นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
สํยุตฺตนิกาเย
นิทานวคฺค-อฏฺฐกถา
๑. นิทานสํยุตฺตํ
๑. พุทฺธวคฺโค
๑. ปฏิจฺจสมุปฺปาทสุตฺตวณฺณนา
๑. เอวํ เม สุตนฺติ – นิทานวคฺเค ปฐมํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสุตฺตํ. ตตฺรายํ อนุปุพฺพปทวณฺณนา – ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสีติ, เอตฺถ ตตฺราติ เทสกาลปริทีปนํ. ตญฺหิ ‘‘ยํ สมยํ วิหรติ, ตตฺร สมเย, ยสฺมิญฺจ เชตวเน วิหรติ, ตตฺร เชตวเน’’ติ ทีเปติ. ภาสิตพฺพยุตฺเต วา เทสกาเล ทีเปติ. น หิ ภควา อยุตฺเต เทเส กาเล จ ธมฺมํ ภาสติ. ‘‘อกาโล โข ตาว พาหิยา’’ติอาทิ (อุทา. ๑๐) เจตฺถ สาธกํ. โขติ ปทปูรณมตฺเต, อวธารเณ อาทิกาลตฺเถ วา นิปาโต. ภควาติ โลกครุทีปนํ. ภิกฺขูติ กถาสวนยุตฺตปุคฺคลวจนํ. อปิเจตฺถ ‘‘ภิกฺขโกติ ภิกฺขุ, ภิกฺขาจริยํ อชฺฌูปคโตติ ภิกฺขู’’ติอาทินา (ปารา. ๔๕; วิภ. ๕๑๐) นเยน วจนตฺโถ เวทิตพฺโพ. อามนฺเตสีติ อาลปิ, อภาสิ, สมฺโพเธสิ, อยเมตฺถ อตฺโถ. อญฺญตฺร ปน ญาปเนปิ โหติ. ยถาห – ‘‘อามนฺตยามิ โว, ภิกฺขเว, ปฏิเวทยามิ โว, ภิกฺขเว’’ติ. ปกฺโกสเนปิ. ยถาห – ‘‘เอหิ ตฺวํ, ภิกฺขุ, มม วจเนน สาริปุตฺตํ อามนฺเตหี’’ติ (อ. นิ. ๙.๑๑). ภิกฺขโวติ อามนฺตนาการทีปนํ. ตญฺจ ภิกฺขนสีลตาทิคุณโยคสิทฺธตฺตา วุตฺตํ. ภิกฺขนสีลตาคุณยุตฺโตปิ หิ ภิกฺขุ, ภิกฺขนธมฺมตาคุณยุตฺโตปิ ภิกฺขเน สาธุการิตาคุณยุตฺโตปีติ สทฺทวิทู มญฺญนฺติ. เตน จ เตสํ ภิกฺขนสีลตาทิคุณโยคสิทฺเธน วจเนน หีนาธิกชนเสวิตวุตฺตึ ปกาเสนฺโต อุทฺธตทีนภาวนิคฺคหํ กโรติ. ‘‘ภิกฺขโว’’ติ อิมินา จ กรุณาวิปฺผารโสมฺมหทยนยนนิปาตปุพฺพงฺคเมน วจเนน เต อตฺตโน อภิมุเข กโรนฺโต เตเนว กเถตุกมฺยตาทีปเกน เนสํ วจเนน โสตุกมฺยตํ ชเนติ, เตเนว จ สมฺโพธนตฺเถน สาธุกํ มนสิกาเรปิ นิโยเชติ. สาธุกํ มนสิการายตฺตา หิ สาสนสมฺปตฺติ.
อปเรสุปิ เทวมนุสฺเสสุ วิชฺชมาเนสุ กสฺมา ภิกฺขูเยว อามนฺเตสีติ เจ? เชฏฺฐเสฏฺฐาสนฺนสทาสนฺนิหิตภาวโต. สพฺพปริสสาธารณา หิ ภควโต ธมฺมเทสนา, ปริสาย เชฏฺฐา ภิกฺขู ปฐมํ อุปฺปนฺนตฺตา, เสฏฺฐา อนคาริยภาวํ อาทึ กตฺวา สตฺถุจริยานุวิธายกตฺตา สกลสาสนปฏิคฺคาหกตฺตา จ, อาสนฺนา ตตฺถ นิสินฺเนสุ สตฺถุสนฺติกตฺตา, สทาสนฺนิหิตา สตฺถุสนฺติกาวจรตฺตาติ. อปิจ เต ธมฺมเทสนาย ภาชนํ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปตฺติสพฺภาวโต. วิเสสโต จ เอกจฺเจ ภิกฺขูเยว สนฺธาย อยํ เทสนาปีติ เอวํ อามนฺเตสิ.
กิมตฺถํ ปน ภควา ธมฺมํ เทเสนฺโต ปฐมํ ภิกฺขู อามนฺเตสิ, น ธมฺมเมว เทเสสีติ? สติชนนตฺถํ. ภิกฺขู อญฺญํ จินฺเตนฺตาปิ วิกฺขิตฺตจิตฺตาปิ ธมฺมํ ปจฺจเวกฺขนฺตาปิ กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺตาปิ นิสินฺนา โหนฺติ. เต อนามนฺเตตฺวา ธมฺเม เทสิยมาเน ‘‘อยํ เทสนา กึนิทานา กึปจฺจยา กตมาย อฏฺฐุปฺปตฺติยา เทสิตา’’ติ สลฺลกฺเขตุํ อสกฺโกนฺตา ทุคฺคหิตํ วา คเณฺหยฺยุํ, น วา คเณฺหยฺยุํ, เตน เนสํ สติชนนตฺถํ ภควา ปฐมํ อามนฺเตตฺวา ปจฺฉา ธมฺมํ เทเสติ.
ภทนฺเตติ คารววจนเมตํ, สตฺถุโน ปฏิวจนทานํ วา. อปิเจตฺถ ‘‘ภิกฺขโว’’ติ วทมาโน ภควา ภิกฺขู อาลปติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ วทมานา เต ภควนฺตํ ปจฺจาลปนฺติ. ตถา หิ ‘‘ภิกฺขโว’’ติ ภควา อาภาสติ, ‘‘ภทนฺเต’’ติ ปจฺจาภาสนฺติ. ‘‘ภิกฺขโว’’ติ ปฏิวจนํ ทาเปติ, ‘‘ภทนฺเต’’ติ ปฏิวจนํ เทนฺติ. เต ภิกฺขูติ เย ภควา อามนฺเตสิ, เต. ภควโต ปจฺจสฺโสสุนฺติ ภควโต อามนฺตนํ ปติอสฺโสสุํ, อภิมุขา หุตฺวา สุณึสุ สมฺปฏิจฺฉึสุ ปฏิคฺคเหสุนฺติ อตฺโถ. ภควา เอตทโวจาติ, ภควา เอตํ อิทานิ วตฺตพฺพํ สกลสุตฺตํ อโวจ. เอตฺตาวตา ยํ อายสฺมตา อานนฺเทน อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนสฺส พุทฺธานํ เทสนาญาณคมฺภีรภาวสํสูจกสฺส อิมสฺส สุตฺตสฺส สุขาวคาหณตฺถํ กาลเทสเทสกปริสาปเทสปฺปฏิมณฺฑิตํ นิทานํ ภาสิตํ, ตสฺส อตฺถวณฺณนา สมตฺตา.
อิทานิ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ โวติอาทินา นเยน ภควตา นิกฺขิตฺตสฺส สุตฺตสฺส สํวณฺณนาย โอกาโส อนุปฺปตฺโต. สา ปเนสา สุตฺตวณฺณนา ยสฺมา สุตฺตนิกฺเขปํ วิจาเรตฺวา วุจฺจมานา ปากฏา โหติ, ตสฺมา สุตฺตนิกฺเขปํ ตาว วิจาเรสฺสาม. จตฺตาโร หิ สุตฺตนิกฺเขปา – อตฺตชฺฌาสโย, ปรชฺฌาสโย, ปุจฺฉาวสิโก, อฏฺฐุปฺปตฺติโกติ. ตตฺถ ยานิ สุตฺตานิ ภควา ปเรหิ อนชฺฌิฏฺโฐ เกวลํ อตฺตโน อชฺฌาสเยเนว กเถติ, เสยฺยถิทํ – ทสพลสุตฺตนฺตหารโก จนฺโทปม-วีโณปม-สมฺมปฺปธาน-อิทฺธิปาท-อินฺทฺริยพล-โพชฺฌงฺคมคฺคงฺค-สุตฺตนฺตหารโกติ เอวมาทีนิ, เตสํ อตฺตชฺฌาสโย นิกฺเขโป.
ยานิ ปน ‘‘ปริปกฺกา โข ราหุลสฺส วิมุตฺติปริปาจนียา ธมฺมา. ยํนูนาหํ ราหุลํ อุตฺตรึ อาสวานํ ขเย วิเนยฺย’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๑๒๑; ม. นิ. ๓.๔๑๖) เอวํ ปเรสํ อชฺฌาสยํ ขนฺตึ นิชฺฌานกฺขมํ มนํ อภินีหารํ พุชฺฌนภาวญฺจ อเปกฺขิตฺวา ปรชฺฌาสยวเสน กถิตานิ, เสยฺยถิทํ – จูฬราหุโลวาทสุตฺตํ, มหาราหุโลวาทสุตฺตํ, ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนํ, อนตฺตลกฺขณสุตฺตํ, อาสีวิโสปมสุตฺตํ, ธาตุวิภงฺคสุตฺตนฺติ, เอวมาทีนิ, เตสํ ปรชฺฌาสโย นิกฺเขโป.
ภควนฺตํ ปน อุปสงฺกมิตฺวา จตสฺโส ปริสา จตฺตาโร วณฺณา นาคา สุปณฺณา คนฺธพฺพา อสุรา ยกฺขา มหาราชาโน ตาวตึสาทโย เทวา มหาพฺรหฺมาติ เอวมาทโย ‘‘โพชฺฌงฺคา โพชฺฌงฺคาติ, ภนฺเต, วุจฺจนฺติ – (สํ. นิ. ๕.๒๐๒) นีวรณา นีวรณาติ, ภนฺเต, วุจฺจนฺติ – อิเม นุ โข, ภนฺเต, ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา, กึสูธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐ’’นฺติอาทินา (สํ. นิ. ๑.๒๔๖; สุ. นิ. ๑๘๓) นเยน ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ. เอวํ ปุฏฺเฐน ภควตา ยานิ กถิตานิ โพชฺฌงฺคสํยุตฺตาทีนิ, ยานิ วา ปนญฺญานิปิ เทวตาสํยุตฺต, มารสํยุตฺต, พฺรหฺมสํยุตฺต, สกฺกปญฺห, จูฬเวทลฺล, มหาเวทลฺล, สามญฺญผลอาฬวก, สูจิโลม, ขรโลมสุตฺตาทีนิ, เตสํ ปุจฺฉาวสิโก นิกฺเขโป.
ยานิ ปน ตานิ อุปฺปนฺนํ การณํ ปฏิจฺจ กถิตานิ, เสยฺยถิทํ – ธมฺมทายาทํ. จูฬสีหนาทสุตฺตํ ปุตฺตมํสูปมํ ทารุกฺขนฺธูปมํ อคฺคิกฺขนฺธูปมํ เผณปิณฺฑูปมํ ปาริจฺฉตฺตกูปมนฺติ เอวมาทีนิ, เตสํ อฏฺฐุปฺปตฺติโก นิกฺเขโป.
เอวเมเตสุ จตูสุ นิกฺเขเปสุ อิมสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาทสุตฺตสฺส ปรชฺฌาสโย นิกฺเขโป. ปรปุคฺคลชฺฌาสยวเสน หิทํ ภควตา นิกฺขิตฺตํ. กตเมสํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสยวเสนาติ? อุคฺฆฏิตญฺญูนํ. จตฺตาโร หิ ปุคฺคลา อุคฺฆฏิตญฺญู วิปญฺจิตญฺญู เนยฺโย ปทปรโมติ. ตตฺถ ยสฺส ปุคฺคลสฺส สห อุทาหฏเวลาย ธมฺมาภิสมโย โหติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล อุคฺฆฏิตญฺญู. ยสฺส ปุคฺคลสฺส สํขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺเถ วิภชิยมาเน ธมฺมาภิสมโย โหติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล วิปญฺจิตญฺญู. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อุทฺเทสโต ปริปุจฺฉโต โยนิโส มนสิกโรโต, กลฺยาณมิตฺเต เสวโต, ภชโต, ปยิรุปาสโต, อนุปุพฺเพน ธมฺมาภิสมโย โหติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล เนยฺโย. ยสฺส ปุคฺคลสฺส พหุมฺปิ สุณโต, พหุมฺปิ ธารยโต, พหุมฺปิ วาจยโต น ตาย ชาติยา ธมฺมาภิสมโย โหติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ปทปรโม. อิติ อิเมสุ จตูสุ ปุคฺคเลสุ อุคฺฆฏิตญฺญูปุคฺคลานํ อชฺฌาสยวเสน อิทํ สุตฺตํ นิกฺขิตฺตํ.
ตทา กิร ปญฺจสตา ชนปทวาสิกา ภิกฺขู สพฺเพว เอกจรา ทฺวิจรา ติจรา จตุจรา ปญฺจจรา สภาควุตฺติโน ธุตงฺคธรา อารทฺธวีริยา ยุตฺตโยคา วิปสฺสกา สณฺหํ สุขุมํ สุญฺญตํ ปจฺจยาการเทสนํ ปตฺถยมานา สายนฺหสมเย ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา, วนฺทิตฺวา, รตฺตกมฺพลสาณิยา ปริกฺขิปมานา วิย เทสนํ ปจฺจาสีสมานา ปริวาเรตฺวา นิสีทึสุ. เตสํ อชฺฌาสยวเสน ภควา อิทํ สุตฺตํ อารภิ. ยถา หิ เฉโก จิตฺตกาโร อปริกมฺมกตภิตฺตึ ลภิตฺวา, น อาทิโตว รูปํ สมุฏฺฐาเปสิ, มหามตฺติกเลปาทีหิ ปน ภิตฺติปริกมฺมํ ตาว กตฺวา, กตปริกมฺมาย ภิตฺติยา รูปํ สมุฏฺฐาเปติ, กตปริกมฺมํ ปน ภิตฺตึ ลภิตฺวา, ภิตฺติปริกมฺมพฺยาปารํ อกตฺวา, รงฺคชาตานิ โยเชตฺวา, วฏฺฏิกํ วา ตูลิกํ วา อาทาย รูปเมว สมุฏฺฐาเปติ, เอวเมว ภควา อกตาภินิเวสํ อาทิกมฺมิกกุลปุตฺตํ ลภิตฺวา นาสฺส อาทิโตว อรหตฺตปทฏฺฐานํ สณฺหํ สุขุมํ สุญฺญตํ วิปสฺสนาลกฺขณํ อาจิกฺขติ, สีลสมาธิกมฺมสฺสกตาทิฏฺฐิสมฺปทาย ปน โยเชนฺโต ปุพฺพภาคปฏิปทํ ตาว อาจิกฺขติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –
‘‘ตสฺมาติห ตฺวํ, ภิกฺขุ, อาทิเมว วิโสเธหิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ. โก จาทิ กุสลานํ ธมฺมานํ? สีลญฺจ สุวิสุทฺธํ ทิฏฺฐิ จ อุชุกา. ยโต โข เต, ภิกฺขุ, สีลญฺจ สุวิสุทฺธํ ภวิสฺสติ ทิฏฺฐิ จ อุชุกา. ตโต ตฺวํ, ภิกฺขุ, สีลํ นิสฺสาย สีเล ปติฏฺฐาย จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน ติวิเธน ภาเวยฺยาสิ. กตเม จตฺตาโร? อิธ ตฺวํ, ภิกฺขุ, อชฺฌตฺตํ วา กาเย กายานุปสฺสี วิหราหิ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ. พหิทฺธา วา กาเย…เป… อชฺฌตฺตพหิทฺธา วา กาเย…เป… ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหราหิ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ. ยโต โข ตฺวํ, ภิกฺขุ, สีลํ นิสฺสาย สีเล ปติฏฺฐาย อิเม จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน เอวํ ติวิเธน ภาเวสฺสสิ, ตโต ตุยฺหํ, ภิกฺขุ, ยา รตฺติ วา ทิวโส วา อาคมิสฺสติ, วุทฺธิเยว ปาฏิกงฺขา กุสเลสุ ธมฺเมสุ, โน ปริหานี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๖๙).
เอวํ อาทิกมฺมิกกุลปุตฺตสฺส สีลกถาย ปริกมฺมํ กเถตฺวา, อรหตฺตปทฏฺฐานํ สณฺหํ สุขุมํ สุญฺญตํ วิปสฺสนาลกฺขณํ อาจิกฺขติ.
ปริสุทฺธสีลํ ปน อารทฺธวีริยํ ยุตฺตโยคํ วิปสฺสกํ ลภิตฺวา, นาสฺส ปุพฺพภาคปฏิปทํ อาจิกฺขติ, อุชุกเมว ปน อรหตฺตปทฏฺฐานํ สณฺหํ สุขุมํ สุญฺญตํ วิปสฺสนาลกฺขณํ อาจิกฺขติ. อิเม ปญฺจสตา ภิกฺขู ปุพฺพภาคปฏิปทํ ปริโสเธตฺวา ฐิตา สุธนฺตสุวณฺณสทิสา สุปริมชฺชิตมณิกฺขนฺธสนฺนิภา, เอโก โลกุตฺตรมคฺโคว เนสํ อนาคโต. อิติ ตสฺสาคมนตฺถาย สตฺถา เตสํ อชฺฌาสยํ อเปกฺขมาโน อิทํ สุตฺตํ อารภิ.
ตตฺถ ปฏิจฺจสมุปฺปาทนฺติ ปจฺจยาการํ. ปจฺจยากาโร หิ อญฺญมญฺญํ ปฏิจฺจ สหิเต ธมฺเม อุปฺปาเทติ. ตสฺมา ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ วุจฺจติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺคโต คเหตพฺโพ.
