๓. คิญฺชกาวสถสุตฺตวณฺณนา
๙๗. ตติเย ธาตุํ, ภิกฺขเวติ อิโต ปฏฺฐาย อชฺฌาสยํ ธาตูติ ทีเปติ. อุปฺปชฺชติ สญฺญาติ อชฺฌาสยํ ปฏิจฺจ สญฺญา อุปฺปชฺชติ, ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, วิตกฺโก อุปฺปชฺชตีติ. อิธาปิ ‘‘กจฺจาโน ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสตี’’ติ ตสฺส โอกาสทานตฺถํ เอตฺตาวตาว เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. อสมฺมาสมฺพุทฺเธสูติ ฉสุ สตฺถาเรสุ. สมฺมาสมฺพุทฺธาติ มยมสฺม สมฺมาสมฺพุทฺธาติ. กึ ปฏิจฺจ ปญฺญายตีติ กิสฺมึ สติ โหตีติ? สตฺถารานํ อุปฺปนฺนํ ทิฏฺฐึ ปุจฺฉติ. อสมฺมาสมฺพุทฺเธสุ เตสุ สมฺมาสมฺพุทฺธา เอเตติ เอวํ อุปฺปนฺนํ ติตฺถิยสาวกานมฺปิ ทิฏฺฐึ ปุจฺฉติเยว.
อิทานิ ยสฺมา เตสํ อวิชฺชาธาตุํ ปฏิจฺจ สา ทิฏฺฐิ โหติ, อวิชฺชาธาตุ จ นาม มหตี ธาตุ, ตสฺมา มหตึ ธาตุํ ปฏิจฺจ ตสฺสา อุปฺปตฺตึ ทีเปนฺโต มหตี โข เอสาติอาทิมาห. หีนํ, กจฺจาน, ธาตุํ ปฏิจฺจาติ หีนํ อชฺฌาสยํ ปฏิจฺจ. ปณิธีติ จิตฺตฏฺฐปนํ. สา ปเนสา อิตฺถิภาวํ วา มกฺกฏาทิติรจฺฉานภาวํ วา ปตฺเถนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ. หีโน ปุคฺคโลติ ยสฺเสเต หีนา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, สพฺโพ โส ปุคฺคโลปิ หีโน นาม. หีนา วาจาติ ยา ตสฺส วาจา, สาปิ หีนา. หีนํ อาจิกฺขตีติ โส อาจิกฺขนฺโตปิ หีนเมว อาจิกฺขติ, เทเสนฺโตปิ หีนเมว เทเสตีติ สพฺพปทานิ โยเชตพฺพานิ. อุปปตฺตีติ เทฺว อุปปตฺติโย ปฏิลาโภ จ นิพฺพตฺติ จ. นิพฺพตฺติ หีนกุลาทิวเสน เวทิตพฺพา, ปฏิลาโภ จิตฺตุปฺปาทกฺขเณ หีนตฺติกวเสน. กถํ? ตสฺส หิ ปญฺจสุ นีจกุเลสุ อุปฺปชฺชนโต หีนา นิพฺพตฺติ, เวสฺสสุทฺทกุเลสุ อุปฺปชฺชนโต มชฺฌิมา, ขตฺติยพฺราหฺมณกุเลสุ อุปฺปชฺชนโต ปณีตา. ทฺวาทสากุสลจิตฺตุปฺปาทานํ ปน ปฏิลาภโต หีโน ปฏิลาโภ, เตภูมกธมฺมานํ ปฏิลาภโต มชฺฌิโม, นวโลกุตฺตรธมฺมานํ ปฏิลาภโต ปณีโต. อิมสฺมึ ปน ฐาเน นิพฺพตฺติเยว อธิปฺเปตาติ. ตติยํ.