๒. ทุติยวคฺโค

๑. สตฺตธาตุสุตฺตวณฺณนา

๙๕. ทุติยวคฺคสฺส ปฐเม อาภาธาตูติ อาโลกธาตุ. อาโลกสฺสปิ อาโลกกสิเณ ปริกมฺมํ กตฺวา อุปฺปนฺนชฺฌานสฺสาปีติ สหารมฺมณสฺส ฌานสฺส เอตํ นามํ. สุภธาตูติ สุภกสิเณ อุปฺปนฺนชฺฌานวเสน สหารมฺมณชฺฌานเมว. อากาสานญฺจายตนเมว อากาสานญฺจายตนธาตุ. สญฺญาเวทยิตนิโรโธว สญฺญาเวทยิตนิโรธธาตุ. อิติ ภควา อนุสนฺธิกุสลสฺส ภิกฺขุโน ตตฺถ นิสีทิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิตุกามสฺส โอกาสํ เทนฺโต เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ.

อนฺธการํ ปฏิจฺจาติ อนฺธกาโร หิ อาโลเกน ปริจฺฉินฺโน, อาโลโกปิ อนฺธกาเรน. อนฺธกาเรน หิ โส ปากโฏ โหติ. ตสฺมา ‘‘อนฺธการํ ปฏิจฺจ ปญฺญายตี’’ติ อาห. อสุภํ ปฏิจฺจาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. อสุภญฺหิ สุเภน, สุภญฺจ อสุเภน ปริจฺฉินฺนํ, อสุเภ สติ สุภํ ปญฺญายติ, ตสฺมา เอวมาห. รูปํ ปฏิจฺจาติ รูปาวจรสมาปตฺตึ ปฏิจฺจ. รูปาวจรสมาปตฺติยา หิ สติ อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติ นาม โหติ รูปสมติกฺกโม วา, ตสฺมา เอวมาห. วิญฺญาณญฺจายตนธาตุอาทีสุปิ เอเสว นโย. นิโรธํ ปฏิจฺจาติ จตุนฺนํ ขนฺธานํ ปฏิสงฺขาอปฺปวตฺตึ ปฏิจฺจ. ขนฺธนิโรธญฺหิ ปฏิจฺจ นิโรธสมาปตฺติ นาม ปญฺญายติ, น ขนฺธปวตฺตึ, ตสฺมา เอวมาห. เอตฺถ จ จตุนฺนํ ขนฺธานํ นิโรโธว นิโรธสมาปตฺตีติ เวทิตพฺโพ.

กถํ สมาปตฺติ ปตฺตพฺพาติ กถํ สมาปตฺติโย กีทิสา สมาปตฺติโย นาม หุตฺวา ปตฺตพฺพาติ? สญฺญาสมาปตฺติ ปตฺตพฺพาติ สญฺญาย อตฺถิภาเวน สญฺญาสมาปตฺติโย สญฺญาสมาปตฺติโย นาม หุตฺวา ปตฺตพฺพา. สงฺขาราวเสสสมาปตฺติ ปตฺตพฺพาติ สุขุมสงฺขารานํ อวสิฏฺฐตาย สงฺขาราวเสสสมาปตฺติ นาม หุตฺวา ปตฺตพฺพา. นิโรธสมาปตฺติ ปตฺตพฺพาติ นิโรโธว นิโรธสมาปตฺติ นิโรธสมาปตฺติ นาม หุตฺวา ปตฺตพฺพาติ อตฺโถ. ปฐมํ.

๒. สนิทานสุตฺตวณฺณนา

๙๖. ทุติเย สนิทานนฺติ ภาวนปุํสกเมตํ, สนิทาโน สปจฺจโย หุตฺวา อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ. กามธาตุํ, ภิกฺขเว, ปฏิจฺจาติ เอตฺถ กามวิตกฺโกปิ กามธาตุ กามาวจรธมฺมาปิ, วิเสสโต สพฺพากุสลมฺปิ. ยถาห –

‘‘ตตฺถ กตมา กามธาตุ? กามปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก สงฺกปฺโป อปฺปนา พฺยปฺปนา เจตโส อภินิโรปนา มิจฺฉาสงฺกปฺโป, อยํ วุจฺจติ กามธาตุ. เหฏฺฐโต อวีจินิรยํ ปริยนฺตํ กริตฺวา อุปริโต ปรนิมฺมิตวสวตฺตี เทเว อนฺโตกริตฺวา ยํ เอตสฺมึ อนฺตเร เอตฺถาวจรา เอตฺถ ปริยาปนฺนา ขนฺธธาตุอายตนา รูปา เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ, อยํ วุจฺจติ กามธาตุ. สพฺเพปิ อกุสลา ธมฺมา กามธาตู’’ติ (วิภ. ๑๘๒).