โวติ อยํ โว-สทฺโท ปจฺจตฺต-อุปโยคกรณ-สมฺปทาน-สามิวจน-ปทปูรเณสุ ทิสฺสติ. ‘‘กจฺจิ ปน โว อนุรุทฺธา สมคฺคา สมฺโมทมานา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๒๖; มหาว. ๔๖๖) หิ ปจฺจตฺเต ทิสฺสติ. ‘‘คจฺฉถ, ภิกฺขเว, ปณาเมมิ โว’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๕๗) อุปโยเค. ‘‘น โว มม สนฺติเก วตฺถพฺพ’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๕๗) กรเณ. ‘‘วนปตฺถปริยายํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๙๐) สมฺปทาเน. ‘‘สพฺเพสํ โว, สาริปุตฺต, สุภาสิต’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๔๕) สามิวจเน. ‘‘เย หิ โว อริยา ปริสุทฺธกายกมฺมนฺตา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๕) ปทปูรณมตฺเต. อิธ ปนายํ สมฺปทาเน ทฏฺฐพฺโพ. ภิกฺขเวติ ปติสฺสเวน อภิมุขีภูตานํ ปุน อาลปนํ. เทเสสฺสามีติ เทสนาปฏิชานนํ. ตํ สุณาถาติ ตํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ ตํ เทสนํ มยา วุจฺจมานํ สุณาถ.
สาธุกํ มนสิ กโรถาติ เอตฺถ ปน สาธุกํ สาธูติ เอกตฺถเมตํ. อยญฺจ สาธุสทฺโท อายาจน-สมฺปฏิจฺฉน-สมฺปหํสน-สุนฺทร-ทฬฺหีกมฺมาทีสุ ทิสฺสติ. ‘‘สาธุ เม, ภนฺเต, ภควา สํขิตฺเตน ธมฺมํ เทเสตู’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๒๕๗; สํ. นิ. ๔.๖๕; ๕.๓๘๑) หิ อายาจเน ทิสฺสติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเตติ โข โส ภิกฺขุ ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๘๖) สมฺปฏิจฺฉเน. ‘‘สาธุ สาธุ, สาริปุตฺตา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๓๔๙) สมฺปหํสเน.
‘‘สาธุ ธมฺมรุจี ราชา, สาธุ ปญฺญาณวา นโร;
สาธุ มิตฺตานมทฺทุพฺโภ, ปาปสฺส อกรณํ สุข’’นฺติ. –
อาทีสุ (ชา. ๒.๑๘.๑๐๑) สุนฺทเร. ‘‘เตน หิ, พฺราหฺมณ, สาธุกํ สุณาหี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๑๙๒) สาธุกสทฺโทเยว ทฬฺหีกมฺเม อาณตฺติยนฺติปิ วุจฺจติ. อิธ ปนายํ เอตฺเถว ทฬฺหีกมฺเม อาณตฺติยา จ อตฺโถ เวทิตพฺโพ, สุนฺทรตฺเถปิ วฏฺฏติ. ทฬฺหีกรณตฺเถน หิ ‘‘ทฬฺหํ อิมํ ธมฺมํ สุณาถ, สุคฺคหิตํ คณฺหนฺตา’’, อาณตฺติอตฺเถน ‘‘มม อาณตฺติยา สุณาถ’’ สุนฺทรตฺเถน ‘‘สุนฺทรมิมํ ภทฺทกํ ธมฺมํ สุณาถา’’ติ เอตํ ทีปิตํ โหติ. มนสิ กโรถาติ อาวชฺเชถ. สมนฺนาหรถาติ อตฺโถ. อวิกฺขิตฺตจิตฺตา หุตฺวา นิสาเมถ, จิตฺเต กโรถาติ อธิปฺปาโย.
อิทาเนตฺถ ตํ สุณาถาติ โสตินฺทฺริยวิกฺเขปนิวารณเมตํ. สาธุกํ มนสิ กโรถาติ มนสิกาเร ทฬฺหีกมฺมนิโยชเนน มนินฺทฺริยวิกฺเขปนิวารณํ. ปุริมญฺเจตฺถ พฺยญฺชนวิปลฺลาสคาหนิวารณํ, ปจฺฉิมํ อตฺถวิปลฺลาสคาหนิวารณํ. ปุริเมน จ ธมฺมสฺสวเน นิโยเชติ, ปจฺฉิเมน สุตานํ ธมฺมานํ ธารณูปปริกฺขาสุ. ปุริเมน จ ‘‘สพฺยญฺชโน อยํ ธมฺโม, ตสฺมา สวนีโย’’ติ ทีเปติ, ปจฺฉิเมน ‘‘สาตฺโถ, ตสฺมา มนสิ กาตพฺโพ’’ติ. สาธุกปทํ วา อุภยปเทหิ โยเชตฺวา, ‘‘ยสฺมา อยํ ธมฺโม ธมฺมคมฺภีโร จ เทสนาคมฺภีโร จ, ตสฺมา สุณาถ สาธุกํ. ยสฺมา อตฺถคมฺภีโร จ ปฏิเวธคมฺภีโร จ, ตสฺมา สาธุกํ มนสิ กโรถา’’ติ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา. ภาสิสฺสามีติ เทเสสฺสามิ. ‘‘ตํ สุณาถา’’ติ เอตฺถ ปฏิญฺญาตํ เทสนํ สํขิตฺตโตว น เทเสสฺสามิ, อปิจ โข วิตฺถารโตปิ นํ ภาสิสฺสามีติ วุตฺตํ โหติ. สงฺเขปวิตฺถารวาจกานิ หิ เอตานิ ปทานิ. ยถาห วงฺคีสตฺเถโร –
‘‘สํขิตฺเตนปิ เทเสติ, วิตฺถาเรนปิ ภาสติ;
สาฬิกายิว นิคฺโฆโส, ปฏิภานํ อุทีรยี’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๒๑๔; เถรคา. ๑๒๔๑);
เอวํ วุตฺเต อุสฺสาหชาตา หุตฺวา เอวํ, ภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ สตฺถุ วจนํ สมฺปฏิจฺฉึสุ, ปฏิคฺคเหสุนฺติ วุตฺตํ โหติ.
อถ เนสํ ภควา เอตทโวจ – เอตํ อิทานิ วตฺตพฺพํ ‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปฏิจฺจสมุปฺปาโท’’ติอาทึ สกลํ สุตฺตํ อโวจ. ตตฺถ กตโม จ, ภิกฺขเว, ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. ปญฺจวิธา หิ ปุจฺฉา อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา อนุมติปุจฺฉา กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาติ, ตาสํ อิทํ นานตฺตํ –
กตมา อทิฏฺฐโชตนา ปุจฺฉา (มหานิ. ๑๕๐; จูฬนิ. ปุณฺณกมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๑๒)? ปกติยา ลกฺขณํ อญฺญาตํ โหติ อทิฏฺฐํ อตุลิตํ อตีริตํ อวิภูตํ อวิภาวิตํ. ตสฺส ญาณาย ทสฺสนาย ตุลนาย ตีรณาย วิภูตาย วิภาวนตฺถาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ. อยํ อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา.
กตมา ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา? ปกติยา ลกฺขณํ ญาตํ โหติ ทิฏฺฐํ ตุลิตํ ตีริตํ วิภูตํ วิภาวิตํ. โส อญฺเญหิ ปณฺฑิเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนตฺถาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ. อยํ ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา.
กตมา วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา? ปกติยา สํสยปกฺขนฺโท โหติ วิมติปกฺขนฺโท เทฺวฬฺหกชาโต – ‘‘เอวํ นุ โข, น นุ โข, กถํ นุ โข’’ติ, โส วิมติจฺเฉทนตฺถาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ, อยํ วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา.
กตมา อนุมติปุจฺฉา? ภควา ภิกฺขูนํ อนุมติยา ปญฺหํ ปุจฺฉติ – ‘‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, รูปํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วา’’ติ, อนิจฺจํ, ภนฺเต. ยํ ปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วา ตํ สุขํ วาติ, ทุกฺขํ, ภนฺเต. ยํ ปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ, กลฺลํ นุ ตํ สมนุปสฺสิตุํ – ‘‘เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตา’’ติ, โน เหตํ ภนฺเตติ (สํ. นิ. ๓.๗๙). อยํ อนุมติปุจฺฉา.
กตมา กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา? ภควา ภิกฺขูนํ กเถตุกมฺยตาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ – ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, สติปฏฺฐานา. กตเม จตฺตาโร’’ติ? อยํ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาติ.
ตตฺถ พุทฺธานํ ปุริมา ติสฺโส ปุจฺฉา นตฺถิ. กสฺมา? พุทฺธานญฺหิ ตีสุ อทฺธาสุ กิญฺจิ สงฺขตํ อทฺธาวิมุตฺตํ วา อสงฺขตํ อทิฏฺฐํ อโชติตํ อตุลิตํ อตีริตํ อวิภูตํ อวิภาวิตํ นาม นตฺถิ. เตน เนสํ อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา นตฺถิ. ยํ ปน ภควตา อตฺตโน ญาเณน ปฏิวิทฺธํ, ตสฺส อญฺเญน สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา สทฺธึ สํสนฺทนกิจฺจํ นตฺถิ. เตนสฺส ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา นตฺถิ. ยสฺมา ปเนส อกถํกถี ติณฺณวิจิกิจฺโฉ สพฺพธมฺเมสุ วิหตสํสโย. เตนสฺส วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา นตฺถิ. อิตรา ปน เทฺว ปุจฺฉา ภควโต อตฺถิ. ตาสุ อยํ กเถตุกมฺยตา ปุจฺฉาติ เวทิตพฺพา.
อิทานิ ตาว ปุจฺฉาย ปุฏฺฐํ ปจฺจยาการํ วิภชนฺโต อวิชฺชาปจฺจยา, ภิกฺขเว, สงฺขาราติอาทิมาห. เอตฺถ จ ยถา นาม ‘‘ปิตรํ กเถสฺสามี’’ติ อารทฺโธ ‘‘ติสฺสสฺส ปิตา โสณสฺส ปิตา’’ติ ปฐมตรํ ปุตฺตมฺปิ กเถติ, เอวเมว ภควา ปจฺจยํ กเถตุํ อารทฺโธ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทินา นเยน สงฺขาราทีนํ ปจฺจเย อวิชฺชาทิธมฺเม กเถนฺโต ปจฺจยุปฺปนฺนมฺปิ กเถสิ. อาหารวคฺคสฺส ปน ปริโยสาเน ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาทญฺจ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามิ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺเน จ ธมฺเม’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒๐) อุภยํ อารภิตฺวา อุภยมฺปิ กเถสิ. อิทานิ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติอาทีสุ ปน อวิชฺชา จ สา ปจฺจโย จาติ อวิชฺชาปจฺจโย. ตสฺมา อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สมฺภวนฺตีติ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาเรน ปน สพฺพาการสมฺปนฺนา อนุโลมปฏิจฺจสมุปฺปาทกถา วิสุทฺธิมคฺเค กถิตา, ตสฺมา สา ตตฺถ กถิตวเสเนว คเหตพฺพา.
ปฏิโลมกถายํ ปน อวิชฺชาย เตฺววาติ อวิชฺชาย ตุ เอว. อเสสวิราคนิโรธาติ วิราคสงฺขาเตน มคฺเคน อเสสนิโรธา. สงฺขารนิโรโธติ สงฺขารานํ อนุปฺปาทนิโรโธ โหติ. เอวํนิโรธานํ ปน สงฺขารานํ นิโรธา วิญฺญาณาทีนญฺจ นิโรธา นามรูปาทีนิ นิรุทฺธานิเยว โหนฺตีติ ทสฺเสตุํ สงฺขารนิโรธา วิญฺญาณนิโรโธติอาทีนิ วตฺวา, เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหตีติ อาห. ตตฺถ เกวลสฺสาติ สกลสฺส, สุทฺธสฺส วา, สตฺตวิรหิตสฺสาติ อตฺโถ. ทุกฺขกฺขนฺธสฺสาติ ทุกฺขราสิสฺส. นิโรโธ โหตีติ อนุปฺปาโท โหติ. อิติ ภควา อนุโลมโต ทฺวาทสหิ ปเทหิ วฏฺฏกถํ กเถตฺวา ตเมว วฏฺฏํ วินิวฏฺเฏตฺวา ปฏิโลมโต ทฺวาทสหิ ปเทหิ วิวฏฺฏํ กเถนฺโต อรหตฺเตน เทสนาย กูฏํ คณฺหิ. เทสนาปริโยสาเน เต ปญฺจสตา อารทฺธวิปสฺสกา อุคฺฆฏิตญฺญูปุคฺคลา สูริยรสฺมิสมฺผุฏฺฐานิ ปริปากคตานิ ปทุมานิ วิย สจฺจานิ พุชฺฌิตฺวา อรหตฺตผเล ปติฏฺฐหึสุ.
อิทมโวจ ภควาติ อิทํ วฏฺฏวิวฏฺฏวเสน สกลสุตฺตํ ภควา อโวจ. อตฺตมนา เต ภิกฺขูติ ตุฏฺฐจิตฺตา เต ปญฺจสตา ขีณาสวา ภิกฺขู. ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทุนฺติ กรวีกรุตมญฺชุนา กณฺณสุเขน ปณฺฑิตชนหทยานํ อมตาภิเสกสทิเสน พฺรหฺมสฺสเรน ภาสโต ภควโต วจนํ อภินนฺทึสุ, อนุโมทึสุ เจว สมฺปฏิจฺฉึสุ จาติ อตฺโถ. เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘สุภาสิตํ สุลปิตํ, สาธุ สาธูติ ตาทิโน;
อนุโมทมานา สิรสา, สมฺปฏิจฺฉึสุ ภิกฺขโว’’ติ.
ปฐมปฏิจฺจสมุปฺปาทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. วิภงฺคสุตฺตวณฺณนา
๒. ทุติเยปิ วุตฺตนเยเนว สุตฺตนิกฺเขโป เวทิตพฺโพ. อยํ ปน วิเสโส – ปฐมํ อุคฺฆฏิตญฺญูปุคฺคลานํ วเสน สงฺเขปโต ทสฺสิตํ, อิทํ วิปญฺจิตญฺญูนํ วเสน วิตฺถารโตติ. อิมสฺมิญฺจ ปน สุตฺเต จตสฺโส วลฺลิหารกปุริสูปมา วตฺตพฺพา, ตา วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตา เอว. ยถา หิ วลฺลิหารโก ปุริโส วลฺลิยา อคฺคํ ทิสฺวา ตทนุสาเรน มูลํ ปริเยสนฺโต ตํ ทิสฺวา วลฺลึ มูเล เฉตฺวา อาทาย กมฺเม อุปเนยฺย, เอวํ ภควา วิตฺถารเทสนํ เทเสนฺโต ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส อคฺคภูตา ชรามรณา ปฏฺฐาย ยาว มูลภูตํ อวิชฺชาปทํ, ตาว เทสนํ อาหริตฺวา ปุน วฏฺฏวิวฏฺฏํ เทเสนฺโต นิฏฺฐเปสิ.
ตตฺรายํ ชรามรณาทีนํ วิตฺถารเทสนาย อตฺถนิจฺฉโย – ชรามรณนิทฺเทเส ตาว เตสํ เตสนฺติ อยํ สงฺเขปโต อเนเกสํ สตฺตานํ สาธารณนิทฺเทโสติ วิญฺญาตพฺโพ. ยา เทวทตฺตสฺส ชรา, ยา โสมทตฺตสฺสาติ เอวญฺหิ ทิวสมฺปิ กเถนฺตสฺส เนว สตฺตา ปริยาทานํ คจฺฉนฺติ. อิเมหิ ปน ทฺวีหิ ปเทหิ น โกจิ สตฺโต อปริยาทินฺโน โหติ. ตสฺมา วุตฺตํ, ‘‘อยํ สงฺเขปโต อเนเกสํ สตฺตานํ สาธารณนิทฺเทโส’’ติ. ตมฺหิ ตมฺหีติ อยํ คติชาติวเสน อเนเกสํ สตฺตนิกายานํ สาธารณนิทฺเทโส. สตฺตนิกาเยติ สาธารณนิทฺเทเสน นิทฺทิฏฺฐสฺส สรูปนิทสฺสนํ. ชรา ชีรณตาติอาทีสุ ปน ชราติ สภาวนิทฺเทโส. ชีรณตาติ อาการนิทฺเทโส. ขณฺฑิจฺจนฺติอาทโย ตโย กาลาติกฺกเม กิจฺจนิทฺเทสา, ปจฺฉิมา เทฺว ปกตินิทฺเทสา. อยญฺหิ ชราติ อิมินา ปเทน สภาวโต ทีปิตา, เตนสฺสายํ สภาวนิทฺเทโส. ชีรณตาติ อิมินา อาการโต, เตนสฺสายํ อาการนิทฺเทโส. ขณฺฑิจฺจนฺติ อิมินา กาลาติกฺกเม ทนฺตนขานํ ขณฺฑิตภาวกรณกิจฺจโต. ปาลิจฺจนฺติ อิมินา เกสโลมานํ ปลิตภาวกรณกิจฺจโต. วลิตฺตจตาติ อิมินา มํสํ มิลาเปตฺวา ตจวลิภาวกรณกิจฺจโต ทีปิตา. เตนสฺสา อิเม ขณฺฑิจฺจนฺติอาทโย ตโย กาลาติกฺกเม กิจฺจนิทฺเทสา. เตหิ อิเมสํ วิการานํ ทสฺสนวเสน ปากฏีภูตา ปากฏชรา ทสฺสิตา. ยเถว หิ อุทกสฺส วา วาตสฺส วา อคฺคิโน วา ติณรุกฺขาทีนํ สํภคฺคปลิภคฺคตาย วา ฌามตาย วา คตมคฺโค ปากโฏ โหติ, น จ โส คตมคฺโค ตาเนว อุทกาทีนิ, เอวเมว ชราย ทนฺตาทีสุ ขณฺฑิจฺจาทิวเสน คตมคฺโค ปากโฏ, จกฺขุํ อุมฺมีเลตฺวาปิ คยฺหติ น จ ขณฺฑิจฺจาทีเนว ชรา. น หิ ชรา จกฺขุวิญฺเญยฺยา โหติ.
อายุโน สํหานิ อินฺทฺริยานํ ปริปาโกติ อิเมหิ ปน ปเทหิ กาลาติกฺกเมเยว อภิพฺยตฺตาย อายุกฺขย-จกฺขาทิอินฺทฺริย-ปริปากสญฺญิตาย ปกติยา ทีปิตา. เตนสฺสิเม ปจฺฉิมา เทฺว ปกตินิทฺเทสาติ เวทิตพฺพา. ตตฺถ ยสฺมา ชรํ ปตฺตสฺส อายุ หายติ, ตสฺมา ชรา ‘‘อายุโน สํหานี’’ติ ผลูปจาเรน วุตฺตา. ยสฺมา จ ทหรกาเล สุปฺปสนฺนานิ สุขุมมฺปิ อตฺตโน วิสยํ สุเขเนว คณฺหนสมตฺถานิ จกฺขาทีนิ อินฺทฺริยานิ ชรํ ปตฺตสฺส ปริปกฺกานิ อาลุฬิตานิ อวิสทานิ, โอฬาริกมฺปิ อตฺตโน วิสยํ คเหตุํ อสมตฺถานิ โหนฺติ, ตสฺมา ‘‘อินฺทฺริยานํ ปริปาโก’’ติ ผลูปจาเรเนว วุตฺตา.
