทุมุตฺตโร นาม สตฺถา อุทปาทิ, ตสฺมึ หํสวตีนครํ อุปนิสฺสาย เขเม มิคทาเย วิหรนฺเต เวเทโห นาม กุฏุมฺพิโก อสีติโกฏิธนวิภโว ปาโตว สุโภชนํ ภุญฺชิตฺวา อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐาย คนฺธปุปฺผาทีนิ คเหตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถารํ ปูเชตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. ตสฺมึ ขเณ สตฺถา มหานิสภตฺเถรํ นาม ตติยสาวกํ ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ ธุตวาทานํ ยทิทํ นิสโภ’’ติ เอตทคฺเค ฐเปสิ. อุปาสโก ตํ สุตฺวา ปสนฺโน ธมฺมกถาวสาเน มหาชเน อุฏฺฐาย คเต สตฺถารํ วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, เสฺว มยฺหํ ภิกฺขํ อธิวาเสถา’’ติ อาห. มหา โข, อุปาสก, ภิกฺขุสงฺโฆติ. กิตฺตโก ภควาติ. อฏฺฐสฏฺฐิภิกฺขุสตสหสฺสนฺติ. ภนฺเต, เอกํ สามเณรมฺปิ วิหาเร อเสเสตฺวา ภิกฺขํ อธิวาเสถาติ. สตฺถา อธิวาเสสิ. อุปาสโก สตฺถุ อธิวาสนํ วิทิตฺวา เคหํ คนฺตฺวา มหาทานํ สชฺเชตฺวา ปุนทิวเส สตฺถุ กาลํ อาโรจาเปสิ. สตฺถา ปตฺตจีวรมาทาย ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต อุปาสกสฺส ฆรํ คนฺตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสินฺโน ทกฺขิโณทกาวสาเน ยาคุภตฺตาทีนิ สมฺปฏิจฺฉนฺโต ภตฺตวิสฺสคฺคํ อกาสิ. อุปาสโกปิ สตฺถุ สนฺติเก นิสีทิ.
ตสฺมึ อนฺตเร มหานิสภตฺเถโร ปิณฺฑาย จรนฺโต ตเมว วีถึ ปฏิปชฺชิ. อุปาสโก ทิสฺวา อุฏฺฐาย คนฺตฺวา เถรํ วนฺทิตฺวา ‘‘ปตฺตํ, ภนฺเต, โน เทถา’’ติ อาห. เถโร ปตฺตํ อทาสิ. ภนฺเต, อิเธว ปวิสถ, สตฺถาปิ เคเห นิสินฺโนติ. น วฏฺฏิสฺสติ อุปาสกาติ. อุปาสโก เถรสฺส ปตฺตํ คเหตฺวา ปิณฺฑปาตสฺส ปูเรตฺวา นีหริตฺวา อทาสิ. ตโต เถรํ อนุคนฺตฺวา นิวตฺโต สตฺถุ สนฺติเก นิสีทิตฺวา เอวมาห – ‘‘ภนฺเต, มหานิสภตฺเถโร ‘สตฺถา เคเห นิสินฺโน’ติ วุตฺเตปิ ปวิสิตุํ น อิจฺฉิ, อตฺถิ นุ โข เอตสฺส ตุมฺหากํ คุเณหิ อติเรโก คุโณ’’ติ. พุทฺธานญฺจ วณฺณมจฺเฉรํ นาม นตฺถิ. อถ สตฺถา เอวมาห – ‘‘อุปาสก, มยํ ภิกฺขํ อาคมยมานา เคเห นิสีทาม, โส ภิกฺขุ น เอวํ นิสีทิตฺวา ภิกฺขํ อุทิกฺขติ. มยํ คามนฺตเสนาสเน วสาม, โส อรญฺญสฺมึเยว วสติ. มยํ ฉนฺเน วสาม, โส อพฺโภกาสมฺหิเยว วสติ. อิติ ตสฺส อยญฺจ อยญฺจ คุโณ’’ติ มหาสมุทฺทํ ปูรยมาโนว กเถสิ. อุปาสโก ปกติยาปิ ชลมานทีโป เตเลน อาสิตฺโต วิย สุฏฺฐุตรํ ปสนฺโน หุตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘กึ มยฺหํ อญฺญาย สมฺปตฺติยา, อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส สนฺติเก ธุตวาทานํ อคฺคภาวตฺถาย ปตฺถนํ กริสฺสามี’’ติ?
โส ปุนปิ สตฺถารํ นิมนฺเตตฺวา เตเนว นิยาเมน สตฺต ทิวสานิ ทานํ ทตฺวา สตฺตเม ทิวเส อฏฺฐสฏฺฐิภิกฺขุสตสหสฺสสฺส ติจีวรานิ ทตฺวา สตฺถุ ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา เอวมาห – ‘‘ยํ เม, ภนฺเต, สตฺต ทิวสานิ ทานํ เทนฺตสฺส เมตฺตํ กายกมฺมํ เมตฺตํ วจีกมฺมํ เมตฺตํ มโนกมฺมํ, อิมินาหํ น อญฺญํ เทวสมฺปตฺตึ วา สกฺกมารพฺรหฺมสมฺปตฺตึ วา ปตฺเถมิ, อิทํ ปน เม กมฺมํ อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส สนฺติเก มหานิสภตฺเถเรน ปตฺตฏฺฐานนฺตรํ ปาปุณนตฺถาย เตรสธุตงฺคธรานํ อคฺคภาวสฺส ปจฺจโย โหตู’’ติ. สตฺถา ‘‘มหนฺตํ ฐานํ อิมินา ปตฺถิตํ, สมิชฺฌิสฺสติ นุ โข’’ติ โอโลเกนฺโต สมิชฺฌนภาวํ ทิสฺวา อาห – ‘‘มนาปํ เต ฐานํ ปตฺถิตํ, อนาคเต สตสหสฺสกปฺปมตฺถเก โคตโม นาม พุทฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตสฺส ตฺวํ ตติยสาวโก มหากสฺสปตฺเถโร นาม ภวิสฺสสี’’ติ. ตํ สุตฺวา อุปาสโก ‘‘พุทฺธานํ เทฺว กถา นาม นตฺถี’’ติ ปุนทิวเส ปตฺตพฺพํ วิย ตํ สมฺปตฺตึ อมญฺญิตฺถ. โส ยาวตายุกํ สีลํ รกฺขิตฺวา ตตฺถ กาลงฺกโต สคฺเค นิพฺพตฺติ.
ตโต ปฏฺฐาย เทวมนุสฺเสสุ สมฺปตฺตึ อนุภวนฺโต อิโต เอกนวุติกปฺเป วิปสฺสิมฺหิ สมฺมาสมฺพุทฺเธ พนฺธุมตีนครํ นิสฺสาย เขเม มิคทาเย วิหรนฺเต เทวโลกา จวิตฺวา อญฺญตรสฺมึ ปริชิณฺเณ พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ. ตสฺมิญฺจ กาเล ‘‘วิปสฺสี ภควา สตฺตเม สตฺตเม สํวจฺฉเร ธมฺมํ กเถตี’’ติ มหนฺตํ โกลาหลํ โหติ. สกลชมฺพุทีเป เทวตา ‘‘สตฺถา ธมฺมํ กเถสฺสตี’’ติ อาโรเจนฺติ, พฺราหฺมโณ ตํ สาสนํ อสฺโสสิ. ตสฺส จ นิวาสนสาฏโก เอโก โหติ, ตถา พฺราหฺมณิยา, ปารุปนํ ปน ทฺวินฺนมฺปิ เอกเมว. สกลนคเร ‘‘เอกสาฏกพฺราหฺมโณ’’ติ ปญฺญายติ. พฺราหฺมณานํ เกนจิเทว กิจฺเจน สนฺนิปาเต สติ พฺราหฺมณึ เคเห ฐเปตฺวา สยํ คจฺฉติ, พฺราหฺมณีนํ สนฺนิปาเต สติ สยํ เคเห ติฏฺฐติ, พฺราหฺมณี ตํ วตฺถํ ปารุปิตฺวา คจฺฉติ. ตสฺมึ ปน ทิวเส พฺราหฺมโณ พฺราหฺมณึ อาห – ‘‘โภติ, กึ รตฺตึ ธมฺมสฺสวนํ สุณิสฺสสิ ทิวา’’ติ? ‘‘มยํ มาตุคามชาติกา นาม รตฺตึ โสตุํ น สกฺโกม, ทิวา โสสฺสามี’’ติ พฺราหฺมณํ เคเห ฐเปตฺวา วตฺถํ ปารุปิตฺวา อุปาสิกาหิ สทฺธึ ทิวา คนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺเต นิสินฺนา ธมฺมํ สุตฺวา อุปาสิกาหิเยว สทฺธึ อาคมาสิ. อถ พฺราหฺมโณ พฺราหฺมณึ เคเห ฐเปตฺวา วตฺถํ ปารุปิตฺวา วิหารํ คโต.
ตสฺมึ จ สมเย สตฺถา ปริสมชฺเฌ อลงฺกตธมฺมาสเน สนฺนิสินฺโน จิตฺตพีชนึ อาทาย อากาสคงฺคํ โอตาเรนฺโต วิย สิเนรุํ มตฺถํ กตฺวา สาครํ นิมฺมเถนฺโต วิย ธมฺมกถํ กเถติ. พฺราหฺมณสฺส ปริสนฺเต นิสินฺนสฺส ธมฺมํ สุณนฺตสฺส ปฐมยามสฺมึเยว สกลสรีรํ ปูรยมานา ปญฺจวณฺณา ปีติ อุปฺปชฺชิ. โส ปารุตวตฺถํ สงฺฆริตฺวา ‘‘ทสพลสฺส ทสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ. อถสฺส อาทีนวสหสฺสํ ทสฺสยมานํ มจฺเฉรํ อุปฺปชฺชิ, โส ‘‘พฺราหฺมณิยา จ มยฺหญฺจ เอกเมว วตฺถํ, อญฺญํ กิญฺจิ ปารุปนํ นตฺถิ, อปารุปิตฺวา จ นาม พหิ จริตุํ น สกฺกา’’ติ สพฺพถาปิ อทาตุกาโม อโหสิ. อถสฺส นิกฺขนฺเต ปฐมยาเม มชฺฌิมยาเมปิ ตเถว ปีติ อุปฺปชฺชิ, โส ตเถว จ จินฺเตตฺวา ตเถว อทาตุกาโม อโหสิ. อถสฺส มชฺฌิมยาเม นิกฺขนฺเต ปจฺฉิมยาเมปิ ตเถว ปีติ อุปฺปชฺชิ, โส ‘‘ตรณํ วา โหตุ มรณํ วา, ปจฺฉาปิ ชานิสฺสามี’’ติ วตฺถํ สงฺฆริตฺวา สตฺถุ ปาทมูเล ฐเปสิ. ตโต วามหตฺถํ อาภุชิตฺวา ทกฺขิเณน หตฺเถน ติกฺขตฺตุํ อปฺโผเฏตฺวา ‘‘ชิตํ เม ชิตํ เม’’ติ ตโย วาเร นทิ.