เอตฺถ สพฺพสงฺคาหิกา อสมฺภินฺนาติ เทฺว กถา โหนฺติ. กถํ? กามธาตุคฺคหเณน หิ พฺยาปาทธาตุวิหึสาธาตุโย คหิตา โหนฺตีติ อยํ สพฺพสงฺคาหิกา. ตาสํ ปน ทฺวินฺนํ ธาตูนํ วิสุํ อาคตตฺตา เสสธมฺมา กามธาตูติ อยํ อสมฺภินฺนกถา. อยมิธ คเหตพฺพา อิมํ กามธาตุํ อารมฺมณวเสน วา สมฺปโยควเสน วา ปฏิจฺจ กามสญฺญา นาม อุปฺปชฺชติ. กามสญฺญํ ปฏิจฺจาติ กามสญฺญํ ปน สมฺปโยควเสน วา อุปนิสฺสยวเสน วา ปฏิจฺจ กามสงฺกปฺโป นาม อุปฺปชฺชติ. อิมินา นเยน สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตีหิ ฐาเนหีติ ตีหิ การเณหิ. มิจฺฉา ปฏิปชฺชตีติ อยาถาวปฏิปทํ อนิยฺยานิกปฏิปทํ ปฏิปชฺชติ.

พฺยาปาทธาตุํ, ภิกฺขเวติ เอตฺถ พฺยาปาทวิตกฺโกปิ พฺยาปาทธาตุ พฺยาปาโทปิ. ยถาห –

‘‘ตตฺถ กตมา พฺยาปาทธาตุ? พฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก…เป… อยํ วุจฺจติ พฺยาปาทธาตุ. ทสสุ อาฆาตวตฺถูสุ จิตฺตสฺส อาฆาโต ปฏิวิโรโธ โกโป ปโกโป…เป… อนตฺตมนตา จิตฺตสฺส, อยํ วุจฺจติ พฺยาปาทธาตู’’ติ (วิภ. ๑๘๒).

อิมํ พฺยาปาทธาตุํ สหชาตปจฺจยาทิวเสน ปฏิจฺจ พฺยาปาทสญฺญา นาม อุปฺปชฺชติ. เสสํ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ.

วิหึสาธาตุํ, ภิกฺขเวติ เอตฺถ วิหึสาวิตกฺโกปิ วิหึสาธาตุ วิหึสาปิ. ยถาห –

‘‘ตตฺถ กตมา วิหึสาธาตุ? วิหึสาปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก…เป… อยํ วุจฺจติ วิหึสาธาตุ. อิเธกจฺโจ ปาณินา วา เลฑฺฑุนา วา ทณฺเฑน วา สตฺเถน วา รชฺชุยา วา อญฺญตรญฺญตเรน วา สตฺเต วิเหเฐติ. ยา เอวรูปา เหฐนา วิเหฐนา หึสนา วิหึสนา โรสนา ปรูปฆาโต, อยํ วุจฺจติ วิหึสาธาตู’’ติ (วิภ. ๑๘๒).

อิมํ วิหึสาธาตุํ สหชาตปจฺจยาทิวเสน ปฏิจฺจ วิหึสาสญฺญา นาม อุปฺปชฺชติ. เสสมิธาปิ ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ.

ติณทาเยติ ติณคหเน อรญฺเญ. อนยพฺยสนนฺติ อวุฑฺฒึ วินาสํ. เอวเมว โขติ เอตฺถ สุกฺขติณทาโย วิย อารมฺมณํ ทฏฺฐพฺพํ, ติณุกฺกา วิย อกุสลสญฺญา, ติณกฏฺฐนิสฺสิตา ปาณา วิย อิเม สตฺตา. ยถา สุกฺขติณทาเย ฐปิตํ ติณุกฺกํ ขิปฺปํ วายมิตฺวา อนิพฺพาเปนฺตสฺส เต ปาณา อนยพฺยสนํ ปาปุณนฺติ. เอวเมว เย สมณา วา พฺราหฺมณา วา อุปฺปนฺนํ อกุสลสญฺญํ วิกฺขมฺภนตทงฺคสมุจฺเฉทปฺปหาเนหิ นปฺปชหนฺติ, เต ทุกฺขํ วิหรนฺติ.