สา ปนายํ เอวํ นิทฺทิฏฺฐา สพฺพาปิ ชรา ปากฏา ปฏิจฺฉนฺนาติ ทุวิธา โหติ. ตตฺถ ทนฺตาทีสุ ขณฺฑาทิภาวทสฺสนโต รูปธมฺเมสุ ชรา ปากฏชรา นาม, อรูปธมฺเมสุ ปน ชรา ตาทิสสฺส วิการสฺส อทสฺสนโต ปฏิจฺฉนฺนชรา นาม. ตตฺถ ยฺวายํ ขณฺฑาทิภาโว ทิสฺสติ, โส ตาทิสานํ ทนฺตาทีนํ สุวิญฺเญยฺยตฺตา วณฺโณเยว, ตํ จกฺขุนา ทิสฺวา มโนทฺวาเรน จินฺเตตฺวา ‘‘อิเม ทนฺตา ชราย ปหฏา’’ติ ชรํ ชานาติ อุทกฏฺฐาเน พทฺธานิ โคสีสาทีนิ โอโลเกตฺวา เหฏฺฐา อุทกสฺส อตฺถิภาวํ ชานนํ วิย. ปุน อวีจิ สวีจีติ เอวมฺปิ ทุวิธา โหติ. ตตฺถ มณิ-กนก-รชต-ปวาฬจนฺทสูริยาทีนํ วิย มนฺททสกาทีสุ ปาณีนํ วิย จ ปุปฺผผลปลฺลวาทีสุ จ อปาณีนํ วิย อนฺตรนฺตรา วณฺณวิเสสาทีนํ ทุวิญฺเญยฺยตฺตา ชรา อวีจิชรา นาม, นิรนฺตรชราติ อตฺโถ. ตโต อญฺเญสุ ปน ยถาวุตฺเตสุ อนฺตรนฺตรา วณฺณวิเสสาทีนํ สุวิญฺเญยฺยตฺตา ชรา สวีจิชรา นามาติ เวทิตพฺพา.
อิโต ปรํ เตสํ เตสนฺติอาทิ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. จุติ จวนตาติอาทีสุ ปน จุตีติ จวนกวเสน วุจฺจติ, เอกจตุปญฺจกฺขนฺธสามญฺญวจนเมตํ. จวนตาติ ภาววจเนน ลกฺขณนิทสฺสนํ. เภโทติ จุติกฺขนฺธานํ ภงฺคุปฺปตฺติปริทีปนํ. อนฺตรธานนฺติ ฆฏสฺเสว ภินฺนสฺส ภินฺนานํ จุติกฺขนฺธานํ เยน เกนจิ ปริยาเยน ฐานาภาวปริทีปนํ. มจฺจุ มรณนฺติ มจฺจุสงฺขาตํ มรณํ, เตน สมุจฺเฉทมรณาทีนิ นิเสเธติ. กาโล นาม อนฺตโก, ตสฺส กิริยา กาลกิริยา. เอวํ เตน โลกสมฺมุติยา มรณํ ทีเปติ.
อิทานิ ปรมตฺเถน ทีเปตุํ ขนฺธานํ เภโทติอาทิมาห. ปรมตฺเถน หิ ขนฺธาเยว ภิชฺชนฺติ, น สตฺโต นาม โกจิ มรติ. ขนฺเธสุ ปน ภิชฺชมาเนสุ สตฺโต มรติ, ภินฺเนสุ มโตติ โวหาโร โหติ. เอตฺถ จ จตุปญฺจโวการวเสน ขนฺธานํ เภโท, เอกโวการวเสน กเฬวรสฺส นิกฺเขโป. จตุโวการวเสน จ ขนฺธานํ เภโท, เสสทฺวยวเสน กเฬวรสฺส นิกฺเขโป เวทิตพฺโพ. กสฺมา? ภวทฺวเยปิ รูปกายสงฺขาตสฺส กเฬวรสฺส สพฺภาวโต. อถ วา ยสฺมา จาตุมหาราชิกาทีสุ ขนฺธา ภิชฺชนฺเตว, น กิญฺจิ นิกฺขิปติ, ตสฺมา เตสํ วเสน ขนฺธานํ เภโท, มนุสฺสาทีสุ กเฬวรสฺส นิกฺเขโป. เอตฺถ จ กเฬวรสฺส นิกฺเขปการณโต มรณํ ‘‘กเฬวรสฺส นิกฺเขโป’’ติ วุตฺตนฺติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อิติ อยญฺจ ชรา อิทญฺจ มรณํ, อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเวติ อิทํ อุภยมฺปิ เอกโต กตฺวา ชรามรณนฺติ กถียติ.
ชาตินิทฺเทเส ชาติ สญฺชาตีติอาทีสุ ชายนฏฺเฐน ชาติ, สา อปริปุณฺณายตนวเสน ยุตฺตา. สญฺชายนฏฺเฐน สญฺชาติ, สา ปริปุณฺณายตนวเสน ยุตฺตา. โอกฺกมนฏฺเฐน โอกฺกนฺติ, สา อณฺฑชชลาพุชวเสน ยุตฺตา. เต หิ อณฺฑโกสญฺจ วตฺถิโกสญฺจ โอกฺกมนฺตา ปวิสนฺตา วิย ปฏิสนฺธึ คณฺหนฺติ. อภินิพฺพตฺตนฏฺเฐน อภินิพฺพตฺติ, สา สํเสทชโอปปาติกวเสน ยุตฺตา. เต หิ ปากฏาเยว หุตฺวา นิพฺพตฺตนฺติ. อยํ ตาว โวหารเทสนา.
อิทานิ ปรมตฺถเทสนา โหติ. ขนฺธาเยว หิ ปรมตฺถโต ปาตุภวนฺติ, น สตฺโต. ตตฺถ จ ขนฺธานนฺติ เอกโวการภเว เอกสฺส, จตุโวการภเว จตุนฺนํ, ปญฺจโวการภเว ปญฺจนฺนมฺปิ คหณํ เวทิตพฺพํ. ปาตุภาโวติ อุปฺปตฺติ. อายตนานนฺติ เอตฺถ ตตฺร ตตฺร อุปฺปชฺชมานายตนวเสน สงฺคโห เวทิตพฺโพ. ปฏิลาโภติ สนฺตติยํ ปาตุภาโวเยว. ปาตุภวนฺตาเนว หิ ตานิ ปฏิลทฺธานิ นาม โหนฺติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ชาตีติ อิมินา ปเทน โวหารโต ปรมตฺถโต จ เทสิตาย ชาติยา นิคมนํ กโรตีติ.
ภวนิทฺเทเส กามภโวติ กมฺมภโว จ อุปปตฺติภโว จ. ตตฺถ กมฺมภโว นาม กามภวูปคกมฺมเมว. ตญฺหิ ตตฺถ อุปปตฺติภวสฺส การณตฺตา ‘‘สุโข พุทฺธานํ อุปฺปาโท (ธ. ป. ๑๙๔) ทุกฺโข ปาปสฺส อุจฺจโย’’ติอาทีนิ (ธ. ป. ๑๑๗) วิย ผลโวหาเรน ภโวติ วุตฺตํ. อุปปตฺติภโว นาม เตน กมฺเมน นิพฺพตฺตํ อุปาทิณฺณกฺขนฺธปญฺจกํ. ตญฺหิ ตตฺถ ภวตีติ กตฺวา ภโวติ วุตฺตํ. สพฺพถาปิ อิทํ กมฺมญฺจ อุปปตฺติญฺจ อุภยมฺเปตมิธ ‘‘กามภโว’’ติ วุตฺตํ. เอส นโย รูปารูปภเวสูติ.
อุปาทานนิทฺเทเส กามุปาทานนฺติอาทีสุ วตฺถุกามํ อุปาทิยนฺติ เอเตน, สยํ วา ตํ อุปาทิยตีติ กามุปาทานํ, กาโม จ โส อุปาทานญฺจาติ กามุปาทานํ. อุปาทานนฺติ ทฬฺหคฺคหณํ วุจฺจติ. ทฬฺหตฺโถ หิ เอตฺถ อุปสทฺโท อุปายาสอุปกฏฺฐาทีสุ วิย. ปญฺจกามคุณิกราคสฺเสตํ อธิวจนํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถารโต ปเนตํ, ‘‘ตตฺถ กตมํ กามุปาทานํ? โย กาเมสุ กามจฺฉนฺโท’’ติ (ธ. ส. ๑๒๒๐; วิภ. ๙๓๘) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
ตถา ทิฏฺฐิ จ สา อุปาทานญฺจาติ ทิฏฺฐุปาทานํ. อถ วา ทิฏฺฐึ อุปาทิยติ, อุปาทิยนฺติ วา เอเตน ทิฏฺฐินฺติ ทิฏฺฐุปาทานํ. อุปาทิยติ หิ ปุริมทิฏฺฐึ อุตฺตรทิฏฺฐิ, อุปาทิยนฺติ จ ตาย ทิฏฺฐึ. ยถาห – ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จ อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’’นฺติอาทิ (ม. นิ. ๓.๒๗). สีลพฺพตุปาทานอตฺตวาทุปาทานวชฺชสฺส สพฺพทิฏฺฐิคตสฺเสตํ อธิวจนํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปเนตํ, ‘‘ตตฺถ กตมํ ทิฏฺฐุปาทานํ? นตฺถิ ทินฺน’’นฺติ (ธ. ส. ๑๒๒๑) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
ตถา สีลพฺพตมุปาทิยนฺติ เอเตน, สยํ วา ตํ อุปาทิยติ, สีลพฺพตญฺจ ตํ อุปาทานญฺจาติ วา สีลพฺพตุปาทานํ. โคสีลโควตาทีนิ หิ ‘‘เอวํ สุทฺธี’’ติ (ธ. ส. ๑๒๒๒; วิภ. ๙๓๘) อภินิเวสโต สยเมว อุปาทานานีติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปเนตํ, ‘‘ตตฺถ กตมํ สีลพฺพตุปาทานํ? อิโต พหิทฺธา สมณพฺราหฺมณานํ สีเลน สุทฺธี’’ติ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
อิทานิ วทนฺติ เอเตนาติ วาโท, อุปาทิยนฺติ เอเตนาติ อุปาทานํ, กึ วทนฺติ อุปาทิยนฺติ วา? อตฺตานํ. อตฺตโน วาทุปาทานํ อตฺตวาทุปาทานํ. อตฺตวาทมตฺตเมว วา อตฺตาติ อุปาทิยนฺติ เอเตนาติ อตฺตวาทุปาทานํ. วีสติวตฺถุกาย สกฺกายทิฏฺฐิยา เอตํ อธิวจนํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปเนตํ, ‘‘ตตฺถ กตมํ อตฺตวาทุปาทานํ? อิธ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน อริยานํ อทสฺสาวี’’ติ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
ตณฺหานิทฺเทเส รูปตณฺหา…เป… ธมฺมตณฺหาติ เอตํ จกฺขุทฺวาราทีสุ ชวนวีถิยา ปวตฺตาย ตณฺหาย ‘‘เสฏฺฐิปุตฺโต พฺราหฺมณปุตฺโต’’ติ เอวมาทีสุ ปิติโต นามํ วิย ปิติสทิสารมฺมณโต นามํ. เอตฺถ จ รูปารมฺมณา ตณฺหา, รูเป ตณฺหาติ รูปตณฺหา. สา กามราคภาเวน รูปํ อสฺสาเทนฺตี ปวตฺตมานา กามตณฺหา, สสฺสตทิฏฺฐิสหคตราคภาเวน ‘‘รูปํ นิจฺจํ ธุวํ สสฺสต’’นฺติ เอวํ อสฺสาเทนฺตี ปวตฺตมานา ภวตณฺหา, อุจฺเฉททิฏฺฐิสหคตราคภาเวน ‘‘รูปํ อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ เปจฺจ น ภวตี’’ติ เอวํ อสฺสาเทนฺตี ปวตฺตมานา วิภวตณฺหาติ รูปตณฺหา เอวํ ติวิธา โหติ. ยถา จ รูปตณฺหา, ตถา สทฺทตณฺหาทโยปีติ เอวํ ตานิ อฏฺฐารส ตณฺหาวิจริตานิ โหนฺติ. ตานิ อชฺฌตฺตรูปาทีสุ อฏฺฐารส, พหิทฺธารูปาทีสุ อฏฺฐารสาติ ฉตฺตึส. อิติ อตีตานิ ฉตฺตึส, อนาคตานิ ฉตฺตึส, ปจฺจุปฺปนฺนานิ ฉตฺตึสาติ เอวํ อฏฺฐสตํ ตณฺหาวิจริตานิ โหนฺติ. ‘‘อชฺฌตฺติกสฺส อุปาทาย อสฺมีติ โหติ, อิตฺถสฺมีติ โหตี’’ติ (วิภ. ๙๗๓) วา เอวมาทีนิ อชฺฌตฺติกรูปาทินิสฺสิตานิ อฏฺฐารส, ‘‘พาหิรสฺส อุปาทาย อิมินา อสฺมีติ โหติ, อิมินา อิตฺถสฺมีติ โหตี’’ติ (วิภ. ๙๗๕) วา เอวมาทีนิ พาหิรรูปาทินิสฺสิตานิ อฏฺฐารสาติ ฉตฺตึส, อิติ อตีตานิ ฉตฺตึส, อนาคตานิ ฉตฺตึส, ปจฺจุปฺปนฺนานิ ฉตฺตึสาติ เอวมฺปิ อฏฺฐสตํ ตณฺหาวิจริตานิ โหนฺติ. ปุน สงฺคเห กริยมาเน รูปาทีสุ อารมฺมเณสุ ฉเฬว ตณฺหากายา ติสฺโสเยว กามตณฺหาทโย โหนฺตีติ. เอวํ –
‘‘นิทฺเทสตฺเถน นิทฺเทส, วิตฺถารา วิตฺถารสฺส จ;
ปุน สงฺคหโต ตณฺหา, วิญฺญาตพฺพา วิภาวินา’’ติ.
เวทนานิทฺเทเส เวทนากายาติ เวทนาสมูหา. จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา…เป… มโนสมฺผสฺสชาเวทนาติ เอตํ ‘‘จกฺขุสมฺผสฺสชาเวทนา อตฺถิ กุสลา, อตฺถิ อกุสลา, อตฺถิ อพฺยากตา’’ติ เอวํ วิภงฺเค (วิภ. ๓๔) อาคตตฺตา จกฺขุทฺวาราทีสุ ปวตฺตานํ กุสลากุสลาพฺยากตเวทนานํ ‘‘สาริปุตฺโต มนฺตาณิปุตฺโต’’ติ เอวมาทีสุ มาติโต นามํ วิย มาติสทิสโต วตฺถุโต นามํ. วจนตฺโถ ปเนตฺถ – จกฺขุสมฺผสฺสเหตุ ชาตา เวทนา จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนาติ. เอเสว นโย สพฺพตฺถ. อยํ ตาเวตฺถ สพฺพสงฺคาหิกา กถา. วิปากวเสน ปน จกฺขุทฺวาเร เทฺว จกฺขุวิญฺญาณานิ, เทฺว มโนธาตุโย, ติสฺโส มโนวิญฺญาณธาตุโยติ เอตาหิ สมฺปยุตฺตวเสน เวทนา เวทิตพฺพา. เอเสว นโย โสตทฺวาราทีสุ. มโนทฺวาเร มโนวิญฺญาณธาตุสมฺปยุตฺตาว.
ผสฺสนิทฺเทเส จกฺขุสมฺผสฺโสติ จกฺขุมฺหิ สมฺผสฺโส. เอส นโย สพฺพตฺถ. จกฺขุสมฺผสฺโส…เป… กายสมฺผสฺโสติ เอตฺตาวตา จ กุสลากุสลวิปากา ปญฺจวตฺถุกา ทส ผสฺสา วุตฺตา โหนฺติ. มโนสมฺผสฺโสติ อิมินา เสสพาวีสติโลกิยวิปากมนสมฺปยุตฺตา ผสฺสา.
สฬายตนนิทฺเทเส จกฺขายตนนฺติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ วิสุทฺธิมคฺเค ขนฺธนิทฺเทเส เจว อายตนนิทฺเทเส จ วุตฺตเมว.
นามรูปนิทฺเทเส นมนลกฺขณํ นามํ. รุปฺปนลกฺขณํ รูปํ. วิภชเน ปนสฺส เวทนาติ เวทนากฺขนฺโธ, สญฺญาติ สญฺญากฺขนฺโธ, เจตนา ผสฺโส มนสิกาโรติ สงฺขารกฺขนฺโธ เวทิตพฺโพ. กามญฺจ อญฺเญปิ สงฺขารกฺขนฺธสงฺคหิตา ธมฺมา สนฺติ, อิเม ปน ตโย สพฺพทุพฺพเลสุปิ จิตฺเตสุ สนฺติ, ตสฺมา เอเตสํเยว วเสเนตฺถ สงฺขารกฺขนฺโธ ทสฺสิโต. จตฺตาโร จ มหาภูตาติ เอตฺถ จตฺตาโรติ คณนปริจฺเฉโท. มหาภูตาติ ปถวีอาปเตชวายานเมตํ อธิวจนํ. เยน ปน การเณน ตานิ มหาภูตานีติ วุจฺจนฺติ, โย เจตฺถ อญฺโญ วินิจฺฉยนโย, โส สพฺโพ วิสุทฺธิมคฺเค รูปกฺขนฺธนิทฺเทเส วุตฺโต. จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทายาติ เอตฺถ ปน จตุนฺนนฺติ อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ, จตฺตาริ มหาภูตานีติ วุตฺตํ โหติ. อุปาทายาติ อุปาทิยิตฺวา, คเหตฺวาติ อตฺโถ. นิสฺสายาติปิ เอเก. ‘‘วตฺตมาน’’นฺติ อยญฺเจตฺถ ปาฐเสโส. สมูหตฺเถ วา เอตํ สามิวจนํ, จตุนฺนํ มหาภูตานํ สมูหํ อุปาทาย วตฺตมานํ รูปนฺติ เอตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอวํ สพฺพถาปิ ยานิ จ จตฺตาริ ปถวีอาทีนิ มหาภูตานิ, ยญฺจ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วตฺตมานํ จกฺขายตนาทิเภเทน อภิธมฺมปาฬิยเมว วุตฺตํ เตวีสติวิธํ รูปํ, ตํ สพฺพมฺปิ รูปนฺติ เวทิตพฺพํ.