ตสฺมิญฺจ สมเย พนฺธุมราชา ธมฺมาสนสฺส ปจฺฉโต อนฺโตสาณิยํ นิสินฺโน ธมฺมํ สุณาติ. รญฺโญ จ นาม ‘‘ชิตํ เม’’ติ สทฺโท อมนาโป โหติ. โส ปุริสํ เปเสสิ ‘‘คจฺฉ เอตํ ปุจฺฉ กึ วเทสี’’ติ? โส เตน คนฺตฺวา ปุจฺฉิโต อาห – ‘‘อวเสสา หตฺถิยานาทีนิ อารุยฺห อสิจมฺมาทีนิ คเหตฺวา ปรเสนํ ชินนฺติ, น ตํ อจฺฉริยํ, อหํ ปน ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺตสฺส กูฏโคณสฺส มุคฺคเรน สีสํ ภินฺทิตฺวา ตํ ปลาเปนฺโต วิย มจฺเฉรจิตฺตํ มทฺทิตฺวา ปารุตวตฺถํ ทสพลสฺส อทาสึ, ตํ เม มจฺฉริยํ ชิต’’นฺติ อาห. ปุริโส คนฺตฺวา ตํ ปวตฺตึ รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา อาห – ‘‘อเมฺห ภเณ ทสพลสฺส อนุรูปํ น ชานิมฺหา, พฺราหฺมโณ ปน ชานี’’ติ วตฺถยุคมฺปิ เปเสสิ. ตํ ทิสฺวา พฺราหฺมโณ จินฺเตสิ – ‘‘อยํ มยฺหํ ตุณฺหี นิสินฺนสฺส ปฐมํ กิญฺจิ อทตฺวา สตฺถุ คุเณ กเถนฺตสฺส อทาสิ, สตฺถุ คุเณ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺเนน มยฺหํ โก อตฺโถ’’ติ ตมฺปิ วตฺถยุคํ ทสพลสฺเสว อทาสิ. ราชา ‘‘กึ พฺราหฺมเณน กต’’นฺติ? ปุจฺฉิตฺวา, ‘‘ตมฺปิ เตน วตฺถยุคํ ตถาคตสฺเสว ทินฺน’’นฺติ สุตฺวา อญฺญานิ เทฺว วตฺถยุคานิ เปเสสิ. โส ตานิปิ อทาสิ. ราชา อญฺญานิปิ จตฺตารีติ เอวํ ยาว ทฺวตฺตึส วตฺถยุคานิ เปเสสิ. อถ พฺราหฺมโณ ‘‘อิทํ วฑฺเฒตฺวา คหณํ วิย โหตี’’ติ อตฺตโน อตฺถาย เอกํ พฺราหฺมณิยา อตฺถาย เอกนฺติ เทฺว วตฺถยุคานิ คเหตฺวา ตึส ยุคานิ ตถาคตสฺเสว อทาสิ. ตโต ปฏฺฐาย จ สตฺถุ วิสฺสาสิโก ชาโต.
อถ นํ ราชา เอกทิวสํ สีตสมเย สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุณนฺตํ ทิสฺวา สตสหสฺสคฺฆนิกํ อตฺตโน ปารุตํ รตฺตกมฺพลํ ทตฺวา อาห – ‘‘อิโต ปฏฺฐาย อิทํ ปารุปิตฺวา ธมฺมํ สุณาหี’’ติ. โส ‘‘กึ เม อิมินา กมฺพเลน อิมสฺมึ ปูติกาเย อุปนีเตนา’’ติ? จินฺเตตฺวา, อนฺโตคนฺธกุฏิยํ ตถาคตมญฺจสฺส อุปริ วิตานํ กตฺวา อคมาสิ. อถ เอกทิวสํ ราชา ปาโตว วิหารํ คนฺตฺวา อนฺโตคนฺธกุฏิยํ สตฺถุ สนฺติเก นิสีทิ. ตสฺมิญฺจ สมเย ฉพฺพณฺณา พุทฺธรสฺมิโย กมฺพลํ ปฏิหญฺญนฺติ, กมฺพโล อติวิย วิโรจติ. ราชา อุทฺธํ โอโลเกนฺโต สญฺชานิตฺวา อาห – ‘‘ภนฺเต, อมฺหากํ เอส กมฺพโล, อเมฺหหิ เอกสาฏกพฺราหฺมณสฺส ทินฺโน’’ติ. ตุเมฺหหิ, มหาราช, พฺราหฺมโณ ปูชิโต, พฺราหฺมเณน อหํ ปูชิโตติ. ราชา ‘‘พฺราหฺมโณ ยุตฺตกํ อญฺญาสิ, น มย’’นฺติ ปสีทิตฺวา ยํ มนุสฺสานํ อุปการภูตํ, ตํ สพฺพํ อฏฺฐฏฺฐกํ กตฺวา สพฺพฏฺฐกํ นาม ทานํ ทตฺวา ปุโรหิตฏฺฐาเน ฐเปสิ. โสปิ ‘‘อฏฺฐฏฺฐกํ นาม จตุสฏฺฐิ โหตี’’ติ จตุสฏฺฐิ สลากภตฺตานิ อุปนิพนฺธาเปตฺวา ยาวชีวํ ทานํ ทตฺวา สีลํ รกฺขิตฺวา ตโต จุโต สคฺเค นิพฺพตฺติ.
ปุน ตโต จุโต อิมสฺมึ กปฺเป โกณาคมนสฺส จ ภควโต กสฺสปทสพลสฺส จาติ ทฺวินฺนํ พุทฺธานํ อนฺตเร พาราณสิยํ กุฏุมฺพิยฆเร นิพฺพตฺโต, โส วุทฺธิมนฺวาย ฆราวาสํ วสนฺโต เอกทิวสํ อรญฺเญ ชงฺฆวิหารํ จรติ. ตสฺมิญฺจ สมเย ปจฺเจกพุทฺโธ นทีตีเร จีวรกมฺมํ กโรนฺโต อนุวาเต อปฺปโหนฺเต สงฺฆริตฺวา ฐเปตุํ อารทฺโธ. โส ทิสฺวา, ‘‘กสฺมา, ภนฺเต, สงฺฆริตฺวา ฐเปถา’’ติ? อาห. อนุวาโต นปฺปโหตีติ. ‘‘อิมินา, ภนฺเต, กโรถา’’ติ สาฏกํ ทตฺวา, ‘‘นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน เม เกนจิ ปริหานิ มา โหตู’’ติ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปสิ. ฆเรปิสฺส ภคินิยา สทฺธึ ภริยาย กลหํ กโรนฺติยา ปจฺเจกพุทฺโธ ปิณฺฑาย ปาวิสิ.
อถสฺส ภคินี ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปิณฺฑปาตํ ทตฺวา ตสฺส ภริยํ สนฺธาย ‘‘เอวรูปํ พาลํ โยชนสเตน ปริวชฺเชยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปสิ. สา เคหทฺวาเร ฐิตา ตํ สุตฺวา, ‘‘อิมาย ทินฺนํ ภตฺตํ เอส มา ภุญฺชตู’’ติ ปตฺตํ คเหตฺวา ปิณฺฑปาตํ ฉฑฺเฑตฺวา กลลสฺส ปูเรตฺวา อทาสิ. อิตรา ทิสฺวา, ‘‘พาเล มํ ตาว อกฺโกส วา ปหร วา. เอวรูปสฺส ปน เทฺว อสงฺเขยฺยานิ ปูริตปารมิสฺส ปตฺตโต ภตฺตํ ฉฑฺเฑตฺวา กลลํ ทาตุํ น ยุตฺต’’นฺติ อาห. อถสฺส ภริยาย ปฏิสงฺขานํ อุปฺปชฺชิ. สา ‘‘ติฏฺฐถ, ภนฺเต’’ติ กลลํ ฉฑฺเฑตฺวา ปตฺตํ โธวิตฺวา คนฺธจุณฺเณน อุพฺพฏฺเฏตฺวา ปวรสฺส จตุมธุรสฺส ปูเรตฺวา อุปริ อาสิตฺเตน ปทุมคพฺภวณฺเณน สปฺปินา วิชฺโชตมานํ ปจฺเจกพุทฺธสฺส หตฺเถ ฐเปตฺวา, ‘‘ยถา อยํ ปิณฺฑปาโต โอภาสชาโต, เอวํ โอภาสชาตํ เม สรีรํ โหตู’’ติ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปสิ. ปจฺเจกพุทฺโธ อนุโมทิตฺวา อากาสํ ปกฺขนฺทิ. เตปิ ชายมฺปติกา ยาวตายุกํ กุสลํ กตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺติตฺวา ปุน ตโต จวิตฺวา อุปาสโก พาราณสิยํ อสีติโกฏิวิภวสฺส เสฏฺฐิโน ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ, อิตรา ตาทิสสฺเสว ธีตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ.
ตสฺส วุทฺธิปฺปตฺตสฺส ตเมว เสฏฺฐิธีตรํ อานยึสุ. ตสฺสา ปุพฺเพ อทินฺนวิปากสฺส ตสฺส กมฺมสฺส อานุภาเวน ปติกุลํ ปวิฏฺฐมตฺตาย อุมฺมารพฺภนฺตเร สกลสรีรํ อุคฺฆาฏิตวจฺจกุฏิ วิย ทุคฺคนฺธํ ชาตํ. เสฏฺฐิกุมาโร ‘‘กสฺสายํ คนฺโธ’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘เสฏฺฐิกญฺญายา’’ติ สุตฺวา ‘‘นีหรถ นีหรถา’’ติ อาภตนิยาเมเนว กุลฆรํ เปเสสิ. สา เอเตเนว นีหาเรน สตฺตสุ ฐาเนสุ ปฏินิวตฺติตา จินฺเตสิ – ‘‘อหํ สตฺตสุ ฐาเนสุ ปฏินิวตฺตา. กึ เม ชีวิเตนา’’ติ? อตฺตโน อาภรณภณฺฑํ ภญฺชาเปตฺวา สุวณฺณิฏฺฐกํ กาเรสิ รตนายตํ วิทตฺถิวิตฺถตํ จตุรงฺคุลุพฺเพธํ. ตโต หริตาลมโนสิลาปิณฺฑํ คเหตฺวา อฏฺฐ อุปฺปลหตฺถเก อาทาย กสฺสปทสพลสฺส เจติยกรณฏฺฐานํ คตา. ตสฺมิญฺจ ขเณ เอกา อิฏฺฐกปนฺติ ปริกฺขิปิตฺวา อาคจฺฉมานา ฆฏนิฏฺฐกาย อูนา โหติ. เสฏฺฐิธีตา วฑฺฒกึ อาห – ‘‘อิมํ อิฏฺฐกํ เอตฺถ ฐเปถา’’ติ. อมฺม, ภทฺทเก กาเล อาคตาสิ, สยเมว ฐเปหีติ. สา อารุยฺห เตเลน หริตาลมโนสิลํ โยเชตฺวา เตน พนฺธเนน อิฏฺฐกํ ปติฏฺฐเปตฺวา อุปริ อฏฺฐหิ อุปฺปลหตฺถเกหิ ปูชํ กตฺวา วนฺทิตฺวา, ‘‘นิพฺพตฺตนิพฺพตฺตฏฺฐาเน เม กายโต จนฺทนคนฺโธ วายตุ, มุขโต อุปฺปลคนฺโธ’’ติ ปตฺถนํ กตฺวา, เจติยํ วนฺทิตฺวา, ปทกฺขิณํ กตฺวา อคมาสิ.