วิสมคตนฺติ ราควิสมาทีนิ อนุคตํ อกุสลสญฺญํ. น ขิปฺปเมว ปชหตีติ วิกฺขมฺภนาทิวเสน สีฆํ นปฺปชหติ. น วิโนเทตีติ น นีหรติ. น พฺยนฺตีกโรตีติ ภงฺคมตฺตมฺปิ อนวเสเสนฺโต น วิคตนฺตํ กโรติ. น อนภาวํ คเมตีติ น อนุอภาวํ คเมติ. เอวํ สพฺพปเทสุ น – กาโร อาหริตพฺโพ. ปาฏิกงฺขาติ ปาฏิกงฺขิตพฺพา อิจฺฉิตพฺพา.

เนกฺขมฺมธาตุํ, ภิกฺขเวติ เอตฺถ เนกฺขมฺมวิตกฺโกปิ เนกฺขมฺมธาตุ สพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา. ยถาห –

‘‘ตตฺถ กตมา เนกฺขมฺมธาตุ? เนกฺขมฺมปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก…เป… สมฺมาสงฺกปฺโป, อยํ วุจฺจติ เนกฺขมฺมธาตู’’ติ (วิภ. ๑๘๒).

อิธาปิ ทุวิธา กถา. เนกฺขมฺมธาตุคฺคหเณน หิ อิตราปิ เทฺว ธาตุโย คหณํ คจฺฉนฺติ กุสลธมฺมปริยาปนฺนตฺตา, อยํ สพฺพสงฺคาหิกา. ตา ปน ธาตุโย วิสุํ ทีเปตพฺพาติ ตา ฐเปตฺวา เสสา สพฺพกุสลา เนกฺขมฺมธาตูติ อยํ อสมฺภินฺนา. อิมํ เนกฺขมฺมธาตุํ สหชาตาทิปจฺจยวเสน ปฏิจฺจ เนกฺขมฺมสญฺญา นาม อุปฺปชฺชติ. สญฺญาทีนิ ปฏิจฺจ วิตกฺกาทโย ยถานุรูปํ.

อพฺยาปาทธาตุํ, ภิกฺขเวติ เอตฺถ อพฺยาปาทวิตกฺโกปิ อพฺยาปาทธาตุ อพฺยาปาโทปิ. ยถาห –

‘‘ตตฺถ กตมา อพฺยาปาทธาตุ? อพฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก…เป… อยํ วุจฺจติ อพฺยาปาทธาตุ. ยา สตฺเตสุ เมตฺติ เมตฺตายนา เมตฺตายิตตฺตํ เมตฺตาเจโตวิมุตฺติ, อยํ วุจฺจติ อพฺยาปาทธาตู’’ติ (วิภ. ๑๘๒).

อิมํ อพฺยาปาทธาตุํ ปฏิจฺจ วุตฺตนเยเนว อพฺยาปาทสญฺญา นาม อุปฺปชฺชติ.

อวิหึสาธาตุํ, ภิกฺขเวติ เอตฺถาปิ อวิหึสาวิตกฺโกปิ อวิหึสาธาตุ กรุณาปิ. ยถาห –

‘‘ตตฺถ กตมา อวิหึสาธาตุ? อวิหึสาปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก…เป… อยํ วุจฺจติ อวิหึสาธาตุ. ยา สตฺเตสุ กรุณา กรุณายนา กรุณายิตตฺตํ กรุณาเจโตวิมุตฺติ, อยํ วุจฺจติ อวิหึสาธาตู’’ติ (วิภ. ๑๘๒).

อิมํ อวิหึสาธาตุํ ปฏิจฺจ วุตฺตนเยเนว อวิหึสาสญฺญา นาม อุปฺปชฺชติ. เสสํ สพฺพตฺถ วุตฺตานุสาเรเนว เวทิตพฺพํ. ทุติยํ.