วิญฺญาณนิทฺเทเส จกฺขุวิญฺญาณนฺติ จกฺขุมฺหิ วิญฺญาณํ, จกฺขุโต วา ชาตํ วิญฺญาณนฺติ จกฺขุวิญฺญาณํ. เอวํ โสตฆานชิวฺหากายวิญฺญาณานิ. อิตรํ ปน มโนเยว วิญฺญาณนฺติ มโนวิญฺญาณํ. ทฺวิปญฺจวิญฺญาณวชฺชิตเตภูมกวิปากจิตฺตสฺเสตํ อธิวจนํ.
สงฺขารนิทฺเทเส อภิสงฺขรณลกฺขโณ สงฺขาโร. วิภชเน ปนสฺส กายสงฺขาโรติ กายโต ปวตฺตสงฺขาโร. กายทฺวาเร โจปนวเสน ปวตฺตานํ กามาวจรกุสลโต อฏฺฐนฺนํ, อกุสลโต ทฺวาทสนฺนนฺติ วีสติยา กายสญฺเจตนานเมตํ อธิวจนํ. วจีสงฺขาโรติ วจนโต ปวตฺตสงฺขาโร, วจีทฺวาเร วจนเภทวเสน ปวตฺตานํ วีสติยา เอว วจีสญฺเจตนานเมตํ อธิวจนํ. จิตฺตสงฺขาโรติ จิตฺตโต ปวตฺตสงฺขาโร, กายวจีทฺวาเร โจปนํ อกตฺวา รโห นิสีทิตฺวา จินฺเตนฺตสฺส ปวตฺตานํ โลกิยกุสลากุสลวเสน เอกูนตึสมโนสญฺเจตนานเมตํ อธิวจนํ.
อวิชฺชานิทฺเทเส ทุกฺเข อญฺญาณนฺติ ทุกฺขสจฺเจ อญฺญาณํ, โมหสฺเสตํ อธิวจนํ. เอส นโย ทุกฺขสมุทเย อญฺญาณนฺติอาทีสุ. ตตฺถ จตูหิ การเณหิ ทุกฺเข อญฺญาณํ เวทิตพฺพํ อนฺโตคธโต วตฺถุโต อารมฺมณโต ปฏิจฺฉาทนโต จ. ตถา หิ ตํ ทุกฺขสจฺจปริยาปนฺนตฺตา ทุกฺเข อนฺโตคธํ, ทุกฺขสจฺจญฺจสฺส นิสฺสยปจฺจยภาเวน วตฺถุ, อารมฺมณปจฺจยภาเวน อารมฺมณํ, ทุกฺขสจฺจํ เอตํ ปฏิจฺฉาเทติ ตสฺส ยาถาวลกฺขณปฏิเวธนิวารเณน ญาณปฺปวตฺติยา เจตฺถ อปฺปทาเนน.
ทุกฺขสมุทเย อญฺญาณํ ตีหิ การเณหิ เวทิตพฺพํ วตฺถุโต อารมฺมณโต ปฏิจฺฉาทนโต จ. นิโรเธ ปฏิปทาย จ อญฺญาณํ เอเกเนว การเณน เวทิตพฺพํ ปฏิจฺฉาทนโต. นิโรธปฏิปทานญฺหิ ปฏิจฺฉาทกเมว อญฺญาณํ เตสํ ยาถาวลกฺขณปฏิเวธนิวารเณน เตสุ จ ญาณปฺปวตฺติยา อปฺปทาเนน. น ปน ตํ ตตฺถ อนฺโตคธํ ตสฺมึ สจฺจทฺวเย อปริยาปนฺนตฺตา, น ตสฺส ตํ สจฺจทฺวยํ วตฺถุ อสหชาตตฺตา, นารมฺมณํ, ตทารพฺภ อปฺปวตฺตนโต. ปจฺฉิมญฺหิ สจฺจทฺวยํ คมฺภีรตฺตา ทุทฺทสํ, น ตตฺถ อนฺธภูตํ อญฺญาณํ ปวตฺตติ. ปุริมํ ปน วจนียตฺเตน สภาวลกฺขณสฺส ทุทฺทสตฺตา คมฺภีรํ, ตตฺถ วิปลฺลาสคาหวเสน ปวตฺตติ.
อปิจ ‘‘ทุกฺเข’’ติ เอตฺตาวตา สงฺคหโต วตฺถุโต อารมฺมณโต กิจฺจโต จ อวิชฺชา ทีปิตา. ‘‘ทุกฺขสมุทเย’’ติ เอตฺตาวตา วตฺถุโต อารมฺมณโต กิจฺจโต จ. ‘‘ทุกฺขนิโรเธ ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทายา’’ติ เอตฺตาวตา กิจฺจโต. อวิเสสโต ปน ‘‘อญฺญาณ’’นฺติ เอเตน สภาวโต นิทฺทิฏฺฐาติ ญาตพฺพา.
อิติ โข, ภิกฺขเวติ เอวํ โข, ภิกฺขเว. นิโรโธ โหตีติ อนุปฺปาโท โหติ. อปิเจตฺถ สพฺเพเหว เตหิ นิโรธปเทหิ นิพฺพานํ เทสิตํ. นิพฺพานญฺหิ อาคมฺม เต เต ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ, ตสฺมา ตํ เตสํ เตสํ นิโรโธติ วุจฺจติ. อิติ ภควา อิมสฺมึ สุตฺเต ทฺวาทสหิ ปเทหิ วฏฺฏวิวฏฺฏํ เทเสนฺโต อรหตฺตนิกูเฏเนว เทสนํ นิฏฺฐเปสิ. เทสนาปริโยสาเน วุตฺตนเยเนว ปญฺจสตา ภิกฺขู อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสูติ.
วิภงฺคสุตฺตํ ทุติยํ.
๓. ปฏิปทาสุตฺตวณฺณนา
๓. ตติเย มิจฺฉาปฏิปทนฺติ อยํ ตาว อนิยฺยานิกปฏิปทา. นนุ จ อวิชฺชาปจฺจยา ปุญฺญาภิสงฺขาโรปิ อตฺถิ อาเนญฺชาภิสงฺขาโรปิ, โส กถํ มิจฺฉาปฏิปทา โหตีติ. วฏฺฏสีสตฺตา. ยญฺหิ กิญฺจิ ภวตฺตยสงฺขาตํ วฏฺฏํ ปตฺเถตฺวา ปวตฺติตํ, อนฺตมโส ปญฺจาภิญฺญา อฏฺฐ วา ปน สมาปตฺติโย, สพฺพํ ตํ วฏฺฏปกฺขิยํ วฏฺฏสีสนฺติ วฏฺฏสีสตฺตา มิจฺฉาปฏิปทาว โหติ. ยํ ปน กิญฺจิ วิวฏฺฏํ นิพฺพานํ ปตฺเถตฺวา ปวตฺติตํ, อนฺตมโส อุฬุงฺกยาคุมตฺตทานมฺปิ ปณฺณมุฏฺฐิทานมตฺตมฺปิ, สพฺพํ ตํ วิวฏฺฏปกฺขิยํ วิวฏฺฏนิสฺสิตํ, วิวฏฺฏปกฺขิกตฺตา สมฺมาปฏิปทาว โหติ. อปฺปมตฺตกมฺปิ หิ ปณฺณมุฏฺฐิมตฺตทานกุสลํ วา โหตุ มหนฺตํ เวลามทานาทิกุสลํ วา, สเจ วฏฺฏสมฺปตฺตึ ปตฺเถตฺวา วฏฺฏนิสฺสิตวเสน มิจฺฉา ฐปิตํ โหติ, วฏฺฏเมว อาหริตุํ สกฺโกติ, โน วิวฏฺฏํ. ‘‘อิทํ เม ทานํ อาสวกฺขยาวหํ โหตู’’ติ เอวํ ปน วิวฏฺฏํ ปตฺเถนฺเตน วิวฏฺฏวเสน สมฺมา ฐปิตํ อรหตฺตมฺปิ ปจฺเจกโพธิญาณมฺปิ สพฺพญฺญุตญฺญาณมฺปิ ทาตุํ สกฺโกติเยว, น อรหตฺตํ อปฺปตฺวา ปริโยสานํ คจฺฉติ. อิติ อนุโลมวเสน มิจฺฉาปฏิปทา, ปฏิโลมวเสน สมฺมาปฏิปทา เทสิตาติ เวทิตพฺพา. นนุ เจตฺถ ปฏิปทา ปุจฺฉิตา, นิพฺพานํ ภาชิตํ, นิยฺยาตเนปิ ปฏิปทาว นิยฺยาติตา. น จ นิพฺพานสฺส ปฏิปทาติ นามํ, สวิปสฺสนานํ ปน จตุนฺนํ มคฺคานเมตํ นามํ, ตสฺมา ปุจฺฉานิยฺยาตเนหิ ปทภาชนํ น สเมตีติ. โน น สเมติ, กสฺมา? ผเลน ปฏิปทาย ทสฺสิตตฺตา. ผเลน เหตฺถ ปฏิปทา ทสฺสิตา. ‘‘อวิชฺชาย เตฺวว อเสสวิราคนิโรธา สงฺขารนิโรโธ’’ติ เอตํ นิโรธสงฺขาตํ นิพฺพานํ ยสฺสา ปฏิปทาย ผลํ, อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สมฺมาปฏิปทาติ อยเมตฺถ อตฺโถ. อิมสฺมิญฺจ อตฺเถ อเสสวิราคนิโรธาติ เอตฺถ วิราโค นิโรธสฺเสว เววจนํ, อเสสวิราคา อเสสนิโรธาติ อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย. เยน วา วิราคสงฺขาเตน มคฺเคน อเสสนิโรโธ โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ เอตํ ปทภาชนํ วุตฺตํ. เอวญฺหิ สติ สานุภาวา ปฏิปทา วิภตฺตา โหติ. อิติ อิมสฺมิมฺปิ สุตฺเต วฏฺฏวิวฏฺฏเมว กถิตนฺติ. ตติยํ.
๔. วิปสฺสีสุตฺตวณฺณนา
๔. จตุตฺเถ วิปสฺสิสฺสาติ ตสฺส กิร โพธิสตฺตสฺส ยถา โลกิยมนุสฺสานํ กิญฺจิเทว ปสฺสนฺตานํ ปริตฺตกมฺมาภินิพฺพตฺตสฺส กมฺมชปสาทสฺส ทุพฺพลตฺตา อกฺขีนิ วิปฺผนฺทนฺติ, น เอวํ วิปฺผนฺทึสุ. พลวกมฺมนิพฺพตฺตสฺส ปน กมฺมชปสาทสฺส พลวตฺตา อวิปฺผนฺทนฺเตหิ อนิมิเสหิ เอว อกฺขีหิ ปสฺสิ เสยฺยถาปิ เทวา ตาวตึสา. เตน วุตฺตํ – ‘‘อนิมิสนฺโต กุมาโร เปกฺขตีติ โข, ภิกฺขเว, วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส ‘วิปสฺสี วิปสฺสี’เตฺวว สมญฺญา อุทปาที’’ติ (ที. นิ. ๒.๔๐). อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – อนฺตรนฺตรา นิมิสชนิตนฺธการวิรเหน วิสุทฺธํ ปสฺสติ, วิวเฏหิ วา อกฺขีหิ ปสฺสตีติ วิปสฺสี. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ ปจฺฉิมภวิกานํ สพฺพโพธิสตฺตานํ พลวกมฺมนิพฺพตฺตสฺส กมฺมชปสาทสฺส พลวตฺตา อกฺขีนิ น วิปฺผนฺทนฺติ, โส ปน โพธิสตฺโต เอเตเนว นามํ ลภิ.
อปิจ วิเจยฺย วิเจยฺย ปสฺสตีติ วิปสฺสี, วิจินิตฺวา วิจินิตฺวา ปสฺสตีติ อตฺโถ. เอกทิวสํ กิร วินิจฺฉยฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา อตฺเถ อนุสาสนฺตสฺส รญฺโญ อลงฺกตปฏิยตฺตํ มหาปุริสํ อาหริตฺวา องฺเก ฐปยึสุ. ตสฺส ตํ องฺเก กตฺวา ปลาฬยมานสฺเสว อมจฺจา สามิกํ อสฺสามิกํ อกํสุ. โพธิสตฺโต อนตฺตมนสทฺทํ นิจฺฉาเรสิ. ราชา ‘‘กิเมตํ อุปธาเรถา’’ติ อาห. อุปธารยมานา อญฺญํ อทิสฺวา ‘‘อฏฺฏสฺส ทุพฺพินิจฺฉิตตฺตา เอวํ กตํ ภวิสฺสตี’’ติ ปุน สามิกเมว สามิกํ กตฺวา ‘‘ญตฺวา นุ โข กุมาโร เอวํ กโรตี’’ติ? วีมํสนฺตา ปุน สามิกํ อสฺสามิกมกํสุ. ปุน โพธิสตฺโต ตเถว สทฺทํ นิจฺฉาเรสิ. อถ ราชา ‘‘ชานาติ มหาปุริโส’’ติ ตโต ปฏฺฐาย อปฺปมตฺโต อโหสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘วิเจยฺย วิเจยฺย กุมาโร อตฺเถ ปนายติ ญาเยนาติ โข, ภิกฺขเว, วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส ภิยฺโยโสมตฺตาย ‘วิปสฺสี วิปสฺสี’เตฺวว สมญฺญา อุทปาที’’ติ (ที. นิ. ๒.๔๑).
ภควโตติ ภาคฺยสมฺปนฺนสฺส. อรหโตติ ราคาทิอรีนํ หตตฺตา, สํสารจกฺกสฺส วา อรานํ หตตฺตา, ปจฺจยานํ วา อรหตฺตา อรหาติ เอวํ คุณโต อุปฺปนฺนนามเธยฺยสฺส. สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสาติ สมฺมา นเยน เหตุนา สามํ ปจฺจตฺตปุริสกาเรน จตฺตาริ สจฺจานิ พุทฺธสฺส. ปุพฺเพว สมฺโพธาติ สมฺโพโธ วุจฺจติ จตูสุ มคฺเคสุ ญาณํ, ตโต ปุพฺเพว. โพธิสตฺตสฺเสว สโตติ เอตฺถ โพธีติ ญาณํ, โพธิมา สตฺโต โพธิสตฺโต, ญาณวา ปญฺญวา ปณฺฑิโตติ อตฺโถ. ปุริมพุทฺธานญฺหิ ปาทมูเล อภินีหารโต ปฏฺฐาย ปณฺฑิโตว โส สตฺโต, น อนฺธพาโลติ โพธิสตฺโต. ยถา วา อุทกโต อุคฺคนฺตฺวา ฐิตํ ปริปากคตํ ปทุมํ สูริยรสฺมิสมฺผสฺเสน อวสฺสํ พุชฺฌิสฺสตีติ พุชฺฌนกปทุมนฺติ วุจฺจติ, เอวํ พุทฺธานํ สนฺติเก พฺยากรณสฺส ลทฺธตฺตา อวสฺสํ อนนฺตราเยน ปารมิโย ปูเรตฺวา พุชฺฌิสฺสตีติ พุชฺฌนกสตฺโตติปิ โพธิสตฺโต. ยา จ เอสา จตุมคฺคญาณสงฺขาตา โพธิ, ตํ ปตฺถยมาโน ปวตฺตตีติ โพธิยํ สตฺโต อาสตฺโตติปิ โพธิสตฺโต. เอวํ คุณโต อุปฺปนฺนนามวเสน โพธิสตฺตสฺเสว สโต. กิจฺฉนฺติ ทุกฺขํ. อาปนฺโนติ อนุปฺปตฺโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อโห อยํ สตฺตโลโก ทุกฺขํ อนุปฺปตฺโตติ. จวติ จ อุปปชฺชติ จาติ อิทํ อปราปรํ จุติปฏิสนฺธิวเสน วุตฺตํ. นิสฺสรณนฺติ นิพฺพานํ. ตญฺหิ ชรามรณทุกฺขโต นิสฺสฏตฺตา ตสฺส นิสฺสรณนฺติ วุจฺจติ. กุทาสฺสุ นามาติ กตรสฺมึ นุ โข กาเล.
โยนิโส มนสิการาติ อุปายมนสิกาเรน ปถมนสิกาเรน. อหุ ปญฺญาย อภิสมโยติ ปญฺญาย สทฺธึ ชรามรณการณสฺส อภิสมโย สมวาโย สมาโยโค อโหสิ, ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ อิทํ เตน ทิฏฺฐนฺติ อตฺโถ. อถ วา โยนิโส มนสิการา อหุ ปญฺญายาติ โยนิโส มนสิกาเรน จ ปญฺญาย จ อภิสมโย อหุ. ‘‘ชาติยา โข สติ ชรามรณ’’นฺติ, เอวํ ชรามรณการณสฺส ปฏิเวโธ อโหสีติ อตฺโถ. เอส นโย สพฺพตฺถ.
อิติ หิทนฺติ เอวมิทํ. สมุทโย สมุทโยติ เอกาทสสุ ฐาเนสุ สงฺขาราทีนํ สมุทยํ สมฺปิณฺเฑตฺวา นิทฺทิสติ. ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสูติ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารานํ สมุทโย โหตี’’ติ. เอวํ อิโต ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ, จตูสุ วา อริยสจฺจธมฺเมสุ. จกฺขุนฺติอาทีนิ ญาณเววจนาเนว. ญาณเมว เหตฺถ ทสฺสนฏฺเฐน จกฺขุ, ญาตฏฺเฐน ญาณํ, ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา, ปฏิเวธนฏฺเฐน วิชฺชา, โอภาสนฏฺเฐน อาโลโกติ วุตฺตํ. ตํ ปเนตํ จตูสุ สจฺเจสุ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกํ นิทฺทิฏฺฐนฺติ เวทิตพฺพํ. นิโรธวาเรปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. จตุตฺถํ.