อถ ตสฺมึเยว ขเณ ยสฺส เสฏฺฐิปุตฺตสฺส ปฐมํ เคหํ นีตา, ตสฺส ตํ อารพฺภ สติ อุทปาทิ. นคเรปิ นกฺขตฺตํ สํฆุฏฺฐํ โหติ. โส อุปฏฺฐาเก อาห – ‘‘ตทา อิธ อานีตา เสฏฺฐิธีตา อตฺถิ, กหํ สา’’ติ? ‘‘กุลเคเห สามี’’ติ. ‘‘อาเนถ นํ, นกฺขตฺตํ กีฬิสฺสามา’’ติ. เต คนฺตฺวา, ตํ วนฺทิตฺวา ฐิตา ‘‘กึ, ตาตา, อาคตตฺถา’’ติ? ตาย ปุฏฺฐา ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขึสุ. ‘‘ตาตา, มยา อาภรณภณฺเฑน เจติยํ ปูชิตํ, อาภรณํ เม นตฺถี’’ติ. เต คนฺตฺวา เสฏฺฐิปุตฺตสฺส อาโรเจสุํ. ‘‘อาเนถ นํ, ปิฬนฺธนํ ลภิสฺสามา’’ติ. เต อานยึสุ. ตสฺสา สห ฆรปฺปเวเสน สกลเคหํ จนฺทนคนฺธญฺเจว นีลุปฺปลคนฺธญฺจ วายิ.
เสฏฺฐิปุตฺโต ตํ ปุจฺฉิ – ‘‘ปฐมํ ตว สรีรโต ทุคฺคนฺโธ วายิ, อิทานิ ปน เต สรีรโต จนฺทนคนฺโธ, มุขโต อุปฺปลคนฺโธ วายติ. กึ เอต’’นฺติ? สา อาทิโต ปฏฺฐาย อตฺตโน กตกมฺมํ อาโรเจสิ. เสฏฺฐิปุตฺโต ‘‘นิยฺยานิกํ วต พุทฺธานํ สาสน’’นฺติ ปสีทิตฺวา โยชนิกํ สุวณฺณเจติยํ กมฺพลกญฺจุเกน ปริกฺขิปิตฺวา ตตฺถ ตตฺถ รถจกฺกปฺปมาเณหิ สุวณฺณปทุเมหิ อลงฺกริ. เตสํ ทฺวาทสหตฺถา โอลมฺพกา โหนฺติ. โส ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺติตฺวา ตโต จุโต พาราณสิโต โยชนมตฺเต ฐาเน อญฺญตรสฺมึ อมจฺจกุเล นิพฺพตฺติ. เสฏฺฐิกญฺญา เทวโลกโต จวิตฺวา ราชกุเล เชฏฺฐธีตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ.
เตสุ วยปฺปตฺเตสุ กุมารสฺส วสนคาเม นกฺขตฺตํ สํฆุฏฺฐํ, โส มาตรํ อาห – ‘‘สาฏกํ เม อมฺม เทหิ, นกฺขตฺตํ กีฬิสฺสามี’’ติ. สา โธตวตฺถํ นีหริตฺวา อทาสิ. ‘‘อมฺม ถูลํ อิท’’นฺติ. อญฺญํ นีหริตฺวา อทาสิ, ตมฺปิ ปฏิกฺขิปิ. อญฺญํ นีหริตฺวา อทาสิ, ตมฺปิ ปฏิกฺขิปิ. อถ นํ มาตา อาห – ‘‘ตาต, ยาทิเส เคเห มยํ ชาตา, นตฺถิ โน อิโต สุขุมตรสฺส ปฏิลาภาย ปุญฺญ’’นฺติ. ‘‘ลภนฏฺฐานํ คจฺฉามิ อมฺมา’’ติ. ‘‘ปุตฺต อหํ อชฺเชว ตุยฺหํ พาราณสินคเร รชฺชปฏิลาภมฺปิ อิจฺฉามี’’ติ. โส มาตรํ วนฺทิตฺวา อาห – ‘‘คจฺฉามิ อมฺมา’’ติ. ‘‘คจฺฉ, ตาตา’’ติ. เอวํ กิรสฺสา จิตฺตํ อโหสิ – ‘‘กหํ คมิสฺสติ, อิธ วา เอตฺถ วา เคเห นิสีทิสฺสตี’’ติ? โส ปน ปุญฺญนิยาเมน นิกฺขมิตฺวา พาราณสึ คนฺตฺวา อุยฺยาเน มงฺคลสิลาปฏฺเฏ สสีสํ ปารุปิตฺวา นิปชฺชิ. โส จา พาราณสิรญฺโญ กาลงฺกตสฺส สตฺตโม ทิวโส โหติ.
อมจฺจา รญฺโญ สรีรกิจฺจํ กตฺวา ราชงฺคเณ นิสีทิตฺวา มนฺตยึสุ – ‘‘รญฺโญ เอกา ธีตาว อตฺถิ, ปุตฺโต นตฺถิ. อราชกํ รชฺชํ น ติฏฺฐติ. โก ราชา โหตี’’ติ มนฺเตตฺวา, ‘‘ตฺวํ โหหิ, ตฺวํ โหหี’’ติ. ปุโรหิโต อาห – ‘‘พหุํ โอโลเกตุํ น วฏฺฏติ, ผุสฺสรถํ วิสฺสชฺเชมา’’ติ. เต กุมุทวณฺเณ จตฺตาโร สินฺธเว โยเชตฺวา, ปญฺจวิธํ ราชกกุธภณฺฑํ เสตจฺฉตฺตญฺจ รถสฺมึเยว ฐเปตฺวา รถํ วิสฺสชฺเชตฺวา ปจฺฉโต ตูริยานิ ปคฺคณฺหาเปสุํ. รโถ ปาจีนทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา อุยฺยานาภิมุโข อโหสิ, ‘‘ปริจเยน อุยฺยานาภิมุโข คจฺฉติ, นิวตฺเตมา’’ติ เกจิ อาหํสุ. ปุโรหิโต ‘‘มา นิวตฺตยิตฺถา’’ติ อาห. รโถ กุมารํ ปทกฺขิณํ กตฺวา อาโรหนสชฺโช หุตฺวา อฏฺฐาสิ. ปุโรหิโต ปารุปนกณฺณํ อปเนตฺวา ปาทตลานิ โอโลเกนฺโต ‘‘ติฏฺฐตุ อยํ ทีโป, ทฺวิสหสฺสทีปปริวาเรสุ จตูสุ ทีเปสุ เอส รชฺชํ กาตุํ ยุตฺโต’’ติ วตฺวา, ‘‘ปุนปิ ตูริยานิ ปคฺคณฺหาถ ปุนปิ ปคฺคณฺหาถา’’ติ ติกฺขตฺตุํ ตูริยานิ ปคฺคณฺหาเปสิ.
อถ กุมาโร มุขํ วิวริตฺวา โอโลเกตฺวา, ‘‘เกน กมฺเมน อาคตตฺถา’’ติ? อาห. ‘‘เทว, ตุมฺหากํ รชฺชํ ปาปุณาตี’’ติ. ‘‘ราชา กห’’นฺติ. ‘‘เทวตฺตํ คโต สามี’’ติ. ‘‘กติ ทิวสา อติกฺกนฺตา’’ติ? ‘‘อชฺช สตฺตโม ทิวโส’’ติ. ‘‘ปุตฺโต วา ธีตา วา นตฺถี’’ติ. ‘‘ธีตา อตฺถิ เทว, ปุตฺโต นตฺถี’’ติ. ‘‘เตน หิ กริสฺสามิ รชฺช’’นฺติ. เต ตาวเทว อภิเสกมณฺฑปํ กตฺวา ราชธีตรํ สพฺพาลงฺกาเรหิ อลงฺกริตฺวา อุยฺยานํ อาเนตฺวา กุมารสฺส อภิเสกํ อกํสุ.
อถสฺส กตาภิเสกสฺส สตสหสฺสคฺฆนิกํ วตฺถํ อุปหรึสุ. โส ‘‘กิมิทํ, ตาตา’’ติ? อาห. ‘‘นิวาสนวตฺถํ เทวา’’ติ. ‘‘นนุ, ตาตา, ถูล’’นฺติ. ‘‘มนุสฺสานํ ปริโภควตฺเถสุ อิโต สุขุมตรํ นตฺถิ เทวา’’ติ. ‘‘ตุมฺหากํ ราชา เอวรูปํ นิวาเสสี’’ติ? ‘‘อาม, เทวา’’ติ. ‘‘น มญฺเญ ปุญฺญวา ตุมฺหากํ ราชา, สุวณฺณภิงฺคารํ อาหรถ, ลภิสฺสาม วตฺถ’’นฺติ. สุวณฺณภิงฺคารํ อาหรึสุ. โส อุฏฺฐาย หตฺเถ โธวิตฺวา, มุขํ วิกฺขาเลตฺวา, หตฺเถน อุทกํ อาทาย, ปุรตฺถิมทิสาย อพฺภุกฺกิริ, ฆนปถวึ ภินฺทิตฺวา อฏฺฐ กปฺปรุกฺขา อุฏฺฐหึสุ. ปุน อุทกํ คเหตฺวา ทกฺขิณํ ปจฺฉิมํ อุตฺตรนฺติ เอวํ จตสฺโส ทิสา อพฺภุกฺกิริ, สพฺพทิสาสุ อฏฺฐ อฏฺฐ กตฺวา ทฺวตฺตึส กปฺปรุกฺขา อุฏฺฐหึสุ. โส เอกํ ทิพฺพทุสฺสํ นิวาเสตฺวา เอกํ ปารุปิตฺวา ‘‘นนฺทรญฺโญ วิชิเต สุตฺตกนฺติกา อิตฺถิโย มา สุตฺตํ กนฺตึสูติ เอวํ เภรึ จาราเปถา’’ติ วตฺวา, ฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา, อลงฺกตปฏิยตฺโต หตฺถิกฺขนฺธวรคโต นครํ ปวิสิตฺวา, ปาสาทํ อารุยฺห มหาสมฺปตฺตึ อนุภวิ.
เอวํ กาเล คจฺฉนฺเต เอกทิวสํ เทวี รญฺโญ สมฺปตฺตึ ทิสฺวา, ‘‘อโห ตปสฺสี’’ติ การุญฺญาการํ ทสฺเสสิ. ‘‘กิมิทํ เทวี’’ติ? จ ปุฏฺฐา, ‘‘อติมหตี, เทว, สมฺปตฺติ, อตีเต พุทฺธานํ สทฺทหิตฺวา กลฺยาณํ อกตฺถ, อิทานิ อนาคตสฺส ปจฺจยํ กุสลํ น กโรถา’’ติ? อาห. ‘‘กสฺส ทสฺสามิ? สีลวนฺโต นตฺถี’’ติ. ‘‘อสุญฺโญ, เทว, ชมฺพุทีโป อรหนฺเตหิ, ตุเมฺห ทานเมว สชฺเชถ, อหํ อรหนฺเต ลจฺฉามี’’ติ อาห. ราชา ปุนทิวเส ปาจีนทฺวาเร ทานํ สชฺชาเปสิ. เทวี ปาโตว อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐาย อุปริปาสาเท ปุรตฺถาภิมุขา อุเรน นิปชฺชิตฺวา – ‘‘สเจ เอติสฺสา ทิสาย อรหนฺโต อตฺถิ, อาคจฺฉนฺตุ อมฺหากํ ภิกฺขํ คณฺหนฺตู’’ติ อาห. ตสฺสํ ทิสายํ อรหนฺโต นาเหสุํ. ตํ สกฺการํ กปณทฺธิกยาจกานํ อทํสุ.