๓. คิญฺชกาวสถสุตฺตวณฺณนา

๙๗. ตติเย ธาตุํ, ภิกฺขเวติ อิโต ปฏฺฐาย อชฺฌาสยํ ธาตูติ ทีเปติ. อุปฺปชฺชติ สญฺญาติ อชฺฌาสยํ ปฏิจฺจ สญฺญา อุปฺปชฺชติ, ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, วิตกฺโก อุปฺปชฺชตีติ. อิธาปิ ‘‘กจฺจาโน ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสตี’’ติ ตสฺส โอกาสทานตฺถํ เอตฺตาวตาว เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. อสมฺมาสมฺพุทฺเธสูติ ฉสุ สตฺถาเรสุ. สมฺมาสมฺพุทฺธาติ มยมสฺม สมฺมาสมฺพุทฺธาติ. กึ ปฏิจฺจ ปญฺญายตีติ กิสฺมึ สติ โหตีติ? สตฺถารานํ อุปฺปนฺนํ ทิฏฺฐึ ปุจฺฉติ. อสมฺมาสมฺพุทฺเธสุ เตสุ สมฺมาสมฺพุทฺธา เอเตติ เอวํ อุปฺปนฺนํ ติตฺถิยสาวกานมฺปิ ทิฏฺฐึ ปุจฺฉติเยว.

อิทานิ ยสฺมา เตสํ อวิชฺชาธาตุํ ปฏิจฺจ สา ทิฏฺฐิ โหติ, อวิชฺชาธาตุ จ นาม มหตี ธาตุ, ตสฺมา มหตึ ธาตุํ ปฏิจฺจ ตสฺสา อุปฺปตฺตึ ทีเปนฺโต มหตี โข เอสาติอาทิมาห. หีนํ, กจฺจาน, ธาตุํ ปฏิจฺจาติ หีนํ อชฺฌาสยํ ปฏิจฺจ. ปณิธีติ จิตฺตฏฺฐปนํ. สา ปเนสา อิตฺถิภาวํ วา มกฺกฏาทิติรจฺฉานภาวํ วา ปตฺเถนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ. หีโน ปุคฺคโลติ ยสฺเสเต หีนา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ, สพฺโพ โส ปุคฺคโลปิ หีโน นาม. หีนา วาจาติ ยา ตสฺส วาจา, สาปิ หีนา. หีนํ อาจิกฺขตีติ โส อาจิกฺขนฺโตปิ หีนเมว อาจิกฺขติ, เทเสนฺโตปิ หีนเมว เทเสตีติ สพฺพปทานิ โยเชตพฺพานิ. อุปปตฺตีติ เทฺว อุปปตฺติโย ปฏิลาโภ จ นิพฺพตฺติ จ. นิพฺพตฺติ หีนกุลาทิวเสน เวทิตพฺพา, ปฏิลาโภ จิตฺตุปฺปาทกฺขเณ หีนตฺติกวเสน. กถํ? ตสฺส หิ ปญฺจสุ นีจกุเลสุ อุปฺปชฺชนโต หีนา นิพฺพตฺติ, เวสฺสสุทฺทกุเลสุ อุปฺปชฺชนโต มชฺฌิมา, ขตฺติยพฺราหฺมณกุเลสุ อุปฺปชฺชนโต ปณีตา. ทฺวาทสากุสลจิตฺตุปฺปาทานํ ปน ปฏิลาภโต หีโน ปฏิลาโภ, เตภูมกธมฺมานํ ปฏิลาภโต มชฺฌิโม, นวโลกุตฺตรธมฺมานํ ปฏิลาภโต ปณีโต. อิมสฺมึ ปน ฐาเน นิพฺพตฺติเยว อธิปฺเปตาติ. ตติยํ.

๔. หีนาธิมุตฺติกสุตฺตวณฺณนา

๙๘. จตุตฺเถ สํสนฺทนฺตีติ เอกโต โหนฺติ. สเมนฺตีติ สมาคจฺฉนฺติ, นิรนฺตรา โหนฺติ. หีนาธิมุตฺติกาติ หีนชฺฌาสยา. กลฺยาณาธิมุตฺติกาติ กลฺยาณชฺฌาสยา. จตุตฺถํ.