๕-๑๐. สิขีสุตฺตาทิวณฺณนา
๕-๑๐. ปญฺจมาทีสุ สิขิสฺส, ภิกฺขเวติอาทีนํ ปทานํ ‘‘สิขิสฺสปิ, ภิกฺขเว’’ติ น เอวํ โยเชตฺวา อตฺโถ เวทิตพฺโพ. กสฺมา? เอกาสเน อเทสิตตฺตา. นานาฐาเนสุ หิ เอตานิ เทสิตานิ, อตฺโถ ปน สพฺพตฺถ สทิโสเยว. สพฺพโพธิสตฺตานญฺหิ โพธิปลฺลงฺเก นิสินฺนานํ น อญฺโญ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา อาจิกฺขติ – ‘‘อตีเต โพธิสตฺตา ปจฺจยาการํ สมฺมสิตฺวา พุทฺธา ชาตา’’ติ. ยถา ปน ปฐมกปฺปิกกาเล เทเว วุฏฺเฐ อุทกสฺส คตมคฺเคเนว อปราปรํ วุฏฺฐิอุทกํ คจฺฉติ, เอวํ เตหิ เตหิ ปุริมพุทฺเธหิ คตมคฺเคเนว ปจฺฉิมา ปจฺฉิมา คจฺฉนฺติ. สพฺพโพธิสตฺตา หิ อานาปานจตุตฺถชฺฌานโต วุฏฺฐาย ปจฺจยากาเร ญาณํ โอตาเรตฺวา ตํ อนุโลมปฏิโลมํ สมฺมสิตฺวา พุทฺธา โหนฺตีติ ปฏิปาฏิยา สตฺตสุ สุตฺเตสุ พุทฺธวิปสฺสนา นาม กถิตาติ.
พุทฺธวคฺโค ปฐโม.
๒. อาหารวคฺโค
๑. อาหารสุตฺตวณฺณนา
๑๑. อาหารวคฺคสฺส ปฐเม อาหาราติ ปจฺจยา. ปจฺจยา หิ อาหรนฺติ อตฺตโน ผลํ, ตสฺมา อาหาราติ วุจฺจนฺติ. ภูตานํ วา สตฺตานนฺติอาทีสุ ภูตาติ ชาตา นิพฺพตฺตา. สมฺภเวสิโนติ เย สมฺภวํ ชาตึ นิพฺพตฺตึ เอสนฺติ คเวสนฺติ. ตตฺถ จตูสุ โยนีสุ อณฺฑชชลาพุชา สตฺตา ยาว อณฺฑโกสํ วตฺถิโกสญฺจ น ภินฺทนฺติ, ตาว สมฺภเวสิโน นาม, อณฺฑโกสํ วตฺถิโกสญฺจ ภินฺทิตฺวา พหิ นิกฺขนฺตา ภูตา นาม. สํเสทชา โอปปาติกา จ ปฐมจิตฺตกฺขเณ สมฺภเวสิโน นาม, ทุติยจิตฺตกฺขณโต ปภุติ ภูตา นาม. เยน วา อิริยาปเถน ชายนฺติ, ยาว ตโต อญฺญํ น ปาปุณนฺติ, ตาว สมฺภเวสิโน นาม, ตโต ปรํ ภูตา นาม. อถ วา ภูตาติ ชาตา อภินิพฺพตฺตา, เย ภูตา อภินิพฺพตฺตาเยว, น ปุน ภวิสฺสนฺตีติ สงฺขํ คจฺฉนฺติ, เตสํ ขีณาสวานํ เอตํ อธิวจนํ. สมฺภวเมสนฺตีติ สมฺภเวสิโน. อปฺปหีนภวสํโยชนตฺตา อายติมฺปิ สมฺภวํ เอสนฺตานํ เสกฺขปุถุชฺชนานเมตํ อธิวจนํ. เอวํ สพฺพถาปิ อิเมหิ ทฺวีหิ ปเทหิ สพฺพสตฺเต ปริยาทิยติ. วาสทฺโท เจตฺถ สมฺปิณฺฑนตฺโถ, ตสฺมา ภูตานญฺจ สมฺภเวสีนญฺจาติ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ฐิติยาติ ฐิตตฺถํ. อนุคฺคหายาติ อนุคฺคหตฺถํ. วจนเภโทเยว เจส, อตฺโถ ปน ทฺวินฺนมฺปิ ปทานํ เอโกเยว. อถ วา ฐิติยาติ ตสฺส ตสฺส สตฺตสฺส อุปฺปนฺนธมฺมานํ อนุปฺปพนฺธวเสน อวิจฺเฉทาย. อนุคฺคหายาติ อนุปฺปนฺนานํ อุปฺปาทาย. อุโภปิ เจตานิ ‘‘ภูตานํ วา ฐิติยา เจว อนุคฺคหาย จ, สมฺภเวสีนํ วา ฐิติยา เจว อนุคฺคหาย จา’’ติ เอวํ อุภยตฺถ ทฏฺฐพฺพานีติ.
กพฬีกาโร อาหาโรติ กพฬํ กตฺวา อชฺโฌหริตพฺพโก อาหาโร, โอทนกุมฺมาสาทิวตฺถุกาย โอชาเยตํ อธิวจนํ. โอฬาริโก วา สุขุโม วาติ วตฺถุโอฬาริกตาย โอฬาริโก, สุขุมตาย สุขุโม. สภาเวน ปน สุขุมรูปปริยาปนฺนตฺตา กพฬีกาโร อาหาโร สุขุโมว โหติ. สาปิ จสฺส วตฺถุโต โอฬาริกตา สุขุมตา จ อุปาทายุปาทาย เวทิตพฺพา. กุมฺภีลานญฺหิ อาหารํ อุปาทาย โมรานํ อาหาโร สุขุโม. กุมฺภีลา กิร ปาสาเณ คิลนฺติ, เต จ เนสํ กุจฺฉิปฺปตฺตา วิลียนฺติ. โมรา สปฺปวิจฺฉิกาทิปาเณ ขาทนฺติ. โมรานํ ปน อาหารํ อุปาทาย ตรจฺฉานํ อาหาโร สุขุโม. เต กิร ติวสฺสฉฑฺฑิตานิ วิสาณานิ เจว อฏฺฐีนิ จ ขาทนฺติ, ตานิ จ เนสํ เขเฬน เตมิตมตฺตาเนว กนฺทมูลํ วิย มุทุกานิ โหนฺติ. ตรจฺฉานํ อาหารํ อุปาทาย หตฺถีนํ อาหาโร สุขุโม. เต หิ นานารุกฺขสาขาทโย ขาทนฺติ. หตฺถีนํ อาหารโต ควยโคกณฺณมิคาทีนํ อาหาโร สุขุโม. เต กิร นิสฺสารานิ นานารุกฺขปณฺณาทีนิ ขาทนฺติ. เตสมฺปิ อาหารโต คุนฺนํ อาหาโร สุขุโม. เต อลฺลสุกฺขติณานิ ขาทนฺติ. เตสํ อาหารโต สสานํ อาหาโร สุขุโม. สสานํ อาหารโต สกุณานํ อาหาโร สุขุโม. สกุณานํ อาหารโต ปจฺจนฺตวาสีนํ อาหาโร สุขุโม. ปจฺจนฺตวาสีนํ อาหารโต คามโภชกานํ อาหาโร สุขุโม. คามโภชกานํ อาหารโต ราชราชมหามตฺตานํ อาหาโร สุขุโม. เตสมฺปิ อาหารโต จกฺกวตฺติโน อาหาโร สุขุโม. จกฺกวตฺติโน อาหารโต ภุมฺมานํ เทวานํ อาหาโร สุขุโม. ภุมฺมานํ เทวานํ อาหารโต จาตุมหาราชิกานํ. เอวํ ยาว ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ อาหารา วิตฺถาเรตพฺพา. เตสํ ปนาหาโร สุขุโมเตฺวว นิฏฺฐํ ปตฺโต.
เอตฺถ จ โอฬาริเก วตฺถุสฺมึ โอชา ปริตฺตา โหติ ทุพฺพลา, สุขุเม พลวตี. ตถา หิ เอกปตฺตปูรมฺปิ ยาคุํ ปีโต มุหุตฺเตเนว ชิฆจฺฉิโต โหติ ยํกิญฺจิเทว ขาทิตุกาโม, สปฺปึ ปน ปสตมตฺตํ ปิวิตฺวา ทิวสํ อโภตฺตุกาโม โหติ. ตตฺถ วตฺถุ กมฺมชเตชสงฺขาตํ ปริสฺสยํ วิโนเทติ, น ปน สกฺโกติ ปาเลตุํ. โอชา ปน ปาเลติ, น สกฺโกติ ปริสฺสยํ วิโนเทตุํ. เทฺว ปน เอกโต หุตฺวา ปริสฺสยญฺเจว วิโนเทนฺติ ปาเลนฺติ จาติ.
ผสฺโส ทุติโยติ จกฺขุสมฺผสฺสาทิ ฉพฺพิโธปิ ผสฺโส เอเตสุ จตูสุ อาหาเรสุ ทุติโย อาหาโรติ เวทิตพฺโพ. เทสนานโย เอว เจส, ตสฺมา อิมินา นาม การเณน ทุติโย ตติโย จาติ อิทเมตฺถ น คเวสิตพฺพํ. มโนสญฺเจตนาติ เจตนาว วุจฺจติ. วิญฺญาณนฺติ จิตฺตํ. อิติ ภควา อิมสฺมึ ฐาเน อุปาทิณฺณกอนุปาทิณฺณกวเสน เอกราสึ กตฺวา จตฺตาโร อาหาเร ทสฺเสสิ. กพฬีการาหาโร หิ อุปาทิณฺณโกปิ อตฺถิ อนุปาทิณฺณโกปิ, ตถา ผสฺสาทโย. ตตฺถ สปฺปาทีหิ คิลิตานํ มณฺฑูกาทีนํ วเสน อุปาทิณฺณกกพฬีการาหาโร ทฏฺฐพฺโพ. มณฺฑูกาทโย หิ สปฺปาทีหิ คิลิตา อนฺโตกุจฺฉิคตาปิ กิญฺจิ กาลํ ชีวนฺติเยว. เต ยาว อุปาทิณฺณกปกฺเข ติฏฺฐนฺติ, ตาว อาหารตฺถํ น สาเธนฺติ. ภิชฺชิตฺวา ปน อนุปาทิณฺณกปกฺเข ฐิตา สาเธนฺติ. ตทาปิ อุปาทิณฺณกาหาโรติ วุจฺจนฺตีติ. อิทํ ปน อาจริยานํ น รุจฺจตีติ อฏฺฐกถายเมว ปฏิกฺขิปิตฺวา อิทํ วุตฺตํ – อิเมสํ สตฺตานํ ขาทนฺตานมฺปิ อขาทนฺตานมฺปิ ภุญฺชนฺตานมฺปิ อภุญฺชนฺตานมฺปิ ปฏิสนฺธิจิตฺเตเนว สหชาตา กมฺมชา โอชา นาม อตฺถิ, สา ยาวปิ สตฺตมา ทิวสา ปาเลติ, อยเมว อุปาทิณฺณกกพฬีการาหาโรติ เวทิตพฺโพ. เตภูมกวิปากวเสน ปน อุปาทิณฺณกผสฺสาทโย เวทิตพฺพา, เตภูมกกุสลากุสลกิริยวเสน อนุปาทิณฺณกา. โลกุตฺตรา ปน รุฬฺหีวเสน กถิตาติ.
เอตฺถาห – ‘‘ยทิ ปจฺจยฏฺโฐ อาหารฏฺโฐ, อถ กสฺมา อญฺเญสุปิ สตฺตานํ ปจฺจเยสุ วิชฺชมาเนสุ อิเมเยว จตฺตาโร วุตฺตา’’ติ? วุจฺจเต – อชฺฌตฺติกสนฺตติยา วิเสสปจฺจยตฺตา. วิเสสปจฺจโย หิ กพฬีการาหารภกฺขานํ สตฺตานํ รูปกายสฺส กพฬีกาโร อาหาโร, นามกาเย เวทนาย ผสฺโส, วิญฺญาณสฺส มโนสญฺเจตนา, นามรูปสฺส วิญฺญาณํ. ยถาห – ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อยํ กาโย อาหารฏฺฐิติโก อาหารํ ปฏิจฺจ ติฏฺฐติ, อนาหาโร โน ติฏฺฐติ (สํ. นิ. ๕.๑๘๓), ตถา ผสฺสปจฺจยา เวทนา, สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ, วิญฺญาณปจฺจยา นามรูป’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑; วิภ. ๒๒๕).
โก ปเนตฺถ อาหาโร กึ อาหรตีติ? กพฬีการาหาโร โอชฏฺฐมกรูปานิ อาหรติ ผสฺสาหาโร ติสฺโส เวทนา, มโนสญฺเจตนาหาโร ตโย ภเว, วิญฺญาณาหาโร ปฏิสนฺธินามรูปนฺติ.
กถํ? กพฬีการาหาโร ตาว มุเข ฐปิตมตฺเตเยว อฏฺฐ รูปานิ สมุฏฺฐาเปติ, ทนฺตวิจุณฺณิตํ ปน อชฺโฌหริยมานํ เอเกกํ สิตฺถํ อฏฺฐฏฺฐรูปานิ สมุฏฺฐาเปติเยว. เอวํ กพฬีการาหาโร โอชฏฺฐมกรูปานิ อาหรติ. ผสฺสาหาโร ปน สุขเวทนีโย ผสฺโส อุปฺปชฺชมาโนเยว สุขํ เวทนํ อาหรติ, ทุกฺขเวทนีโย ทุกฺขํ, อทุกฺขมสุขเวทนีโย อทุกฺขมสุขนฺติ เอวํ สพฺพถาปิ ผสฺสาหาโร ติสฺโส เวทนา อาหรติ.
มโนสญฺเจตนาหาโร กามภวูปคํ กมฺมํ กามภวํ อาหรติ, รูปารูปภวูปคานิ ตํ ตํ ภวํ. เอวํ สพฺพถาปิ มโนสญฺเจตนาหาโร ตโย ภเว อาหรติ. วิญฺญาณาหาโร ปน เย จ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ตํสมฺปยุตฺตกา ตโย ขนฺธา, ยานิ จ ติสนฺตติวเสน ตึส รูปานิ อุปฺปชฺชนฺติ, สหชาตาทิปจฺจยนเยน ตานิ อาหรตีติ วุจฺจติ. เอวํ วิญฺญาณาหาโร ปฏิสนฺธินามรูปํ อาหรตีติ. เอตฺถ จ ‘‘มโนสญฺเจตนา ตโย ภเว อาหรตี’’ติ สาสวกุสลากุสลเจตนาว วุตฺตา. ‘‘วิญฺญาณํ ปฏิสนฺธินามรูปํ อาหรตี’’ติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณเมว วุตฺตํ. อวิเสเสน ปน ตํสมฺปยุตฺตตํสมุฏฺฐานธมฺมานํ อาหรณโตเปเต ‘‘อาหารา’’ติ เวทิตพฺพา.
เอเตสุ จตูสุ อาหาเรสุ กพฬีการาหาโร อุปตฺถมฺเภนฺโต อาหารกิจฺจํ สาเธติ, ผสฺโส ผุสนฺโตเยว มโนสญฺเจตนา อายูหมานาว, วิญฺญาณํ วิชานนฺตเมว. กถํ? กพฬีการาหาโร หิ อุปตฺถมฺเภนฺโตเยว กายฏฺฐปเนน สตฺตานํ ฐิติยา โหติ. กมฺมชนิโตปิ หิ อยํ กาโย กพฬีการาหาเรน อุปตฺถทฺโธ ทสปิ วสฺสานิ วสฺสสตมฺปิ ยาว อายุปริมาณา ติฏฺฐติ. ยถา กึ? ยถา มาตุยา ชนิโตปิ ทารโก ธาติยา ถญฺญาทีนิ ปาเยตฺวา โปสิยมาโน จิรํ ติฏฺฐติ, ยถา จ อุปตฺถมฺเภน อุปตฺถมฺภิตํ เคหํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘ยถา, มหาราช, เคเห ปปตนฺเต อญฺเญน ทารุนา อุปตฺถมฺภิตํ สนฺตํ เอว ตํ เคหํ น ปตติ. เอวเมว โข, มหาราช, อยํ กาโย อาหารฏฺฐิติโก อาหารํ ปฏิจฺจ ติฏฺฐตี’’ติ.
เอวํ กพฬีกาโร อาหาโร อุปตฺถมฺเภนฺโต อาหารกิจฺจํ สาเธติ.
เอวํ สาเธนฺโตปิ จ กพฬีกาโร อาหาโร ทฺวินฺนํ รูปสนฺตตีนํ ปจฺจโย โหติ อาหารสมุฏฺฐานสฺส จ อุปาทิณฺณกสฺส จ. กมฺมชานํ อนุปาลโก หุตฺวา ปจฺจโย โหติ, อาหารสมุฏฺฐานานํ ชนโก หุตฺวาติ. ผสฺโส ปน สุขาทิวตฺถุภูตํ อารมฺมณํ ผุสนฺโตเยว สุขาทิเวทนาปวตฺตเนน สตฺตานํ ฐิติยา โหติ. มโนสญฺเจตนา กุสลากุสลกมฺมวเสน อายูหมานาเยว ภวมูลนิปฺผาทนโต สตฺตานํ ฐิติยา โหติ. วิญฺญาณํ วิชานนฺตเมว นามรูปปฺปวตฺตเนน สตฺตานํ ฐิติยา โหตีติ.
เอวํ อุปตฺถมฺภนาทิวเสน อาหารกิจฺจํ สาธยมาเนสุ ปเนเตสุ จตฺตาริ ภยานิ ทฏฺฐพฺพานิ. เสยฺยถิทํ – กพฬีการาหาเร นิกนฺติเยว ภยํ, ผสฺเส อุปคมนเมว, มโนสญฺเจตนาย อายูหนเมว, วิญฺญาเณ อภินิปาโตเยว ภยนฺติ. กึ การณา? กพฬีการาหาเร หิ นิกนฺตึ กตฺวา สีตาทีนํ ปุรกฺขตา สตฺตา อาหารตฺถาย มุทฺทาคณนาทิกมฺมานิ กโรนฺตา อนปฺปกํ ทุกฺขํ นิคจฺฉนฺติ. เอกจฺเจ จ อิมสฺมึ สาสเน ปพฺพชิตฺวาปิ เวชฺชกมฺมาทิกาย อเนสนาย อาหารํ ปริเยสนฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม คารยฺหา โหนฺติ, สมฺปราเยปิ, ‘‘ตสฺส สงฺฆาฏิปิ อาทิตฺตา สมฺปชฺชลิตา’’ติอาทินา ลกฺขณสํยุตฺเต (สํ. นิ. ๒.๒๑๘) วุตฺตนเยน สมณเปตา โหนฺติ. อิมินา ตาว การเณน กพฬีกาเร อาหาเร นิกนฺติ เอว ภยนฺติ เวทิตพฺพา.