ปุนทิวเส ทกฺขิณทฺวาเร ทานํ สชฺเชตฺวา ตเถว อกาสิ, ปุนทิวเส ปจฺฉิมทฺวาเร. อุตฺตรทฺวาเร สชฺชิตทิวเส ปน เทวิยา ตเถว นิมนฺเตนฺติยา หิมวนฺเต วสนฺตานํ ปทุมวติยา ปุตฺตานํ ปญฺจสตานํ ปจฺเจกพุทฺธานํ เชฏฺฐโก มหาปทุมปจฺเจกพุทฺโธ ภาติเก อามนฺเตสิ ‘‘มาริสา, นนฺทราชา ตุเมฺห นิมนฺเตติ, อธิวาเสถ ตสฺสา’’ติ. เต อธิวาเสตฺวา ปุนทิวเส อโนตตฺตทเห มุขํ โธวิตฺวา อากาเสน อาคนฺตฺวา อุตฺตรทฺวาเร โอตรึสุ. มนุสฺสา คนฺตฺวา ‘‘ปญฺจสตา, เทว, ปจฺเจกพุทฺธา อาคตา’’ติ รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา สทฺธึ เทวิยา คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา ปจฺเจกพุทฺเธ ปาสาทํ อาโรเปตฺวา เตสํ ทานํ ทตฺวา ภตฺตกิจฺจาวสาเน ราชา สงฺฆเถรสฺส, เทวี สงฺฆนวกสฺส ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา, ‘‘อยฺยา ปจฺจเยหิ น กิลมิสฺสนฺติ, มยํ ปุญฺเญน น หายิสฺสาม, อมฺหากํ ยาวชีวํ อิธ นิวาสาย ปฏิญฺญํ เทถา’’ติ ปฏิญฺญํ กาเรตฺวา อุยฺยาเน ปญฺจ ปณฺณสาลาสตานิ ปญฺจ จงฺกมนสตานีติ สพฺพากาเรน นิวาสฏฺฐานํ สมฺปาเทตฺวา ตตฺถ วสาเปสุํ.
เอวํ กาเล คจฺฉนฺเต รญฺโญ ปจฺจนฺโต กุปิโต. ‘‘อหํ ปจฺจนฺตํ วูปสเมตุํ คจฺฉามิ, ตฺวํ ปจฺเจกพุทฺเธสุ มา ปมชฺชี’’ติ เทวึ โอวทิตฺวา คโต. ตสฺมึ อนาคเตเยว ปจฺเจกพุทฺธานํ อายุสงฺขารา ขีณา. มหาปทุมปจฺเจกพุทฺโธ ติยามรตฺตึ ฌานกีฬํ กีฬิตฺวา อรุณุคฺคมเน อาลมฺพนผลกํ อาลมฺพิตฺวา ฐิตโกว อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพายิ, เอเตนุปาเยน เสสาปีติ สพฺเพปิ ปรินิพฺพุตา. ปุนทิวเส เทวี ปจฺเจกพุทฺธานํ นิสีทนฏฺฐานํ หริตูปลิตฺตํ กาเรตฺวา ปุปฺผานิ วิกิริตฺวา ธูปํ ทตฺวา เตสํ อาคมนํ โอโลกยนฺตี นิสินฺนา อาคมนํ อปสฺสนฺตี ปุริสํ เปเสสิ – ‘‘คจฺฉ, ตาต, ชานาหิ, กึ อยฺยานํ กิญฺจิ อผาสุก’’นฺติ? โส คนฺตฺวา มหาปทุมสฺส ปณฺณสาลาย ทฺวารํ วิวริตฺวา ตตฺถ อปสฺสนฺโต จงฺกมนํ คนฺตฺวา อาลมฺพนผลกํ นิสฺสาย ฐิตํ ทิสฺวา วนฺทิตฺวา, ‘‘กาโล, ภนฺเต’’ติ อาห. ปรินิพฺพุตสรีรํ กึ กเถสฺสติ? โส ‘‘นิทฺทายติ มญฺเญ’’ติ คนฺตฺวา ปิฏฺฐิปาเท หตฺเถน ปรามสิ. ปาทานํ สีตลตาย เจว ถทฺธตาย จ ปรินิพฺพุตภาวํ ญตฺวา ทุติยสฺส สนฺติกํ อคมาสิ, เอวํ ตติยสฺสาติ สพฺเพสํ ปรินิพฺพุตภาวํ ญตฺวา ราชกุลํ คโต. ‘‘กหํ, ตาต, ปจฺเจกพุทฺธา’’ติ? ปุฏฺโฐ ‘‘ปรินิพฺพุตา, เทวี’’ติ อาห. เทวี กนฺทนฺตี โรทนฺตี นิกฺขมิตฺวา นาคเรหิ สทฺธึ ตตฺถ คนฺตฺวา สาธุกีฬิตํ กาเรตฺวา ปจฺเจกพุทฺธานํ สรีรกิจฺจํ กตฺวา ธาตุโย คเหตฺวา เจติยํ ปติฏฺฐาเปสิ.
ราชา ปจฺจนฺตํ วูปสเมตฺวา อาคโต ปจฺจุคฺคมนํ อาคตํ เทวึ ปุจฺฉิ ‘‘กึ, ภทฺเท, ปจฺเจกพุทฺเธสุ นปฺปมชฺชิ, นิโรคา อยฺยา’’ติ? ‘‘ปรินิพฺพุตา เทวา’’ติ. ราชา จินฺเตสิ – ‘‘เอวรูปานมฺปิ ปณฺฑิตานํ มรณํ อุปฺปชฺชติ, อมฺหากํ กุโต โมกฺโข’’ติ? โส นครํ อคนฺตฺวา อุยฺยานเมว ปวิสิตฺวา เชฏฺฐปุตฺตํ ปกฺโกสาเปตฺวา ตสฺส รชฺชํ ปฏิยาเทตฺวา สยํ สมณกปพฺพชฺชํ ปพฺพชิ, เทวีปิ ‘‘อิมสฺมึ ปพฺพชิเต อหํ กึ กริสฺสามี’’ติ? ตตฺเถว อุยฺยาเน ปพฺพชิตา. เทฺวปิ ฌานํ ภาเวตฺวา ตโต จุตา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตึสุ.
เตสุ ตตฺเถว วสนฺเตสุ อมฺหากํ สตฺถา โลเก อุปฺปชฺชิตฺวา ปวตฺติตวรธมฺมจกฺโก อนุปุพฺเพน ราชคหํ ปาวิสิ. อยํ ปิปฺปลิมาณโว มคธรฏฺเฐ มหาติตฺถพฺราหฺมณคาเม กปิลพฺราหฺมณสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺโต, อยํ ภทฺทา กาปิลานี มทฺทรฏฺเฐ สาคลนคเร โกสิยโคตฺตพฺราหฺมณสฺส อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ นิพฺพตฺตา. เตสํ โข อนุกฺกเมน วฑฺฒมานานํ ปิปฺปลิมาณวสฺส วีสติเม วสฺเส ภทฺทาย โสฬสเม วสฺเส สมฺปตฺเต มาตาปิตโร ปุตฺตํ โอโลเกตฺวา, ‘‘ตาต, ตฺวํ วยปฺปตฺโต, กุลวํโส นาม ปติฏฺฐเปตพฺโพ’’ติ อติวิย นิปฺปีฬยึสุ. มาณโว อาห – ‘‘มยฺหํ โสตปเถ เอวรูปํ กถํ มา กเถถ. อหํ ยาว ตุเมฺห ธรถ, ตาว ปฏิชคฺคิสฺสามิ, ตุมฺหากํ ปจฺฉโต นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิสฺสามี’’ติ. เต กติปาหํ อติกฺกมิตฺวา ปุน กถยึสุ, โสปิ ตเถว ปฏิกฺขิปิ. ปุน กถยึสุ, ปุนปิ ปฏิกฺขิปิ. ตโต ปฏฺฐาย มาตา นิรนฺตรํ กเถติเยว.
มาณโว ‘‘มม มาตรํ สญฺญาเปสฺสามี’’ติ รตฺตสุวณฺณสฺส นิกฺขสหสฺสํ ทตฺวา สุวณฺณกาเรหิ เอกํ อิตฺถิรูปํ การาเปตฺวา ตสฺส มชฺชนฆฏฺฏนาทิกมฺมปริโยสาเน ตํ รตฺตวตฺถํ นิวาสาเปตฺวา วณฺณสมฺปนฺเนหิ ปุปฺเผหิ เจว นานาอลงฺกาเรหิ จ อลงฺการาเปตฺวา มาตรํ ปกฺโกสาเปตฺวา อาห – ‘‘อมฺม เอวรูปํ อารมฺมณํ ลภนฺโต เคเห วสามิ, อลภนฺโต น วสามี’’ติ. ปณฺฑิตา พฺราหฺมณี จินฺเตสิ – ‘‘มยฺหํ ปุตฺโต ปุญฺญวา ทินฺนทาโน กตาภินีหาโร, ปุญฺญํ กโรนฺโต น เอกโกว อกาสิ, อทฺธา เอเตน สห กตปุญฺญา สุวณฺณรูปกปฏิภาคา ภวิสฺสตี’’ติ อฏฺฐ พฺราหฺมเณ ปกฺโกสาเปตฺวา สพฺพกาเมหิ สนฺตปฺเปตฺวา สุวณฺณรูปกํ รถํ อาโรเปตฺวา, ‘‘คจฺฉถ, ตาตา, ยตฺถ อมฺหากํ ชาติโคตฺตโภเคหิ สมานกุเล เอวรูปํ ทาริกํ ปสฺสถ, อิมเมว สุวณฺณรูปกํ, ปณฺณาการํ กตฺวา เทถา’’ติ อุยฺโยเชสิ.
เต ‘‘อมฺหากํ นาม เอตํ กมฺม’’นฺติ นิกฺขมิตฺวา, ‘‘กตฺถ คมิสฺสามา’’ติ? จินฺเตตฺวา, ‘‘มทฺทรฏฺฐํ นาม อิตฺถากโร, มทฺทรฏฺฐํ คมิสฺสามา’’ติ มทฺทรฏฺเฐ สาคลนครํ อคมึสุ. ตตฺถ ตํ สุวณฺณรูปกํ นฺหานติตฺเถ ฐเปตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. อถ ภทฺทาย ธาตี ภทฺทํ นฺหาเปตฺวา อลงฺกริตฺวา สิริคพฺเภ นิสีทาเปตฺวา นฺหายิตุํ อาคจฺฉนฺตี ตํ รูปกํ ทิสฺวา, ‘‘อยฺยธีตา เม อิธาคตา’’ติ สญฺญาย ตชฺเชตฺวา ‘‘ทุพฺพินิเต, กึ ตฺวํ อิธาคตา’’ติ? ตลสตฺติกํ อุคฺคิริตฺวา, ‘‘คจฺฉ สีฆ’’นฺติ คณฺฑปสฺเส ปหริ. หตฺโถ ปาสาเณ ปฏิหโต วิย กมฺปิตฺถ. สา ปฏิกฺกมิตฺวา ‘‘เอวํ ถทฺธํ นาม มหาคีวํ ทิสฺวา, ‘อยฺยธีตา เม’ติ สญฺญํ อุปฺปาเทสึ, อยฺยธีตาย หิ เม อยํ นิวาสนปฏิคฺคาหิกาปิ อยุตฺตา’’ติ อาห. อถ นํ เต มนุสฺสา ปริวาเรตฺวา ‘‘เอวรูปา เต สามิธีตา’’ติ ปุจฺฉึสุ. ‘‘กึ เอสา, อิมาย สตคุเณน สหสฺสคุเณน มยฺหํ อยฺยา อภิรูปตรา, ทฺวาทสหตฺเถ คพฺเภ นิสินฺนาย ปทีปกิจฺจํ นตฺถิ, สรีโรภาเสเนว ตมํ วิธมตี’’ติ. ‘‘เตน หิ อาคจฺฉา’’ติ ตํ ขุชฺชํ คเหตฺวา สุวณฺณรูปกํ รถํ อาโรเปตฺวา โกสิยโคตฺตสฺส ฆรทฺวาเร ฐตฺวา อาคมนํ นิเวทยึสุ.