๕. จงฺกมสุตฺตวณฺณนา

๙๙. ปญฺจเม ปสฺสถ โนติ ปสฺสถ นุ. สพฺเพ โข เอเตติ สาริปุตฺตตฺเถโร ภควตา ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ มหาปญฺญานํ ยทิทํ สาริปุตฺโต’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๘๙) มหาปญฺเญสุ เอตทคฺเค ฐปิโต. อิติ นํ ‘‘ขนฺธนฺตรํ ธาตฺวนฺตรํ อายตนนฺตรํ สติปฏฺฐานโพธิปกฺขิยธมฺมนฺตรํ ติลกฺขณาหตํ คมฺภีรํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามา’’ติ มหาปญฺญาว ปริวาเรนฺติ. โสปิ เตสํ ปถวึ ปตฺถเรนฺโต วิย สิเนรุปาทโต วาลิกํ อุทฺธรนฺโต วิย จกฺกวาฬปพฺพตํ ภินฺทนฺโต วิย สิเนรุํ อุกฺขิปนฺโต วิย อากาสํ วิตฺถาเรนฺโต วิย จนฺทิมสูริเย อุฏฺฐาเปนฺโต วิย จ ปุจฺฉิตปุจฺฉิตํ กเถติ. เตน วุตฺตํ ‘‘สพฺเพ โข เอเต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู มหาปญฺญา’’ติ.

มหาโมคฺคลฺลาโนปิ ภควตา ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ อิทฺธิมนฺตานํ ยทิทํ มหาโมคฺคลฺลาโน’’ติ อิทฺธิมนฺเตสุ เอตทคฺเค ฐปิโต. อิติ นํ ‘‘ปริกมฺมํ อานิสํสํ อธิฏฺฐานํ วิกุพฺพนํ ปุจฺฉิสฺสามา’’ติ อิทฺธิมนฺโตว ปริวาเรนฺติ. โสปิ เตสํ วุตฺตนเยเนว ปุจฺฉิตปุจฺฉิตํ กเถติ. เตน วุตฺตํ ‘‘สพฺเพ โข เอเต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู มหิทฺธิกา’’ติ.

มหากสฺสโปปิ ภควตา ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ ธุตวาทานํ ยทิทํ มหากสฺสโป’’ติ ธุตวาเทสุ เอตทคฺเค ฐปิโต. อิติ นํ ‘‘ธุตงฺคปริหารํ อานิสํสํ สโมธานํ อธิฏฺฐานํ เภทํ ปุจฺฉิสฺสามา’’ติ ธุตวาทาว ปริวาเรนฺติ. โสปิ เตสํ ตเถว ปุจฺฉิตปุจฺฉิตํ พฺยากโรติ. เตน วุตฺตํ ‘‘สพฺเพ โข เอเต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ธุตวาทา’’ติ.

อนุรุทฺธตฺเถโรปิ ภควตา ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ ทิพฺพจกฺขุกานํ ยทิทํ อนุรุทฺโธ’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๙๒) ทิพฺพจกฺขุเกสุ เอตทคฺเค ฐปิโต. อิติ นํ ‘‘ทิพฺพจกฺขุสฺส ปริกมฺมํ อานิสํสํ อุปกฺกิเลสํ ปุจฺฉิสฺสามา’’ติ ทิพฺพจกฺขุกาว ปริวาเรนฺติ. โสปิ เตสํ ตเถว ปุจฺฉิตปุจฺฉิตํ กเถติ. เตน วุตฺตํ ‘‘สพฺเพ โข เอเต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ทิพฺพจกฺขุกา’’ติ.

ปุณฺณตฺเถโรปิ ภควตา ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ ธมฺมกถิกานํ ยทิทํ ปุณฺโณ มนฺตาณิปุตฺโต’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๙๖) ธมฺมกถิเกสุ เอตทคฺเค ฐปิโต. อิติ นํ ‘‘ธมฺมกถาย สงฺเขปวิตฺถารคมฺภีรุตฺตานวิจิตฺรกถาทีสุ ตํ ตํ อาการํ ปุจฺฉิสฺสามา’’ติ ธมฺมกถิกาว ปริวาเรนฺติ. โสปิ เตสํ ‘‘อาวุโส, ธมฺมกถิเกน นาม อาทิโต ปริสํ วณฺเณตุํ วฏฺฏติ, มชฺเฌ สุญฺญตํ ปกาเสตุํ, อนฺเต จตุสจฺจวเสน กูฏํ คณฺหิตุ’’นฺติ เอวํ ตํ ตํ ธมฺมกถานยํ อาจิกฺขติ. เตน วุตฺตํ ‘‘สพฺเพ โข เอเต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ธมฺมกถิกา’’ติ.