ผสฺสํ อุปคจฺฉนฺตาปิ ผสฺสสฺสาทิโน ปเรสํ รกฺขิตโคปิเตสุ ทาราทีสุ ภณฺเฑสุ อปรชฺฌนฺติ, เต สห ภณฺเฑน ภณฺฑสามิกา คเหตฺวา ขณฺฑาขณฺฑิกํ วา ฉินฺทิตฺวา สงฺการกูเฏ ฉฑฺเฑนฺติ, รญฺโญ วา นิยฺยาเทนฺติ. ตโต เต ราชา วิวิธา กมฺมการณา การาเปติ. กายสฺส จ เภทา ทุคฺคติ เตสํ ปาฏิกงฺขา โหติ. อิติ ผสฺสสฺสาทมูลกํ ทิฏฺฐธมฺมิกมฺปิ สมฺปรายิกมฺปิ ภยํ สพฺพมาคตเมว โหติ. อิมินา การเณน ผสฺสาหาเร อุปคมนเมว ภยนฺติ เวทิตพฺพํ.
กุสลากุสลกมฺมายูหเน ปน ตมฺมูลกํ ตีสุ ภเวสุ ภยํ สพฺพํ อาคตเมว โหติ. อิมินา การเณน มโนสญฺเจตนาหาเร อายูหนเมว ภยนฺติ เวทิตพฺพํ.
ปฏิสนฺธิวิญฺญาณญฺจ ยสฺมึ ยสฺมึ ฐาเน อภินิปตติ, ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน ปฏิสนฺธินามรูปํ คเหตฺวาว นิพฺพตฺตติ. ตสฺมิญฺจ นิพฺพตฺเต สพฺพภยานิ นิพฺพตฺตานิเยว โหนฺติ ตมฺมูลกตฺตาติ อิมินา การเณน วิญฺญาณาหาเร อภินิปาโตเยว ภยนฺติ เวทิตพฺโพติ.
กึนิทานาติอาทีสุ นิทานาทีนิ สพฺพาเนว การณเววจนานิ. การณญฺหิ ยสฺมา ผลํ นิเทติ, ‘‘หนฺท นํ คณฺหถา’’ติ อปฺเปติ วิย, ตสฺมา นิทานนฺติ วุจฺจติ. ยสฺมา ตํ ตโต สมุเทติ ชายติ ปภวติ, ตสฺมา สมุทโย ชาติ ปภโวติ วุจฺจติ. อยํ ปเนตฺถ ปทตฺโถ – กึนิทานํ เอเตสนฺติ กึนิทานา. โก สมุทโย เอเตสนฺติ กึสมุทยา. กา ชาติ เอเตสนฺติ กึชาติกา. โก ปภโว เอเตสนฺติ กึปภวา. ยสฺมา ปน เตสํ ตณฺหา ยถาวุตฺเตน อตฺเถน นิทานญฺเจว สมุทโย จ ชาติ จ ปภโว จ, ตสฺมา ‘‘ตณฺหานิทานา’’ติอาทิมาห. เอวํ สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
เอตฺถ จ อิเม จตฺตาโร อาหารา ตณฺหานิทานาติ ปฏิสนฺธึ อาทึ กตฺวา อตฺตภาวสงฺขาตานํ อาหารานํ ปุริมตณฺหานํ วเสน นิทานํ เวทิตพฺพํ. กถํ? ปฏิสนฺธิกฺขเณ ตาว ปริปุณฺณายตนานํ สตฺตานํ สตฺตสนฺตติวเสน, เสสานํ ตโต อูนอูนสนฺตติวเสน อุปฺปนฺนรูปพฺภนฺตรํ ชาตา โอชา อตฺถิ, อยํ ตณฺหานิทาโน อุปาทิณฺณกกพฬีการาหาโร. ปฏิสนฺธิจิตฺตสมฺปยุตฺตา ปน ผสฺสเจตนา สยญฺจ จิตฺตํ วิญฺญาณนฺติ อิเม ตณฺหานิทานา อุปาทิณฺณก-ผสฺสมโนสญฺเจตนา-วิญฺญาณาหาราติ เอวํ ตาว ปุริมตณฺหานิทานา ปฏิสนฺธิกา อาหารา. ยถา จ ปฏิสนฺธิกา, เอวํ ตโต ปรํ ปฐมภวงฺคจิตฺตกฺขณาทินิพฺพตฺตาปิ เวทิตพฺพา.
ยสฺมา ปน ภควา น เกวลํ อาหารานเมว นิทานํ ชานาติ, อาหารนิทานภูตาย ตณฺหายปิ, ตณฺหาย นิทานานํ เวทนาทีนมฺปิ นิทานํ ชานาติเยว, ตสฺมา ตณฺหา จายํ, ภิกฺขเว, กึนิทานาติอาทินา นเยน วฏฺฏํ ทสฺเสตฺวา วิวฏฺฏํ ทสฺเสสิ. อิมสฺมิญฺจ ปน ฐาเน ภควา อตีตาภิมุขํ เทสนํ กตฺวา อตีเตน วฏฺฏํ ทสฺเสติ. กถํ? อาหารวเสน หิ อยํ อตฺตภาโว คหิโต.
ตณฺหาติ อิมสฺสตฺตภาวสฺส ชนกํ กมฺมํ, เวทนาผสฺสสฬายตนนามรูปวิญฺญาณานิ ยสฺมึ อตฺตภาเว ฐตฺวา กมฺมํ อายูหิตํ, ตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตานิ, อวิชฺชาสงฺขารา ตสฺสตฺตภาวสฺส ชนกํ กมฺมํ. อิติ ทฺวีสุ ฐาเนสุ อตฺตภาโว, ทฺวีสุ ตสฺส ชนกํ กมฺมนฺติ สงฺเขเปน กมฺมญฺเจว กมฺมวิปากญฺจาติ, เทฺวปิ ธมฺเม ทสฺเสนฺเตน อตีตาภิมุขํ เทสนํ กตฺวา อตีเตน วฏฺฏํ ทสฺสิตํ.
ตตฺรายํ เทสนา อนาคตสฺส อทสฺสิตตฺตา อปริปุณฺณาติ น ทฏฺฐพฺพา. นยโต ปน ปริปุณฺณาเตฺวว ทฏฺฐพฺพา. ยถา หิ จกฺขุมา ปุริโส อุทกปิฏฺเฐ นิปนฺนํ สุํสุมารํ ทิสฺวา ตสฺส ปรภาคํ โอโลเกนฺโต คีวํ ปสฺเสยฺย, โอรโต ปิฏฺฐึ, ปริโยสาเน นงฺคุฏฺฐมูลํ, เหฏฺฐา กุจฺฉึ โอโลเกนฺโต ปน อุทกคตํ อคฺคนงฺคุฏฺฐญฺเจว จตฺตาโร จ หตฺถปาเท น ปสฺเสยฺย, โส น เอตฺตาวตา ‘‘อปริปุณฺโณ สุํสุมาโร’’ติ คณฺหาติ, นยโต ปน ปริปุณฺโณเตฺวว คณฺหาติ, เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ.
อุทกปิฏฺเฐ นิปนฺนสุํสุมาโร วิย หิ เตภูมกวฏฺฏํ. ตีเร ฐิโต จกฺขุมา ปุริโส วิย โยคาวจโร. เตน ปุริเสน อุทกปิฏฺเฐ สุํสุมารสฺส ทิฏฺฐกาโล วิย โยคินา อาหารวเสน อิมสฺสตฺตภาวสฺส ทิฏฺฐกาโล. ปรโต คีวาย ทิฏฺฐกาโล วิย อิมสฺสตฺตภาวสฺส ชนิกาย ตณฺหาย ทิฏฺฐกาโล. ปิฏฺฐิยา ทิฏฺฐกาโล วิย ยสฺมึ อตฺตภาเว ตณฺหาสงฺขาตํ กมฺมํ กตํ, เวทนาทิวเสน ตสฺส ทิฏฺฐกาโล. นงฺคุฏฺฐมูลสฺส ทิฏฺฐกาโล วิย ตสฺสตฺตภาวสฺส ชนกานํ อวิชฺชาสงฺขารานํ ทิฏฺฐกาโล. เหฏฺฐา กุจฺฉึ โอโลเกนฺตสฺส ปน อคฺคนงฺคุฏฺฐญฺเจว จตฺตาโร จ หตฺถปาเท อทิสฺวาปิ ‘‘อปริปุณฺโณ สุํสุมาโร’’ติ อคเหตฺวา นยโต ปริปุณฺโณเตฺวว คหณํ วิย ยตฺถ ยตฺถ ปจฺจยวฏฺฏํ ปาฬิยํ น อาคตํ, ตตฺถ ตตฺถ ‘‘เทสนา อปริปุณฺณา’’ติ อคเหตฺวา นยโต ปริปุณฺณาเตฺวว คหณํ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ จ อาหารตณฺหานํ อนฺตเร เอโก สนฺธิ, ตณฺหาเวทนานํ อนฺตเร เอโก, วิญฺญาณสงฺขารานํ อนฺตเร เอโกติ เอวํ ติสนฺธิจตุสงฺเขปเมว วฏฺฏํ ทสฺสิตนฺติ. ปฐมํ.
๒. โมฬิยผคฺคุนสุตฺตวณฺณนา
๑๒. ทุติเย สมฺภเวสีนํ วา อนุคฺคหายาติ อิมสฺมึเยว ฐาเน ภควา เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. กสฺมา? ทิฏฺฐิคติกสฺส นิสินฺนตฺตา. ตสฺสญฺหิ ปริสติ โมฬิยผคฺคุโน นาม ภิกฺขุ ทิฏฺฐิคติโก นิสินฺโน. อถ สตฺถา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ อุฏฺฐหิตฺวา มํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสติ, อถสฺสาหํ วิสฺสชฺเชสฺสามี’’ติ ปุจฺฉาย โอกาสทานตฺถํ เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. โมฬิยผคฺคุโนติ โมฬีติ จูฬา วุจฺจติ. ยถาห –
‘‘เฉตฺวาน โมฬึ วรคนฺธวาสิตํ
เวหายสํ อุกฺขิปิ สกฺยปุงฺคโว;
รตนจงฺโกฏวเรน วาสโว,
สหสฺสเนตฺโต สิรสา ปฏิคฺคหี’’ติ.
สา ตสฺส คิหิกาเล มหนฺตา อโหสิ. เตนสฺส ‘‘โมฬิยผคฺคุโน’’ติ สงฺขา อุทปาทิ. ปพฺพชิตมฺปิ นํ เตเนว นาเมน สญฺชานนฺติ. เอตทโวจาติ เทสนานุสนฺธึ ฆเฏนฺโต เอตํ ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, วิญฺญาณาหารํ อาหาเรตี’’ติ วจนํ อโวจ. ตสฺสตฺโถ – ภนฺเต, โก นาม โส, โย เอตํ วิญฺญาณาหารํ ขาทติ วา ภุญฺชติ วาติ?
กสฺมา ปนายํ อิตเร ตโย อาหาเร อปุจฺฉิตฺวา อิมเมว ปุจฺฉตีติ? ชานามีติ ลทฺธิยา. โส หิ มหนฺเต ปิณฺเฑ กตฺวาว กพฬีการาหารํ ภุญฺชนฺเต ปสฺสติ, เตนสฺส ตํ ชานามีติ ลทฺธิ. ติตฺติรวฏฺฏกโมรกุกฺกุฏาทโย ปน มาตุสมฺผสฺเสน ยาเปนฺเต ทิสฺวา ‘‘เอเต ผสฺสาหาเรน ยาเปนฺตี’’ติ ตสฺส ลทฺธิ. กจฺฉปา ปน อตฺตโน อุตุสมเย มหาสมุทฺทโต นิกฺขมิตฺวา สมุทฺทตีเร วาลิกนฺตเร อณฺฑานิ ฐเปตฺวา วาลิกาย ปฏิจฺฉาเทตฺวา มหาสมุทฺทเมว โอตรนฺติ. ตานิ มาตุอนุสฺสรณวเสน น ปูตีนิ โหนฺติ. ตานิ มโนสญฺเจตนาหาเรน ยาเปนฺตีติ ตสฺส ลทฺธิ. กิญฺจาปิ เถรสฺส อยํ ลทฺธิ, น ปน เอตาย ลทฺธิยา อิมํ ปญฺหํ ปุจฺฉติ. ทิฏฺฐิคติโก หิ อุมฺมตฺตกสทิโส. ยถา อุมฺมตฺตโก ปจฺฉึ คเหตฺวา อนฺตรวีถึ โอติณฺโณ โคมยมฺปิ ปาสาณมฺปิ คูถมฺปิ ขชฺชขณฺฑมฺปิ ตํ ตํ มนาปมฺปิ อมนาปมฺปิ คเหตฺวา ปจฺฉิยํ ปกฺขิปติ. เอวเมว ทิฏฺฐิคติโก ยุตฺตมฺปิ อยุตฺตมฺปิ ปุจฺฉติ. โส ‘‘กสฺมา อิมํ ปุจฺฉสี’’ติ น นิคฺคเหตพฺโพ, ปุจฺฉิตปุจฺฉิตฏฺฐาเน ปน คหณเมว นิเสเธตพฺพํ. เตเนว นํ ภควา ‘‘กสฺมา เอวํ ปุจฺฉสี’’ติ อวตฺวา คหิตคาหเมว ตสฺส โมเจตุํ โน กลฺโล ปโญฺหติอาทิมาห.
ตตฺถ โน กลฺโลติ อยุตฺโต. อาหาเรตีติ อหํ น วทามีติ อหํ โกจิ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา อาหาเรตีติ น วทามิ. อาหาเรตีติ จาหํ วเทยฺยนฺติ ยทิ อหํ อาหาเรตีติ วเทยฺยํ. ตตฺรสฺส กลฺโล ปโญฺหติ ตสฺมึ มยา เอวํ วุตฺเต อยํ ปโญฺห ยุตฺโต ภเวยฺย. กิสฺส นุ โข, ภนฺเต, วิญฺญาณาหาโรติ, ภนฺเต, อยํ วิญฺญาณาหาโร กตมสฺส ธมฺมสฺส ปจฺจโยติ อตฺโถ. ตตฺร กลฺลํ เวยฺยากรณนฺติ ตสฺมึ เอวํ ปุจฺฉิเต ปเญฺห อิมํ เวยฺยากรณํ ยุตฺตํ ‘‘วิญฺญาณาหาโร อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติยา ปจฺจโย’’ติ. เอตฺถ จ วิญฺญาณาหาโรติ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ. อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺตีติ เตเนว วิญฺญาเณน สหุปฺปนฺนนามรูปํ. ตสฺมึ ภูเต สติ สฬายตนนฺติ ตสฺมึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติสงฺขาเต นามรูเป ชาเต สติ สฬายตนํ โหตีติ อตฺโถ.
สฬายตนปจฺจยา ผสฺโสติ อิธาปิ ภควา อุตฺตริ ปญฺหสฺส โอกาสํ เทนฺโต เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. ทิฏฺฐิคติโก หิ นวปุจฺฉํ อุปฺปาเทตุํ น สกฺโกติ, นิทฺทิฏฺฐํ นิทฺทิฏฺฐํเยว ปน คณฺหิตฺวา ปุจฺฉติ, เตนสฺส ภควา โอกาสํ อทาสิ. อตฺโถ ปนสฺส สพฺพปเทสุ วุตฺตนเยเนว คเหตพฺโพ. ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, ภวตี’’ติ กสฺมา น ปุจฺฉติ? ทิฏฺฐิคติกสฺส หิ สตฺโต นาม ภูโต นิพฺพตฺโตเยวาติ ลทฺธิ, ตสฺมา อตฺตโน ลทฺธิวิรุทฺธํ อิทนฺติ น ปุจฺฉติ. อปิจ อิทปฺปจฺจยา อิทํ อิทปฺปจฺจยา อิทนฺติ พหูสุ ฐาเนสุ กถิตตฺตา สญฺญตฺตึ อุปคโต, เตนาปิ น ปุจฺฉติ. สตฺถาปิ ‘‘อิมสฺส พหุํ ปุจฺฉนฺตสฺสาปิ ติตฺติ นตฺถิ, ตุจฺฉปุจฺฉเมว ปุจฺฉตี’’ติ อิโต ปฏฺฐาย เทสนํ เอกาพทฺธํ กตฺวา เทเสสิ. ฉนฺนํ เตฺววาติ ยโต ปฏฺฐาย เทสนารุฬฺหํ, ตเมว คเหตฺวา เทสนํ วิวฏฺเฏนฺโต เอวมาห. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต วิญฺญาณนามรูปานํ อนฺตเร เอโก สนฺธิ, เวทนาตณฺหานํ อนฺตเร เอโก, ภวชาตีนํ อนฺตเร เอโกติ. ทุติยํ.
๓. สมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา
๑๓. ตติเย สมณา วา พฺราหฺมณา วาติ สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌิตุํ อสมตฺถา พาหิรกสมณพฺราหฺมณา. ชรามรณํ นปฺปชานนฺตีติอาทีสุ ชรามรณํ น ชานนฺติ ทุกฺขสจฺจวเสน, ชรามรณสมุทยํ น ชานนฺติ สห ตณฺหาย ชาติ ชรามรณสฺส สมุทโยติ สมุทยสจฺจวเสน, ชรามรณนิโรธํ น ชานนฺติ นิโรธสจฺจวเสน, ปฏิปทํ น ชานนฺติ มคฺคสจฺจวเสน. ชาตึ น ชานนฺติ ทุกฺขสจฺจวเสน, ชาติสมุทยํ น ชานนฺติ สห ตณฺหาย ภโว ชาติสมุทโยติ สมุทยสจฺจวเสน. เอวํ สห ตณฺหาย สมุทยํ โยเชตฺวา สพฺพปเทสุ จตุสจฺจวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สามญฺญตฺถํ วา พฺรหฺมญฺญตฺถํ วาติ เอตฺถ อริยมคฺโค สามญฺญญฺเจว พฺรหฺมญฺญญฺจ. อุภยตฺถาปิ ปน อตฺโถ นาม อริยผลํ เวทิตพฺพํ. อิติ ภควา อิมสฺมึ สุตฺเต เอกาทสสุ ฐาเนสุ จตฺตาริ สจฺจานิ กเถสีติ. ตติยํ.
๔. ทุติยสมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา
๑๔. จตุตฺเถ อิเม ธมฺเม กตเม ธมฺเมติ เอตฺตกํ ปปญฺจํ กตฺวา กถิตํ, เทสนํ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺถานํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสเยน อิเม ธมฺเม นปฺปชานนฺตีติอาทิ วุตฺตํ. เสสํ ปุริมสทิสเมว. จตุตฺถํ.