พฺราหฺมโณ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา, ‘‘กุโต อาคตตฺถา’’ติ? ปุจฺฉิ. ‘‘มคธรฏฺเฐ มหาติตฺถคาเม กปิลพฺราหฺมณสฺส ฆรโต’’ติ. ‘‘กึ การณา อาคตา’’ติ. ‘‘อิมินา นาม การเณนา’’ติ. ‘‘กลฺยาณํ, ตาตา, สมชาติโคตฺตวิภโว อมฺหากํ พฺราหฺมโณ, ทสฺสามิ ทาริก’’นฺติ ปณฺณาการํ คณฺหิ. เต กปิลพฺราหฺมณสฺส สาสนํ ปหิณึสุ – ‘‘ลทฺธา ทาริกา, กตฺตพฺพํ กโรถา’’ติ. ตํ สาสนํ สุตฺวา ปิปฺปลิมาณวสฺส อาโรจยึสุ – ‘‘ลทฺธา กิร ทาริกา’’ติ. มาณโว ‘‘อหํ น ลภิสฺสามีติ จินฺเตสึ, อิเม ลทฺธาติ จ วทนฺติ, อนตฺถิโก หุตฺวา ปณฺณํ เปสิสฺสามี’’ติ รโหคโต ปณฺณํ ลิขิ, ‘‘ภทฺทา อตฺตโน ชาติโคตฺตโภคานุรูปํ ฆราวาสํ ลภตุ, อหํ นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิสฺสามิ, มา ปจฺฉา วิปฺปฏิสารินี อโหสี’’ติ. ภทฺทาปิ ‘‘อสุกสฺส กิร มํ ทาตุกามา’’ติ สุตฺวา รโหคตา ปณฺณํ ลิขิ, ‘‘อยฺยปุตฺโต อตฺตโน ชาติโคตฺตโภคานุรูปํ ฆราวาสํ ลภตุ. อหํ นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิสฺสามิ, มา ปจฺฉา วิปฺปฏิสารี อโหสี’’ติ. เทฺวปิ ปณฺณานิ อนฺตรามคฺเค สมาคจฺฉึสุ. ‘‘อิทํ กสฺส ปณฺณ’’นฺติ? ปิปฺปลิมาณเวน ภทฺทาย ปหิตนฺติ. ‘‘อิทํ กสฺส ปณฺณ’’นฺติ? ภทฺทาย ปิปฺปลิมาณวสฺส ปหิตนฺติ จ วุตฺเต เทฺวปิ วาเจตฺวา, ‘‘ปสฺสถ ทารกานํ กมฺม’’นฺติ ผาเลตฺวา อรญฺเญ ฉฑฺเฑตฺวา สมานปณฺณํ ลิขิตฺวา อิโต จ เอตฺโต จ เปเสสุํ. อิติ เตสํ อนิจฺฉมานานํเยว สมาคโม อโหสิ.
ตํทิวสํเยว จ มาณโวปิ เอกํ ปุปฺผทามํ คนฺถาเปสิ, ภทฺทาปิ เอกํ คนฺถาเปสิ. ตานิ อาสนมชฺเฌ ฐเปตฺวา ภุตฺตสายมาสา อุโภปิ ‘‘สยนํ อารุหิสฺสามา’’ติ สมาคนฺตฺวา มาณโว ทกฺขิณปสฺเสน สยนํ อารุหิ. ภทฺทา วามปสฺเสน อารุหิตฺวา อาห – ‘‘ยสฺส ปสฺเส ปุปฺผานิ มิลายนฺติ, ตสฺส ราคจิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ วิชานิสฺสาม, อิมํ ปุปฺผทามํ น อลฺลียิตพฺพ’’นฺติ. เต ปน อญฺญมญฺญสฺส สรีรสมฺผสฺสภเยน ติยามรตฺตึ นิทฺทํ อโนกฺกมนฺตาว วีตินาเมนฺติ, ทิวา ปน หสิตมตฺตมฺปิ น โหติ. เต โลกามิเสน อสํสฏฺฐา ยาว มาตาปิตโร ธรนฺติ, ตาว กุฏุมฺพํ อวิจาเรตฺวา เตสุ กาลงฺกเตสุ วิจารยึสุ. มหตี มาณวสฺส สมฺปตฺติ, เอกทิวสํ สรีรํ อุพฺพฏฺเฏตฺวา ฉฑฺเฑตพฺพํ สุวณฺณจุณฺณเมว มคธนาฬิยา ทฺวาทสนาฬิมตฺตํ ลทฺธุํ วฏฺฏติ. ยนฺตพทฺธานิ สฏฺฐิ มหาตฬากานิ, กมฺมนฺโต ทฺวาทสโยชนิโก, อนุราธปุรปฺปมาณา จุทฺทส ทาสคามา, จุทฺทส หตฺถานีกา, จุทฺทส อสฺสานีกา, จุทฺทส รถานีกา.
โส เอกทิวสํ อลงฺกตํ อสฺสํ อารุยฺห มหาชนปริวุโต กมฺมนฺตํ คนฺตฺวา เขตฺตโกฏิยํ ฐิโต นงฺคเลหิ ภินฺนฏฺฐานโต กากาทโย สกุเณ คณฺฑุปฺปาทกาทิปาเณ อุทฺธริตฺวา ขาทนฺเต ทิสฺวา, ‘‘ตาตา, อิเม กึ ขาทนฺตี’’ติ ปุจฺฉิ? ‘‘คณฺฑุปฺปาทเก อยฺยา’’ติ. ‘‘เอเตหิ กตํ ปาปํ กสฺส โหตี’’ติ? ‘‘ตุมฺหากํ, อยฺยา’’ติ. โส จินฺเตสิ – ‘‘สเจ เอเตหิ กตํ ปาปํ มยฺหํ โหติ, กึ เม กริสฺสติ สตฺตอสีติโกฏิธนํ? กึ ทฺวาทสโยชโน กมฺมนฺโต, กึ ยนฺตพทฺธานิ สฏฺฐิ มหาตฬากานิ, กึ จุทฺทส คามา? สพฺพเมตํ ภทฺทาย กาปิลานิยา นิยฺยาเตตฺวา นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชิสฺสามี’’ติ.
ภทฺทาปิ กาปิลานี ตสฺมึ ขเณ อพฺภนฺตรวตฺถุมฺหิ ตโย ติลกุมฺเภ ปตฺถราเปตฺวา ธาตีหิ ปริวุตา นิสินฺนา กาเก ติลปาณเก ขาทมาเน ทิสฺวา, ‘‘อมฺมา กึ อิเม ขาทนฺตี’’ติ? ปุจฺฉิ. ‘‘ปาณเก อยฺเย’’ติ. ‘‘อกุสลํ กสฺส โหตี’’ติ? ‘‘ตุมฺหากํ อยฺเย’’ติ. สา จินฺเตสิ – ‘‘มยฺหํ จตุหตฺถวตฺถํ นาฬิโกทนมตฺตญฺจ ลทฺธุํ วฏฺฏติ, ยทิ จ ปเนตํ เอตฺตเกน ชเนน กตํ อกุสลํ มยฺหํ โหติ, ภวสหสฺเสนปิ วฏฺฏโต สีสํ อุกฺขิปิตุํ น สกฺกา, อยฺยปุตฺเต อาคตมตฺเตเยว สพฺพํ ตสฺส นิยฺยาเตตฺวา นิกฺขมฺม ปพฺพชิสฺสามี’’ติ.
มาณโว อาคนฺตฺวา นฺหตฺวา ปาสาทํ อารุยฺห มหารเห ปลฺลงฺเก นิสีทิ, อถสฺส จกฺกวตฺติโน อนุจฺฉวิกํ โภชนํ สชฺชยึสุ. เทฺวปิ ภุญฺชิตฺวา ปริชเน นิกฺขนฺเต รโหคตา ผาสุกฏฺฐาเน นิสีทึสุ. ตโต มาณโว ภทฺทํ อาห – ‘‘ภทฺเท, ตฺวํ อิมํ ฆรํ อาคจฺฉนฺตี กิตฺตกํ ธนํ อาหรี’’ติ? ‘‘ปญฺจปณฺณาส สกฏสหสฺสานิ อยฺยา’’ติ. ‘‘เอตํ สพฺพํ, ยา จ อิมสฺมึ ฆเร สตฺตอสีติโกฏิโย, ยนฺตพทฺธา สฏฺฐิตฬากาทิเภทา สมฺปตฺติ อตฺถิ, สพฺพํ ตุยฺหํเยว นิยฺยาเตมี’’ติ. ‘‘ตุเมฺห ปน อยฺยา’’ติ. ‘‘อหํ ปพฺพชิสฺสามี’’ติ. ‘‘อยฺยา อหมฺปิ ตุมฺหากํเยว อาคมนํ โอโลกยมานา นิสินฺนา, อหมฺปิ ปพฺพชิสฺสามี’’ติ. เตสํ อาทิตฺตปณฺณกุฏิ วิย ตโย ภวา อุปฏฺฐหึสุ. เต ‘‘ปพฺพชิสฺสามา’’ติ วตฺวา อนฺตราปณโต กสายรสปีตานิ วตฺถานิ มตฺติกาปตฺเต จ อาหราเปตฺวา อญฺญมญฺญํ เกเส โอหาเรตฺวา, ‘‘เย โลเก อรหนฺโต, เต อุทฺทิสฺส อมฺหากํ ปพฺพชฺชา’’ติ ปพฺพชิตฺวา ถวิกาสุ ปตฺเต โอสาเปตฺวา อํเส ลคฺเคตฺวา ปาสาทโต โอตรึสุ. เคเห ทาเสสุ จ กมฺมกาเรสุ จ น โกจิ สญฺชานิ.
อถ เน พฺราหฺมณคามโต นิกฺขมฺม ทาสคามทฺวาเรน คจฺฉนฺเต อากปฺปกุตฺตวเสน ทาสคามวาสิโน สญฺชานึสุ. เต รุทนฺตา ปาเทสุ นิปติตฺวา ‘‘กึ อเมฺห อนาเถ กโรถ อยฺยา’’ติ? อาหํสุ. ‘‘มยํ, ภเณ ‘อาทิตฺตปณฺณสาลา วิย ตโย ภวา’ติ ปพฺพชิมฺหา, สเจ ตุเมฺหสุ เอเกกํ ภุชิสฺสํ กโรม, วสฺสสตมฺปิ นปฺปโหติ, ตุเมฺหว ตุมฺหากํ สีสํ โธวิตฺวา ภุชิสฺสา หุตฺวา ชีวถา’’ติ วตฺวา เตสํ โรทนฺตานํเยว ปกฺกมึสุ. เถโร ปุรโต คจฺฉนฺโต นิวตฺติตฺวา โอโลเกนฺโต จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ภทฺทา กาปิลานี สกลชมฺพุทีปคฺฆนิกา อิตฺถี มยฺหํ ปจฺฉโต อาคจฺฉติ. ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชติ, ยํ โกจิเทว เอวํ จินฺเตยฺย ‘อิเม ปพฺพชิตฺวาปิ วินา ภวิตุํ น สกฺโกนฺติ, อนนุจฺฉวิกํ กโรนฺตี’’ติ. ‘‘โกจิ วา ปน มนํ ปทูเสตฺวา อปายปูรโก ภเวยฺย. อิมํ ปหาย มยา คนฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปาเทสิ.