อุปาลิตฺเถโรปิ ภควตา ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ วินยธรานํ ยทิทํ อุปาลี’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๒๘) วินยธเรสุ เอตทคฺเค ฐปิโต. อิติ นํ ‘‘ครุกลหุกํ สเตกิจฺฉอเตกิจฺฉํ อาปตฺตานาปตฺตึ ปุจฺฉิสฺสามา’’ติ วินยธราว ปริวาเรนฺติ. โสปิ เตสํ ปุจฺฉิตปุจฺฉิตํ ตเถว กเถติ. เตน วุตฺตํ ‘‘สพฺเพ โข เอเต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู วินยธรา’’ติ.

อานนฺทตฺเถโรปิ ภควตา ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ พหุสฺสุตานํ ยทิทํ อานนฺโท’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๒๓) พหุสฺสุเตสุ เอตทคฺเค ฐปิโต. อิติ นํ ‘‘ทสวิธํ พฺยญฺชนพุทฺธึ อฏฺฐุปฺปตฺตึ อนุสนฺธึ ปุพฺพาปรํ ปุจฺฉิสฺสามา’’ติ พหุสฺสุตาว ปริวาเรนฺติ. โสปิ เตสํ ‘‘อิทํ เอวํ วตฺตพฺพํ, อิทํ เอวํ คเหตพฺพ’’นฺติ สพฺพํ กเถติ. เตน วุตฺตํ ‘‘สพฺเพ โข เอเต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู พหุสฺสุตา’’ติ.

เทวทตฺโต ปน ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต, เตน นํ ‘‘กุลสงฺคณฺหนปริหารํ นานปฺปการกํ โกหญฺญตํ ปุจฺฉิสฺสามา’’ติ ปาปิจฺฉาว ปริวาเรนฺติ. โสปิ เตสํ ตํ ตํ นิยามํ อาจิกฺขติ. เตน วุตฺตํ ‘‘สพฺเพ โข เอเต, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ปาปิจฺฉา’’ติ.

กสฺมา ปเนเต อวิทูเร จงฺกมึสูติ. ‘‘เทวทตฺโต สตฺถริ ปทุฏฺฐจิตฺโต อนตฺถมฺปิ กาตุํ อุปกฺกเมยฺยา’’ติ อารกฺขคฺคหณตฺถํ. อถ เทวทตฺโต กสฺมา จงฺกมีติ? ‘‘อการโก อยํ, ยทิ การโก ภเวยฺย, น อิธ อาคจฺเฉยฺยา’’ติ อตฺตโน กตโทสปฏิจฺฉาทนตฺถํ. กึ ปน เทวทตฺโต ภควโต อนตฺถํ กาตุํ สมตฺโถ, ภควโต วา อารกฺขกิจฺจํ อตฺถีติ? นตฺถิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อฏฺฐานเมตํ, อานนฺท, อนวกาโส, ยํ ตถาคโต ปรูปกฺกเมน ปรินิพฺพาเยยฺยา’’ติ (จูฬว. ๓๔๑). ภิกฺขู ปน สตฺถริ คารเวน อาคตา. เตเนว ภควา เอวํ วตฺวา ‘‘วิสฺสชฺเชหิ, อานนฺท, ภิกฺขุสงฺฆ’’นฺติ วิสฺสชฺชาเปสิ. ปญฺจมํ.

๖. สคาถาสุตฺตวณฺณนา

๑๐๐. ฉฏฺเฐ คูโถ คูเถน สํสนฺทติ สเมตีติ สมุทฺทนฺตเร ชนปทนฺตเร จกฺกวาฬนฺตเร ฐิโตปิ วณฺเณนปิ คนฺเธนปิ รเสนปิ นานตฺตํ อนุปคจฺฉนฺโต สํสนฺทติ สเมติ, เอกสทิโสว โหติ นิรนฺตโร. เสเสสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปน อนิฏฺฐอุปมา หีนชฺฌาสยานํ หีนอชฺฌาสยสฺส สริกฺขภาวทสฺสนตฺถํ อาหฏา, ขีราทิวิสิฏฺโฐปมา กลฺยาณชฺฌาสยานํ อชฺฌาสยสฺส สริกฺขภาวทสฺสนตฺถํ.