๕. กจฺจานโคตฺตสุตฺตวณฺณนา
๑๕. ปญฺจเม สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาทิฏฺฐีติ ยํ ปณฺฑิตา เทวมนุสฺสา เตสุ เตสุ ฐาเนสุ สมฺมาทสฺสนํ วทนฺติ, สพฺพมฺปิ ตํ ทฺวีหิ ปเทหิ สงฺขิปิตฺวา ปุจฺฉติ. ทฺวยนิสฺสิโตติ เทฺว โกฏฺฐาเส นิสฺสิโต. เยภุยฺเยนาติ อิมินา ฐเปตฺวา อริยปุคฺคเล เสสมหาชนํ ทสฺเสติ. อตฺถิตนฺติ สสฺสตํ. นตฺถิตนฺติ อุจฺเฉทํ. โลกสมุทยนฺติ โลโก นาม สงฺขารโลโก, ตสฺส นิพฺพตฺติ. สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสโตติ สมฺมาปญฺญา นาม สวิปสฺสนา มคฺคปญฺญา, ตาย ปสฺสนฺตสฺสาติ อตฺโถ. ยา โลเก นตฺถิตาติ สงฺขารโลเก นิพฺพตฺเตสุ ธมฺเมสุ ปญฺญายนฺเตเสฺวว ยา นตฺถีติ อุจฺเฉททิฏฺฐิ อุปฺปชฺเชยฺย, สา น โหตีติ อตฺโถ. โลกนิโรธนฺติ สงฺขารานํ ภงฺคํ. ยา โลเก อตฺถิตาติ สงฺขารโลเก ภิชฺชมาเนสุ ธมฺเมสุ ปญฺญายนฺเตเสฺวว ยา อตฺถีติ สสฺสตทิฏฺฐิ อุปฺปชฺเชยฺย, สา น โหตีติ อตฺโถ.
อปิจ โลกสมุทยนฺติ อนุโลมปจฺจยาการํ. โลกนิโรธนฺติ ปฏิโลมปจฺจยาการํ. โลกนิสฺสเย ปสฺสนฺตสฺสาปิ หิ ปจฺจยานํ อนุจฺเฉเทน ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส อนุจฺเฉทํ ปสฺสโต ยา นตฺถีติ อุจฺเฉททิฏฺฐิ อุปฺปชฺเชยฺย, สา น โหติ. ปจฺจยนิโรธํ ปสฺสนฺตสฺสาปิ ปจฺจยนิโรเธน ปจฺจยุปฺปนฺนนิโรธํ ปสฺสโต ยา อตฺถีติ สสฺสตทิฏฺฐิ อุปฺปชฺเชยฺย, สา น โหตีติ อยมฺเปตฺถ อตฺโถ.
อุปยุปาทานาภินิเวสวินิพนฺโธติ อุปเยหิ จ อุปาทาเนหิ จ อภินิเวเสหิ จ วินิพนฺโธ. ตตฺถ อุปยาติ เทฺว อุปยา ตณฺหุปโย จ ทิฏฺฐุปโย จ. อุปาทานาทีสุปิ เอเสว นโย. ตณฺหาทิฏฺฐิโย หิ ยสฺมา อหํ มมนฺติอาทีหิ อากาเรหิ เตภูมกธมฺเม อุเปนฺติ อุปคจฺฉนฺติ, ตสฺมา อุปยาติ วุจฺจนฺติ. ยสฺมา ปน เต ธมฺเม อุปาทิยนฺติ เจว อภินิวิสนฺติ จ, ตสฺมา อุปาทานาติ จ อภินิเวสาติ จ วุจฺจนฺติ. ตาหิ จายํ โลโก วินิพนฺโธ. เตนาห ‘‘อุปยุปาทานาภินิเวสวินิพนฺโธ’’ติ.
ตญฺจายนฺติ ตญฺจ อุปยุปาทานํ อยํ อริยสาวโก. เจตโส อธิฏฺฐานนฺติ จิตฺตสฺส ปติฏฺฐานภูตํ. อภินิเวสานุสยนฺติ อภินิเวสภูตญฺจ อนุสยภูตญฺจ. ตณฺหาทิฏฺฐีสุ หิ อกุสลจิตฺตํ ปติฏฺฐาติ, ตา จ ตสฺมึ อภินิวิสนฺติ เจว อนุเสนฺติ จ, ตสฺมา ตทุภยํ เจตโส อธิฏฺฐานํ อภินิเวสานุสยนฺติ จ อาห. น อุเปตีติ น อุปคจฺฉติ. น อุปาทิยตีติ น คณฺหาติ. นาธิฏฺฐาตีติ น อธิฏฺฐาติ, กินฺติ? อตฺตา เมติ. ทุกฺขเมวาติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธมตฺตเมว. น กงฺขตีติ ‘‘ทุกฺขเมว อุปฺปชฺชติ, ทุกฺขํ นิรุชฺฌติ, น อญฺโญ เอตฺถ สตฺโต นาม อตฺถี’’ติ กงฺขํ น กโรติ. น วิจิกิจฺฉตีติ น วิจิกิจฺฉํ อุปฺปาเทติ.
อปรปฺปจฺจยาติ น ปรปฺปจฺจเยน, อญฺญสฺส อปตฺติยาเยตฺวา อตฺตปจฺจกฺขญาณเมวสฺส เอตฺถ โหตีติ. เอตฺตาวตา โข, กจฺจาน, สมฺมาทิฏฺฐิ โหตีติ เอวํ สตฺตสญฺญาย ปหีนตฺตา เอตฺตเกน สมฺมาทสฺสนํ นาม โหตีติ มิสฺสกสมฺมาทิฏฺฐึ อาห. อยเมโก อนฺโตติ เอส เอโก นิกูฏนฺโต ลามกนฺโต ปฐมกํ สสฺสตํ. อยํ ทุติโยติ เอส ทุติโย สพฺพํ นตฺถีติ อุปฺปชฺชนกทิฏฺฐิสงฺขาโต นิกูฏนฺโต ลามกนฺโต ทุติยโก อุจฺเฉโทติ อตฺโถ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมวาติ. ปญฺจมํ.
๖. ธมฺมกถิกสุตฺตวณฺณนา
๑๖. ฉฏฺเฐ นิพฺพิทายาติ นิพฺพินฺทนตฺถาย. วิราคายาติ วิรชฺชนตฺถาย. นิโรธายาติ นิรุชฺฌนตฺถาย. ปฏิปนฺโน โหตีติ เอตฺถ สีลโต ปฏฺฐาย ยาว อรหตฺตมคฺคา ปฏิปนฺโนติ เวทิตพฺโพ. ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโนติ โลกุตฺตรสฺส นิพฺพานธมฺมสฺส อนุธมฺมภูตํ ปฏิปทํ ปฏิปนฺโน. อนุธมฺมภูตนฺติ อนุรูปสภาวภูตํ. นิพฺพิทา วิราคา นิโรธาติ นิพฺพิทาย เจว วิราเคน จ นิโรเธน จ. อนุปาทา วิมุตฺโตติ จตูหิ อุปาทาเนหิ กิญฺจิ ธมฺมํ อนุปาทิยิตฺวา วิมุตฺโต. ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานปฺปตฺโตติ ทิฏฺเฐว ธมฺเม นิพฺพานปฺปตฺโต. อลํ วจนายาติ, เอวํ วตฺตพฺพตํ อรหติ, ยุตฺโต อนุจฺฉวิโกติ อตฺโถ. เอวเมตฺถ เอเกน นเยน ธมฺมกถิกสฺส ปุจฺฉา กถิตา, ทฺวีหิ ตํ วิเสเสตฺวา เสกฺขาเสกฺขภูมิโย นิทฺทิฏฺฐาติ. ฉฏฺฐํ.
๗. อเจลกสฺสปสุตฺตวณฺณนา
๑๗. สตฺตเม อเจโล กสฺสโปติ ลิงฺเคน อเจโล นิจฺเจโล, นาเมน กสฺสโป. ทูรโตวาติ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน ปริวุตํ อาคจฺฉนฺตํ ทูรโต เอว อทฺทส. กิญฺจิเทว เทสนฺติ กิญฺจิเทว การณํ. โอกาสนฺติ ปญฺหพฺยากรณสฺส ขณํ กาลํ. อนฺตรฆรนฺติ ‘‘น ปลฺลตฺถิกาย อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามี’’ติ เอตฺถ อนฺโตนิเวสนํ อนฺตรฆรํ. ‘‘โอกฺขิตฺตจกฺขุ อนฺตรฆเร คมิสฺสามี’’ติ เอตฺถ อินฺทขีลโต ปฏฺฐาย อนฺโตคาโม. อิธาปิ อยเมว อธิปฺเปโต. ยทากงฺขสีติ ยํ อิจฺฉสิ.
กสฺมา ปน ภควา กเถตุกาโม ยาวตติยํ ปฏิกฺขิปีติ? คารวชนนตฺถํ. ทิฏฺฐิคติกา หิ ขิปฺปํ กถิยมาเน คารวํ น กโรนฺติ, ‘‘สมณํ โคตมํ อุปสงฺกมิตุมฺปิ ปุจฺฉิตุมฺปิ สุกรํ, ปุจฺฉิตมตฺเตเยว กเถตี’’ติ วจนมฺปิ น สทฺทหนฺติ. เทฺว ตโย วาเร ปฏิกฺขิตฺเต ปน คารวํ กโรนฺติ, ‘‘สมณํ โคตมํ อุปสงฺกมิตุมฺปิ ปญฺหํ ปุจฺฉิตุมฺปิ ทุกฺกร’’นฺติ ยาวตติยํ ยาจิเต กถิยมานํ สุสฺสูสนฺติ สทฺทหนฺติ. อิติ ภควา ‘‘อยํ สุสฺสูสิสฺสติ สทฺทหิสฺสตี’’ติ ยาวตติยํ ยาจาเปตฺวา กเถสิ. อปิจ ยถา ภิสกฺโก เตลํ วา ผาณิตํ วา ปจนฺโต มุทุปากขรปากานํ ปากกาลํ อาคมยมาโน ปากกาลํ อนติกฺกมิตฺวาว โอตาเรติ. เอวํ ภควา สตฺตานํ ญาณปริปากํ อาคมยมาโน ‘‘เอตฺตเกน กาเลน อิมสฺส ญาณํ ปริปากํ คมิสฺสตี’’ติ ญตฺวาว ยาวตติยํ ยาจาเปสิ.
มา เหวํ, กสฺสปาติ, กสฺสป, มา เอวํ ภณิ. สยํกตํ ทุกฺขนฺติ หิ วตฺตุํ น วฏฺฏติ, อตฺตา นาม โกจิ ทุกฺขสฺส การโก นตฺถีติ ทีเปติ. ปรโตปิ เอเสว นโย. อธิจฺจสมุปฺปนฺนนฺติ อการเณน ยทิจฺฉาย อุปฺปนฺนํ. อิติ ปุฏฺโฐ สมาโนติ กสฺมา เอวมาห? เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อยํ ‘สยํกตํ ทุกฺข’นฺติอาทินา ปุฏฺโฐ ‘มา เหว’นฺติ วทติ, ‘นตฺถี’ติ ปุฏฺโฐ ‘อตฺถี’ติ วทติ. ‘ภวํ โคตโม ทุกฺขํ น ชานาติ น ปสฺสตี’ติ ปุฏฺโฐ ‘ชานามิ ขฺวาห’นฺติ วทติ. กิญฺจิ นุ โข มยา วิรชฺฌิตฺวา ปุจฺฉิโต’’ติ มูลโต ปฏฺฐาย อตฺตโน ปุจฺฉเมว โสเธนฺโต เอวมาห. อาจิกฺขตุ จ เม, ภนฺเต, ภควาติ อิธ สตฺถริ สญฺชาตคารโว ‘‘ภว’’นฺติ อวตฺวา ‘‘ภควา’’ติ วทติ.
โส กโรตีติอาทิ, ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิยา ปฏิเสธนตฺถํ วุตฺตํ. เอตฺถ จ สโตติ อิทํ ภุมฺมตฺเถ สามิวจนํ, ตสฺมา เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ – โส กโรติ โส ปฏิสํเวทยตีติ โข, กสฺสป, อาทิมฺหิเยว เอวํ สติ ปจฺฉา สยํกตํ ทุกฺขนฺติ อยํ ลทฺธิ โหติ. เอตฺถ จ ทุกฺขนฺติ วฏฺฏทุกฺขํ อธิปฺเปตํ. อิติ วทนฺติ เอตสฺส ปุริเมน อาทิสทฺเทน อนนฺตเรน จ สสฺสตสทฺเทน สมฺพนฺโธ โหติ. ‘‘ทีเปติ คณฺหาตี’’ติ อยํ ปเนตฺถ ปาฐเสโส. อิทญฺหิ วุตฺตํ โหติ – อิติ เอวํ วทนฺโต อาทิโตว สสฺสตํ ทีเปติ, สสฺสตํ คณฺหาติ. กสฺมา? ตสฺส หิ ตํ ทสฺสนํ เอตํ ปเรติ, การกญฺจ เวทกญฺจ เอกเมว คณฺหนฺตํ เอตํ สสฺสตํ อุปคจฺฉตีติ อตฺโถ.
อญฺโญ กโรตีติอาทิ ปน ‘‘ปรํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิยา ปฏิเสธนตฺถํ วุตฺตํ. ‘‘อาทิโต สโต’’ติ อิทํ ปน อิธาปิ อาหริตพฺพํ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – อญฺโญ กโรติ อญฺโญ ปฏิสํเวทิยตีติ โข ปน, กสฺสป, อาทิมฺหิเยว เอวํ สติ, ปจฺฉา ‘‘การโก อิเธว อุจฺฉิชฺชติ, เตน กตํ อญฺโญ ปฏิสํเวทิยตี’’ติ เอวํ อุปฺปนฺนาย อุจฺเฉททิฏฺฐิยา สทฺธึ สมฺปยุตฺตาย เวทนาย อภิตุนฺนสฺส วิทฺธสฺส สโต ‘‘ปรํกตํ ทุกฺข’’นฺติ อยํ ลทฺธิ โหตีติ. อิติ วทนฺติอาทิ วุตฺตนเยเนว โยเชตพฺพํ. ตตฺรายํ โยชนา – เอวญฺจ วทนฺโต อาทิโตว อุจฺเฉทํ ทีเปติ, อุจฺเฉทํ คณฺหาติ. กสฺมา? ตสฺส หิ ตํ ทสฺสนํ เอตํ ปเรติ, เอตํ อุจฺเฉทํ อุปคจฺฉตีติ อตฺโถ.
เอเต เตติ เย สสฺสตุจฺเฉทสงฺขาเต อุโภ อนฺเต (อนุปคมฺม ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ, เอเต เต, กสฺสป, อุโภ อนฺเต) อนุปคมฺม ปหาย อนลฺลียิตฺวา มชฺเฌน ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ, มชฺฌิมาย ปฏิปทาย ฐิโต เทเสตีติ อตฺโถ. กตรํ ธมฺมนฺติ เจ? ยทิทํ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ. เอตฺถ หิ การณโต ผลํ, การณนิโรเธน จสฺส นิโรโธ ทีปิโต, น โกจิ การโก วา เวทโก วา นิทฺทิฏฺโฐ. เอตฺตาวตา เสสปญฺหา ปฏิเสธิตา โหนฺติ. อุโภ อนฺเต อนุปคมฺมาติ อิมินา หิ ตติยปโญฺห ปฏิกฺขิตฺโต. อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ อิมินา อธิจฺจสมุปฺปนฺนตา เจว อชานนญฺจ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
ลเภยฺยนฺติ อิทํ โส ภควโต สนฺติเก ภิกฺขุภาวํ ปตฺถยมาโน อาห. อถ ภควา โยเนน ขนฺธเก ติตฺถิยปริวาโส (มหาว. ๘๖) ปญฺญตฺโต, ยํ อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ สามเณรภูมิยํ ฐิโต ‘‘อหํ, ภนฺเต, อิตฺถนฺนาโม อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย อากงฺขามิ อุปสมฺปทํ. สฺวาหํ, ภนฺเต, สงฺฆํ จตฺตาโร มาเส ปริวาสํ ยาจามี’’ติอาทินา นเยน สมาทิยิตฺวา ปริวสติ, ตํ สนฺธาย โย โข, กสฺสป, อญฺญติตฺถิยปุพฺโพติอาทิมาห. ตตฺถ ปพฺพชฺชนฺติ วจนสิลิฏฺฐตาวเสน วุตฺตํ. อปริวสิตฺวาเยว หิ ปพฺพชฺชํ ลภติ. อุปสมฺปทตฺถิเกน ปน นาติกาเลน คามปฺปเวสนาทีนิ อฏฺฐ วตฺตานิ ปูเรนฺเตน ปริวสิตพฺพํ. อารทฺธจิตฺตาติ อฏฺฐวตฺตปูรเณน ตุฏฺฐจิตฺตา. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปเนส ติตฺถิยปริวาโส สมนฺตปาสาทิกาย วินยฏฺฐกถาย ปพฺพชฺชกฺขนฺธกวณฺณนายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๘๖) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
อปิจ มยาติ อยเมตฺถ ปาโฐ, อญฺญตฺถ ปน ‘‘อปิจ เมตฺถา’’ติ. ปุคฺคลเวมตฺตตา วิทิตาติ ปุคฺคลนานตฺตํ วิทิตํ. ‘‘อยํ ปุคฺคโล ปริวาสารโห, อยํ น ปริวาสารโห’’ติ อิทํ มยฺหํ ปากฏนฺติ ทสฺเสติ. ตโต กสฺสโป จินฺเตสิ – ‘‘อโห อจฺฉริยํ พุทฺธสาสนํ, ยตฺถ เอวํ ฆํสิตฺวา โกฏฺเฏตฺวา ยุตฺตเมว คณฺหนฺติ, อยุตฺตํ ฉฑฺเฑนฺตี’’ติ. ตโต สุฏฺฐุตรํ ปพฺพชฺชาย สญฺชาตุสฺสาโห สเจ, ภนฺเตติอาทิมาห. อถ ภควา ตสฺส ติพฺพจฺฉนฺทตํ วิทิตฺวา ‘‘น กสฺสโป ปริวาสํ อรหตี’’ติ อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสิ – ‘‘คจฺฉ, ภิกฺขุ, กสฺสปํ นหาเปตฺวา ปพฺพาเชตฺวา อาเนหี’’ติ. โส ตถา กตฺวา ตํ ปพฺพาเชตฺวา ภควโต สนฺติกํ อคมาสิ. ภควา คเณ นิสีทิตฺวา อุปสมฺปาเทสิ. เตน วุตฺตํ อลตฺถ โข อเจโล กสฺสโป ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ, อลตฺถ อุปสมฺปทนฺติ. อจิรูปสมฺปนฺโนติอาทิ เสสํ พฺราหฺมณสํยุตฺเต (สํ. นิ. ๑.๑๘๗) วุตฺตเมวาติ. สตฺตมํ.