โส ปุรโต คจฺฉนฺโต เทฺวธาปถํ ทิสฺวา ตสฺส มตฺถเก อฏฺฐาสิ. ภทฺทาปิ อาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ. อถ นํ อาห – ‘‘ภทฺเท, ตาทิสึ อิตฺถึ มม ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺตึ ทิสฺวา, ‘อิเม ปพฺพชิตฺวาปิ วินา ภวิตุํ น สกฺโกนฺตี’ติ จินฺเตตฺวา อเมฺหสุ ปทุฏฺฐจิตฺโต มหาชโน อปายปูรโก ภเวยฺย. อิมสฺมึ เทฺวธาปเถ ตฺวํ เอกํ คณฺห, อหํ เอเกน คมิสฺสามี’’ติ. ‘‘อาม, อยฺย, ปพฺพชิตานํ มาตุคาโม นาม มลํ, ‘ปพฺพชิตฺวาปิ วินา น ภวนฺตี’ติ อมฺหากํ โทสํ ปสฺสนฺติ, ตุเมฺห เอกํ มคฺคํ คณฺหถ, วินา ภวิสฺสามา’’ติ ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา จตูสุ ฐาเนสุ ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา ทสนขสโมธานสมุชฺชลํ อญฺชลึ ปคฺคยฺห, ‘‘สตสหสฺสกปฺปปฺปมาเณ อทฺธาเน กโต มิตฺตสนฺถโว อชฺช ภิชฺชตี’’ติ วตฺวา, ‘‘ตุเมฺห ทกฺขิณชาติกา นาม, ตุมฺหากํ ทกฺขิณมคฺโค วฏฺฏติ, มยํ มาตุคามา นาม วามชาติกา, อมฺหากํ วามมคฺโค วฏฺฏตี’’ติ วนฺทิตฺวา มคฺคํ ปฏิปนฺนา. เตสํ เทฺวธาภูตกาเล อยํ มหาปถวี ‘‘อหํ จกฺกวาฬคิริสิเนรุปพฺพเต ธาเรตุํ สกฺโกนฺตีปิ ตุมฺหากํ คุเณ ธาเรตุํ น สกฺโกมี’’ติ วทนฺตี วิย วิรวมานา อกมฺปิ, อากาเส อสนิสทฺโท วิย ปวตฺติ, จกฺกวาฬปพฺพโต อุนฺนทิ.
สมฺมาสมฺพุทฺโธ เวฬุวนมหาวิหาเร คนฺธกุฏิยํ นิสินฺโน ปถวีกมฺปนสทฺทํ สุตฺวา, ‘‘กสฺส นุ โข ปถวี กมฺปตี’’ติ? อาวชฺเชนฺโต ‘‘ปิปฺปลิมาณโว จ ภทฺทา จ กาปิลานี มํ อุทฺทิสฺส อปฺปเมยฺยํ สมฺปตฺตึ ปหาย ปพฺพชิตา, เตสํ วิโยคฏฺฐาเน อุภินฺนมฺปิ คุณพเลน อยํ ปถวีกมฺโป ชาโต, มยาปิ เอเตสํ สงฺคหํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ คนฺธกุฏิโต นิกฺขมฺม สยเมว ปตฺตจีวรํ อาทาย, อสีติมหาเถเรสุ กญฺจิ อนามนฺเตตฺวา ติคาวุตํ มคฺคํ ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา ราชคหสฺส จ นาฬนฺทาย จ อนฺตเร พหุปุตฺตกนิโคฺรธรุกฺขมูเล ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา นิสีทิ. นิสีทนฺโต ปน อญฺญตโร ปํสุกูลิโก วิย อนิสีทิตฺวา พุทฺธเวสํ คเหตฺวา อสีติหตฺถา ฆนพุทฺธรสฺมิโย วิสฺสชฺเชนฺโต นิสีทิ. อิติ ตสฺมึ ขเณ ปณฺณฉตฺตสกฏจกฺกกูฏาคาราทิปฺปมาณา พุทฺธรสฺมิโย อิโต จิโต จ วิปฺผนฺทนฺติโย วิธาวนฺติโย จนฺทิมสหสฺสสูริยสหสฺสอุคฺคมนกาโล วิย กุรุมานา ตํ วนนฺตรํ เอโกภาสํ อกํสุ. ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณานํ สิริยา สมุชฺชลิตตาราคณํ วิย คคนํ, สุปุปฺผิตกมลกุวลยํ วิย สลิลํ, วนนฺตรํ วิโรจิตฺถ. นิโคฺรธรุกฺขสฺส นาม ขนฺโธ เสโต โหติ, ปตฺตานิ นีลานิ ปกฺกานิ รตฺตานิ. ตสฺมึ ปน ทิวเส สตสาโข นิโคฺรธรุกฺโข สุวณฺณวณฺโณ อโหสิ.
อิติ ยา สา อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโนติ ปทสฺส อตฺถํ วตฺวา, ‘‘อิทานิ ยถา เอส ปพฺพชิโต, ยถา จ อทฺธานมคฺคํ ปฏิปนฺโน. อิมสฺส อตฺถสฺส อาวิภาวตฺถํ อภินีหารโต ปฏฺฐาย อยํ อนุปุพฺพิกถา กเถตพฺพา’’ติ วุตฺตา, สา เอวํ เวทิตพฺพา.
อนฺตรา จ ราชคหํ อนฺตรา จ นาฬนฺทนฺติ ราชคหสฺส จ นาฬนฺทาย จ อนฺตเร. สตฺถารญฺจ วตาหํ ปสฺเสยฺยํ ภควนฺตเมว ปสฺเสยฺยนฺติ สเจ อหํ สตฺถารํ ปสฺเสยฺยํ, อิมํเยว ภควนฺตํ ปสฺเสยฺยํ. น หิ เม อิโต อญฺเญน สตฺถารา ภวิตุํ สกฺกาติ. สุคตญฺจ วตาหํ ปสฺเสยฺยํ ภควนฺตเมว ปสฺเสยฺยนฺติ สเจ อหํ สมฺมาปฏิปตฺติยา สุฏฺฐุ คตตฺตา สุคตํ นาม ปสฺเสยฺยํ, อิมํเยว ภควนฺตํ ปสฺเสยฺยํ. น หิ เม อิโต อญฺเญน สุคเตน ภวิตุํ สกฺกาติ. สมฺมาสมฺพุทฺธญฺจ วตาหํ ปสฺเสยฺยํ ภควนฺตเมว ปสฺเสยฺยนฺติ สเจ อหํ สมฺมา สามญฺจ สจฺจานิ พุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺธํ นาม ปสฺเสยฺยํ, อิมํเยว ภควนฺตํ ปสฺเสยฺยํ. น หิ เม อิโต อญฺเญน สมฺมาสมฺพุทฺเธน ภวิตุํ สกฺกาติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย. เอวํ ทสฺสเนเนว ‘‘ภควติ ‘อยํ สตฺถา, อยํ สุคโต, อยํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’ติ นิกฺกงฺโข อหํ, อาวุโส, อโหสิ’’นฺติ ทีเปติ. สตฺถา เม, ภนฺเตติ อิทํ กิญฺจาปิ เทฺว วาเร อาคตํ, ติกฺขตฺตุํ ปน วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. อิมินา หิ โส ‘‘เอวํ ติกฺขตฺตุํ สาวกตฺตํ สาเวสึ, อาวุโส’’ติ ทีเปติ.
อชานญฺเญวาติ อชานมาโนว. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย. มุทฺธาปิ ตสฺส วิปเตยฺยาติ ยสฺส อญฺญสฺส ‘‘อชานํเยว ชานามี’’ติ ปฏิญฺญสฺส พาหิรกสฺส สตฺถุโน เอวํ สพฺพเจตสา สมนฺนาคโต ปสนฺนจิตฺโต สาวโก เอวรูปํ ปรมนิปจฺจการํ กเรยฺย, ตสฺส วณฺฏฉินฺนตาลปกฺกํ วิย คีวโต มุทฺธาปิ วิปเตยฺย, สตฺตธา ปน ผเลยฺยาติ อตฺโถ. กึ วา เอเตน, สเจ มหากสฺสปตฺเถโร อิมินา จิตฺตปฺปสาเทน อิมํ ปรมนิปจฺจการํ มหาสมุทฺทสฺส กเรยฺย, ตตฺตกปาเล ปกฺขิตฺตอุทกพินฺทุ วิย วิลยํ คจฺเฉยฺย. สเจ จกฺกวาฬสฺส กเรยฺย, ถุสมุฏฺฐิ วิย วิกิเรยฺย. สเจ สิเนรุปพฺพตสฺส กเรยฺย, กากตุณฺเฑน ปหฏปิฏฺฐมุฏฺฐิ วิย วิทฺธํเสยฺย. สเจ มหาปถวิยา กเรยฺย, วาตาหตภสฺมปุญฺโช วิย วิกิเรยฺย. เอวรูโปปิ ปน เถรสฺส นิปจฺจากาโร สตฺถุ สุวณฺณวณฺเณ ปาทปิฏฺเฐ โลมมตฺตมฺปิ วิโกเปตุํ นาสกฺขิ. ติฏฺฐตุ จ มหากสฺสโป, มหากสฺสปสทิสานํ ภิกฺขูนํ สหสฺสมฺปิ สตสหสฺสมฺปิ นิปจฺจาการทสฺสเนน เนว ทสพลสฺส ปาทปิฏฺเฐ โลมมตฺตมฺปิ วิโกเปตุํ ปํสุกูลจีวเร วา อํสุมตฺตมฺปิ จาเลตุํ สกฺโกติ. เอวํ มหานุภาโว หิ สตฺถา.
ตสฺมาติห เต กสฺสปาติ ยสฺมา อหํ ชานนฺโต เอว ‘‘ชานามี’’ติ, ปสฺสนฺโต เอว จ ‘‘ปสฺสามี’’ติ วทามิ, ตสฺมา, กสฺสป, ตยา เอวํ สิกฺขิตพฺพํ. ติพฺพนฺติ พหลํ มหนฺตํ. หิโรตฺตปฺปนฺติ หิรี จ โอตฺตปฺปญฺจ. ปจฺจุปฏฺฐิตํ ภวิสฺสตีติ ปฐมตรเมว อุปฏฺฐิตํ ภวิสฺสติ. โย หิ เถราทีสุ หิโรตฺตปฺปํ อุปฏฺฐเปตฺวา อุปสงฺกมติ เถราทโยปิ ตํ สหิริกา สโอตฺตปฺปา จ หุตฺวา อุปสงฺกมนฺตีติ อยเมตฺถ อานิสํโส. กุสลูปสํหิตนฺติ กุสลสนฺนิสฺสิตํ. อฏฺฐึ กตฺวาติ อตฺตานํ เตน ธมฺเมน อฏฺฐิกํ กตฺวา, ตํ วา ธมฺมํ ‘‘เอส มยฺหํ อตฺโถ’’ติ อฏฺฐึ กตฺวา. มนสิ กตฺวาติ จิตฺเต ฐเปตฺวา. สพฺพเจตสา สมนฺนาหริตฺวาติ จิตฺตสฺส โถกมฺปิ พหิ คนฺตุํ อเทนฺโต สพฺเพน สมนฺนาหารจิตฺเตน สมนฺนาหริตฺวา. โอหิตโสโตติ ฐปิตโสโต, ญาณโสตญฺจ ปสาทโสตญฺจ โอทหิตฺวา มยา เทสิตํ ธมฺมํ สกฺกจฺจเมว สุณิสฺสามีติ เอวญฺหิ เต สิกฺขิตพฺพํ. สาตสหคตา จ เม กายคตาสตีติ อสุเภสุ เจว อานาปาเน จ ปฐมชฺฌานวเสน สุขสมฺปยุตฺตา กายคตาสติ. โย จ ปนายํ ติวิโธ โอวาโท, เถรสฺส อยเมว ปพฺพชฺชา จ อุปสมฺปทา จ อโหสิ.