สํสคฺคาติ ทสฺสนสวนสํสคฺคาทิวตฺถุเกน ตณฺหาเสฺนเหน. วนโถ ชาโตติ กิเลสวนํ ชาตํ. อสํสคฺเคน ฉิชฺชตีติ เอกโต ฐานนิสชฺชาทีนิ อกโรนฺตสฺส อสํสคฺเคน อทสฺสเนน ฉิชฺชติ. สาธุชีวีติ ปริสุทฺธชีวิตํ ชีวมาโน. สหาวเสติ สหวาสํ วเสยฺย. ฉฏฺฐํ.

๗. อสฺสทฺธสํสนฺทนสุตฺตวณฺณนา

๑๐๑. สตฺตเม อสฺสทฺธา อสฺสทฺเธหีติอาทีสุ พุทฺเธ วา ธมฺเม วา สงฺเฆ วา สทฺธาวิรหิตา นิโรชา นิรสา ปุคฺคลา สมุทฺทสฺส โอริมตีเร ฐิตา ปาริมตีเรปิ ฐิเตหิ อสฺสทฺเธหิ สทฺธึ ตาย อสฺสทฺธตาย เอกสทิสา นิรนฺตรา โหนฺติ. ตถา อหิริกา ภินฺนมริยาทา อลชฺชิปุคฺคลา อหิริเกหิ, อโนตฺตปฺปิโน ปาปกิริยาย อภายมานา อโนตฺตปฺปีหิ, อปฺปสฺสุตา สุตวิรหิตา อปฺปสฺสุเตหิ, กุสีตา อาลสิยปุคฺคลา กุสีเตหิ, มุฏฺฐสฺสติโน ภตฺตนิกฺขิตฺตกากมํสนิกฺขิตฺตสิงฺคาลสทิสา มุฏฺฐสฺสตีหิ, ทุปฺปญฺญา ขนฺธาทิปริจฺเฉทิกาย ปญฺญาย อภาเวน นิปฺปญฺญา ตาทิเสเหว ทุปฺปญฺเญหิ, สทฺธาสมฺปนฺนา เจติยวนฺทนาทิกิจฺจปสุตา สทฺเธหิ, หิริมนา ลชฺชิปุคฺคลา หิริมเนหิ, โอตฺตปฺปิโน ปาปภีรุกา โอตฺตปฺปีหิ, พหุสฺสุตา สุตธรา อาคมธรา ตนฺติปาลกา วํสานุรกฺขกา พหุสฺสุเตหิ, อารทฺธวีริยา ปริปุณฺณปรกฺกมา อารทฺธวีริเยหิ, อุปฏฺฐิตสฺสตี สพฺพกิจฺจปริคฺคาหิกาย สติยา สมนฺนาคตา อุปฏฺฐิตสฺสตีหิ, ปญฺญวนฺโต มหาปญฺเญหิ วชิรูปมญาเณหิ ปญฺญวนฺเตหิ สทฺธึ ทูเร ฐิตาปิ ตาย ปญฺญาสมฺปตฺติยา สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ. สตฺตมํ.

๘-๑๒. อสฺสทฺธมูลกสุตฺตาทิวณฺณนา

๑๐๒-๑๐๖. อฏฺฐมาทีนิ เตเยว อสฺสทฺธาทิธมฺเม ติกวเสน กตฺวา เทสิตานิ. ตตฺถ อฏฺฐเม อสฺสทฺธาทิมูลกา กณฺหปกฺขสุกฺกปกฺขวเสน ปญฺจ ติกา วุตฺตา, นวเม อหิริกมูลกา จตฺตาโร. ทสเม อโนตฺตปฺปมูลกา ตโย, เอกาทสเม อปฺปสฺสุตมูลกา เทฺว, ทฺวาทสเม กุสีตมูลโก เอโก ติโก วุตฺโตติ สพฺเพปิ ปญฺจสุ สุตฺตนฺเตสุ ปนฺนรส ติกา โหนฺติ. ปนฺนรส เจเต สุตฺตนฺตาติปิ วทนฺติ. อยํ ติกเปยฺยาโล นาม. อฏฺฐมาทีนิ.

ทุติโย วคฺโค.