๘. ติมฺพรุกสุตฺตวณฺณนา
๑๘. อฏฺฐเม สา เวทนาติอาทิ ‘‘สยํกตํ สุขทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิยา นิเสธนตฺถํ วุตฺตํ. เอตฺถาปิ สโตติ ภุมฺมตฺเถเยว สามิวจนํ. ตตฺรายํ อตฺถทีปนา – ‘‘สา เวทนา, โส เวทิยตี’’ติ โข, ติมฺพรุก, อาทิมฺหิเยว เอวํ สติ ‘‘สยํกตํ สุขทุกฺข’’นฺติ อยํ ลทฺธิ โหติ. เอวญฺหิ สติ เวทนาย เอว เวทนา กตา โหติ. เอวญฺจ วทนฺโต อิมิสฺสา เวทนาย ปุพฺเพปิ อตฺถิตํ อนุชานาติ, สสฺสตํ ทีเปติ สสฺสตํ คณฺหาติ. กสฺมา? ตสฺส หิ ตํ ทสฺสนํ เอตํ ปเรติ, เอตํ สสฺสตํ อุปคจฺฉตีติ อตฺโถ. ปุริมญฺหิ อตฺถํ สนฺธาเยเวตํ ภควตา วุตฺตํ ภวิสฺสติ, ตสฺมา อฏฺฐกถายํ ตํ โยเชตฺวาวสฺส อตฺโถ ทีปิโต. เอวมฺปาหํ น วทามีติ อหํ ‘‘สา เวทนา, โส เวทิยตี’’ติ เอวมฺปิ น วทามิ. ‘‘สยํกตํ สุขทุกฺข’’นฺติ เอวมฺปิ น วทามีติ อตฺโถ.
อญฺญา เวทนาติอาทิ ‘‘ปรํกตํ สุขทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิยา ปฏิเสธนตฺถํ วุตฺตํ. อิธาปิ อยํ อตฺถโยชนา –‘‘อญฺญา เวทนา อญฺโญ เวทิยตี’’ติ โข, ติมฺพรุก, อาทิมฺหิเยว เอวํ สติ ปจฺฉา ยา ปุริมปกฺเข การกเวทนา, สา อุจฺฉินฺนา. ตาย ปน กตํ อญฺโญ เวทิยตีติ เอวํ อุปฺปนฺนาย อุจฺเฉททิฏฺฐิยา สทฺธึ สมฺปยุตฺตาย เวทนาย อภิตุนฺนสฺส สโต ‘‘ปรํกตํ สุขทุกฺข’’นฺติ อยํ ลทฺธิ โหติ. เอวญฺจ วทนฺโต การโก อุจฺฉินฺโน, อญฺเญน ปฏิสนฺธิ คหิตาติ อุจฺเฉทํ ทีเปติ, อุจฺเฉทํ คณฺหาติ. กสฺมา? ตสฺส หิ ตํ ทสฺสนํ เอตํ ปเรติ, เอตํ อุจฺเฉทํ อุปคจฺฉตีติ อตฺโถ. อิธาปิ หิ อิมานิ ปทานิ อฏฺฐกถายํ อาหริตฺวา โยชิตาเนว. อิมสฺมึ สุตฺเต เวทนาสุขทุกฺขํ กถิตํ. ตญฺจ โข วิปากสุขทุกฺขเมว วฏฺฏตีติ วุตฺตํ. อฏฺฐมํ.
๙. พาลปณฺฑิตสุตฺตวณฺณนา
๑๙. นวเม อวิชฺชานีวรณสฺสาติ อวิชฺชาย นิวาริตสฺส. เอวมยํ กาโย สมุทาคโตติ เอวํ อวิชฺชาย นิวาริตตฺตา ตณฺหาย จ สมฺปยุตฺตตฺตาเยว อยํ กาโย นิพฺพตฺโต. อยญฺเจว กาโยติ อยญฺจสฺส อตฺตโน สวิญฺญาณโก กาโย. พหิทฺธา จ นามรูปนฺติ พหิทฺธา จ ปเรสํ สวิญฺญาณโก กาโย. อตฺตโน จ ปรสฺส จ ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ฉหิ อายตเนหิ จาปิ อยํ อตฺโถ ทีเปตพฺโพว. อิตฺเถตํ ทฺวยนฺติ เอวเมตํ ทฺวยํ. ทฺวยํ ปฏิจฺจ ผสฺโสติ อญฺญตฺถ จกฺขุรูปาทีนิ ทฺวยานิ ปฏิจฺจ จกฺขุสมฺผสฺสาทโย วุตฺตา, อิธ ปน อชฺฌตฺติกพาหิรานิ อายตนานิ. มหาทฺวยํ นาม กิเรตํ. สเฬวายตนานีติ สเฬว ผสฺสายตนานิ ผสฺสการณานิ. เยหิ ผุฏฺโฐติ เยหิ การณภูเตหิ อายตเนหิ อุปฺปนฺเนน ผสฺเสน ผุฏฺโฐ. อญฺญตเรนาติ เอตฺถ ปริปุณฺณวเสน อญฺญตรตา เวทิตพฺพา. ตตฺราติ ตสฺมึ พาลปณฺฑิตานํ กายนิพฺพตฺตนาทิมฺหิ. โก อธิปฺปยาโสติ โก อธิกปโยโค.
ภควํมูลกาติ ภควา มูลํ เอเตสนฺติ ภควํมูลกา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อิเม, ภนฺเต, อมฺหากํ ธมฺมา ปุพฺเพ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺเธน อุปฺปาทิตา, ตสฺมึ ปรินิพฺพุเต เอกํ พุทฺธนฺตรํ อญฺโญ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา อิเม ธมฺเม อุปฺปาเทตุํ สมตฺโถ นาม นาโหสิ, ภควตา ปน โน อิเม ธมฺมา อุปฺปาทิตา. ภควนฺตญฺหิ นิสฺสาย มยํ อิเม ธมฺเม อาชานาม ปฏิวิชฺฌามาติ เอวํ ภควํมูลกา โน, ภนฺเต, ธมฺมาติ. ภควํเนตฺติกาติ ภควา หิ ธมฺมานํ เนตา วิเนตา อนุเนตา, ยถาสภาวโต ปาฏิเยกฺกํ ปาฏิเยกฺกํ นามํ คเหตฺวา ทสฺเสตาติ ธมฺมา ภควํเนตฺติกา นาม โหนฺติ. ภควํปฏิสรณาติ จตุภูมกธมฺมา สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส อาปาถํ อาคจฺฉมานา ภควติ ปฏิสรนฺติ นามาติ ภควํปฏิสรณา. ปฏิสรนฺตีติ สโมสรนฺติ. อปิจ มหาโพธิมณฺเฑ นิสินฺนสฺส ภควโต ปฏิเวธวเสน ผสฺโส อาคจฺฉติ ‘‘อหํ ภควา กินฺนาโม’’ติ? ตฺวํ ผุสนฏฺเฐน ผสฺโส นาม. เวทนา, สญฺญา, สงฺขารา, วิญฺญาณํ อาคจฺฉติ ‘‘อหํ ภควา กินฺนาม’’นฺติ, ตฺวํ วิชานนฏฺเฐน วิญฺญาณํ นามาติ เอวํ จตุภูมกธมฺมานํ ยถาสภาวโต ปาฏิเยกฺกํ ปาฏิเยกฺกํ นามํ คณฺหนฺโต ภควา ธมฺเม ปฏิสรตีติ ภควํปฏิสรณา. ภควนฺตํเยว ปฏิภาตูติ ภควโตว เอตสฺส ภาสิตสฺส อตฺโถ อุปฏฺฐาตุ, ตุเมฺหเยว โน กเถตฺวา เทถาติ อตฺโถ.
สา เจว อวิชฺชาติ เอตฺถ กิญฺจาปิ สา อวิชฺชา จ ตณฺหา จ กมฺมํ ชวาเปตฺวา ปฏิสนฺธึ อากฑฺฒิตฺวา นิรุทฺธา, ยถา ปน อชฺชาปิ ยํ หิยฺโย เภสชฺชํ ปีตํ, ตเทว โภชนํ ภุญฺชาติ สริกฺขกตฺเตน ตเทวาติ วุจฺจติ, เอวมิธาปิ สา เจว อวิชฺชา สา จ ตณฺหาติ อิทมฺปิ สริกฺขกตฺเตน วุตฺตํ. พฺรหฺมจริยนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยํ. ทุกฺขกฺขยายาติ วฏฺฏทุกฺขสฺส ขยตฺถาย. กายูปโค โหตีติ อญฺญํ ปฏิสนฺธิกายํ อุปคนฺตา โหติ. ยทิทํ พฺรหฺมจริยวาโสติ โย อยํ มคฺคพฺรหฺมจริยวาโส, อยํ พาลโต ปณฺฑิตสฺส วิเสโสติ ทสฺเสติ. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต สพฺโพปิ สปฏิสนฺธิโก ปุถุชฺชโน ‘‘พาโล’’ติ, อปฺปฏิสนฺธิโก ขีณาสโว ‘‘ปณฺฑิโต’’ติ วุตฺโต. โสตาปนฺนสกทาคามิอนาคามิโน ปน ‘‘ปณฺฑิตา’’ติ วา ‘‘พาลา’’ติ วา น วตฺตพฺพา, ภชมานา ปน ปณฺฑิตปกฺขํ ภชนฺติ. นวมํ.
๑๐. ปจฺจยสุตฺตวณฺณนา
๒๐. ทสเม ปฏิจฺจสมุปฺปาทญฺจ โว ภิกฺขเว, เทเสสฺสามิ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺเน จ ธมฺเมติ สตฺถา อิมสฺมึ สุตฺเต ปจฺจเย จ ปจฺจยนิพฺพตฺเต จ สภาวธมฺเม เทเสสฺสามีติ อุภยํ อารภิ. อุปฺปาทา วา ตถาคตานนฺติ ตถาคตานํ อุปฺปาเทปิ, พุทฺเธสุ อุปฺปนฺเนสุ อนุปฺปนฺเนสุปิ ชาติปจฺจยา ชรามรณํ, ชาติเยว ชรามรณสฺส ปจฺจโย. ฐิตาว สา ธาตูติ ฐิโตว โส ปจฺจยสภาโว, น กทาจิ ชาติ ชรามรณสฺส ปจฺจโย น โหติ. ธมฺมฏฺฐิตตา ธมฺมนิยามตาติ อิเมหิปิ ทฺวีหิ ปจฺจยเมว กเถติ. ปจฺจเยน หิ ปจฺจยุปฺปนฺนา ธมฺมา ติฏฺฐนฺติ, ตสฺมา ปจฺจโยว ‘‘ธมฺมฏฺฐิตตา’’ติ วุจฺจติ. ปจฺจโย ธมฺเม นิยเมติ, ตสฺมา ‘‘ธมฺมนิยามตา’’ติ วุจฺจติ. อิทปฺปจฺจยตาติ อิเมสํ ชรามรณาทีนํ ปจฺจยา อิทปฺปจฺจยา, อิทปฺปจฺจยาว อิทปฺปจฺจยตา. ตนฺติ ตํ ปจฺจยํ. อภิสมฺพุชฺฌตีติ ญาเณน อภิสมฺพุชฺฌติ. อภิสเมตีติ ญาเณน อภิสมาคจฺฉติ. อาจิกฺขตีติ กเถติ. เทเสตีติ ทสฺเสติ. ปญฺญาเปตีติ ชานาเปติ. ปฏฺฐเปตีติ ญาณมุเข ฐเปติ. วิวรตีติ วิวริตฺวา ทสฺเสติ. วิภชตีติ วิภาคโต ทสฺเสติ. อุตฺตานีกโรตีติ ปากฏํ กโรติ. ปสฺสถาติ จาหาติ ปสฺสถ อิติ จ วทติ. กินฺติ? ชาติปจฺจยา, ภิกฺขเว, ชรามรณนฺติอาทิ.
อิติ โข, ภิกฺขเวติ เอวํ โข, ภิกฺขเว. ยา ตตฺราติ ยา เตสุ ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติอาทีสุ. ตถตาติอาทีนิ ปจฺจยาการสฺเสว เววจนานิ. โส เตหิ เตหิ ปจฺจเยหิ อนูนาธิเกเหว ตสฺส ตสฺส ธมฺมสฺส สมฺภวโต ตถตาติ, สามคฺคึ อุปคเตสุ ปจฺจเยสุ มุหุตฺตมฺปิ ตโต นิพฺพตฺตานํ ธมฺมานํ อสมฺภวาภาวโต อวิตถตาติ, อญฺญธมฺมปจฺจเยหิ อญฺญธมฺมานุปฺปตฺติโต อนญฺญถตาติ, ชรามรณาทีนํ ปจฺจยโต วา ปจฺจยสมูหโต วา อิทปฺปจฺจยตาติ วุตฺโต. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – อิเมสํ ปจฺจยา อิทปฺปจฺจยา, อิทปฺปจฺจยา เอว อิทปฺปจฺจยตา, อิทปฺปจฺจยานํ วา สมูโห อิทปฺปจฺจยตา. ลกฺขณํ ปเนตฺถ สทฺทสตฺถโต เวทิตพฺพํ.
อนิจฺจนฺติ หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจํ. เอตฺถ จ อนิจฺจนฺติ น ชรามรณํ อนิจฺจํ, อนิจฺจสภาวานํ ปน ขนฺธานํ ชรามรณตฺตา อนิจฺจํ นาม ชาตํ. สงฺขตาทีสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ สงฺขตนฺติ ปจฺจเยหิ สมาคนฺตฺวา กตํ. ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนนฺติ ปจฺจเย นิสฺสาย อุปฺปนฺนํ. ขยธมฺมนฺติ ขยสภาวํ. วยธมฺมนฺติ วิคจฺฉนกสภาวํ. วิราคธมฺมนฺติ วิรชฺชนกสภาวํ. นิโรธธมฺมนฺติ นิรุชฺฌนกสภาวํ. ชาติยาปิ วุตฺตนเยเนว อนิจฺจตา เวทิตพฺพา. ชนกปจฺจยานํ วา กิจฺจานุภาวกฺขเณ ทิฏฺฐตฺตา เอเกน ปริยาเยเนตฺถ อนิจฺจาติอาทีนิ ยุชฺชนฺติเยว. ภวาทโย อนิจฺจาทิสภาวาเยว.
สมฺมปฺปญฺญายาติ สวิปสฺสนาย มคฺคปญฺญาย. ปุพฺพนฺตนฺติ ปุริมํ อตีตนฺติ อตฺโถ. อโหสึ นุ โขติอาทีสุ ‘‘อโหสึ นุ โข นนุ โข’’ติ สสฺสตาการญฺจ อธิจฺจสมุปฺปตฺติอาการญฺจ นิสฺสาย อตีเต อตฺตโน วิชฺชมานตญฺจ อวิชฺชมานตญฺจ กงฺขติ. กึ การณนฺติ น วตฺตพฺพํ, อุมฺมตฺตโก วิย พาลปุถุชฺชโน ยถา วา ตถา วา ปวตฺตติ. กึ นุ โข อโหสินฺติ ชาติลิงฺคุปปตฺติโย นิสฺสาย ‘‘ขตฺติโย นุ โข อโหสึ, พฺราหฺมณเวสฺสสุทฺทคหฏฺฐปพฺพชิตเทวมนุสฺสานํ อญฺญตโร’’ติ กงฺขติ. กถํ นุ โขติ สณฺฐานาการํ นิสฺสาย ‘‘ทีโฆ นุ โข อโหสึ รสฺสโอทาตกณฺหปมาณิกอปฺปมาณิกาทีนํ อญฺญตโร’’ติ กงฺขติ. เกจิ ปน ‘‘อิสฺสรนิมฺมานาทีนิ นิสฺสาย ‘เกน นุ โข การเณน อโหสิ’นฺติ เหตุโต กงฺขตี’’ติ วทนฺติ. กึ หุตฺวา กึ อโหสินฺติ ชาติอาทีนิ นิสฺสาย ‘‘ขตฺติโย หุตฺวา นุ โข พฺราหฺมโณ อโหสึ…เป… เทโว หุตฺวา มนุสฺโส’’ติ อตฺตโน ปรมฺปรํ กงฺขติ. สพฺพตฺเถว ปน อทฺธานนฺติ กาลาธิวจนเมตํ. อปรนฺตนฺติ อนาคตํ อนฺตํ. ภวิสฺสามิ นุ โข นนุ โขติ สสฺสตาการญฺจ อุจฺเฉทาการญฺจ นิสฺสาย อนาคเต อตฺตโน วิชฺชมานตญฺจ อวิชฺชมานตญฺจ กงฺขติ. เสสเมตฺถ วุตฺตนยเมว.
เอตรหิ วา ปจฺจุปฺปนฺนํ อทฺธานนฺติ อิทานิ วา ปฏิสนฺธิมาทึ กตฺวา จุติปริยนฺตํ สพฺพมฺปิ วตฺตมานกาลํ คเหตฺวา. อชฺฌตฺตํ กถํกถี ภวิสฺสตีติ อตฺตโน ขนฺเธสุ วิจิกิจฺฉี ภวิสฺสติ. อหํ นุ โขสฺมีติ อตฺตโน อตฺถิภาวํ กงฺขติ. ยุตฺตํ ปเนตนฺติ? ยุตฺตํ อยุตฺตนฺติ กา เอตฺถ จินฺตา. อปิเจตฺถ อิทํ วตฺถุมฺปิ อุทาหรนฺติ – จูฬมาตาย กิร ปุตฺโต มุณฺโฑ, มหามาตาย ปุตฺโต อมุณฺโฑ, ตํ ปุตฺตํ มุณฺเฑสุํ, โส อุฏฺฐาย ‘‘อหํ นุ โข จูฬมาตาย ปุตฺโต’’ติ จินฺเตสิ. เอวํ อหํ นุ โขสฺมีติ กงฺขา โหติ. โน นุ โขสฺมีติ อตฺตโน นตฺถิภาวํ กงฺขติ. ตตฺราปิ อิทํ วตฺถุ – เอโก กิร มจฺเฉ คณฺหนฺโต อุทเก จิรฏฺฐาเนน สีติภูตํ อตฺตโน อูรุํ มจฺโฉติ จินฺเตตฺวา ปหริ. อปโร สุสานปสฺเส เขตฺตํ รกฺขนฺโต ภีโต สงฺกุฏิโต สยิ, โส ปฏิพุชฺฌิตฺวา อตฺตโน ชณฺณุกานิ เทฺว ยกฺขาติ จินฺเตตฺวา ปหริ. เอวํ โน นุ โขสฺมีติ กงฺขติ.