สรโณติ สกิเลโส สอิโณ หุตฺวา. รฏฺฐปิณฺฑํ ภุญฺชินฺติ สทฺธาเทยฺยํ ภุญฺชึ. จตฺตาโร หิ ปริโภคา เถยฺยปริโภโค อิณปริโภโค ทายชฺชปริโภโค สามิปริโภโคติ. ตตฺถ ทุสฺสีลสฺส สงฺฆมชฺเฌ นิสีทิตฺวา ภุญฺชนฺตสฺสาปิ ปริโภโค เถยฺยปริโภโค นาม. กสฺมา? จตูสุ ปจฺจเยสุ อนิสฺสรตาย. สีลวโต อปจฺจเวกฺขิตปริโภโค อิณปริโภโค นาม. สตฺตนฺนํ เสขานํ ปริโภโค ทายชฺชปริโภโค นาม. ขีณาสวสฺส ปริโภโค สามิปริโภโค นาม. อิติ ขีณาสโวว สามี หุตฺวา อนโณ ปริภุญฺชติ. เถโร อตฺตนา ปุถุชฺชเนน หุตฺวา ปริภุตฺตปริโภคํ อิณปริโภคํเยว กโรนฺโต เอวมาห. อฏฺฐมิยา อญฺญา อุทปาทีติ อฏฺฐเม ทิวเส อรหตฺตผลํ อุปฺปชฺชิ.
อถ โข, อาวุโส, ภควา มคฺคา โอกฺกมฺมาติ มคฺคโต โอกฺกมนํ ปฐมตรํ ตํทิวเสเยว อโหสิ, อรหตฺตาธิคโม ปจฺฉา. เทสนาวารสฺส ปน เอวํ อาคตตฺตา อรหตฺตาธิคโม ปฐมํ ทีปิโต. กสฺมา ปน ภควา มคฺคา โอกฺกนฺโตติ? เอวํ กิรสฺส อโหสิ ‘‘อิมํ ภิกฺขุํ ชาติอารญฺญิกํ ชาติปํสุกูลิกํ ชาติเอกาสนิกํ กริสฺสามี’’ติ. ตสฺมา โอกฺกมิ.
มุทุกา โข ตฺยายนฺติ มุทุกา โข เต อยํ. อิมญฺจ ปน วาจํ ภควา ตํ จีวรํ ปทุมปุปฺผวณฺเณน ปาณินา อนฺตนฺเตน ปรามสนฺโต อาห. กสฺมา เอวมาหาติ? เถเรน สห จีวรํ ปริวตฺเตตุกามตาย. กสฺมา ปริวตฺเตตุกาโม ชาโตติ? เถรํ อตฺตโน ฐาเน ฐเปตุกามตาย. เถโร ปน ยสฺมา จีวรสฺส วา ปตฺตสฺส วา วณฺเณ กถิเต ‘‘อิมํ ตุมฺหากํ คณฺหถา’’ติวจนํ จาริตฺตเมว, ตสฺมา ‘‘ปฏิคฺคณฺหาตุ เม, ภนฺเต, ภควา’’ติ อาห. ธาเรสฺสสิ ปน เม ตฺวํ, กสฺสป, สาณานิ ปํสุกูลานิ นิพฺพสนานีติ, กสฺสป, ตฺวํ อิมานิ ปริโภคชิณฺณานิ ปํสุกูลานิ ปารุปิตุํ สกฺขิสฺสสีติ วทติ. ตญฺจ โข น กายพลํ สนฺธาย, ปฏิปตฺติปูรณํ ปน สนฺธาย เอวมาห. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – อหํ อิมํ จีวรํ ปุณฺณํ นาม ทาสึ ปารุปิตฺวา อามกสุสาเน ฉฑฺฑิตํ ตํ สุสานํ ปวิสิตฺวา ตุมฺพมตฺเตหิ ปาณเกหิ สมฺปริกิณฺณํ เต ปาณเก วิธุนิตฺวา มหาอริยวํเส ฐตฺวา อคฺคเหสึ, ตสฺส เม อิมํ จีวรํ คหิตทิวเส ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ มหาปถวี มหาวิรวํ วิรวมานา กมฺปิตฺถ, อากาโส ตฏตฏายิ, จกฺกวาฬเทวตา สาธุการมทํสุ, ‘‘อิมํ จีวรํ คณฺหนฺเตน ภิกฺขุนา ชาติปํสุกูลิเกน ชาติอารญฺญิเกน ชาติเอกาสนิเกน ชาติสปทานจาริเกน ภวิตุํ วฏฺฏติ, ตฺวํ อิมสฺส จีวรสฺส อนุจฺฉวิกํ กาตุํ สกฺขิสฺสสี’’ติ. เถโรปิ อตฺตนา ปญฺจนฺนํ หตฺถีนํ พลํ ธาเรติ, โส ตํ อตกฺกยิตฺวา ‘‘อหเมตํ ปฏิปตฺตึ ปูเรสฺสามี’’ติ อุสฺสาเหน สุคตจีวรสฺส อนุจฺฉวิกํ กาตุกาโม ‘‘ธาเรสฺสามหํ, ภนฺเต’’ติ อาห. ปฏิปชฺชินฺติ ปฏิปนฺโนสฺมิ. เอวํ ปน จีวรปริวตฺตนํ กตฺวา จ เถเรน ปารุตจีวรํ ภควา ปารุปิ, สตฺถุ จีวรํ เถโร. ตสฺมึ สมเย มหาปถวี อุทกปริยนฺตํ กตฺวา อุนฺนทนฺตี กมฺปิตฺถ.
ภควโต ปุตฺโตติอาทีสุ เถโร ภควนฺตํ นิสฺสาย อริยาย ชาติยา ชาโตติ ภควโต ปุตฺโต. อุเรน วสิตฺวา มุขโต นิกฺขนฺตโอวาทวเสน ปพฺพชฺชาย เจว อุปสมฺปทาย จ ปติฏฺฐิตตฺตา โอรโส มุขโต ชาโต. โอวาทธมฺมโต ชาตตฺตา โอวาทธมฺเมน จ นิมฺมิตตฺตา ธมฺมโช ธมฺมนิมฺมิโต. โอวาทธมฺมทายาทํ นวโลกุตฺตรธมฺมทายาทเมว วา อรหตีติ ธมฺมทายาโท . ปฏิคฺคหิตานิ สาณานิ ปํสุกูลานีติ สตฺถารา ปารุตํ ปํสุกูลจีวรํ ปารุปนตฺถาย ปฏิคฺคหิตํ.
สมฺมา วทมาโน วเทยฺยาติ ยํ ปุคฺคลํ ‘‘ภควโต ปุตฺโต’’ติอาทีหิ คุเณหิ สมฺมา วทมาโน วเทยฺย, มมํ ตํ สมฺมา วทมาโน วเทยฺย, อหํ เอวรูโปติ. เอตฺตาวตา เถเรน ปพฺพชฺชา จ ปริโสธิตา โหติ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – อาวุโส, ยสฺส น อุปชฺฌาโย ปญฺญายติ, น อาจริโย, กึ โส อนุปชฺฌาโย อนาจริโย นฺหาปิตมุณฺฑโก สยํคหิตกาสาโว ‘‘ติตฺถิยปกฺกนฺตโก’’ติ สงฺขํ คโต เอวํ ติคาวุตํ มคฺคํ ปจฺจุคฺคมนํ ลภติ, ตีหิ โอวาเทหิ ปพฺพชฺชํ วา อุปสมฺปทํ วา ลภติ, กาเยน กายํ จีวรปริวตฺตนํ ลภติ? ปสฺส ยาว ทุพฺภาสิตํ วจนํ ถุลฺลนนฺทาย ภิกฺขุนิยาติ. เอวํ ปพฺพชฺชํ โสเธตฺวา อิทานิ ฉหิ อภิญฺญาหิ สีหนาทํ นทิตุํ อหํ โข, อาวุโสติอาทิมาห. เสสํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ. เอกาทสมํ.
๑๒. ปรํมรณสุตฺตวณฺณนา
๑๕๕. ทฺวาทสเม ตถาคโตติ สตฺโต. น เหตํ, อาวุโส, อตฺถสํหิตนฺติ, อาวุโส, เอตํ ทิฏฺฐิคตํ อตฺถสนฺนิสฺสิตํ น โหติ. นาทิพฺรหฺมจริยกนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส ปุพฺพภาคปฏิปทาปิ น โหติ. เอตญฺหิ, อาวุโส, อตฺถสํหิตนฺติ, อาวุโส, เอตํ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานํ อตฺถสนฺนิสฺสิตํ. เอตํ อาทิพฺรหฺมจริยกนฺติ เอตํ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส อาทิ ปุพฺพภาคปฏิปทา. ทฺวาทสมํ.
๑๓. สทฺธมฺมปฺปติรูปกสุตฺตวณฺณนา
๑๕๖. เตรสเม อญฺญาย สณฺฐหึสูติ อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสุ. สทฺธมฺมปฺปติรูปกนฺติ เทฺว สทฺธมฺมปฺปติรูปกานิ อธิคมสทฺธมฺมปฺปติรูปกญฺจ ปริยตฺติสทฺธมฺมปฺปติรูปกญฺจ. ตตฺถ –
‘‘โอภาเส เจว ญาเณ จ, ปีติยา จ วิกมฺปติ;
ปสฺสทฺธิยา สุเข เจว, เยหิ จิตฺตํ ปเวธติ.
‘‘อธิโมกฺเข จ ปคฺคาเห, อุปฏฺฐาเน จ กมฺปติ;
อุเปกฺขาวชฺชนาย เจว, อุเปกฺขาย จ นิกนฺติยา.
‘‘อิมานิ ทส ฐานานิ, ปญฺญา ยสฺส ปริจิตา;
ธมฺมุทฺธจฺจกุสโล โหติ, น จ สมฺโมห คจฺฉตี’’ติ. (ปฏิ. ม. ๒.๗); –
อิทํ วิปสฺสนาญาณสฺส อุปกฺกิเลสชาตํ อธิคมสทฺธมฺมปฺปติรูปกํ นาม. ติสฺโส ปน สงฺคีติโย อนารุฬฺหํ ธาตุกถา อารมฺมณกถา อสุภกถา ญาณวตฺถุกถา วิชฺชากรณฺฑโกติ อิเมหิ ปญฺจหิ กถาวตฺถูหิ ปริพาหิรํ คุฬฺหวินยํ คุฬฺหเวสฺสนฺตรํ คุฬฺหมโหสธํ วณฺณปิฏกํ องฺคุลิมาลปิฏกํ รฏฺฐปาลคชฺชิตํ อาฬวกคชฺชิตํ เวทลฺลปิฏกนฺติ อพุทฺธวจนํ ปริยตฺติสทฺธมฺมปฺปติรูปกํ นาม.
ชาตรูปปฺปติรูปกนฺติ สุวณฺณรสวิธานํ อารกูฏมยํ สุวณฺณวณฺณํ อาภรณชาตํ. ฉณกาเลสุ หิ มนุสฺสา ‘‘อาภรณภณฺฑกํ คณฺหิสฺสามา’’ติ อาปณํ คจฺฉนฺติ. อถ เน อาปณิกา เอวํ วทนฺติ, ‘‘สเจ ตุเมฺห อาภรณตฺถิกา, อิมานิ คณฺหถ. อิมานิ หิ ฆนานิ เจว วณฺณวนฺตานิ จ อปฺปคฺฆานิ จา’’ติ. เต เตสํ สุตฺวา, ‘‘การณํ อิเม วทนฺติ, อิมานิ ปิฬนฺธิตฺวา สกฺกา นกฺขตฺตํ กีฬิตุํ, โสภนฺติ เจว อปฺปคฺฆานิ จา’’ติ ตานิ คเหตฺวา คจฺฉนฺติ. สุวณฺณภณฺฑํ อวิกฺกิยมานํ นิทหิตฺวา ฐเปตพฺพํ โหติ. เอวํ ตํ ชาตรูปปฺปติรูปเก อุปฺปนฺเน อนฺตรธายติ นาม.
อถ สทฺธมฺมสฺส อนฺตรธานํ โหตีติ อธิคมสทฺธมฺมสฺส ปฏิปตฺติสทฺธมฺมสฺส ปริยตฺติสทฺธมฺมสฺสาติ ติวิธสฺสาปิ สทฺธมฺมสฺส อนฺตรธานํ โหติ. ปฐมโพธิยญฺหิ ภิกฺขู ปฏิสมฺภิทปฺปตฺตา อเหสุํ. อถ กาเล คจฺฉนฺเต ปฏิสมฺภิทา ปาปุณิตุํ น สกฺขึสุ, ฉฬภิญฺญา อเหสุํ. ตโต ฉ อภิญฺญา ปาปุณิตุํ อสกฺโกนฺตา ติสฺโส วิชฺชา ปาปุณึสุ. อิทานิ กาเล คจฺฉนฺเต ติสฺโส วิชฺชา ปาปุณิตุํ อสกฺโกนฺตา อาสวกฺขยมตฺตํ ปาปุณิสฺสนฺติ. ตมฺปิ อสกฺโกนฺตา อนาคามิผลํ, ตมฺปิ อสกฺโกนฺตา สกทาคามิผลํ, ตมฺปิ อสกฺโกนฺตา โสตาปตฺติผลํ. คจฺฉนฺเต กาเล โสตาปตฺติผลมฺปิ ปตฺตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ. อถ เนสํ ยทา วิปสฺสนา อิเมหิ อุปกฺกิเลเสหิ อุปกฺกิลิฏฺฐา อารทฺธมตฺตาว ฐสฺสติ, ตทา อธิคมสทฺธมฺโม อนฺตรหิโต นาม ภวิสฺสติ.
ปฐมโพธิยญฺหิ ภิกฺขู จตุนฺนํ ปฏิสมฺภิทานํ อนุจฺฉวิกํ ปฏิปตฺตึ ปูรยึสุ. คจฺฉนฺเต กาเล ตํ อสกฺโกนฺตา ฉนฺนํ อภิญฺญานํ, ตมฺปิ อสกฺโกนฺตา ติสฺสนฺนํ วิชฺชานํ, ตมฺปิ อสกฺโกนฺตา อรหตฺตผลมตฺตสฺส. คจฺฉนฺเต ปน กาเล อรหตฺตสฺส อนุจฺฉวิกํ ปฏิปตฺตึ ปูเรตุํ อสกฺโกนฺตา อนาคามิผลสฺส อนุจฺฉวิกํ ปฏิปตฺตึ ปูเรสฺสนฺติ, ตมฺปิ อสกฺโกนฺตา สกทาคามิผลสฺส, ตมฺปิ อสกฺโกนฺตา โสตาปตฺติผลสฺส. ยทา ปน โสตาปตฺติผลสฺสปิ อนุจฺฉวิกํ ปฏิปทํ ปูเรตุํ อสกฺโกนฺตา สีลปาริสุทฺธิมตฺเตว ฐสฺสนฺติ, ตทา ปฏิปตฺติสทฺธมฺโม อนฺตรหิโต นาม ภวิสฺสติ.
ยาว ปน เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ วตฺตติ, น ตาว สาสนํ อนฺตรหิตนฺติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ติฏฺฐนฺตุ ตีณิ วา, อภิธมฺมปิฏเก อนฺตรหิเต อิตเรสุ ทฺวีสุ ติฏฺฐนฺเตสุปิ อนฺตรหิตนฺติ น วตฺตพฺพเมว. ทฺวีสุ อนฺตรหิเตสุ วินยปิฏกมตฺเต ฐิเตปิ, ตตฺราปิ ขนฺธกปริวาเรสุ อนฺตรหิเตสุ อุภโตวิภงฺคมตฺเต, มหาวินเย อนฺตรหิเต ทฺวีสุ ปาติโมกฺเขสุ วตฺตมาเนสุปิ สาสนํ อนนฺตรหิตเมว. ยทา ปน เทฺว ปาติโมกฺขา อนฺตรธายิสฺสนฺติ, อถ ปริยตฺติสทฺธมฺมสฺส อนฺตรธานํ ภวิสฺสติ. ตสฺมึ อนฺตรหิเต สาสนํ อนฺตรหิตํ นาม โหติ. ปริยตฺติยา หิ อนฺตรหิตาย ปฏิปตฺติ อนฺตรธายติ, ปฏิปตฺติยา อนฺตรหิตาย อธิคโม อนฺตรธายติ. กึ การณา? อยญฺหิ ปริยตฺติ ปฏิปตฺติยา ปจฺจโย โหติ, ปฏิปตฺติ อธิคมสฺส. อิติ ปฏิปตฺติโตปิ ปริยตฺติเมว ปมาณํ.
นนุ จ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล กปิโล นาม อนาราธกภิกฺขุ ‘‘ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสิสฺสามี’’ติ พีชนึ คเหตฺวา อาสเน นิสินฺโน ‘‘อตฺถิ อิมสฺมึ วตฺตนฺตา’’ติ ปุจฺฉิ, อถ ตสฺส ภเยน เยสมฺปิ ปาติโมกฺโข วตฺตติ, เตปิ ‘‘มยํ วตฺตามา’’ติ อวตฺวา ‘‘น วตฺตามา’’ติ วทึสุ, โส พีชนึ ฐเปตฺวา อุฏฺฐายาสนา คโต, ตทา สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สาสนํ โอสกฺกิตนฺติ? กิญฺจาปิ โอสกฺกิตํ, ปริยตฺติ ปน เอกนฺเตเนว ปมาณํ. ยถา หิ มหโต ตฬากสฺส ปาฬิยา ถิราย อุทกํ น ฐสฺสตีติ น วตฺตพฺพํ, อุทเก สติ ปทุมาทีนิ ปุปฺผานิ น ปุปฺผิสฺสนฺตีติ น วตฺตพฺพํ, เอวเมว มหาตฬากสฺส ถิรปาฬิสทิเส เตปิฏเก พุทฺธวจเน สติ มหาตฬาเก อุทกสทิสา ปฏิปตฺติปูรกา กุลปุตฺตา นตฺถีติ น วตฺตพฺพา, เตสุ สติ มหาตฬาเก ปทุมาทีนิ ปุปฺผานิ วิย โสตาปนฺนาทโย อริยปุคฺคลา นตฺถีติ น วตฺตพฺพาติ เอวํ เอกนฺตโต ปริยตฺติเยว ปมาณํ.
ปถวีธาตูติ เทฺว สตสหสฺสานิ จตฺตาริ จ นหุตานิ พหลา มหาปถวี. อาโปธาตูติ ปถวิโต ปฏฺฐาย ยาว สุภกิณฺหพฺรหฺมโลกา อุคฺคตํ กปฺปวินาสกํ อุทกํ. เตโชธาตูติ ปถวิโต ปฏฺฐาย ยาว อาภสฺสรพฺรหฺมโลกา อุคฺคโต กปฺปวินาสโก อคฺคิ. วาโยธาตูติ ปถวิโต ปฏฺฐาย ยาว เวหปฺผลพฺรหฺมโลกา อุคฺคโต กปฺปวินาสโก วายุ. เอเตสุ หิ เอกธมฺโมปิ สตฺถุ สาสนํ อนฺตรธาเปตุํ น สกฺโกติ, ตสฺมา เอวมาห. อิเธว เต อุปฺปชฺชนฺตีติ โลหโต โลหขาทกํ มลํ วิย อิมสฺมึ มยฺหํเยว สาสเน เต อุปฺปชฺชนฺติ. โมฆปุริสาติ ตุจฺฉปุริสา.
อาทิเกเนว โอปิลวตีติ เอตฺถ อาทิเกนาติ อาทาเนน คหเณน. โอปิลวตีติ นิมุชฺชติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถา อุทกจรา นาวา ภณฺฑํ คณฺหนฺตี นิมุชฺชติ, เอวํ ปริยตฺติอาทีนํ ปูรเณน สทฺธมฺมสฺส อนฺตรธานํ น โหติ. ปริยตฺติยา หิ หายมานาย ปฏิปตฺติ หายติ, ปฏิปตฺติยา หายมานาย อธิคโม หายติ. ปริยตฺติยา ปูรยมานาย ปริยตฺติธรา ปุคฺคลา ปฏิปตฺตึ ปูเรนฺติ, ปฏิปตฺติปูรกา อธิคมํ ปูเรนฺติ. อิติ นวจนฺโท วิย ปริยตฺติยาทีสุ วฑฺฒมานาสุ มยฺหํ สาสนํ วฑฺฒติ เยวาติ ทสฺเสติ.
อิทานิ เยหิ ธมฺเมหิ สทฺธมฺมสฺส อนฺตรธานญฺเจว ฐิติ จ โหติ, เต ทสฺเสนฺโต ปญฺจ โขติอาทิมาห. ตตฺถ โอกฺกมนียาติ อวกฺกมนียา, เหฏฺฐาคมนียาติ อตฺโถ. สตฺถริ อคารวาติอาทีสุ อคารวาติ คารวรหิตา. อปฺปติสฺสาติ อปฺปติสฺสยา อนีจวุตฺติกา. ตตฺถ โย เจติยงฺคณํ อาโรหนฺโต ฉตฺตํ ธาเรติ, อุปาหนํ ธาเรติ, อญฺญโต โอโลเกตฺวา กถํ กเถนฺโต คจฺฉติ, อยํ สตฺถริ อคารโว นาม.
โย ธมฺมสฺสวนสฺส กาเล สงฺฆุฏฺเฐ ทหรสามเณเรหิ ปริวาริโต นิสีทติ, อญฺญานิ วา นวกมฺมาทีนิ กโรติ, ธมฺมสฺสวนคฺเค นิสินฺโน นิทฺทายติ, วิกฺขิตฺโต วา อญฺญํ กเถนฺโต นิสีทติ, อยํ ธมฺเม อคารโว นาม.
โย เถรุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา, อวนฺทิตฺวา นิสีทติ, หตฺถปลฺลตฺถิกํ ทุสฺสปลฺลตฺถิกํ กโรติ, อญฺญํ วา ปน หตฺถปาทกุกฺกุจฺจํ กโรติ, วุฑฺฒานํ สนฺติเก อนชฺฌิฏฺโฐ กเถติ, อยํ สงฺเฆ อคารโว นาม.
ติสฺโส ปน สิกฺขา อปูเรนฺโตว สิกฺขาย อคารโว นาม โหติ. อฏฺฐ สมาปตฺติโย อนิพฺพตฺเตนฺโต ตาสํ วา ปน นิพฺพตฺตนตฺถาย ปโยคํ อกโรนฺโต สมาธิสฺมึ อคารโว นาม. สุกฺกปกฺโข วุตฺตวิปลฺลาเสเนว เวทิตพฺโพติ. เตรสมํ.
กสฺสปสํยุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.